Google Assistant ภาษาไทย (เวอร์ชัน 1.3.3408) รองรับโหมด “Continued Conversation” แล้ว

Google Assistant Continued Conversation Thai Support

หลังจากที่เปิดตัวโหมด “Continued Conversation” ไม่ต้องพูด “Hey Google” ก่อนสั่งการในแอป Google Assistant ไม่นาน ผู้ใช้แอปภาษาไทยก็ใช้ฟีเจอร์นี้ได้เช่นกัน

Google Assistant ภาษาไทย (เวอร์ชัน 1.3.3408) รองรับโหมด “Continued Conversation” แล้ว

Google ได้ปล่อยอัปเดคแอป Google Assistant เวอร์ชัน 1.3.3408 ให้ผู้ใช้ในไทยได้อัปเดต โดยในเวอร์ชันนี้สามารถเปิดโหมด  “Continued Conversation” ได้แล้ว

Google Assistant Continued Conversation Thai Suppor002

สามารถเปิดโหมดนี้ได้ที่ ไอคอน … มุมขวา > Settings (การตั้งค่า) > Preferences (ค่ากำหนด) > เปิด Continued Conversation

Continued Conversation

เมื่อผู้ใช้เปิดโหมด “Continued Conversation” ใน Google Assistant นั้นก็จะสามารถถามคำถามหรือสั่งการ Google Assistant ได้ต่อเนื่อง เช่น เมื่อสั่งเปิดทีวีและเครื่องทำ popcorn เสร็จก็สามารถสั่งปิดไฟในห้องครัวและห้องนั่งเล่นต่อได้เลยโดยที่ไม่จำเป็นต้องพูด “Hey Google” ในแต่ละคำสั่ง

ข้อมูลเพิ่มเติม – Google Assistant “Continued Conversation”

Google Assistant ภาษาไทย

ดาวน์โหลดหรืออัปเดต แอป Google Assistant ภาษาไทยได้ที่ App Store

Img 2171

from:https://www.iphonemod.net/google-assistant-continued-conversation-thai-support.html

Advertisements

คาด Samsung Galaxy S10 จะมาพร้อมฟีเจอร์ 3D Facial Recognition และสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

หลังจากที่เปิดตัว  Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+ ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังไม่ภึง 6 เดือนก็เริ่มมีข่าวของ Galaxy S10 ว่าที่สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ในตระกูล Galaxy S Series ออกมาแล้ว

โดยมีข่าวว่า Samsung จะตัดฟีเจอร์สแกนม่านตา Iris Scanner ออกไป เปลี่ยนมาใช้ฟีเจอร์ 3D Facial Recognition แทน

แหล่งข่างในเกาหลีใต้รายงานว่า  Samsung ได้ทำงานร่วมกับบริษัท Mantis Vision ของประเทศอิสราเอล ในการพัฒนาฟีเจอร์ 3D Facial Recognition หรือสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ เพื่อมาใช้กับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ซึ่งคาดว่าจะเป็นรุ่น Samsung Galaxy S10 ที่จะเปิดตัวในต้นปีหน้า

แต่หาก Samsung พัฒนาฟีเจอร์สแกนใบหน้าแบบ 3 มิติไม่เสร็จทันเปิดตัว Galaxy S10 ก็อาจจะต้องสั่งให้ซัพพลายเออร์เร่งผลิตโมดูลสแกนม่านตา และนำกลับมาใช้แทนอีกครั้ง

Samsung Galaxy S10

นอกจากนี้ ยังคาดว่า Samsung Galaxy S10 อาจจะมาพร้อมฟีเจอร์สแกนลายนิิ้วมือแบบฝังบนหน้าจอ ซึ่งฟีเจอร์ที่ว่านี้มีข่าวมาตั้งแต่ก่อนที่ Galaxy S9 จะเปิตตัวแล้วแต่ติดปัญหาทางด้านเทคนิค และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเพิ่มตววมสามารถในการตรวจเช็คความดัน และการเต้นของหัวใจได้ด้วย

ทั้งนี้ ช้อมูลของ Samsung Galaxy S10 ที่เผยออกมานี้ยังไม่มีการยืนยันจากทาง Samsung ซึ่งยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่าที่มีการเปิดตัว ถึงต้องนั้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงก็เป็นไปได้

ที่มา : The Bell

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsumg ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2rIcK2n

 

from:http://mobileocta.com/samsung-galaxy-s10-to-come-with-3d-facial-recognition-and-in-display-fingerprint-scanner/

ม.เกษตรศาสตร์ เป็นเจ้าภาพจัดแข่ง U-League 2018 ปีนี้แข่ง CS:GO, Dota 2

การแข่งขัน eSport ของนักเรียนนักศึกษาในระดับอุดมศึกษากำลังจะกลับมาอีกครั้ง กับการแข่งขัน U-League 2018 ซึ่งปีนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงานแข่ง

พร้อมกันนี้ก็มีการประกาศชื่อเกมที่จะใช้สำหรับการแข่งขัน U-League 2018 ออกมาแล้ว นั่นคือ CS:GO และ Dota 2 ส่วนรายละเอียดวันและรูปแบบการแข่งขัน ตลอดจนยอดเงินรางวัลนั้นจะประกาศเพิ่มเติมภายหลัง

สำหรับการแข่งขัน U-League ในปีนี้ถือเป็นการจัดแข่งปีที่ 3 แล้ว โดยแรกเริ่มมาจากชมรม KMITL E-Sports ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่รวบรวมประสานงานและเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งแรก ก่อนที่ในปีถัดมา U-League 2017 ก็ได้มหาวิทยาลัยกรุงเทพรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์สินค้าต่างๆ โดยมีการแข่งเกม 3 เกม (HON, ROV และ LOL) ชิงเงินรางวัล 1,000,000 บาท

ใครที่สนใจกิจกรรมนี้ก็สามารถติดตามข่าวได้จากเพจของ U-League Thailand ได้โดยตรง

ที่มา – เพจ U-League Thailand: 1, 2

No Description

from:https://www.blognone.com/node/103345

Resident Evil 2 Remake – ปล่อยคลิปเกมเพลย์โคตรชัดระดับ 4K พร้อมเผยยังไม่มีแผนลงบน Nintendo Switch

มีความเคลื่อนไหวกันอย่างต่อเนื่องกับ Resident Evil 2 Remake หลังจากเราได้ทราบไปแล้วว่าการรีเมคครั้งนี้มีมากกว่าแค่ปรับกราฟิกแต่ยังปรับเปลี่ยนเกมเพลย์ให้เข้ากับยุคสมัยด้วยรวมทั้งการพัฒนาลงแพลตฟอร์มใหญ่บนคอนโซลกับ PC แต่ว่าในส่วนของเครื่องเล่นพกพาอย่าง Nintendo Switch นั้นทางผู้สร้างเผยว่ายังไม่มีแผนที่จะพัฒนาตอนนี้

อาจจะเป็นเรื่องยากลำบากในการพอร์ตลงเครื่องพกพาซึ่งคุณ Mike Lunn ในตำแหน่ง Brand Manager ของ Capcom ได้บอกว่ายังไม่มีแผนสำหรับการนำ Resident Evil 2 Remake ลงบนเครื่องเล่น Nintendo Switch ในตอนนี้แต่จะขอโฟกัสไปที่แพลตฟอร์ม PlayStation 4 , Xbox One และ PC เป็นหลักก่อน

“ไม่ ยังไม่ใช่ตอนนี้ พวกเราต้องการโฟกัสเกมในแพลตฟอร์มคอนโซลอย่าง PlayStation 4 , Xbox One และ PC เป็นหลัก”

ถึงแม้ว่าแฟน ๆ Switch อาจจะผิดหวังคอตกไปแต่เรื่องของอนาคตก็ไม่แน่นอนครับเพราะ Resident Evil 7 ก็ยังลงบน Switch มาแล้วก็ไม่แน่ว่าภาค Remake นี้อาจตามไปในภายภาคหน้าก็ได้แม้ถึงจะผิดหวังแต่ทาง Capcom ก็ได้ปล่อยคลิปวีดีโอเกมเพลย์ออกมาอีกครั้งในรูปแบบความละเอียดชัด 4K ด้วย

เป็นการโชว์ประสิทธิภาพของเอนจิ้น RE Engine ได้ดีทีเดียวและอย่าลืมว่า Resident Evil 2 Remake จะวางจำหน่ายวันที่ 25 มกราคม 2019 จะพัฒนาลงบน PlayStation 4 , Xbox One และ PC

ที่มา: Gamerant , Gamerant

from:https://notebookspec.com/resident-evil-2-remake-not-coming-to-nintendo-switch-and-release-gameplay-video-4k/444741/

Adobe สร้าง AI ช่วยเช็คได้ว่ารูปไหนถูกตัดต่อมาบ้าง

Adobe พัฒนาปัญญาประดิษฐ์โดยใช้ machine learning ศึกษาภาพจำนวนมากจนสามารถตรวจสอบได้ว่าภาพแต่ละภาพนั้นผ่านการตัดต่อหรือไม่

วิธีที่มันใช้เพื่อการวิเคราะห์เพื่อจำแนกว่าภาพเหล่านั้นมีการตัดต่อหรือไม่ ก็คือการวิเคราะห์ noise ในภาพถ่าย ภาพแต่ละภาพนั้นจะมีรูปแบบลักษณะของ noise ที่แตกต่างกันจนสามารถใช้จำแนกภาพได้ และแม้แต่บริเวณต่างๆ ในภาพเดียวกัน ก็ยังมีรูปแบบของ noise ที่แตกต่างกันด้วย

ปัญญาประดิษฐ์ของ Adobe สามารถตรวจสอบของภาพที่ผ่านการตัดต่อได้ 3 แบบ คือการเพิ่มวัตถุเข้าไปในภาพ (splicing), การทำซ้ำวัตถุในภาพ (copy move) และการลบบางสิ่งบางอย่างออกจากภาพ (removal)

No Description

ระบบของ Adobe สามารถตรวจหาการเพิ่มวัตถุในภาพถ่ายได้โดยการตรวจสอบว่าพื้นที่ส่วนใดในภาพที่มีรูปแบบของ noise แปลกแยกจากพื้นที่ข้างเคียง หรือในกรณีที่มีการทำซ้ำวัตถุในภาพแล้วเคลื่อนย้ายไปวางตำแหน่งอื่น มันก็จะพบได้เนื่องตรวจสอบ noise เจอว่ามีรูปแบบซ้ำกับบริเวณอื่นในภาพ ส่วนการลบบางอย่างออกจากภาพนั้นจะถูกตรวจสอบได้เพราการลงสีหรือวาดขึ้นมาใหม่นั้นจะไม่มี noise ให้เห็น (หากใช้เทคนิคการนำเอาภาพส่วนอื่นมาปิดทับก็จะตรวจเจอได้อยู่ดี)

No Description

No Description

ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดที่เราจะคาดหวังได้จากปัญญาประดิษฐ์ของ Adobe นี้ก็เห็นจะไม่พ้นเรื่องการตรวจสอบข้อมูลภาพข่าวต่างๆ ว่ามีความถูกต้องจริงแค่ไหน มีการแต่งเติมตัดต่อเพื่อบิดเบือนข้อมูลของข่าวสารหรือไม่ และไม่แน่มันอาจได้รับการนำไปประยุกต์ใช้กับงานนิติวิทยาศาสตร์ได้ด้วย

ที่มา – Adobe Blog, เอกสารงานวิจัย

from:https://www.blognone.com/node/103344

สูญเสียกันไปเท่าไรแล้ว Valve เปิดให้ดูยอดใช้จ่ายทั้งหมดที่ผ่านมาบน Steam

ระหว่างที่หลายคนกำลังเพลิดเพลินกับเทศกาลลดราคา Steam Summer Sale ฝั่งของ Valve ก็เพิ่มฟีเจอร์เล็กๆ ให้เรารู้ยอดรวมได้ว่าสูญเสียเงินไปเท่าไรแล้วกับเกม (ดอง) ใน Steam

ฟีเจอร์นี้เรียกว่า External Funds Used สามารถเข้าได้จากหน้าเว็บ Account Data (ลิงก์ – ต้องล็อกอินบัญชี Steam ด้วย)

ใครมั่นใจว่าความเสียหายเยอะจริง เชิญอวดกันได้ในคอมเมนต์

ที่มา – Gamespot

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103343

Review – INTEL SSD 760P Series แรงขึ้นด้วย คุ้มค่าอีก

ปัจจุบันตลาดหน่วยความจำแบบ SSD เติบโตขึ้นอย่างมาก ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้น ถึงขนาดมีบางช่วงที่ราคาขึ้นไปเพราะผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ด้วยความต้องการที่มีมากขึ้นก็ทำให้การพัฒนารวดเร็วยิ่งขึ้น จาก SSD ความจุเพียงระดับหลักสิบกิกะไบต์ จนตอนนี้พัฒนามาถึงระดับเทราไบต์ระดับเดียวกับฮาร์ดดิสค์แล้ว อีกทั้งนอกจากความจุที่พัฒนาเพิ่มขึ้นมากในขนาดเท่าเดิมแล้ว ก็ยังพัฒนาในส่วนของประสิทธิภาพจากความเร็วที่แทบไม่ต่างจากฮาร์ดดิสค์ จนถึงปัจจุบันที่ความเร็วทะลุเพดาน แทบจะเปิดปุ๊ปติดปั๊ปกันเลยทีเดียว และแบรนด์นึงที่พัฒนา SSD มาอยากต่อเนื่อง แบรนด์ที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดีอย่าง Intel ก็ได้เปิดตัว SSD PCIe รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทีมงานทดสอบในวันนี้กับ INTEL SSD 760P Series

หนึ่งในแบรนด์ที่เราคุ้นเคยและพัฒนา SSD มาอย่างต่อเนื่องก็คือ Intel ผมจำได้ว่า SSD รุ่นแรกๆที่ Intel เปิดตัวเป็นแบบ SATA 2.5 นิ้ว ความจุเริ่มต้นเพียง 40GB เท่านั้น ตอนนั้นใช้งานร่วมกับ Windows 7 แทบไม่พอลงโปรแกรมอื่นๆด้วยซ้ำ แต่ปัจจุบันความจุสูงสุดเป็น 2TB  แล้ว ใน INTEL SSD 760P Series ที่ทีมงานได้มาทดสอบตัวนี้ ซึ่งถือเป็นซีรีย์ล่าสุดที่ Intel พัฒนาออกมาสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อต้นปีนี้เอง โดยจะมาในรูปแบบเชื่อมต่อ M.2 PCIe 3.1 x4 NVMe การันตีในเรื่องของความเร็วแรงแน่นอน ซึ่งจะเป็นรุ่นที่เข้ามาแทน Intel SSD 600P Series ที่ยังจำหน่ายอยู่ในบ้านเราตอนนี้ (INTEL SSD 760P Series ตัวนี้ทีมงานสอยมาจากไต้หวัน แรงกว่าในราคาเท่ากับ 600P เลย)

INTEL SSD 760P Series มาในกล่องที่เป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ Intel กล่องกระดาษพร้อมฉลากมาตรฐาน โดยหน้ากล่องจะมีการพิมพ์ SSD 7 ที่แสดงซีรีย์ไว้ชัดเจน และกล่องจะมีสีสันมากกว่าปรกติซื้อไม่ผิดรุ่นแน่นอน โดยในกล่องจะมามีคู่มือ และตัว SSD ไม่ได้มีอุปกรณ์อื่นเพิ่มเติม

ตัวการ์ด INTEL SSD 760P Series มาพร้อมแผงวงจรสีดำสนิท ต่างจากรุ่นก่อนที่เป็นแผงวงจรสีเขียว ส่วนนึงน่าจะเพื่อแยกรุ่นเก่าและใหม่ที่ชัดเจนขึ้น แน่นอนว่าสีดำแพงดูแรง 3 เท่า 555 ด้านหลังโล่งๆมีเพียง logo intel ส่วนอีกด้านที่เป็นตำแหน่งชิป พร้อมฉลากที่ระบุรายละเอียดข้อมูลชัดเจน โดยรุ่นความจุที่ทีมงานได้มาทดสอบนี้อยู่ที่ 256 GB (โดย INTEL SSD 760P Series จะมีรุ่น 128 GB ,256 GB ,512 GB ,1TB และ 2TB)

ทดสอบบนเมนบอร์ด GIGABYTE Z370 HD3

ผลทดสอบ

 

จากผลทดสอบต้องบอกว่ามีประสิทธิภาพการใช้งานต่อราคาที่เยี่ยมเลย ทำได้ใกล้เคียงกับสเปคที่ระบุไว้ ว่าสามารถอ่านเขียนได้ถึง 3,210 MB/s และ 1,315 MB/s ถึงแม้อาจจะไม่ได้เท่ากับสเปคที่ระบุไว้เสียทีเดียว แต่ก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ต่างกันแค่ราวๆไม่ถึง 10% ซึ่งจากการทดสอบอื่นๆ ก็จัดว่าเร็ว ใช้งานได้ดี เปิดเครื่อง เปิดโปรแกรมได้ไว ไม่แพ้ตัวแรงของแบรนด์อื่นๆเลย ยิ่งไม่ต้องเทียบกับรุ่น 600p ที่ตามสเปคนั้นเร็วเพียงครึ่งนึงของ 760p ที่ทดสอบนี้

INTEL SSD 760P Series ให้ประสิทธิภาพที่เรียกว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะสามารถทำความเร็วในการทดสอบได้เกือบเท่าสเปคที่ระบุไว้ ซึ่งให้ความเร็วในการใช้งานที่สูงโดยเฉพาะความเร็วในการอ่าน ใกล้เคียงกับ SSD PCIe ตัวแรงของค่ายอื่นๆ ส่วนความเร็วในการเขียนนั้นยังตามค่ายอื่นอยู่พอสมควร แต่เมื่อเทียบกับราคาที่ทีมงานซื้อมานั้นตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ราวๆ 3,100 บาท เท่านั้น ถูกกว่าแบรนด์อื่นที่สเปคใกล้เคียงกันเป็นพันเลยทีเดียว เหมาะกับท่านที่ต้องการ SSD PCIe เร็วแรง แต่ก็ยังมาในราคาคุ้มค่าไม่ไกลเกินเอื้อม

สุดท้ายต้องบอกก่อนว่า INTEL SSD 760P Series ที่ทีมงานทดสอบยังไม่วางจำหน่ายในบ้านเรา โดยคาดว่าจะวางจำหน่ายในบ้านเราประมาณไตรมาสที่ 3 ของปีนี้จ้า

INTEL SSD 760P Series มีให้เลือก 5 ความจุ

  • 128GB ($63.99)ประมาณ 2,100 บาท
  • 256GB ($93) ประมาณ 3,100 บาท
  • 512GB ($179) ประมาณ 5,800 บาท
  • 1TB ($361.99) ประมาณ 11,900 บาท
  • 2TB ($1,145.95) ประมาณ 37,700 บาท

จุดเด่น

  • สเปคต่อราคาคุ้มค่ากว่าอีกหลายแบรนด์
  • ความเร็วในการอ่านสูง
  • แผงวงจนสีดำสวยงาม

ข้อสังเกตุ

  • ความเร็วในการเขียนยังไม่สูงมากนัก
  • ยังไม่วางจำหน่ายในไทย

from:https://notebookspec.com/review-intel-ssd-720p-series-256gb/444468/

Advertisements

for feed app only

%d bloggers like this: