ของมันต้องมี!! หมอนอิงดีไซน์เก๋ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลิตภัณฑ์สุดคลาสสิคของ Apple

Throwboy เปิดตัว The Iconic Pillow Collection ประกอบไปด้วยหมอนอิง 5 แบบ ซึ่งแต่ละแบบล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลิตภัณฑ์สุดคลาสสิคของ Apple แต่พยายามเลี่ยงการลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า โดยไม่นำโลโก้ของ Apple มาใช้ รวมถึงชื่อเรียกของหมอนแต่ละแบบ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสาวกของ Apple ต้องดูออกอย่างแน่นอน ว่าหมอนแต่ละแบบดูคล้ายผลิตภัณฑ์รุ่นใด

หมอนอิงจาก Throwboy ได้ยืมดีไซน์มาจากคอมพิวเตอร์ Apple II ที่เปิดตัวในปี 1997, Macintosh รุ่นแรกที่ออกมาในปี 1984, iMac G3 ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 20 ปี ในวันนี้ (15 สิงหาคม), iPod กับ iPhone รุ่นแรก ที่เปิดตัวในปี 2001 และ 2007 ตามลำดับ

The Iconic Pillow Collection ยังไม่พร้อมวางจำหน่ายในตอนนี้ แต่เปิดรับจองในรูปแบบหาเงินระดมทุน หากใครสนใจ และอยากให้ Throwboy บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ สามารถสนับสนุนได้ที่ Kickstarter

from:http://www.flashfly.net/wp/226470

Advertisements

สรุปการบรรยายว่าด้วยเทคโนโลยีและการแพทย์: ทิศทางใหม่แต่เน้นเรื่องเดิม

เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว Blognone เคยมีการรายงานสรุปการบรรยายเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการแพทย์โดย นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาแล้ว ในครั้งนั้น อาจารย์ระบุอย่างชัดเจนว่าในเรื่องของเทคโนโลยีกับการแพทย์จำเป็นต้องยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง ก่อนที่จะคิดถึงเทคโนโลยี (อ่านสรุปการบรรยายครั้งที่แล้วได้ที่นี่)

ผ่านมาวันนี้ ที่งานประชุมวิชาการบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ประจำปี พ.ศ. 2561 อาจารย์นวนรรนกลับขึ้นเวทีมาพูดอีกครั้งหนึ่งในหัวข้อ Digital Health Transformation: What’s Next? ซึ่งผมมีโอกาสได้ไปร่วมฟังการบรรยายในครั้งนี้ตามคำเชิญของคณะทำงานการประชุมวิชาการ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และโรงพยาบาลสมิติเวช จึงขออนุญาตถ่ายทอดมาเป็นสรุปสั้นๆ ให้ได้อ่านกันครับ

No Description
นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์

อาจารย์นวนรรนยังคงเริ่มต้นการนำเสนอด้วยการย้ำจุดยืนเดิมว่า การใช้เทคโนโลยีใดๆ จำเป็นที่จะต้องยึดคนไข้และบริบทสถานการณ์เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เรื่องของการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวตั้ง แบบที่ต้องการจะใช้เทคโนโลยีอย่างเช่น Blockchain เข้ามาจัดการกับผู้ป่วย เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในทางการแพทย์ คือต้องนำเอาสุขภาพของผู้ป่วยขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงตามมาด้วยการเพิ่มข้อมูลเข้าไป แล้วเทคโนโลยีจึงจะตามมาเป็นอย่างสุดท้าย

No Description

วิธีคิดที่ตั้งต้นด้วยเทคโนโลยีแต่แรก จึงเป็นแนวทางที่ผิด เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนไปตลอดเวลาเสมอ และเราคงไม่อยากไล่ตามเทคโนโลยีไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

No Description

เทคโนโลยีเองก็มีช่วงขึ้นและลงของมันด้วย ช่วงในรอยหลายปีที่ผ่านมาเราผ่านเทคโนโลยีต่างๆ มาเยอะมาก ซึ่งนำมาสู่ความหวังต่างๆ แต่พอใช้จริงกลับไม่เป็นแบบนั้น

No Description

เมื่อเราตั้งต้นแบบนี้ สิ่งที่ตามมาคือการทำให้เรามองเทคโนโลยีได้ดีขึ้นกว่าเดิมว่าควรนำมาเพื่อแก้ไขปัญหาอะไรและเหมาะสมกับสถานการณ์มากน้อยเพียงใด ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา เราเห็นเทคโนโลยีจำนวนมากที่จะเป็นความหวังให้กับโลกของการแพทย์ได้ แต่ในที่สุดเมื่อใช้จริงยังคงมีขอบเขตที่จำกัดมาก เช่น IBM Watson ที่ยังคงใช้ได้จริงจังเฉพาะในการรักษาโรคบางอย่าง (ล่าสุด IBM Watson Health เพิ่งปลดวิศวกรออกไปจำนวนมาก – ผู้เขียน) เพราะการใช้เทคโนโลยีย่อมแลกมาด้วยการสูญเสียบางอย่างเสมอ โดยเฉพาะปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ (human interaction) การทำให้เป็นดิจิทัล (digitization) จึงไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกดิจิทัล (digital transformation) แต่อย่างใด

ศาสตร์และสาขาอย่าง Health Informatics จึงเกิดขึ้น เพราะเป็นการพยายามใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของสถานพยาบาลและคนไข้ รวมถึงสาธารณสุขเป็นวงกว้างด้วย โดยในปัจจุบันมีคนที่จบปริญญาเอกสาขานี้เพียง 3 ท่านในประเทศไทย (ทำงานจริงเพียง 2 ท่าน เพราะอีกท่านกำลังอยู่ระหว่างการใช้ทุน) และกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาเพียงท่านเดียว ทำให้สาขานี้เป็นศาสตร์ที่ขาดแคลนมากในประเทศไทย

No Description

ขอบเขตของสาขา Health Informatics คือความพยายามในการศึกษาทั้งตัวนโยบาย การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร และการดูแลเกี่ยวกับสุขภาวะของผู้ป่วยและผู้บริโภคผ่านโลกของไอที ด้วยตัวสาขาและศาสตร์เองที่ไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นตัวตั้ง ทำให้วิธีมองและกรอบคิดมีความแตกต่างไปจากโลกทางวิศวกรรม ที่อาศัยเทคโนโลยีมาเป็นตัวแก้ไขปัญหาทุกอย่าง (techno-centric)

No Description

โลกของ Health Informatics จึงเป็นโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องต่างๆ จำนวนมาก และล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่บนฐานของการยึดผู้ป่วยเป็นแกนหลัก ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปเท่าใดก็ตาม อาจารย์ยังยกตัวอย่างเรื่องการใช้แถบกระดาษสีในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินเป็นวงกว้างด้วย ที่ถึงแม้จะไม่ทันสมัย แต่สามารถได้ข้อมูลที่ชัดเจนและจัดการกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี

ปัญหาที่เราเจอกันในทุกวันนี้ คือปัญหาที่เราพยายามตอบคำถามผิดไปหมด 2 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การบรรยายรอบที่แล้ว อาจารย์ชี้ให้เห็นว่าโลกเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม ทำให้ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากกว่าเดิม ทั้งฝั่งคนไข้ที่เข้าไม่ถึงข้อมูล ความแม่นยำที่ต่ำของอุปกรณ์ไอทีแบบสวมใส่ การไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ฝั่งโรงพยาบาลที่ยังบริหารจัดการข้อมูลได้ไม่เต็มที่ รวมถึงปัญหาความปลอดภัยที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ และในโลกของสาธารณสุขและนโยบายรัฐที่ยังไม่มีมาตรฐาน เรื่องเหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้น และทุกคนควรตระหนักถึงในจุดนี้อย่างมากเวลาจะใช้เทคโนโลยีใดก็ตาม

No Description

การคิดที่ดีและรอบคอบ จึงต้องดำเนินไปในทุกระดับ เพราะทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Health Informatics ล้วนแล้วแต่สัมพันธ์กัน ในระยะหลังแม้ผู้ป่วยจะเป็นศูนย์กลาง แต่เราต้องคิดไปไกลถึงทั้งในระดับนโยบาย และระดับชุมชนที่สัมพันธ์กันไปด้วย การนำเทคโนโลยีใดมาใช้จึงควรคิดถึงเรื่องเหล่านี้

No Description

อาจารย์นวนรรน ทิ้งท้ายว่าสิ่งที่ควรพิจารณาจากนี้เป็นต้นไป และถือเป็นทิศทางในอนาคตที่น่าจะเกิดขึ้นมีจำนวนมาก เช่นความพยายามในการผลักดันโรงพยาบาลให้ทันสมัยมากขึ้น การคิดถึงผู้บริโภคมากขึ้น รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ดีและแม่นยำมากขึ้น ซึ่งจะนำมาสู่สิ่งที่เรียกว่า “Precision Medicine” ที่เป็นความหวังอย่างมากในยุคปัจจุบัน รวมไปถึงความสำเร็จและความล้มเหลวของสตาร์ทอัพหลายรายด้านสุขภาพในอนาคต

No Description

ขอขอบคุณคณะทำงานการประชุมวิชาการ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และโรงพยาบาลสมิติเวช ที่ได้อำนวยความสะดวกให้เข้าฟังการบรรยายในครั้งนี้

from:https://www.blognone.com/node/104603

Oracle โอเพ่นซอร์ส Graphpipe เครื่องมือช่วยการดีพลอยโมเดลของ machine learning

Oracle ประกาศโอเพ่นซอร์ส Graphpipe เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมามีจุดประสงค์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการดีพลอยโมเดลของ machine learning โดยเฉพาะ

หัวหน้าโครงการของ Graphpipe คือ Vish Abrams กล่าวว่าถึงที่มาของโครงการ Graphpipe ว่าเนื่องจากทีมของเขาพัฒนา machine learning workflow อย่างหนัก แต่ก็ต้องพบกับความยากในการดีพลอยโมเดล จึงทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้นมา ซึ่ง Abrams เห็นว่าทุกวันนี้กระบวนการพัฒนามีการปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ ในขณะที่การดีพลอยนั้นไม่ค่อยมีคนคำนึงถึงมากนัก

Abrams บอกว่า Graphpipe สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาโดยการพัฒนาโปรโตคอลที่เป็นมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับการส่งข้อมูล tensor ในเครือข่าย, ทำให้การอิมพลีเมนต์ของไคลเอนท์และเซิร์ฟเวอร์เป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อน และทำให้การ query machine learning model จากเฟรมเวิร์คใด ๆ เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย และทางทีม Oracle ตั้งใจจะทำให้มาตรฐานนี้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายจึงได้โอเพ่นซอร์สเครื่องมือนี้

สำหรับโค้ดของ Graphpipe เวอร์ชันนี้จะรองรับ TensorFlow, Caffe2 และ ONNX ส่วนภาษาที่ใช้ในการดีพลอยตอนนี้รองรับ Go, Python และ Java โดยผู้ที่สนใจโครงการ Graphpipe สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก GitHub

ที่มา – Oracle (GitHub), TechCrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/104602

Apple จะขโมยจุดเด่นของ Galaxy Note 9 มาใช้ ด้วยการทำให้ iPhone 2018 รองรับ Apple Pencil

iPhone ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่พลิกโฉมอุตสาหกรรม โดยออกแบบมาให้ใช้งานง่ายด้วยปลายนิ้วสัมผัส ทำให้อุปกรณ์ PDA ค่อยๆ เลือนหายไปจากตลาด แต่ Samsung เป็นบริษัทเดียวที่ประสบความสำเร็จในการรักษาเอกลักษณ์ของ PDA เอาไว้ได้ นั่นก็คือปากกาสไตลัส และในรุ่น Galaxy Note 9 ก็มาพร้อมปากกา S Pen ที่ฉลาดยิ่งขึ้น เพราะรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth จึงสามารถใช้งานเป็นรีโมท ควบคุมการทำงานสมาร์ทโฟนได้จากระยะไกล

ล่าสุดมีข่าวว่า Apple อาจจะขอยืมจุดเด่นของ Galaxy Note series มาใช้บ้าง ด้วยการทำให้ iPhone รุ่นใหม่ที่ใช้จอแสดงผล OLED สนับสนุนการทำงานร่วมกับ Apple Pencil ซึ่งในปัจจุบันใช้ได้เฉพาะ iPad (2018) กับ iPad Pro เท่านั้น

คาดว่า iPhone รุ่นใหม่ที่ใช้จอแสดงผล OLED จะมีด้วยกัน 2 รุ่น คือ iPhone X รุ่นที่ 2 มีขนาดจอ 5.8 นิ้ว และ iPhone X Plus หรือ iPhone XS Plus มีขนาดจอ 6.5 นิ้ว

อย่างไรก็ตาม Galaxy Note 9 ได้รับการออกแบบมาให้มีช่องเก็บปากกาในตัว ขณะที่ iPhone ไม่ได้เป็นแบบนั้น อีกทั้ง Apple Pencil ก็มีขนาดใหญ่ เพราะออกแบบมาให้ใช้งานกับ iPad โดยเฉพาะ นั่นหมายถึง ถ้านำ Apple Pencil มาใช้กับ iPhone ก็จะพกพาไม่ค่อยสะดวก ซึ่งขัดแย้งกับปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple นอกจาก Apple จะออกแบบสไตลัสใหม่ เพื่อใช้งานกับ iPhone โดยตรง

ที่มา – Phonearena

from:http://www.flashfly.net/wp/226459

Samsung ขอจดสิทธิบัตรสารเคลือบผิวป้องกันการทิ้งรอยนิ้วมือ แถมซ่อมแซมตัวเองได้

Samsung ขอจดสิทธิบัตรว่าด้วยเรื่องของสารเคลือบผิวที่มีคุณสมบัติป้องกันการทิ้งรอยนิ้วมือ ที่สำคัญมันยังมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมร่องรอยขูดขีดที่เสียหายบนผิวหน้าของตัวเองได้ด้วย

Samsung ไม่ได้เจาะจงว่าสิทธิบัตรนี้จะใช้เฉพาะกับงานเคลือบผิวเท่านั้น แต่สารเคลือบผิวที่ว่าอาจทำออกมาในรูปแบบของแผ่นฟิล์มหรือเป็นตัวชิ้นส่วนอุปกรณ์เลยก็ได้ โดยองค์ประกอบของสารดังกล่าวนั้นจะมี polyrotaxane, polyhedral silsesquioxane และสารประกอบ fluorinated (meth)acryl ซึ่งเป็นอะครีลิกประเภทหนึ่งอยู่ด้วย

ในเอกสารสิทธิบัตรของ Samsung ยังระบุว่าสารที่ใช้เคลือบผิวหรือทำเป็นฟิล์มปิดทับพื้นผิวนี้ จะมีค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานที่ต่ำมาก โดยค่าดังกล่าวอยู่ในช่วง 0.01-0.5 อีกทั้งยังจะต้องมีคุณสมบัติไม่ดูดซึมน้ำ, มีความแข็งแรงแต่ยืดหยุ่นสูง ทั้งนี้หากมีการเคลือบสารพิเศษในลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มนั้นจะมีความบางเพียงแค่ 0.01-50 ไมโครเมตร อย่างไรก็ตาม Samsung ไม่ได้อธิบายคุณสมบัติการซ่อมแซมความเสียหายของตัวเองได้นั้นมีเบื้องหลังมาจากคุณสมบัติใดของสารเคลือบผิวที่ถูกกล่าวถึง

ทั้งนี้ภาพประกอบในคำขอจดสิทธิบัตรฉบับนี้ของ Samsung ยังมีภาพอุปกรณ์พกพาที่มีหน้าจอแบบพับงอได้ ซึ่งตรงนี้เองที่น่าจะเป็นจุดสำคัญที่จะใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติความยืดหยุ่นของสารเคลือบผิว

No Description

แน่นอนว่าการที่ Samsung ยื่นขอจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับสารเคลือบผิวนี้ใช่จะหมายความว่าสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตรุ่นถัดไปจะมาพร้อมสารเคลือบพิเศษนี้ได้ทันที แต่ก็พอจะตั้งข้อสังเกตได้ว่า Samsung น่าจะพอเห็นหนทางที่จะพัฒนาสารเคลือบผิวนี้ได้จริงในอนาคตบ้างแล้วจึงได้ทำการยื่นขอจดสิทธิบัตร

ที่มา – Android Headlines, ข้อมูลสิทธิบัตรจาก FPO

from:https://www.blognone.com/node/104601

Apple Music เอาใจคอเพลงรุ่นเก่าจัด Playlist เพลงยุค 80s, 90s และ 00s มาให้ฟัง

Apple Music 80s 90s 00s Thai Pop Playlist Cover

Apple Music ได้จัด Playlist สำหรับคอเพลงเก่าชาวไทย กับ Playlist รวมเพลงยุค 80s, 90s และ 00s มีให้ฟังรวมๆ แล้วมากกว่า 200 เพลง!!

Playlist เพลงไทยยุคเก่าใน Apple Music

ผู้ใช้ Apple Music สามารถเข้าไปฟังเพลงใน Playlist ต่างๆ ได้เลยตามด้านล่างนี้

‘80s Thai Pop Essentials

https://embed.music.apple.com/th/playlist/80s-thai-pop-essentials/pl.0ede2940f3c242609203c5046d3a6707

‘90s Thai Pop Essentials

https://embed.music.apple.com/th/playlist/90s-thai-pop-essentials/pl.32947365bfea46258a75a3ae0e1a4812

‘00s Thai Pop Essentials

https://embed.music.apple.com/th/playlist/00s-thai-pop-essentials/pl.4d7053b885974284ae89db48e6fc118b

เกี่ยวกับ Apple Music

Apple Music เป็นแอปรวมทั้งเพลง, Music Videos, มีเพลงให้ฟังมากกว่า 45 ล้านเพลงแบบไม่มีโฆษณา มี Playlist ต่างๆ ทั้งเพลงไทย เพลงสากล ให้เลือกฟังมากมายทั้งเพลงใหม่และเพลงเก่า ฟังได้ทั้งบน iPhone, iPad, iPod, Mac, Android และ Windows

  • บุคคลทั่วไป ค่าบริการเดือนละ 129 บาท
  • นักศึกษา ค่าบริการเดือนละ 69 บาท
  • ครอบครัว ค่าบริการเดือนละ 199 บาท

สามารถทดลองใช้ Apple Music ได้ฟรี 3 เดือน

from:https://www.iphonemod.net/apple-music-80s-90s-00s-thai-pop-playlist.html

Moto P30 เปิดตัว หน้าจอ 6.2 นิ้ว พร้อมรอยแหว่ง, ชิป Snapdragon 636, แรม 6GB

Motorola เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลางซีรีส์ใหม่ Moto P30 ใช้ดีไซน์ยอดนิยม ด้วยหน้าจอที่มากับรอยแหว่ง, กล้องหลังคู่แนวตั้ง พร้อมสีใหม่ Aurora ที่ใช้การไล่เฉดสีฟ้าไปสีม่วง คล้าย Huawei P20

สเปก Moto P30 มีดังนี้

  • ตัวเครื่องบาง 7.6mm., น้ำหนัก 175 กรัม
  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2248 x 1080 พิกเซล), อัตราส่วน 19:9
  • Android Oreo ครอบทับด้วย ZUI 4.0
  • ชิป Qualcomm Snapdragon 636, จีพียู Adreno 509
  • แรม 6GB, รอม 64GB / 128GB, รองรับ microSD card
  • กล้องหลังคู่ เลนสตัวแรกความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/1.8, เลนส์ตัวที่สองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, f/2.0, มีโหมด AI Portrait
  • พอร์ท USB Type-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5mm.
  • ใช้งานได้ 2 ซิม ประเภท NANO SIM
  • ระบบเสียง Dolby Atmos
  • ระบบความปลอดภัย ได้แก่ สแกนลายนิ้วมือ และ face unlock
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11ac, Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh, รองรับชาร์จเร็วที่กำลังไฟสูงสุด 18 วัตต์
  • มี 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีขาว และ สีรุ้ง (Aurora)

Moto P30 วางขายในจีน 15 กันยายนนี้ เป็นต้นไป รุ่น 6GB + 64GB ราคา 2,099 หยวน หรือประมาณ 10,000 บาท และรุ่น 6GB + 128GB ราคา 2,499 หยวน หรือประมาณ 12,000 บาท

ที่มา : XDA-Developers

No Description

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/104600

Advertisements

for feed app only

%d bloggers like this: