เจอกันก่อนงาน E3 กับ “Day of Play” เมื่อ PlayStation เติบโตทั้งไทยและทั่วโลก พร้อมรองรับภาษาไทยเต็มขั้น

เมื่อพูดถึงเครื่องเล่นเกมสักแบบที่โลกนิยมที่สุด ชื่อของ PlayStation ที่ยึดบ้านของเด็กยุค 90 เป็นต้นมา คือความสำเร็จชิ้นหนึ่งของวงการเกมคอนโซลก็ว่าได้ ตอนนี้เดินทางมาถึง PlayStation 4 ที่กู้หน้าความสำเร็จกลับมาได้ ถึงจะเริ่มเข้าสู่ช่วงปลายอายุตลาด (ที่คนเขียนเองยังรู้สึกว่า ไวดั่งโกหก) แต่ในความเป็นจริงแล้ว PlayStation 4 มีภาพรวมที่สดใสเกินกว่าอายุตลาด และทีมงาน GadGuan นั่งฟังข้อมูลชุดนี้ ก็รู้สึกได้เลยว่า PlayStation คือสินค้าคู่บุญของ Sony ที่แข็งแกร่งไม่แพ้สมาร์ทโฟน Xperia และสินค้าอื่น ๆ ของ Sony แน่นอน

เริ่มแรก Sony เล่าถึงยอดขายล่าสุดของ PlayStation 4 ทั้งรุ่นปกติและรุ่น Pro ไว้ว่าตั้งแต่เปิดขายเมื่อปี 2013 จนถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2018 ที่ผ่านมา ขายไปได้กว่า 76.3 ล้านเครื่อง เมื่อมองมาที่ประเทศไทย บ้านเราเริ่มวางขายช่วงมกราคม 2014 จนถึงมกราคม 2018 ยอดขายเครื่องโตขึ้น 4 เท่าเมื่อเทียบย้อนหลังแบบปีต่อปี

อัดราการเติบโตที่สูงมากของไทยแบบนี้ ทำให้ปลายปี 2017 ทาง Sony ตัดสินใจทำเมนูภาษาไทยลงใน PlayStation เป็นครั้งแรก รวมถึงสตูดิโอที่ทำเกมทั้งหลาย ก็เริ่มทำเกมภาษาไทยตามออกมา ไม่ว่าจะเป็น Grand Turismo Sport, Secret of Mana, Shadow of Colossus, Cat Quest และ Marvel vs Capcom: Infinite ก็ล้วนได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาตลอด และเพื่ือเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น Sony เลยได้ตัดสินใจทำโฆษณา PlayStation ภาษาไทยเป็นครั้งแรกอีกด้วย

ย้อนกลับไปดูสถานการณ์ช่วงปลายปี 2017 – ต้นปี 2018 Sony เผยว่าเกมที่ขายดีที่สุดในไทยในช่วงที่ผ่านมานั้น ได้แก่ Monster Hunter World ของค่าย Capcom และยังชี้ว่ามีอีกสองเกมที่ได้รับการตอบรับที่ดีมากในไทยคือ God of War 4 (Boiiiiii~) ที่วางขายเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นเกมคอนโซลที่ในไทยขายดีที่สุดในย่าน South East Asia และ Detroit: Become Human ที่เพิ่งวางจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็ได้รับกระแสตอบรับจากนักเล่นเกมทั้งชาวไทยและทั่วโลกเป็นอย่างดี ถึงคุณภาพของเกมทั้งกราฟิกและเนื้อหา

จากการตอบรับเป็นอย่างสูงในไทยแบบนี้ ทำให้ทาง Sony กล้าที่จะสัญญาว่าต่อไปจะเข็นเกมดัง ๆ ออกมาในรูปแบบภาษาไทยอีกเป็นจำนวนมาก และในปีนี้เกมระดับ AAA หรือเกมระดับ Blockbuster หนึ่งเกมจะขอให้มีการเพิ่มภาษาไทยเข้าไปในเกม ทั้งตัวเมนูและซับไตเติลภาษาไทยด้วย ดีไม่ดี เราอาจจะได้เห็นเกมนี้พากย์ไทยเลยก็ได้

และเพื่อเป็นการต้อนรับงาน E3 ปี 2018 ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ Sony ได้แอบกระซิบเกมใหม่มาว่าในปีนี้เราจะได้เห็นเกมใหม่ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Marvel: Spider-Man (7 กันยายน), Ghost of Tsushima (ปลายปี 2018), Death Stranding (ยังไม่กำหนดวันวางจำหน่าย), และ The Last of Us Part II (ยังไม่กำหนดวันวางจำหน่าย) ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวถึง วางจำหน่ายหลังงาน E3 แน่นอน

และที่ทันใจฉับไวสุด ๆ คือการคว้า PlayStation 4 รุ่นแต่งพิเศษ Day of Play Edition ตามติดการเปิดตัวในต่างประเทศเมื่อวันจันทร์ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมาในราคาประเทศไทยเพียง 11,990 บาท รวมถึงยังได้ออกโปรโมชันบัตรเติม PlayStation Plus เวลา 12+2 เดือน ราคา 1,130 บาท ทั้งคู่สามารถหาซื้อได้ที่ Sony Store และตัวแทนจำหน่าย PlayStaiton ทุกแห่ง โดยเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 8 มิถุนายนเป็นต้นไป

ใครที่ยังไม่มี อยากเชียร์ให้ซื้อมาเล่นเพื่อความสุขในการพักผ่อน ส่วนที่มีแล้ว ผมเชื่อว่าเราจะได้เล่นอะไรสนุก ๆ มากขึ้นกว่าแต่ก่อนแน่นอนครับ ^^

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (เจอกันก่อนงาน E3 กับ “Day of Play” เมื่อ PlayStation เติบโตทั้งไทยและทั่วโลก พร้อมรองรับภาษาไทยเต็มขั้นGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/4345

Advertisements

มาตามนัด! เปิดตัว Mi Band 3 ราคาไม่เกินพันบาท แบตเตอรี่อยู่ได้ 20 วัน

Mi Band 3 Cover

ข่าวก่อนหน้าที่ว่า Xiaomi จะเปิดตัว Mi 8 และ Mi Band 3 ซึ่งก็มากันตามนัดจริง และทุกอย่างก็ตรงกับภาพหลุดจากข้อมือ CEO โดยยังไม่ทิ้งแนวทางการออกแบบนาฬิกาข้อมือเพื่อสุขภาพราคาถูก และเน้นไปที่การใช้งานที่ยาวนานของแบตเตอรี่ โดยในครั้งนี้มานานถึงเกือบเดือน แถมยังราคาแบงค์พันมีทอนอีกต่างหาก

Mi Band 3

เปิดตัว Mi Band 3 ราคาไม่เกินพันบาท

ในครั้งนี้ Mi Band 3 ก็น่าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเหมือนเดิม เนื่องจากทาง Xiaomi มีนโยบายแทบไม่เอากำไรอะไรเลย (ส่วนหนึ่งสเปคมันก็ไม่ค่อยมีอะไรด้วย) โดยหน้าจอครั้งนี้เป็น OLED ขนาดใหญ่และละเอียดสูงกว่ารุ่นเดิม ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อดูการแจ้งเตือนเล็กน้อย แสดงเบอร์โทรเข้าหรือสภาพอากาศจากการ Sync กับสมาร์ทโฟน ยังคงไม่มีไมค์เหมือนเดิม

นอกจากนี้ยังคงคุณสมบัติวัดอัตราการเต้นของหัวใจและนับก้าวเดินไว้เช่นเดิม ส่วนการใช้งานทั่วไปบริษัทฯ โฆษณาว่าอยู่ได้ 20 วัน และกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร ส่วนราคาเปิดตัวอยู่ที่ 169 หยวน (ประมาณ 845 บาท) ซึ่งแพงกว่า Mi Band 2 อยู่เล็กน้อย แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีราคาที่ถูกมากอยู่ดี มาพร้อมสายทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง และสีน้ำเงิน

ที่มา – theverge

from:https://www.iphonemod.net/xiaomi-mi-band-3-announced-price-specs.html

Xiaomi เปิดตัว Mi 8 สมาร์ทโฟนเรือธงแห่งปี 2018 อย่างเป็นทางการ

Xiaomi Mi 8 Official Cover

เป็นไปตามกำหนดการที่ได้วางเอาไว้ สำหรับการเปิดตัว Mi 8 สมาร์ทโฟนเรือธงแห่งปี 2018 อย่างเป็นทางการ โดยได้ข่าวรุ่นที่ 7 ไปตามข่าวที่เคยรายงานมาก่อนหน้านี้ และในครั้งนี้ก็มีจุดเด่นอยู่ตรงที่ 3D Face Unlock และ Dual GPS เป็นครั้งแรกของ Xiaomi

Xiaomi เปิดตัว Mi 8
Xiaomi เปิดตัว Mi 8

Xiaomi เปิดตัว Mi 8

Xiaomi ค่ายนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังโดยเฉพาะสเปคกับราคาที่สวนทางกัน และเป็นการครบรอบ 8 ปีของบริษัทฯ โดยมีจุดเด่นอยู่ตรงที่ 3D Face Unlock และ Dual GPS นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.21″ AMOLED FHD+ (พร้อมกับติ่งขนาดพอกับ iPhone X)

พร้อมกับหน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุด Snapdragon 845, RAM 6/8 GB, ROM 64/128/256 GB กล้องหลังคู่ความละเอียด 12 + 12 MP พร้อมระบบถ่ายด้วย AI ส่วนกล้องหน้า 20 MP รองรับสแกนลายนิ้วมือและ 3D Face Unlock รวมถึงมี Dual GPS เพื่อความแม่นยำและรวดเร็ว ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 3400mAh

Xiaomi Mi 8 Official 2

Xiaomi Mi 8 Explore Edition

สำหรับรุ่นพิเศษที่เพิ่มเข้ามาซึ่งน่าตกใจเพราะแพงกว่าไม่กี่พันเท่านั้น ซึ่งทุกอย่างเหมือนกันเกือบ 100% เพียงแต่มีการใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ รวมถึงฝาหลังแบบพิเศษที่สามารถมองเห็นด้านใน (ตามภาพแรกสุด) โดยจะมาพร้อมกับสเปคเดียวกับ RAM 8 GB และ ROM 128 GB

Xiaomi Mi 8 Official 3

กล้องนั้นมีความพิเศษมากเลยทีเดียวเพราะได้คะแนน DxOMark ไปถึง 99 คะแนน (หากนับเฉพาะคะแนนภาพนิ่งได้ 105 คะแนน) มากกว่ารุ่นล่าสุดอย่าง Mi Mix 2s และ iPhone X ที่ได้ไป 97 คะแนน นอกจากนี้ยังมี Dual GPS, รองรบ dual-SIM, 4G VoLTE, Wi-Fi 802.11ac NFC, Bluetooth 5.0 และหูฟัง 3.5 มม.

ราคาและวันเปิดตัว

  • Mi 8 : RAM 6 GB ROM 64 GB ราคา 2,699 หยวน (ประมาณ 13,498 บาท)
  • Mi 8 : RAM 6 GB ROM 128 GB ราคา 2,999 หยวน (ประมาณ 14,998 บาท)
  • Mi 8 : RAM 6 GB ROM 256 GB ราคา 3,299 หยวน (ประมาณ 16,499 บาท)
  • Mi 8 Explore Edition : RAM 8 GB ROM 128 GB ราคา 3,799 หยวน (ประมาณ 18,999 บาท)

เปิดให้พรีออเดอร์แล้วในประเทศจีนทั้งสีดำและสีขาว โดยจะมีมัดจำ 100 หยวน (ประมาณ 500 บาท) และจะเริ่มจัดส่งในวันที่ 4 มิถุนายนเป็นต้นไป ส่วนประเทศไทยก็รอลุ้นราคาไทยและวันเปิดตัวกันต่อไป แต่ก็มีข่าวดีให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อยเพราะว่า Xiaomi เตรียมเปิดตัว Mi 8 ในไทยเป็นประเทศกลุ่มแรก

ที่มา – gsmarena

from:https://www.iphonemod.net/xiaomi-mi-8-official.html

Pine Labs สตาร์ทอัพแพลตฟอร์มจ่ายเงินจากอินเดียระดมทุนรอบใหม่ มี PayPal และ Temasek ร่วมลงทุน

Pine Labs บริษัทสตาร์ทอัพพัฒนาระบบจ่ายเงินจากอินเดียระดมทุนรอบใหม่ โดยรอบนี้มี PayPal และกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งสิงคโปร์หรือ Temasek เข้าร่วมลงทุนด้วย

Pine Labs จะทำธุรกิจหลากหลายรูปแบบในด้านแพลตฟอร์มการจ่ายเงิน ตั้งแต่การพัฒนาและจำหน่ายอุปกรณ์ point-of-sale (POS) ที่รองรับบัตรเครดิตและเดบิต, พัฒนาระบบจ่ายเงินดิจิทัลอย่างกระเป๋าเงินมือถือ, พัฒนาให้บริการรองรับ UPI ของรัฐบาลอินเดีย, ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า, แดชบอร์ดสำหรับดูข้อมูลการติดต่อซื้อขาย และให้บริการกู้ยืมเงิน โดยเน้นกลุ่มลูกค้าเป็นค้าปลีกและ SME

สำหรับการระดมทุนรอบใหม่ของ Pine Labs นี้มี PayPal และ Temasek สนับสนุนเป็นเงินกว่า 125 ล้านดอลลาร์ โดย Sequoia India ซึ่งเคยลงทุนใน Pine Labs ตั้งแต่ปี 2009 จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัทอยู่

ปัจจุบัน Pine Labs มียอดเงินประมวลผลต่อปีอยู่ที่กว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีจุดรับจ่ายเงินกว่า 3 แสนจุด มีพาร์ทเนอร์เป็นร้านค้า ทั้งร้านอาหาร, แฟชั่น, ซุปเปอร์รวมถึงธนาคารจำนวนมาก

ที่มา – ET Tech, TechCrunch

No Description

ภาพจาก Pine Labs

from:https://www.blognone.com/node/102739

True Vision เร่งออกหนังสือชี้แจงกรณีฟุตบอลโลก

ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ออกหนังสือชี้แจ้งกรณีการเข้าใจผิดเกี่ยวกับการจำกัดการโปรโมทและทำกิจกรรมของ 9 ผู้สนับสนุนหลักโดยอ้างเงื่อนไขและข้อจำกัดของฟีฟ่า ทางด้านรายละเอียดทั้งหมดจากการชี้แจงของ ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป มีดังนี้ 

ในฐานะ Official Broadcaster ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ยืนยันดำเนินการทุกอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม แจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อรัฐบาลและ 9 ผู้สนับสนุนหลักตามโครงสร้างเดิมที่กำหนดมาตั้งแต่ต้น ก่อนที่ทรูวิชั่นส์จะมารับช่วงต่อ โดยมีเรื่องลิขสิทธิ์และเงื่อนไขที่เป็นตามข้อกำหนดของฟีฟ่าที่มีความเข้มงวดตามมาตรฐานของลิขสิทธิ์ระดับโลก ที่มีบทลงโทษชัดเจน และอาจส่งผลต่อชื่อเสียงของประเทศ จึงต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านคอนเทนต์และมีเดีย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการเจรจาและลงนามในสัญญากับฟีฟ่า ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการมอบความสุขให้คนไทยในครั้งนี้ ซึ่งระยะเวลาในการเจรจาและลงนามในสัญญาเป็นช่วงที่สั้นมากและอยู่ภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงที่มีรายละเอียดมากตามหลักเกณฑ์มาตรฐานของลิขสิทธิระดับโลก

ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ปได้ตั้งใจที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุข้อตกลงได้ทันเวลา และได้ดำเนินการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายตามโครงสร้างที่มีการกำหนดมาตั้งแต่เริ่มต้น รวมทั้งทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ได้มีการนำเสนอรายละเอียดต่างๆ ของรายรับรายจ่ายเพื่อแจ้งและขออนุมัติต่อรัฐบาลและ 9 สปอนเซอร์มาโดยตลอด ซึ่งรวมทั้งค่าลิขสิทธิ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการรับสัญญาณลิ้งค์ถ่ายทอดสด การผลิตรายการตามข้อกำหนดของฟีฟ่าที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานโลก การทำสื่อประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อโปรโมตฟุตบอลโลกผ่านแคมเปญ “สวัสดีบอลโลก” ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างโปร่งใส

นายพีรธน กล่าวเสริมถึง ความแตกต่างของการเป็นสปอนเซอร์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ที่มี 2 แบบ คือ Event Sponsor เป็นสปอนเซอร์ระดับโลกมีการเจรจาลิขสิทธิ์ตรงกับฟีฟ่ามาจากต่างประเทศ โดยจะสามารถนำลิขสิทธิ์ที่ได้มาทำแคมเปญและกิจกรรมต่างๆเชิงพาณิชย์ได้ทั่วโลก เช่น แมคโดนัลด์ โคคา โคล่า อาดิดาส ซึ่งทรูวิชั่นส์ ไม่ได้สิทธินี้ แต่ได้ในรูปแบบที่ 2 คือ Broadcast Sponsor ที่จะได้ลิขสิทธิ์เฉพาะเรื่องของโฆษณาในช่วงถ่ายทอดการแข่งขันเท่านั้น ไม่มีสิทธิในการนำลิขสิทธิ์ที่ได้ไปทำเชิงพาณิชย์ โดยสปอนเซอร์แต่ละรายได้รับการจัดสรรเวลาโฆษณาในอัตราเสมอภาคเท่ากันทุกรายตามสัดส่วนการสนับสนุนของสปอนเซอร์ทั้ง 9 รายอย่างเป็นธรรม

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎ กสทช.กำหนดให้คนไทยทั่วประเทศต้องสามารถชมการแข่งขันกีฬาสำคัญผ่านฟรีทีวี จึงได้มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันครบทุกแมตซ์ผ่านทางดิจิทัลฟรีทีวี ทั้ง 3 ช่องคือ ทรูโฟร์ยู ช่อง24, อัมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 และช่อง 5 ซึ่งคนไทยจะสามารถรับชมได้ทั้งระบบ SD และ HD โดยไม่จำเป็นต้องสมัครทรูวิชั่นส์เพิ่มเติมเพื่อรับชมระบบ HD และยังถ่ายทอดสดในเพย์ทีวี –ทรูวิชั่นส์ และช่องทางออนไลน์ โมบายแอพพลิเคชั่น เพื่อให้คนไทยได้รับชมในทุกช่องทางที่สะดวก นอกจากนี้ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ผับบาร์ หรือพื้นที่สาธารณะ ยังสามารถเปิดให้ลูกค้ารับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก ได้ฟรีผ่านดิจิทัลฟรีทีวี ทั้ง 3 ช่อง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือค่าลิขสิทธิ์เพิ่มเติมแต่อย่างใด

นายพีรธน กล่าวเพิ่มเติมว่า ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์ทั้ง 9 รายที่เข้าใจเงื่อนไขที่เคร่งครัดของฟีฟ่าในเรื่องลิขสิทธิ์ต่างๆที่เกี่ยวกับฟุตบอลโลก ซึ่งทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ในฐานะที่เป็นผู้ลงนามซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดกับฟีฟ่า จำเป็นต้องดูแลและรับผิดชอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานระดับโลกของฟีฟ่า ทั้งเรื่องคุณภาพสัญญาณการออกอากาศ การดูแลการละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ ซึ่งต้องเป็นไปตามกติกาข้อกำหนดของฟีฟ่า โดยมิได้เป็นข้อกำหนดของทรูวิชั่นส์ กรุ๊ปแต่อย่างใด แต่เป็นความรับผิดชอบของทรูวิชั่นส์ กรุ๊ปที่จะต้องปกป้องชื่อเสียงของประเทศไทย และสปอนเซอร์ทุกราย เพื่อป้องกันปัญหาการฟ้องร้องทางลิขสิทธิ์จากฟีฟ่าหรือสปอนเซอร์ระดับโลก อันอาจส่งผลต่อประเทศไทยในเรื่องลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลกในอนาคตได้

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/05/true-vision-football/

USB-IF ออกมาตรฐาน USB HID สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์แสดงผลอักษรเบรล

USB Implementers Forum (USB-IF) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ประกอบด้วยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่างเช่น Apple, Google และ Microsoft ได้ประกาศเปิดตัวมาตรฐาน USB HID หรือ Human Interface Device สำหรับการใช้งานกับตัวแสดงผลอักษรเบรล ซึ่งเป็นเครื่องมือแสดงผลสำหรับคนตาบอด

มาตรฐานใหม่นี้ จะช่วยให้คอมพิวเตอร์สามารถใช้งานกับอุปกรณ์แสดงอักษรเบรลได้ง่ายขึ้น สามารถใช้อุปกรณ์ข้ามระบบปฏิบัติการได้, ไม่ต้องกังวลถึงการใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง และให้อุปกรณ์เสียบแล้วใช้งานได้เลย (plug-and-play) เหมือนเมาส์และคีย์บอร์ดในปัจจุบันที่ไม่ต้องลงไดรเวอร์ก่อนใช้งาน

สำหรับมาตรฐานแบบใหม่ของ USB-IF นี้น่าจะเริ่มเห็นผู้ผลิตอุปกรณ์และผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการอัพเดตให้ซัพพอร์ตอย่างเร็วสุดปีหน้านี้

ที่มา – The Verge

No Description

ภาพจาก Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/102738

Xiaomi Mi 8 ทำคะแนนในการถ่ายภาพนิ่งได้สูงกว่า Samsung Galaxy S9+ จากการทดสอบของ DxOMark

DxOMark ผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบกล้อง ได้นำสมาร์ทโฟน Xiaomi Mi 8 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (31 พฤษภาคม) มาลองถ่ายภาพแล้ว แน่นอนว่าทีมงานของ DxOMark ได้รับสมาร์ทโฟน Mi 8 ไปลองใช้งานก่อนที่ Xiaomi จะเปิดตัว และให้คะแนนรวม 99 คะแนน เท่ากับ Samsung Galaxy S9+ ซึ่งเป็นรอง Huawei P20 และ HTC U12+ ที่ทำคะแนนสูงกว่า Pixel 2, iPhone X รวมถึง Xiaomi Mi MIX 2s ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้

ที่น่าสนใจก็คือ Xiaomi Mi 8 ทำคะแนนในการถ่ายภาพนิ่ง สูงกว่า Samsung Galaxy S9+ แต่ทำคะแนนน้อยกว่าในการถ่ายวีดีโอ ส่งผลให้มีคะแนนรวมเท่ากัน

DxOMark บอกว่า Xiaomi Mi 8 ให้ช่วงไดนามิกกว้าง เปิดรับแสงแม่นยำ ภาพถ่ายออกมามีสีสันสดใส สมดุลสีขาวถูกต้อง จับโฟกัสได้รวดเร็ว จุดรบกวนต่ำ ยกเว้นในที่แสงน้อยมากๆ ส่วนการละลายฉากหลังมีความราบรื่นดี สำหรับการถ่ายวีดีโอ สามารถจับโฟกัสได้รวดเร็วและแม่นยำ ติดตามวัตถุที่โฟกัสได้ดี มีช่วงไดนามิกกว้าง ให้สีสันสดใส และมีจุดรบกวนในระดับต่ำ

ทั้งนี้ Xiaomi Mi 8 มาพร้อมกล้องคู่หลัง 12 + 12 ล้านพิกเซล ตัวหลักใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX363 รูรับแสง f/1.8 ขนาดพิกเซล 1.4 ไมครอน ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.55 นิ้ว ตัวรองเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ ใช้เซ็นเซอร์ Samsung S5K3M3 รูรับแสง f/2.4 ขนาดพิกเซล 1 ไมครอน มีระบบโฟกัส PDAF ลดภาพสั่นไหวด้วย OIS แบบ 4 แกน กล้องเซลฟี่ 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมโหมด AI Beautify

ที่มา – DxOMark

from:http://www.flashfly.net/wp/219486