ความต้องการ 3D sensing ขยายตัวต่อเนื่อง มาจากความสำเร็จของ Face ID

ถึงแม้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าจะถูกนำมาใช้กับสมาร์ทโฟนหลายปีแล้ว แต่ Apple เป็นบริษัทแรกที่นำเทคโนโลยีจดจำใบหน้าแบบ 3 มิติ มาใช้กับ iPhone ในปี 2017 ด้วย 3D sensing ที่อยู่ในระบบกล้อง TrueDepth ทำให้ iPhone X สามารถระบุใบหน้าเจ้าของอุปกรณ์ได้แม่นยำกว่าการสแกนลายนิ้วมือ

Apple เรียกเทคโนโลยีจดจำใบหน้าแบบ 3 มิติ ของตัวเองว่า Face ID เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือของตัวเอง ที่เรียกว่า Touch ID และ iPhone รุ่นใหม่ในปีนี้ ก็ชัดเจนแล้วว่า Apple ได้ตัดสินใจนำ Face ID มาใช้แทน Touch ID อย่างถาวร

เทคโนโลยีจดจำใบหน้าแบบ 3 มิติ ของ Apple ใช้เทคโนโลยี Vertical-cavity surface-emitting laser (VCSEL) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่เคยขาดแคลนในช่วงปลายปี 2017 ทำให้การวางจำหน่าย iPhone X ล่าช้ากว่า iPhone 8 ที่เปิดตัวพร้อมกัน แต่ในปีนี้ ปัญหาดังกล่าวไม่มีอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้ iPhone รุ่นใหม่ จะต้องการใช้ 3D sensing ทั้ง 3 รุ่น (iPhone XR, XS, XS Max)

ล่าสุดแหล่งข่าวในไต้หวันรายงานว่า 3D sensing กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android โดยเตรียมนำมาใช้กับสมาร์ทโฟนในปี 2019 – 2020 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของ Face ID ที่ Apple ตัดสินใจนำมาใช้แทน Touch ID

ที่มา – DigiTimes

from:http://www.flashfly.net/wp/231026

Advertisements