เปิดตัว “LINE TAXI” กับความท้าทายในการนำพาแท็กซี่ไทยสู่ยุค 4.0

LINE เปิดตัวเป็น Official Partner รายแรกของเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่เขตกรุงเทพมหานคร โดยมีพิธีลงนามเซ็นสัญญาพัฒนาบริการ “LINE TAXI” อย่างเป็นทางการในวันนี้ ตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานการให้บริการ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนขับแท็กซี่ให้ดีขึ้น คาดพร้อมใช้งานได้ภายในปีนี้แน่นอน

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวที่น่าติดตามทีเดียวสำหรับ LINE ประเทศไทย กับการหันมามองปัญหาใหญ่ที่คนกรุงเทพฯ ต่างส่ายหน้า ผู้มีอำนาจต่างส่ายหัว แล้วก็เดินจากกันไป ไม่มีใครลงมาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง กับปัญหา “แท็กซี่ไทย” ที่ทุกวันนี้มีภาพลักษณ์ติดลบในหมู่ผู้บริโภค

โดยการเข้ามาเป็น Official Partner กับเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่เขตกรุงเทพมหานครของ LINE ในครั้งนี้ คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทยเผยว่า มาเพื่อแก้ปัญหาที่มีอยู่เดิมของวงการแท็กซี่ไทยให้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องการปฏิเสธผู้โดยสารที่ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งไม่พอใจอยู่บ่อยครั้ง และทำให้ต้องใช้เวลาในการเรียกรถนานขึ้น หรือปัญหาในด้านความปลอดภัยที่ผู้โดยสารเองก็อยากได้ความมั่นใจจากผู้ให้บริการ ไปจนถึงปัญหาของฝ่ายผู้ขับแท็กซี่เองที่ปัจจุบันพบกับการแข่งขันรอบด้าน ซึ่งคู่แข่งต่างมีพร้อมในเทคโนโลยีอันทันสมัย ในจุดนี้ LINE มองว่า การพัฒนาเทคโนโลยีให้เข้าถึงผู้ใช้งานกลุ่มคนขับแท็กซี่จะเป็นทางออกที่ดี และสามารถคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ในอดีตที่เคยมีมาได้

“ทุกวันนี้เรามีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 44 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เข้าใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ แต่ตัวเลขนี้กำลังแสดงให้เห็นว่าอีกด้านหนึ่งก็คือโลกออฟไลน์ ก็ยังมีคนอีกกลุ่มใหญ่มาก ซึ่งคนเหล่านี้อาจเป็นกลุ่มร้านอาหาร กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ฯลฯ ที่ไม่มีศักยภาพ หรือความรู้มากพอที่จะเข้ามาในโลกออนไลน์ แต่ด้วยพลังของเทคโนโลยี จะทำให้เราสามารถดึงลูกค้า Online ไปหาลูกค้ากลุ่มออฟไลน์ได้แล้ว และเทคโนโลยีนั้นก็คือ แอปพลิเคชัน LINE MAN” 

โดยก่อนหน้านี้ บริการของแอปพลิเคชัน LINE MAN นั้นมีอยู่ 4 บริการหลัก ได้แก่ บริการสั่งซื้ออาหาร (Food Delivery), บริการแมสเซนเจอร์ (Messenger), บริการสั่งของสะดวกซื้อ (Convenience Goods) และบริการจัดส่งพัสดุ (Postel) ซึ่งการมาถึงของ LINE TAXI จะเข้ามาเป็นบริการในลำดับที่ 5 ของ LINE MAN นั่นเอง

อย่างไรก็ดี การจะเข้ามาแก้ปัญหาบริการแท็กซี่ไทยนั้นไม่ง่าย ซึ่งจากการศึกษาของ LINE ประเทศไทยพบว่า ความต้องการจากฝั่งผู้บริโภคมี 3 ข้อหลัก ๆ คือ

 

  • อยากเรียกแท็กซี่แล้วไม่ต้องรอนาน ซึ่งสถานการณ์จริงนั้น บางชั่วโมงเร่งด่วนหรือช่วงที่ฝนตก การเรียกแท็กซี่สักคันทำได้อย่างยากลำบากมาก แม้จะใช้แอปพลิเคชันที่มีอยู่เดิมในท้องตลาดก็ยังต้องรอนานอยู่ดี 
  • อยากเรียกแท็กซี่แล้วแท็กซี่ไม่ปฏิเสธ 
  • อยากขึ้นแท็กซี่แล้วมั่นใจได้ว่าปลอดภัย 

ขณะที่ฝั่งผู้ขับแท็กซี่เองก็มีปัญหาสะสมอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขับรถด้วยจำนวนชั่วโมงต่อวันที่ยาวนาน (บางรายอาจต้องขับถึงวันละ 12 ชั่วโมง) ขณะที่รายได้ของคนขับแท็กซี่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มากพอจะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ โดยอาจมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 400 บาทต่อวันเท่านั้น

นอกจากนั้น คุณอริยะเผยด้วยว่า ผู้ขับแท็กซี่ยังมีค่าใช้จ่ายในการเป็นผู้ขับแท็กซี่ที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่มากมาย เช่น ค่าใช้จ่ายในทำใบขับขี่สาธารณะ ค่าเช่ารถ หรือค่าผ่อนรถ ค่าตรวจสุขภาพ ฯลฯ

คุณอริยะ พนมยงค์

 

 

ในจุดนี้ LINE มองว่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจะทำให้ปัญหาของทั้งสองฝั่งมาบรรจบกันที่ตรงกลางได้ และความแตกต่างของบริการใหม่อย่าง LINE TAXI กับผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ก็คือ ฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิมของทั้งสององค์กร เช่น LINE ก็มีฐานลูกค้ามากกว่า 40 ล้านคน และฝั่งเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่เขตกรุงเทพมหานครก็มีสมาชิกเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 60,000 ราย จากจำนวนแท็กซี่ที่ให้บริการทั้งหมด 90,000 กว่าราย หรือคิดเป็น 67% ของจำนวนรถแท็กซี่ที่ให้บริการทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯ 

แต่จุดเด่นสำคัญที่ทำให้คู่แข่งจุกไปตาม ๆ กันก็คือการที่ LINE TAXI สามารถประกาศได้ว่าเป็นบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย สอดคล้องกับนโยบายของกรมการขนส่งทางบก และทำให้ LINE มีบทบาทสำคัญในฐานะแบรนด์ที่นำพาอุตสาหกรรมแท็กซี่ไทยเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 นั่นเอง

อย่างไรก็ดี สำหรับ Business Model และคุณสมบัติต่าง ๆ ที่จะมีให้ใช้งานใน LINE TAXI นั้นยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ โดยคุณอริยะเผยแต่เพียงว่าอาจไม่แตกต่างกับผู้ให้บริการรายอื่นในท้องตลาดมากนัก เช่น ในส่วนของคุณสมบัติด้านความปลอดภัย ผู้โดยสารอาจสามารถแชร์ได้ว่าอยู่บนรถแท็กซี่คันไหน เป็นต้น (ในจุดนี้ต้องรอความชัดเจนในงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ)

คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย (กลาง) และคุณวิฑูรย์ แนวพานิช (ขวา) ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่เขตกรุงเทพมหานครกล่าวให้สัมภาษณ์บนเวที

 

ความท้าทายต่อจากนี้ก็คือ การจะเชิญชวนอย่างไรให้สมาชิกของเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ฯ เข้ามาลงทะเบียนใช้งานเทคโนโลยีนี้กันให้มาก ๆ เพื่อให้มีรถแท็กซี่ในระบบเพียงพอต่อการให้บริการผู้โดยสาร ซึ่งคุณวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่เขตกรุงเทพมหานครเผยว่า ตั้งเป้าไว้ที่ 20,000 – 30,000 คันในระยะเริ่มต้น

โดยคุณสมบัติของแท็กซี่ที่จะเข้าร่วมให้บริการกับ LINE TAXI ในระยะเริ่มต้นนั้น คุณวิฑูรย์ระบุว่า ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่ รถที่นำมาให้บริการต้องอยู่ในสภาพดี และคนขับต้องเข้ารับการอบรมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ การมาถึงของ LINE TAXI นั้นอาจไม่ได้มาแล้วทำให้ปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารหมดลงในทันทีทันใด แต่คุณอริยะชี้ว่าวิธีการแก้ปัญหาที่ LINE กำลังจะทำก็คือ การทำให้ระบบของ LINE TAXI มีคนขับในระบบให้มาก ๆ ยิ่งมีคนขับมาก โอกาสที่ลูกค้าจะถูกปฏิเสธก็ยิ่งมีน้อยลงนั่นเอง

“เราอยู่ในยุค Disruption ก็จริง แต่ผมคนหนึ่งที่เชื่อว่าเราไม่ต้อง Disruption ไปเสียทุกอย่างหรอก เราจับมือกันบ้างก็ได้” คุณอริยะกล่าวทิ้งท้าย

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/07/line-mou-official-partner-thai-bkk-taxi/

Advertisements

อดีตซีอีโอ Uber พยายามกลับคืนสู่ตำแหน่งให้ได้ บอกเหมือนตอนสตีฟ จ็อบส์กลับมา Apple

จากข่าวการสรรหาซีอีโอคนใหม่ของ Uber ที่บอร์ดบริหารยังหาข้อสรุปไม่ได้ และดูเหมือนบอร์ดบางส่วนก็อยากให้อดีตซีอีโอ Travis Kalanick ที่ถูกบีบให้ลาออกกลับคืนตำแหน่ง รายงานล่าสุดระบุว่าตัว Kalanick เองก็มีความพยายามจะกลับมาทวงตำแหน่งนี้คืนให้ได้เช่นกัน

Kara Swisher แห่ง Recode บอกว่า หลังจาก Kalanick ถูกบีบให้ลาออก เขาก็ได้ไปพักผ่อนที่ Tahiti ช่วงเวลาหนึ่ง แต่เมื่อกลับมา เขาพยายามที่จะเข้ามาดูแลงานประจำวันใน Uber อีกครั้ง (Kalanick ยังมีตำแหน่งเป็นบอร์ดบริหาร Uber) และไม่มีใครจัดการปัญหานี้ได้ จนบอร์ดบริหารต้องออกกฎจำกัดการเข้าถึงข้อมูลของบอร์ดทุกคน เพื่อให้ Kalanick ไม่สามารถทำงานประจำแบบตอนเป็นซีอีโอได้

สัญญาณหนึ่งว่า Kalanick ยังไม่ยอมแพ้ ก็คือเขาได้พูดคุยกับใครต่อใคร รวมทั้งคนที่เป็นตัวเลือกซีอีโอคนใหม่ Uber ว่า เขานี่แหละคือคนที่เหมือนกับสตีฟ จ็อบส์ ที่ถูกไล่ออกจากแอปเปิล บริษัทที่เป็นคนก่อตั้ง และสุดท้ายก็ต้องกลับมากอบกู้บริษัทจนยิ่งใหญ่

แหล่งข่าวบอกกับ Swisher ว่าการที่ Kalanick จะไม่ยอมแพ้นั้นไม่แปลก เพราะเป็นสไตล์ของเขาอยู่แล้ว อีกทั้ง Uber ก็เป็นบริษัทที่เขารู้ดีที่สุด

ที่มา: Recode

alt="Travis Kalanick"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/94372

AIS Fibre Power 4 แพ็กเกจรวมเน็ตบ้าน&เน็ตมือถือแบบไม่อั้น เริ่มต้น 599 บาท

AIS ทำการจุดพลุให้ตลาดรอบใหม่ ด้วยการปล่อยแพ็กเกจ AIS Fibre Power 4 ที่มัดรวมเอาบริการ 4 ตัว ได้แก่ เน็ตบ้าน AIS Fibre, เน็ตมือถือ AIS, กล่องรับชมความบันเทิง AIS Playbox และ AIS Super WiFi มาขายเป็นแพ็กเกจเดียวกันเริ่มต้นที่เดือนละ 599 บาท

ไฮไลท์สำคัญอยู่ตรงที่ซิมมือถือที่พ่วงในแพ็กเกจดังกล่าวเป็นซิมที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้แบบไม่อั้นไม่ลดสปีด

ซึ่งแพ็กเกจที่ถูกจับตามองและน่าสนใจมากที่สุดคือแพ็คเกจ 799 บาท ได้เน็ตบ้าน 50/20 Mbps ได้กล่อง AIS Playbox, รับสิทธิ์เล่น AIS Super WiFi ฟรีไม่จำกัด และซิมเน็ตมือถือที่ความเร็วสูงสุด 4Mbps ไม่ลดสปีด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วซิมเน็ต 4Mbps นี้ก็มีมูลค่าอยู่ที่เดือนละ 450 บาทแล้ว !! แถมยังได้เน็ตบ้าน และกล่องรับชมความบันเทิง AIS Playbox พ่วงเข้ามาด้วยอีก

เห็นอย่างนี้แล้ว อดเปรียบเทียบไม่ได้กับคู่แข่งโดยตรงอย่าง True ที่บุกเบิกแพ็กเกจแบบมัดรวมบริการต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันเป็นบิลเดียว เชื่อว่าเร็วๆ นี้คงได้มีการปรับแพ็กเกจออกมาสู้กันดุเดือดกว่านี้แน่นอน !

AIS Fibre Power 4 จะเปิดให้สมัครอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม เป็นต้นไป

from:http://www.9tana.com/node/ais-fibre-power-4/

5 กันยายน ศกนี้ เกม “KNACK 2” พร้อมวางจำหน่ายแล้ว ทั้งในรูปแบบดิจิทัลดาวน์โหลด และแผ่นบลูเรย์

โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง สาขาสิงคโปร์(SIES) ประกาศวางจำหน่ายเกม “KNACK 2” ในวันที่ 5 กันยายน ในราคา 1,190 บาท (ดิจิทัลดาวน์โหลด) และราคา 1,390 บาท (แผ่นบลูเรย์)

เกี่ยวกับเกม KNACK 2

ได้รับการพัฒนาโดย โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ สตูดิโอในประเทศญี่ปุ่น และหนึ่งในผู้สร้างสรรค์เกมที๋โด่งดังอย่าง Mark Cerny โดย KNACK กลับมาอย่างยิ่งใหญ่กว่าที่เคยใน KNACK 2 ที่กำลังจะมาถึงโดยเฉพาะบนเครื่องเกมคอนโซล PlayStation®4 (PS4) ที่ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการเล่นทั้งครอบครัว และเหล่าเกมเมอร์ KNACK 2 เป็นเกมผจญภัยที่สนุกสนาน ในรูปแบบ pick-up-and-play และระบบการต่อสู้ที่ได้รับการพัฒนา มีรูปแบบการเล่น และปริศนาที่หลากหลาย

เนื้อเรื่อง

พบกับ KNACK เจ้าหนูที่มีการเคลื่อนไหวที่น่าอัศจรรย์ และความสามารถในการเปลี่ยนขนาดของร่างกายได้ตามต้องการ ที่กลับมาอีกครั้งกับการผจญภัยที่จะสร้างความสนุกสนานให้กับทั้งครอบครัว จากทีมนักพัฒนาของPlayStation

โบนัสพิเศษสำหรับการสั่งซื้อล่วงหน้า และการซื้อแบบ “Early Purchase”

※โบนัสสำหรับการสั่งซื้อล่วงหน้า (PSN เท่านั้น): PS4 Theme

※โบนัสสำหรับการสั่งซื้อแบบ “Early Purchase”: เพลงประกอบเกม

ช่วงเวลาการสั่งซื้อล่วงหน้า: 7/28 – 9/4

ช่วงเวลาการสั่งซื้อแบบ “Early Purchase”: 9/5 – 9/19

from:http://mobileocta.com/on-september-5th-this-game-knack-2-is-now-available/

AIS Fibre จัดแพ็คเกจใหม่เริ่ม 30/10 Mbps พร้อม PlayBox และเน็ตมือถือ

AIS Fibre ประกาศจัดแพ็คเกจใหม่ในแคมเปญ AIS Fibre Power 4 ที่ให้ทั้งเน็ตบ้าน, เน็ตมือถือ, AIS PlayBox และ AIS WiFi โดยแพ็คเกจมีดังนี้

  • ความเร็วสูงสุด 30/10 Mbps พร้อมซิม AIS เล่นเน็ตไม่อั้นความเร็วสูงสุด 1Mbps พร้อม AIS Play และ AIS Super WiFi ราคา 599 บาท
  • ความเร็วสูงสุด 50/20 Mbps และกล่อง AIS PlayBox พร้อมแพ็คเกจ Platinum FullHD (ช่อง FOX/HBO) ฟรี 3 เดือน HOOQ 12 เดือน, AIS Play, ซิม AIS เล่นเน็ตไม่อั้นความเร็วสูงสุด 4 Mbps และ AIS Super Wifi ราคา 799 บาท
  • ความเร็วสูงสุด 100/40 Mbps พร้อม AIS PlayBox และแพ็คเกจ Platinum FullHD ฟรี 12 เดือน HOOQ 12 เดือน, AIS Play, ซิม AIS เล่นเน็ตไม่อั้นความเร็วสูงสุด 6 Mbps (พร้อมสิทธิ์ Serenade Gold) และ AIS Super WiFi ราคา 1,799 บาท
  • ความเร็วสูงสุด 200/50 Mbps พร้อม AIS PlayBox และแพ็คเกจ Platinum FullHD ฟรี 12 เดือน HOOQ 12 เดือน, AIS Play, ซิม AIS เล่นเน็ตไม่อั้นความเร็วสูงสุด 6 Mbps (พร้อมสิทธิ์ Serenade Gold) และ AIS Super WiFi ราคา 1,999 บาท

alt="Pasted image at 2017_07_31 06_28 PM"

สำหรับลูกค้าที่มีการใช้งาน AIS Fiber และ AIS นาน 6 เดือนขึ้นไปสามารถนำค่าใช้บริการมารวมกันเพื่อรับสิทธิ Serenade ได้ตามที่กำหนด

ในส่วนของซิมลูกค้าจะได้รับจากช่างในวันที่ติดตั้งเลยและใช้เวลา activate 1-2 วัน ขณะที่ AIS PlayBox สามารถติดตั้งเพิ่มได้ทั้งหมด 3 จุด คิดค่าบริการเพิ่มเดือนละ 100 บาทต่อจุด

ลูกค้าใหม่สามารถสมัครแพ็คเกจได้แล้ว ส่วนลูกค้าเก่าจะเปลี่ยนแพ็คเกจได้ตั้งแต่ 10 สิงหาคมเป็นต้นไป

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/94370

[TechTalkThai x IBM] ขอเชิญเข้าร่วมงาน Data Analytics Workshop for Retail and Marketing #1 วันที่ 29 สิงหาคม 2017 นี้

TechTalkThai ร่วมมือกับ IBM Thailand จัดงาน Data Analytics Workshop for Retail and Marketing #1 วันที่ 29 สิงหาคม 2017 นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่าผู้ที่ทำงานในวงการ Retails และ Marketing ได้ลองมาใช้งานเครื่องมือ Advanced Analytics ที่นำเทคโนโลยี AI อย่าง IBM Watson มาช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการขายและการตลาดแบบ 360ํ เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตนเอง และนำความรู้นี้ไปต่อยอดในองค์กรของคุณได้ในอนาคต โดยมีรายละเอียดและการลงทะเบียนฟรีดังต่อไปนี้

 

[TechTalkThai x IBM] Data Analytics Workshop for Retail and Marketing #1

 

กำหนดการ

วันอังคารที่ 29 สิงหาคม 2017 เวลา 13.00 – 17.00 (มีอาหารว่างให้)
สถานที่ ห้อง IBM Innovation Center ชั้น 1 IBM Thailand BTS สถานีอารีย์ (ทางออก 4 แผนที่)
วิทยากร ทีมงาน IBM Thailand

 

เนื้อหาใน Workshop ครั้งนี้

ในงาน Workshop ครั้งนี้ทาง IBM Thailand ได้เตรียม Workshop เอาไว้สำหรับคนที่ทำงานสาย Retail และ Marketing โดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ทดลองทำการวิเคราะห์ข้อมูลกันบน IBM Watson Analytics ซึ่งเป็นบริการ Cloud ของระบบ Next Generation Data Analytics ที่เปิดให้ทดลองใช้งานได้ฟรีๆ พร้อมกับชุดข้อมูลสำหรับกลุ่ม Retail และ Marketing โดยเฉพาะที่ทางทีมงาน IBM Thailand ได้เตรียมเอาไว้ให้เราได้ทดลองวิเคราะห์ข้อมูลกันจริงๆ

 

Workshop ครั้งนี้เหมาะกับใคร?

เนื่องจากเนื้อหาและชุดข้อมูลที่เตรียมเอาไว้นั้นเกี่ยวข้องกับข้อมูลในกลุ่มธุรกิจ Retail และ Marketing โดยเฉพาะ ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ทำงานในกลุ่มธุรกิจดังกล่าว โดยมีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลมาบ้าง เช่น การใช้ Excel วิเคราะห์ยอดขาย หรือมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสถิติมาบ้าง โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมมาก่อน

ผู้มาเข้าร่วมงานครั้งนี้จะได้เรียนรู้เนื้อหาดังต่อไปนี้

  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำ Data Analytics
  • การจัดการข้อมูลก่อนนำมาทำการวิเคราะห์
  • การวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลเบื้องต้น
  • การตีความหมายของข้อมูล และแนวคิดในการค้นหาคุณค่าใหม่ๆ จากข้อมูล

 

ผู้มาเข้าร่วม Workshop ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ผู้มาเข้าร่วม Workshop ครั้งนี้ต้องเตรียมสิ่งของดังรายการต่อไปนี้มาเอง เพื่อใช้ในการทำ Workshop

  • Notebook ที่สามารถเชื่อมต่อ WiFi ได้ จะเป็น Windows หรือ Mac ก็ได้ (ควรต่อ WiFi เองได้ด้วย) พร้อมมี Web Browser เช่น Google Chrome, Mozilla Firefox, Microsoft Edge หรือ Microsoft Internet Explorer 11 อัปเดตล่าสุด
  • Email Account ที่ใช้งานได้จริง สำหรับสมัครใช้งาน IBM Watson Analytics
  • คำถามต่างๆ ที่ต้องการถามวิทยากรในแง่ของการประยุกต์นำไปใช้งาน หรือคำถามอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน Workshop ในครั้งนี้ สามารถลงทะเบียนได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://go.techtalkthai.com/2017/07/techtalkthai-x-ibm-data-analytics-workshop-for-retail-and-marketing-1/ โดยทางทีมงานจะตอบรับการลงทะเบียนของท่านผ่านทาง Email หรือเบอร์โทรศัพท์ที่ท่านทำการลงทะเบียนไว้ก่อนวันที่ 20 สิงหาคม 2017

ทีมผู้จัดงานขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธผู้ลงทะเบียนหากที่นั่งเต็มแล้วนะครับ

from:https://www.techtalkthai.com/techtalkthai-x-ibm-data-analytics-workshop-for-retail-and-marketing/

นักวิจัยใช้ AI สร้างมัลแวร์ที่หลบแอนตี้ไวรัสได้แล้ว ใช้โค้ดจาก OpenAI ของ Elon Musk

Hyrum Anderson นักวิจัยด้านความปลอดภัยจากบริษัท Endgame โชว์ผลงานวิจัยการใช้ AI สร้างมัลแวร์ที่แอนตี้ไวรัสจับไม่ได้

แนวคิดของเรื่องนี้คือนำโค้ดมัลแวร์เดิมที่เป็นไบนารี มาดัดแปลงเพียงเล็กน้อย (น้อยมากๆ ระดับแก้ไม่กี่ไบต์) โดยให้ AI ทดลองหาวิธีแปลงที่น่าจะหลุดรอดการตรวจจับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้วิธีการที่ดีที่สุด เช่น เติมเลขศูนย์ เติมไบต์สุ่ม เปลี่ยนชื่อบางเซคชั่นในไฟล์ ฯลฯ

AI ตัวนี้ใช้เวลาเทรน 15 ชั่วโมงกับตัวอย่างโค้ด 100,000 ตัวอย่าง (ไม่ระบุว่าทดสอบกับแอนตี้ไวรัสตัวไหน) ผลคือ AI สามารถสร้างโค้ดมัลแวร์ที่มีโอกาสรอดการตรวจจับได้ถึง 60%

Anderson เผยแพร่ผลงานของเขาที่งานประชุม DEF CON และเปิดโค้ดบน GitHub โค้ดของเขาใช้ซอฟต์แวร์ช่วยเรียนรู้แบบ reinforcement learning (เรียนรู้แบบมีแรงจูงใจที่จะได้รางวัล) ชื่อ Gym ซึ่งพัฒนาโดยองค์กร OpenAI ที่ก่อตั้งโดย Elon Musk

ที่มา – Endgame, The Register

No Description

from:https://www.blognone.com/node/94369