แอพ K PLUS เวอร์ชันใหม่มาแล้ว โลโก้ใหม่ หน้าตาใหม่ ต่อ Wi-Fi ได้ตลอดเวลา

ธนาคารกสิกรไทย เปิดตัวแอพ K PLUS เวอร์ชันใหม่ ตามที่เคยนำบางส่วนมาโชว์ก่อนหน้านี้

การเปลี่ยนแปลงรอบนี้ถือเป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่ในทุกส่วน ตั้งแต่โลโก้ หน้าตาของแอพ ไปจนถึงฟีเจอร์หลายอย่างที่เพิ่มขึ้น เช่น กดเงินสดไม่ใช้บัตร สลิปโอนเงินพร้อม QR ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเป็นของจริง และการนำ AI เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย บอกว่า K PLUS ตัวเก่าออกแบบมาเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ K PLUS ตัวใหม่ต้องคิดใหม่ เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ไม่ได้เป็นการทำธุรกรรมเพียงอย่างเดียว แต่มีบริการอื่นๆ ที่ไปไกลกว่าธนาคาร และไม่จำเป็นต้องมาจากธนาคารกสิกรไทยเพียงอย่างเดียว

No Description

โลโก้ใหม่

การเปลี่ยนแปลงอย่างแรกสุดที่เห็นได้ชัดเจนคือโลโก้ K PLUS ดีไซน์ใหม่ ที่ใช้แทนโลโก้ตัว K ลายพู่กันที่ใช้มานาน 70 ปี (เปลี่ยนเฉพาะโลโก้ของ K PLUS เท่านั้น โลโก้เดิมยังอยู่ในฐานะโลโก้ของธนาคาร)

No Description

หน้าตาใหม่ ออกแบบใหม่หมด

หน้าตาของแอพ K PLUS ยังดีไซน์ใหม่หมด ย้ายปุ่มและเมนูไปอยู่ด้านล่างสุดของหน้าจอตามอย่างแอพยุคใหม่ ประกอบด้วย 5 ปุ่มหลักคือ

  • หน้าแรก
  • K+ Market
  • ธุรกรรม
  • สแกน
  • อื่นๆ

หน้าแรก (Home) ของแอพ K PLUS ตัวใหม่ ประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ K+ Today ที่เป็นหน้าจอแจ้งเตือนข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น ธุรกรรมที่เกิดขึ้น และส่วน Favourites ที่เป็นปุ่มลัดสำหรับธุรกรรมที่ใช้บ่อย

No Description

ส่วนหน้าธุรกรรม ซึ่งเป็นเมนูหลักของแอพที่อยู่ตรงกลาง เป็นการรวบรวมคำสั่งเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทั้งหมดมาไว้ที่เดียว เช่น การโอนเงิน เติมเงิน จ่ายบิล ฯลฯ แก้โจทย์ปัญหาของแอพเวอร์ชันเดิมที่เมนูกระจัดกระจาย ทำให้ทำงานธุรกรรมต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

No Description

อีกเมนูที่น่าสนใจคือ K+ Market เป็นการรวมดีลสินค้าและบริการต่างๆ ที่สามารถกดซื้อได้จากแอพ K PLUS โดยตรง แถมนอกจากจ่ายด้วยเงินในบัญชีแล้ว ยังสามารถใช้แต้มบัตรเครดิตได้ด้วย

No Description

ต่อ Wi-Fi ได้ตลอดเวลาแล้ว

อีกฟีเจอร์เล็กๆ ที่สำคัญเพราะผู้ใช้เรียกร้องกันมานาน คือการเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องมากดใหม่ทุก 90 วันอีกแล้ว แต่ผู้ใช้ยังสามารถเปิดปิดเองได้เมื่อต้องการ หากต้องการความมั่นใจในการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายมือถือ

No Description

e-Slip สลิปโอนเงินมี QR ช่วยเช็คได้ว่าเป็นของจริง

ฟีเจอร์น่าสนใจคือ e-Slip สลิปการโอนเงินแบบใหม่ที่เพิ่ม QR Code เข้ามาในสลิปให้ด้วย ช่วยให้ผู้รับโอนปลายทางสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเป็นสลิปของจริง ไม่ได้เป็นสลิปที่ผ่านการปลอมแปลงหรือตัดต่อมา

No Description

กดเงินสดไม่ใช้บัตร มาแล้ว

นอกจากนี้ K PLUS ยังรองรับการกดเงินสดจากตู้ ATM แบบไม่ต้องใช้บัตรแล้ว โดยจะเป็นการสแกน QR บนหน้าจอตู้ ATM ด้วยกล้องมือถือร่วมกับการกรอก PIN เพื่อยืนยันความปลอดภัยอีกชั้น

No Description

รวมบัตรสมาชิกไว้ในแอพ

ฟีเจอร์อีกตัวคือ ‘บัตรสมาชิก’ ซึ่งเป็นการนำบัตรสมาชิก บัตรสะสมแต้มต่างๆ มาอยู่ไว้ในแอพ และสามารถใช้แต้มที่สะสมไว้เพื่อใช้จ่ายในแอพได้ด้วย เบื้องต้นมีบัตรสมาชิกของบางบริษัทเข้าร่วมแล้ว เช่น บัตร Blue Card ของกลุ่ม ปตท.

No Description

KADE พลัง AI ช่วยสร้างบริการใหม่ๆ ให้ผู้ใช้เป็นรายบุคคล

นอกจากการเปลี่ยนแปลงของตัวแอพทั้งหน้าตาและฟีเจอร์ เป้าหมายในระยะยาวของ K PLUS คือการเป็นแพลตฟอร์ม (K PLUS Intelligence Platform) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้าเป็นรายบุคคล

หัวใจสำคัญของ K PLUS ตัวใหม่คือ “เกด” (KADE: K PLUS AI-Driven Experience) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ใช้เทคนิคด้าน machine learning เรียนรู้พฤติกรรมของลูกค้าแต่ละคน และนำเสนอข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า

ตัวอย่างการใช้งานคือฟีเจอร์ K+ Today ในหน้าโฮม ผู้ใช้แต่ละคนจะได้รับข้อความแจ้งเตือนที่แตกต่างกัน เช่น หากจะเดินทางไปต่างประเทศก็อาจนำเสนอบริการแลกเงินหรือประกันการเดินทาง นอกจากนี้ยังมี สินเชื่อส่วนบุคคล (K-Personal Loan) และสินเชื่อธุรกิจ ที่ใช้เทคโนโลยีแมชชีน เลนดิ้ง (Machine Lending) มาช่วยประเมินความเสี่ยงด้วย

เป้าหมายระยะยาวของ KADE คือให้เป็นที่ปรึกษาการเงินให้กับผู้ใช้เป็นรายบุคคล (Robo Advisor) สามารถแนะนำการออม การลงทุนให้ลูกค้าเป็นรายบุคคล, เพิ่มความสามารถ Face Recognition ให้จ่ายเงินที่ร้านค้าด้วยใบหน้าได้เลย, รองรับการสั่งงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องกดปุ่มบนหน้าจอเลย (เช่น “เติมเงินทางด่วน 300 บาท”)

แนวคิดอีกอย่างของ K PLUS เวอร์ชันนี้คือ การออกแบบโครงสร้างเทคโนโลยีให้เป็น Open Platform รองรับการเชื่อมต่อกับช่องทางบริการและพันธมิตรในธุรกิจอื่นๆ ด้วย

แอพ K PLUS ตัวใหม่จะปล่อยอัพเดตทั้งเวอร์ชัน iOS และ Android ในวันนี้ (10 ตุลาคม 2561)

from:https://www.blognone.com/node/105761

Advertisements