คลังเก็บหมวดหมู่: appdiscus

ซัมซุงรับรางวัล ‘ศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคดีเด่น’ จาก สคบ. เป็นที่เรียบร้อย

นายปาร์ค จอง ชุ ง ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เข้ารับมอบรางวัล ศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) “ระดับ ดีเด่น” ประจำปี 2560 จากนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากความมุ่งมั่นของซัมซุง ในการพัฒนาบริการด้านการรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่องขึ้นทุกปี รวมถึงมีการจัดการข้อร้องเรียน และแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ โดยงานนี้จัดขึ้น ณ ห้องแกรนด์ซี ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ

from:https://www.appdisqus.com/2018/02/19/samsung-best-call-center-2560.html

Advertisements

Dell เปิดตัวแล็ปท็อป XPS 13 ตัวใหม่ ทรงพลัง เจิดจรัสอย่างมีสไตล์

Dell (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวแล็ปท็อป XPS 13 ตัวใหม่ประจำปี 2018 เป็นแล็ปท็อปขนาดเล็กกะทัดรัด เพรียว เบา บางเฉียบ จอแสดงผลแบบ InfinityEdge ความละเอียดสูงระดับ 4K มีออกมาให้เลือกใน 2 สีสวยๆ  2 สไตล์  Platinum Silver Black และ Rose Gold Alpine White

แล็ปท็อป XPS 13 ตัวใหม่ ได้ถูกเปิดตัวครั้งแรกในงาน CES  (Consumer Electronics Show) ตั้งแต่ปี 2012 หลังจากนั้นก็ยกระดับไปเรื่อยมาในฐานะของแล็ปท็อปเรือธงของ Dell ที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลก และเป็นผู้ชนะเลิศรางวัลด้านผลิตภัณฑ์รวมกันมากกว่าสายผลิตภัณฑ์อื่นๆ

อีกทั้งเพิ่งได้รับรางวัลล่าสุดจาก CES 2018 Innovation Award อีกด้วยครับ

Dell ได้รังสรรค์จินตนาการใหม่ให้กับ XPS 13 ด้วยแรงบันดาลใจจากแวดวงแฟชั่นซึ่งสี Rose Gold ยังคงเป็นสีที่อยู่ในเทรนด์ ขณะที่สีขาวก็ยังคงเป็นสีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นสีที่เห็นอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือ ตลอดจนรองเท้า sneakers ที่กำลังเป็นที่นิยม ในการเปลี่ยนโฉม XPS 13 ให้เป็นสีขาวนั้น เดลล์พยายามอย่างยิ่งในการเนรมิตผลิตภัณฑ์ที่เรียบหรู และสมบูรณ์พร้อม ด้วยการผนึกกำลังทีมงานกว่า 10 คน ทุ่มเทระยะเวลาการทำงานกว่า 11,520 ชั่วโมง และทำการทดลองกว่า 50 ครั้ง เพื่อรังสรรค์ระบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้งภายในและภายนอก โดยทีมออกแบบของเดลล์ไม่ได้ต้องการเพียงเปลี่ยนสีเครื่องให้เป็นสีขาวเท่านั้น หากแต่ต้องการใช้วัสดุที่แท้จริง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าตัวเครื่องจะยังคงความงามเสมือนเพิ่งใช้งานเป็นวันแรก แม้จะผ่านการใช้งานมายาวนานหลายปีแล้วก็ตาม

ในการรังสรรค์ส่วนรองข้อมือในสีขาวที่ให้อารมณ์เสมือนเป็นลายถักทอ ทีมงานได้พิจารณาใช้วัสดุที่แตกต่างออกไป โดยก้าวข้ามข้อจำกัดด้านสีของวัสดุคาร์บอน ไฟเบอร์แบบดั้งเดิม ซึ่งทางเลือกคือการใช้วัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่เรียกว่า Crystalline Silica ที่มีการถักทอออกมาเป็นสีขาวที่แท้จริง คล้ายกับเนื้อผ้าที่มีการถักทอไปมาถึงเก้าชั้น ทั้งนี้ เดลล์คือรายแรกที่ใช้การถักทอไฟเบอร์กลาสในแล็ปท็อป

การถักทอไฟเบอร์กลาสเป็นสี alpine white ช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับฝาปิดอลูมินัมของ XPS 13 ใหม่ในสี rose gold เพื่อให้ความหรูหราในเวลาที่มอง พร้อมความเรียบลื่นยามสัมผัส  สิ่งที่มาพร้อมความสวยงามคือความคงทนด้วยไททาเนียม ออกไซด์ที่เคลือบอยู่ด้านบนพื้นผิวเพื่อความเงางาม ช่วยต้านทานแสง UV และรอยเปื้อน เพื่อป้องกันการเกิดคราบ หรือการเปลี่ยนสีไปตามระยะเวลาใช้งาน ตามจริงแล้ว หากเกิดรอยเปื้อน ไม่ว่าจะจากสีของปากกา หรือคราบต่างๆ ผู้ใช้สามารถเช็ดออกได้อย่างง่ายดาย และด้วยความสามารถในการทนทานต่อความร้อนในระดับที่เหนือกว่าโลหะ การถักทอด้วยไฟเบอร์กลาสยังช่วยให้ตัวเครื่องรักษาความเย็นได้มากขึ้น ช่วยรองรับการใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ: เส้นใยของไฟเบอร์กลาสในส่วนที่รองมือ (palm rest) ฝั่งหนึ่ง หากนำมาเรียงยาวจนสุด จะยาวถึง 117,500 ไมล์ (189,098 กิโลเมตร) หรือเกือบเท่าครึ่งหนึ่งของระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์ ซึ่งนับเป็นการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน

เดลล์ไม่เพียงสร้างสรรค์แล็ปท็อปที่สวยงามสู่ตลาด หากใส่ใจในรูปลักษณ์การออกแบบทั้งหมด ที่รวมไปถึงสายพาวเวอร์สีขาวที่เข้าคู่กันอย่างเหมาะเจาะกับอะแดปเตอร์ USB-A / USB-C  ทั้งนี้ เดลล์ได้ลงทุนในการผลิตบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลที่ยั่งยืนจากพลาสติกที่เก็บจากมหาสมุทร และที่ทำจากไม้ไผ่ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าด้วยความมั่นใจว่าเดลล์กำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการทำหน้าที่ส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือโลก

นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตาแล้ว เดลล์ XPS 13 รุ่นใหม่ ยังให้สิ่งที่เหนือชั้นกว่าในทุกมิติ  โดยปัจจุบัน เป็นแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว ที่เล็กที่สุดในโลก และพกพาได้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก มาพร้อมจอแสดงผลแบบไร้ขอบ InfinityEdge ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ลงตัวในกรอบแล็ปท็อปขนาด 11 นิ้วได้อย่างเหมาะเจาะ โดยตัวเครื่องบางกว่าเดิมถึง 30 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 3.4 มิลลิเมตร พร้อมความเบายิ่งขึ้น โดยมีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 2.7 ปอนด์ทำให้ XPS 13 เป็นสุดยอดของความคล่องตัวและความทนทานในการใช้งาน

ด้วยการทำงานบนระบบปฏิบัติการ  Windows 10 และขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel 8th Generation Quad Core รุ่นล่าสุด ทำให้ XPS 13 ทำงานด้านโมบายด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า พร้อม SSD แบบ fast booting ความจุสูงถึง 1TB ในการใช้งาน ลูกค้าสามารถคาดหวังได้ถึงอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่สุดของแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว โดยรองรับการทำงานได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมงในรุ่น FHD และสูงถึง 11 ชั่วโมงบน UHD (Mobile Mark 14) ดังนั้น นอกเหนือจากการทำให้ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลงและเบายิ่งแล้ว เดลล์ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ XPS 13 ใหม่ให้สูงกว่าเครื่องรุ่นปี 2015 ถึงสองเท่า ทำให้ XPS 13 เป็นแล็ปท็อปที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในบรรดาเครื่องรุ่นเดียวกัน

XPS 13 มาพร้อม Dell Power Manager ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับสมดุลของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ การชาร์จไฟ         ความร้อน และอะคูสติค นอกจากนี้ Dynamic Power Mode จะให้สมรรถนะการทำงานในระดับสูงสุดสำหรับการใช้งาน แอพพลิเคชันต่างๆ อาทิ การทำวิดีโอ เรนเดอริ่ง การทำสเปรดชีตในระดับแอดวานซ์ ขณะที่มีการตรวจสอบ และจัดการอุณหภูมิของระบบได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งหมายความว่า XPS 13 จะยังคงรักษาประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงได้แม้มีการใช้งานต่อเนื่อง ในขณะที่แล็ปท็อปอื่นๆ อาจมีประสิทธิภาพลดลง

ในส่วนของวิศวกรรมด้านความร้อน เครื่อง XPS 13 คือแล็ปท็อปตัวแรกของโลกที่สร้างด้วยฉนวนกันความร้อน GORE ™ Thermal Insulation ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนเดียวกับ Silica Aerogels ที่ใช้งานในสภาพแวดล้อมด้านงานวิทยาศาสตร์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและงานวิศวกรรมแบบเต็มพิกัด เพื่อกระจายและลดความร้อน โดยวัสดุดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นฉนวนกันความร้อนของยานสำรวจดาวอังคาร (Mar Rovers) และการจับอนุภาคความเร็วสูง (Hyper Velocity Particle) ในโครงการอวกาศ Stardust  โดยวัสดุนี้จะดึงความร้อนออกจากอุปกรณ์โดยตรง เพื่อทำให้ระบบเย็นลงในขณะที่กำลังทำงานอย่างหนัก

ด้วยจอแสดงผลที่มีความละเอียดกว่า 2.5 ล้านพิกเซลพร้อม 4K Ultra HD เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่เป็น +QHD จอแสดงผล rSGB 100% บน XPS 13 ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับสีที่ถูกต้องในการแสดงผล ไม่ว่าจะสำหรับมืออาชีพด้านงานกราฟิคหรือการรับชมรายการโปรด เนื่องจากตระหนักดีว่าผู้ใช้ในปัจจุบันนิยมใช้พีซีในการรับชมคอนเท้นท์แบบสตรีมมิ่ง เดลล์มอบประสบการณ์ความดื่มด่ำในการรับชมภาพยนต์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยสีสันและรายละเอียดเสียงที่คมชัดและทรงพลังมากกว่าเดิม พร้อมกับลดการบัฟเฟอร์ลง เพื่อให้ผู้ใช้รับชม Netflix หรือ iFlix ได้อย่างเต็มรูปแบบ

และด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพลัง การออกแบบด้วยการใช้วัสดุที่สวยงามและยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมความเป็นมิตรต่อการรีไซเคิล เครื่อง XPS 13 คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ซึ่งตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด โดยรุ่นสีเงิน อลูมินัม มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ของเดลล์ ที่ผลิตจากพลาสติกซึ่งนำมาจากมหาสมุทร (Ocean Plastic) โดยเป็นขยะพลาสติกที่เก็บกู้มาจากทางเดินน้ำและนำมาปรับเปลี่ยนให้เป็นวัสดุที่ทรงคุณประโยชน์

from:https://www.appdisqus.com/2018/02/19/dell-xps-13.html

หรือยอดขายจะไม่ดี! Samsung มีแผงจอ OLED เหลือเยอะเกิน จากคำสั่งลดการผลิตของ iPhone X

มีรายงานที่ดูจะขัดแย้งกันออกมาครับ เกี่ยวกับการขายเครื่อง iPhone X ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน OLED เครื่องแรกจาก บริษัท Apple

จากการเปิดเผยข้อมูลของ Apple เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เป็นตัวเลขต่างๆ ที่บ่งชี้ถึงยอดการจำหน่าย iPhone X ที่ทำยอดขายได้ค่อนข้างประทับใจ แต่อย่างไรก็ตามกลับมีรายงานออกมาว่า Apple ได้สั่งลดจำนวน iPhone X ของตัวเองลงจากเดิม 50 เปอร์เซ็นต์แล้วครับ

ข้อมูลนี้ได้ถูกเปิดเผยโดย Nikkei ของญี่ปุ่น ระบุว่าบริษัท Samsung ผู้ซึ่งเป็นบริษํทหลักในการผลิตแผงหน้าจอ OLED ของ iPhone X กำลังมีปัญหาในการผลิตแผง OLED ออกมาไว้มากเกินไป เนื่องจาก Apple ได้สั่งลดการผลิต iPhone X ทั้งหมดลงจากเดิมแล้วนั้นเองครับ

โดยในรายงานของ Nikkei ให้เหตุผลว่า การผลิตที่จะลดลงครึ่งหนึ่งในไตรมาสหน้านี้ของ Apple เนื่องจากยอดขายที่น่าผิดหวังในช่วงเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมาของ iPhone นั้นเองครับ

ทำให้ตอนนี้ Samsung เอง ก็กำลังเจอปัญหาตามไปด้วย และตั้งความหวังว่าจะมีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นๆ เข้ามาสนใจใช้จอ OLED ของพวกเขา แต่ยังก็ติดปัญหาในเรื่องของการแข่งขันกับผู้ผลิต OLED ของประเทศจีนอีกอยู่ดีครับ ซึ่งทางจีนก็กำลังขยายการผลิตแผงจอ OLED ออกมาเป็นตัวเลือกในราคาที่ถูกกว่าแบบเต็มสูบ

แถมยังมีโอกาสมาก ที่ Apple อาจจะหันไปตกลงกับบริษัท LG หรือผู้ผลิต OLED จากประเทศจีน สำหรับนำไปใช้กับเครื่อง iPhone ในอนาคตอีกด้วย

from:https://www.appdisqus.com/2018/02/19/samsung-oled-apple-iphone-x.html

มาลองใช้ก่อนเปิดตัว! แอพ Youtube Go แอพดาวน์โหลดวีดีโอยูทูปตัวแท้ๆ จาก Google

เปิดให้ทดสอบใช้งานก่อนเปิดตัวกันแล้วนะครับ สำหรับแอพพลิเคชั่น ‘Youtube Go’ ที่แยกตัวออกมาจาก Youtube ตัวหลัก ซึ่งเน้นความสามารถในการดาวน์โหลดวีดีโอ (ที่ไม่ปิดกั้นสิทธิ์การดาวน์โหลด) จากคลิปวีีดีโอใน Youtube มาเก็บไว้ในเครื่องของเรา เพื่อการรับชมได้ภายหลังแบบออฟไลน์ไม่ต้องใช้เน็ตครับ

ตอนนี้สำหรับชาวผู้ใช้ Android ก็สามารถโหลดตัวเบต้ามาใช้งานกันได้เลยครับ

ลิงก์ดาวน์โหลด Youtube Go >>> คลิ๊ก

Youtube Go จะโดนออกแบบมาให้เรียบ ง่าย และไม่รกเหมือนแอพ Youtube ตามปกติ ซึ่งจะมีไอคอนดาวน์โหลดให้เห็นชัดๆ ว่าคลิปไหนที่สามารถดาวน์โหลดมาเก็บไวในเครื่องของเราได้หรือไม่ได้ และมีการแสดงระดับขนาดความคมชัดและขนาดของไฟล์ดาวน์โหลดเอาไว้ให้เราด้วย




อาจจะไม่ดีที่สุดสำหรับแอพใช้ดาวน์โหดลคลิปจากยูทูป แต่ปลอดภัยสุดแน่นอนครับ เพราะเป็นแอพแท้ๆ จาก Google ที่ปล่อยให้ดาวน์โหลดใช้งานได้แบบถูกลิขสิทธิ์ของ Youtube เองเลย

ก็ลองใช้งานกันดูครับ ใช้ไม่ยาก ได้ง่ายๆ






from:https://www.appdisqus.com/2018/02/18/youtube-go-android-google.html

รีวิว Meizu M5c ประกันดี ราคาคุ้มสเปค อีกหนึ่งรุ่นเล็กจาก Meizu

Meizu M5c สมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์ Meizu ที่ทาง CSC นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครับ นับเป็นสมาร์ทโฟนราคาเริ่มต้น ที่ให้สเปคและงานประกอบตัวเครื่องมาคุ้มค่าดีครับ

จุดเด่นของ Meizu M5c  คือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กราคาประหยัดที่มีปุ่มโฮมแบบอนาล็อคกดได้ครับ ซึ่งระบบของ Meizu M5c ถูกออกแบบมาให้เราสามารถใช้งานปุ่มโฮมได้แทนปุ่มย้อนกลับด้วยการทัชลงไปเบาๆ และใช้ในการเรียกใช้ฟังก์ชั่นด่วนได้เช่นกล้องถ่ายภาพโดยการดับเบิลคลิ๊กปุ่มโฮม

ตัวเครื่องภายนอกก็ทำมาได้ในมาตรฐานที่ดีครับ วัสดุหลักเป็นพลาสติกทำพื้นผิวคล้ายโลหะ กล้องหลังไม่ยื่นนูน และขนาดเครื่องโดยรวมไม่ใหญ่ ปุ่มกด งานประกอบแน่นหนาดี




รองรับสองซิมการ์ดแบบไฮปริด Dual-Standby หมายถึงว่าซิมการ์ดที่สองสามารถสลับใส่ Micro SD card ได้แทน เพิ่อเพิ่มหน่วยความจำให้เครื่องได้อีก 256GB ครับ

หน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD ซึ่งมีความสว่างของจอสูงสุดอยู่ที่ 400nit ทำให้ใช้งานในที่แจ้งได้พอประมาณครับ จอไม่มืดมากเหมือนเครื่องราคาประหยัดรุ่นอื่นๆ

แต่ที่สำคัญ ทาง Meizu โชว์จุดเด่นของจอรุ่นนี้ในเรื่องของความสว่างที่น้อยที่สุดในระดับ 5.5nit เท่านั้น ปลอดภัยต่อสายตาสุดๆ ในยามใช้งานในที่มิืดนั้นเองครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องไม่มีอะไรให้มามากครับ มีตัวเครื่อง สายชาร์จ ที่ชาร์จและคู่มือเบื้องต้นเท่านั้นครับ

การใช้งานภายใน

สเปคเครื่องของ Meizu M5c ไม่สูงครับ แค่อยู่ในระดับใช้งานทั่วไปได้เพียงพอเป็นหลัก หน่วยประมวลผล MT6735 Octa Core 1.3Ghz 64bit แรมขนาด 2GB และหน่วยความจำภายใน 16GB ชุดประมวลผลภายในชุดนี้ สามารถใช้งานแชต, Social หรือเข้าอ่านข่าว อ่านเว็บไซด์ต่างๆ สบายๆ ครับ แต่การใช้งานหลายแอพพลิเคชั่นซ้อนๆ กัน หรือการเล่นเกมกราฟิกสวยๆ จะมีอาการสะดุดให้เห็นแน่นอนครับ ฉะนั้นอาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่หามาเล่นเกมเป็นหลักครับ

มันดูจะเหมาะมากสำหรับสาวๆ หรือวัยรุ่นที่จะเอามาใช้สำหรับการติดต่อสื่อสาร แชต หรือเล่น Social เป็นหลัก ด้วยเพราะราคาที่ไม่แพง และแบตเตอรี่มันก็อึดใช้ได้เลยครับ และธีมของ Meizu ก็ค่อนข้างน่ารักครับ





เอามาให้ผู้ใหญ่หรือเด็กใช้งานที่บ้านก็ได้นะ เพราะทาง Meizu ใส่ UI สำหรับใช้งานแบบง่ายๆ และโหมดสำหรับเด็กเข้ามาให้เราไว้ด้วย

UI ตัวนี้ของ Meizu M5c คือ Flyme 6.0 รันบนระบบ Android 6.0 ภายในมีฟังก์ชั่นหลายตัวที่น่าใช้ครับ เช่นระบบการปลุกเครื่องจากหน้าจอล็อคโดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ แค่เพียงทัชและลากวาดเป็นสัญลักษณ์บนหน้าจอเพื่อเปิดการทำงานที่ตั้งค่าไว้ได้ทันทีเป็นต้น

ระบบสัมผัสอัจฉริยะ การจำลองปุ่มพิเศษขึ้นมาบนหน้าจอ เพื่อควบคุมการทำงานของเครื่องแทนปุ่มโฮมและคำสั่งอื่นๆ ได้ตลอดเวลา

โหมดสำหรับเด็ก เป็นโหมดที่ผมชอบที่สุดใน Flyme 6.0 เลยครับ สำหรับใครที่มีปัญหาในการควบคุมการติดโทรศัพท์ของลูกหลาน ฟํังก์ชั่นนี้ช่วยได้ โดยมันจะสามารถกำหนดช่วงเวลาที่ให้เด็กได้พักสายตาได้เป็นช่วงๆ เช่นทุกครึ่งชั่วโมงหรือทุกสองชั่วโมงเป็นต้น

รวมถึงโหมดป้องกันการนำเครื่องของเราไปเล่นเกมในขณะที่แบตเตอรี่ใกล้หมดแล้ว และการกำหนดแอพพลิเคชั่นที่เด็กจะสามารถเข้าใช้งานได้




มีโหมดสำหรับการเล่นเกมเพื่อคนที่ต้องการให้ความสำคัญขณะเล่นเกม เช่นการรีดประสิทธิภาพเครื่องมาเพื่อให้เกมลื่นไหลที่สุด รวมถึงระบบการปิดกั้นการแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้รบกวนขณะเล่นเกมในช่วงเวลาสำคัญๆ ครับ

Meizu M5c เป็นเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก ที่ยังคงมีการใส่ปุ่มโฮมแบบอนาล็อคมาให้ใช้งาน ข้อดีคือมันสามารถทำหน้าที่ให้เราได้หลายอย่างตามการตั้งค่า เช่นการทัชเพื่อแทนการกดปุ่มย้อนกลับ กดลงไปเพื่อกลับสู่หน้าหนัก และการดับเบิ้ลคลิ๊กเพื่อเรียกการใช้งานด่วนที่เราตั้งค่าไว้ได้ครับ

ซึ่งเราสามารถใช้การสไลด์นิ้วจากขอบจอด้านล่างเป็นการเรียกรายการแอพพลิเคชั่นย้อนหลังได้ด้วย ทำให้ Meizu M5c เป็นเครื่องที่มีเพียงแค่ปุ่มโฮมปุ่มเดียว แต่ใช้แทนปุ่มคำสั่งหลักทั้งสามปุ่มของระบบ Android ได้ทั้งหมดครับ

Meizu M5c เป็นเครื่องสเปคไม่สูง แถมใช้หน่วยประมวลผลที่มีจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงงาน และหน้าจอก็ไม่ใหญ่มากครับ ทำให้มันสามารถแสตนด์บายแบตขนาด 3,000 mAh ได้ประมาณสามวันได้สบายๆ

ถ้าในวันใช้งานระดับกลางๆ ผมสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เช้า จนถึงบ้านแบบแบตเหลือเกิน 30% ได้ในทุกวันครับ แต่เปิดทำงานหนักๆ ใช้งานตลอด ก็จะหมดในประมาณ 8 ชั่วโมง ซึ่งเท่าที่ใช้งานมา ยังไม่เจอปัญหาใดๆ ตัวเครื่องไม่ร้อน และการจับสัญญาณโทรศัพท์ 4G นิ่งและปกติดีครับ


ผลทดสอบต่างๆ 

การจับสัญญาณ GPS ทำได้ปกติเมื่อทำงานร่วมกับอินเตอร์เน็ต





กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลังขนาด 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดถ่ายภาพต่างๆ เช่นโหมดหน้าใสบิวตี้แบบปรับระดับและวิเคราะห์ใบหน้าผู้ถูกถ่ายได้ คุณภาพกล้องโดยรวมก็ถือว่าได้เกินมาตรฐานราคาครับ จับโฟกัสได้ดี ปรับแสง ปรับสีฉลาด และบิวตี้กล้องหน้าก็พึ่งพาได้อยู่ครับ ^^

ตัวอย่างภาพถ่าย








สรุปท้ายรีวิว

เครื่องแบรนด์ใหญ่จากจีนซึ่งจับมือกับ CSC นำเข้ามาจำหน่ายในไทยแบบมีประกันที่ไว้ใจได้ โดยเฉพาะโปรโมชั่นของ CSC ที่ของแถมจัดเต็ม และยังมีการประกันหน้าจอแตกมอบให้ด้วย เมื่อดูจากสเปคของ Meizu M5c และดูจากราคา รวมถึงการประกันหลังการขายที่เราได้จาก CSC ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายที่ไว้ใจได้
นับว่าเป็นเครื่องราคาไม่แพงที่เราจะได้ในเรื่องของความมั่นใจหลังการขายที่ดีมาด้วยครับ

from:https://www.appdisqus.com/2018/02/18/review-meizu-m5c.html

มือถือ Nubia รหัส NX606J จะมาพร้อม Snapdragon 845 และทำคะแนนทดสอบได้สูงกว่า Samsung Galaxy S9+ เสียอีก

ดูเหมือนว่า Nubia จาก ZTE จะเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่กระโดดเข้ารับ Snapdragon 845 จาก Qualcomm มาเป็นซีพียูประจำเครื่องตั้งแต่หัววัน เพราะจู่ๆ ก็มีสเป็กมือถือ Nubia ตัวใหม่โผล่ขึ้นมาใน AnTuTu ที่เผยให้เห็นถึงหน่วยประมวลผลตัวล่าสุดในซีรีส์มังกรบนเรือธงของค่ายนั่นเอง

โดยสมาร์ทโฟนตัวใหม่นี้มาในชื่อรหัส Nubia NX606J และเชื่อกันว่าจะเป็น Nubia Z19 ซึ่งเป็นเรือธงประจำค่ายนั่นเอง โดยหากดูจากสเป็กที่เผยใน AnTuTu แล้วพบว่าเจ้า Nubia NX606J นั้นจะมาพร้อม RAM 6GB และหน่วความจำหลัก 32GB ซึ่งคาดว่า Nubia น่าจะมีอีกหนึ่งรุ่นใหญ่ในซีรีส์เดียวกันมาให้เลือกที่ RAM 8GB และหน่วยความจำหลักที่มากกว่านี้เหมือนที่เราได้เห็นไปในเรือธงรุ่นก่อนหน้านี้ Nubia Z17 นอกจากนี้ Nubia NX606J จากข้อมูล AnTuTu นั้นยังมาพร้อมหน้าจอแบบ FullHD+ ที่ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล และระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ที่ครอบทับด้วย UI ของ Nubia อีกทีตั้งแต่ออกจากกล่อง

nubia-SD845

นอกจากนี้ AnTuTu ยังเผยคะแนนเบนช์มาร์กของตัวเครื่องซึ่งทำได้ดีในมาตรฐานเดียวกับมือถือ Snapdragon 845 ตัวอื่นๆ ที่มีหลุดมาในผลทดสอบกันไปก่อนหน้านี้ด้วย โดย Nubia NX606J นั้นสามารถทำคะแนนไปได้ที่ 271,674 คะแนนจาก AnTuTu ซึ่งมากกว่า Samsung Galaxy S9+ ไปนิดหนึ่งอีกด้วย โดยรายนั้นทำไปได้ที่ 265,257 คะแนน

ณ ตอนนี้เรายังไม่ทราบว่า Nubia นั้นวางแผนที่จะเปิดตัวเจ้า Nubia NX606J อย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ แต่ดูเหมือนว่าน่าจะเปิดตัวไม่ทันในงาน MWC2018 นี้อย่างแน่นอนแล้ว ซึ่งหากมองย้อนกลับไปยังสมัย Nubia Z17 นั้น เจ้าเรือธงตัวนี้ได้รับการเปิดตัวในช่วงเดือนมิถุนายน 2560 ดังนั้นเราจึงพอจะคาดเดาได้คร่าวๆ ว่า Nubia NX606J ที่คาดว่าจะเป็น Nubia Z19 นี้ก็น่าจะมีโอกาสเปิดตัวในช่วงเวลาเดียวกันนี้หรือก่อนหน้านั้นสักเล็กน้อย ซึ่งทันทีที่มีข้อมูลเพิ่มเติม APPDISQUS จะรีบนำมาฝากเพื่อนๆ กันอย่างไม่รีรอ

from:https://www.appdisqus.com/2018/02/17/nubia-nx606j-come-with-sd845-top-galaxy-s9plus-benchmark-score.html

Google Assistant เตรียมมาไทยอย่างเป็นทางอาจ คาดมาพร้อมภาษาไทย!

ในงาน Digital News Initiative Summit ที่จัดขึ้นที่กรุงอามสเตอดัมที่ผ่านมา Google ได้ประกาศเพิ่มพื้นที่ให้บริการ Google Assistant อย่างเป็นทางการขึ้นอีกหลายประเทศ หลากภาษา ในปี 2561 นี้ โดยจากรูปภาพที่ทวิตโดย @elger นั้นแสดงให้เห็นประเทศที่ ณ ปัจจุบันนี้มีการให้บริการ Google Assistant อยู่แล้ว และที่กำลังจะพร้อมให้บริการในปี 2561 นี้ โดยแสดงเป็นพื้นที่คลุมไว้ด้วยสีน้ำเงิน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือด้ามขวานทอง ประเทศไทยเรานั่นเอง

google-assistant-to-come-to-thailand

ทั้งนี้กูเกิลมีแผนที่จะเปิดตัว Google Assistant อย่างเป็นทางการขึ้นอีกใน 38 ประเทศใหม่ รวมกับของเดิมที่มีอยู่แล้วเป็น 52 ประเทศ นอกจากนั้น Google Assistant เองยังจะสามารถใช้งานได้เพิ่มขึ้นในอีก 17 ภาษาใหม่ ซึ่งยังไม่มีรายงานที่แน่ชัดว่าทั้ง 17 ภาษานั้นคือภาษาอะไรบ้าง แต่เท่าที่พอจะมีรายงานคร่าวๆ คือ ภาษารัสเซีย อารบิก และอินเดีย นั่นเอง ซึ่งการจะหวังว่าไทยคงเป็นหนึ่งในภาษานั้นก็ดูไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพราะประเทศไทยคือหนึ่งในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และเป็นหนึ่งในประเทศที่ Google Assistant กำลังจะมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการจากแผนภาพดังกล่าวนั่นเอง

หาก Google Assistant สามารถทำงานในภาษาไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจริง นั่นอาจหมายถึงโอกาสที่คนไทยเราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์จาก Google ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่งรวมไปจนถึงหูฟังวุ้นแปลภาษาอย่าง Pixel Buds และลำโพงอัจฉริยะในตระกูล Google Home ด้วย

เรียกได้ว่านี่ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีที่เราคนไทยจะได้มีความหวังกับเขาบ้างในฝั่ง Google จริงๆ

from:https://www.appdisqus.com/2018/02/16/google-assistant-to-expand-to-thailand.html