คลังเก็บหมวดหมู่: BLOGNONE

หลุดฮาร์ดแวร์ใหม่ Amazon Echo Sub ลำโพงไลน์เบสกับสมาร์ทปลั๊กมาพร้อม Alexa

หลายสื่อรายงานว่า Amazon กำลังจะมีอีเว้นท์เปิดตัวฮาร์ดแวร์หลายอย่างภายในเดือนนี้ จึงมีข่าวลือข่าวหลุดเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ออกมามากมาย คือ Amazon Echo Sub และ Smart Plug

Amazon Echo Sub ลำโพงอัจฉริยะไลน์เบส 100W หรือ subwoofer เป็นลำโพงไวร์เลสหุ้มด้วยผ้า ฟีเจอร์พอเศษคือทำเป็นลำโพงสเตอริโอคู่กับ Echo ตัวอื่นๆ ได้ สีที่หลุดมาคือสีเท่า ราคาคาดว่าจะอยู่ที่ 75 ปอนด์ หรือราว 3,000 กว่าบาท วางขาย 11 ตุลาคมนี้

นอกจากนี้ยังมี Smart Plug ที่ฝังผู้ช่วย Alexa เข้ามาด้วย ตั้งเวลาเปิดปิดการใช้งานไฟฟ้า สั่งการใช้งานเสียงผ่านแอพพลิเคชั่น และราคาคาดว่าจะสูงถึง 95 ปอนด์ หรือราว 4,000 กว่าบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าตลาดมาก และยังไม่ชัดเจนว่าทำไมถึงแพงขนนาดนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีฟีเจอร์อะไรให้ลุ้น

ที่มา – Pocket-lint 1 2

from:https://www.blognone.com/node/105377

Advertisements

ครั้งแรกของนิตยสารกีฬา ESPN นำเกมเมอร์มาลงปก คือ Ninja ผู้เล่น Fortnite

นักกีฬากับผู้เล่นอีสปอร์ตเริ่มจะไม่แตกต่างกันแล้ว ล่าสุดนิตยสารกีฬา ESPN นำนักกีฬาอีสปอร์ตมาขึ้นปกเป็นครั้งแรก คือ Ninja ( Tyler Blevins) ผู้เล่น Fortnite ที่ดังไปทั่วโลกและเป็นสตรีมเมอร์เบอร์หนึ่งของ Twitch

ปัจจุบัน Ninja มีคนติดตามบน Twitch 11 ล้านคน และบน YouTube 18 ล้านคน นิตยสารจะถูกปล่อยในต้นเดือนตุลาคมนี้ และมีเวอร์ชั่นดิจิทัลด้วย ก่อนหน้านี้เขาทำสถิติใหม่ด้วยการไลฟืเล่น Fortnite กับนักร้องดัง Drake มีคนดูเรียลไทม์ 630,000 คนบน Twitch

ที่มา – Fortune

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105376

Adobe Creative Cloud หยุดซัพพอร์ต Windows 8, แอพบางตัวใช้บน Windows 7 ไม่ได้ด้วย

Adobe ประกาศว่า Creative Cloud เวอร์ชันหน้าที่จะออกในเร็วๆ นี้ (น่าจะเปิดตัวในงาน Adobe MAX เดือนหน้า) จะไม่ซัพพอร์ตระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าแล้ว ได้แก่

  • Windows 8.1
  • Windows 10 รุ่นเก่าคือ v1511, v1607 (ต้องเป็น v1703 ขึ้นไป)
  • MacOS 10.11 (El Capitan)

ส่วน Windows 7 ที่ยังมีผู้ใช้เป็นจำนวนมากจะยังซัพพอร์ตต่อไป ยกเว้นแอพพลิเคชันสายวิดีโอได้แก่ Adobe Media Encoder, After Effects, Audition, Character Animator, Prelude, Premiere Pro จำเป็นต้องใช้ Windows 10 v1703 ขึ้นไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้บน Windows 7 ได้อีกแล้ว

ผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นเก่ายังสามารถใช้ Creative Cloud เวอร์ชันปัจจุบันได้ต่อไป แต่จะไม่สามารถติดตั้งแอพเวอร์ชันใหม่ได้แล้ว

ที่มา – Adobe, Adobe, OnMSFT

No Description

from:https://www.blognone.com/node/105375

[ไม่ยืนยัน] Amazon มีแผนจะเปิดร้าน Amazon Go ให้ได้ 3,000 แห่ง ภายในปี 2021

จนถึงตอนนี้ Amazon เปิดร้านค้าไร้แคชเชียร์ Amazon Go สี่แห่งแล้ว สามแห่งในซีแอตเทิล และอีกแห่งที่ชิคาโก และอนาคตจะมีที่นิวยอร์คและซานฟรานซิสโก แล้ว Amazon ตั้งใจจะเปิดร้านค้ากี่แห่ง?

Bloomberg อ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดบอกว่า Amazon มีแผนจะเปิดร้านค้า Amazon Go ให้ได้ 3,000 แห่ง ภายในปี 2021 ถือเป็นสิ่งที่ร้านค้าเข้าใหญ่ในตลาดต้องพึงระวังเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 7-Eleven หรือร้านฟาสต์ฟู้ด Subway และ Panera Bread หรือแม้แต่รถขายทาโก้ เพราะ Amazon Go ในซีแอตเทิลและชิคาโกมีเพิ่มเซกชั่นอาหารแบบ on the go พวกสลัด แซนด์วิช

ความท้าทายของ Amazon คือ เงินลงทุนสูงในการเปิดร้านแต่ละสาขา เฉพาะสาขาที่ซีแอตเทิลก็ต้องลทุนเฉพาะฮาร์ดแวร์เป็นเงิน 1 ล้านดอลลาร์แล้ว (ข้อมูลจากแหล่งข่าววงใน)

No Description
ภาพจาก Amazon Go

ที่มา – Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/105374

หัวหน้าโครงการ AI ตรวจเบาหวานของกูเกิลระบุ เลือกไทยทำวิจัยเพราะมีโครงการคัดกรองที่พร้อมอยู่แล้ว

ที่ผ่าน World AI Conference ที่เซี่ยงไฮ้ กูเกิลนำเสนอเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่บริษัทได้ทำมาและแนวทางที่กำลังทำต่อไป คนหนึ่งที่มาร่วมนำเสนอด้วย คือ Lily Peng ผู้จัดการโครงการ (product manager) ของกูเกิลที่ดูแลการวิจัยโครงการทำนายเบาหวานได้จากภาพดวงตา และโครงการนี้กำลังทำวิจัยอยู่ในประเทศไทยอยู่ด้วย และผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์เธอถึงความคืบหน้าโครงการและการนำเทคโนโลยีเช่นนี้มาใช้งานจริง

เธอระบุว่าก่อนจะมีการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ได้จริง ต้องมีการยืนยัน (validate) ว่าอัลกอริทึมนี้ใช้ทำนายเบาหวานกับคนไทยได้ โดยต้องเทียบผลกับผู้เชี่ยวชาญว่าเมื่อดูภาพแลัววินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไร จุดสำคัญอย่างหนึ่งที่กูเกิลมาทำวิจัยเรื่องนี้ในเมืองไทย เพราะไทยมีโครงการคัดกรองเบาหวานในระดับชาติอยู่แล้ว

No Description

หลายชาติไม่มีโครงการคัดกรองโรคในระดับชาติ บางชาติมีโครงการคัดกรองที่กระจายกันไปตามสิทธิต่างๆ ทำให้มีมาตรฐานบางอย่างที่ต่างกัน และการที่กูเกิลเลือกทำงานกับหน่วยงานในบางชาติ เช่น อินเดีย หรือไทย เพราะชาติเหล่านี้ได้วางพื้นฐานเหล่านี้ไว้ และหากโครงการเหล่านี้มีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยก็จะช่วยให้โครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เป้าหมายของโครงการสร้างปัญญาประดิษฐ์เพื่อตรวจเบาหวานจากภาพสแกนม่านตาคือการทำให้สถานพยาบาลปฐมภูมิ (primary care) สามารถสื่อสารกับคนไข้ได้มากขึ้นว่าอาการเป็นอย่างไร มีสถานะที่ดีขึ้นหรือแย่ลง ต้องการการดูแลเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรก็ดีการใช้งานน่าจะจำกัดอยู่ในฐานะเครื่องมือสำหรับแพทย์ โดยอาจจะเป็นแพทย์ทั่วไปไม่ต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางในการอ่านผลสแกน

ก่อนจะนำเทคโนโลยีไปใช้งานได้จริง ยังต้องดูถึงขั้นตอนการรักษาของไทย แนวทางการทำงานและข้อจำกัดเป็นอย่างไร เช่น หน่วยพยาบาลต่างๆ มีอินเทอร์เน็ตหรือไม่ ไปจนถึงอุปกรณ์ที่หน่วยงานต่างๆ ใช้อุปกรณ์ยี่ห้ออะไรบ้าง ตอนนี้โครงการระหว่างกูเกิลและพันธมิตรในไทยยังอยู่ในช่วงไม่เปิดเผยข้อมูล และจะมีการตีพิมพ์ผลที่ได้ต่อไปเมื่อโครงการเสร็จสิ้น

from:https://www.blognone.com/node/105373

แอพ Telegram X ที่เขียนใหม่ทั้งหมดด้วย Swift จะมาแทนที่ Telegram เวอร์ชันปกติบน iOS ในอีก 1-2 สัปดาห์

ปัจจุบัน Telegram มีแอพ Telegram X ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม โดย Telegram ทำออกมาเพื่อทดลองและระบุว่าเป็นแอพทางเลือก พร้อมปล่อยดาวน์โหลดควบคู่ไปกับแอพเวอร์ชันหลัก ซึ่ง Telegram X เวอร์ชัน iOS นั้น Telegram เขียนด้วย Swift และเป็นการเริ่มต้นเขียนใหม่ทั้งหมด

ล่าสุด ซีอีโอ Pavel Durov โพสต์ผ่าน Telegram channel ของเขาว่า Telegram เตรียมจะนำแอพใหม่นี้มาแทนที่แอพปัจจุบันภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งจะทำให้ตัวแอพ Telegram ทั้งเร็วขึ้น, คล่องแคล่วขึ้น และประสิทธิภาพดีขึ้น เนื่องจากมีการใช้ codebase ใหม่ทั้งหมด ก็อาจจะมีบั๊กเล็ก ๆ ปรากฏได้บ้าง แต่ก็จะแก้ให้อย่างรวดเร็ว

Durov กล่าวขอบคุณผู้ใช้ทุกคนที่ช่วยทดสอบและฟีดแบคกลับมาทำให้แอพนี้พัฒนาไปได้มากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้ทีมกำลังแก้ไขเวอร์ชันท้าย ๆ อยู่และใกล้จะพร้อมให้ผู้ใช้ iOS ดาวน์โหลดแล้ว

ทั้งนี้ Durov ไม่ได้กล่าวถึงเวอร์ชัน Android ว่าจะแทนที่ Telegram ธรรมดาด้วย Telegram X เหมือนเวอร์ชัน iOS หรือไม่

ที่มา – Pavel Durov (Telegram), TechCrunch

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105372

VS Code ออกเวอร์ชัน 1.27 เปลี่ยนหน้า Settings ใหม่เป็น GUI

ไมโครซอฟท์ออกอัพเดตให้กับ Visual Studio Code เป็นเวอร์ชัน 1.27 มาพร้อมการปรับปรุงหลายอย่าง

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในอัพเดตนี้คือการปรับหน้า Settings ของ VS Code จากเดิมที่ใช้วิธีแก้ไขไฟล์ settings.json มาเป็น GUI ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงการตั้งค่าต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้าท่านใดใช้แบบเก่าจนคุ้นชินแล้วก็ยังสามารถสลับกลับไปใช้หน้า Settings เดิมได้ได้ผ่านการตั้งค่าที่ใช้ชื่อว่า “workbench.settings.editor”

No Description

และยังได้เพิ่มเมนูบาร์แบบ custom เป็นตัวเลือกใหม่ให้เลือกใช้งานผ่านการตั้งค่า “window.titlebarStyle” แทนที่การใช้ไตเติลบาร์และเมนูของระบบปฏิบัติการ Windows และ Linux

ตัวเมนูบาร์แบบใหม่จะได้รับการปรับแต่งสีตามธีม ใช้งานผ่านคีย์บอร์ดและ screen reader ได้ดีขึ้น และจะถูกเปิดให้เป็นค่าตั้งต้นของ VS Code บน Windows ในอัพเดตถัดๆ ไป

No Description

สำหรับการปรับปรุงอื่นๆ ที่ไมโครซอฟท์ยกให้เป็นไฮไลท์ของอัพเดตครั้งนี้มีดังนี้ (หรือเข้าไปชมวิดีโอได้ที่นี่ครับ

  • ปรับปรุง breadcrumb ให้ช่วยไฮไลท์โค้ดบน editor ตามตำแหน่งที่กำลังเลือกอยู่
  • เพิ่มเมนู Terminal รวมเมนูสร้าง teminal และเมนูจัดการ task ไว้ในที่เดียวกัน
  • ปรับปรุงให้ให้สามารถตั้งค่าคีย์ลัดสำหรับแต่ละระบบปฏิบัติการลงใน keybindings.json ไฟล์เดียว (ตัวอย่าง)
  • ช่วยเติมพาธของไฟล์เมื่อพิมพ์ @import บนไฟล์ CSS, SCSS และ Less
  • รองรับ JSON Schema Draft-07 สามารถใช้ if, then, else บนโค้ด JSON
  • ปรับปรุงตัวช่วยแสดงรายการสคริปต์ที่ถูกโหลดขึ้นมาระหว่างดีบักหรือ Loaded Script Explorer ให้รองรับการใช้งานกับส่วนเสริมดีบักอื่นๆ นอกเหนือจาก Node.js

การปรับปรุงข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการอัพเดตครั้งนี้เท่านั้น รายละเอียดทั้งหมดสามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่ลิงก์ที่มาท้ายข่าวครับ

ที่มา – Visual Studio Code

from:https://www.blognone.com/node/105371