ลุ้นรับตั๋วเข้าร่วมงาน VMUG Meeting 1 และดู Spiderman Homecoming ฟรีก่อนหนังเข้าโรงจริง!

ชุมชน VMware User Group Thailand หรือ VMUG Thailand ได้ประกาศจัดงาน VMUG Meeting 1 ขึ้น เพื่ออัปเดตเทคโนโลยี Software Defined-data Center ร่วมกัน และชมภาพยนตร์ Spiderman Homecoming ก่อนเข้าฉายในโรงภาพยนตร์จริง ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2017 ขึ้น พร้อมแจกบัตรเข้าร่วมงานฟรีโดยมีรายละเอียดดังนี้

 

กำหนดการ

Date : 5 July 2017
Time : Present 04.00 – 05.45 pm (VMware Technology Update by VMUG Thailand & Sponsor)
Movie : 06.00 – 08.30 pm Spider Homecoming
Venue : SP World Cinema, CTW

งานนี้ไม่มี Walk-in นะครับ ดังนั้นผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถเริ่มต้นจากการเข้าร่วมชุมชน VMUG Thailand และเล่นกิจกรรมเพื่อลุ้นรับตั๋วได้ที่ https://www.facebook.com/groups/1502318113117280/ เลยครับ

ขอขอบคุณ HPE สำหรับการเป็น Sponsor ในงานครั้งนี้มาด้วยครับ

from:https://www.techtalkthai.com/vmug-thailand-meeting-1-with-free-spiderman-homecoming-ticket/

Advertisements

Facebook มีผู้ใช้งานรวมทะลุ 2 พันล้านคนแล้ว

Mark Zuckerberg ซีอีโอ Facebook ประกาศหลักไมล์สำคัญว่ามีจำนวนผู้ใช้งานถึง 2 พันล้านคน แบบเป็นประจำทุกเดือน (MAUs) แล้วในวันนี้

นอกจากนี้ Facebook ยังเผยสถิติใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เช่น มีกดคน Love เฉลี่ยวันละ 175 ล้านคน, กด Like เฉลี่ยวันละ 800 ล้านคน และมากกว่า 1 พันล้านใช้งาน Groups อย่างน้อยเดือนละครั้ง

Facebook ยังฉลองตัวเลขผู้ใช้งาน 2 พันล้านคน โดยจัดทำวิดีโอบน News Feed ซึ่งสามารถเข้าไปดูได้ที่ facebook.com/goodaddsup

เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ YouTube เพิ่งประกาศตัวเลข 1.5 พันล้านคน

ที่มา: Facebook

alt="Facebook 2 Billions"

from:https://www.blognone.com/node/93530

Petya Ransomware สายพันธุ์ใหม่ แค่ 3 วันแพร่ระบาดแล้วกว่า 300,000 เครื่องทั่วโลก

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยจากทั่วโลกออกมาแจ้งเตือนถึง Petya Ransomware สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเจาะระบบคอมพิวเตอร์ผ่านช่องโหว่ Windows SMBv1 (EternalBlue) เหมือนกับ WannaCry  ซึ่งขณะนี้มีผู้ตกเป็นเหยื่อทั่วโลกแล้วกว่า 300,000 รายทั่วโลกทั้งในรัสเซีย อินเดีย และยุโรป ภายในระยะเวลาไม่ถึง 72 ชั่วโมง

Petya Ransomware สายพันธุ์ใหม่นี้ถูกเรียกว่า Petwrap ซึ่งกำลังโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ISP ธนาคาร โรงกลั่นน้ำมัน หรือโรงไฟฟ้า ทั้งในรัสเซีย ยูเครน อินเดีย และยุโรปโดยเรียกร้องเงินค่าไถ่เป็นจำนวน $300 หรือประมาณ 10,200 บาทผ่าน Bitcoin

Petya Ransomware ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อช่วงต้นปี 2016 โดย Trend Micro ซึ่งเป็น Ransomware รูปแบบใหม่ ต่างจาก Ransonware ทั่วไปตรงที่ไม่ได้เข้ารหัสไฟล์ข้อมูล แต่อาศัยการเขียนทับ Master Boot Record (MBR) เพื่อไม่ให้เครื่องของเหยื่อบูต OS ได้ พร้อมเรียกค่าไถ่ในการปลดล็อคเพื่อเข้าใช้คอมพิวเตอร์

ภาพด้านล่างแสดงข้อความเรียกค่าไถ่ของ Petwrap ที่แชร์บน Twitter ณ ตอนนี้ ซึ่งระบุข้อความไว้ว่า

“If you see this text, then your files are no longer accessible, because they are encrypted. Perhaps you are busy looking for a way to recover your files, but don’t waste your time. Nobody can recover your files without our decryption service.”

จากการตรวจสอบกับฐานข้อมูลมัลแวร์ของ VirusTotal พบว่าขณะที่เขียนบทความอยู่นี้มีโปรแกรม Antivirus เพียง 14 จาก 61 รายการเท่านั้นที่สามารถตรวจจับ Petwrap ได้

Petwrap ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้วในขณะนี้ ล่าสุดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา Rosneft โรงกลั่นน้ำมันในรัสเซีย Kyivenergo และ Ukrenergo สองโรงผลิตไฟฟ้าในยูเครน ได้ออกแถลงข่าวแล้วว่ากำลังตกเป็นเป้าหมายของ Ransomware จนถึงขั้นต้องปิดระบบคอมพิวเตอร์ทั้งเพื่อไม่ให้การโจมตีแพร่กระจายออกไป

“พวกเราถูกโจมตี 2 ชั่วโมงก่อนพวกเราเพิ่งจะปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด และกำลังรอคำอนุญาตจาก Ukrain’s Security Service (SBU) เพื่อกลับมาเปิดระบบคอมพิวเตอร์ใหม่อีกครั้ง” — Kyivenergo ออกแถลงการณ์

นอกจากนี้ Petwrap ยังได้โจมตีสถาบันการเงินหลายแห่งในยูเครน เช่น National Bank of Ukraine (NBU) และ Oschadbank รวมไปถึงบริษัท ISP หลายราย เช่น Kyivstar, LifeCell และ Ukrtelecom จากการตรวจสอบพบว่าจนถึงตอนนี้มีเหยื่อยินยอมจ่ายค่าไถ่แล้วจำนวน 9 ราย ประมาณเป็นเงิน $2,700 แน่นอนว่าวิธีป้องกัน Petwrap ได้ดีที่สุดก็คือการอัปเดตแพทช์ระบบปฏิบัติการ Windows ล่าสุด เช่นเดียวกับการรับมือ WannaCry

ที่มา: http://thehackernews.com/2017/06/petya-ransomware-attack.html

from:https://www.techtalkthai.com/new-petya-ransomware-variant-outbreaks/

เปิดตัว Cloudflare Apps ล่าสุด ปรับแต่งหน้าเว็บได้บน Cloudflare และเชื่อมต่อกับบริการชั้นนำอื่นๆ ได้เลย

นับเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ดูแลเว็บไซต์ที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่อ Cloudflare ประกาศเปิดตัว Cloudflare Apps รุ่นล่าสุด สำหรับใช้ปรับแต่งเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย และเชื่อมต่อกับบริการชั้นนำจากเว็บไซต์อื่นๆ เช่น การยืนยันตัวตน, การจ่ายเงิน, จัดเก็บสถิติ, เผยแพร่วิดีโอ, รองรับการแสดงความคิดเห็น และอื่นๆ อีกมากมายได้ทันที โดยไม่ต้องแก้ไข Source Code ของเว็บไซต์ต้นฉบับอีกต่อไป

Credit: Cloudflare

 

บริการ Cloudflare Apps นี้จะช่วยให้ผู้ที่มีเว็บไซต์อยู่เดิมและใช้บริการของ Cloudflare สามารถเสริมฟีเจอร์ต่างๆ จากบริการที่มาเชื่อมต่อกับ Cloudflare เข้าไปได้ในแต่ละหน้าของเว็บไซต์โดยไม่กระทบกับ Source Code โดยการแทรกโค้ดของ Google Analytics, YouTube, Paypal, Facebook และบริการอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรของ Cloudflare เข้าไปได้จากชั้นบริการ CDN ของ Cloudflare เอง ในขณะเดียวกันเหล่านักพัฒนาก็สามารถส่ง App ของตนเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Cloudflare Apps ให้ผู้ใช้งาน Cloudflare นับล้านรายทั่วโลกนำไปใช้งานได้ด้วยเช่นกัน

Credit: Cloudflare

 

นอกจากนี้ ใน Cloudflare Apps ก็ยังมี Live Preview ให้เจ้าของเว็บไซต์ได้ดูผลลัพธ์ของการเติมฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้าไปยังเว็บไซต์ของตนได้แบบง่ายดายและรวดเร็ว ในขณะที่การทำ OAuth นั้นก็ง่ายดายจนไม่ต้องไปยุ่งกับการค้นหา API Key มาใส่เอง

Credit: Cloudflare

 

ทาง Cloudflare ระบุว่าบริการนี้ใช้งานง่ายจนผู้ใช้ไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างเว็บไซต์ก็ได้ และ App ที่อยู่ในบริการ Cloudflare Apps นี้ก็จะถูกส่งไปยังผู้ใช้งานด้วย HTTP/2, TCP Pipelining และ Cloudflare Edge รวมถึงปัจจุบัน Cloudflare ก็ยังทำงานร่วมกับ Oracle, Spotify, Pinterest, Zendesk และอื่นๆ เพื่อให้มีบริการเสริมบน Cloudflare Apps มากที่สุดด้วย

สำหรับผู้ที่อยากทดลองใช้ Cloudflare Apps สามารถเข้าไปใช้ได้ที่ https://www.cloudflare.com/apps/developer/docs/getting-started เลยนะครับ ส่วนคู่มือการสร้าง Cloudflare Apps จะอยู่ที่ https://www.cloudflare.com/apps/developer/docs/getting-started และมีเครื่องมือให้ใช้ที่ https://www.cloudflare.com/apps/developer/app-creator ครับ

 

ที่มา: https://blog.cloudflare.com/cloudflare-apps-2/

from:https://www.techtalkthai.com/new-cloudflare-apps-is-released/

พบช่องโหว่ความรุนแรงระดับสูงสุดบน Skype ทาง Microsoft เตือนให้อัปเดตด่วน

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Vulnerability Lab ได้พบช่องโหว่ความรุนแรงระดับสูงสุดบน Skype เปิดให้ผู้อื่นโจมตีจากระยะไกลได้ ทาง Microsoft จึงได้ออกอัปเดตรุ่นล่าสุดของ Skype มาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ และแนะนำให้ผู้ใช้งานทำการอัปเดตทันที

 

ช่องโหว่นี้ได้รับรหัส CVE-2017-9948 โดยส่งผลกระทบกับผู้ใช้ Skype รุ่นก่อนหน้า 7.37 ทั้งหมด บน Windows XP, Windows 7, Windows 8 และ Windows 10 ซึ่งทาง Microsoft ก็ได้ออกอัปเดตมาแก้ไขช่องโหว่นี้แล้วใน Skype 7.37 ซึ่งผู้ใช้งานทุกคนควรอัปเดตมาใช้รุ่นนี้เพื่อความปลอดภัยโดยด่วน

ทาง Vulnerability Lab ได้ออกมาวิเคราะห์ว่าถึงแม้ Microsoft จะออกอัปเดตสำหรับ Skype มาแล้ว แต่ก็ยังถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องแจ้งเตือนกันเป็นวงกว้าง เพราะผู้ใช้งานส่วนใหญ่นั้นยังคงใช้งาน Skype 7.2, 7.35 และ 7.36 โดยไม่มีการอัปเดตอยู่ดี

สำหรับข้อมูลฉบับเต็มของช่องโหว่ อ่านได้ที่ https://www.vulnerability-db.com/?q=articles/2017/05/28/stack-buffer-overflow-zero-day-vulnerability-uncovered-microsoft-skype-v72-v735 นะครับ

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2017/06/27/skype_vuln/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-updates-new-skype-to-fix-critical-vulnerability/

มณฑลชิงไห่ประกาศใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ผลิตไฟฟ้าให้ประชากร 5.6 ล้านคนได้นาน 7 วัน

Renewable Energy หรือพลังงานหมุนเวียน ไม่ก็อาจนิยามว่าพลังงานสะอาด เพราะต้นกำเนิดของพลังงานคือแสง, ลม และน้ำ กำลังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเมืองหนึ่งในจีนก็สามารถใช้พลังงานแบบนี้ 100% เพื่อผลิตไฟฟ้าได้นาน 7 วัน

ภาพ pixabay.com

ชิงไห่ กับวิสัยทัศน์เรื่องพลังงานสะอาดระยะยาว

ตอนนี้ทั่วโลกกำลังพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อลดการใช้พลังงานดั้งเดิม โดยเฉพาะถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า เพราะทำลายธรรมชาติ และคาดว่าพลังานหมุนเวียนจะเข้ามาทดแทนอย่างแพร่หลายได้ในปี 2050 หรืออาจเร็วกว่านั้น แต่จริงๆ แล้วไม่ต้องรออีกกว่า 30 ปี ก็ได้ เพราะตอนนี้ที่มณฑลชิงไห่ในประเทศจีนได้ทำสำเร็จไประดับหนึ่งแล้ว

เนื่องจากที่นั่นสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งแสงอาทิตย์, ลม และน้ำ ให้ใช้ได้รวมกันกว่า 1.1 พันล้านกิโลวัตต์-ชม. ได้นาน 7 วัน หรือระหว่างวันที่ 17-23 มิ.ย. ให้กับประชากรกว่า 5.6 ล้านคน ซึ่งพลังงานดังกล่าวเทียบเท่ากับการเผาไหม้ของถ่านหินถึง 5.3 แสนตันเลยทีเดียว

หากแบ่งเป็นประเภทของพลังงานจะมาจากน้ำ 72% และเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากมณฑลชิงไห่ไม่ปรับตัว เช่นติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ และนำตัวสร้างไฟฟ้าหมุนเวียนแบบอื่นมาติดตั้งเพิ่มในเดือนพ.ค. ซึ่งในปี 2020 ทางมณฑลต้องการขยับการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเป็น 35 ล้านกิโลวัตต์ จากเดิม 23.5 ล้านกิโลวัตต์ รองรับการใช้งาน 1.1 แสนล้านกิโลวัตต์-ชม

ทั้งนี้ประเทศจีนต้องการผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาดเป็น 20% ของประเทศภายในปี 2030 โดยการตื่นตัวครั้งนี้ทำให้พลังงานลมเริ่มมีสัดส่วน 4% รองลงมาเป็นพลังงานแสดงอาทิตย์ 1% เมื่อปี 2016 และไม่ใช่มีแค่จีนที่เดินหน้าพลังงานหมุนเวียน เพราะในออสเตรียก็เริ่มเดินหน้า และคอสตาริก้าก็เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเช่นกัน

อ้างอิง // Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/renewable-energy-in-china/

[PR] กรุงเทพ โอเอ คอมส์ 
มุ่งพัฒนา Smart Device และ Platform 
พร้อมขานรับ นโยบาย Thailand 4.0

บริษัท กรุงเทพ โอเอ คอมส์ จำกัด (BOA) เป็นผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าและจัดจำหน่าย อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยครบวงจร และเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้าน Automation, IT & Security ซึ่งดำเนินงานมากว่า 25 ปี และเป็นบริษัทในเครือ กรุงเทพธุรภัณฑ์ กรุ๊ป ได้จัดงาน “BOA Solutions Day 2017” ที่ โรงแรม สวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ในวันที่ 21 มิถุนายน 2560 ซึ่งได้นำเอาระบบ ซอฟแวร์ และอุปกรณ์ ทางความปลอดภัยที่เรียกว่า Smart Device นำมาเชื่อมต่อกันเพื่อทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ อย่างมีประสิทธิภาพ

“ยุคสมัยในปัจจุบันนี้ ต้องเรียกว่า ปลาเร็ว กินปลาช้า ไม่ใช่ปลาใหญ่กิน ปลาเล็ก อีกต่อไป เนื่องจากปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น เราจึงต้องเร็ว”

ทั้งนี้ BOA สนับสนุนแนวคิดในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการก้าวเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 โดยนำเอาข้อมูลต่างๆ จากอุปกรณ์มาใช้ในการบริหารจัดการในรูปแบบ Big Data อาธิเช่น การนำระบบกล้องมาอ่านป้ายทะเบียนรถ เข้า-ออก อาคาร โดยระบบจะนับจำนวนรถ เช็คหาสิ่งผิดปกติของรถที่เข้ามาภายในอาคาร

การใช้กล้องนับจำนวนเข้า-ออก (People Counting) โดยสามารถแยกเพศชาย หญิง รวมทั้งวิเคราะระยะเวลาในการรอคิวได้ เพื่อเก็บเป็นสถิติของลูกค้าได้อย่างดี

การใช้ WIFI Analytic และเทคโนโลยี HEATWAVE เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการเดินของลูกค้าในห้าง สามารถเก็บสถิติ เวลาที่ใช้ รูปแบบการเดิน ความสนใจ เพื่อวิเคราะห์ว่าการจัดโปรโมชั่นของกิจกรรมต่างๆ ภายในห้างประสบความสำเร็จหรือไม่อย่างไร

การนำระบบกล้อง CCTV มาเชื่อมกับเครื่องคิดเงิน POS เพื่อควมคุมสำหรับร้านค้าปลีก หรือ ร้านอาหาร ที่มีสาขาจำนวนมาก โดยระบบจะทำการตรวจเช็คยอดขายและบันทึกภาพของใบเสร็จรับเงินที่ออกมาทุกๆรายการที่มีการซื้อขาย และยังสามารถค้นหาความผิดปกติได้อย่างรวดเร็วหากมีเหตุการณ์ที่ผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การนำระบบซอฟแวร์ที่เป็นแพลตฟอร์ม สามารถใช้ได้กับกล้องทุกชนิด และค้นหาภาพได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อควบคุมและรวมระบบต่าง ไว้ในที่เดียวทำให้ง่ายต่อการควบคุมแบบเดิมๆ

“ระบบต่างๆที่กล่าวมานี้เป็นส่วนหนึ่งภายในงาน BOA Solutions Day 2017 ซึ่งได้รับความสนจากกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มห้างสรรพสินค้า และ ห้างค้าปลีกชั้นนำ ร้านอาหาร Food Chain ขนาดใหญ่ ที่ได้ให้เกียรติมาเป็นแขกในงานนี้อีกด้วย” ดร.เดช  เฉิดสุวรรณรักษ์ กล่าว

###

from:https://www.techtalkthai.com/boa-intend-to-develop-smart-device-and-platform-for-thailand-4-0/

Advertisements

for feed app only