คลังเก็บรายเดือน: มกราคม 2017

สรุปเทรนจากงาน CES อันไหนปัง อันไหนดังในปี 2017

ทุกๆ ช่วงต้นเดือนมกราคมจะเป็นช่วงเวลาของงาน CES งานแสดงสินค้าไอทีและนวัตกรรมใหม่ๆ จากบริษัทไอทีจากทั่วโลก ซึ่งงานนี้ถือว่าเป็นงานไอทีงานแรกของปีที่จะมาชี้เทรนของปีนั้นๆ เลยก็ว่าได้ และในปีนี้มีสินค้ามากมายที่มาเปิดตัว บ้างมาโชว์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้เราได้ดูกัน ซึ่งเทรนในปีนี้มีหลากหลายด้านที่น่าสนใจส่วนจะมีอะไรบ้างมาสรุปกัน!

zlXAs12IEPU

from:http://droidsans.com/CES-2017-trend

local.jpg

Intel ประกาศเปิดตัว IoT Platform สำหรับธุรกิจค้าปลีก


Credit: ShutterStock.com

Intel ประกาศเปิดตัว Intel Responsive Retail Platform ซึ่งเป็น IoT Platform สำหรับธุรกิจค้าปลีกโดยเฉพาะ พร้อมเผยแผนลงทุนในอนาคตอีก 3.5 พันล้านบาท

ในงาน Retail’s BIG Show 2017 ที่กำลังจัดขึ้นนั้น Intel ได้ทำการเปิดตัว Intel Responsive Retail Platform (Intel RRP) สำหรับใช้ในธุรกิจค้าปลีกโดยเฉพาะ ซึ่งเป็น Platform ที่นำความสามารถเทคโนโลยี IoT เข้ามาใช้งานในธุรกิจค้าปลีก ช่วยเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆในการซื้อสินค้าให้กับลูกค้า รวมถึงช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานของธุรกิจ ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเพิ่มบริการใหม่ลงได้อีกด้วย สำหรับ Intel RRP ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีสำคัญดังนี้

  • Intel-Based Retail Sensor – มี Sensor หลายรูปแบบ ช่วยในการเก็บข้อมูลต่างๆ โดย Sensor เหล่านี้มีระบบ RFID และเสาอากาศในตัว ทำงานอยู่บน Intel Atom Processor ในอนาคตจะมีการเพิ่ม Sensor หลายรูปแบบมากขึ้น เช่น การบันทึกวีดีโอ, เชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth Low Energy (BLE) ได้
  • Intel-Based Gateway – เป็นระบบ IoT Gateway ที่คอยรับข้อมูลจาก Sensor เพื่อนำมาทำการประมวลผล มีความสามารถในการเชื่อมต่อไปยัง Cloud ผ่าน Wired network หรือ 3G/LTE ได้ ปัจจุบัน Intel ใช้ฮาร์ดแวร์จาก HP ซึ่งทำงานบนหน่วยประมวลผล Intel Core i7 และ Intel Xeon Processors
  • Cloud – ระบบ Open-source Analytics Platform-as-a-service (PaaS) ที่ทำงานบน Public Cloud เช่น AWS หรือ Azure ช่วยในการประมวลผลและตัดสินใจทางธุรกิจ จากข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาจาก IoT Gateway

Intel ยังเผยแผนลงทุนในเทคโนโลยี IoT สำหรับธุรกิจค้าปลีกอีกกว่า 3.5 พันล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยการลงทุนนี้จะเน้นเทคโนโลยีที่ช่วยปรับปรุงขั้นตอนในธุรกิจค้าปลีกต่างๆทุกขั้นตอน ตั้งแต่ระบบจัดการคลังสินค้า ไปจนถึงระบบการคิดเงิน ซึ่งจะช่วยให้ Intel สามารถก้าวเป็นผู้นำในตลาด IoT สำหรับธุรกิจค้าปลีกที่มีมูลค่ามากกว่า 1.2 ล้านล้านบาทได้

ที่มา : https://newsroom.intel.com/news/intel-unveils-new-intel-responsive-retail-platform-plans-100-million-investment-nrf-2017/

from:https://www.techtalkthai.com/intel-announces-iot-platform-for-retails/

Baidu เปิดห้องปฏิบัติการวิจัยแห่งใหม่ เน้นทำด้าน AR โดยเฉพาะ

Baidu ผู้ให้บริการค้นหายักษ์ใหญ่จากจีนได้เปิดตัวห้องปฏิบัติการวิจัยด้าน AR แห่งใหม่แล้ว แยกออกจาก Institute of Deep Learning โดยเป็นห้องวิจัยแห่งที่ 4 ภายใต้ Baidu Research (นอกจากนั้นอีก 3 แห่งคือ Big Data Lab, Silicon Valley Lab และ Institute of Deep Learning)

ทิศทางของ Baidu ต่อ AR นั้นคือจะเน้นการใช้กับสมาร์ทโฟนเป็นหลักเพื่อเสริมประสบการณ์ในการใช้งานผ่านแอพของบริษัท โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริม เช่น Baidu Maps, Mobile Baidu, Baidu Nuomi ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้ทุกแอพรวมแล้วกว่า 1 พันล้านคนต่อเดือน

Zhongqin Wu ผู้เป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการกล่าวว่า “AR นั้นทำให้เราสังเคราะห์โลกเสมือนขึ้นบนโลกจริง และเปลี่ยนแปลงการรับรู้สิ่งรอบข้างของเราได้” เขากล่าวเพิ่มเติมว่าทุกวันนี้ได้เริ่มเห็นการเติบโตของ AR ในด้านการตลาดแล้ว และหวังว่าอุตสาหกรรมอื่นจะค่อย ๆ ตามมา

ที่มา – TechCrunch

from:https://www.blognone.com/node/89240

local.jpg

Alibaba จับมือแบรนด์ดังทั่วโลก ใช้ Big Data และ AI ต่อต้านสินค้าแบรนด์ปลอม

Alibaba Group ได้ประกาศเปิดตัวกลุ่มพันธมิตรกับเหล่าแบรนด์ดังระดับโลก ซึ่งรวมถึง Louis Vuitton, Samsung และ Mars เพื่อนำเทคโนโลยีอย่าง Big Data Analytics, Artificial Intelligence (AI), Machine Learning และ Algorithm มาใช้ปราบปรามสินค้าเถื่อนและละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมดในโลก E-Commerce ของ Alibaba


Credit: Alibaba

 

กลุ่มพันธมิตรนี้มีชื่อว่า Alibaba Big Data Anti-Counterfeiting Alliance ซึ่งปัจจุบันนี้มีสมาชิกประมาณ 20 ราย โดยจะนำความรู้เชิงเทคนิคและความรู้ในอุตสาหกรรมเพื่อมาใช้สร้างเทคโนโลยีสำหรับตรวจสอบหาสินค้าเถื่อนร่วมกัน โดยกลุ่มพันธมิตรนี้ชื่อว่า Data Analytics นั้นจะเป็นอาวุธสำคัญในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทาง Alibaba ได้เปิดเผยว่าด้วยเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูลของ Alibaba ที่มีชื่อเล่นว่าโครงการ Operation Cloud Sword นั้น ก็สามารถจับผู้ขายสินค้าเถื่อนได้เป็นมูลค่าสูงถึง 207.2 ล้านเหรียญหรือราวๆ 7,252 ล้านบาทภายในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม 2016 ที่ผ่านมา และการรวมตัวของกลุ่มพันธมิตรในครั้งนี้ก็จะน่าจะทำให้การปราบปรามสินค้าเถื่อนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไปอีก

Alibaba ยังเผยด้วยว่าในแต่ละวัน Alibaba มีการตรวจสอบสินค้าวันละ 10 ล้านรายการ และภายในเวลา 12 เดือนก็สามารถตรวจสอบสินค้าได้มากถึง 380 ล้านรายการ และปิดร้านค้าที่ละเมิดกฎไปแล้วถึง 180,000 ร้าน อีกทั้ง Alibaba ยังมีมาตรการฟ้องร้านค้าเหล่านี้เพื่อเรียกค่าเสียหายกลับคืนอีกด้วย

 

ที่มา: http://www.alizila.com/alibaba-launches-big-data-anti-counterfeiting-alliance/

from:https://www.techtalkthai.com/alibaba-launches-big-data-anti-counterfeiting-alliance/

local.jpg

Half-Life 3 ออกเมื่อไร? Gabe Newell จะตอบคำถามบน Reddit วันพรุ่งนี้

Gabe Newell ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Valve จะไปตอบคำถามแฟนๆ ผ่าน Ask Me Anything (AMA) ของ Reddit ในวันพรุ่งนี้ (เทียบเป็นเวลาบ้านเราคือ 6 โมงเช้าวันที่ 18)

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Gabe ไปตอบคำถามใน Reddit เพราะเขาเคยทำมาก่อนแล้วในปี 2014 ซึ่งเขาก็ตอบแทบทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องที่ทุกคนอยากรู้คือ Half-Life 3 ออกเมื่อไร (เวลาผ่านไปอีก 3 ปี คำถามเดิมยังคงอยู่)

แฟนๆ เกมของค่าย Valve ก็สามารถไปตั้งคำถามได้ใน Reddit

ที่มา – Kotaku

from:https://www.blognone.com/node/89238

local.jpg

[Microsoft] รุกหนัก … ลดอัตราค่าไลเซนส์ของ Windows 10 สำหรับโน๊ตบุ๊คราคาถูกในปี 2017 โดยเฉพาะ

เป็นที่ทราบกันดีครับว่าธุรกิจหลักของ Microsoft นั้นก็คือการเก็บไลเซนส์จากการจำหน่ายระบบปฎิบัติการ Windows ซึ่งผลลัพธ์นั้นก็เห็นๆ กันอยู่แล้วครับว่าค่าไลเซนส์ของระบบปฎิบัติการ Windows นั้นสามารถทำให้บริษัท Microsoft เติบโตได้มากขนาดไหน อย่างงไรก็ดีครับในปัจจุบันนี้นั้นทาง Microsoft มีคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Google ที่สร้างระบบปฎิบัติการที่ขึ้นชื่อว่าเอาใจผู้ใช้ระดับเริ่มต้นอย่าง Chrome OS ออกมาได้กีสุดๆ และที่สำคัญราคาเครื่องโน๊ตบุ๊คที่ใช้ Chrome OS นั้นก็ถูกแบบเหมือนจะให้ฟรีกันด้วยหล่ะครับ

windows 10 logo 600

นอกเหนือไปจาก Chrome OS เองแล้ว Microsoft ยังต้องคอยกังวลกับระบบปฎิบัติการที่อยู่คู่กับ Windows อย่างเงียบๆ มาโดยตลอด(แถมยังไม่ตายจากไปไหนสักที) อย่าง Linux ที่นอกจากมันจะฟรีแล้วนั้นในปัจจุบัน Linux เองก็มาพร้อมกับ GUI และความสามารในการใช้งานเบื้องต้นที่สะดวกสบายเอามากๆ ทั้งหมดนี้นั้นเลยทำให้ Microsoft ต้องประสบกับปัญญหาที่ว่าผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คที่ผลิตโน๊ตบุ๊ครุ่นราคาต่ำมักจะยิยมหันไปใช้ระบบปฎิบัติการอย่าง Chrome OS, Linux หรือไม่ก็ Dos แทนครับ

ล่าสุดนั้นเพื่อยืนยันการเป็นผู้นำพร้อมแสดงความจริงใจต่อผู้ใช้ที่มีงบประมาณไม่มากนักแหล่งข่าวจากบริษัทผู้ผลิตในประเทศไต้หวันได้ออกมาเผยว่าตั้งแต่ในปี 2017 นี้เป็นต้นไปทาง Microsoft นั้นจะลดราคาค่าไลเซนซ์สำหรับระบบปฎิบัติการ Windows 10 บนเครื่องโน๊ตบุ๊คที่มีขนาดหน้าจอ 14.1 นิ้วลงไปและโน๊ตบุ๊ครุ่นดังกล่าวนั้นจะต้องเป็นโน๊ตบุ๊คที่เน้นตลาดราคาถูก(ดังนั้นโน๊ตบุ๊คขนาดจอ 13 นิ้วแบบพรีเมียมที่กำลังนิยมกันนั้นไม่ได้ลดนะครับ)

ถึงแม้ว่าแหล่งข้อมูลจะไม่ได้บอกเอาไว้ว่าทำไมทาง Microsoft ถึงได้ปรับลดราคาค่าไลเซนส์ในครั้งนี้ ทว่าเรื่องดังกล่าวก็สามารถคาดเดาได้ไม่ยากเย็นมากนักดังเหตุผลเรื่องของการโดนจู่โจมจากระบบปฎิบัติการของผู้พัฒนารายอื่นที่เรียกได้ว่าปล่อยให้ใช้ฟรีจนผู้ผลิตหลายเจ้าอย่าง Lenovo, Acer, Asustek Computer, Dell และ Samsung ต่างก็เริ่มที่จะบางจำหน่ายโน๊ตบุ๊คที่มีราคาต่ำและหน้าจอต่ำกว่า 14.1 นิ้วดังนั้นแล้วเพื่อไม่ให้ Chrome OS รุกตลาดและเข้าถึงมือผู้ใช้ได้มากกว่านี้ทาง Microsoft ก็เลยตัดไฟแต่ต้นลมเลยหล่ะครับ

ที่มา : digitimes

from:https://notebookspec.com/microsoft-lowers-2017-windows-10-licensing-rates-for-low-cost-notebooks/380084/

local.jpg

[AMD] เปิดตัว Avalon mini PC คอมขนาดเล็กในรูปแบบของกระเป๋าสะพาย แต่สเปกแรงรองรับ VR สบายๆ

ในตอนนี้นั้นเรากำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเข้าสู่ยุคอุปกรณ์สำหรับการสร้างภาพเสมือนจริงครับ โดยในช่วง 2 ปีมานี้นั้นอุปกรณ์สร้างภาพเสมือนจริงเติบโตเร็วมากๆ  อย่างไรก็ตามแต่แล้วไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สร้างภาพเสมือนจริงจากผู้ผลิตรายไหนก็จะมีข้อเสียที่เหมือนๆ กันอยู่ซึ่งนั่นก็คือเวลาที่ใช้งานนั้นผู้ใช้จะต้องเล่นภายในห้องเนื่องจากว่าตัวอุปกรณ์จะต้องเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตลอดเวลาครับ แน่นอนว่าปัญหาเรื่องนี้นั้นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มองเห็นดังนั้นแล้วในท้ายที่สุดเราจึงได้เห็นคอมพิวเตอร์แนวใหม่ในรูปแบบที่เป็นกระเป๋าสะพายหลังครับ

Avalon mini PC 600 01

Avalon mini PC นี้นั้นได้แนวทางในการพัฒนาว่าด้วยเรื่องของการใช้งานที่ต้องสามารถพกพาเพื่อใช้กับอุปกรณ์สร้างภาพเสมือนจริงได้และในทางกลับกันก็ต้องสามารถวางไว้กับโต๊ะ(หรือพื้น) เพื่อที่จะสามารถใช้งานเป็น Desktop ทั่วไปได้เด้วยครับ เหตุผลที่ทาง AMD ออกแบบโดยใช้หลักการนี้นั้นก็เนื่องมาจากว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในรูปแบบกระเป๋าสะพายของผู้ผลิตบางยี่ห้อไม่สามารถที่จะวางบนพื้นเพื่อใช้งานเป็น Desktop ธรรมดาได้ ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งครับ(และคงไม่มีใครเสียเงินหลายหมื่นเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ได้เฉพาะเวลาสะพายหลังจริงไหมครับ)

Avalon mini PC 600 08

Avalon mini PC 600 02Avalon mini PC 600 03

สเปคของ  Avalon mini PC นั้นมีดังต่อไปนี้ครับ

  • หน่วยประมวลผลของทาง Intel สถาปัตยกรรม Kaby Lake ซึ่งมีอัตราการคายความร้อนอยู่ที่ 45 W
  • ชิปกราฟิกบนเมนบอร์ดในรุ่น RX 480
  • แหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD อินเตอร์เฟซ M.2 จำนวน 2 slots(ยังไม่มีการเผยข้อมูลออกมาว่าความจุจะอยู่ที่เท่าไร)
  • พอร์ตการเชื่อมต่อประกอบไปด้วย RJ-45, USB 3.0 จำนวน 4 พอร์ต, USB 2.0 จำนวน 2 พอร์ต, 3.5 mm audio, HDMI และ USB Type-C ซึ่งมาพร้อมกับมาตรฐาน Thunderbolt 3
  • แบตเตอรี่แบบ Li-ion จำนวน 2 แพ็คโดยแต่ละแพ็คมีความจุอยู่ที่ 99.5 Wh และสามารถที่จะนำออกมาเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง(ทาง AMD บอกว่าแบตเตอรี่ทั้ง 2 ก้อนนั้นทำให้ผู้ใช้สามารถอยู่ในโลกเสมือนจริงได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 4 ชั่วโมง)

Avalon mini PC 600 04Avalon mini PC 600 05

Avalon mini PC 600 06Avalon mini PC 600 07

ที่น่าแปลกนั้นก็คือการที่ทาง AMD เลือกใช้หน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Kaby Lake ของทาง Intel ครับ ตรางนี้นั้นทำให้คิดได้ว่าทาง Intel เองก็ยอมรับในเรื่องของความแรงกับอัตราการคายความร้อนที่น้อยของ Kaby Lake อยู่เหมือนกัน ทั้งนี้ Avalon mini PC จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2017 นี้ด้วยสนนราคาที่ $1,800 หรือประมาณ 63,740 บาท ซึ่งหากมองกันตรงๆ แล้วนั้นราคาของ Avalon mini PC นี้ก็ถูกกว่าคู่แข่งอย่าง MSI และ Zotac อยู่พอดูครับ(แต่จะดีกว่าถ้า Avalon mini PC นั้นมาพร้อมกับชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Vega หล่ะครับ)

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-teases-avalon-mini-pc-vr-backpack-powered-by-two-li-ion-battery-packs/380050/