ASUS Incredible Intelligence 2018 : เผยผลิตภัณฑ์ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ทิ้งท้ายปี 2018

25 ตุลาคมที่ผ่านมาทางบริษัทเอซุสเทคจำกัด (AsusTek Computer Inc.) ได้มีการจัดงาน ASUS Incredible Intelligence 2018 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งผมเองก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานดังกล่าวนี้ โดยตัวงานนั้นจะเป็นงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของทาง ASUS ซึ่งจะไม่เพียงแค่เฉพาะในส่วนของเมนบอร์ดหรืออุปกรณ์ในกลุ่ม DIY เท่านั้น หากแต่จะได้ร่วมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ทั้งหมดจากจากทาง ASUS ด้วยเช่นกัน ซึ่งทาง ASUS ได้มีการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

  • Business (กลุ่มองค์กรธุรกิจ)
  • Home (กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป)
  • Gaming (ตลาดเกมมิ่ง)

ในงานนี้เราได้รับเกียรติจาก Mr. Jacky Hsu กล่าวเปิดงานทักทายและให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับความเป็นมาของบริษัท ASUS ถึงความสำเร็จตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา โดยจุดเริ่มต้นของ ASUS นั้นทาง Jacky Hsu กล่าวว่า เราได้เริ่มจากการเป็นผู้ผลิตเมนบอร์ดและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันนี้เราเป็นบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 15,000 คน และเรามีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมายสำหรับทุกกลุ่มผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรธุรกิจ กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และตลาดเกมมิ่ง และสิ่งสำคัญที่เรายังคงมุ่งมั่นและสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรก็คือ เรามีความโดดเด่นในเรื่องของประสิทธิภาพ จนทำให้ผลิตภัณฑ์จากทาง ASUS ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายจากทั่วโลกกว่า 4,511 รางวัล ทั้งในเรื่องของการออกแบบและประสิทธิภาพ และการที่จะทำให้ชิ้นงานออกมามีประสิทธิภาพมีคุณภาพมันก็ต้องสร้างความโดดเด่นหรือให้ความมุ่งเน้นจากสามส่วนสำคัญได้แก่ ตัวผลิตภัณฑ์ การทำงานเป็นทีม และคู่ค้าที่มีประสิทธิภาพ โดยในงานนี้คู่ค้าหรือพาร์ทเนอร์สำคัญของเราก็คือ Intel


ด้าน Intel เองในงานนี้ก็ได้รับเกียรติจาก Mr. David McCloskey ในตำแหน่ง Vice president, sales and marketing group. general manager, client computing group and ecosystem sales Intel (หลายเก้าอี้มาก) ขึ้นมาให้ข้อมูลแบบสั้น ๆ เกี่ยวกับ CPU ในเจเนเรชันล่าสุดของตนเองสำหรับ Intel 9th Gen ว่า ณ เวลานี้กับการมาของ Gen 9 นั้นทาง Intel มี CPU ตระกูล XEON ตัวใหม่ที่มาพร้อมกับแกนประมวลผลที่มากถึง 28 แกน 56 เทรด

Business

สำหรับภาพรวมทั้งหมดของงานนี้ จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากทั้งสามกลุ่มมาเปิดตัวให้ชมกัน โดยไม่มีการเน้นหนักไปทางกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่สิ่งที่ดูว่าน่าจะเป็นไฮไลต์หากมองถึงภาพกว้างในความเป็น ASUS ก็คงจะเป็นการแนะนำหุ่นยนต์ที่ใช้ชื่อว่า Zenbo Junior ที่มันไม่ได้เป็นเพียงแค่หุ่นยนต์ธรรมดาตัวเล็ก ๆ แต่ทาง ASUS ได้สร้างสรรค์มันขึ้นมาเพื่อช่วยให้นักพัฒนา นักพัฒนาระบบ หรือแม้แต่กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในการเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้หุ่ยนต์เพื่อช่วยเหลือเกี่ยวกับธุรกิจของตนเอง ด้วยการพัฒนาหรือแนวทางการใช้ App เพื่อให้ลูกค้าในกลุ่มต่าง ๆ สามารถเข้าถึงหรือมีส่วนร่วมได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้มันยังสามารถใช้เป็นสื่อในการเรียนรู้สำหรับนักษึกษาหรือแม้แต่บุคคลทั่วไป ที่ต้องการจะเรียนรู้เกี่ยวกับหุ่นยนต์ เกี่ยวกับระบบของ AI ที่สามารถตอบสนองหรือโต้ตอบได้

สำหรับ Zenbo นั้นจะไม่ได้มีเพียงแค่ตัวหุ่นเท่านั้น แต่มันยังจะมาพร้อมกับสื่อการเรียนรู้ ที่จะมาในรูปของห้องเรียน ซึ่งจะมีระบบการจัดการ มีเครื่องมือสำหรับสร้าง App เพื่อใช้สำหรับเรียนรู็หรือทดลองสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การใช้งานทางธุรกิจต่อไป

อีกหนึ่งชิ้นที่น่าสนใจสำหรับฝั่งของกลุ่ม Business ก็คือ ASUS Mini PC ProART PA90 ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ในแบบสำเร็จรูปที่มีขนาดเล็ก และแม้ว่าจะจะไม่ได้เล็กมากมายนัก แต่ด้วยความทรงพลังของมันก็ทำให้มองได้ว่าเล็กไปเลย ซึ่งเจ้า Mini PC ดังกล่าวนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อการใช้งานในระดับ Workstation หรือในกลุ่มที่เรียกว่า Professional content creators หรือพูดง่าย ๆ ว่ากลุ่มคนทำงานในระดับมืออาชีพ

ตัว ProART PA90 นั้นจะอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล่าสุดพร้อมด้วยการออกแบบที่แลดูทันสมัยและสวยงาม ตัวสเป็คหลัก ๆ แล้วจะประกอบไปด้วย CPU จากค่าย Intel ในเจเนเรชันล่าสุดหรือ Intel 9th Gen และแน่นอนว่ามันคือ Core i9-9900K พร้อมด้วยเมนบอร์ดชิบเซ็ต Z390 แรม DDR4 ความจุกว่า 64GB ด้านพลังของกราฟิกนั้นจะขับเคลื่อนด้วย NVIDIA Quadro P4000 และที่ดูจะเป็นทีเด็ดที่สุดก็คงจะเป็นระบบระบายความร้อน ซึ่งทาง ASUS ระบุว่า มันจะมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ


ด้านการออกแบบจุดที่ดูมีความน่าสนใจก็เห็นจะเป็นบริเวณด้านบนของตัวเครื่อง ที่มันจะสามารถยกตัวขึ้นเล็กน้อย เมื่อมีการเปิดใช้งาม การยกตัวตรงนี้ก้เพื่อเป็นช่องทางในการระบายความร้อนหรือให้อากาศสามารถไหลเวียนได้ แต่เมื่อมีการปิดเครื่องไม่ได้ใช้งาน ฝาด้านบนดังกล่าวนี้จะปิดลงมา ซึ่งเหตุผลที่ออกแบบให้มีการยกขึ้นหรือปิดลงได้นั้น ก็เพื่อช่วยลดฝุ่นหรือป้องกันสัตว์หรือแมลงตัวเล็ก ๆ เข้าไปภายในตัวเครื่องในขณะที่เราไม่ได้ใช้งานอยู่นั่นเอง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียวที่ไม่เลวเลยทีเดียว

ไม่เพียงแต่จะมีเครื่องพีซีขนาดเล็กที่ทรงพลังสำหรับคนทำงานในระดับมืออาชีพเท่านั้น เพราะหากมีเพียงแค่ตัวเครื่องแต่ขาดจอที่เหมาะสมการทำงานก็มิอาจจะทำได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งทาง ASUS ก็มีจอภาพในระดับมืออาชีพมาให้เลือกใช้งานเช่นกัน สำหรับ ProArt PA34V กับจอภาพในแบบ Ultra width (21:9) มีความละเอียด 3440x1440pixel ด้วยพาแนล IPS ที่ให้สีสันสดใสสวยงามสมจริงและมีมุมมองที่กว้างถึง 178° ทั้งแนวดิ่งและแนวนอน แต่สิ่งที่ดูจะสำคัญไปกว่าความสดใสก้คงจะเป้นการรองรับความกว้างของสีที่รับรองมาในระดับ 100% sRGB รองรับเฉดสีกว่า 1078 ล้านสี ด้านพอร์ทเชื่อมต่อใช้งานก็มีมาให้ครบครัน ซึ่งประกอบไปด้วย Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ท (เข้า 1 ออก 1) DP 1.2, HDMI 2.0, Audio jack และ USB 3.0

สำหรับใครที่ต้องการความสะดวกไปอีกขั้นไม่ว่าจะเป้นเรื่องของพื้นที่ในการวาง การพกพา และพื้นที่การใช้งานบนหน้าจอทาง ASUS ก็ยังมีจอภาพในแบบพกพาที่เคลมว่าเป็นจอพกพาตัวแรกของโลกที่มาพร้อมกับความละเอียดในระดับ 4K และยังใช้พาแนลในแบบ OLED อีกด้วย ดังนั้นคงไม่ต้องพูดถึงเรื่องของสีสันเรื่องของอัตราการตอบสนองใด ๆ ให้มากความ โดยตัวจอจะมีขนาด 21.6 นิ้ว ใช้พอร์ทเชื่อมต่อในแบบ USB-C(DP alt Mode) และ Micro HDMI อีกสองช่อง


ทั้งนี้ในฝั่งของ Business นั้นยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบการประชุมผ่านสายหรือวิดีโอคอนเฟอร์เรนต์ เครื่องโปรเจคเตอร์ Mini PC สำหรับธุรกิจต่าง ๆ  และก็รวมไปถึงเมนบอร์ดสำหรับงานอุตสาหกรรม ซึ่งมันก็จะควบรวมเข้ากับเมนบอร์ดในตระกูล Prime








Home

สำหรับในกลุ่ม Home user หรือกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปตามบ้านเรือนนั้นไฮไลต์หลักจะตกอยู่ที่ระบบเน็ตเวิร์คหรือตัวเราเตอร์ โดยในงานนี้ทาง ASUS ได้มีการเปิดตัวเราเตอร์ตัวแรกของโลกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี 802.11ax ซึ่งมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงถึง 10Gbps ผ่านระบบ WiFi หรือไร้สาย และอีกหนึ่งชิ้นที่เป็นตัวแรกของโลกเช่นกันก็คือ ZenScreen กับจอภาพในแบบพกพาที่มาพร้อมกับแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถเปิดใช้งานได้ทุกที่ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และการเชื่อมต่อก็สะดวกสะบายด้วย USB-C ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์พกพาอื่น ๆ หรือโดยเฉพาะกับสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย

802.11ax

WiFi เราเตอร์ตัวแรง ตัวแรกของโลกที่มาบนเทคโนโลยี 802.11ax ซึ่งตามข้อมูลที่ทาง ASUS กล่าวอ้างนั้นจะสามารถรับส่งข้อมูลได้สูงสุดมากถึง 10.53Gbps และยังสามารถรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อม ๆ กันได้มากกว่า 50 ชิ้นในเวลาเดียว โดยเราเตอร์ตัวแรกจะเป็น RT-AX88U ส่วนอีกหนึ่งโมเดลที่เปิดตัวในงานนี้ก็จะเป็นระบบ Mesh ที่มาในแบบแพ็คคู่กับ AiMesh AX6100 Wi-Fi System ซึ่งมันก็รองรับ 802.11ax เช่นกัน

ไม่เพียงแต่ในกลุ่มของ home เท่านั้นที่มี WiFi ในระบบ 802.11ax ให้ใช้งาน ในกลุ่มของ Gaming หรือ ROG เองก็มีตัวเลือกใหม่ออกมาเช่นกันสำหรับ ROG Rapture GT-AX11000 ซึ่งมันไม่เพียงแต่จะมาพร้อมกับความเร็วในการรับส่งข้อมูลในระดับ 10Gbps เท่านั้น แต่ทาง ASUS ยังระบุว่ามีการออกแบบเพื่อลดอัตราลาเทนซีละไปราว 1 ใน 4 ที่จะช่วยให้การรับส่งข้อมูลเร็วขึ้นกว่า 2.53 เท่าจากในแบบปรกติ


นอกจากนี้มันยังจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีพิเศษเฉพาะตัวของทาง ASUS อาทิ GameFirst V. GameFirst V และ Game Boost เพื่อเอาใจคอเกมโดยเฉพาะ ด้วยการจัดการกับระบบ ping ช่วยลดระยะเวลาการ ping ลงไปราว 33% และมันยังจะมีเทคโนโลยี wtfast optimizes ที่จะช่วยจัดการเกี่ยวกับการเชื่อมต่อไปยังเกมเซิฟเวอร์ ลดระยะเวลาการเชื่อมต่อหรือลด ping ได้มากกว่า 90% ช่วยให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบเรียบที่สุดอีกด้วย

Portable Monitor

จากกลุ่มธุรกิจที่เราน่าจะได้เห็นไปแล้วว่าทาง ASUS มีจอภาพแบบพกพาในระดับมืออาชีพ มาพร้อมความละเอียดในระดับ 4K และเป็น OLED สำหรับในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปก็มีให้เลือกใช้งานเช่นกันกับ ZenScreen ซึ่งความโดดเด่นของ ZenScreen นั้นก็คงเป็นการที่มันมีแบตเตอรรี่ในตัว ทำให้สามารถเปิดใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมองหาปลั๊กไฟใด ๆ ทั้งสิ้น ตัวจอสามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้งพีซีและอุปกรณ์ในกลุ่ม Android เชื่อมต่อผ่าน USB-C (DP alt mode) หรือ USB 3.0

ในส่วนของแบตเตอร์รี่นั้นมีขนาดความจุ 7800mAh ทำให้ใช้งานได้ทันทีและยังช่วยให้ไม่ลดระยะเวลาการใช้งานของอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่ออีกด้วย ด้านขนาดตัวก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันได้รับการออกแบบมาเพื่อพกพา จึงทำให้มันมีขนาดความหนาเพียง 8mm เท่านั้นเอง ถือได้ว่าบางมาก ๆ เลยทีเดียว และนำหนักตัวเพียง 0.85kg เท่านั้น ส่วนขนาดของหน้าจอจะมาในขนาด 15.6 นิ้ว ด้วยความละเอียดในระดับ Full HD (1920x1080p) และใช้พาแนลในแบบ IPS

Gaming (ROG)

ตลาดเกมมิ่งหรือเซ็คชั่น ROG น่าจะเป็นกลุ่มตลาดที่ใกล้ตัวพวกเราตรงนี้มากที่สุด และในงานนี้ทาง ASUS เองก็มีผลิตภัณฑ์จากกลุ่ม ROG มาเปิดเผยเปิดตัวเพื่อเรียกเงินจากกระเป๋าคอเกมมากมายหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งหากมองกันถึงไฮไลต์แล้วนั้นก็คงจะเป็น Motherboard หรือที่เราเรียกกันว่าเมนบอร์ด กับสองโมเดลจี๊ดที่ใครหลาย ๆ คนรอคอยกันสำหรับ ASUS MAXIMUS XI APEX และ ASUS MAXIMUS XI GENE ซึ่งในโมเดลหลังนั้นน่าจะถือว่าเป็นโมเดลที่ใครหลาย ๆ คนน่าจะคิดถึง เพราะมันหายไปจากตลาดช่วงระยะเวลาหนึ่ง นอกจากในส่วนของเมนบอร์ดแล้ว ยังจะมีอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ใหม่ ๆ ออกมาเช่นกัน เริ่มจากจอภาพในแบบ Ultra width ในตระกูล ROG STRIX กับ XG49VQ ซึ่งเป็นจอภาพในขนาด 49 นิ้ว อัตราส่วน 32:9 มีอัตรารีเฟรตเรตในระดับ 144Hz รองรับเทคโนโลยี FreeSync 2 และ HDR ในระดับ 125% sRGB นอกจาก Gaming monitor ก็ยังมีเมาส์ ROG Gladius II wireless, แผ่นรองเมาส์ ROG Bal Teus QI ที่รองรับระบบการชาร์จไร้สายหรือ QI Charge ได้ในตัว สุดท้ายก็จะเป็นหูฟังเกมมิ่ง ROG DELTA Gaming หูฟังที่มาพร้อมกับ Quad-DAC ซึ่งก็เป็นฟูฟังตัวแรกของโลกที่ใช้ Quad-DAC อีกด้วย และทั้งสามชิ้นที่ได้กล่าวถึงไปตรงนี้สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ เรื่องของแสงสีในแบบ RGB หรือเทคโนโลยี Aura Sync ของทาง ASUS นั่นเอง

Motherboard

สำหรับประเด็นหลักของเมนบอร์ดจากในงานนี้ ไม่ได้เป็นการมาพูดถึงรายละเอียดของตัวเมนบอร์ดหรือเจาะลึกกันแบบรุ่นต่อรุนแต่อย่างใด หากแต่เป็นการพูดถึงภาพรวมของเมนบอร์ดในตระกูล ROG ยุคที่ 11 หรือ XI และในส่วนของสองโมเดลหลักที่กำลังจะลงตลาดทั้งในส่วนของ MAXIMUS XI APEX และ MAXIMUS XI GENE นั้นก้เป็นเพียงการพูดถึงความสามารถในการโอเวอร์คล๊อก พูดถึงการทุบสถิติโลกมากมาย กับการมาของ Intel 9th GEN และ Z390 Series โดยตัวเมนบอร์ดในโมเดล MAXIMUS XI APEX ยังไม่มีการระบวันเวลาที่ชัดเจนว่าจะลงตลาดเมื่อไหร่ บอกเพียงแค่ว่า Soon หรือเร็ว ๆ นี้เท่านั้น แต่สำหรับในโมเดล MAXIMUS XI GENE พร้อมลงตลาดเป็นที่เรียบร้อย

สิ่งที่ทาง ASUS ในกลุ่ม ROG ได้เน้นจากการนำเสนอในงานนี้ก็เห็นจะเป็นในส่วนของ AI Overclocking ที่ได้มีการปรับปรุงและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนถึงในเวลานี้กับในยุคของ Z390 นั้น เมนบอรืดในตระกูล ROG จะมีฟีเจอร์พิเศษเฉพาะตัวเพิ่มเติมขึ้นมาจากเดิม ก็คือในส่วนของ AI Prediction โดยที่ฟีเจอร์ดังกล่าวนี้ มันจะทำการครวจสอบตัว CPU ที่เราติดตั้งใช้งานลงไป ซึ่งสิ่งที่มันจะทำการตรวจสอบก็คือ คุณภาพของตัวซิลิกอน ว่าซีพียูตัวนั้น ๆ มีประสิทธิภาพมากน้อยขนาดไหน ระบุออกมาในรูปของเปอร์เซนต์ เช่น 95%, 97% จากนั้นมันยังจะทำการประเมินถึงประสิทธิภาพของระบบระบายความร้อนที่เราใช้งาน ให้ผลออกมาในรูปของคะแนน และสุดท้ายก็จะมีค่าประมาณออกมาว่า CPU ตัวนั้น ๆ จะมีความสามารถในการโอเวอร์คลีอกได้มากน้อยขนาดไหน ความเร็วของของ Core Speed จะทำได้สูงหรือลากไกลเพียงไร ความเร็วของ Uncore Clock จะทำได้ในระดับใด ซึ่งค่าความน่าเชื่อถือของ AI Prediction ตรงนี้ จากที่ผมได้โอกาสสัมภาษณ์พิเศษกับหัวหน้าแผนก ROG คำตอบที่ได้คือ มากเกินกว่า 90% เลยทีเดียว ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์หรือลูกเล่นที่จะช่วยให้การโอเวอร์คล๊อกเป็นไปได้อย่างง่ายขึ้นหรือสะดวกมากยิ่งขึ้นในระดับหนึ่ง

ASUS MAXIMUS XI GENE

จุดเด่นหลักของ MAXIMUS XI GENE ก็คงจะเป็นเรื่องของขนาดตัว ที่มันจะเป็นเมนบอร์ดในขนาด Micro-ATX แต่ก็จะยังคงจัดเต็มและอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ ไม่แพ้เมนบอร์ดในขนาดมาตราฐาน ATX หากมองจากภาพกว้างจากสิ่งที่เราเห็นตรงหน้าตรงนี้ จะเห้นได้ว่ามันได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการโอเวอร์คล็อกอย่างเต็มรูปแบบ มีเต้ารับไฟเลี้ยงสำหรับภาคจ่ายไฟ CPU ในแบบ 8 พินจำนวนสองชุด มีภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ สล๊อตแรมเพียงแค่ 2 แถวไม่แตกต่างไปจาก APEX ความเร็วสูงสุดในการโอเวอร์คลีอกระบุมาที่ DDR4-4700MHz และจะยังมีฟีเจอร์ที่เอื้อต่อการโอเวอร์คล๊อกในแบบ Extreme อย่างครบถ้วนเพื่อรองรับการการโอเวอร์คล๊อกด้วย LN2




ในความเป็น GENE ตรงนี้หากมองจากฟีเจอร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะกับด้านการโอเวอร์คล๊อกแล้วนั้น เราอาจจะพูดได้ว่า MAXIMUS XI GENE มันก็คือ MAXIMUS XI APEX ในไซด์เล็กก็ว่าได้ เพราะจากเดิมในอดีตหากมองถึง GENE มันก็คือ EXTREME ไซด์เล็กนั่นเอง

ROG DELTA Gaming

สำหรับหูฟังเกมมิ่งตัวใหม่จากค่าย ASUS นั้นนอกจากเรื่องของแสงสีในระดับ RGB ที่ทุกวันนี้ถือเป็นเรื่องปรกติไปแล้ว มันจะมีฟีเจอร์ใหม่หรือเทคโนโลยีเด็ดที่เป็นเจ้าแรกของโลก กับการเลือกใช้ Quad DAC หรือมี DAC มากถึง 4 ตัวซึ่งเป็น DAC Hi-Res ESS ES9218 เพื่อให้ได้เสียงที่ใสสะอาดและมีความสมจริงมากที่สุด ด้านการออกแบบนั้น ตัวครอบหูฟังจากมาในรูปที่เรียกว่า D type หรือเป็นทรงตัว D ที่ไม่กลมหรือรี เพื่อให้มันเข้ากับลักษณะของใบหูมากที่สุด ออกแบบให้มีน้ำหนักเบา เพื่อความสบายในการสวมใส่ระยะเวลานาน ๆ และยังมีเทคโนโลยีพิเศษที่เรียกว่า Airtight Chamber และ ASUS Essence driver ที่ออกแบบมาพิเศษเพื่อช่วยความสมจริงให้กับเสียงเบสหรือเสียงในย่านความถี่ต่ำ


ROG Balteus Qi

แผ่นรองเมาส์อาจจะไม่มีเทคโนโลยีพิเศษอะไรมากมาย เพราะด้วยตัวมันเองที่ไม่รู้ว่าจะสร้างความพิเศษให้แตกต่างไปจากปรกติได้อย่างไร ? แต่สิ่งที่ทาง ASUS รังสรรค์ขึ้นมาในครั้งนี้กับในความเป็น ROG ก็คงจะเป็นเรื่องของแสงสีในระดับ RGB สามารถปรับเปลี่ยนแสงสีได้ในแบบ on-the-fly และยังสามารถซิงก์ผ่านเทคโนโลยี AuraSync ของตนเองได้เช่นกัน ส่วนจุดที่ดูจะเป็นฟีเจอร์เด็ดหรือจุดเด่นของมันก็จะเป็นในส่วนของระบบการชาร์จแบบไร้สายหรือ QI Charge ที่ช่วยให้คอเกมสามารถวางสมาร์ทโฟนของตนเองเพื่อชาร์จแบตเตอร์รีได้ทันที สุดท้ายกับ USB 2.0 Hub ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ต้องการ

ROG Gladius II Wireless

สำหรับตัวเมาส์เรื่องของหน้าตาการออกแบบ ประเด็นนี้คงต้องตัดสินใจด้วยตนเองว่า ออกแบบได้สวยงามมากน้อยขนาดไหน และจะเข้ามือหรือเปล่าอันนี้คงต้องลองดูกันเอง แต่สิ่งที่ ASUS ออกแบบมาเพื่อเป็นจุดเด่นให้กับเมาส์ในโมเดลดังกล่าวนี้ก็เป็นในส่วนของรูปแบบการเชื่อมต่อ ที่มันจะเป็นเมาส์ไร้สายที่สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง WiFi 2.4G และ Bluetooth ในแบบ Low Latency โดยทาง ASUS กล่าวว่าความเร็วในการตอบสนองนั้นจะสามารถทำได้เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับเมาส์ในแบบสาย ด้วยความเร็วในการตอบสนองด้วยระยะเวลาเพียง 1ms เท่านั้น จุดที่น่าจะเป็นที่ถูกใจคอเกมก็คงตะเป็นการออกแบบให้สามารถถอดเปลี่ยนสวิทช์ได้ด้วยตนเอง ส่วนตัวเซ็นเซอร์จะเป็นในแบบ Optical ด้วยความละเอียดสูงสุด 16,000dpi

ROG Strix XG49VQ

มุมมองที่กว้างขึ้นเป็นอะไรที่คอเกมต้องการ และทาง ASUS ก็มีตัวเลือกออกมาเช่นกันกับจอโค้งในขนาด 49 นิ้ว รองรับ HDR, FreeSync 2, 144Hz, PIP(x3) กับความละเอียด 3840x1080pixel สำหรับเทคโนโลยีพิเศษหรือฟีเจอร์เแพาะตัวประกอบไปด้วย ASUS Shadow Boost, GameVisual, App Sync, และ blue light filter


ในภาพรวมของจอตัวนี้ อารมณ์ที่ได้ก็จะเสมือนกับว่ามันคือจอในขนาด Full HD ที่เป็น 16:9 จำนวนสองตัวมาวางเรียงกันนั่นเอง แต่มันจะมีข้อดีตรงที่ไม่มีรอยต่อของขอบจอ ส่วนเทคโนโลยี PIP (Pic in Pic) นั้นมันจะสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อม ๆ กันได้มากถึง 3 อุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน

Others…


สำหรับสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ จากในงานจะเป็นในส่วนของข้อมูลบางอย่างที่หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน อาทิเช่นอัตราการเติบโตของตลาดเกมมิ่ง ซึ่งจากปีที่ผ่านมาตลาดเกมมิ่งบนระบบพีซีมีอัตราที่เติบโตมากถึง 60% เติบโตมากกว่าตลาดสมาร์ทโฟนเกือบเท่าตัว ซึ่งจากข้อมูลตรงนี้คงจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ตลาดพีซีจะยังคงอยู่กับเราไปอีกนานอย่างแน่นอน และกับความคิดที่เคยมองกันว่าพีซีตายไปแล้ว กำลังจะตาย จะโดนโมเดลบายหรือสมาร์ทโฟนเข้ามาแทนที่ คงจะต้องคิดใหม่ และหากใครที่ยังคงมองว่าต้องมีสักวัน กับประเด็นนี้ผมยังมีข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจมาให้ได้ติดตามกัน กับบทสัมภาษณ์พิเศษของบอร์ดบริหารหรือ Mr. Jackie Hsu ในตำแหน่งประธานบริษัทและผู้จัดการฝ่ายขายตลาดแพลทฟอร์มของ ASUS และจะยังรวมถึงผู้จัดการเกมมิ่งเกียร์และอุปกรณ์เสริม หรือพูดง่าย ๆ ว่าผู้จัดการแผนก ROG นั่นละครับ

คงจะได้เห็นกันแล้วนะครับว่า ในช่วงปลายปีนี้ทาง ASUS มีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาให้ได้ใช้งานกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคอเกม จะเป็นคนทำงานหรือการทำงานในระดับองค์กร เรียกได้ว่า ASUS มีแทบจะทุกอย่างแล้วจริง ๆ เราคงไม่ต้องมองกันให้ไกลตัวมากนัก เอาแค่สิ่งที่ใกล้ตัวพวกเราชาวพีซีที่อยู่ในตลาด DIY หรือกลุ่มตลาดเกมมิ่ง เราก็น่าจะพอทราบกันบ้างแล้วว่าล่าสุดทาง ASUS ก็เพิ่งจะมีการเปิดตัว พาวเวอร์ซัพพลาย และชุดระบายความร้อนด้วยน้ำในแบบ AIO ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับแฟน ๆ ASUS โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแฟน ROG ซึ่งหากเวลานี้อยากจะประกอบคอมพิวเตอร์สักเครื่องไว้เล่นเกม และต้องการความเป็น ASUS แล้วนั้นได้ครบทุกชิ้นแน่นอน จะขาดก็เพียงแค่ CPU, RAM, SSD และเคสเท่านั้นเอง

สำหรับตรงนี้กับบรรยากาศภาพรวมและรายละเอียดที่เป็นจุดที่น่าสนใจก็น่าจะมีอะไรแต่เพียงเท่านี้ แต่สำหรับเรื่องราวของงาน ASUS Incredible Intelligence 2018 จะยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะตามที่ได้บอกไปบ้างแล้วว่า ผมยังจะมีบทสัมภาษณ์พิเศษของบอร์ดบริหารประธานบริษัทมาให้ได้ติดตามชมกันอีกหนึ่งตอน ซึ่งเนื้อหานั้นถือว่าน่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียว กับข้อมูลที่ใครหลาย ๆ คนอาจจะเคยสงสัย อาจจะเคยถกเถียงกัน และกับข้อมูลที่ได้ยินแล้วต้องทำให้ทึ่งหรือตะลึง และน่าจะช่วยให้หายแปลกใจว่า เหตุใดทาง ASUS ถึงมีผลิตภัณฑ์แปลก ๆ มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนใครออกมารีดเงินจากกระเป๋าของเรา ๆ ท่าน ๆ ได้อย่างไม่ขาดสายและสามารถชนะใจผู้ใช้งานทั่วโลกมาอย่างยาวนาน และท้ายที่สุดตรงนี้ก็ต้องขอขอบคุณบริษัท เอซุสเทค(ประเทศไทย)จำกัด ที่หยิบยื่นโอกาสให้ได้ร่วมงานดังกล่าวนี้ไว้ ณ ที่นี้ด้วย


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/ghr0INV7jH4/

Advertisements