คลังเก็บรายเดือน: มกราคม 2016

ทีมจาก MIT คว้ารางวัลออกแบบ Hyperloop, Musk บอกจะจัดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะใช้ได้จริง

ประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับงานแข่งขันออกแบบ Hyperloop ที่จัดโดย SpaceX โดยตลอดการแข่งขันเป็นระยะเวลาสองวันเต็ม ผู้ชนะรางวัลใหญ่สุดตกเป็นของทีม MIT Hyperloop Team จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์

สำหรับทีม MIT Hyperloop Team ที่ชนะการแข่งขันในครั้งนี้จะได้นำผลงานไปสร้างเพื่อทดลองวิ่งจริงในเส้นทางใกล้สำนักงานใหญ่ของ SpaceX เป็นระยะทาง 1 ไมล์ ร่วมกับอีกสิบทีมจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่จะได้ร่วมทดสอบด้วย

ในระหว่างงาน Musk ตอบคำถามผู้ร่วมงานเกี่ยวกับ Hyperloop หลายอย่างตั้งแต่แรงบันดาลใจในการคิดเทคโนโลยีนี้ที่มาจากสภาพรถติดในเมืองลอสแอนเจลิส ไปจนถึงไอเดียใหม่ๆ ที่ Musk วางแผนจะทำต่อไปอย่างเครื่องบินไอพ่นพลังไฟฟ้า ซึ่งแย้มมาว่าใกล้ความเป็นจริงเข้าไปทุกทีแล้ว

Musk บอกว่าแม้ผลการแข่งขันจะได้ข้อสรุปแล้ว แต่ SpaceX จะยังมีงานแบบนี้จัดอีกต่อเนื่องจนกว่าจะได้เห็น Hyperloop ตัวเป็นๆ แต่ก็ไม่ได้ตบปากรับคำว่าจะให้เงินทุนสนับสนุนกับบริษัทที่กำลังพัฒนา Hyperloop แต่อย่างใด

ที่มา – The Verge

ภาพประกอบ ไม่เกี่ยวกับงานแข่งขัน

Hyperloop, Elon Musk, SpaceX, Transportation

from:https://www.blognone.com/node/77305

DataTraveler 2000 แฟลชไดร์ฟที่ล็อคข้อมูลอย่างแน่นหนาด้วยรหัส PIN

เป็นสินค้ารุ่นใหม่จากทาง Kingston ที่เปิดตัวในงาน CES2016 ที่ผ่านมา กับ DataTraveler 2000 แฟลชไดร์ฟสำหรับบันทึกข้อมูลที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลแบบไม่เหมือนใคร เพราะที่ตัวแฟลชไดร์ฟจะมีปุ่มให้กดรหัสปลดล็อคให้ถูกต้องก่อนจึงจะใช้งานได้

DataTraveler 2000

เป็นแฟลชไดร์ฟแบบ USB 3.1 ความเร็วในการอ่านข้อมูลอยู่ที่ 135 MBps และเขียนข้อมูลที่ 40 MBps ความปลอดภัยของข้อมูลจะถูกเข้ารหัสแบบ AES 256-bit ระดับฮาร์ดแวร์ ในโหมด XTS การใช้งานเมื่อเสียบเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วข้อมูลทุกอย่างจะถูกล็อคเอาไว้ จะต้องทำการกดรหัสที่ปุ่มบนตัวแฟลชไดร์ฟให้ถูกต้องตามที่กำหนดไว้จึงจะใช้งานได้ มีระบบล็อคอัตโนมัติที่จะทำงานเมื่อไดร์ฟถูกนำออกจากอุปกรณ์ และคีย์เข้ารหัสจะถูกลบหลังจากพยายามเจาะข้อมูลล้มเหลว 10 ครั้ง

kingston DataTraveler 2000

ถือว่าเป็นแฟลชไดร์ฟที่เหมาะสำหรับงานที่ต้องการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลอย่างสูง ทาง Kingston ผลิตสินค้าตัวนี้มาโดยมุ่งเน้นสำหรับผู้ใช้งานระดับองค์กรและธุรกิจระดับใหญ่และกลางเป็นหลัก นอกจากนี้มันยังมีความคงทนป้องกันน้ำและฝุ่นได้อีกด้วยในระดับมาตรฐาน IP57 ส่วนการใช้งานรองรับในระบบปฎิบัติการ Windows® 10, Windows 8.1, 8, 7 (SP1), Vista® (SP2), Mac OS X v. 10.8.x+, Linux v. 2.6.x+, Chrome OS™, Android

สำหรับ DataTraveler 2000 มีกำหนดวางจำหน่ายช่วงเดือนมีนาคม 2016 นี้ โดยจะมีให้เลือกด้วยกัน 3 ขนาดคือ 16GB, 32GB และ 64GB

ข้อมูลจาก : Fossbytes

from:http://www.techoffside.com/2016/01/datatraveler-2000-pin-lock/

มาฟัง CMO ของ Coke อธิบายกันดีกว่าว่าทำไมถึงเลิกใช้สโลแกน “Open Happiness”

Marcos de Quinto

2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เจอเพื่อนๆ ในแวดวงโฆษณาพูดคุยกันถึงสโลแกนใหม่ของ Coke ทำให้ต่อมความสงสัยเริ่มทำงาน ผมเลยไปสรุปมาให้เพื่อนๆ thumbsupers อ่านกันครับ

7 ปีที่ผ่านมา Coke ใช้สโลแกน “Open Happiness” หรือภาษาไทยว่า “เปิดโค้ก เปิดความสุขให้ชีวิต” มาโดยตลอด แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารจาก Joe Tripodi มาเป็น Marcos de Quinto เมื่อตุลาคม 2014 CMO คนใหม่ก็เดินหน้าสร้างสโลแกนใหม่ พร้อมกับเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมแบรนด์ภายใต้ชื่อว่า “Taste the Feeling”

ผมพยายามค้นคว้าหาประวัติเก่าๆ ของสโลแกนก็พบในผู้จัดการรายสัปดาห์ระบุไว้ว่า ที่จริง Coke ได้เปลี่ยนสโลแกนมาหลายต่อหลายยุคแล้ว ไล่เรียงลำดับได้ดังนี้

– 1969 “It’s the Real Thing”
– 1971  “I’d like To Buy the World a Coke”
– 1979 “Have a Coke and a Smile”
– 1982 “Coke Is It!”
– 1986 “Red, White and You”
– 1990 “Can’t Beat the Real Thing”
– 1993 “Always Coca-Cola”
– 2001 “Life Tastes Good”
– 2006  “The Coke Side of Life”
– 2009 “Open Happiness”

และมันก็เป็นเรื่องปกติถ้า CMO คนใหม่ขึ้นมา ขืนยังใช้สโลแกนเดิมก็คงโดนโห่แน่นอน แต่แฟนๆ ของ Coke หลายคนก็คงสงสัยนะว่า “Open Happiness” ซึ่งใช้ได้ดีมาหลายปีดีดักนั้นจะเปลี่ยนเป็นอะไรได้ เพราะสโลแกนที่ว่านี้ได้ใจคนดิจิทัลไปเยอะมาก อย่างคลิป อินเดีย-ปากีสถาน ที่โด่งดัง

taste the feeling

ในแคมเปญ “Taste the Feeling” จะเน้นเอาผลิตภัณฑ์มาเป็นศูนย์กลางของโฆษณาทุกชิ้น เพราะ Coke ต้องการที่จะชนะใจผู้บริโภคในตลาดของเครื่องดื่มประเภทโซดา และจะใช้กลยุทธ์ในการสื่อสารแบรนด์แบบ “one-brand approach” โดยผลิตภัณฑ์อย่าง Diet Coke, Coke Zero ก็จะมาอยู่ในแคมเปญเดียวกันไม่ทำแยก

Marcos de Quinto ได้เผยว่าเขาต้องการที่จะให้ทิศทางใหม่กับแบรนด์ Coke ในแบบที่ดูเรียบง่าย และถ่อมตัวมากขึ้น โฆษณาที่จะออกมาก็จะเป็นเรื่องเล่าที่มีอารมณ์ เพียงแต่คราวนี้ภายใต้แนวคิด “Taste the Feeling” Coke จะเข้าไปอยู่ในทุกๆ จังหวะของชีวิตคน ไม่ว่าจะเป็นการออกเดต, อกหัก, อยู่ภายใต้ความกดดัน ก็จะมีขวด Coke ไปปรากฏอยู่ตรงนั้น เหมือนเป็นการบอกว่า Coke จะกลับไปที่คุณค่าหลักของมัน และเขาย้ำว่า

“ที่ผ่านมาเราพูดถึงแบรนด์ แต่เรากลับพูดถึงผลิตภัณฑ์น้อยเกินเกินไป” (We have been just talking about the brand, but talking very little about the product.)

เมื่อเราพยายามที่จะแสดงความฉลาดออกมา เราก็เริ่มที่จะสร้างระยะห่างของแบรนด์กับคนมากยิ่งขึ้นเท่านั้น (When we start over-intellectualizing … we started unconsciously creating distance with the people)

นอกจากนี้เรายังมีบางอย่างที่หายไป นั่นคือ คนอายุ 14-16 จะเริ่มลืมคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์เราไป ซึ่งนั่นก็คือ รสชาติของ Coke มันดีมากๆ (We are lagging certain things… People who today are 14 or 16 have not heard about most of the product benefits.” Coke is “something that tastes really good.”)

พูดง่ายๆ ว่า Coke ไม่ได้พยายามจะ “fixing happiness” แบบที่ผ่านมา Taste the Feeling จะเป็นบางสิ่งที่เรียบง่าย คล้ายกับที่เคยมี “Have a Coke and a Smile” และกลับมาที่ “รสชาติ” ซึ่งเป็นคุณประโยชน์หลักของผลิตภัณฑ์นั่นเอง

การกำหนดทิศทางด้าน Branding ใหม่ของ Coke นั้นเป็นอะไรที่ท้าทาย เพราะเอาเข้าจริงๆ Coke ต้องต่อสู้กับความจริงที่ว่าการบริโภคเครื่องดื่มประเภทอัดลมกำลังลดลง เพราะกระแสรักสุขภาพของคนเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ยอดขายทั่วโลกโตแค่ประมาณ 1%

สำหรับ “Taste the Feeling” เอเยนซี่ที่เข้ามาร่วมทำงานกับ Coke คือ: Ogilvy New York, Sra. Rushmore จาก Madrid, Santo จาก Buenos Aires และ Mercado-McCann จาก Argentina.

ความเห็นส่วนตัว: ไม่ค่อยชอบ Taste the Feeling เท่าไหร่ครับ รู้สึกว่า Open Happiness เป็นอะไรที่เท่กว่า เวลาเล่าเรื่อง อาจจะเป็นเพราะ Open Happiness ไม่ค่อยยึดเอาผลิตภัณฑ์เป็นศูนย์กลาง และเราก็ชอบแบบนั้น แต่พอได้อ่านความคิดของ CMO คนใหม่ก็ยอมรับว่าในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ก็เร่ิมจะลืมไปแล้วจริงๆ ว่ารสชาติของ Coke มันดี แต่ Coke แทบไม่ได้ออกมาพูดเรื่องนี้เลย รู้แต่ว่า Coke เกี่ยวข้องกับความสุขของคน ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า Coke จะมาแนวไหน

ที่มา: AdAge

from:http://thumbsup.in.th/2016/01/coke-cmo-explains-why-stop-open-happiness/

Chrome Canary เวอร์ชันล่าสุดเพิ่มอินเทอร์เฟซใหม่แบบ Material Design เข้ามาแล้ว

กูเกิลยังคงเดินหน้าแปลงโฉมแอพ และบริการของตัวเองให้ใช้แนวทางออกแบบใหม่อย่าง Material Design อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดความคืบหน้าของฝั่ง Chrome เริ่มมีมาให้เห็นกันบ้างแล้ว

โดย Chrome โฉมใหม่สไตล์ Material Design ถูกเพิ่มมาใน Chrome OS เวอร์ชัน 50 (canary ตัวปัจจุบัน) เป็นที่เรียบร้อย แต่เนื่องจากยังไม่เสร็จดีจึงยังไม่ถูกตั้งเป็นค่ามาตรฐาน ตัวอินเทอร์เฟซนั้นจะไม่ต่างจากของเดิมมากนัก โดยการเปลี่ยนแปลงหลักๆ จะมีตั้งแต่การทำขอบให้คมขึ้น แอนิเมชันเวลาคลิกที่ไอคอน ออกแบบไอคอนใหม่ รวมถึงเปลี่ยนปุ่มเมนูจากสามขีด กลายเป็นสามจุดเหมือนใน Android แทน

นอกจากหน้าหลักแล้ว หน้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Downloads, Extensions, Settings และ History ยังถูกออกแบบใหม่หมดเช่นกัน โดยการเปลี่ยนแปลงเกือบทั้งหมดสามารถใช้ได้ทั้งบน Windows และ Chrome OS ก่อน ส่วน OS X จะตามมาทีหลัง

คนที่ติดตั้ง Chrome OS รุ่น canary อยู่แล้ว สามารถทดลอง Material Design ด้วยการไปปรับใน chrome://flags ยกเว้นหน้าตั้งค่าแบบใหม่ที่สามารถเข้าได้จาก chrome://md-settings เลยครับ

ที่มา – The Next Web

Chrome ในแบบ Material Design

หน้าตั้งค่าโฉมใหม่

Chrome, Material Design, Chrome OS, Google

from:https://www.blognone.com/node/77304

วิธีฟังเพลงจาก JOOX บนเครื่องคอมฯ / ผ่านเว็บไซต์

เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน แต่ตอนนี้รู้สึกว่ากระแสการฟังเพลงผ่านบริการของ JOOX จะได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้ชาวไทยมาก ด้วยความที่เป็นแอปสามารถฟังและดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในมือถือได้ฟรีๆ มีทั้งเพลงไทยและต่างประเทศให้เลือกฟังมากมาย แบบถูกลิขสิทธิ์

มีหลายคนคิดว่า JOOX จะมีแต่ในแอปมือถือ และอยากจะฟังเพลงผ่านคอมฯ ตอนทำงาน แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถฟังเพลงใน JOOX ได้ผ่านเครื่องคอมด้วยครับ เป็นการฟังออนไลน์ผ่านหน้าเว็บ ซึ่งผมจะมาแนะนำในตอนนี้ …เว็บที่ว่านี้ก็คือ http://music.sanook.com นั่นเองครับ (Sanook! เขาเป็นพาร์ทเนอร์กับ JOOX)

เมื่อเข้ามาแล้ว จะมีเมนูให้เราทำการเข้าสู่ระบบ ซึ่งเราสามารถใช้ Facebok หรือ WeChat ที่ใช้ตอนสมัคร JOOX ในมือถือมาล็อกอินได้เลย

เมื่อล้อกอินมาแล้ว ก็จะเข้ามาที่หน้าส่วนตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นเพลลิสต์ หรือเพลงที่เราจัดกลุ่มไว้จากในมือถือ ก็จะซิงก์เข้ามาในเว็บนี้ด้วยครับ สามารถฟังต่อเนื่องได้เลย ไม่ต้องจัดเพลงใหม่ !

หรือใครจะค้นหาเพลงใหม่ จัดเพลลิสต์ใหม่ผ่านหน้าเว็บนี้ก็ได้ครับ มันจะซิงก์ไปที่ในแอปมือถือเช่นเดียวกัน

สามารถเล่นเพลงได้ต่อเนื่อง และดูเนื้อเพลง ได้เช่นเดียวกับในแอป ใช้เปิดฟังระหว่างทำงานได้สบายๆ ดีกว่าฟังผ่าน Youtube อีกครับ (ใช้เน็ตน้อยกว่า แถมไม่หน่วงเครื่องเท่า)

ยังไปเล่นกันดูได้ครับที่ http://music.sanook.com


from:http://feedproxy.google.com/~r/9tana/~3/bXTkpWyTn7w/

วิธีฟังเพลงจาก JOOX บนเครื่องคอมฯ / ผ่านเว็บไซต์

เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน แต่ตอนนี้รู้สึกว่ากระแสการฟังเพลงผ่านบริการของ JOOX จะได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้ชาวไทยมาก ด้วยความที่เป็นแอปสามารถฟังและดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในมือถือได้ฟรีๆ มีทั้งเพลงไทยและต่างประเทศให้เลือกฟังมากมาย แบบถูกลิขสิทธิ์

มีหลายคนคิดว่า JOOX จะมีแต่ในแอปมือถือ และอยากจะฟังเพลงผ่านคอมฯ ตอนทำงาน แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถฟังเพลงใน JOOX ได้ผ่านเครื่องคอมด้วยครับ เป็นการฟังออนไลน์ผ่านหน้าเว็บ ซึ่งผมจะมาแนะนำในตอนนี้ …เว็บที่ว่านี้ก็คือ http://music.sanook.com นั่นเองครับ (Sanook! เขาเป็นพาร์ทเนอร์กับ JOOX)

เมื่อเข้ามาแล้ว จะมีเมนูให้เราทำการเข้าสู่ระบบ ซึ่งเราสามารถใช้ Facebok หรือ WeChat ที่ใช้ตอนสมัคร JOOX ในมือถือมาล็อกอินได้เลย

เมื่อล้อกอินมาแล้ว ก็จะเข้ามาที่หน้าส่วนตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นเพลลิสต์ หรือเพลงที่เราจัดกลุ่มไว้จากในมือถือ ก็จะซิงก์เข้ามาในเว็บนี้ด้วยครับ สามารถฟังต่อเนื่องได้เลย ไม่ต้องจัดเพลงใหม่ !

หรือใครจะค้นหาเพลงใหม่ จัดเพลลิสต์ใหม่ผ่านหน้าเว็บนี้ก็ได้ครับ มันจะซิงก์ไปที่ในแอปมือถือเช่นเดียวกัน

สามารถเล่นเพลงได้ต่อเนื่อง และดูเนื้อเพลง ได้เช่นเดียวกับในแอป ใช้เปิดฟังระหว่างทำงานได้สบายๆ ดีกว่าฟังผ่าน Youtube อีกครับ (ใช้เน็ตน้อยกว่า แถมไม่หน่วงเครื่องเท่า)

ยังไปเล่นกันดูได้ครับที่ http://music.sanook.com

from:http://www.9tana.com/node/joox-web/

บริษัทประกันด้านสุขภาพยักษ์ใหญ่ในอเมริกา ทำฮาร์ดดิสที่มีข้อมูลลูกค้ากว่า 950,000 ราย หายไป

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

บริษัท Centene ได้ออกมากล่าวว่า ทางบริษัทได้ทำฮาร์ดดิสหายไปจำนวน 6 ลูก ซึ่งภายในนั้นมีข้อมูลของลูกค้าตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปี 2015 จำนวนกว่า 950,000 ราย โดยประกอบไปด้วย ชื่อ, ที่อยู่, วันเกิด, หมายเลขประกันสังคม (Social Security Number), รหัสสมาชิก และข้อมูลสุขภาพ แต่ไม่รวมข้อมูลทางด้านการเงินหรือข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยสาเหตุว่าฮาร์ดดิสดังกล่าวหายไปได้อย่างไร

ล่าสุด ทาง Centene กำลังเตรียมที่จะแจ้งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลของข้อมูลชุดนี้ และเตรียมจะเสนอเครดิตและแผนตรวจสุขภาพฟรีเพื่อเป็นการรับผิดชอบ นอกจากนั้น Centene มีแผนที่จะตรวจสอบและปรับปรุงขั้นตอนต่างๆที่มีระบบไอทีเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย

Centene เป็นบริษัทประกันด้านสุขภาพ และเป็นหนึ่งในบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 โดยในปี 2014 มียอดขายสูงถึง 16 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีสมาชิกมากกว่า 2.9 ล้านราย ใน 21 รัฐ ทั่วอเมริกา

ที่มา : http://www.computerworld.com/article/3026401/healthcare-it/health-insurer-loses-6-hard-disk-drives-with-records-of-95000-customers.html

from:https://www.techtalkthai.com/health-insurer-data-breach-950000-customers/