อ่านเกม Metro Mall มากกว่าพื้นที่ค้าปลีกใน MRT แต่เป็น Rest Area ให้คนกรุง

เมื่อ Metro Mall กลายเป็นอีกหนึ่งเกมรุกของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จุดรวมร้านค้าปลีก เพิ่มทราฟิกให้เข้าสถานีมากขึ้น กลายเป็นจุด Rest Area ที่ตอบโจทย์คนกรุงได้ครบ

เทรนด์การใช้ชีวิตกับการเดินทางมาแรง Metro Mall จึงมีที่ยืน

คนกรุงที่ได้สัญจรด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่เป็นประจำ คงจะคุ้นเคยกับ Metro Mall หรือพื้นที่ค้าปลีกภายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT บริหารงานโดย บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด หรือ BMN ได้หมายมั่นปั้นมือให้เป็นแม็คเน็ตที่ดึงคนเข้าสถานีให้มากขึ้น

จริงๆ แล้ว Metro Mall ได้มีมาเป็น 10 แล้ว แต่เดิมจะเป็นในส่วนของร้านค้า SME และร้านขายอุปกรณ์ไอที แก็ดเจ็ตเสียมากกว่า จนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมานี้ได้ทำการรีแบรนด์ และรีโนเวทปรับโฉมใหม่ เพิ่มร้านค้าให้มากขึ้น จนมีทราฟิกผู้ใช้บริการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

Metro Mall ได้เปิดใน 11 สถานีของ MRT ได้แก่ คลองเตย, ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, สุขุมวิท, เพชรบุรี, พระราม 9, ศูนย์วัฒนธรรม, รัชดาภิเษก, ลาดพร้าว, พหลโยธิน, จตุจักร และกำแพงเพชร หลักการเลือกที่จะเปิดก็ดูทราฟิกคนใช้บริการ และกลุ่มเป้าหมายในระแวกนั้นว่ามีศักยภาพมากแค่ไหน

ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด ผู้ที่เข้ามารีโนเวท Metro Mall ให้มีสีสันมากยิ่งขึ้น ได้เล่าว่า

“จริงๆ Metro Mall เปิดมาแล้ว 10 ปี แต่เริ่มมาบุกจริงจังเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ผมเข้ามาบริหาร ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในตลาดอย่างมาก เห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป มีการใช้ชีวิตกับรถไฟฟ้าอยู่ตลอด เป็นเทรนด์การใช้ชีวิตกับการเดินทาง

ในยุคแรกๆ ใน Metro Mall จะมีร้าน SME และร้านขายแก็ดเจ็ตต่างๆ แต่คิดว่าไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ยุคนี้ต้องเรื่องอาหารการกิน ซึ่งก็มี Lawson108 กับ Cafe Amazon ที่เป็นพาร์ทเนอร์ตั้งแต่แรกเริ่ม เปิดทุกสาขา ตอนนี้ก็พยายามเพิ่มร้านอาหารมากขึ้น”

ณัฐวุฒิบอกว่า ได้มอง Role Model ของพื้นที่ค้าปลีกในรถไฟฟ้าใต้ดินก็คือประเทศญี่ปุ่น พบว่ามีในส่วนของร้านอาหารเยอะมาก ซึ่งมีการเติบโตสูง ต้องปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค

เมื่อมีการปรับเปลี่ยน รีโนเวทใหม่ ก็ทำให้ Metro Mall มีทิศทางในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2016 เติบโต 40% และในปี 2018 เติบโตถึง 50%

เป็น Rest Area ที่มากกว่าห้างฯ เปิดเร็ว มีห้องน้ำ พร้อมไวไฟ

ปัจจุบัน Metro Mall มีพื้นที่สำหรับค้าปลีกรวมทั้งหมด 10,000 ตารางเมตร เฉลี่ยสถานีละ 1,000 ตารางเมตร มีบางสถานีที่ยังเปิดเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นอย่าง ลาดพร้าว รัชดา และศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ในช่วงรีโนเวทได้ทำการเพิ่มร้านอาหารใหม่ๆ ร้านกาแฟ เบเกอรี่ ร้านอาหารแบบ Grab & Go รวมถึงร้านค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพิ่มห้องน้ำ และอินเตอร์เน็ตไวไฟ

ณัฐวุฒิบอกว่า ในอดีตนั้น Pain Point สำคัญที่ทำให้ Metro Mall ยังไม่แจ้งเกิด เพราะยังจับจับความต้องการของผู้บริโภคไม่ได้ ยังเป็นภาพเทาๆ รวมถึงผู้บริหารของแบรนด์ต่างๆ ที่เป็นพาร์ทเนอร์อาจจะไม่ได้ใช้บริการ MRT ไม่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค Awareness ในตลาดเลยน้อย แต่ตอนนี้ผู้บริโภคเริ่มเข้าใจมากขึ้น

ซึ่งทาง BMN ได้พยายามสร้างจุดยืนให้ Metro Mall เป็น Rest Area จุดพักคอยเพื่อตอบโจทย์คนที่เดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน รวมถึงคนอื่นๆ แต่มีจุดแข็งที่มากกว่าห้างคือเปิดตั้งแต่ 6.30-21.00 น. มีพื้นที่นั่ง มีห้องน้ำ และไวไฟฟรี

กลายเป็นว่า Metro Mall นั้นทำให้แบรนด์ต่างๆ ที่มาเป็นพาร์ทเนอร์เปิดร้านในโมเดลใหม่ๆ เพื่อจับกลุ่มคนที่เดินทางรถไฟฟ้าจริงๆ ล่าสุดร้าน A&W ก็ออกโมเดล A&W Express เป็นรูปแบบ Grab & Go รับประทานอาหารได้ง่าย ถ้ามาเปิดแบบร้านใหญ่ๆ ทีเปิดในห้างก็ไม่รอดเช่นกัน เพราพฤติกรรมต่างกัน

ชากาแฟขายดีสุด สถานีพระรามเก้าทราฟิกดีสุด

ทำให้ในตอนนี้ Metro Mall มีสัดส่วนร้านค้าแบ่งเป็น อาหาร 60% แฟชั่น 10% SME 10% และอื่นๆ เช่น สถาบันการเงิน ร้านตัดผม ทำเล็บ ทำผม 20%

ได้ทำการเพิ่มพาร์ทเนอร์รายใหม่ๆ อย่างตอ่เนื่อง เช่น สตาร์บัคส์, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, ราเม็งบอย สิ่งที่มองหาเพื่อมาตอบโจทย์เพิ่มเติมก็คือกลุ่มสถาบันการเงิน เพื่อให้ผู้บริโภคสะดวกมากขึ้น รวมถึงร้านอาหารในรูปแบบ Grab & Go แต่อยากได้กลุ่มอาหารไทยเข้ามามากขึ้นเช่นกัน เน้นร้านค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันในทุกๆ วัน

ถ้าพูดถึงทราฟิกผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT 5 สถานีที่มีผู้ใช้มากที่สุด ได้แก่ สุขุมวิท พระรามเก้า เพชรบุรี จตุจักร และสีลม อย่างสถานีสุขุมวิทมีทราฟิกเฉลี่ย 80,000-90,000 คน/วัน มีสัดส่วนคนใช้บริการ Metro Mall 25% เติบโตเพิ่มขึ้นหลังจากที่มีการรีโนเวท จากแต่ก่อนมีสัดส่วนใช้บริการแค่ 10% เท่านั้น

ส่วนสถานีพระราม 9 มีทราฟิกการใช้บริการ Metro Mall มากที่สุด เพราะมีทางเชื่อมทั้งศูนย์การค้า และอาคารสำนักงานต่างๆ มีทราฟิกเข้าสถานี 50,000 คน แต่เข้าใช้บริการ Metro Mall 20,000 คน

ส่วนแผนในปีนี้ได้เตรียมรีโนเวท Metro Mall สถานีจตุจักร ใช้งบลงทุน 25 ล้านบาท มีแผนที่จะรีโนเวทสถานีพหลโยธินเพิ่มเติมด้วย ส่วนในปีหน้ามีแผนที่จะเปิดพื้นที่ในสถานีลาดพร้าวเพิ่มเติม หลังจากที่เปิดกูร์เมต์ มาร์เก็ตไป รวมถึงสถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ด้วย

เป้ารายได้ 650 ล้าน เข้าตลาดอีก 3 ปี

ปัจจุบัน BMN มีสัดส่วนรายได้ แบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 1. โฆษณา 60% 2. ให้บริการโครงข่ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบสื่อสารโทรคมนาคมภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT 30% และพื้นที่ค้าปลีก 10% ซึ่งรายได้จากค้าปลีกเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 3 ปีก่อนมีสัดส่วน 5-6% มีการตั้งเป้าให้มีสัดส่วน 10-20% ในอนาคต

ตอนนี้ MRT มีทราฟิกรวม 350,000 เที่ยว/วัน หรือคิดเป็น 700,000 ครั้งในการแตะบัตรเข้าระบบ ปีหน้าจะเปิดสายหัวลำโพง-บางแค ยิ่งทำให้ีผู้โดยสารมากขึ้น คาดว่าจะเพิ่มทราฟิกเป็น 500,000 เที่ยว/วัน

ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 650 ล้านบาท และมีการศึกษาในการพาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอีก 3 ปีข้างหน้านี้

สรุป

ธุรกิจค้าปลีกยังไม่ตาย เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบไปตามแพลตฟอร์มต่างๆ ยังอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคตลอดเวลา ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้อยู่กับการเดินทาง การที่ Metro Mall ทำการบ้าน แล้วจับตลาดอย่างจริงจัง จะทำให้มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/metro-mall-retail-space-bmn/

Advertisements

รีวิว Lenovo Yoga 530 โน้ตบุ๊กที่ปรับการใช้งานได้ถึง 4 รูปแบบ มาพร้อมซีพียู AMD Ryzen 5

เมื่อพูดถึงแบรนด์ Yoga ของ Lenovo เชื่อว่าชาว Blognone หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันพอสมควร กับความเป็นโน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 ผู้ใช้สามารถพับหน้าจอเพื่อใช้งานได้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ โน้ตบุ๊ก, โหมด Stand, โหมดเต็นท์ และแท็บเล็ต โดย Lenovo Yoga 530 ที่ทีมงานได้มารีวิวรุ่นนี้มาพร้อมกับปากกา Lenovo Active Pen สำหรับจดบันทึกหรือวาดภาพ และใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 2500U

No Description

สเปก

Lenovo Yoga 530 ที่ได้มารีวิวเป็นรุ่นรองท็อป สเปกมีดังนี้

  • หน้าจอ IPS ระบบสัมผัส ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD
  • น้ำหนักตัวเครื่อง 1.6 กิโลกรัม
  • Windows 10
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 2500U
  • จีพียู Radeon Vega Mobile
  • แรม 8GB, SSD 256GB
  • มีสแกนลายนิ้วมือ

No Description

ดีไซน์

Lenovo Yoga 530 ยังคงคอนเซปต์ของการเป็นโน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 ตัวเครื่องบาง 17.6 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1.6 กิโลกรัม บางและเบากว่า Yoga 520 รุ่นก่อนหน้าเพียงเล็กน้อย (Yoga 520 บาง 19.9 มิลลิเมตร, น้ำหนัก 1.74 กิโลกรัม)

No Description

Yoga 530 มาในดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่าย ตัวเครื่องเป็นโลหะสีดำ งานประกอบทำออกมาได้อย่างแน่นหนา ให้ความรู้สึกถึงความทนทาน ตัวข้อพับระหว่างหน้าจอกับคีย์บอร์ดใช้โลหะเป็นวัสดุหลัก มีความแข็งแรง สามารถพับจอได้แบบ 360 องศา ได้อย่างมั่นใจ

No Description

ใต้ตัวเครื่องจะมียางรองแบบยาวและแบบสั้น พร้อมช่องระบายความร้อน ขณะที่บริเวณส่วนโค้งของด้านซ้ายและขวาลำโพง Harman ที่ช่วยขับเสียงออกมาได้ดี

No Description

หน้าจอเป็นระบบทัชสกรีนขนาด 14 นิ้ว สามารถใช้งานร่วมกับปากกา Lenovo Active Pen ความละเอียด Full HD ให้ความสว่างและความคมชัดที่ดีเวลาใช้งานในร่มหรือห้องปกติ แต่จะเป็นอุปสรรคพอสมควรหากต้องใช้งานในที่แจ้งหรือที่มีแสงจ้า เพราะจะเกิดเงาสะท้อนขึ้นที่หน้าจอ

No Description

No Description

พอร์ตการเชื่อมต่อด้านซ้ายประกอบไปด้วย USB-C, USB 3.0 , HDMI, Audio combo jack ส่วนด้านขวามีปุ่มพาวเวอร์, 4-in-1 card reader และ USB 3.0 ข้อสังเกตอย่างหนึ่ง คือ ไม่มีปุ่มปรับระดับเสียงไว้ที่ขอบด้านข้าง ซึ่งอาจทำให้การปรับระดับเสียงเมื่อใช้งานในโหมดแท็บเล็ตยากขึ้นเล็กน้อย

No Description

คีย์บอร์ดและทัชแพด

คีย์บอร์ดถูกออกแบบให้มีลักษณะโค้งเล็กน้อยรับกับนิ้วมือ ปุ่มไม่ได้ยุบลงไปลึก อยู่ในระดับที่พอเหมาะ ทำให้การพิมพ์ทำได้สะดวก และมีไฟ backlight ในตัว

ส่วนทัชแพดขนาดอยู่ในะดับกลางๆ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป ขนาดกว้างพอที่จะใช้นิ้วเลื่อนเคอร์เซอร์หรือกดได้อย่างสะดวก การตอบสนองทำได้รวดเร็ว

No Description

นอกจากนี้ถัดจากทัชแพดทางขวาเล็กน้อยจะเป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือ ใช้งานร่วมกับ Windows Hello โดยจากที่ทดลองใช้สแกนเพื่อล็อกอินนับว่าทำได้รวดเร็ว เพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถเข้าหน้าเดสก์ทอปได้แล้ว

No Description

การใช้งาน และแบตเตอรี่

อย่างที่บอกไปเมื่อตอนต้นครับว่า Yoga 530 สามารถพับหน้าจอเพื่อใช้งานได้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ โน้ตบุ๊ก, โหมด Stand, โหมดเต็นท์ และแท็บเล็ต ให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายตามความเหมาะสม ซึ่งการเปลี่ยนรูปแบบก็มั่นใจได้เพราะข้อพับที่ถูกออกมาอย่างแข็งแรง ตัวเครื่องทำงานได้เงียบ

No Description

สเปกที่จัดมาในโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ถือว่าโอเคเลยทีเดียว ด้วยซีพียู AMD Ryzen 5 2500U การทำงานด้านเอกสาร, ท่องเน็ต, ฟังเพลง, ดูหนัง หรือจะเล่นเกมที่ไม่ได้มีกราฟิกสูงๆ สามารถทำได้ดี ส่วนแบตเตอรี่เท่าที่สังเกตพบว่าเมื่อชาร์จเต็ม พร้อมกับใช้พิมพ์งาน, เปิดเว็บ, ดู YouTube จะอยู่ได้ราวๆ 4-5 ชั่วโมง

No Description

ปากกา Lenovo Active Pen

Lenovo Yoga 530 มาพร้อมปากกา Lenovo Active Pen อุปกรณ์เสริมสำหรับขีดเขียน ใช้จดบันทึกงาน หรือวาดภาพศิลปะได้อย่างลื่นไหล สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อบลูทูธ นอกจากนี้ Lenovo ยังแถมตัวเก็บปากกาที่สามารถเสียบเข้ากับพอร์ต USB ได้

No Description

No Description

สรุป

Lenovo Yoga 530 รุ่นนี้ ถือเป็นโน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 ที่ใช้ดีไซน์การออกแบบที่เรียบง่าย งานประกอบค่อนข้างแน่นหนา ข้อพับมีความแข็งแรง รองรับกับการพับหน้าจอเพื่อเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างมั่นใจ ตัวเครื่องทำงานได้เงียบ

ประสิทธิภาพถือว่าพร้อมสำหรับการใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมที่ไม่ใช้กราฟิกสูงๆ ได้เป็นอย่างดี และพอร์ตที่ให้มาก็ถือว่าครบครัน จะมีจุดด้อยอยู่เล็กน้อยๆ ในเรื่องของหน้าจอที่อาจจะไม่สะดวกนักเมื่อต้องใช้งานนอกสถานที่ที่มีแสงมากๆ เพราะจะทำให้เกิดเงาสะท้อนขึ้น

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105572

Square Enix เปิดตัว Dragon Quest XI S เวอร์ชันสำหรับ Nintendo Switch

Dragon Quest XI: Echoes of an Elusive Age ภาคใหม่ล่าสุดของซีรีส์ Dragon Quest วางขายบน PS4, 3DS และภายหลังคือพีซี (Steam) พร้อมเวอร์ชันนานาชาติ แต่ทาง Square Enix ก็เคยประกาศว่าจะนำภาคนี้มาลง Nintendo Switch ด้วย

ในงาน Tokyo Game Show 2018 ที่เพิ่งจบไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Square Enix ถือโอกาสเปิดตัว Dragon Quest XI S เวอร์ชันเฉพาะสำหรับ Nintendo Switch โดยยังไม่ระบุวันวางขาย และยังไม่มีภาพใดๆ ของเกมนอกจากโลโก้ที่มีตัว S ห้อยท้าย

ทีมงานของ Square Enix ยังให้สัมภาษณ์ตอบคำถามแฟนๆ ผ่านวิดีโอ และบอกว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการพัฒนาภาค S โดยจะมีทั้งเวอร์ชันญี่ปุ่นและเวอร์ชันนานาชาติด้วย

No Description

ที่มา – USGamer, Forbes

from:https://www.blognone.com/node/105571

Spotify ยกเลิกระงับบัญชี Family Plan ของคนที่ไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน Spotify ได้มีนโยบายระงับบัญชีของผู้ใช้งาน Family Plan ที่ไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน โดยอาศัยการส่งข้อมูลผ่าน GPS เพื่อตรวจสอบว่าอยู่บ้านเดียวกันจริง โดยเป็นแผนที่เริ่มจากในอเมริกาและเยอรมนี (และตามกฎของการใช้งานคือต้องอยู่บ้านเดียวกัน) แต่ล่าสุดได้ยกเลิกนโยบายดังกล่าวแล้ว

Spotify 1

 

Spotify ยกเลิกระงับบัญชี Family Plan ของคนที่ไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน

สำหรับการทดสอบนี้แน่นอนว่าชาวเน็ตค่อนข้างไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ล่าสุดทางโฆษก Spotify ก็ได้ออกมายอมรับว่ายกเลิกการทดสอบดังกล่าวแล้ว (อ้างว่าเป็นระบบทดสอบแบบจำกัดกลุ่มเพื่อเพิ่มประสบการณ์ใช้งาน) โดยข้อสังเกตคือในต่างประเทศ (รวมถึงเมืองไทย) มีหลายคนพยายาม “หาคนหาร” ร่วมกันเพื่อให้ได้ค่าบริการที่ถูกกว่า ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นการละเมิดข้อตกลงของผู้ให้บริการเองก็ตาม แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่ใช้งานถูกต้องหรือไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข หลายฝ่ายต่างก็ไม่สะดวกใจที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลอย่าง GPS กับทางผู้ให้บริการ

ที่มา – techcrunch.com

from:https://www.iphonemod.net/spotify-ends-test-that-required-family-plan.html

Tim Berners-Lee เปิดตัวโครงการใหม่ Solid แยกส่วนข้อมูลออกจากแอพ เพื่อความเป็นส่วนตัว

Tim Berners-Lee ผู้คิดค้น World Wide Web ที่เรารู้จักกันดี เปิดตัวโครงการใหม่ Solid ที่เป็นแนวทางการพัฒนาแอพพลิเคชันบนเว็บในอนาคต

Berners-Lee บอกว่าเว็บในปัจจุบันมีปัญหาเรื่องข้อมูลส่วนตัวมาก เพราะเราล้วนแต่ฝากข้อมูลส่วนตัวไว้กับเว็บแต่ละแห่ง ซึ่งมีโอกาสทั้งถูกนำข้อมูลไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อมูลรั่วไหลโดยไม่ตั้งใจ

แนวทางของ Solid จึงเป็นการสร้างพื้นที่เก็บข้อมูลทั้งหมดของเราเอง (เรียกว่า Pod) แล้วค่อย “อนุญาต” ให้เว็บหรือแอพเข้าถึงข้อมูลบางส่วนของเราใน Pod อีกทีหนึ่ง ช่วยให้เราสามารถควบคุมและรักษาข้อมูลของเราได้อย่างสมบูรณ์

ผู้ใช้สามารถสร้าง Solid Pod เก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองได้ หรือจะฝากไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ Solid ที่น่าเชื่อถือก็ได้ (ตัวอย่าง Solid Pod ของผม ที่ฝากไว้บน Solid Community โดยยังไม่มีข้อมูลอะไรอยู่เลย)

No Description

โลกของ Solid จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อเกิดแอพยุคใหม่ที่เรียกใช้ข้อมูลจาก Solid Pod อย่างจริงจัง ในอนาคตเราอาจโพสต์คอมเมนต์ไว้สักแห่ง แล้วเพื่อนของเราสามารถอ่านคอมเมนต์นั้นบนแอพตัวไหนก็ได้ เพราะชั้นของข้อมูลแยกจากตัวแอพอย่างสมบูรณ์

Solid เป็นโครงการโอเพนซอร์ส และพัฒนาขึ้นจากมาตรฐานเว็บที่มีอยู่แล้ว โดย Berners-Lee บอกว่าเขาหยุดพักงานสอนที่ MIT และลดงานประจำที่ W3C ลงเพื่อทุ่มเวลาให้กับ Solid อย่างจริงจัง โดยเปิดบริษัทใหม่ชื่อว่า Inrupt ขึ้นมาเป็นองค์กรผู้รับผิดชอบ Solid ด้วย

รายละเอียดดูได้จาก Solid

ที่มา – Tim Berners-Lee

from:https://www.blognone.com/node/105570

เปิดตัว YouTube Kids รวมช่องและรายการสำหรับเด็กในไทย

Youtube Kids Cover

YouTube Kids เคยเปิดตัวมาได้สักพักในต่างประเทศ และล่าสุดก็ถึงเวลาเปิดตัวแอปพลิเคชันในประเทศไทยอย่างเป็นทางการผ่าน Play Store และ App Store ซึ่งภายในจะเป็นการคัดสรรเนื้อหารายการที่เหมาะกับเด็กโดยเฉพาะ

เปิดตัว YouTube Kids ในไทย

ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญซึ่งต่างจาก YouTube ปกติก็คือการออกแบบเน้นความสดใส่ ตัดความยุ่งยากทั้งหมดออกแบบ ช่วยให้เด็กสามารถค้นหาวิดีโอได้ง่ายขึ้น (รวมถึงแนะนำวิดีโอที่เหมาะสม) นอกจากนี้ยังมีรายการที่เน้นความเป็นครอบครัว การสร้างเสริมจินตนาการ การสอดแทรกคุณธรรม ฯลฯ

โดยทาง YouTube Kids จะมีพันธมิตรและทีมงานคอยสร้างเนื้อหาที่หลากหลาย ไม่เพียงแค่รายการหรือการ์ตูนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงงานศิลปะ ดนตรี กีฬา ฯลฯ ซึ่งผู้ปกครองสามารถเลือกช่องให้ลูกหลานได้อีกทีหนึ่ง นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดรหัสผ่าน, ปิดกั้นการค้นหา, ตั้งเวลาเตือนการใช้งาน, ฯลฯ

from:https://www.iphonemod.net/youtube-kids-thailand.html

เปิดตัว Minecraft: Dungeons เกมผจญภัยแนวตะลุยดันเจี้ยน ลงพีซีในปี 2019

Mojang เปิดตัวเกมใหม่ Minecraft: Dungeons เป็นเกมแอคชั่น-ผจญภัยแนวตะลุยดันเจี้ยน เป็นเกมที่แยกจาก Minecraft ปกติ แต่ยังอยู่ในจักรวาลของ Minecraft

เกมนี้พัฒนาโดยทีมงานของ Mojang เองในสวีเดน เป็นการนำเกมเพลย์ด้านการต่อสู้ของ Minecraft ฉบับดั้งเดิม มาพัฒนาต่อให้เป็นเกมผจญภัยแนวตะลุยดันเจี้ยนที่เราคุ้นเคยจากเกม RPG ทั่วไป โดยยังคงแนวคิดเรื่องการสร้างและพัฒนาไอเทมแบบของ Minecraft แต่ก็รองรับการเล่นรูปแบบใหม่ๆ เช่น co-op พร้อมกันสูงสุด 4 คน

Minecraft: Dungeons จะลงแพลตฟอร์มพีซีอย่างเดียว (อย่างน้อยในตอนนี้) และมีกำหนดการวางขายกว้างๆ คือในปี 2019 นอกจากนี้ Mojang ยังให้ข้อมูลว่ากำลังพัฒนาเกมใหม่ๆ อีกหลายเกมด้วย

ที่มา – Minecraft

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105569