คลังเก็บรายเดือน: มกราคม 2013

31 มกราคม Avatar เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่มีรายรับรวมทั่วโลกมากกว่า 2 พันล้านเหรียญดอลล่าร์

วันนี้ 31 มกราคม เมื่อปี ค.ศ.2010 ภาพยนตร์เรื่อง Avatar กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่มีรายรับรวมทั่วโลกมากกว่า 2 พันล้านเหรียญดอลล่าร์

url

ที่มาภาพ scifibloggers

Avatar เป็นภาพยนตร์แนวนวนิยายวิทยาศาสตร์ เขียนบทและกำกับโดย James Cameron เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อปี ค.ศ.2009 ฉากของเรื่องอยู่ในโลกอนาคตช่วงกลางศตวรรษที่ 22 ซึ่งมนุษย์โลกต้องการขุดหาแร่มีค่าที่ชื่อว่า Unobtanium บนดาวเคราะห์ Pandora แต่การขุดเจาะแร่นี้ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับชาว Navi สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนดาว Pandora

avatar-pandora-stones-mountains-flying-islands-jungleดาว Pandora

ที่มาภาพ topwalls

ชื่อเรื่อง Avatar นี้ มาจากเนื้อเรื่องที่มีการใช้พันธุวิศวกรรมย้ายจิตของมนุษย์เข้าไปอยู่ในร่าง ของชาว Navi เพื่อสื่อสารปฏิสัมพันธ์กับชนเผ่าบนดาว Pandora

avatar5ชาว Navi

ที่มาภาพ disneyandmore

เรื่อง Avatar เริ่มเขียนขึ้นในปี ค.ศ.1994 ซึ่งในตอนแรก James Cameron ตั้งใจจะสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ต่อจากเรื่อง Titanic ในปี ค.ศ.1997 และมีแผนจะออกฉายในปี ค.ศ.1999 แต่เนื่องด้วยเทคโนโลยีในขณะนั้นไม่ก้าวหน้าพอจะสร้างภาพยนตร์แบบที่ Cameron ต้องการให้เป็นได้ จนถึงเมื่อปี ค.ศ.2005 ก็มีการสร้างภาษาของชาว Navi ที่จะใช้ในภาพยนตร์ และในปี ค.ศ.2006 ก็เริ่มพัฒนาเนื้อเรื่องและฉากขึ้น

"Sanctum" - Los Angeles Premiere - Arrivalsผู้กำกับ James Cameron

ที่มาภาพ hollywoodreporter

Avatar เปิดตัวครั้งแรกที่เมืองลอนดอน วันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ.2009 และออกฉากทั่วโลกในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ.2009 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวก และได้รับคำชื่นชมมากในด้านเทคนิคพิเศษทางภาพ (Visual effect) และในที่สุดก็ได้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดตลอดกาล ล้มแชมป์เดิมคือ Titanic ซึ่งอยู่ในตำแหน่งนี้มาถึง 12 ปี

หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ Cameron ก็เซ็นสัญญากับบริษัท 20th Century Fox เพื่อสร้างภาคต่ออีก 2 ภาคในอนาคต

 

ที่มา Wikipedia , Wikipedia : Avatar

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/on-the-day/31-jan-avatar-first-film-to-gross-over-2-billion-worldwide/

อ่างน้ำไฟฟ้าบำบัด (ค.ศ. 1910 – 1916)

1108-598x838

19101-598x456

4-280x281

Schnee Bath ซึ่งเป็นชุดอ่างน้ำไฟฟ้าจำนวน 4 อ่างใช้สำหรับการรักษาโรคไขข้ออักเสบ และอาการปวดข้อต่อต่างๆ

การรักษาคือให้คนนำแขนขาแช่ลงไปในแต่ละอ่าง โดยอ่างน้ำทั้ง 4 จะมีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ภายในตัวของมันเอง เครื่องเคลือบพวกนี้ปลอดภัยต่อการถูกไฟช็อตเพราะมันไม่ได้เชื่อมต่อกับท่อน้ำ และมันก็มีสายดินอีกด้วย

การรักษาอนุญาตให้คนไม่ต้องถอดเสื้อ แถมยังรักษาได้รวดเร็ว พิสูจน์แล้วว่ามันสะดวกสบายกว่าการแช่อ่างแบบทั้งตัว

เมื่อมองย้อนไปในอดีตเราก็จะได้พบกับการรักษาที่แปลก และน่าสนใจอยู่เรื่อยๆ

 

ที่มา retronaut

ข้อมูลจาก Wellcome Images / Window on Warwickshire / Frog Blog / Sacred Medical Order Church of Hope

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/stories/electrical-baths/

สุดยอดการทำงาน “สุด Fail” ที่มีคนเคยทำไว้

ลองมาดูสุดยอดการทำงานที่สุด Fail และน่าอับอายสุด แบบไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครทำแบบนี้ได้ด้วย

 

หน่วยงานดูแลงบประมาณของรัฐใช้เงิน 822,000 เหรียญดอลล่าร์ ไปกับการเที่ยวที่ Las Vegas

600px-US-GeneralServicesAdministration-Seal-Alt

ที่มาภาพ smarthr

GSA หรือ General Services Administration คือหน่วยงานอิสระของรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดเรื่องทั่วไปรวมถึงจัดวางแผนค่าใช้จ่ายเรื่องต่างๆ ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ขนาดหน่วยงานราชการแบบนี้ก็ยังทำเรื่องสุด fail ได้อีกซะนี่

ในปี ค.ศ.2010 มีการนำเงินที่ได้จากการลดค่าใช้จ่ายให้ส่วนอื่นๆ ไปใช้ในการจัดงานสัมมนาที่ Las Vegas ซึ่งมีคนในหน่วยงานไปร่วมสัมมนากัน 300 คน แต่งานนี้แทนจะเป็นการจัดงานแบบเน้นประหยัดค่าใช้จ่ายตามสไตล์ของหน่วยงาน เงินจำนวนนี้กลับถูกเอาไปใช้แบบสุรุยสุร่ายเกินความจำเป็น

las-vegas-city-4

ที่มาภาพ leontravelclub

เริ่มจากค่าในการทำกิจกรรม Team building เป็นเงิน 75,000 เหรียญดอลล่าร์ (ประมาณ 2.2 ล้านบาท) ซึ่งใช้ในการให้ผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมประดิษฐ์จักรยานและเป็นค่าเสื้อยืดคนละตัว หลังจากนั้นก็มีค่าปาร์ตี้ในห้องพัก เป็นเงิน 5,600 เหรียญดอลล่าร์ (ประมาณ 167,000 บาท) รวมถึงค่า Networking receptions ซึ่งเป็นค่าอะไรไม่รู้อีก 31,000 เหรียญดอลล่าร์ (ประมาณ 925,000 บาท) และอย่าลืม ค่าซูชิอีก 7,000 เหรียญดอลล่าร์ (ประมาณ 200,000 บาท)

sushi

ที่มาภาพ dailydump

ความ fail ยังไม่จบเพียงแค่นี้ เมื่อลองดูเข้าไปในรายละเอียดของค่าใช้จ่ายทั้งหมดความจริงก็ถูกเปิดเผย มีการซื้อน้ำเป็นเงิน 2,782 เหรียญดอลล่าร์ (ประมาณ 83,000 บาท) ซื้อเหรียญที่ระลึกเป็นเงิน 6,352 เหรียญดอลล่าร์ (ประมาณ 189,000 บาท) และค่าหนังสือประจำปีอีก 8,130 เหรียญดอลล่าร์ (ประมาณ 242,000 บาท)

งานนี้เต็มไปด้วยค่าใช้จ่ายไร้สาระเพิ่มขึ้นทุกวันๆ จนกระทั่งจบงาน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็เป็นเงิน 822,000 เหรียญดอลล่าร์ (24.5 ล้านบาท) ซึ่งหมายความว่าค่าใช้จ่ายของ 1 คนจะตกอยู่ที่ประมาณ 2,740 เหรียญดอลล่าร์ (ประมาณ 81,000 บาท) ในเวลาเพียง 5 วันเท่านั้น

Money_by_Venomspartan

ที่มาภาพ seindahcintashaies

จึงไม่น่าแปลกเลยที่งานนี้ต้องมีการสืบสวนกันครั้งใหญ่ ที่นำไปสู่การค้นพบอันแปลกประหลาดอีกมากมาย เช่น ในการเลือกสถานที่และวางแผนงานสัมมนาครั้งนี้ พนักงานของ GSA ได้ทำการ “เดินทางเพื่อสำรวจสถานที่” 2 ครั้ง “ประชุมนอกสถานที่เพื่อวางแผน” อีก 5 ครั้ง และ “ซ้อมปฏิบัติจริง” อีก 1 ครั้ง โดยการเตรียมการเหล่านี้จัดขึ้นที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง

แน่นอนว่างานนี้ทำเอาชื่อเสียงขององค์กรป่นปี้กันหมด เหลือเพียงหน่วยงานเพื่อการตรวจสอบความโปร่งใส หน่วยงานย่อยที่ยังดูพอมีหวังในการกู้ชื่อเสียงขององค์กรคืนมา แต่ทุกอย่างก็พังลงอีกเมื่อผู้อำนวยการบริหารที่รับผิดชอบงานนี้ชิงลาออกไปก่อน

 

 

กลุ่มต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ขโมยเพลงมาใส่ไว้ในโฆษณาตัวเอง

movie-piracy_topslice

ที่มาภาพ lostinthemultiplex

เราเดาเอาว่าทุกคนคงเคยเห็นโฆษณาต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ชุดนี้กันมาแล้ว

 

การรณรงค์ “Piracy — It’s a Crime” คิดขึ้นโดยกลุ่มต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ชาวดัตช์ที่ชื่อว่า “BREIN” เพื่อใช้ใส่เข้าไปในพวก DVD ภาพยนตร์ต่างๆ ก็เริ่มฉาย เป็นที่รำคาญของคนที่อยากดูหนังเร็วๆ กันมาเป็นเวลาหลายปี แต่ก็เห็นได้ว่ากลุ่ม BREIN นี้หวังดีอยากรักษาสิทธิ์ให้กับกลุ่มศิลปินต่างๆ อย่างแท้จริง แต่ก็กลับทำเรื่องสุด fail แบบนี้ออกมาซะได้

ในปี ค.ศ.2006 กลุ่ม BREIN ขอให้ชายที่ชื่อ Melchior Rietveldt แต่งเพลงให้กับโฆษณาต่อต้านการละเมิดสิขสิทธิ์ที่จะใช้ฉายในงานภาพยนตร์ในท้องถิ่น ซึ่ง Rietveldt ก็แต่งเพลงมาและได้รับเงินค่าจ้างไปตามปกติ

ไม่กี่ปีต่อมา Rietveldt ก็ต้องช็อคเมื่อพบว่า เพลงที่เขาแต่งสำหรับโฆษณาที่คิดว่าจะใช้งานนั้นงานเดียว ถูกนำไปใช้กับโฆษณาที่ถูกใส่เข้าไปใส DVD ภาพยนตร์เรื่องต่างๆ มากมาย

movie_piracy

ที่มาภาพ cinematicparadox

กลับกลายเป็นว่ากลุ่ม BREIN ตัดสินในขโมยเพลงของ Rietveldt มาใช้หลายต่อหลายครั้งโดยไม่ได้จ่ายเงินตามจริง ซึ่งถ้านับจากจำนวนครั้งที่โฆษณานี้ถูกใส่ไว้ DVD ผู้แต่งคนนี้ควรจะได้เงินมากกว่า 1.2 ล้านเหรียญดอลล่าร์ แน่นอนว่า Rietveldt โกรธมากและส่งคนไปท้วงหนี้ที่เขาควรจะได้รับ หลังจากนั้นเขาก็ได้รับการติดต่อจาก Jochem Gerrits ผู้อำนวยการบริหารบริษัทบันทึกเสียงซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารของกลุ่ม BREIN ด้วย Gerrits ตกลงจะช่วย Rietveldt ให้ได้เงินที่ค้างไว้ทั้งหมด ในเงื่อนไขว่า ตัวเขาเองต้องได้รับส่วนแบ่ง 33%

งานนี้ Rietveldt ที่คาดว่าน่าจะเซ็งหนักกว่าเดิมตัดสินใจคำเรื่องไปขึ้นศาลฟ้องร้อง Jochem Gerrits ลาออกจากการเป็นผู้บริหารของ BREIN และถึงแม้ทางกลุ่มจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลก็สั่งให้ Rietveldt ก็ได้รับเงินชดเชยในที่สุด

 

 

ผู้คิดค้นกีฬาบาสเกตบอลเป็นโค้ชที่ยอดแย่

james-naismith-3James Naismith

ที่มาภาพ nba

James Naismith คือผู้คิดค้นกีฬาบาสเกตบอลขึ้นมาในปี ค.ศ.1891ถึง ค.ศ.1898 ซึ่งกีฬานี้ต่อมาก็ได้รับความนิยมกันไปทั่ว Naismith เองขณะนั้นก็เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย Kansas ดังนั้น เขาจึงได้เป็นโค้ชทีมบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยที่ชื่อ “Jayhawks” ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเพราะคงไม่มีใครรู้เรื่องบาสเกตบอลได้ดีเท่ากับเขาอีกแล้ว แต่ปรากฏว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นแบบที่ทุกคนคิด

James Naismith เป็นโค้ชที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัย เหตุก็เพราะว่าเขาทำผลงานได้ยอดแย่มาก ด้วยผลการแข่งแพ้ 55 ครั้งจากการแข่ง 60 ครั้ง ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่มีโค้ชทีมของมหาลัย Kansas คนไหนทำผลงานได้ย่ำแย่เท่านี้อีกเลย

 

 

เรือดำน้ำที่ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับเรือดำน้ำชนกันเอง

akula_class_submarine_by_euqid-d2zpyg2

ที่มาภาพ meme-pictures

จุดประสงค์หลักของการใช้งานเรือดำน้ำก็เพื่อสำหรับการโจมตีแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว ดังนั้น ในหลายสิบปีที่ผ่านมานี้เทคโนโลยีการตรวจจับเรือดำน้ำก็พัฒนาขึ้นมาก เช่นเดียวกับตัวเรือดำน้ำเองก็มีการติดตั้งอุปกรณ์ทันสมัยเพื่อตรวจจับเรือดำน้ำของอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน

แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.2009 เรือดำน้ำของประเทศอังกฤษ HMS Vanguard และเรือดำน้ำของประเทศฝรั่งเศส Le Triomphant สองเรือดำน้ำสองลำที่ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับเรือดำน้ำที่ทันสมัยที่สุด เกิดดำอยู่ใต้น้ำในกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหมือนกัน ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะมหาสมุทรก็ออกจะกว้างใหญ่ แล้วแต่ละคนก็มีเครื่องคอยจับสัญญาณเรือดำน้ำลำอื่นเหมือนกัน แต่เพราะเหตุใดไม่รู้ได้ เรือดำน้ำทั้งสองกลับพุ่งเข้าชนกันเองซะนี่

_45483910_jex_291650_de27-1

ที่มาภาพ bbc

โชคยังดีที่ทุกคนรอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งดูแล้วก็น่าตลกที่เกิดอะไรแบบนี้ขึ้นได้ แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด เพราะเรือดำน้ำทั้งสองลำนี้บรรทุกเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และเหตุการณ์นี้เกือบจะได้กลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ไปแล้ว

 

 

อนุสาวรีย์แด่ช่างฝีมือชาวอเมริกาสร้างขึ้นในประเทศจีน

TMA-Photo-by-Floto+Warner

ที่มาภาพ urbite

เมือง Toledo ในรัฐโอไฮโอ ขึ้นชื่อในเรื่องการเป็นผู้ผลิตกระจกมาอย่างยาวนาน ช่างทำกระจกของเมืองนี้เป็นช่างฝีมือดีที่สุด ถึงแม้ในช่วงปีหลังๆ นี้อุตสาหกรรมทำกระจกจะไม่รุ่งเรืองเท่าแต่ก่อนอีกแล้ว เมือง Toledo ก็ยังคงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เมืองแห่งกระจก อยู่ดี ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกที่มีการสร้างอนุสาวรีย์เพื่อสื่อถึงประวัติศาสตร์การทำกระจกกันมายาวนานของเมือง

ในปี ค.ศ.2006 พิพิธภัณฑ์ Toledo Museum of Art ได้รับหน้าที่ให้สร้างตึกกระจกที่ดูน่าทึ่งขึ้นมา ตึกนี้เป็นสิ่งก่อสร้างราคากว่า 30 ล้านเหรียญดอลล่าร์เพื่ออุทิศให้กับความพยายามและฝีมือของเหล่าช่างทำกระจกแห่งเมือง Toledo น่าเสียดายที่เกิดเรื่องสุด fail ขึ้นมาจนได้ เมื่อกระจกทุกชิ้นที่ใช้ในตึกนี้ทำมาจากเมืองจีน “Made in China”

1269800068-toledo-glass-sanaa-5328-528x352“Made in China”

ที่มาภาพ archdaily

น่าแปลกที่ตึกนี้ที่ตั้งใจจะสร้างให้กับช่างทำกระจกชาวอเมริกา งานสร้างกระจกกลับถูกมอบหมายให้กับประเทศจีนซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้าของตัวเอง โดยใช้เทคนิคในการสร้างที่คิดค้นขึ้นโดยช่างจากเมือง Toledo แต่ถ้ามองในมุมของทางธุรกิจก็อาจจะมีเหตุผลที่พอฟังขึ้น เพราะตึกนี้โครงสร้างกระจกที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ช่างประจำเมืองจะทำได้ จึงต้องมอบหมายหน้าที่ให้กับประเทศจีนซึ่งมีกำลังการผลิตมากกว่า อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือตึกเพื่อเป็นอนุสาวรีย์ให้กับช่าวชาวอเมริกานี่ถูกออกแบบมาอย่างเจ๋งสุดๆ ขนาดที่ช่างชาวอเมริกายังสร้างเองไม่ได้เลย

 

ที่มา Cracked
ที่มาภาพประกอบ mcitpguide

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/articles/most-hilarious-ways-anyone-ever-failed-at-their-job/

“ฟ้าผ่า” อาจเป็นเหตุให้เกิดอาการปวดศีรษะ

lightning_4Wikimedia Commons

บางคนมีความรู้สึกว่าพายุกำลังมา ซึ่งมีการวิจัยใหม่ๆ ที่ชี้ว่าการปวดหัวเรื้อรังอาจเป็นหนึ่งในความสามารถของการรับรู้พลังของสายฟ้าจากฟ้าผ่า

การศึกษาในวารสาร Cephalalgia ของนักวิจัยจาก University of Cincinnati กล่าวว่า คนที่มีอาการดังกล่าวจะปวดหัวมากขึ้นเมื่อมีสายฟ้าใกล้เข้ามา

อาสาสมัครได้ถูกเลือกมาจาก International Headache Society โดยมีการบันทึกอาการปวดหัวไมเกรนทุกๆ วัน เป็นระยะเวลา 3 – 6 เดือน มีข้อสังเกตว่าอาการปวดหัวธรรมดาจะเพิ่มมากขึ้น 31% เมื่อมีฟ้าผ่าในระยะ 25 ไมล์จากบ้านของอาสาสมัครคนนั้นๆ และอาการปวดหัวไมเกรนเพิ่มขึ้น 28% อีกด้วย

การศึกษายังคงไม่แน่ใจว่าสภาพอากาศมีผลต่อการปวดหัวจริงหรือไม่ แต่ก็ได้มีการใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์ และเครื่องมือตรวจสอบสภาพอากาศต่างๆ มาช่วยวิเคราะห์ปัจจัยในการเกิดอาการปวดหัว ผลปรากฏว่า มีความเสี่ยงถึง 19% ที่จะเกิดอาการปวดหัวเมื่อมีฟ้าผ่า

Vincent Martin หนึ่งในหัวหน้าของการศึกษาอาการดังกล่าวอธิบายว่า “คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาจากสายฟ้าสามารถทำให้ปวดหัวได้ นอกจากนี้เหตุการณ์ฟ้าผ่าจะทำให้มลพิษทางอากาศ เช่น โอโซน เพิ่มขึ้น ซึ่งก็ไปเพิ่มการปลดปล่อยสปอร์ของเชื้อราต่างๆ นำไปสู่การปวดหัวไมเกรนได้อีกด้วย”

สุดท้ายนี้นักวิจัยก็ยังต้องมีการศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างอาการปวดหัว และปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยากันต่อไป

ที่มา popsci

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/news/lightning-may-cause-headaches/

การดูภาพ “สัตว์น่ารัก” สามารถพัฒนาเรื่องสมาธิได้

bearcubWikimedia Commons

มีการศึกษาจากทางญี่ปุ่นที่แนะนำให้มองดูรูปสัตว์ที่น่ารัก เพราะสามารถช่วยเรื่องสมาธิของเราได้

Hiroshima University ในญี่ปุ่นกล่าวว่า ความเอ็นดู และความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นจะถูกสร้างขึ้นในตัวของพวกเราผ่านการมองภาพน้องสัตว์น่ารักต่างๆ พร้อมกับสร้างสมาธิให้อีกด้วย มีการทดลองที่เกี่ยวกับการมองภาพ และทดสอบเกี่ยวกับความมีสมาธิ (การหาตัวเลขที่สุ่มให้ หรือการเล่นเกมชื่อ Operation ) โดยภาพที่นำมาทดสอบมีทั้งภาพแบบเพลิดเพลิน (ภาพอาหารเช่น สเต็ก และพาสต้า) และน่ารัก (ลูกสุนัข และลูกแมว)

ผลที่ได้จากการทดสอบนั้นน่าทึ่งมาก เพราะหลังจากคนที่ถูกทดสอบได้มองภาพสัตว์น่ารักแล้ว ประสิทธิภาพในการเล่นเกม Operation เพิ่มขึ้น 44% แต่ใช้เวลาในการเล่นนานขึ้น 12% และการทดสอบอีกหลายชนิดก็ทำได้อย่างดีขึ้น เช่น มีความถูกต้องเพิ่มขึ้น 16% และเร็วขึ้น 13%

“ภาพแนว Kawaii (คาวาอี้) หรือภาพน่ารักๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้เรามีความสุขขึ้นเท่านั้น มันยังช่วยในเรื่องพฤติกรรมได้อีกด้วย” งั้นเรามาดูภาพสัตว์น่ารักๆ ท้ายบทความกัน

ที่มา dailymail ข้อมูลจาก popsci

redpandaMemphis Zoo

sandcatWikimedia Commons

bordercollieWikimedia Commons

800px-Hamster_in_handWikimedia Commons

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/news/experiment-look-pictures-cute-baby-animals-improve-your-concentration/

“Blood Piss Blues” ผลงานภาพวาดจากเลือดคน

ผลงานศิลปะที่ทั้งดูน่าทึ่งและออกจะหลอนๆ ของศิลปินชาวบราซิล Vinicius Quesada ซึ่งใช้เลือดของตัวเองในการสร้างภาพเหล่านี้ขึ้นมาในชื่อโปรเจคว่า “Blood Piss Blues” ซึ่งเขาได้นำเลือดตัวเองผสมเข้ากับสี ตรงไหนที่ออกโทนเหลือง เขียว ก็จะใช้เลือดผสมน้อยหน่อย ส่วนตรงไหนที่เป็นสีแดงจัดก็ต้องใช้เลือดเยอะขึ้น

แต่สำหรับใครที่อยากให้บริจาคเลือดให้เขาไปสร้างผลงานบ้าง เขาบอกเอาไว้เลยว่า “ไปบริจาคเลือดให้กาชาดแทนดีกว่านะ”

เข้าไปดูผลงานเต็มๆ ของเขาได้ที่ Vinicius Quesada ที่มาข้อมูลจาก so bad so good

 

 

1.

tumblr_lyq90vzEUJ1qayqgro1_1280

 

 

2.

tumblr_l5o27aNzS61qayqgr

 

 

3.

tumblr_l6kuymA4hL1qayqgr

 

 

4.

tumblr_l6otz7rTuz1qayqgr

 

 

5.

tumblr_l6w650zoyM1qayqgr

 

 

6.

tumblr_l7bcjjyEWX1qayqgr

 

 

7.

tumblr_l7qkomAFW01qayqgr

 

 

8.

tumblr_l54x7nnUwE1qayqgr

 

 

9.

tumblr_l54x90oBo11qayqgr

 

 

10.

tumblr_l66n4nlzJd1qayqgr

 

 

11.

tumblr_l86ha48GeX1qayqgr

 

 

12.

tumblr_l534ryJQM11qayqgr

 

 

13.

tumblr_l534zlQd6r1qayqgr

 

 

14.

tumblr_l703ldCHMl1qayqgr

 

 

15.

tumblr_l720r9r4hp1qayqgr

 

 

16.

tumblr_l5350wAFap1qayqgr

 

 

17.

tumblr_l5352v8oER1qayqgr

 

 

18.

tumblr_l5355ennwP1qayqgr

 

 

19.

tumblr_l53586QOPv1qayqgr

 

 

20.

tumblr_labw0y0TIp1qayqgr

 

 

21.

tumblr_ldtwisr15W1qayqgr

 

 

22.

tumblr_lewzg57Sqe1qayqgro1_1280

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/stories/blood-piss-blues-vinicius-quesada/

23 มกราคม การผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจสัตว์ให้กับมนุษย์เป็นครั้งแรกในโลก

วันนี้ 23 มกราคม เมื่อปี ค.ศ.1964 นายแพทย์ James Hardy แห่งมหาวิทยาลัย Mississippi ได้ผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจสัตว์ให้กับมนุษย์เป็นครั้งแรกในโลก

hardy_inmemoryJames Hardy

ที่มาภาพ surgery

การผ่าตัดครั้งนั้นเป็นที่โต้เถียงกันอย่างมาก James Hardy ได้ทำการวิจัยเรื่องการปลูกถ่ายมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1955 และเมื่อถึงปี ค.ศ.1964 เขาก็พร้อมจะทำการผ่าตัดเป็นครั้งแรก แต่เมื่อคนไข้คนแรก Boyd Rush อายุ 68 ปี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล กลับไม่มีหัวใจมนุษย์สำหรับใช้ปลูกถ่ายอยู่เลย เพื่อยื้อชีวิตของเขา Hardy จึงตัดสินใจใช้หัวใจของลิงชิมแปนซีที่ชื่อว่า Bino แทน

hardy_transplant

ที่มาภาพ umc

หลังจากได้รับการปลูกถ่ายแล้ว หัวใจดวงใหม่นี้สามารถเต้นเองได้ แต่ขนาดของมันเล็กเกินกว่าจะทำงานได้อย่างเต็มที่ Rush จึงเสียชีวิตลงหลังจากการผ่าตัด 90 นาที

การกระทำนี้ของ James Hardy ถูกวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เพื่อนร่วมงานของเขาบางคนกล่าวว่า การทดลองกับสัตว์อยู่ในห้องวิจัยเป็นเวลา 9 ปี เต็มของเขานั้นยังไม่เพียงพอต่อการไปผ่าตัดจริงๆ ได้ หลังจากนั้นในช่วงปี ค.ศ.1964- ค.ศ.1977 ก็มีการปลูกถ่ายหัวใจของแกะ ลิงบาบูน และลิงชิมแปนซีให้กับมนุษย์อีกอย่างน้อย 4 คน ซึ่งทั้งหมดเสียชีวิตหลังจากการผ่าตัดไม่กี่วัน ยกเว้นในปี ค.ศ.1984 ทารกที่รู้จักในชื่อว่า Baby Fae ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจลิงบาบูนและมีชีวิตอยู่ได้ถึง 20 วัน

ในปี ค.ศ.1967 ก็มีการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจระหว่างมนุษย์กับมนุษย์สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลกโดยฝีมือของ Christiaan Barnard

 

 

ที่มา Today in Sci , telegraph

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/on-the-day/first-animal-to-human-heart-transplant/