คลังเก็บรายเดือน: เมษายน 2014

Samsung ปล่อยโฆษณาโปรโมท Galaxy S5 ชุดใหม่ 4 คลิปรวด พร้อมแซะ iPhone อีกครั้ง

Samsung ได้ส่งโฆษณาสมาร์ทโฟนรุ่นท๊อป Galaxy S5 ชุดใหม่ล่าสุด ซึ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าในสหรัฐอเมริกา โดยได้นำเสนอคุณสมบัติเด่นของ Galaxy S5 ในด้านต่างๆ แบ่งออกเป็น 4 คลิปด้วยกัน ได้แก่ คลิปคุณสมบัติ S-Health ที่ได้นำเสนอการใช้งานตรวจสอบเกี่ยวกับอัตราการเต้นของหัวใจเพียงแค่เอานิ้วแตะที่เซนเซอร์ด้านหลัง , คลิปคุณสมบัติ Ultra Power Saving Mode กับความสามารถในการประหยัดพลังงานเมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย โดยตัวเครื่องจะเปลี่ยนเข้าสู่โหมดขาวดำและแม้ว่าจะมีแบตเตอรี่เพียงแค่ 10% ก็จะยังสามารถใช้งานในโหมด Standby ได้นานถึง 1.5 วันเลยทีเดียว , คลิปเกี่ยวกับกล้องดิจิตอลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่สามารถเลือกปรับจุดโฟกัสได้หลังจากถ่ายภาพไปแล้ว และสุดท้ายกับคลิปโฆษณาที่บ่งบอกถึงคุณสมบัติของหน้าจอ Super AMOLED ที่ให้ความคมชัดและยังให้ข้อมูลแอบแซะ Apple ว่า Galaxy S5 นั้นมีพื้นที่ของหน้าจอในการใช้งานที่มากกว่า iPhone 5s ถึง 62% อีกด้วย

Screen Shot 2557-04-30 at 11.53.27 PM

ที่มา – samsungmobileusa

http://www.flashfly.net/wp/?p=90044

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=90044

[Preview] Huawei Honor 3C มือถือจอสวย สเปกไม่ธรรมดาในราคาที่เอื้อมถึง

 

สวัสดีเพื่อนสมาชิก Droidsans ทุกท่านครับ วันนี้จะมาพรีวิวมือถือรุ่นใหม่จากซีรีย์ Huawei Honor ให้ทุกท่านรู้จักกันครับ มันคือ Huawei Honor 3C นั่นเอง โดยตอนนี้เริ่มมี ประกาศให้จองกันแล้วในราคา 5,590 บาท แถม 10 คนแรกได้ราคาพิเศษลด 50% เหลือแค่ 2,795 บาทอีกต่างหาก ด้วยสเปกและราคานี้ต้องถือว่า ท้าชนกับ ASUS Zenfone 5 กันตรงๆเลยทีเดียว ว่าแล้วลองมาดูรายละเอียดสเปกกันคร่าวๆดีกว่า

  • หน้าจอ : LTPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD
  • CPU : Mediatek MT6582 Quad core 1.3 GHz
  • GPU : Mali-400MP2
  • RAM : 2 GB
  • หน่วยความจำภายใน : 8 GB
  • กล้องหน้า : 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง : 8 ล้านพิกเซล พร้อม AF และ LED flash
  • แบตเตอรี่ : 2300 มิลลิแอมป์
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 4.2 พร้อม Emotion UI 2.0
  • SIM support: รองรับการทำงาน 2 ซิม standby พร้อมกัน

เครื่องที่ได้มารีวิวนี้ไม่มีกล่องมาให้นะครับ เลยยังไม่สามารถบอกได้ว่า ใน package ที่วางจำหน่ายจริงๆ นั้นจะมีอะไรแถมมาให้บ้าง แต่สิ่งที่สะดุดตาเป็นอย่างแรกตอนที่ได้เครื่องมาถืออยู่ในมือเลยก็คือ “หน้าจอ” ครับ

ตอนที่ได้ยินราคาครั้งแรก บอกตรงๆว่าในใจผมคิดว่าคงจะคล้ายๆ มือถือ Android ในราคาช่วงเดียวกัน คือ หน้าจอ TFT จอใหญ่ 5 นิ้ว ความละเอียด qHD อะไรเทือกนั้น แต่พอเปิดหน้าจอขึ้นมาแล้วต้องบอกว่าประหลาดใจมาก เพราะจอมันสวยจริงๆสีสันดูสดใสและภาพก็คมชัดพอสมควร ความละเอียดระดับ HD บนจอ 5 นิ้วของ Honor 3C ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริงๆ ได้ยินว่าเป็นจอแบบใหม่ LTPS (Low Temperature Poly Silicon) เดี่ยวตอนรีวิวจะมาบอกข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้งครับ

เราลองมาดูรอบๆตัวเครื่องกันก่อนดีกว่าว่าเป็นยังไงบ้าง เริ่มกันที่ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีอะไรนอกจากช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

ด้านขวาจะมีปุ่ม Volume Control และปุ่ม Power ตามมาตรมือถือแอนดรอยด์ทั่วไป ซึ่งก็โอเคอยู่แล้วสำหรับตำแหน่งนี้

 

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบสาย MicroUSB สำหรับชาร์จและโอนข้อมูล พร้อมช่องไมค์สำหรับสนทนา

 

ด้านหน้าของตัวเครื่องนอกจากหน้าจอแล้ว ด้านบนจะมีลำโพงสำหรับสนทนาและกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนด้านล่างจะเป็นปุ่มสัมผัสแบบ Capacitive ไล่ตามลำดับเป็นปุ่ม Back, ปุ่ม Home และปุ่มเมนูครับ

 

ด้านหลังประกอบด้วย กล้องหลักขนาด 8 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash บริเวณด้านบนของกล้องเป็นรูสำหรับไมค์ตัดเสียงรบกวน ส่วนด้านล่างจะเป็นลำโพงสำหรับเสียงเรียกเข้าและเสียงเตือนครับ

 

พอแกะฝาหลังออกมาเราจะพบช่องใส่ MicroSIM 2 ช่อง โดยลำดับจะแปลกๆนิดหน่อยคือ SIM 1 อยู่ข้างล่างและ SIM 2 อยู่ข้างบนครับ ส่วนแบตเตอรี่นั้นก็กลับหัว

พอพลิกมือถือกลับหัวเราห็จะเห็นแบตเตอรี่ขนาด 2300 มิลลิแอมป์ ซึ่งขอบอกว่าอึดใช้ได้เลยทีเดียวครับ

 

ในส่วนของซอฟท์แวร์นั้น Huawei Honor 3C จะมาพร้อมระบบปฏิบัติการณ์ Android 4.2.2 Jelly Bean พร้อม Emotion UI 2.0 ซึ่งต้องบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจาก MIUI พอสมควรเลย เดี๋ยวมาลงรายละเอียดกันอีกทีตอนรีวิว

นอกจากนั้นตัว Emotion UI จะสามารถเปลี่ยน mode เป็นแบบ Simple Home ได้สำหรับคนที่ไม่ต้องการใช้อะไรมากมาย เน้นง่ายๆเป็นหลัก อย่างเช่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ที่อาจจะคุ้นเคยกับการใช้งานลักษณะที่เป็น Featurephone มากกว่า Smartphone ซึ่ง Simple Home ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะครับ

 

พรีวิวกันแค่นี้ก่อนพอหอมปากหอมคอ เดี๋ยวมาจัดเต็มกันอีกทีตอนรีวิวของ Huawei Honor 3C ที่เราจะมาดูกันเรื่องประสิทธิภาพของมือถือ, กล้องถ่ายรูป และความสามารถพิเศษต่างๆ หนทางยังอีกยาวไกล อย่าลืมติดตามกันอีกนะครับ

 

 

ทิ้งท้ายตอนนี้ทาง Huawei มีกิจกรรมพิเศษชื่อว่า “Huawei ปลดรหัสความสุข” ร่วมลุ้นรางวัลมากมายมหาศาล ไม่ว่าคุณจะใช้มือถือยี่ห้ออะไร ค่ายไหน แค่กดรหัส *460*99# แล้วนำไปลงทะเบียนที่ http://huaweiunlockhappinesspossibilities.com/ ก็ลุ้นรับสิทธิ์ชิงรางวัลมากมาย กดได้ทุกวัน 1 วัน 1 สิทธิ์ แต่ถ้าหากคุณใช้ Huawei จะได้สิทธิ์ลุ้นมากกว่า 5 – 10 สิทธ์ ต่อวัน อย่าลืมไปร่วมสนุกกันด้วยนะคร้าบ

from:http://droidsans.com/huawei-honor-3c-preview

ลองจับ Lumia 630 รุ่นวางจำหน่ายในประเทศไทย

เมื่อวานนี้ทางไมโครซอฟท์ได้จัดงานพบปะกับสื่อมวลชนเพื่อแนะนำ Lumia 630 อย่างเป็นทางการ โดยจัดขึ้นที่โรงแรม Grand Hyatt Erawan ซึ่งผมและ nismod ได้มีโอกาสไปร่วมงานเมื่อวานนี้ครับ

เรื่องงานอาจจะไม่สำคัญมากเท่ากับการได้ลองจับและลองใช้งาน Lumia 630 ซึ่งถือเป็นโทรศัพท์มือถือสาย Windows Phone ตัวแรกที่จะมาพร้อมกับ Windows Phone 8.1 และคุณสมบัติในการใช้งานแบบสองซิม ตลอดจนถึงการใช้ปุ่มบนหน้าจอแทนที่ปุ่มจริงด้วย

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา สเปคของเครื่องสามารถหาอ่านได้จากข่าวเก่า เราลองมาดูเครื่องกันครับ

คำเตือน: ภาพเยอะมาก

ด้านหน้าจอของเครื่องที่คราวนี้มาแบบสีดำโล่งๆ ไม่มีอะไรทั้งสิ้นครับ

IMG_20140429_141049

ด้านหลังของเครื่องมีลำโพงอยู่ขวาล่างของฝาหลัง (ซึ่งค่อนข้างดังอยู่) และกล้อง (ที่ไม่มีแฟลชมาให้)

IMG_20140429_141054

ด้านล่างของเครื่องที่มีเฉพาะพอร์ต Micro USB ตามมาตรฐาน

IMG_20140429_141059

ด้านข้างซ้ายเรียบสนิทไม่มีอะไร ส่วนด้านขวามือนั้นมีปุ่มเปิดเครื่อง และปุ่มปรับเสียง ที่ชัดเจนแน่นอนคือปุ่มชัตเตอร์ถ่ายภาพนั้นหายไปแล้ว

IMG_20140429_141114

ด้านบนเครื่องมีช่องเสียบหูฟังอย่างเดียวเท่านั้น

IMG_20140429_141118

เมื่อแกะและดันฝาเครื่องออกมา

IMG_20140429_141245

ตัวฝาครอบ

IMG_20140429_141256

ในแง่ความรู้สึกในการจับตัวเครื่อง สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือการที่เครื่องนั้นไม่ทิ้งรูปแบบด้านการออกแบบ (design language) จาก Lumia แต่เดิม เพียงแต่ว่าไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมจัดแบบ Nokia X

ทว่าฝาหลังที่รู้สึกว่า “อ่อน” กว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Lumia 620 นั้น ทำให้รู้สึกว่าการออกแบบ Lumia 630 ไม่มีความต่างจาก Nokia X เลย ซึ่งแม้จะสะท้อนแนวทางการออกแบบที่เกือบจะเหมือนกับโทรศัพท์ของบริษัททั้งหมด แต่การออกแบบเช่นนี้ทำให้รู้สึกว่า Lumia 630 ไม่ได้ตั้งใจออกแบบมามากเท่ารุ่นอื่นๆ (เมื่อย้อนกลับไปจับ Lumia 620 หรือแม้กระทั่ง Lumia 520 เอง กลับรู้สึกว่าตั้งใจออกแบบมากกว่า) ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นในแง่ความรู้สึกของแต่ละคนมากกว่า ส่วนงานภายในตัวเครื่องเมื่อถอดฝาออกแล้ว ถือว่าเรียบร้อยดีมาก

IMG_20140429_152937

ด้านน้ำหนัก ถือว่าค่อนข้างเบาอยู่ ไม่หนักมาก อาจจะหนักกว่าตัว Nokia X อยู่นิดหน่อย เรียกว่าอยู่ในระดับสอบผ่านสำหรับโทรศัพท์ขนาดนี้

IMG_20140429_141124

เรื่องของหน้าจอ Lumia 630 ให้หน้าจอมาขนาดที่ 4.5 นิ้ว ซึ่งความรู้สึกคือไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป เรียกว่ากำลังพอเหมาะกับการจับ ไม่ได้สูญเสียความสามารถในการทำงานแบบมือเดียวไป ส่วนหน้าจอถือว่าคมชัดและให้แสงได้ดี แม้ว่าจะมีความละเอียดหน้าจออยู่ที่เพียง 854×480 พิกเซล (FWVGA) ก็ตาม

มาที่เรื่องซอฟต์แวร์บ้าง ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Windows Phone 8.1 ซึ่งทำงานและตอบสนองได้ดี (อ่านรีวิว Windows Phone 8.1 สำหรับนักพัฒนาประกอบได้ โดยเท่าที่ผมและ nismod ทดลองใช้งาน ก็ถือว่าลื่นไหลและตอบสนองงานพื้นฐานได้ดี เล่นเกมอย่าง Asphalt ได้อย่างไม่มีปัญหา เรียกว่าสมกับราคาเครื่องนั่นเอง

ในงานครั้งนี้ทางไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวอุปกรณ์เสริมมาอีกจำนวนหนึ่ง โดยตัวแรกคือฝาครอบเครื่องที่จะมีสามสีจำหน่าย คือส้ม, เขียว และเหลือง โดยแบ่งเป็นทั้งแบบด้าน (แบบที่เห็นในการลองจับนี้) และแบบพ่นมัน โดยจะจำหน่ายในราคา 470 บาท ตัวที่สองคือ Treasure Tag ซึ่งเปิดราคามาที่ 990 บาท โดยมีสี่สีคือ เหลือง, ดำ, ขาว และสีน้ำเงิน ส่วนอย่างสุดท้ายคือลำโพงไร้สาย MD-12 ที่จะมีสี่สีคือ เหลือง,ขาว, ส้ม และเขียว (ราคาตัวนี้ยังไม่ประกาศครับ)

ปิดท้ายที่ราคาและกำหนดการวางจำหน่าย สำหรับรุ่นที่ใช้ซิมเดียวจะอยู่ที่ 5,190 บาท โดยรองรับความถี่ 3G ของทุกค่าย (890/900/2100) ส่วนแบบสองซิมอยู่ที่ราคา 5,390 บาท โดยรองรับความถี่ 3G เฉพาะ 900/2100 เท่านั้น ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายนั้นอยู่ในเดือนพฤษภาคมนี้อย่างแน่นอน ทว่าเมื่อสอบถามทางเจ้าหน้าที่แล้ว ได้รับแจ้งว่าอาจจะไม่ทันวางจำหน่ายในงาน Thailand Mobile Expo ที่จะมีขึ้นในช่วงต้นเดือนครับ

ป.ล. ภาพทั้งหมดดูได้จากที่นี่ครับ

Lumia, Microsoft, Mobile, Nokia, Preview

from:https://www.blognone.com/node/55855

Nokia Lumia 630 จะวางขาย 2 รุ่น ซิมเดียว 5,190 บาท สองซิม 5,390 บาท

Nokia Lumia 630 จะวางขาย 2 รุ่น ซิมเดียว 5,190 บาท สองซิม 5,390 บาท

เมือวานมีโอกาสได้ไปงาน Workshop ของ Nokia Lumia 630 ก็เลยมาอัพเดทให้ผู้อ่านทุกท่านทราบเกี่ยวกับกำหนดการวางขาย และราคาของรุ่นนี้

โดยโนเกียจะเริ่มวางขาย Lumia 630 ในบ้านเราช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีด้วยกันสองโมเดล คือรุ่น 1 ซิม และ 2 ซิม สำหรับราคาของรุ่นซิมเดียวอยู่ที่ 5,190 บาท และรุ่นสองซิมอยู่ที่ 5,390 บาท

ความแตกต่างคือรุ่น 1 ซิมจะรองรับ 3G 850/900/2100 MHz ส่วนรุ่น 2 ซิมจะรองรับ 3G แค่คลื่น 900/2100 MHz ทั้งคู่ใช้ซิมแบบ micro SIM ส่วนสเปกอื่นๆ ก็เหมือนกัน

ข้อมูลสเปก Nokia Lumia 630

  • หน้าจอ IPS LCD  ขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด  854×480 พิกเซล
  • กระจก Gorilla Glass 3
  • กล้องหลัง  5  ล้านพิกเซล, ไม่มีแฟลช
  • ซีพียู quad-core Qualcomm Snapdragon 400 1.2 GHz
  • แรม 512 MB
  • หน่วยความจำภายใน 8 GB รองรับ microSD การ์ด
  • รองรับ 3G  850/900/2100 MHz
  • แบตเตอรี่ 1,830 mAh
  • Windows Phone 8.1

from:http://mobiledista.com/nokia-lumia-630-will-be-available-sim-only-version-2-5190-thb-5390-thb-dual-sim/

Microsoft พัฒนาแป้นพิมพ์สุดล้ำมาพร้อมความสามารถแบบ Leap Motion

Microsoft พัฒนาแป้นพิมพ์แบบใหม่ที่นอกจากจะมีปุ่มกดต่างๆ ไว้สำหรับงานพิมพ์แล้ว ยังมีความสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ท่าทางเพื่อควบคุมการทำงานต่างๆ ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย คล้ายกับการใช้ Leap Motion

แป้นพิมพ์ดังกล่าวมีชื่อว่า Type-Hover-Swipe in 96 Bytes ซึ่งนอกจากจะมีปุ่มกดสำหรับงานพิมพ์แล้ว มันยังมีเซ็นเซอร์อินฟราเรดจำนวน 64 ตัว วางเรียงกัน 4 แถว แถวละ 16 ตัว แทรกอยู่ระหว่างแถวของปุ่มกด เซ็นเซอร์เหล่านี้จะทำหน้าที่ตรวจจับตำแหน่งของมือผู้ใช้ ทำให้ระบบสามารถรับรู้ได้ว่าผู้ใช้เคลื่อนมือเหนือแป้นพิมพ์ไปในทิศทางใด ทั้งยังสามารถแยกแยะได้ว่านิ้วมือใดหรือมือข้างไหนอยู่สูงจากแป้นพิมพ์มากกว่ากัน

ถึงแม้ว่าความละเอียดของชุดเซ็นเซอร์อินฟราเรดจะมีเพียง 64 พิกเซล ซึ่งถือว่าไม่ละเอียดมากนัก ทว่ามันสามารถทำงานอ่านค่าเซ็นเซอร์ได้ด้วยความเร็ว 300 รอบต่อวินาที ซึ่งไวพอที่จะตรวจจับทุกการเคลื่อนไหวของมือผู้ใช้

Microsoft ได้เพิ่มคำสั่งพื้นฐานสำหรับการสั่งงานด้วยท่าทางเอาไว้ใน Type-Hover-Swipe in 96 Bytes ด้วย เป็นต้นว่า การเลื่อนหน้าจอโดยเลื่อนมือไปทางซ้ายหรือขวา, การขยายหน้าจอโดยการจีบนิ้วแล้วถ่างออกจากกัน เป็นต้น นอกจากนี้ Microsoft ยังได้พัฒนาอัลกอริธึมเพื่อจดจำท่าทางเฉพาะตามแต่ผู้ใช้จะกำหนดไว้แทนคำสั่งต่างๆ ได้เองด้วย โดย Microsoft เรียกฟีเจอร์นี้ว่า “motion signatures”

อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลจาก Microsoft ว่าจะพัฒนาออกเป็นสินค้าเพื่อวางขายจริงเมื่อไหร่

ที่มา – CNET

Keyboard, Microsoft, Research

from:https://www.blognone.com/node/55852

Facebook เปิดซอร์ส POP ไลบรารีสำหรับทำแอนิเมชันบน iOS (ตัวเดียวกับในแอพ Paper)

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อไม่นานมานี้ Facebook เปิดตัวแอพอ่านข่าว Paper บน iOS (รีวิวโดยคุณ buumoon) จุดเด่นประการหนึ่งของแอพตัวนี้คือแอนิเมชั่นและเอฟเฟคต์ต่าง ๆ ที่ดูโดดเด้งมาก

วันนี้ Facebook ประกาศเปิดซอร์สไลบรารีที่ใช้ทำแอนิเมชั่นบน Paper ในชื่อโครงการว่า POP โดยทีมงาน Facebook อธิบายว่า iOS เตรียมแอนิเมชั่นพื้นฐานมาให้ดีพอสมควรแล้ว แต่ทีมงานยังไม่พอใจและต้องการรูปแบบแอนิเมชั่นที่หวือหวากว่านั้น จึงต้องสร้าง POP ขึ้นมาใช้งาน และเปิดซอร์สให้คนภายนอกบริษัทได้ใช้งานด้วย

ที่มา – Facebook Engineering Blog

Facebook, Development, Open Source, iOS

from:https://www.blognone.com/node/55851

โครงการ Ubuntu for Android หยุดพัฒนาแล้ว

Ubuntu for Android เป็นโครงการของบริษัท Canonical ที่ต้องการทำมือถือ Android ที่ต่อจอนอกแล้วรันเดสก์ท็อป Ubuntu ได้พร้อมกันในตัว โครงการนี้เปิดตัวในปี 2012 และเรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควร แต่จากนั้นก็เงียบหายไปนาน

อย่างไรก็ตาม มีคนไปเจอข้อมูลในระบบบั๊กของ Canonical ว่าโครงการนี้ “หยุดพัฒนาแล้ว” (Ubuntu for Android is no longer in development) ซึ่งเมื่อมันกลายเป็นข่าว ข้อความนี้ก็ถูกลบออกไปจากระบบ

แต่สุดท้ายแล้ว โฆษกของ Canonical ก็ออกมายืนยันว่าโครงการนี้ไม่ได้พัฒนาต่อแล้ว และการจะผลักดันให้ออกเป็นผลิตภัณฑ์จริงย่อมต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ผลิตอุปกรณ์ Android อีกพอสมควร ทางบริษัท Canonical ไม่ปิดกั้นโอกาสในการเจรจาเรื่องนี้ แต่ตอนนี้จะโฟกัสไปที่ Ubuntu for Phone (มือถือ Ubunut ที่มีเดสก์ท็อป Ubuntu) เพียงอย่างเดียวก่อน

ที่มา – PC World

Ubuntu, Android, Canonical

from:https://www.blognone.com/node/55850