ใครสเถียรกว่า.. ผลสำรวจพบปัญหาจุกจิกในการใช้งาน Android สูงกว่า iPhone แต่รู้หรือไม่ว่า iOS แอปเจมากกว่า Android ถึง 5 เท่า

กว่า 10 ที่ iPhone และ iOS ได้วางจำหน่ายและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ แก่วงการมือถือ และเป็นที่ไว้วางใจของสาวกมาโดยตลอด หลังๆ มานี้รุ่นใหม่ๆ อาจจะไม่ค่อยมีนวัตกรรมแหวกแนวกว่าชาวบ้านสักเท่าไหร่ แต่อย่างนึงที่ผู้ใช้งานยังยึดมั่นคือความสเถียร และจะเห็นคำพูดหรือข้อความ “เลือกใช้ iPhone เพราะมันสเถีียรกว่า Android” เรียกได้ว่าเป็นประโยคหนีตาย เอาไว้หักล้างเวลานึกอะไรไม่ออก หรือโดนถามว่าทำไมถึงเลือกใช้ iPhone กันอยู่ แต่รายงานล่าสุดจาก Blanco Technology Group ที่ไปสำรวจเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนอาจจะทำให้สาวกหลายคนตกใจ รวมถึงบรรดาผู้ใช้ Android ก็คงจะงงด้วย ฮ่าๆเพราะเปอร์เซ็นต์การปิดตัวรวมถึงอาการค้างของแอปต่างๆ บน iOS นั้นกลับม่ีเปอร์เซ็นต์ที่สูงถึง 54% แถมยังเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้วที่มีรายงานแค่ 50% เท่านั้น ต่างจากฝั่ง Android ที่ไตรมาสล่าสุดลดเหลือแค่ 10% จาก 18% ของไตรมาสที่ผ่านมาอีกต่างหาก

โดยแอปที่พังบ่อยที่สุดบน iOS เป็น Instagram, Messenger, Pinterest, Facebook และ Google เรียกว่า 3 แอปที่เจ๊งบ่อยๆ ใน 5 อันดับแรกนี่มาจากเครือ Facebook ทั้งนั้น

ฝั่ง Android เองก็มี Facebook เลยที่เน่าบ่อยมาก นำมาเป็นอันดับ 1 แต่ที่น่าหดหู่ใจที่สุดคือ Google Play แอปของ Android OS เอง คือมันไม่ควรจะพังไหม Google > <

 

แต่เดี๋ยวจะหาว่าถล่มและแซะแต่ฝั่ง Apple งั้นลองมาดูอีกตัวเลขนึง ที่พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างใช้งาน ซึ่งอันนี้ฝั่ง iOS เค้าไม่ค่อยเจอกััน โดย Android พบปัญหาในเรื่องนี้ 25% ทั่วโลก โดยมีเปอร์เซ็นต์ที่ใกล้เคียงกันทั่วโลก ส่วนฝั่ง iOS นั้นมีแค่ 12% เท่านั้นเอง แต่ที่แปลกคือทำไมคนเอเชียเจอปัญหาในการใช้ iPhone สูงถึง 60% ก็ไม่แน่ใจ

โดยผู้ใช้งาน Android ในแต่ละทวีปนั้นพบปัญหากันคนละเรื่อง เช่นในอเมริกาเหนือนั้นบ่นเรื่องประสิิทธิภาพ ตามด้วยเรื่องการชาร์จแบต ในยุโรปบ่นเรื่องสัญญาณมือถือ ตามมาด้วยหน้าจอ ส่วนเอเชียกลับบ่นเรื่องช่อง USB ตามมาด้วยสัญญาณมือถือ โดยมือถือรุ่นที่พบปัญหากันคือ Galaxy S5, Galaxy S7

ส่วนฝั่ง iOS เอง ในทวีปอเมริกามีปัญหาเรื่องของสัญญาณ WiFi ตามมาด้วยการใช้งานเน็ตและบลูทูธ แต่ในยุโรปกลับเกิดปัญหาเรื่องหน้าจอกับหูฟัง ส่วนเอเชียมีปัญหาที่ไม่มีใครบ่นเลยคือเรื่องของความร้อน (ที่แปลกใจคือคนใช้ Android ไม่บ่นเรื่องเครื่องร้อน) โดยรุ่นที่นำมาเลยก็คือ iPhone 6, 6s และ 5s

ใครอยากอ่านรายงานทั้งหมดนั้นลองไปหาอ่านได้ที่ phonearena นะครับ

 

source : phonearena

from:https://droidsans.com/ios-and-andorid-failure-rate-q2-2017/

Advertisements