เปิดตัว iPhone Xs และ iPhone Xs Max มาพร้อมจอใหญ่สุด 6.5 นิ้ว, ชิป A12 Bionic, กล้องหลังคู่ และรองรับ 2 SIM

Apple ประกาศเปิดตัว iPhone Xs และ iPhone Xs Max ซึ่งเป็น iPhone ที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของสมาร์ทโฟนให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น

iphone xs max

iPhone Xs ขนาด 5.8 นิ้ว และ iPhone Xs Max ขนาด 6.5 นิ้ว โดดเด่นด้วยจอภาพ Super Retina ที่สวยงามคมชัด, ระบบกล้องคู่ที่ดียิ่งขึ้นและเร็วยิ่งขึ้น

พร้อมคุณสมบัติสุดล้ำด้านการถ่ายรูปและวิดีโอ, ชิป A12 Bionic ซึ่งเป็นชิปแบบ 7 นาโนเมตรตัวแรกในสมาร์ทโฟน พร้อม Neural Engine เจเนอเรชั่นถัดไป, Face ID ที่เร็วขึ้น, เสียงสเตอริโอที่ให้มิติเสียงกว้างขึ้น, สีทองใหม่ที่งดงาม และมาพร้อมซิมคู่เป็นครั้งแรกสำหรับ iPhone

โดยทั้ง iPhone Xs และ iPhone Xs Max จะเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในวันศุกร์ที่ 14 กันยายน และเริ่มวางจำหน่ายในร้านตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 กันยายน เป็นต้นไป

iPhone Xs และ iPhone Xs Max มีให้เลือก 3 สีสุดสวย ได้แก่ สีทอง สีเทาสเปซเกรย์ และสีเงิน

“iPhone Xs อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเจเนอเรชั่นถัดไป และถือเป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่สำหรับอนาคตของสมาร์ทโฟน เพราะทุกอย่างล้วนมีความล้ำหน้า ไม่ว่าจะเป็นชิพ A12 Bionic ซึ่งเป็นชิพแบบ 7 นาโนเมตรตัวแรกของอุตสาหกรรม พร้อม Neural Engine แบบ 8 คอร์, Face ID ที่เร็วขึ้น รวมถึงระบบกล้องคู่สุดล้ำที่สามารถถ่ายรูปในโหมดภาพถ่ายบุคคลพร้อมด้วย HDR อัจฉริยะและระยะชัดลึกแบบไดนามิก” Philip Schiller รองประธานอาวุโสฝ่าย Worldwide Marketing ของ Apple กล่าว

“iPhone Xs ไม่ได้มีแค่รุ่นเดียว แต่มีมาให้เลือกถึงสองรุ่นด้วยกัน และอีกรุ่นก็คือ iPhone Xs Max ซึ่งมาพร้อมจอภาพที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone และแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone เช่นกัน จึงสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้นานขึ้นอีกถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง”

โดดเด่นด้วยจอภาพที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone

ดีไซน์แบบหน้าจอทั้งหมดในสองขนาด

iPhone Xs และ iPhone Xs Max พัฒนาต่อยอดมาจากดีไซน์แบบหน้าจอทั้งหมดของ iPhone X และมาพร้อมจอภาพที่คมชัดที่สุด เพราะมีพิกเซลหนาแน่นที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ Apple ทั้งหมด และในวันนี้มีให้เลือกทั้งในขนาด 5.8 นิ้ว และ 6.5 นิ้ว1 นอกจากนี้ จอภาพ Super Retina ซึ่งเป็น OLED แบบเฉพาะนั้นยังรองรับทั้ง Dolby Vision และ HDR10 และมีระบบจัดการสีสันทั้งระบบ iOS จึงสามารถแสดงสีสันได้แม่นยำที่สุดในอุตสาหกรรม
ยิ่งกว่านั้น iPhone Xs และ iPhone Xs Max ยังมีอัตราส่วนคอนทราสต์สูงถึง 1,000,000:1 จึงมีความสว่างที่โดดเด่น และแสดงสีดำได้ดำสนิท พร้อมช่วงไดนามิกที่กว้างขึ้นถึง 60% ในโหมด HDR ส่วน iPhone Xs Max นั้นมอบประสบการณ์ที่เต็มตายิ่งกว่าไม่ว่าจะดูวิดีโอ ชมภาพยนตร์ หรือเล่นเกม ด้วยจำนวนพิกเซลกว่า 3 ล้านพิกเซล เรียกได้ว่าเป็นจอภาพที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone ในขนาดที่ใกล้เคียงกับ iPhone 8 Plus

จอภาพ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้ว และ 6.5 นิ้วมีความคมชัดที่สุด เพราะมีพิกเซลหนาแน่นที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ Apple ทั้งหมด

ขอบสแตนเลสสตีลเกรดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องมือศัลยกรรมวันนี้มีสีทองแล้วนอกเหนือจากสีเงินและสีเทาสเปซเกรย์ ส่วนการเล่นเสียงสเตอริโอนั้นก็ให้มิติเสียงที่กว้างขึ้นและโอบล้อมยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ ดีไซน์ที่เป็นกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลังก็ใช้กระจกที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน และสามารถทนรอยขีดข่วนได้ดียิ่งขึ้น

ในขณะที่ด้านหลังตัวเครื่องที่เป็นกระจกทำให้สามารถชาร์จแบบไร้สายได้เร็วขึ้น ยิ่งกว่านั้น iPhone Xs และ iPhone Xs Max ยังสามารถทนน้ำและฝุ่นได้ดีขึ้นอีกขั้นที่ระดับ IP68 หรือที่ความลึกไม่เกิน 2 เมตร เป็นเวลาสูงสุด 30 นาที รวมถึงทนน้ำที่หกใส่ในชีวิตประจำวันอย่างกาแฟ ชา และน้ำอัดลมได้ด้วย2

iPhone Xs และ iPhone Xs Max ทนน้ำและน้ำที่กระเด็นใส่ที่ระดับ IP68 รวมถึงทนน้ำที่หกใส่ในชีวิตประจำวันอย่างกาแฟ ชา และน้ำอัดลมได้ด้วย

A12 Bionic และ Neural Engine เจเนอเรชั่นถัดไป

ชิพ A12 Bionic ที่ออกแบบโดย Apple เป็นชิพที่ทั้งฉลาดและทรงพลังที่สุดในสมาร์ทโฟน และยังเป็นชิพแบบ 7 นาโนเมตรตัวแรกในสมาร์ทโฟนอีกด้วย เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพอยู่ในระดับแถวหน้าของอุตสาหกรรมในดีไซน์ที่ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น A12 Bionic ใช้สถาปัตยกรรมฟิวชั่นแบบ 6 คอร์
ซึ่งมาพร้อมคอร์ประมวลผลการทำงาน 2 คอร์ที่เร็วขึ้น 15%, คอร์ประหยัดพลังงาน 4 คอร์ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น 50%, GPU แบบ 4 คอร์ที่เร็วขึ้น 50%, โปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพ (ISP) ที่ออกแบบโดย Apple, ตัวเข้ารหัสวิดีโอ และอีกมากมาย
นอกจากนี้ยังมีตัวควบคุมการจัดเก็บข้อมูลอันรวดเร็วที่ทำให้ iPhone มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 512GB ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยปลดล็อคประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในการเล่นเกม ถ่ายรูป ตัดต่อวิดีโอ และแอพที่เน้นกราฟิก แต่ถึงแม้จะทรงพลังขนาดนี้ iPhone Xs ยังใช้งานได้นานกว่า iPhone X ถึง 30 นาที ในขณะที่ iPhone Xs Max ใช้งานได้นานกว่า iPhone X ถึง 1 ชั่วโมงครึ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

A12 Bionic ปลดล็อคประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งสำหรับ AR, เกม, การถ่ายรูป, การตัดต่อวิดีโอ, แอพที่เน้นกราฟิก และอีกมากมาย

Neural Engine เจเนอเรชั่นถัดไปสร้างมาเพื่อการเรียนรู้ของระบบอันล้ำสมัยในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่การถ่ายรูปจนถึงเทคโนโลยีความจริงเสริม โดยดีไซน์ใหม่แบบ 8 คอร์นั้นทำให้สามารถดำเนินการได้ถึง 5 ล้านล้านรายการต่อวินาที เมื่อเทียบกับ A11 Bionic ที่ทำได้ 6 แสนล้านรายการ และนี่เองคือสิ่งที่ทำให้เกิดความสามารถใหม่ๆ อย่างการตรวจจับระนาบที่เร็วขึ้นสำหรับ ARKit และคุณสมบัติใหม่ๆ ที่ใช้การเรียนรู้ของระบบแบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดให้เรียกใช้งาน Neural Engine ผ่าน Core ML ได้ นักพัฒนาจึงสามารถสร้างแอพที่ใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ของระบบอันทรงประสิทธิภาพนี้ได้เต็มที่ ส่วน Core ML ที่ทำงานบน Neural Engine ของ A12 Bionic นั้นก็มีความเร็วเหนือกว่า A11 Bionic ถึง 9 เท่า โดยใช้พลังงานน้อยมากเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นเอง

ระบบกล้องคู่สุดล้ำ ความละเอียด 12MP

iPhone Xs ยังคงนำนวัตกรรมมาสู่การถ่ายรูปอย่างต่อเนื่อง และหลายๆ อย่างเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำได้เลยจนกระทั่งมี iPhone ไม่ว่าจะเป็นความสามารถอย่างการแบ่งส่วนมิติในแนวลึกที่ล้ำสมัยโดยใช้ Neural Engine, HDR อัจฉริยะที่จะสร้างภาพถ่ายที่มีช่วงไดนามิกกว้างและแสดงรายละเอียดได้ครบถ้วน, โบเก้ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นในโหมดภาพถ่ายบุคคล และระยะชัดลึกแบบไดนามิกที่ผู้ใช้สามารถปรับเองได้ในแอพรูปภาพ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่สำหรับเทคนิคการถ่ายภาพขั้นสูงที่ใครๆ ก็ใช้ได้

ระบบกล้องคู่ใหม่สุดล้ำความละเอียด 12MP พร้อมการซูมแบบออปติคอล 2 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่แบบออปติคอลจะพาทุกคนเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการถ่ายภาพด้วย iPhone

ระบบกล้องคู่ความละเอียด 12 เมกะพิกเซล มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่แบบออปติคอล และการซูมแบบออปติคอล 2 เท่า ในขณะที่เซ็นเซอร์ใหม่ก็เร็วขึ้น 2 เท่า ส่วน HDR อัจฉริยะสามารถสร้างภาพถ่ายที่แสดงรายละเอียดในส่วนไฮไลท์และเงามืดได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พิกเซลที่ใหญ่ขึ้นและเก็บรายละเอียดได้มากขึ้นยังช่วยให้บันทึกภาพได้สมจริงยิ่งขึ้น และถ่ายรูปในสภาวะแสงน้อยได้ดีขึ้นด้วย

iPhone XS และ iPhone XS Max มาพร้อมโหมดภาพถ่ายบุคคลอันเหนือชั้นที่มีโบเก้สวยเนียนยิ่งขึ้น

การแบ่งส่วนมิติในแนวลึกอันล้ำสมัยในโหมดภาพถ่ายบุคคลช่วยให้ภาพถ่ายบุคคลสวยงามยิ่งขึ้น ด้วยโบเก้ในระดับเดียวกับที่ถ่ายโดยมืออาชีพ และยังมีการควบคุมระยะชัดลึกใหม่ที่ให้ผู้ใช้ปรับระยะชัดลึกได้เองในแอพรูปภาพ ทั้งในขณะดูตัวอย่างภาพแบบเรียลไทม์3 และหลังจากที่ถ่ายไปแล้ว เพื่อสร้างสรรค์ภาพถ่ายบุคคลที่ฉากหลังเบลออย่างงดงาม นอกจากนี้ โหมดภาพถ่ายบุคคลที่มาพร้อมการควบคุมระยะชัดลึกยังสามารถใช้กับการถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้อง TrueDepth ได้ด้วย ทั้ง Memoji และการตรวจจับใบหน้าที่รวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับแอพ ARKit

iPhone Xs และ iPhone Xs Max ถ่ายวิดีโอที่มีคุณภาพสูงสุดในบรรดาสมาร์ทโฟน เพราะมีทั้งพิกเซลที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงเซ็นเซอร์ที่เร็วขึ้นและใหญ่ขึ้น ทำให้การถ่ายในสภาวะแสงน้อยและระบบป้องกันภาพวิดีโอสั่นไหวมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังอัดวิดีโอที่มีช่วงไดนามิกกว้างกว่าปกติได้ที่อัตราความเร็วของเฟรมสูงสุด 30 เฟรมต่อวินาที จึงแสดงรายละเอียดในส่วนไฮไลท์และเงามืดได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้นยังมีไมโครโฟนมาให้ถึง 4 ตัว ผู้ใช้จึงสามารถอัดเสียงในแบบสเตอริโอเพื่อให้วิดีโอที่ถ่ายมีความสมจริงมากที่สุด

iPhone Xs และ iPhone Xs Max ถ่ายวิดีโอที่มีคุณภาพสูงสุดในบรรดาสมาร์ทโฟน โดยสามารถถ่ายในสภาวะแสงน้อยได้ดีกว่าพร้อมช่วงไดนามิกที่กว้างกว่าปกติ

เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า

Face ID คือระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน และวันนี้ยังทำงานได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย นั่นเป็นเพราะกล้อง TrueDepth ใช้เทคโนโลยีการรับรู้มิติในแนวลึกอันแม่นยำ ซึ่งเหนือชั้นกว่าการสแกนใบหน้าสองมิติทั้งในด้านความสามารถและความปลอดภัย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปลดล็อค iPhone, ใช้ Apple Pay, เข้าใช้งานแอพได้อย่างปลอดภัย และอีกมากมายได้ง่ายๆ เพียงแค่เหลือบมอง

iPhone Xs และ iPhone Xs Max มาพร้อม LTE ระดับ Gigabit ที่ดาวน์โหลดได้เร็วยิ่งขึ้น4 และสามารถใช้งานซิมคู่ได้5โดยใช้ Nano-SIM และ eSIM แบบดิจิตอล

Face ID คือระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน

มาพร้อม iOS 12

iPhone Xs และ iPhone Xs Max มาพร้อม iOS 12 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการบนมือถือที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก โดย iOS 12 จะพาผู้ใช้ไปสัมผัสกับประสบการณ์ AR แบบใหม่ อีกทั้งยังพาย้อนกลับไปดูและแชร์รูปที่ตัวเองอาจลืมไปแล้ว รวมถึงติดต่อสื่อสารด้วยวิธีที่สนุกและถ่ายทอดอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้นผ่าน Animoji และ Memoji ใหม่

นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติ “เวลาหน้าจอ” ที่จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจและควบคุมเวลาที่ใช้ในการโต้ตอบกับอุปกรณ์ iOS, คำสั่งลัด Siri ที่ทำให้แอพต่างๆ สามารถทำงานร่วมกับ Siri ได้ และคุณสมบัติใหม่ๆ ด้านความเป็นส่วนตัวที่จะช่วยปกป้องผู้ใช้จากการถูกติดตามบนเว็บ

คำสั่งลัด Siri ช่วยให้แอพต่างๆ สามารถทำงานร่วมกับ Siri ได้

ราคา

iPhone Xs เปิดราคาเริ่มที่ 999 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 32,700 บาท ส่วน iPhone Xs Max มีราคาเริ่มที่ 1,099 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,900 บาท

การวางจำหน่าย
  • iPhone Xs และ iPhone Xs Max จะมีจำหน่ายในรุ่นความจุ 64GB, 256GB และ 512GB ในสีเทาสเปซเกรย์ สีเงิน และสีทองใหม่ สามารถซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจาก Apple
  • ลูกค้าจะสามารถสั่งซื้อ iPhone Xs และ iPhone Xs Max ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 14 กันยายน เป็นต้นไป โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 21 กันยายน ในกว่า 30 ประเทศและเขตการปกครอง ได้แก่ ออสเตรเลียออสเตรียเบลเยียมแคนาดาจีนเดนมาร์กฟินแลนด์ฝรั่งเศสเยอรมนีเกิร์นซีย์ฮ่องกงไอร์แลนด์เกาะแมนอิตาลีญี่ปุ่นเจอร์ซีย์ลักเซมเบิร์กเม็กซิโกเนเธอร์แลนด์นิวซีแลนด์นอร์เวย์โปรตุเกสเปอร์โตริโกซาอุดีอาระเบียสิงคโปร์สเปนสวีเดนสวิตเซอร์แลนด์ไต้หวันสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สหราชอาณาจักรสหรัฐอเมริกา และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา
  • iPhone Xs และ iPhone Xs Max จะวางจำหน่ายในกว่า 25 ประเทศและเขตการปกครอง ได้แก่ อันดอร์ราอาร์เมเนียบาห์เรนบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาบัลแกเรียโครเอเชียไซปรัสสาธารณรัฐเช็กเอสโตเนียจอร์เจียกรีซกรีนแลนด์ฮังการีไอซ์แลนด์อินเดียคาซัคสถานคูเวตลัตเวียลิกเตนสไตน์ลิทัวเนียมอลตาโมนาโกโอมานโปแลนด์กาตาร์โรมาเนียรัสเซียสโลวะเกียสโลวีเนีย และแอฟริกาใต้ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 28 กันยายน เป็นต้นไป
  • อุปกรณ์เสริมที่ออกแบบโดย Apple ซึ่งรวมถึงเคสหนังและเคสซิลิโคนในสีสันต่างๆ อีกทั้งเคสหนังแบบฝาปิดสำหรับ iPhone Xs และ iPhone Xs Max จะมีจำหน่ายด้วย

1 จอภาพมีมุมมนที่รับกับดีไซน์แบบโค้งอันงดงาม และมุมทั้งหมดนี้อยู่ในสี่เหลี่ยมมุมฉากมาตรฐาน และเมื่อวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากมาตรฐานแล้ว หน้าจอจะมีขนาด 5.85 นิ้ว (iPhone Xs) และ 6.5 นิ้ว (iPhone Xs Max) ในแนวทแยง และพื้นที่สำหรับการดูจริงมีขนาดน้อยกว่า
2 iPhone Xs และ iPhone Xs Max มีความสามารถในการทนน้ำ น้ำที่กระเด็นใส่ และฝุ่น ซึ่งผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ของห้องปฏิบัติการที่ได้รับการควบคุมที่ระดับ IP68 ตามมาตรฐาน IEC 60529 (ความลึกไม่เกิน 2 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที) ความสามารถในการทนน้ำ น้ำกระเด็นใส่ และฝุ่นจะไม่คงอยู่ถาวร ซึ่งความสามารถดังกล่าวอาจลดลงจากการใช้งานตามปกติ ห้ามชาร์จ iPhone ในขณะที่เครื่องยังเปียกอยู่ โปรดดูคำแนะนำเกี่ยวกับการทำความสะอาดและการทำให้แห้งในคู่มือผู้ใช้ การรับประกันไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากของเหลว 
3 การดูภาพตัวอย่างแบบเรียลไทม์ในขณะที่ใช้การควบคุมระยะชัดลึกจะมีให้ใช้งานภายในปีนี้ผ่านการอัพเดทซอฟต์แวร์ฟรี
4 ความเร็วจะแตกต่างกันตามสภาวะของไซต์และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ สำหรับรายละเอียดในการรองรับ LTE โปรดติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ และดูที่ apple.com/iphone/LTE 
5 การรองรับซิมคู่จะมีให้ใช้งานภายในปีนี้ผ่านการอัพเดทซอฟต์แวร์ฟรี และการใช้ซิมคู่ต้องมีแผนบริการระบบไร้สายสองแผน (ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการโรมมิ่ง) โดยอาจมีข้อจำกัดบางประการ

from:http://mobileocta.com/iphone-xs-and-iphone-xs-max-launch-on-the-big-screen-6-5-inches/

Advertisements