เรื่องทั้งหมดโดย sukoom2001

Victoria’s Secret เดินเกม Bralette เกาะกระแสสาวรุ่นใหม่นิยมเซ็กซี่ซนๆ มากกว่าดูมดูม

เทรนด์แฟชั่นช่างหมุนเร็วตามที่ทุกคนรู้ และหนึ่งในผู้นำตลาดชุดชั้นในอย่าง Victoria’s Secret ก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวบ้าง ผ่านการเร่งทำตลาด Bralette หรือเสื้อในลูกไม้ธรรมดาๆ เพื่อเกาะเทรนด์การแต่งตัวของสาวๆ ยุคนี้

ภาพจาก Flickr ของ Geneva Vanderzeil apairandasparediy.com

จากดูมดูม เป็นแสดงความธรรมชาติของสัดส่วน

เมื่อนึกถึงชุดชั้นในของแบรนด์ Victoria’s Secret หลายคนคงนึกถึงชุดชั้นในแบบ Push-up หรือเสริมทรงให้มีความดูมดูม แต่ด้วยเทรนด์แฟชั่นที่เปลี่ยนไป สาวๆ รุ่นใหม่เริ่มอยากโชว์ความเป็นธรรมชาติมากขึ้น จึงทำให้เทรนด์การสวมใส่เสื้อในลูกไม้ หรือ Bralette กลับมาอีกครั้ง

Jan Singer ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Victoria’s Secret บอกว่า ตอนนี้ทางแบรนด์อยู่ระหว่างเร่งทำตลาดสินค้าตัวนี้ เพราะเป็นเทรนด์การแต่งตัวของสาวรุ่นใหม่ และการทำตลาดสินค้าที่หลากหลาย ก็ช่วยให้ทางแบรนด์สามารถแข่งขันในตลาดนี้ได้ดีขึ้น

สำหรับ Bralette ที่กลับมาฮิตได้อีกครั้งเพราะ เทรนด์การแต่งตัวแบบโชว์เสื้อในเล็กๆ กำลังมา และตัวเสื้อในลูกไม้ที่มีระบายสวยๆ ก็ช่วยยกระดับการแต่งตัวแบบนี้ได้ดีกว่าเสื้อในแบบมีโครง หรือเสริมฟองน้ำที่จำหน่ายในตลาดตอนนี้ แถมตัวต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่า ยังทำให้การจำหน่ายชุดชั้นในประเภทนี้ของ Victoria’s Secret ที่ 25 ดอลลาร์สหรัฐก็ยังมีกำไรอยู่มากส่วนเสื้อในแบบปกติของทางแบรนด์ที่ขายเฉลี่ยที่ 50 ดอลลาร์

ที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังทำให้ Victoria’s Secret สามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง หลังจากมียอดขายที่ลดลงตามภาพรวมตลาดชุดชั้นในที่หดตัว แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ยักษ์ใหญ่แบรนด์นี้จะครองส่วนแบ่งตลาดได้ 27% เพราะตลาดนี้ยังไม่ถูก Ecommerce มาโจมตีนัก จากเหตุที่ผู้ซื้อต้องการลองสวมใส่ก่อนซื้อ

อ้างอิง // Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/bralette-victoria-secret/

Advertisements

ซัมซุงออกวิดีโอโฆษณา Galaxy Note 8 ก่อนเปิดตัว ชูฟีเจอร์กล้องคู่

ใกล้เวลาเปิดตัว Galaxy Note 8 ในวันที่ 23 สิงหาคมเข้ามาทุกที ล่าสุด ซัมซุงเกาหลีก็โพสต์วิดีโอทีเซอร์ ยืนยันข้อมูลเป็นครั้งแรกว่า Note 8 จะใช้ “กล้องคู่” แน่นอน (แม้ว่าชาวโลกจะรู้กันหมดแล้วจากภาพหลุดจำนวนมาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ซัมซุงพูดเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ)

ส่วนวิดีโออีกตัวหนึ่งในซีรีส์เดียวกันเป็นการย้ำถึงฟีเจอร์ปากกา S Note โดยที่ไม่เผยข้อมูลอะไรใหม่

ประเด็นหลักที่ยังรอแถลงในวันที่ 23 คงเหลือแค่ราคาและวันวางจำหน่ายครับ

ที่มา – SamMobile

from:https://www.blognone.com/node/94845

Sephora แจ้งเกิดแพลตฟอร์มโซเชียลสงวนเฉพาะ ”สมาชิก”

เป็น members-only social platform ที่น่าสนใจมากเมื่อแบรนด์ค้าปลีกเครื่องสำอาง Sephora ประกาศเปิดตัวบริการโซเชียลของตัวเองเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจุดเด่นอยู่ที่การจัดอีเวนท์ออนไลน์ถ่ายทอดสดที่สาวก Sephora จะได้บอกเล่าประสบการณ์หลากรสเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ กลายเป็นรีวิวที่ดูสนุกลุกนั่งสบายแบบทันสมัย

บริการโซเชียลของ Sephora นี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Beauty Insider Community” แนวคิดหลักคือการให้บริการสมาชิกผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่เท่านั้น สมาชิกจะได้รับคำแนะนำความงาม ได้ชมภาพแฟชั่นเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ขณะเดียวกันก็จะได้อ่านคำถามคำตอบเกี่ยวกับความงาม ซึ่งอาจจะลึกซึ้งกว่าที่บทความบนโซเชียลอื่นให้บริการอยู่

ตามข้อมูลจากจดหมายข่าวของ Sephora บริการโซเชียลนี้จะประกอบด้วยแท็บ “Home,” “Profile,” “Groups,” “Conversations” และ “Gallery” ซึ่งสมาชิกจะสามารถสร้างโปรไฟล์สาธารณะ อัปเดทสไตล์การแต้งหน้าในลุคใหม่ที่เก๋ไก๋ รวมถึงการเล่าเรื่องราวความสนใจส่วนตัวอื่น ทั้งหมดนี้สมาชิกจะสามารถเข้าร่วมกลุ่มหลากหลายเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวความงามหลายประเด็น ขณะเดียวกันก็สามารถรับข้อมูลเคล็ดลับความงามได้แบบเรียลไทม์

ไม่เพียงภาพนิ่ง วิดีโอถ่ายทอดสไตล์การแต่งหน้าก็จะมีให้ชมที่นี่ด้วย เรียกว่าจัดเต็มฐานะแหล่งอัปเดทลุคเพื่อตอบโจทย์สาวรักสวยรักงามที่อาจเบื่อกับสไตล์การแต่งหน้าเดิมแบบทุกวัน

เพื่อประเดิมความร้อนแรงให้บริการโซเชียลน้องใหม่ Sephora จัดถ่ายทอดสดงาน ”Live Community Chat” ซึ่งชวนให้สาวกมาร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ใช้สินค้า ถือเป็นอีเวนท์ที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อสินค้า งานดังกล่าวจะจัดขึ้นวันที่ 22 สิงหาคมนี้

สิ่งที่เราได้จากข่าวนี้คือกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่ Sephora เลือกใช้นั้นสะท้อนว่า Sephora เอาจริงเอาจังและหวังสร้างคอมมูนิตี้ที่ยั่งยืน Sephora ตัดสินใจสร้างแพลตฟอร์มโซเชียล Beauty Insider Community ของตัวเองแบบไม่ปะปนใคร โดยก่อนหน้านี้ Sephora คือหนึ่งในแบรนด์ค้าปลีกกลุ่มแรกที่ใช้ chatbot ขณะเดียวกันก็เป็นแบรนด์ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AR แล้วผ่านแอปพลิเคชันชื่อ Virtual Artist เรียกว่าความคืบหน้าล่าสุดของ Sephora นี้ถุกส่งมาเพื่อตอบโจทย์คนเจนใหม่ที่ไม่ยึดติดกับแพลตฟอร์มโซเชียลใดโซเชียลหนึ่ง

ที่มา: Sephora

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/08/sephora-social-platform/

SCB อัพเดตแอป SCB Easy เตรียมบริการกดเงินไม่ต้องใช้บัตรเอทีเอ็ม

ธนาคารไทยพาณิชย์โฆษณาตามสื่อต่างๆ มาระยะหนึ่งแล้วว่ากำลังอัพเดตบริการ SCB Easy แต่วันนี้ตัวแอปบน Google Play ก็ได้รับอัพเดตกันแล้ว ทำให้เห็นว่ามีบริการใหม่เพิ่มขึ้นมา โดยบริการสำคัญคือการกดเงินโดยไม่ต้องใช้บัตร แม้ว่าตอนนี้ตู้เอทีเอ็มยังไม่ได้อัพเดตก็ตาม คาดว่าน่าจะได้หลังงานเปิดตัวในวันจันทร์นี้

นอกจากบริการกดเงินโดยไม่ใช้บัตรแล้ว ตัวแอปยังมีบริการเรียกเก็บเงิน (request to pay) จากคนอื่นได้ และบริการประกันความเสียหายในกรณีที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรที่หลอกลวงในการใช้แอป

ใครได้รับอัพเดตแล้วและลองใช้ฟีเจอร์ไหนได้แล้วก็มาเล่ากันได้ครับ

ที่มา – Google Play

alt="upic.me"

from:https://www.blognone.com/node/94844

[ASUS] เปิดตัว ZenFone 4 Pro, ZenFone 4, ZenFone 4 Selfie series และ ZenFone 4 Max Series อย่างยิ่งใหญ่ในไต้หวัน

เอซุส เปิดตัวครอบครัว ZenFone 4 อย่างยิ่งใหญ่ในไต้หวัน

เอซุสจัดงานแถลงข่าว We Love Photo เปิดตัวสุดยอดซีรี่ย์สมาร์ทโฟนแห่งเอเชีย

ZenFone 4 Pro, ZenFone 4, ZenFone 4 Selfie series และ ZenFone 4 Max Series

จอห์นนี่ ชิห์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอซุส เปิดตัว ครอบครัว ZenFone 4 อย่างยิ่งใหญ่ในไต้หวัน พร้อม กงยู แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของZenFone 4

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 18 สิงหาคม 2560 – นายจอห์นนี่ ชิห์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอซุส ประกาศเปิดตัวครอบครัวสมาร์ทโฟนที่น่าจับตามองมากที่สุดในปีนี้อย่าง ZenFone 4 ซึ่งประกอบด้วย ZenFone 4 Pro, ZenFone 4, ZenFone 4 Selfie Pro, ZenFone 4 Selfie, ZenFone 4 Max Pro และ ZenFone 4 Max ในงานแถลงข่าว We Love Photo ไทเป โดย ZenFone 4 ถือเป็นครอบครัวสมาร์ทโฟนซีรี่ย์แรกของเอซุสที่โดดเด่นด้วยกล้องคู่ ไม่ว่าจะเป็นกล้องคู่หน้าหรือกล้องคู่หลังต่างกันตามแต่ละรุ่น เพื่อมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ทำให้ผู้ใช้ได้ภาพถ่ายที่ดีที่สุดในทุกโอกาส ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ และแม้แสงจะน้อยแค่ไหนก็ตาม

“สมาร์ทโฟนในซีรี่ส์ ZenFone 4 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอซุสที่ต้องการจะมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ดีที่สุดผ่านสมาร์ทโฟนให้ผู้ใช้ทุกคนได้เก็บภาพแห่งความประทับใจให้เป็นความทรงจำตลอดไป และยังสามารถแบ่งปันกับคนที่รักได้ง่ายๆ” นายจอห์นนี่ ชิห์ กล่าว “เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวครอบครัว ZenFone 4 สู่สายตาของทุกคนในวันนี้”

ภายในงาน นายจอห์นนี่ ชิห์ ยังได้เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ โดยได้รับเกียรติจากซุปเปอร์สตาร์ชาวเกาหลีใต้อย่าง กงยู ที่ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวครอบครัว ZenFone 4 ในครั้งนี้

“เป็นอีกครั้งที่เอซุสได้นำสุดยอดนวัตกรรมออกสู่สายตาคนทั้งโลกผ่านสมาร์ทโฟนซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดอย่าง ZenFone 4 ซึ่งทั้งสองรุ่นที่ได้เปิดตัวในวันนี้มีความโดดเด่นด้วยคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว และผมยังเชื่อว่าเอซุสไม่หยุดยั้งที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่บนโลกของสมาร์ทโฟน จึงยิ่งทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ก้าวไปสู่สิ่งใหม่ๆ พร้อมกับเอซุส”
กงยู แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ ZenFone 4 กล่าว

กงยู เก็บภาพความประทับใจกับเหล่าแฟนคลับในงานเปิดตัวครอบครัว ZenFone 4 ที่ไต้หวัน ด้วย ZenFone 4 Selfie Pro สีแดง รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น

ZenFone 4 Selfie Pro – ความไวแสงสองเท่า Wefie ได้กว้างถึง 120° พร้อมวิดีโอ Selfie ในความชัดระดับ 4K

Zenfone 4 Selfie Pro เป็นโมเดลรุ่นเรือธง ของซีรีย์  Selfie มาพร้อมกับกล้องหน้าเซลฟี่ที่ดีที่สุด เราเลือกใช้ Sony IMX362 DuoPixel™  ที่มีตัวตรวจจับแสง โฟโตไดโอด (PHOTODIODE) ที่ตรวจจับแสงได้มากกว่ารุ่นปกติถึงสองเท่า และเทคโนโลยี ASUS SuperPixel™ Engine ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ ในที่แสงน้อยได้สว่างมากขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า และถ่ายวิดีโอเซลฟี่ในระดับ 4K UHD ได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้เทคโนโลยี 24MP  DuoPixel™ camera จะช่วยดึงข้อมูลของการจับภาพด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะในการเปลี่ยนเป็นภาพ 24MP ซึ่งทำให้ผลลัพธ์ของการถ่ายภาพเซลฟี่มีความละเอียดสูง สวยงาม น่าประทับใจ ส่วนกล้องคู่หน้าอีกตัวของ ZenFone 4 Selfie Pro มาพร้อมกับเลนส์มุมกว้าง ที่เก็บภาพได้กว้างเป็นพิเศษถึง 120° ช่วยให้สามารถเก็บภาพกลุ่มและบรรยากาศโดยรอบได้ในหนึ่งช็อต

 

ZenFone 4 Selfie – กล้องหน้าคู่สำหรับเซลฟี่ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเลนส์มุมกว้าง 120°

Zenfone 4 Selfie มาพร้อมกับกล้องหน้าคู่ ด้วยกล้องหลักที่มีความละเอียดสูงกว่า 20 ล้านพิกเซล และ Wefie ที่เก็บภาพมุมกว้างได้ถึง 120° รวมถึงแฟลช Softlight LED ที่ช่วยให้แสงอย่างสมบูรณ์แบบในสภาวะแสงน้อย ทำให้รูปเซลฟี่ที่ออกมาดูหน้าเนียนได้สีผิวที่แท้จริง นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถตกแต่งเอคเฟคภาพเพิ่มเติมได้ด้วยแอปพลิเคชั่นสุดพิเศษอย่าง ASUS SelfieMaster ให้ทุกคนสามารถแต่งภาพแบบเรียลไทม์ได้อย่างไม่ติดขัด

 

ZenFone Max Pro และ ZenFone Max – แบตเตอร์รี่ทรงพลัง 5000 mAh ที่สามารถเป็นแบตเตอรี่สำรองได้ในตัว พร้อมชาร์จให้กับอุปกรณ์อื่นๆได้เร็วขึ้น 2 เท่า

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นอุปกรณ์คู่ใจในการช่วยเก็บภาพความประทับใจกับผู้ใช้ได้ทั้งวัน ด้วยระบบกล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียดสูง 16 ล้านพิกเซล และมุมมองกว้างถึง 120° จุใจเต็มที่กับแบตเตอร์สุดอึดขนาด 5000 mAh ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดเครื่องผ่านระบบ 4G ได้ยาวนานอย่างเหลือเชื่อถึง 46 วันติดต่อกันผ่านเทคโนโลยี ASUS PowerMaster ที่ช่วยให้แบตเตอรี่อยู่ได้นานยิ่งขึ้น ASUS ZenFone 4 Max Pro สามารถทำงานเป็นแบตเตอร์รี่สำรองให้กับอุปกรณ์อื่นๆได้อีกด้วย โดยผู้ใช้สามารถดูระดับการชาร์จได้โดยตัวเครื่องของผู้ใช้ จะคงแบตเตอรี่ไว้ไม่ให้ต่ำกว่า 30%

ช่องทางและราคาจำหน่าย

ZenFone 4 Selfie และ ZenFone 4 Max Pro จะวางขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในวันที่ 25 สิงหาคม 2560

  • ZenFone 4 Selfie จะวางจำหน่ายในราคา 8,990 บาท
  • ZenFone 4 Max Pro จะวางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท

สำหรับ ZenFone 4 Selfie และ ZenFone 4 Max Pro จะเข้าวางจำหน่ายในประเทศไทยผ่านร้านค้าพันธมิตรของเอซุส และร้านไอทีชั้นนำทั่วประเทศในเดือนกันยายน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asus.com/th/

เกี่ยวกับ เอซุส

เอซุส คือ หนึ่งในบริษัทที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก จัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์จูน และเป็นบริษัทที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คอนเซ็ปต์ สมาร์ทไลฟ์ สำหรับวันนี้และอนาคต ผลงานที่โดดเด่นของเอซุสครอบคลุม Zenbo, ZenFone, ZenBook ผลิตภัณฑ์ไอทีและอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึง AR, VR และ IoT ปัจจุบัน เอซุสมีพนักงานมากกว่า 17,000 คนทั่วโลก โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาระดับโลกมากกว่า 5,500 คน ด้วยแรงขับเคลื่อนสำคัญที่มาจากนวัตกรรมทันสมัยและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ทำให้เอซุสได้รับรางวัลกว่า 4,385 รางวัล และมีรายได้ราว 13.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี  2559

from:https://notebookspec.com/asus-zenfone-4-pro-zenfone-4-zenfone-4-selfie-series/412755/

ดีแทค แอคเซอเลอเรท ประกาศผลรางวัล Best Performing Startups เดโมเดย์ ปี 5

ดีแทค แอคเซอเลอเรท ประกาศผลรางวัล Best Performing Startups เดโมเดย์ ปี 5 ทีม Tourkrub Seekster และ Indie Dish พร้อมกับเซอร์ไพรส์รางวัลพิเศษให้กับทีม Ricult  

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายแอนดริว กวาลเซท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดิจิทัล นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการดีแทค แอคเซอเลอเรท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด มหาชน หรือดีแทค มอบรางวัล Best Performance Startups ในงาน ดีแทค แอคเซอเลอเรท เดโมเดย์ ปี 5

ซึ่งเป็นการโชว์ผลงานพิชชิ่งบนเวทีของสตาร์ตอัพ 12 ทีม หลังจบการอบรมบูธแคมป์ 4 เดือนที่ผ่านมา ผลสำเร็จและสถิติที่น่าสนใจของดีแทค แอคเซอเลอเรท ในปีนี้ มีผู้หญิงเป็นผู้ก่อตั้งถึง ใน 3 มีเมนเทอร์กูรูสตาร์ตอัพชั้นนำของไทย 9 คนและพันดาวันสตาร์ตอัพรุ่นพี่อีก 8 คน มีคอร์สบูธแคมป์อบรม 19 ครั้งจากวิทยากรชั้นนำ 23 คน และเป็นพันธมิตรกับ 6 องค์กรชั้นนำ

โดยมีอัตราความสำเร็จของสตาร์ตอัพที่สูงมากเป็นประวัติการณ์ถึง 80% ที่ได้รับการลงทุนอย่างต่อเนื่องใน ระหว่างที่ยังอยู่ในบูธแคมป์

เดโมเดย์ ปี 5 นี้เป็น 1 ใน 4 งานสำคัญของเหล่า VC ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มองหาสตาร์ทอัพ ที่จะลงทุนด้วย โดยมี VC ชั้นนำจากทั่วโลกมาร่วมงาน และเป็นโอกาสที่สตาร์ตอัพจะได้รับเงินทุนและรางวัลจากการนำเสนอแผนงานกับ VC เพื่อระดมเงินทุนในระดับ Series A และ Seed Funding สตาร์ตอัพได้โชว์การพิชชิ่ง บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ โดยประกาศผลทีมที่ได้รับรางวัล ดังนี้

1. ทีม Tourkrubได้รับรางวัล Telenor Digital Winner Asia สิงคโปร์

2. ทีม Seeksterได้รับรางวัล Web Summit 2017 กรุงลิสบอน โปรตุเกส ซึ่งเป็นงาน tech conference ที่มีผู้เข้าร่วมงานมากที่สุดในโลก กว่า 30,000 คน

3. ทีม Indie Dishได้รับรางวัล Google Developer LaunchPad ที่ได้รับการสนับสนุนจากกูเกิล เพื่อเข้าร่วมศูนย์บ่มเพาะพิเศษ ที่สิงคโปร์

และเซอร์ไพร์สรางวัลพิเศษเพิ่มเติมอีก 2 รางวัลจากพันธมิตร LINE ประเทศไทย และบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

1. ทีม Ricult ได้รับรางวัล TechCrunch Disrupt ที่เมืองซานฟรานซิสโก จากบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  เป็นโอกาสในการไปออกบูธพบนักลงทุน และ business partner ตลอดระยะเวลา วัน ที่งาน TechCrunch Disrupt จัดโดยสื่อด้าน tech & startup ที่มีผู้ติดตามมากเป็นอันดับต้นๆของโลก เป็นงานใหญ่ประจำปีของ tech crunch ที่รวมนักลงทุนระดับแนวหน้าของซิลิคอน วัลเล่ย์ มาที่งานนี้ รางวัลนี้เป็นความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่างเมืองไทยประกันชีวิต TechCrunch’s และดีแทค แอคเซอเลอเรท

2. รางวัล Line@ Startup Pack จาก LINE API มอบรางวัลนี้ให้กับ 12 ทีมซึ่งได้รับเลือกให้เป็นสตาร์ทอัพกลุ่มแรก ที่ได้เชื่อมต่อ API กับ Line

from:http://mobileocta.com/dtac-accredited-announces-best-performing-startups-year-5/

[Review] HyperX Alloy Elite กับ Gaming Keyboard Red Switch ตัวแรกของแบรนด์ ราคา 3,990 บาท

ในปีที่แล้วนั้นทาง HyperX นั้นได้ทำการปล่อย Gaming Keyboard ตัวแรกออกมาอย่าง HyperX FPS Alloy โดยมีจุดเด่นที่วัสดุที่เป็น Alloy ยกชุดและมีขนาดทีกระทัดรัด และการออกแบบสุดเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความดุดันตามสไตล์ของทาง HyperX นั้นเอง

โดยนี้ปีนี้ทาง HyperX ก็ได้ปล่อยมาทั้ง Gaming Mouse ตัวแรกออกมาอย่าง HyperX Plusefire ที่ออกมาตีตลาดในระดับกลางจนทำให้เป็นเมาส์ระดับกลางที่ได้รับความนิยมขึ้นมาเรื่อยๆจากเหล่า ProPlayer จากเกมต่างๆ ล่าสุดกับ Gaming Keyboard ตัวใหม่กับ Alloy Elite รุ่นพัฒนาจากทาง Alloy FPS โดยสนราคาอยู่ที่ ราคา 3,990 บาท จะแจ่มสักแค่ไหนติดตามได้ในบทความนี้เลย!!!

สเปค

  • Switch: CHERRY MX
  • Type: Mechanical
  • Backlight: Single color, Red
  • Light effects: 6 LED modes and 4 brightness levels
  • Connection type: USB 2.0 (2 USB connectors)
  • USB 2.0 Pass-through: Yes
  • Polling rate: 1000Hz
  • Anti-ghosting: 100% anti-ghosting Key Rollover: N-key mode
  • Media control: Yes
  • Game Mode: Yes
  • OS compatibility: Windows® 10, 8.1, 8, 7

โดยเจ้าตัว HyperX Alloy Elite นั้นจะออกมาทั้งหมด 3 รุ่นนั้นก็คือ Blue switch / Red Switch / Brown Switch โดนรุ่นที่แอดมินได้โอกาสนำมารีวิวนั้นก็คือรุ่นที่เป็นแบบ Red Switch นั้นเองถือว่าเป็นสวิทช์ที่มีจุดเด่นในเรื่องความเงียบและสัมผัสที่ดีโดยไม่จำเป็นต้องใช้แรงกดเยอะ ถือว่าเป็นสวิทช์ที่เหมาะกับคนที่เพิ่งจะมาใช้ Machanical Switch มากที่สุด

โดย HyperX นั้นจะเน้นการออกแบบผลิตภัณท์ให้เป็น Gaming Keyboard ที่คุณจะต้องสามารถใช้งานได้เป็นระยะเวลานานทนไม้ทนมือจึงเลือกใช้วัสดุเป็น Alloy ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของตัวคีย์บอร์ดได้เป็นอย่างดีแถมยังมีน้ำหนักที่เบาอีกด้วย นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับสาย USB ที่แข็งแรงด้วยการถักแบบพิเศษด้วย rubber grommet หรือการใช้แผ่นยางรองเข้าไปอีกหนึ่งทีก่อนถักนั้นเองซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้มากกว่าสายทั่วไปโดยตัวคีย์บอร์ดนั้นจะออกแบบมาด้วยโทนสีดำเป็นหลักซึ่งสามารถตัดกับสีไฟ Backlight สีแดงได้อย่างดีซึ่งช่วยเพิ่มความดุดันและความเท่ ของคีย์บอร์ดได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้นในบริเวณด้านขวาบนของตัวคีย์บอร์ดนั้นยังมาพร้อมกับปุ่ม Media Keys ที่มากันแบบครบครั้นไม่ว่าจะเป็นเพิ่มลดเสียงที่มาในลักษณะของลูกกลิ้ง รวมไปถึงปุ่ม Game Mode ที่สามารถช่วยปิดปุ่ม Windows Key ซึ่งจะสามารถช่วยให้คุณมั่นใจทุกการใช้งาน

แถมยังมีที่รองข้อมือที่ดีไซน์ออกมา ตามสรีระของมือเราซึ่งจะช่วยให้การเล่นเกมของเรานั้นสามารถเล่นได้นานขึ้นและคล่องมือมากขึ้นนั้นเอง และไม่ต้องกล้วลื่นเพราะว่าพื้นผิวของที่รองข้อมือนั้นทำมาแบบป้องกันเหงือและกันลื้นได้เป็นอย่างดี

เนื่องจาก HyperX นั้นเป็นแบรนด์ที่เน้นในด้านคุุณภาพมากกว่าความสวยงามดังนั้นวัสดุทุกๆอย่างที่เอามาใช้นั้นต้องเป็นวัสดุอันดับหนึ่ง และแน่นอนว่า Switch ที่ใช้ต้องเป็น Cherry MX Switch แน่นอนซึ่งเป็น Switch ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และเหล่า ProPlayer ต่างยกให้เป็น Switch ที่ดีที่สุดในโลกด้วยประสิทธิภาพและความทนทานที่สามารถรองรับการกดได้ถึง 50 ล้านครั้ง โดยในรุ่น Alloy Elite นั้นก็ยก Switch มาให้เลือกถึง 3 รุ่นนั้นก็คือ Blue/ Red /Brown นั้นเอง โดย Blue จะเหมาะกับคนที่ต้องการใช้ Switch ที่เป็นแบบ 2 จังหวะ และใช้แรงกดที่ค่อนข้างเยอะ  Red เหมาะสำหรับใครที่ต้องการสั่งการได้อย่างราบลื่นเพราะว่าใช้น้ำหนักในการกดที่ค่อนข้างน้อย Brown จะเหมาะสำหรับใครที่ต้องการอะไรที่กลางๆ ไม่ใช่น้ำหนักเยอะ และเป็นสวิทช์จังหวะเดียวนั้นเอง

มาดูเกี่ยวกับไฟกันสักหน่อย

โดยมาดูกันสำหรับจุดเริ่มต้นของไฟ Backlight กันสักหน่อย โดยปกติแล้วไฟ Backlight นั้นมีหน้าที่ในการช่วยให้มองเห็นคีย์บอร์ดในที่มืดได้ชัดขึ้นเพียงเท่านั้น โดย HyperX Alloy Elite ก็ได้มาพร้อมไฟดีแสง แรง 3 เท่าที่จะมาช่วยให้การมองเห็นได้ชัดมาขึ้นโดยที่ไม่มีไฟแยงตา หรือ สีสันที่เยอะเกินไปจนทำให้เราเวียนหัวกันง่ายๆ โดยเราสามารถปรับ Effect ไฟได้ถึง 6 แบบในบริเวณปุ่มด้านบนซ้ายของคีย์บอร์ดซึ่งจะช่วยเพิ่มความสวยงามของคีย์บอร์ดได้ดีเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับ Keycap ที่เป็น Alloy เฉพาะสำหรับหรับปุ่ม WASD และ 1234 เพื่อช่วยให้มั่นใจทุกครั้งในการกด

มาทดสอบกับการเล่นเกมกันสักหน่อย

โดยชื่อรุ่นก็บอกอยู่ว่าเป็น Alloy “FPS” Elite ดังนั้นเกมที่เราจะทำมาทดสอบกันนั้นก็คือ CS:GO นั้นเองเกม FPS ยอดฮิตติดลมบนของวงการ eSports โดยเริ่มมาจากการทดสอบปุ่มว่าสามารถป้องกัน Anti ghost Keys ได้ดีขนาดไหนปรากฏว่าทำออกมาได้ดีไม่มีติดขัดใดๆเลยไม่ว่าจะพยายามเล่นท่ายากขนาดไหนก็ไม่มีติดขัดซึ่งคีย์บอร์ดบางรุ่นนั้นไม่สามารถที่จะนั่งและเดินไปทิศทางเฉียงๆพร้อมกับเปลี่ยนอาวุธไปด้วยได้แต่สำหรับ Alloy  Elite นั้นสามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหา

และที่สำคัญ Game Mode ก็สามารถปิดการใช้งานของ Windows Key ได้เป็นอย่างดี แถมพอจะนำ Windows Keys มาใช้งานนั้นก็ง่ายสะดวกเร็วเร็ว แน่นอนว่านอกจากการเล่นเกมนั้นการที่จะหยิบมาทำงานนั้นก็ไม่เลวเลยทีเดียว เนื่องด้วยเป็นแบบ Red Switch นั้นจึงสามารถช่วยเพิ่มความเร็วในการพิมพ์ได้อย่างดีโดยถึงแม้ว่าจะพิมพ์ไปสัก 110 คำ / วินาที ก็ไม่มีปัญหา

สรุปแล้วถ้าสังเกตุกันเจ้าคีย์บอร์ดตัวนี้นั้นแทบไม่มีปุ่มไหนเลยที่เราจะไม่ได้ใช้งานมัน เพราะว่าแต่ละปุ่มล้วนสำคัญทั้งสิ้นโดยทาง HyperX พยายามตัดปุ่มที่ไม่สำคัญ หรือ ไร้ประโยชน์ออกไปเพื่อให้เพิ่มพื้นที่การใช้งานมากขึ้นและมุงเน้นไปที่คุณภาพของตัว Alloy Elite เป็นหลักมากกว่า การที่มีฟังชั่นมากมายแต่กลับใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ โดยอีกหนึ่งจุดเด่นของเจ้าตัว Alloy  Elite นั้นก็คือการทำความสะอาดเนื่องด้วยมันเป็น Alloy จึงสามารถทำให้การทำความสะอาดของเราง่ายขึ้นมาก แถมปุ่ม Keycap ยังสามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย

ข้อดี

  • ปุ่มใช้งานหมดไม่มีฟังชั่นนี้เยอะแยะจนรู้สึกเปลื่องพื้นที่
  • Switch ที่มีให้เลือกถึง 3 รุ่น
  • วัสดุที่เน้นความคงทนและแข็งแรงเป็นหลัก
  • ที่รองข้อมือที่ออกแบบมาได้อย่างดีเยี่ยม

จุดสังเกตุ

  • สำหรับใครที่ชอบไฟหลากหลายสีคงต้องข้ามกันไปเพราะเจ้าตัว HyperX Alloy Elite นั้นจะมีเพียงไฟสีแดงเท่านั้น

from:https://notebookspec.com/review-alloy-fps-elite/412551/