คลังเก็บรายเดือน: เมษายน 2016

GE เข้าซื้อกิจการ Industrial Internet of Things เพื่อควบคุมการใช้พลังงานภายในอาคาร มูลค่า 3,500 ล้านบาท

บริษัท Startup อายุ 6 เดือนที่มีชื่อว่า Current ซึ่งมีเจ้าของคือ GE ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Daintree Networks บริษัท Startup สัญชาติออสเตรเลีย ด้วยมูลค่า 100,0 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 3,500 ล้านบาท เพื่อนำโซลูชั่นและบริการทางด้าน Building Control สำหรับองค์กรของ Daintree Networks มาเสริมในผลิตภัณฑ์ของ Current

Credit: Jesus Sanz/ShutterStock
Credit: Jesus Sanz/ShutterStock

เดิมที Current มีระบบ Building Automation Platform และ Energy-as-a-Service เพื่อตอบโจทย์กลุ่มองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งการมาของ Daintree Networks นี้ก็จะช่วยให้การติดตั้งระบบควบคุมแบบไร้สายสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการขยายฐานลูกค้าได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

ปัจจุบันนี้ 90% ของอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางยังไม่มีการใช้ Building Automation Systems แต่อย่างใด ทำให้ตลาดของ Current ยังคงมีขนาดใหญ่มาก และการนำข้อมูลระบบแสงและ HVAC ภายในอาคารมาประมวลผลด้วยระบบ Predix ของ GE นั้นก็จะช่วยให้การประมาณการค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานและประมวลผลรูปแบบการใช้พลังงาน เพื่อวางแผนลดการใช้พลังงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

โดยรวมแล้วตลาด Building Automation Systems ตอนนี้มีแต่ผู้เล่นรายใหญ่ๆ ทั้งนั้น และแต่ละเจ้าต่างก็ค่อยๆ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาแข่งขันกันเรื่อยๆ ก็ถือว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ที่มา: http://www.arnnet.com.au/article/599013/ge-forks-100m-building-automation-e-iot-start-up-daintree-networks/

from:https://www.techtalkthai.com/ge-current-acquires-daintree-networks-industrial-internet-of-things-for-building-automation-provider/

วิดีโอตัวใหม่จาก Reebok ที่ตั้งคำถามกับ 25,915 วันที่คนมีในชีวิต

Reebok ทำคลิปวิดีโอที่เล่นกับจำนวนวันที่คนใช้ชีวิตอยู่บนโลกโดยเฉลี่ย ซึ่งมีเพียง 25,915 วัน เพื่อตั้งคำถามว่าเราได้ใช้ชีวิตเต็มที่แล้วหรือยัง ? พร้อมให้คนเข้าไปคำนวณวันที่เหลืออยู่ได้ในเว็บไซต์

reebok-days-hed-2016

หลังจาก Reebok ปล่อย ‘Be More Human’ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่ออกมาสื่อสารให้ทุกคนใช้ชีวิตแข็งแกร่งกว่าเดิม ปีนี้ Reebok กลับมาต่อยอดด้วยวิดีโอแคมเปญที่ให้เห็นชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งตั้งแต่เด็กยันแก่

Yan Martin หัวหน้าด้านการสื่อสารฝั่งแบรนด์ทั่วโลกของ Reebok เล่าว่า “พวกเขาเลือกใช้เรื่องราวของคนหนึ่งคน ไม่ใช่ต้องการให้ดูแค่บางช่วงของชีวิต หรือแค่บางเวลาที่หันมาเล่นกีฬา แต่ต้องการให้เห็นถึงคำมั่นสัญญาที่เราจะทำให้ตัวเองดีขึ้น ภายใต้เวลาทั้งหมดที่มีในชีวิต”

จากในคลิป เราจะได้เห็นว่าหญิงสาวคนหนึ่งใช้ชีวิตในการวิ่งก้าวผ่านอะไรมาบ้าง โดยจะเป็นภาพเริ่มจากวัยแก่ ย้อนกลับมาจบที่วัยทารก เพื่อบอกให้คนดูให้เกียรติกับชีวิตที่เราได้รับมา ซึ่งทีมงานตั้งใจให้คนดูรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นจริงกับตัว และตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราอยู่ถึงวันที่เท่าไหร่แล้ว และเราได้ทำวันที่ผ่านๆ มาดีที่สุดแล้วหรือยัง

Screen Shot 2559-04-29 at 11.54.06 AM

นอกจากคลิป Reebok ยังทำเว็บไซต์ให้คนเข้าไปคำนวณวันที่เหลือได้ พร้อมกับสามารถแชร์รูปวันที่เหลือ ประกอบกับภาพสวยๆ ซึ่งทางแบรนด์จัดไว้ให้ หรือเราจะเลือกใช้รูปส่วนตัวก็ได้ เพื่ออัปโหลดขึ้นไปยังช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง

ที่มา : adweek

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2016/04/reebok-be-more-human-with-25915-days/

Microsoft เปิด Public Preview ให้กับ PowerApps เครื่องมือสร้าง Business App โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

microsoft-powerapps

Microsoft ได้เปิดตัว Public Preview ให้กับ Microsoft PowerApps โดยเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสร้าง Business Apps โดยที่ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด ซึ่งสามารถทำงานได้บน Web และอุปกรณ์ Mobile เช่น iOS หรือ Android ได้

Microsoft เคยเปิดตัวโปรเจคนี้แบบ Private Preview ในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งในวันนี้ Microsoft ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้ามาทดสอบใช้งาน โดยการสร้างแอพพลิเคชันผ่าน PowerApps จะสร้างในรูปแบบ Drag-and-drop และออกแบบผ่าน Windows 10 Desktop app ซึ่งใน Service จะมี Online Dashboard ให้ใช้งานด้วย โดย Business Apps ส่วนใหญ่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ Data Sources หลายๆที่ และ Microsoft ก็ได้ออกแบบมาให้รองรับในส่วนนี้แล้ว ซึ่ง PowerApps สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือต่างๆได้ เช่น Excel, Office 365, SharePoint Online, OneDrive, Dynamics CRM, Google Drive, Salesforce, Dropbox, Slack และ Twitter เป็นต้น นอกจากนี้ Third-party อื่นๆก็สามารถเชื่อมต่อผ่านทาง RESTful API ได้ โดย Microsoft ยังเตรียม Templates ของแอพพลิเคชันหลายๆตัวเอาไว้ให้นักพัฒนาเริ่มต้นทดสอบใช้งานไว้แล้วอีกด้วย

สำหรับ PowerApps รองรับการ Integrate เข้ากับ Microsoft Flow ซึ่งเป็น Service คล้ายๆกับ IFTTT และ Zapier ที่สามารถทำให้แอพพลิเคชันหลายๆตัว สามารถเชื่อมต่อกันผ่าน API และเขียนเป็น Flow ขึ้นมาเพื่อสั่ง Trigger Action ต่างๆได้ แต่จะแตกต่างตรงที่ Microsoft Flow นั้นจะเน้นการรองรับไปที่แอพพลิเคชันทางธุรกิจเป็นหลัก เช่น Office365, Dynamics CRM, Yammer, MailChimp, Slack, GitHub และ SalesForce

สำหรับผู้ที่สนใจ Microsoft PowerApps สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://powerapps.microsoft.com

และผู้ที่สนใจ Microsoft Flow สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://flow.microsoft.com

ที่มา : http://techcrunch.com/2016/04/29/microsoft-powerapps-is-now-in-public-preview/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-releases-public-preview-for-powerapps/

ลูกค้า AIS รับกาแฟ/เครื่องดื่มที่ “อเมซอน” ฟรี ! ในวันแรงงาน 2559

มีข่าวดีสำหรับลูกค้า AIS เนื่องในวันหยุดยาวซึ่งเป็น “วันแรงงาน” (1 พ.ค.) ในปีนี้ครับ โดยลูกค้า AIS ที่มียอดค่าใช้โทรศัพท์เฉลี่ยรวม 300 บาทต่อเดือนขึ้นไป สามารถมาใช้สิทธิ์รับเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว ที่ร้าน Café Amazon สาขาที่ร่วมรายการ (เวลาเที่ยง-หกโมงเย็น) โดยรายการเครื่องดื่มที่สามารถเลือกรับได้ มีดังนี้ คาปูชิโน่ร้อน, เอสเปรสโซ่เย็น, ชาเขียวนมร้อน,ชาเขียวนมเย็น,ชาร้อน,ชานมเย็น,ช็อคโกแลตร้อน,ช็อคโกแลตเย็น, ชานมร้อน และ ชาดำเย็น

เงื่อนไข

  1. กรุณานำโทรศัพท์มือถือของท่านมากดรับสิทธิ์ที่หน้าร้านสาขาเท่านั้นและไม่ สามารถรับสิทธิ์ได้จากการแสดงภาพที่บันทึกสิทธิ์บนหน้าจอโทรศัพท์
  2. สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าเอไอเอสที่มียอดค่าใช้โทรศัพท์เฉลี่ย 300 บาทต่อเดือนขึ้นไป
  3. สงวนสิทธิ์ 1 เลขหมาย / 1 สิทธิ์ / ตลอดโครงการ
  4. สิทธิพิเศษนี้มีจำนวนจำกัด
  5. ใช้ได้ที่ร้าน Café Amazon สาขาที่ร่วมรายการ
  6. ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นได้
  7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  8. เฉพาะเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ

ที่มา – AIS

from:http://www.9tana.com/node/ais-free-amazon-1-may-2016/

Stitch It! แอปแคปหน้าจอแบบยาวๆ เป็นภาพเดียว (Android&iOS)

อยากแคปหน้าจอมือถือให้ได้ประวัติการสนทนายาวๆ แต่ไม่อยากเสียบสาย คัดลอกรูปลงคอม เปิดโปรแกรมแต่งรูป กว่าจะมานั่งเรียง นั่งต่อให้มันเป๊ะๆ สวยๆ ยุ่งยากเกินไปใช่มั้ย!?! วันนี้ผมมีแอพดีๆ ที่จะช่วยให้การแคปหน้าจอแชทของคุณง่ายขึ้น แอพที่ว่านั่นก็คือ Stitch & Share (สำหรับ Android) / Stitch It! (สำหรับ iOS) เนื่องจากแอพสองแอพนี้ ไม่ใช่แอพตัวเดียวกัน แต่มีการใช้งาน และความสามารถเหมือนกัน จึงแยกวิธีใช้ออกเป็น 2 ส่วน

วิธีใช้สำหรับ Android

ภาพที่จะใช้ทดลองแอพ Stitch & Share: big screenshot มี 3 ภาพ (ข้างบน)

  1. เปิดแอพเข้ามาครั้งแรก จะเจอคำแนะนำการใช้งานเล็กน้อย และเมื่อจบการแนะนำ จะปรากฏดังรูปที่ 1
  2. กดเครื่องหมายบวกที่มุมขวาบน และเลือกรูปที่เราแคปหน้าจอมา ดังรูปที่ 2
  3. กดปุ่ม แชร์ และเลือกว่าจะแชร์เป็นURL (เว็บ) หรือแชร์เป็นไฟล์ โดยสามารถเลือกแชร์ได้หลากหลายรูปแบบ ดังรูปที่ 3

วิธีใช้สำหรับ iOS

ภาพที่จะใช้ทดลองแอพ Stitch It! มี 3 ภาพ (ข้างบน)

  1. เมื่อเราเข้าใช้งานแอพครั้งแรก จะมีวิดีโอแนะนำการใช้งาน ดังรูปที่ 1
  2. เมื่อกด Done หลังจากชมคลิปเสร็จ จะปรากฏหน้าจอดังรูปที่ 2
  3. กดที่เครื่องหมายบวก ที่มุมขวาล่างเพื่อเลือกรูปที่เราแคปหน้าจอไว้ ดังรูปที่ 3 แล้วกด Done

4. หลังจากเลือกรูปแล้ว จากได้ดังรูปที่ 4 ให้เรากดที่รูป เพื่อปรับแต่ง (Crop) รูปให้ต่อเนื่องกัน เมื่อเสร็จแล้วกด Stitch It! ที่มุมขวาบน

5. จะได้ดังรูปที่ 5 โดยรูปภาพจะถูกบันทึกไปไว้ใน “รูปภาพ”

ดาวน์โหลด

from:http://www.9tana.com/node/stitch-it/

มือถือช้า ค้าง อืด หน่วง แก้ยังไง!?

หากคุณเคยประสบปัญหาสมาร์ทโฟนช้า อืด หน่วง แล้วไม่รู้จะแก้ยังไง มาฟังทางนี้!

พอกันทีกับปัญหาน่าเบื่อ เดี๋ยววันนี้ Tech Time จะขอนำเสนอ 5 วิธีที่จะทำให้สมาร์ทโฟนของคุณกลับมาเร็วเ­หมือนใหม่ไฉไลได้ดังเดิม!

ZXfvKFSgPXk

from:http://droidsans.com/how-to-make-your-smartphone-faster

เว็บไซต์นิตยสาร Wired ปลื้มผลทดลองขอความร่วมมือผู้อ่านงด Ad-Blocking

wired201604293X2

เกือบ 3 เดือนหลังจากเว็บไซต์นิตยสารอย่าง Wired ลงมือทดลองเสนอ 2 ทางเลือกให้ผู้อ่าน หนึ่งคือการตั้งค่าโฆษณาของ Wired เป็นไวท์ลิสต์ในโปรแกรม Ad-Blocking หรือสองคือเลือกจ่ายเงิน 1 เหรียญต่อสัปดาห์เพื่อแลกกับการอ่านข่าวแบบไร้โฆษณา ล่าสุดผู้บริหาร Wired ออกมายืนยันว่าผลตอบรับที่ได้น่าพอใจกว่าที่บริษัทคาดไว้

การเสนอ 2 ทางเลือกนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ครั้งนั้น Condé Nast ต้นสังกัด Wired พยายามต่อต้านเทคโนโลยีปิดกั้นโฆษณาหรือ ad-blocking technology ซึ่งบริษัทระบุว่าได้รับผลกระทบมากเนื่องจากเทคโนโลยีนี้ถูกใช้มากกว่า 20% ของการชมเว็บไซต์ทั้งหมด

เวลานั้น Wired ประกาศบนเว็บไซต์อย่างตรงไปตรงมาว่าโฆษณาคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้สื่ออย่าง WIRED ดำเนินต่อไปได้ เงินโฆษณาช่วยให้บริษัทมีค่าจ้างแก่นักเขียน บรรณาธิการ นักออกแบบ วิศวกร และทีมงานทุกคนที่ทำงานหนักเพื่อสร้างเรื่องราวให้ทุกคนได้อ่านและชมบนเว็บไซต์

ล่าสุด ประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจและสินค้าของ Wired นาม Mark McClusky ระบุว่าผลตอบรับในภาพรวมนั้นดีกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้มาก ทั้งการตั้งค่า whitelisting ซึ่งทำให้โฆษณาบน Wired.com สามารถแสดงได้ปกติ และยอดรับสมาชิกแบบเสียค่าบริการ ทั้งคู่ล้วนมีสถิติดีกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก

แม้จะไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขที่คาดไว้และยอดที่ทำได้จริง แต่อย่างน้อยการประกาศนี้ก็แสดงถึงอีกมุมของวงการปิดกั้นโฆษณาที่สื่ออย่าง Wired.com สามารถสะท้อนได้ ซึ่งไม่แน่ สื่ออื่นในอนาคตอาจเดินตามความเคลื่อนไหวนี้ไม่มากก็น้อย

นอกจาก Wired.com ยังมีสื่ออย่าง The New York Times ที่ดำเนินการทดลองขอความร่วมมือจากผู้อ่านในลักษณะคล้ายกัน แต่โฆษก Times ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับผลตอบรับที่ได้

ที่มา : Adage

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2016/04/wired-ad-blocking-experiment/