[กรณีศึกษา] การทวีตของสื่อ @NTVWorldNews ที่ทวีตแล้วไม่ใส่แหล่งที่มา

เรื่องของเรื่องก็คือว่าวันนี้เจอทวีตที่พี่แอนพูดถึง Nation TV News (ทีมข่าวต่างประเทศ เนชั่นแชนแนล เนชั่นทันโลก) ตามนี้นะฮับ

คุณ @ NTVWorldNews ก็ตอบกลับมาเกือบจะทันทีว่า

ซึ่งอ่านแล้วก็..เงิบใช่มั้ยฮับ คือมันใช่คำตอบเหรอฟะ.. :h_OAO: พี่แอนก็เลยตอบกลับไปว่า

ทีนี้คุณเนชั่นเค้าก็ตอบกลับมาอีกว่า

ซึ่งดูๆ แล้ว ก็เคยมีคนบอกว่าเคยเตือนเค้าแล้วเหมือนกัน แต่คนดูแลทวิตเตอร์ก็ยังยืนกรานความคิดของตัวเองไม่เปลี่ยนแปลง

ทีนี้เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างพี่แอนกับคุณเนชั่นค่อนข้างเป็นเหตุการณ์ที่มีคนเห็นเยอะ เพราะต่างคนก็ต่างมี followers มาก ก็เลยเริ่มมีคนมาผสมโรงให้ความเห็นแบบนี้

คุณเนชั่นก็ให้เหตุผลมาอีกว่า บางเว็บก็ไม่เหมาะสม เช่นแบบนี้

จุดนี้ในฐานะของตัวข้าพเจ้าเอง เริ่มรู้สึกว่าไม่ไหวละ ก็เลยเข้าไปผสมโรงถามเค้าด้วยอีกคน

บอกตรงๆ ตอนนั้นยังงงด้วยว่าลิงก์ที่ว่ามันไม่เหมาะสมยังไง เพราะเข้าไปก็มีภาษารัสเซีย (รึเปล่าหว่า) เข้าใจว่าที่คุณเนชั่นแกว่าไม่เหมาะสม เพราะมันเป็นภาษาอื่นอาจจะอ่านเข้าใจยาก? (แต่ถ้าคนอยากรู้ที่มาจริงๆ ก็กด Google Translate แปลเอาก็ได้นี่หว่า) และแล้วก็ได้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมลิงก์นั้นถึงไม่เหมาะสมตามนี้

….อ่านแล้วเงิบรอบสอง :h_sood: คือถ้าคุณกดเข้าไปดูลิงก์ที่เค้าบอกเนี่ย รูปอื่นๆ มันโดดเด้งกระแทกตามากกว่ารูป “โฆษณาลามก” ที่เค้าพยายามอ้างซะอีกนะ ก็เลยถามไปแบบนี้

ซึ่งคุณเนชั่นก็ยังยืนยันในเจตนารมณ์เดิม

คุณ @_adiana ที่ร่วมคุยกันมาก็มาให้ความเห็นอีกรอบ

คุณเนชั่นเก้าะยังยืนกรานคำตอบเดิม :h_bangrajun:

ในขณะที่ตัวข้าพเจ้าเองเริ่มสิ้นหวังกับคำตอบของคุณเนชั่นมากขึ้นเรื่อยๆ มาดู side story กัน

และที่เด็ดกว่านั้นคือทวีตนี้ของคุณ @public_lewcpe

ซึ่งในไฟล์ pdf ดังกล่าว หน้า 28 มีเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า “เพื่อไม่ให้สูญเสียความน่าเชื่อถือ นักข่าวจึงไม่ควรเสนอข่าวที่เลื่อนลอย ปราศจากที่มา ข่าวลือหรือแผ่นปลิว”

…แต่เท่าที่ดูใน Twitter ก็ไม่สามารถเข้าใจได้จริงๆ ว่าแอคเคาต์นี้เป็นแค่ “นักข่าว” หรือเป็น “สื่อวาไรตี้ตลกโปกฮา” ที่อยากจะสื่อสารอะไร อยากจะทวีตอะไรก็ทวีต ไม่ต้องให้เครดิต ทั้งๆ ที่รูปก็ไม่ทำเอง เนื้อหาก็ไปแปลจาก source ที่ก็ไม่รู้ว่าเป็น source ไหน (ต้องลำบากถามกันไปอีกชั้นนึงอีก) ความน่าเชื่อถือก็ไม่มี ซึ่งเอาจริงๆ การใส่เครดิตมันมีประโยชน์มากๆๆๆ ในกรณีของการใช้ Twitter เพื่อสื่อสารในเหตุการณ์ภัยพิบัติหรือจราจลก่อการร้าย อะไรงี้นะฮับ ให้นึกภาพอยู่ๆ มีสำนักข่าวทวีตลอยๆ ว่ามีประเทศอาราเล่เกิดแผ่นดินไหว 8 ริกเตอร์ ผู้ตายอีกกว่า 900 คน อะไรงี้ดูสิ กว่าจะรู้เหตุการณ์ กว่าจะรู้ต้นตอของข่าวแล้วต้องเสียเวลาไปถาม กับการทวีตหัวข้อข่าวแล้วใส่ที่มาของข่าวไว้เลย อะไรจะดีกว่ากัน?

ก็ไม่รู้ว่าในแง่ของความเป็น Social Network สื่อแต่ละเจ้าวางตำแหน่งตัวเองไว้แค่ไหน จะทำหน้าที่สื่อมวลชน หรือสักแค่จะเป็นแอคเคาต์วาไรตี้ทวีตทีหวังจำนวน RT เยอะๆ ก็ไม่ทราบได้ และเอาจริงๆ ถ้าจะย่อความใน 1 ทวีตให้สั้นง่ายได้ใจความกระชับพร้อมใส่ลิงก์ที่มามันก็น่าจะทำกันได้ไม่ยาก และมันควรจะเป็นจรรยาบรรณที่ “สื่อมวลชน” ต้องสื่อสารให้ผู้อ่านเข้าใจและเข้าถึงเนื้อหาต้นตอได้โดยไม่ต้องร้องขอหรือเปล่า? ก็ฝากให้คิดดูนะฮับ

ป.ล. แปะตัวอย่างการใส่ทั้งหัวข้อข่าว ทั้งรูป และลิงก์ที่มา มันก็ยังทำได้ใน 140 ตัวอักษรนะ? :h_noproblem:

from:http://faceblog.in.th/2013/04/ntcworldnews-case-study/

Advertisements

ไมโครซอฟท์ ปล่อยแอพ Facebook beta สำหรับ Windows Phone

อย่างที่ผู้ใช้ Windows Phone ทราบกันดีว่าตอนนี้แอพ Facebook ที่มาพร้อม Metro UI นั้นไม่ใช้แอพพลิเคชั่นอย่างเป็นทางการจาก Facebook และแอพดังกล่าวก็มีเสียงตอบรับจากผู้ใช้งานที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะยังให้ประสบการณ์ในการใช้งานไม่ดีเพียงพอ

วันนี้ไมโครซอฟท์ได้ปล่อยแอพ Facebook Beta ตัวใหม่ โดยคุณสมบัติที่มีมาจากแอพเดิมแต่ได้เพิ่มการสนับสนุนการแชร์โพส (เดิมต้องทำจากหน้าโมบาย) การแสดงผลโปรไฟล์แบบไทมไลน์ และนอกจากนั้นยังมีการยกเครื่อง UI ใหม่ทั้งหมดโดยให้ความรู้สึกไม่ต่างไปจากแอพหลักบน iOS และแอนดรอยด์

โดยผู้ที่ต้องการใช้สามารถโหลดได้โดยการสแกน qr code ตามที่มา และสามารถส่งความคิดเห็นไปยังผู้พัฒนาได้ที่เมนู Settings>About (ส่วนตัวหลังลงแอพแล้วความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือ “เร็ว!”, ตัวแอพแสดงผลภาษาไทยได้ดี แต่ยังพิมพ์ข้อความภาษาไทยในแอพไม่ได้ครับ)

ที่มา – Windows Phone Central, Windows Phone Blog

Microsoft, Facebook, Windows Phone

from:http://www.blognone.com/node/43834

Geek.com เผยฟีเจอร์ของ Galaxy S4 เยอะเกินไป ทำพื้นที่ใช้งานหายไปเกือบครึ่ง

เรื่อง Boltware หรือโปรแกรมที่ทางผู้ผลิตได้ใส่มาให้นั้น คงเป็นเรื่องที่หลายๆ คนคงปฏิเสธไม่ได้ และกับเรือธงตัวล่าสุดของซัมซุงเช่นกัน หลังจากที่เริ่มวางขายในสหรัฐอเมริกาไปเมื่อไม่นานมานี้ทาง Geek.com ได้ลองซื้อรุ่นที่ถูกที่สุด (16 GB) มาทดลองใช้งานดู และก็พบว่าซัมซุงได้ใส่ Boltware มาให้ เยอะเกินความจำเป็น ไปจริงๆ

โดย Geek.com เปิดเผยว่าในรุ่น 16 GB ซึ่งเป็นรุ่นที่ถูกที่สุดนั้น พื้นที่เก็บข้อมูลจะถูก Boltware เช่น S Health, S Travel และ ChatOn รวมถึงตัวระบบแอนดรอยด์ดึงไปถึง 45% ของพื้นที่ทั้งหมด หรือก็คือพื้นที่ๆ เหลือให้ใช้งานจะเหลือเพียงแค่ 8.82 GB เท่านั้น ซึ่งมันดูไม่แฟร์สำหรับคนที่ซื้อรุ่นถูกสุดมาใช้งานมาก

ทางแก้ของคนที่ต้องการใช้งานรุ่นถูกสุดในเบื้องต้น ก็คือจะต้องหา MicroSD มาใช้งาน ซึ่งซัมซุงก็ไม่ได้แถมมากับรุ่น 16 GB เช่นกัน หรือไม่ก็ถ้ามีความรู้หน่อย ก็สามารถรูทเพื่อลงรอมที่เอา Boltware ออกไปแล้วได้นั่นเองครับ

ที่มา – Geek.com ผ่าน BGR

Galaxy S4, Samsung Galaxy, Samsung

from:http://www.blognone.com/node/43832

แจ้งเตือนช่องโหว่ D-Link IP Cameras อาจถูกเข้าถึงจากภายนอกได้

บริษัท Core Security แจ้งเตือนรายการช่องโหว่ของอุปกรณ์ D-Link IP Cameras ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงวีดิโอที่กำลังสตรีมอยู่ในขณะนั้นได้ โดยรายการของช่องโหว่ดังกล่าวนี้มีตั้งแต่ระดับทั่วไป (ข้ามผ่านการล็อกอิน) จนไปถึงการอัดฉีดคำสั่งเพื่อควบคุมได้

ผลจากการทดสอบช่องโหว่นี้ ผู้โจมตีสามารถใช้คำสั่งต่างๆ ผ่านหน้าเว็บอินเตอร์เฟส, ข้ามผ่านการตรวจสอบตัวตนทาง และเข้าถึงการสตรีมวีดิโอผ่านทางโปรโตคอล RTSP โดยทาง Core Security ได้กล่าวว่า หากอุปกรณ์รุ่นที่ใช้อยู่นั้นอยู่ในรายการนี้ ควรติดตามข่าวสารรวมถึงตามอัพเดทแพตซ์ต่างๆ จากทาง D-Link อย่างสม่ำเสมอ

ที่มา – Softpedia

D-Link, Security

from:http://www.blognone.com/node/43830

ตำรวจดัตซ์จับแฮกเกอร์ผู้ทำการ DDoS ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกได้แล้ว

ตำรวจเนเธอแลนด์ยืนยันข่าวการเข้าจับกุมชายวัย 35 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการ DDoS เว็บไซต์ Spamhaus ในเดือนมีนาคม โดยการโจมตีในครั้งนี้นับว่าเป็นการ DDoS ที่ใช้ปริมาณแบนด์วิดท์‎เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์คือ 300Gbps

ในเบื้องต้นเชื่อกันว่าชายคนนี้คือ Sven Kamphuis เจ้าของและผู้ดูแลบริการเว็บโฮสติ้งที่มีบังเกอร์ป้องกันนิวเคลียร์ CyberBunker โดยน่าจะมีเหตุจูงใจจากการที่ Spamhaus ได้เพิ่มเว็บไซต์ของ CyberBunker เข้าสู่แบล็คลิสต์ว่าเป็นสแปม โดยชายคนนี้จะถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา – SC Magazine

DDoS, Hacker, Security

from:http://www.blognone.com/node/43829

หัวหน้าทีมออกแบบ Android ยืนยัน Facebook Home คือผลงานออกแบบขั้นเทพ

หลังจาก Facebook Home ได้เปิดตัวให้ผู้ใช้มือถือ Android สามารถ download ไปติดตั้งใช้งาน ก็ได้รับเสียงตอบลบอย่างล้นหลามและได้รับเสียงวิจารณ์อย่างท่วมท้นบน Google Play Store (Rating 1 ดาวไปซะเกินครึ่ง) ทั้งนี้ทั้งนั้นเหตุผลไม่ใช่เพราะว่า Facebook Home มันไม่สวย แต่มันทำให้ผู้ใช้รู้สึกถูกรุกล้ำและทำให้ Android ไม่เป็น Android 

ความเป็น Android ในที่นี้คือ Home Screen, Widgets, Folders และ Notification bar ถูกลบหายไปจากหน้าจอหลักของโทรศัพท์ (ถึงแม้ Notification bar จะเอากลับมาได้ผ่านทาง Settings ก็ตาม) และสิ่งเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วย Cover feed ซึ่งเป็นสไลด์ของรูปภาพและสถานะจากเพื่อนๆของเราใน Facebook แทน
จริงๆแล้วจะว่าไปทีมงาน Facebook เองก็ไม่เคยบอกว่าพวกเค้าจะสร้าง Facebook Home โดยไม่แตะต้องประสบการณ์ใช้งานพื้นฐานของ Android และเค้าก็ไม่เคยบอกว่าจะสร้าง App ใหม่ของ Facebook บน Android พวกเค้าสร้างสิ่งที่พวกเค้าตั้งใจและออกแบบมาให้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

Matias Duarte หัวหน้าทีมออกแบบ Android ที่เป็นผู้รับผิดชอบการแปลงร่าง Android จาก Gingerbread ให้เป็น Ice Cream Sandwich และล่าสุด Jelly Bean ได้แสดงความเห็นส่วนตัวว่า เขา “เห็นด้วย” กับสิ่งทึ่ Facebook ทำและชื่นชมการออกแบบ Facebook Home ว่า “ได้ผ่านการขัดเกลาและมีความละเมียดละไมมากในรายละเอียดการออกแบบ” อีกทั้งยังพูดเสริมว่า “ผู้ผลิตมือถือบางรายยังไม่สามารถออกแบบได้ในระดับที่ Facebook ทำ” 

Duarte ไม่เห็นด้วยกับคนที่บอกว่า Facebook Home นั้นรุกล้ำความเป็น Android ทั้งที่จริงแล้วเค้ารู้สึกว่าเป็นการ “ยกระดับ” Android มากกว่า เค้ายังยืนยันอีกว่า นี่แหละคือ “ความเป็น Android”: เปิดกว้าง, มีทางเลือก, มีความสร้างสรรค์ และสร้างนวัตกรรม 

ที่มา: Phandroid ผ่าน Tech Barista

from:http://droidsans.com/matias-duarte-praise-facebook-home-design

พบข้อความทวีตและภาพที่ส่งผ่านแอพ Twitter ที่ใช้บน Google Glass

google-glass-1

หนึ่งสิ่งในปีนี้ที่ถือว่าเรียกเสียงฮือฮากับนวัตกรรมล่าสุดอย่าง Google Glass แว่นตาไฮเทคจากค่าย Google และเชื่อว่าใครหลายคนก็คงรออยู่ แม้จะมีข่าวจากหลายๆ ที่บอกว่าจะเริ่มวางขายในช่วงปีหน้าก็ตาม ล่าสุดก็มีความเคลื่อนไหวที่เรียกว่า “หลุด” โดยเกี่ยวกับแอพพลิเคชันที่จะเอามาใช้งานกับตัวแว่นตานี้กับข้อความทวีตพร้อมภายถ่ายที่น่าจะมาจาก Google Glass

โดยข้อความนี้ถูกทวีตโดย @MogroothMuddler เป็นข้อความที่ใส่ tag #throughglass และมีรูปถ่ายโดยมีแอพที่ระบุไว้ด้านล่างว่าเป็น Twitter for Glass โดยทาง @jonmarkgo ได้จับภาพไว้ได้ และเมื่อเข้าไปตรวจสอบดูข้อความต้นฉบับของ ทวีตก็พบว่าถูกลบไปแล้ว รวมถึงชื่อคนทวีตก็ถูกลบไปแล้วด้วยเช่นกัน

ทาง Twitter นั้นก็ไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อความทวีตนี้แต่อย่างใด (ตามฟอร์ม) แต่คาดกันว่าทาง Twitter น่าจะออกมาเปิดตัวด้วยตัวเองอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้เกี่ยวกับ Twitter สำหรับ Google Glass

ลองนึกดูนะครับว่าต่อไปนี้อยากแชร์รูปถ่ายอะไรที่เรามองก็เพียงแค่สั่งผ่านแว่น เท่านี้รูปก็ขึ้นไปยังช่องทางโซเชียลที่เราต้องการแล้ว (แต่มันก็ดาบสองคมนะครับ)

นี่คือสิ่งที่เป็นสัญญาณบอกว่า บริษัทต่างๆ นั้นพร้อมที่จะทำแอพพลิเคชันออกมาสนับสนุนเพื่อใช้งานกับแว่นตาไฮเทคตัวนี้กันอย่างเต็มที่ และภาพทวีตนี้ทำให้ Google Glass กลับถูกจับตามองกันมากขึ้น

และถ้าจะให้มองความเคลื่อนไหวปีนี้ต้องถือเป็นปีที่มีความเคลื่อนไหวของ Gadget น่าจะมากที่สุด โดยเป็นแนวโน้มเกี่ยวกับอุปกรณ์การสวมใส่ (Wearable Devices) แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาที่ค่ายยักษ์ใหญ่ต่างๆ อย่าง Apple, Samsung หรือค่ายที่ทำหูฟังบลูทูธและลำโพงอย่าง Jawbone ซุ่มพัฒนาและเตรียมเปิดตัวอีกไม่นานเกินรอ รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ช่วยออกกำลังกายทั้งของ Nike เองหรือ Jawbone ก็ผลิตและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

เทรนด์นี้จะมาแรงหรือไม่แรง คงต้องรอเมื่อทุกอย่างลงสู่ตลาดจริง เพื่อรอคำตอบจากสาวกทั้งหลายว่าจะโดนใจหรือไม่ครับ

ที่มา: CNet

from:http://thumbsup.in.th/2013/04/twitter-for-google-glass-leaked/