คลังเก็บหมวดหมู่: appdiscus

Power Buy เปิดตัว Click & Collect เชื่อมออนไลน์-ออฟไลน์ พร้อมปล่อยแคมเปญโปรใหญ่ช้อปออนไลน์เครื่องใช้ไฟฟ้า-ไอที-สมาร์ทโฟน ท้ายปี

เพาเวอร์บาย อัดกลยุทธ์ออมนิชาแนลเปิดตัว Click & Collect เชื่อมออนไลน์-ออฟไลน์ พร้อมปล่อย Big Campaign ส่งท้ายปี ดันยอดขาย 300ล้าน โหมกระแสช้อปออนไลน์เครื่องใช้ไฟฟ้า-ไอที-สมาร์ทโฟน

เพาเวอร์บาย ผู้นำธุรกิจศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีสาขาให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศและบริการด้านตลาดออนไลน์ เปิดบ้านพาชมความคืบหน้าดำเนินธุรกิจระบบออมนิชาแนล (Omni-Channel) ตอกย้ำความเป็นผู้นำและหวังครองใจผู้บริโภคในยุคดิจิทัลไลฟ์ด้วยบริการ Power Buy Click & Collect ทุกการช้อปสินค้าออนไลน์ สามารถรับสินค้าฟรีได้ที่จุดให้บริการ พร้อมเปิดตัว Big Campaign ‘ช้อปสุดชิล ฟินทุกเวลา’ เพียงช้อปครบ 10,000 บาท รับคูปองส่วนลดทั้งเพาเวอร์บายออนไลน์และออฟไลน์คืนรวมสูงสุด 10,000 บาท

ตั้งเป้าดันยอดขายโค้งสุดท้ายเพิ่มอีก 300 ล้านบาท ช่วง พ.ย.-ธ.ค. นี้ ขณะที่เพาเวอร์บายออนไลน์เติบโต มากกว่า 200% เมื่อเทียบกับปี 2016  หลังใช้กลยุทธ์ผนึกช่องทาง ออนไลน์ กับ ออฟไลน์ เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ  ย้ำชัด เพาเวอร์บาย ไม่ใช่เพียงร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกต่อไป พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังไปสู่ Total Solution Services อย่างเต็มรูปแบบ

นายโลร็องต์ โปซ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด เปิดเผยว่า “ตามที่เราได้วางเป้าหมายให้เพาเวอร์บายเป็นอันดับหนึ่งผู้นำตลาดออมนิชาแนล (Omni channel)  เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการนำกลยุทธ์ออมนิชาแนล (Omni channel) ผนึกช่องทาง ออนไลน์ กับ ออฟไลน์ เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อมาดำเนินงานในปี 2017 นั้น นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ภาพรวมตลาดของเพาเวอร์บายในช่วงครึ่งปีหลังโตขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งคาดว่าในปี 2017 นี้

จะทำยอดขายได้ถึง 17,081 ล้านบาท ซึ่งเติบโตมากขึ้น 8%  เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  อีกทั้งเป็นการวางรากฐานเพื่อนำไปสู่การพัฒนาการตลาดในรูปแบบออมนิชาแนลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต”

 

นายโลร็องต์ กล่าวต่อไปว่า “จุดแข็งในการให้บริการของเพาเวอร์บาย ไม่ใช่แค่ร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่เราพร้อมจะพัฒนาสู่รูปแบบ Total Solution Services เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีและประทับใจในบริการของเพาเวอร์บายในทุกๆ ด้าน   สำหรับกลยุทธ์ในปีนี้ เรามุ่งเน้นการพัฒนาระบบออมนิชาแนล (Omni channel)  เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ซื้อขายอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยการรวมช่องทาง (O2O) ออนไลน์ กับ ออฟไลน์ เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่ลูกค้าจะได้รับ เมื่อเข้ามาใช้บริการกับเรา ไม่ว่าจะเป็นการช้อปสินค้าที่สาขาของเพาเวอร์บาย หรือการช้อปออนไลน์ โดยพัฒนาระบบและการให้บริการต่างๆให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ดังนี้

(1) Online Kiosk เครื่องให้บริการอัตโนมัติในรูปแบบ Multi-function self-service ลูกค้าจะได้สนุกและสัมผัสประสบการณ์ดิจิตอลแพลทฟอร์มด้วยการค้นหามูลสินค้าได้ด้วยตัวเอง ซึ่งได้เริ่มทดลองเปิดให้ลูกค้าได้ใช้บริการรวม 10 สาขาทั่วประเทศ แล้ว

(2) Power Buy Click & Collect ภายใต้คอนเซปต์ FAST-FREE-EASY

FAST ทันใจ : ช้อปออนไลน์ รวดเร็วทันใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์เพาเวอร์บาย

FREE ส่งฟรี : ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อสินค้าลูกค้าสามารถแจ้งรับสินค้าได้ที่สาขาและจุดรับบริการใกล้บ้าน

EASY เข้าถึงง่าย : จุดบริการ Power Buy Click & Collect ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ สามารถเลือกรับสินค้าได้ตามจุดรับสินค้าที่ลูกค้าสะดวก ซึ่งเร็วๆนี้เรามีการเจรจาจับมือกับองค์กรธุรกิจอื่นๆเพิ่มเติม ที่จะให้เป็นจุดรับสินค้าของเรา

(3) Power Buy Digital Signage พบกับร้านเพาเวอร์บายโฉมใหม่ ในรูปแบบดิจิตอล แพลทฟอร์ม

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการรับข้อมูลประชาสัมพันธ์ทั้งด้านโปรโมชั่น สินค้า และบริการ

“เนื่องด้วยในปี 2017 ถือเป็นโอกาสครบรอบ 70 ปี Central และเพาเวอร์บาย ซึ่งเป็นส่วนของบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล เราจึงร่วมเฉลิมฉลองเพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าส่งท้ายปี ในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ ด้วยแคมเปญ Power Buy “Big Campaign Super Surprise ช้อปสุดชิล ฟินทุกเวลา” ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. – 5 ธ.ค. นี้ ในรูปแบบ Seamless Omni Channel เชื่อมต่อการจับจ่ายของลูกค้าให้มีความสะดวกสบายมากขึ้นแบบไร้รอยต่อ โดยไม่ว่าลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ และ ออฟไลน์ จะได้รับส่วนลดพิเศษแบบจัดเต็มเพื่อเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้า โดยทุกๆยอดการช้อปกับเพาเวอร์บายทั้งออนไลน์และที่สาขา เมื่อช้อปครบ 10,000 บาท รับคูปองส่วนลดไปช้อปเพิ่มอีก 10,000 บาททันที และลูกค้าที่เลือกรับสินค้าในรูปแบบ Power Buy Click & Collect จะได้รับคะแนน The1Card 5 เท่า ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปีของเพาเวอร์บาย ที่จะสร้างประสบการณ์ในแบบออมนิ ชาแนล ให้ลูกค้าได้สัมผัส และถือเป็นการช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงใกล้ปีใหม่นี้ด้วยเช่นกัน  เพาเวอร์บาย คาดหวังว่าการจัดโปรโมชั่น Big Campaign Super Surprise ประกอบกับแรงสนับสนุนจากโครงการ ช้อปช่วยชาติของรัฐบาล จะช่วยผลักดันยอดขายได้ถึง 300 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าในกลุ่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น โทรทัศน์ เครื่องซักผ้า แอร์ ตู้เย็น รวมถึงสินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟน กล้องถ่ายรูป และสินค้าไอที คาดว่าจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ อีกทั้งยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีในโครงการช้อปช่วยชาติได้อีกด้วย” นายโลร็องต์ กล่าวเพิ่มเติม

ด้านภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2017  ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี อีกทั้งยังได้รับกำลังสนับสนุนจากโครงการช้อปช่วยชาติของรัฐบาล ทำให้กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าเทคโนโลยีได้รับการกระตุ้นจากนโยบายนี้เป็นอย่างดีทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเพื่อนำไปลดหย่อนภาษี

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิดอุปสงค์ของผู้บริโภค ได้แก่ การขยายตัวของที่อยู่อาศัยทำให้มียอดการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเพิ่มขึ้น ทำให้แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกลยุทธ์เรื่องราคาที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทยปรับสู่ดิจิทัลไลฟ์สไตล์มากขึ้น มีความต้องการสินค้าที่มีดีไซน์ทันสมัยและมีเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์ไตล์การใช้ชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน เพาเวอร์บายยังมีจุดแข็งที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด โดยเฉพาะบริการหลังการขาย ที่สร้างความเชื่อมั่นและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าด้วยมาตรฐานการจัดส่งและการบริการติดตั้งที่มีคุณภาพการให้บริการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งภายในวันเดียวกันหลังจากลูกค้าซื้อสินค้า หรือการจัดส่งและติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งระยะเวลาการรับประกันการติดตั้งนาน 180 วัน ซึ่งถือว่านานกว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆ ที่สำคัญลูกค้ายังสามารถเปลี่ยน และคืนสินค้า หรือส่งสินค้าซ่อมได้ที่เพาเวอร์บายทุกสาขา

ปัจจุบันเพาเวอร์บายมีสาขาทั้งหมด 88 สาขา ล่าสุดได้เปิดให้บริการที่เซ็นทรัลพลาซ่า โคราช เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา  และในวันที่ 23 พ.ย.นี้ จะเปิดสาขา เซ็นทรัลพลาซ่า มหาชัย ภายในเดือนธันวาคมจะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา คือ สาขาโรบินสัน กำแพงเพชร และท๊อป มาร์เก็ตวิลเลจ พิจิตร รวมทั้งหมด 92 สาขา พร้อมรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเพาเวอร์บายออนไลน์ www.powerbuy.co.th ที่สามารถค้นหาข้อมูลสินค้า หรือ เครื่องมือที่จะช่วยในการเปรียบเทียบข้อมูลสินค้า ทั้งในแง่ราคาและคุณสมบัติที่นำไปสู่การตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น

from:https://www.appdisqus.com/2017/11/22/power-buy-click-collect-offline-online.html

Advertisements

Apple ยอมรับ มีการใช้แรงงานเกินกฎหมายรองรับจริงในการประกอบ iPhone X โดย Foxconn

Foxconn โรงงานผลิตชิ้นส่วนและประกอบตัวเครื่องเจ้าประจำของ Apple ถูกเล่นงานอีกครั้งหลังจาก Financial Times ได้มีการสืบสวนค้นคว้าการผลิตและพบว่ามีนักเรียนฝึกงานทั้งสิ้น 6 คนที่ต้องทำงานในไลน์การผลิต iPhone X ล่วงเวลาจนเกินกฎหมายรองรับเพื่อให้สามารถผลิต iPhone X ได้ทันตามยอดสั่งจองล่วงหน้า โดยเด็กๆ เหล่านั้นต่างต้องถูกใช้แรงงานอยู่ใกล้สายพานการผลิตในกระบวนการผลิตจุดต่างๆ เกินกว่า 11 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าผิดต่อกฎหมายคุ้มครองความปลอดภัยนักเรียนฝึกงานของประเทศจีน

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่านักเรียนเหล่านั้น “เต็มใจ” ที่จะทำงานล่วงเวลาไปเกินกฎหมายระบุ แต่ก็เพราะเด็กๆ ถูก Foxconn ขอให้ทำงานที่โรงงานผลิตเพื่อแลกกับ “ประสบการณ์การทำงาน” เพื่อให้สำเร็จการศึกษาต่อไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการใช้แรงงานประดุจทาสเกิดขึ้นที่โรงงานผลิตของ Foxconn แบบนี้ ซึ่ง Foxconn เองนั้นเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและประกอบมือถือและอุปกรณ์ไอทีรายใหญ่ให้กับแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลกนอกเหนือจาก Apple ด้วย

foxconn

ปัญหาการร้องเรียนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งแบบนี้ทำให้ Terry Gou ซีโอโอใหญ่ประจำ Foxconn ที่รู้สึกหงุดหงิดใจกับข้อกล่างหาว่าใช้แรงงานพนักงานของตนเกินควรนั้นถึงกับต้องออกมาข่มขู่ว่าจะใช้เครื่องจักรแทนพนักงานโรงงานทุกคนแล้วหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป

หนึ่งในนักเรียนที่ทำงานเกิน 11 ชั่วโมงจากในรายงานนั้นกล่าวว่าพวกเขาสามารถประกอบกล้องของ iPhone X ได้มากถึง 1,200 ตัวต่อกะ และดูเหมือนว่าในไลน์การผลิตนั้นจะไม่มีหุ่นยนต์ตัวไหนที่สามารถทำงานได้เร็วและแม่นยำเท่าพวกเขาอีกแล้ว ทั้งนี้ Apple เองก็ได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้เพิ่มเติมในเวลาต่อมา และได้เผยประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ของ Financial Times ไว้ว่า

“เรายันยันว่าเด็กนักเรียนเหล่านั้นอาสาที่จะทำงาน และต่างก็ได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ตามเหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สมควรที่จะได้รับอนุญาตให้ทำงานล่วงเวลาแบบนั้น”

from:https://www.appdisqus.com/2017/11/22/apple-confirms-illegal-intern-overtime-work-foxconn.html

Vivo V7 เปิดราคาอย่างเป็นทางการ พร้อมพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ‘พีช พชร’

“Vivo” ประกาศเปิดตัวรุ่น “Vivo V7” ออกมาอย่างเป็นทางการครับ พร้อมประกาศราคาและพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ พีช พชร จิราธิวัฒน์

โดย Vivo คาดว่า พีช พชร จิราธิวัฒน์ คือตัวแทนคนยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จบข่าวพรีเซ็นเตอร์ ^^

Vivo V7 เปิดจำหน่ายในสองสีครับ  “Matte Black” และ “Gold” ราคาจำหน่ายของเครื่อง Vivo V7 ประกาศออกมาในราคาเต็มที่ 9,990 บาท แต่มีโปรโมชั่นร่วมกันกับทางเครือข่ายเหลือเพียง 6,990 บาท พร้อมรับของแถมเซ็ตใหญ่กลับไปทุกคนครับ

Vivo V7 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่สองของแบรนด์ ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Fullview Display และระบบสแกนใบหน้า Face Access พร้อมกล้องหน้าความละเอียดที่สูงถึง 24 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว

จุดเด่นของ Vivo V7

1.กล้องหน้า

V7 มาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล ทำให้คุณและเพื่อนๆ เพลิดเพลินไปกับการถ่ายเซลฟี่ที่สุดเพอร์เฟ็กต์ พร้อมทั้งโหมดถ่ายภาพบุคคล ที่ทำให้คุณโดดเด่นออกมาด้วยการทำให้พื้นหลังเบลอ

1.1 กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล

เซลฟี่คมชัดมากกว่าเดิม V7 มาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด24 ล้านพิกเซล ให้คุณถ่ายภาพเซลฟี่สวย คมชัด เสมือนจริงมากที่สุด

1.2 โหมดใบหน้าสวยเวอร์ชัน7.0

V7 มาพร้อมกับโหมดใบหน้าสวยเวอร์ชัน 7.0 เทคโนโลยีสร้างสีสันให้สดใสขึ้นและช่วยให้ผิวหน้าของคุณดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น

1.3 Face Beauty สำหรับ Video Calls

การเสริมความสวยงามของ V7 ไม่เพียงแต่ให้คุณดูดีในการถ่ายเซลฟี่เท่านั้น ยังสามารถเปิดใช้ได้ขณะคุณใช้แอปพลิเคชัน Video Chat วิธีง่ายๆ เพียงเลือกโหมดตกแต่งใบหน้า และเตรียมความพร้อมในการสนทนากับผู้ติดต่อของคุณพิเศษเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างมืด Selfie Softlight จะช่วยส่องแสงสว่างให้คุณดูเปล่งประกายเสมอ

ปัจจุบันรองรับ WhatsApp, Line, Facebook Messenger, Zalo, Viber Messenger และ BBM

  1. 2. กล้องหลังความละเอียด16 ล้านพิกเซล

V7 มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รองรับระบบโฟกัสภาพ PDAF สามารถจับโฟกัสวัตถุได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ให้ภาพถ่ายของคุณมีสีสันสดใสดูเป็นธรรมชาติ  เสมือนสมจริง

2.1 โหมดถ่ายภาพ Ultra HD 64 ล้านพิกเซล

V7 มาพร้อมกับเทคโนโลยีผสานภาพหลายภาพเพื่อทำให้กล้องด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพออกมาเป็นความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ให้ได้ภาพความละเอียดสูงมองเห็นได้ชัดเจน

2.2 โหมดถ่ายภาพบุคคล

โหมดถ่ายภาพบุคคลของ V7 ช่วยเพิ่มความเบลอของพื้นหลังเพื่อให้ใบหน้า และภาพถ่ายดูมีความคมชัดยิ่งขึ้น เตรียมพร้อมที่จะสร้างภาพถ่ายที่มี สไตล์ของตัวเองด้วยรูรับแสงที่กว้างขึ้น เช่นเดียวกับกล้อง DSLR

  1. 3. สนุกไร้ขีดจำกัด กับFullViewTM Display

V7 มาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอใหม่ FullViewTM Display ให้ประสบการณ์ในการมองเห็นที่เต็มหน้าจอ และขอบตัวเครื่องที่บางลง โดยขนาดสมาร์ทโฟนยังจับถนัดมือ

3.1 การมองเห็นที่เต็มหน้าจอ  สัมผัสกระชับมือ

V7 มาพร้อมกับหน้าจอที่กว้างถึง 5.7นิ้ว  แต่ให้ความรู้สึกสัมผัสกระชับมือเหมือนขนาดหน้าจอกว้าง 5.2 นิ้ว ให้คุณสนุกไปกับเกมส์ วีดีโอและโปรแกรมอื่นๆได้อย่างเต็มตา เต็มอรรถรส

3.2 เติมเต็มทุกความสนุก   คมชัดทุกมุมมอง

V7 มีสัดส่วนของขนาดจอและขนาดเครื่องสูงถึง 83.6% มาพร้อมกับการออกแบบขอบจอที่บางลง เพื่อให้คุณมีประสบการณ์การมองเห็นที่โดดเด่นบนสมาร์ทโฟนของคุณ

3.3 ที่สุดแห่งการรังสรรค์อย่างมีสไตล์

ด้วยแรงบันดาลใจในการรังสรรค์การออกแบบเส้นรับสัญญาณขึ้นใหม่อย่างมีสไตล์  เส้นรับสัญญาณของโทรศัพท์มีขนาดเล็กเพีบงแค่นาโนเมตร สามารถจับสัญญาณได้อย่างดีเยี่ยม

4.สมรรถนะและกำลังระดับเรือธง

สนุกแบบไม่สะดุดไปกับ 4GB RAM, 32GB ROM (รองรับ SD Card สูงสุดถึง 256GB) ให้คุณจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ เช่น รูปภาพ เพลง ได้อย่างจุใจ และ octa-core CPU  พร้อมกับ Funtouch OS 3.2 ระบบปฎิบัติการ Android 7.1 ที่ช่วยให้การทำงานของเครื่องลื่นไหล แรง เร็วให้คุณเปิดแอปพลิเคชันต่างๆพร้อมกันได้อย่างไม่มีสะดุด

  1. 5. คุณสมบัติสุดล้ำพิเศษ

Vivo ได้คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็น Smart Split 3.0 , App Clone และ ระบบจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์

5.1 ระบบจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์

Vivo มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ที่ทันสมัย ระบบจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์อย่างลื่นไหลและแม่นยำ เพียงแค่ยกโทรศัพท์ของคุณขึ้นคล้ายกับกำลังถ่ายเซลฟี่ ก็สามารถปลดล็อกโทรศัพท์ได้อย่าง

5.2 ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวไปกับการใช้งาน 2 หน้าจอ เวอร์ชัน 3.0

บอกลารูปแบบการใช้งานแบบเดิมๆ ด้วยฟังก์ชัน Smart split เวอร์ชั่น 3.0 เมื่อคุณใช้งาน แอปพลิเคชันที่ตัวเครื่องรองรับ เช่น  Facebook, LINE, WeChat เพียงใช้ 3 นิ้วลากลงมาที่หน้าจอ ก็จะสามารถแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ส่วน ให้คุณได้สนุกทั้งความบันเทิงและการแชทได้อย่างอิสระ

หมายเหตุ แอปพลิเคชันที่รองรับโปรดดูที่เว็บไซต์ทางการvivo

ณ  ปัจจุบัน รองรับFacebook, WhatsApp, LINE, BBM, WeChat, Viber, messages Play Movies&TV,YouTube,Video,MX PLAYER,VLC for Android ที่มากับตัวเครื่อง

5.3 App Clone

ฟังก์ชันใหม่  App Clone ช่วยให้คุณสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยที่คุณสามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันด้วยบัญชี 2 บัญชีพร้อมกันอย่างง่ายดาย


 

แล้วติดตามรีวิวเต็มๆ ของ Vivo V7 ได้จากทาง Appdisqus เรฌว

from:https://www.appdisqus.com/2017/11/22/vivo-v7-launch.html

หลุดภาพเรนเดอร์เคส Samsung Galaxy S9 จากผู้ผลิตเคสชื่อดัง

ภาพเรนเดอร์เคส Samsung Galaxy S9 จาก Ghostek หลุดออกมาสู่สาธารณะซึ่งอาจแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เราคาดว่าจะได้เห็นกันในเรือธงประจำปี 2018 จาก Samsung ซึ่งโดยปกติแล้วจะเปิดตัวมือถือเรือธงตระกูล S ก่อนงาน MWC Keynote ในแต่ละปี ที่จะจัดขึ้นประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ในปีนี้จากข่าวที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ตารางการเปิดตัว Galaxy S9 จะถูกขยับเข้ามาเป็นข่วงเดือนมกราคมของปีเพื่อเป็นการต่อกรกับความฮอตฮิตเกินจะบรรยายของ iPhone X จากคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Apple นั่นเอง

s9-case

จากภาพเรนเดอร์จะเห็นได้ว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดนั่นคือการจัดวางตำแหน่งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่หลังเครื่องนั่นเอง ซึ่งนี่คือหนึ่งในสิ่งที่ผู้ใช้งาน Samsung Galaxy S8 บ่นกันระนาวในปีนี้ เพราะการที่ Samsung ไม่สามารถใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือลงไปด้านล่างหน้าจอ OLED ที่ใช้อยู่ได้นั้นทำให้ Samsung ต้องย้ายมัยไปวางไว้ข้างๆ กล้องหลังแทนสำหรับเรือธงของปีปัจจุบันนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเห็นได้ชัดจากการใช้งานว่าไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมเลย เพราะหากคุณได้ใช้ Galaxy S8 และ S8+ แล้วจะทราบดีว่าปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่ถูกจัดวางตรงนั้นมันทำให้เราพลาดไปวางนิ้วเหนือเลนส์กล้องหลังบ่อยๆ จนน่าหงุดหงิด ในขณะที่บน Samsung Galaxy S9 นั้น จากภาพเรนเดอร์จะเห็นได้ว่าตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือนั้นถูกจัดวางเอาไว้ในตำแหน่งใต้กล้องถ่ายรูปแทน ซึ่งน่าจะเป็นทางออกของปัญหาเรื่องคราบรอยนิ้วมือบนเลนส์กล้องได้

นอกจากนี้ Galaxy S9 / S9+ ยังดูเหมือนจะเป็นมือถือตระกูล Galaxy S ตัวแรกที่มาพร้อมเซ็ตอัพกล้องหลังคู่ด้วย และหากสังเกตุให้ดีจากภาพเรนเดอร์จะเห็นว่าช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. นั้นยังคงมีอยู่ในเรือธงปีหน้า

from:https://www.appdisqus.com/2017/11/22/samsung-galaxy-s9-case-leaked.html

อัพครั้งใหญ่!!แอพฯ Sketchbook ของฝั่งแอนดรอยด์

ต้องบอกว่าอัพซะทีสิน๊า!! สำหรับแอพพลิเคชั่นตัวแม่ Autodesk SketchBook ที่เพิ่งจะมีการอัพเดทเมื่อไม่นานมานี้ ต้องบอกว่าเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ของทางฝั่งแอนดรอยด์เลยทีเดียว หลังจากที่มองแอพฯ SketchBook ทางฝั่ง ios แบบตาปริบๆ มานาน

 

ซึ่งการปรับปรุงในครั้งนี้ทางผู้พัฒนาแอพฯ บอกว่า ” เราได้ปรับปรุงแอพฯ ของเราอย่างจริงจังมั่กๆ ในทุกแพลตฟอร์ม ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมาเพื่อเราใกล้ชิดและเกิดความเท่าเทียมกับแบบเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้ติดตาม Sketchbook จำนวนมากผ่านอุปกรณ์ต่างๆ และอุปกรณ์แอนดรอยด์ได้สร้างสรรค์งานศิลปะแบบเต็มประสิทธิภาพ และเพื่อรองรับอุปกรณ์รุ่นใหม่ของทางฝั่งแอนดรอยด์ จึงได้พัฒนา SketchBook 4.0 ซึ่งมีคุณสมบัติเทียบเท่า ios 4.0 ทุกประการ ”

 

เพิ่มเครื่องมือวาดใหม่

มีการปรับปรุงเครื่องมือวาดใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถทำงานได้เหมือนกันในทุกแพลตฟอร์ม อัพขนาดของผ้าใบให้มีขนาด 100 เมกะพิกเซล และจำนวนเลเยอร์ เพิ่มการ Undo/Redo (ลบถอยหลัง/เลิกทำใหม่) ได้แบบไม่จำกัด สามารถจัดการกับไฟล์ขนาดใหญ่ได้รวดเร็วจนเห็นความแตกต่าง

 

Rapid UI 

จะสังเกตเห็น UI แบบ ” ล้างข้อมูลบนผืนผ้าใบ ” แบบใหม่ที่เราเรียกว่า Rapid UI เป็นการจำกัดให้เหลือแต่ UI ที่จำเป็นหลักๆ Rapid UI จะซ่อนไว้เมื่อต้องการใช้งานก็เพียงแตะนิ้วโป้งลงบนหน้าจอเพื่อแสดง UI (เฉพาะในแท็ปเล็ตเท่านั้น) รวมถึงการใช้นิ้ว 3 นิ้วแตะลงบนหน้าจอเพื่อเรียกเครื่องมือและหัวแปรงต่างๆ

 

แปรงใหม่อุปกรณ์อัพเดทใหม่

มีการโหลดแปรงเริ่มต้นใหม่ให้ 60 ชุด เพิ่มตัวเลือกให้มากขึ้น สามารถปรับแต่งขนาดและผิวแปรงได้ละเอียดมากขึ้น




 

นอกจากวงล้อสีแล้วยังเพิ่มตารางสีมาร์คเกอร์ของ Copic มาให้ด้วยสีเบอร์ตรงของจริงเลยทีเดียว คนชอบวาดรูปการ์ตูนน่าจะชอบกัน


อัพเดทอุปกรณ์ใหม่อย่างไม้บรรทัด อุปกรณ์สร้างวงกลม วงรี สามารถสแกนแนวเส้นพื้นหลัง และ Symmetry เรเดียลถึง 16 ชิ้น เพื่อช่วยให้วาดภาพเรขาคณิต copy ภาพปรับตำแหน่งเอียงภาพได้ง่ายขึ้น เทคโนโลยีใหม่ Predictive Stoke สามารถวาดรูปวงกลมแต่ยังมีรูปร่างเหมือนสี่เหลี่ยมและรูปสามเหลี่ยม สามารถควบคุมได้เพียงแค่หมุน Dial up Predictive Stoke ..มันเป็นยังไงว๊า!! เดี๋ยวไปลอง

เริ่มต้นใช้งาน(ฟรี) และซื้อPro Tool

ดาวน์โหลดผ่านทาง Google Play  ถ้าคุณใช้ Samsung ก็โหลดได้ที่ Samsung App ก็จะมีให้ใช้ Sketchbook for Galaxy ให้ใช้ฟรีเหมือนกัน (แต่อาจจะไม่ตลอดไป) เมื่อเปิด Sketchbook ครั้งแรกจะเป็นการใช้งานฟรีหากต้องการใช้งานแบบเข้าถึงชุดเครื่องมือ Pro จะต้องลงชื่อสมัครเข้าใช้ หากไม่ต้องการสมัครรับข้อมูลข่าวสาร ก็ซื้อ Pro Tools มาใช้เป็นการซื้อในแอพฯ ซื้อได้ผ่านบัญชี Google Play ของคุณ เข้าในแถบเครื่องมือแล้วเลือกจัดเก็บ เลือกปุ่มซื้อสีน้ำเงินและทำตามคำแนะนำ


หากไม่มีบัญชีจะใช้ตัวฟรีทำยังไง เข้าไปที่ CREATE ACCOUNT และสร้างบัญชี SketchBook ฟรีเพื่อปลดล็อกตัวแก้ไขเลเยอร์โหมด Rapid UI หากเป็นนักศึกษาทาง SketchBook เปิดให้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพเป็นเวลา 3 ปี

from:https://www.appdisqus.com/2017/11/21/sketchbook-andriod4-0-upgrade.html

Xiaomi ออก Mi Note 3 รุ่นเล็กไปอีก ราคาประหยัดน่าคบหายิ่งกว่าเดิม

หลังจากเปิดตัว Mi Note 3 มาเมื่อช่วงเดือนกันยายน ซึ่งมาพร้อมรุ่น RAM 6GB – ROM 64GB และ RAM 6GB – ROM 128GB ไปแล้ว โดยเปิดราคารุ่น 64GB มาที่ 2,299 หยวน หรือประมาณ 11,400 บาท และรุ่น 128GB ที่ราคา 2,699 หยวน หรือประมาณ 13,400 บาท มาวันนี้ Xiaomi พร้อมเปิดตัว Mi Note 3 อีกรุ่นมาตีตลาดสมาร์ทโฟนกลุ่มกลางให้ได้มากยิ่งขึ้นโดยเป็นรุ่นเล็กสุดจาก 2 รุ่นที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้

Xiaomi Mi Note 3 รุ่นเล็กสุดนี้มาพร้อม RAM 4GB แทน 6GB ในสองรุ่นที่ใหญ่กว่านี้ ส่วนหน่วยความจำหลักเริ่มต้นในตัวเครื่องนั้นยังคงเริ่มที่ 64GB เหมือนรุ่นบน และตั้งราคาไว้ที่ 1,999 หยวน หรือประมาณ 9,900 บาท

xiaomi-mi-note-3-blue-cheap-model

นอกจาก RAM แล้ว สเป็กอื่นๆ ของตัวเครื่องนั้นเหมือนกับรุ่นบนทั้งหมด โดยทุกตัวมาพร้อมหน่วยประมวลผล Snapdragon 660 หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว 1080p LCD พร้อมกล้องคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซึ่งเจ้าตัวเล็กสุดนี้จะมาในสีน้ำเงินและเปิดวางจำหน่ายในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 นี้

from:https://www.appdisqus.com/2017/11/21/xiaomi-mi-note-3-cheaper-models-released.html

OnePlus 5 ยุติการผลิตเพิ่มอย่างเป็นทางการ

ในตอนนี้ OnePlus 5T นั้นนับได้ว่าเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่กำลังอยู่ในความสนใจจากคนทั่วโลกเลยทีเดียว โดยนี่คือสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับสเป็กตัวท็อปในตลาดแต่มีราคาต่ำกว่า iPhone X ถึงครึ่งหนึ่ง จึงทำให้กลายเป็นมือถือที่หลายๆ คนสนใจอยากจะจับจองในตลาดที่สเป็กเรือธงถือเป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อมือถืออย่างปัจจุบันนี้

อย่างไรก็ตาม OnePlus 5T นั้นไม่ใช่เมเจอร์อัพเดตของ OnePlus 5 อย่างที่หลายๆ คนอยากให้เป็น เพราะนอกจากหน้าจอและกล้องแล้ว โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นนี้ก็แทบจะเหมือนกันหมดเลยทีเดียว และเพราะเหตุนี้ OnePlus จึงตัดสินใจยุติไลน์การผลิต OnePlus 5 ลงแต่เพียงเท่านี้เพื่อเปิดทางให้มือถืออย่าง OnePlus 5T ในตลาดโดยสมบูรณ์

oneplus-5t

ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศอินเดียของ OnePlus อย่างนาย Vikas Aggarwal ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า OnePlus 5 นั้นจะยุติการผลิตตั้งแต่นี้เป็นต้นไป และเมื่อล็อตที่กำลังอยู่ในตลาดตอนนี้คือล็อตสุดท้ายของรุ่นซึ่งน่าจะขายหมดไปภายในสิ้นปีนี้ เหตุการณ์นี้เป็นเหมือนกับตอน OnePlus 3T ที่เมื่อเปิดตัวมาก็ยุติการผลิต OnePlus 3 ไปในช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคมนั่นเอง

นอกจากนี้ Aggarwal ยังให้เหตุผลถึงสาเหตุที่ OnePlus ต้องปล่อยเรือธงรุ่นอัพเดตเล็กน้อยออกมาในตลาดหลังจากครึ่งอายุของ OnePlus 5 นั้นก็เพราะว่าในตอนที่เปิดตัว OnePlus 5 นั้น สเป็กของ OnePlus 5 คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ OnePlus จะให้ได้กับตลาดสมาร์ทโฟนแล้ว และตามอุดมการณ์ของ OnePlus คือการให้สิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้นในเมื่อสามารถอัพเดต OnePlus 5 เป็น OnePlus 5T โดยการเปลี่ยนแปลงอะไรเล็กน้อยเพื่อให้เป็นสมาร์ทโฟนสเป็กบนของตลาดในช่วงนี้ของปีได้แล้ว OnePlus ก็จำเป็นต้องทำ จึงต้องออกมาเป็น OnePlus 5T หรือรุ่นไมเนอร์เชงจ์นั่นเอง

from:https://www.appdisqus.com/2017/11/21/oneplus-5-to-be-discontinued.html