Ericsson ประสบความสำเร็จ ทดสอบ 5G ที่ความเร็ว 23.4Gbps

Ericsson ได้ออกมาประกาศถึงความสำเร็จในการทดสอบความเร็วของเทคโนโลยี 5G ร่วมกับ Telecom Italia (TIM) ได้ความเร็วในการ Download ที่สูงถึง 23.4Gbps

Credit: ShutterStock.com

 

การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นที่ Polytechnic University of Turin โดยใช้คลื่น 28GHz Millimeter Wave อีกทั้งนอกจากการทดสอบ Bandwidth ตามปกติแล้ว ทาง Ericsson ก็ยังได้ทำการทดสอบการทำ Streaming สำหรับ Virtual Reality ผ่าน 5G สำเร็จด้วยในเวลาเดียวกัน

ความร่วมมือในครั้งนี้เริ่มต้นมาเมื่อเดือนมีนาคม 2017 ที่ผา่นมา โดยมีเป้าหมายว่าต้องการทดสอบเทคโนโลยี 5G สำหรับเมือง Turin เพื่อเตรียมใช้ 5G ให้ครอบคลุมทั่วเมืองให้ได้ภายในปี 2020

ส่วนปีหน้า ทาง TIM และ Polytechnic University of Turin ก็มีแผนที่จะร่วมมือกันทำวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพิ่มเติมต่อไปอีกด้วย

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/ericsson-successfully-tested-5g-at-23-4-gbps/

Advertisements

Andrew Ng ชี้ สมรภูมิถัดไปของ AI คือธุรกิจโรงงานและการผลิต

Andrew Ng ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI ที่เคยเป็นผู้สร้างโครงการ Google Brain และเคยดำรงตำแหน่งผู้นำเทคโนโลยี AI แห่ง Baidu ได้ออกมาเผยถึงวิสัยทัศน์ว่าสมรภูมิถัดไปของการพัฒนา AI ในความคิดของเขานั้นอยู่ที่ภาคธุรกิจโรงงานและการผลิตเป็นหลัก

Credit: Landing.AI

 

ปัจจุบันนี้ Andrew Ng ซึ่งเป็น CEO ของบริษัท Startup ชื่อ Landing.AI ที่เน้นการช่วยเหลือให้เหล่าธุรกิจองค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานในการทำธุรกิจได้นั้น ได้ทำงานร่วมกับเหล่าธุรกิจโรงงานและการผลิตที่หลากหลายในการนำ AI เข้าไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มข้น รวมถึง Foxconn เองก็เป็นลูกค้ารายหนึ่งของเขาด้วยแล้วเช่นกัน

Andrew Ng สนใจธุรกิจโรงงานและการผลิตเป็นพิเศษ เนื่องจากเขาเห็นว่าธุรกิจนี้มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คนค่อนข้างมาก และเป็นหนึ่งในหนทางที่จะนำภาพของการทำ Digital Transformation มาสู่โลกของเราได้อย่างชัดเจนที่สุดทางหนึ่ง ซึ่งการตัดสินใจในกระบวนการต่างๆ ของธุรกิจดังกล่าวนั้นก็สามารถนำ AI และ Machine Learning เข้ามาช่วยได้อย่างเป็นระบบ

เขาได้เผยว่าทีมงานของเขาได้เริ่มพัฒนา Algorithm สำหรับการเรียนรู้ให้กับ AI ที่สามารถใช้ภาพจำนวนเพียงไม่กี่ภาพ AI ก็สามารถระบุจุดที่มีตำหนิในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กหรือเลนส์ของกล้องได้แล้ว รวมถึงทีมงานของ Landing.AI เองก็ยังมีความเข้าใจว่าจะสามารถใช้ AI เพื่อปรับแต่งกระบวนการการทำงานของเครื่องจักร เช่น การใช้ Molding Machine ให้ดีขึ้นได้อย่างไร ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ออกมาเปิดเผยอย่างชัดเจนก็ตามว่าปัจจุบันเขาและทีมงานของเขาได้พัฒนาเทคโนโลยีอะไรให้กับเหล่าธุรกิจการผลิตชั้นนำทั่วโลกอยู่กันแน่

Andrew Ng นั้นหวังว่าเหล่าคนงานในปัจจุบันจะเริ่มทำการเรียนรู้ทักษะต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อเตรียมปรับตัวเข้าสู่การผลิตแห่งยุคอนาคตกันได้แล้ว และอย่างไรก็ดี เขายังเห็นว่ามีงานจำนวนมากในธุรกิจโรงงานและการผลิตที่ไม่สามารถทดแทนด้วย AI ได้ อย่างเช่นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ว่าจะเปิดโรงงานใหม่หรือไม่ เป็นต้น

ก็ถือเป็นคลื่นอีกลูกที่ต้องจับตามองให้ดีครับ เพราะ Andrew Ng มักจะทำอะไรนำหน้าตลาดอยู่เสมอ และที่สำคัญคือเขาเป็นคนที่สามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นมาบนโลกได้จริง และภาคการผลิตเองก็คงต้องเตรียมปรับตัวขนานใหญ่กันได้แล้ว

 

ที่มา: https://www.technologyreview.com/s/609770/andrew-ng-says-factories-are-ais-next-frontier/

from:https://www.techtalkthai.com/andrew-ng-says-manufacturing-is-the-next-frontier-for-ai/

เปิดตัว Splunk AWS Serverless Apps วิเคราะห์ข้อมูลบน Cloud ได้ด้วย Serverless

ในงาน AWS re:Invent 2017 ที่ผ่านมา ทาง AWS ได้ออกมาประกาศเปิดตัว AWS Serverless Application Repository เพื่อให้ลูกค้าของ AWS สามารถใช้งาน Serverless Application ได้อย่างหลากหลายและง่ายดายยิ่งขึ้น โดย Splunk ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ตอบรับแนวทางนี้อย่างรวดเร็วด้วยการเปิดตัว Serverless Application จำนวนมากให้ใช้งานได้ฟรีๆ ทันที

Credit: Splunk

 

Splunk นั้นต้องการให้การวิเคราะห์ข้อมูลที่อยู่บน AWS และข้อมูลการใช้งานบริการต่างๆ ของ AWS นั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดายที่สุด จึงรีบตอบรับต่อการมาของแนวโน้มนี้ทันทีด้วย Splunk Serverless App จำนวนมากที่สามารถทำการปรับแต่งค่าการทำงานและ Deploy เริ่มต้นใช้งานเพื่อทำการรวบรวมข้อมูลและส่งต่อไปยัง Splunk Enterprise หรือ Splunk Cloud ได้ทันที

Splunk Serverless App ทั้งหมดนี้ถูกเปิดเป็น Open Source พร้อมกับ Lambda Blueprint อยู่ที่ https://github.com/splunk/splunk-aws-serverless-apps สำหรับให้ผู้ที่ต้องการปรับแต่งรายละเอียดการทำงานเชิงลึกเพิ่มเติมสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ทันที ส่วนผู้ที่อยากเริ่มต้นทดลองใช้งาน AWS Serverless Application Repository สามารถสมัครได้ที่ https://pages.awscloud.com/serverlessrepo-preview.html

 

ทดสอบใช้งาน Software และ Download Free Whitepaper

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการทดสอบ Software ต่างๆ จาก STelligence หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก Whitepaper สามารถโหลดได้จาก URL ดังต่อไปนี้

ติดต่อ STelligence ได้ทันที

stelligence_logo

ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านระบบ Data Analytics หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทดสอบระบบ Solution Network Monitoring หรือระบบ Data Center Monitoring, ระบบ Network Operation Center (NOC), ระบบ Security Operation Center (SOC), ระบบ SIEM ได้ทาง

  • ติดต่อบริษัท STelligence ได้ที่ info@stelligence.com
  • ติดต่อคุณธเนศ ฝ่ายขาย โทร 089-444-2443 หรือโทร 02-938-7475
  • สามารถกด Like เพื่อรับข่าวสารข้อมูลอัพเดต และ Use case ที่น่าสนใจมากมาย : www.facebook.com/stelligence
  • พูดคุยกับทางทีมงานได้แบบ Real-time ผ่าน Line ID : @stelligence
    stelligence-line-id

ที่มา: https://www.splunk.com/blog/2017/12/13/introducing-splunk-aws-serverless-apps.html

from:https://www.techtalkthai.com/splunk-aws-serverless-apps-is-announced/

เปิดตัว Red Hat OpenStack Platform 12 ย้าย Control Plane ขึ้น Container, ใช้ Ansible เสริม OpenStack

Red Hat ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Red Hat OpenStack Platform 12 แล้วในแบบ Generally Available (GA) โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ ที่น่าสนใจดังนี้

Credit: Red Hat

 

  • ทำ Containerize ส่วน Control Plane ของระบบ ครอบคลุมทั้ง Nova, Glance, Ceph เพื่อให้ติดตั้งใช้งานและดูแลรักษาได้ง่ายขึ้น
  • นำ Red Hat Ansible เข้ามารวมเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชัน เป็นอีกทางเลือกทดแทน Heat โดยสามารถสร้าง Ansible Playbooks สำหรับใช้ในการ Deploy ระบบได้
  • รองรับแนวคิด Composable Network ได้ และรองรับสถาปัตยกรรม L3 Spine-Leaf ได้แล้ว
  • ใช้ Open vSwitch 2.7 และ Data Plane Development Kit (DpDK) 16.11
  • ปรับปรุง Neutron และ Nova ให้รองรับ MTU ขนาดใหญ่ขึ้น
  • ทำ SR-IOV และ PCI Passthough ได้แล้ว
  • Ironic สามารถเก็บ Environmental Parameter ได้ ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น รองรับการทำ NFV ได้ดีขึ้น
  • ทำการเข้ารหัสบริการต่างๆ ในระบบมากขึ้น
  • มี Comprehensive Security Guide ให้นำไปศึกษาได้
  • มีการทดสอบแต่ละ Release ด้วยการใช้แนวคิด Distributed Continuous Integration (DCI)
  • เป็น Standard Release ที่มีระยะเวลาสนับสนุน 1 ปี
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://access.redhat.com/support/policy/updates/openstack/platform ครับ

 

ที่มา: https://redhatstackblog.redhat.com/2017/12/13/red-hat-openstack-platform-12-is-here/

from:https://www.techtalkthai.com/red-hat-openstack-platform-12-is-released/

เผยโฉม Samsung Galaxy A8 (2018) นำดีไซน์จากเรือธงมาสู่สมาร์ทโฟนระดับกลาง

galaxy-a8-case

เว็บไซต์ภาษาดัตช์ที่เกาะติดความเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน Galaxy ได้แชร์ภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy A8 (2018) ที่นอนอยู่ในเคส แต่ก็พอจะเห็นดีไซน์อย่างชัดเจน คาดว่าเป็นภาพจริง 100% และแน่นอนว่า Galaxy A8 (2018) จะมีให้เลือก 3 สี ตามข่าวลือก่อนหน้านี้ คือ สีดำ Midnight Black, สีทอง Maple Gold และ สีเทา Orchid Gray

รูปภาพ Samsung Galaxy A8 (2018) ชุดนี้ ยังเผยให้เห็นดีไซน์ที่ตรงกับภาพร่างในคู่มือของ Samsung ด้วย โดยมีส่วนคล้ายเรือธง Galaxy S8 มีขอบจอบางลง ไร้ปุ่มโฮม และย้ายเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปไว้ด้านล่าง

คาดว่า Samsung จะเปิดตัว Galaxy A8 (2018) อย่างทางการในต้นเดือนมกราคม 2018 และมาพร้อมแฝดรุ่นพี่ Galaxy A8+ (2018)

galaxy-a8-2018-black-1

galaxy-a8-2018-black-2

galaxy-a8-hoesje-2-1

galaxy-a8-hoesje-3-1

galaxy-a8-hoesje-4

galaxy-a8-hoesje-zij

galaxy-a8-hoesje-voor

galaxy-a8-hoesje-achter

galaxy-a8-hoesje-goud

ที่มา – GalaxyClub

from:http://www.flashfly.net/wp/202924

เนร่าเผยผลศึกษา “ความเสี่ยงจากการประมูลคลื่นความถี่ทำให้ประเทศไทยประสบกับการใช้งานดาต้าที่ช้า”

ฮานส์ อีลเล (Hans-Martin Ihle) ที่ปรึกษาอาวุโสประจำสำนักงานเนร่า (NERA) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลกที่เชี่ยวชาญและวิเคราะห์ พร้อมทั้งออกแบบการประมูลคลื่นความถี่ทั่วโลกทั้ง เอเชียแปซิฟิก ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา เปิดเผยผลการศึกษาต่อมุมมองในการประมูลคลื่นความถี่ 1800MHzและ 900MHz ของประเทศไทยที่จะจัดขึ้นในปี 2561 โดยจัดทำรายงาน (Whitepaper) ในหัวข้อ ความเสี่ยงจากการประมูลคลื่นความถี่ทำให้ประเทศไทยประสบกับการใช้งานดาต้าที่ช้า พร้อมทั้งพูดคุยให้รายละเอียดต่อประเด็นต่างๆ จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

ข้อมูลสรุปจากการวิเคราะห์จาก บจ.เนร่า (www.nera.com)

ความเสี่ยงจากการประมูลคลื่นความถี่ทำให้ประเทศไทยประสบกับการใช้งานดาต้าที่ช้า

โดย ฮานส์ อีลเล ที่ปรึกษาอาวุโส

ดีแทค

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.”) กำลังเตรียมการเปิดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz และ 1800 MHz ในปี 2561 ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ดีแทคใช้ในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G และ 4G ภายใต้สัญญาสัมปทานกับ กสท ซึ่งจะหมดสัมปทานในปี 2561 ซึ่งไม่มีการต่อสัมปทานและนำคลื่นความถี่มาประมูล ทั้งนี้ ถ้าดีแทคต้องชนะการประมูลถ้าต้องการที่จะนำคลื่นความถี่ดังกล่าวไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วนมาใช้งานต่อ

การออกแบบการประมูลในชั้นแรกของ กสทช. มีข้อเสนอซึ่งผู้เขียนคิดว่าอาจทำให้เกิดข้อโต้เถียงสองประการ เนื่องจากข้อเสนอดังกล่าวไม่สนับสนุนกระบวนการจัดสรรคลื่นความถี่ที่มีประสิทธิภาพ

 กรณีที่มีผู้เข้าร่วมประมูลน้อยราย จะไม่นำคลื่นความถี่บางคลื่นเข้ามาประมูล (ที่เรียกว่ากฎ N-1) และ

 กำหนดราคาตั้งต้นที่สูงเป็นพิเศษ โดยอาศัยราคาจากการประมูลในปี 2558

ข้อกำหนดในการประมูลนี้มีขึ้นเพื่อให้ได้เงินจากการประมูลสูงสุด แต่อย่างไรก็ดี การกำหนดเช่นนี้อาจทำให้เกิดผลที่ไม่พึงประสงค์ กล่าวคือ ได้เงินจากการประมูลน้อยลง มีคลื่นความถี่ที่ไม่สามารถประมูลได้ ตลาดที่ไม่มีประสิทธิภาพ และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องแบกรับภาระทางการเงิน ซึ่งลดแรงจูงใจในการลงทุนและแข่งขันกันในการให้บริการข้อมูลผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ในยุคต่อไป

งานเอกสารนี้ ผู้เขียนประสงค์จะแสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎเกณฑ์ดังกล่าวอาจทำให้ประเทศไทยต้องประสบกับช่องทางการการใช้งานดาต้าที่เชื่องช้า เป็นการจำกัดขอบเขตในการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต และส่งผลกระทบต่อวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการก้าวสู่ยุคประเทศไทย 4.0 และทำให้ประชาชน ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจได้รับความผลเสียหาย

ประเทศไทยยังไม่ได้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่สำหรับ 4G และยังตามหลังเศรษฐกิจประเทศตะวันตกและอีกหลายประเทศในเอเชียในการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่เพื่อตอบสนองต่อความต้องการการใช้งานการใช้ดาต้าที่เพิ่มขึ้น ผลที่ไม่ได้ตั้งใจของกฎ N-1 คือ อาจจะทำให้มีช่องว่างนี้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นผลให้คลื่นความถี่อย่างน้อย 10% ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานในตลาด

ราคาตั้งต้นการประมูลที่สูงอาจไม่ทำให้เกิดแรงจูงใจในการเข้าร่วมประมูล และนำไปสูงผลลัพธ์ที่เป็นผลเสียต่อผู้ใช้บริการชาวไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้เขียนได้มีทำการศึกษาสำหรับ GSMA ในหัวข้อเกี่ยวกับการกำหนดราคาคลื่นความถี่ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างค่าคลื่นความถี่ที่สูง คุณภาพโครงข่ายที่ต่ำลง และค่าบริการที่สูงขึ้น ความเคลื่อนไหวในตลาดของประเทศไทยสอดคล้องกับความสัมพันธ์เช่นว่านี้

• ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าคลื่นความถี่สูงที่สุดในโลก

• ผู้ใช้บริการชาวไทยได้จ่ายค่าใช้บริการดาต้าสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่แพงกว่าประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียหลายๆ ประเทศ

• ข้อมูลจาก OpenSignal แสดงให้เห็นว่าความเร็วและคุณภาพของโครงข่าย 4G ในไทยล้าหลังกว่าประเทศในระดับเดียวกัน

จากการประมาณการอย่างระมัดระวังและมีเหตุผลแสดงให้เห็นว่า การลดราคาตั้งต้นในการประมูลที่จะมาถึงนี้สามารถนำไปสู่การลดราคาค่าบริการดาต้าสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งคิดเป็นประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับอย่างน้อย 3,643 บาทต่อประชากรหนึ่งคน ภายในระยะเวลา15 ปีของใบอนุญาต

รายงานฉบับนี้แนะนำให้ยกเลิกการใช้กฎ N-1 และตั้งราคาตั้งต้นการประมูลที่สมเหตุสมผล ซึ่งในที่สุดแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคชาวไทยและเศรษฐกิจองค์รวม

ในการประมูลในอนาคต กสทช. ควรพิจารณา แบ่งย่อยช่วงคลื่นความถี่มาประมูล ให้มากกว่าการประมูลจำนวนมากต่อใบอนุญาต โดยยังสามารถนำมารวมเป็นช่วงคลื่นที่ติดกันได้ วิธีการนี้ได้รับการนำมาใช้งานโดยหลายองค์กรกำกับดูแลทั่วโลก ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ผู้ให้บริการมีความยืดหยุ่นสูงสุดในการกำหนดเป้าหมายจำนวนคลื่นความถี่ที่ตนเองต้องการและเพิ่มการแข่งขันในการประมูลของช่วงความถี่ที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมูลน้อยราย

from:http://mobileocta.com/spectrum-auction-risks-leaving-thailand-stranded-in-a-mobile-data-slow-lane/

Bing ใช้พลัง AI ช่วยแสดงคำตอบที่มนุษย์เข้าใจง่ายขึ้น, จับมือ Reddit นำข้อมูลมาใช้งาน

ไมโครซอฟท์ขยายฟีเจอร์ให้ Bing โดยนำ AI มาช่วยแสดงคำตอบที่ “มีความหมาย” กับผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้น

ตัวอย่างแรกคือการถามข้อมูลที่เป็นตัวเลข (fact & figure) เช่น ขนาดพื้นที่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง เดิมที search engine จะบอกคำตอบเป็นตัวเลขว่ามีพื้นที่กี่ตารางกิโลเมตร แต่ของใหม่ใน Bing จะอธิบายคล้ายกับเป็นประโยคบอกเล่าด้วยว่า พื้นที่เท่านี้ใกล้เคียงกับรัฐใดในสหรัฐอเมริกา

No Description

No Description

อีกตัวอย่างคือถามว่า ถ้ากินไอศกรีมแล้วจะได้แคลเลอรีเข้าร่างกายเท่าไร แทนที่จะระบุเป็นตัวเลขอย่างเดียว Bing ก็จะบอกด้วยว่าต้องวิ่งชดเชยเพื่อเบิร์นนานกี่นาที

No Description

ตัวอย่างสุดท้ายคือในประเด็นที่ไม่มีคำตอบตายตัว Bing ก็จะให้มุมมองทั้งสองด้าน เช่น ถ้าถามว่าคลอเรสโตรอลเป็นเรื่องแย่หรือไม่ คำตอบก็จะมีทั้งด้านบวกและลบเป็นตารางให้ดูง่ายๆ

No Description

ฟีเจอร์เหล่านี้เปิดให้ใช้งานแล้ว แต่ต้องตั้งค่า Bing เลือกประเทศเป็น United States

ไมโครซอฟท์ประกาศข่าวนี้ในงานแถลงข่าวด้าน AI ของบริษัท (งานเดียวกับที่ประกาศฟีเจอร์ใหม่ของ Excel ที่ใช้ AI) โดยระบุชัดว่า AI เป็นเรื่องสำคัญของบริษัท ในงานนี้ ไมโครซอฟท์ยังประกาศความร่วมมือกับ Reddit เพื่อนำข้อมูลจำนวนมหาศาลใน Reddit มาเป็นคลังข้อมูลของ Bing เพื่อตอบคำถามผู้คนได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/98365

Advertisements

for feed app only

%d bloggers like this: