คลังเก็บหมวดหมู่: BLOGNONE

รีวิวการใช้สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มเข้ามาในไทย เราเห็นเอกชนหลายเจ้าเริ่มขยายโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาครัฐเองก็ใช่ว่าจะไม่สนใจเสียทีเดียว อย่างน้อยก็มีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่มี PEA Volta Platform โครงการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถไร้คนขับ

โครงการ PEA Volta Platform มีแผนจะติดตั้งสถานีทั้งหมด 11 สถานีตามเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ (มีเสร็จไปบ้างแล้ว) แบ่งเป็นที่สำนักงานใหญ่ กฟภ. 1 สถานี, อยุธยา 1 สถานี, หัวหิน 3 สถานี, พัทยา 2 สถานี, โคราช 2 สถานีและนครปฐม 1 สถานี

จากการทดลองขับ BYD e6 ผมตั้งใจขับไปแถวชลบุรี เพื่อทดสอบสถานีชาร์จของเอกชนเจ้าหนึ่ง ซึ่งมีแอปเป็นของตัวเองด้วย ทว่าไปถึงแล้วพบแต่หัวจ่ายไฟแต่ไม่มีสายไฟให้บริการ (ไป 2 ที่เป็นทั้ง 2 ที่) เลยตัดสินใจค้นหาที่อื่นเพิ่มเติม ก่อนจะพบว่ามีของ กฟภ. อยู่บนถนนพัทยาใต้ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

No Description

สถานีที่พัทยาใต้มีจุดจอดรถได้ 2 คัน มีตู้จ่ายไฟ 1 ตู้ของ ABB มี 3 หัวจ่าย แบ่งเป็นหัว Type 2 กระแสสลับ กำลังไฟ 43 kW (ผมใช้อันนี้ชาร์จ BYD e6), หัวที่ 2 มาตรฐาน CHAdeMO ของรถญี่ปุ่น จ่ายไฟกระแสตรง กำลังไฟ 50 kW และมาตรฐาน CCS ที่รถสหรัฐและเยอรมันใช้ เป็นกระแสสลับ กำลังไฟ 50 kW ซึ่งสองหัวหลังจะเป็น Fast Charge

No Description

No Description

ตอนนี้สถานีชาร์จของ กฟภ. ยังเปิดให้ใช้งานฟรี แค่นำบัตรคีย์การ์ดที่เขาวางเอาไว้ให้แตะที่เครื่อง เลือกหัวชาร์จ เอาหัวชาร์จเสียบเข้าตัวรถ รอให้ตัวรถเชื่อมต่อกับหัวชาร์จ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น โดยหน้าจอจะบอกระยะเวลาและปริมาณไฟที่จ่ายไปให้

No Description

No Description

แต่เมื่อเปิดใช้บริการจริง เจ้าหน้าที่ กฟภ. พัทยาใต้ระบุว่าจะมีแอปของ PEA Volta ให้ดาวน์โหลดเอาไว้คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งก็คาดว่าจะคิดราคาที่ราวๆ 4 บาท (หรือถูกกว่า) ต่อกิโลวัตต์ (ส่วนคีย์การ์ดตอนเปิดให้บริการจริงจะเป็นยังไง รับที่ไหน เจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อมูล)

No Description

ที่สถานี กฟภ. พัทยาใต้มีที่พักรับรองสำหรับคนที่มาชาร์จไฟให้ด้วย มีแอร์ มีเครื่องดื่ม น้ำ ชากาแฟรับรองให้หมด (เดาว่าที่อื่นก็น่าจะมีให้ด้วย) ขณะที่พัทยาใต้ เจ้าหน้าที่บอกว่ามีคนมาใช้บริการแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ตั้งแต่เปิดบริการมา

from:https://www.blognone.com/node/102577

Advertisements

แชร์ประสบการณ์ลองขับ BYD e6 รถไฟฟ้า 100% จากจีน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยียานยนต์ปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใหม่ ซึ่งหนึ่งในนวัตกรรมที่เราเริ่มสัมผัสได้บ้างแล้วคือรถยนต์ไฟฟ้า ที่ทั้งค่ายรถอเมริกัน ยุโรปและเอเชียเริ่มเข็นกันออกสู่ตลาด

บ้านเราอาจจะยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ในประเทศที่กำลังรณรงค์พลังงานสะอาดอย่างจีน รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมค่อนข้างมาก และมีผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่นจำนวนมาก โดยหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ คือ BYD และล่าสุดก็มีผู้นำเข้ามาขายในไทยแล้วด้วย
(อ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ รู้จัก BYD บริษัทรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากจีน ที่ทำมากกว่าแค่รถยนต์)

ทาง Blognone มีโอกาสได้ทดลองขับ BYD e6 รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของบริษัทราวๆ 2 วัน เลยเอาประสบการณ์ใช้งานมาฝากกันครับ อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่เขียนเกี่ยวกับรถยนต์ อาจไม่เชี่ยวชาญมากนัก ถูกผิดอย่างไรขออภัยล่วงหน้า

No Description

ตัวรถและภายในห้องโดยสาร

BYD e6 จัดอยู่ในกลุ่ม MPV (Multi-Purpose Vehicle) ขนาด 5 ที่นั่ง มี 5 ประตู อาจจะด้วยจุดประสงค์ที่จะผลิตออกมาเพื่อใช้เป็นแท็กซี่เป็นหลักก็ไม่แน่ใจนัก (แต่ e6 ถูกนำไปใช้เป็นแท็กซี่มากกว่ารถยนต์ส่วนบุคคล) ทำให้ดีไซน์ของตัวรถจะค่อนข้างเทอะทะ ไม่ได้สวยหรือเด่นสะดุดตาเหมือนค่ายอื่นๆ

No Description

ภายในตัวรถค่อนข้างกว้างขวาง นั่งได้สบาย ไม่อึดอัด ยกเว้นเพียงเก้าอี้คนขับที่ไม่สามารถปรับความสูงได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นปัญหากับคนตัวสูงๆ อยู่เหมือนกัน ส่วนพื้นที่เก็บของท้ายรถก็ค่อนข้างกว้าง แถมสามารถปรับเก้าอี้แถวหลังลงเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้

No Description

No Description

No Description

No Description

คอนโซลกลางของตัวรถจะค่อนข้างเก่า ไม่มี Bluetooth ไม่มี USB เล่นได้แต่แผ่นซีดีหรือต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านพอร์ท AUX เท่านั้น เช่นเดียวกับพวงมาลัยที่ไม่ได้เป็นแบบมัลติฟังก์ชัน ปุ่ม Enter กับขึ้นลง เพียงแค่ไว้ปรับ Setting จากหน้าจอตรงกลาง (ที่ตัวหนังสือเล็กมากๆ) เท่านั้น และ Cruise Control ก็ยังเป็นแบบเก่า ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเป็นที่เข้าใจได้เพราะตัวรถเปิดตัวตั้งแต่ราวปี 2009-2010 โน่น

No Description

No Description

หน้าจอตรงกลางตอนแรกอาจจะดูรกๆ ไปหน่อย แต่ก็เข้าใจไม่ยาก ด้านซ้ายเป็นอัตราการสิ้นเปลืองหรือการใช้งานแบตเตอรีตอนเหยียบหรือปล่อยคันเร่ง ตรงกลางเป็นหน้าปัดความเร็ว ด้านขวาเป็นแบตเตอรีที่เหลือ

No Description

แน่นอนเกียร์เป็นระบบไฟฟ้า ที่คันเกียร์มีเพียงเกียร์ถอยหลัง เดินหน้าและเกียร์ว่าง ส่วนเกียร์ P เป็นปุ่มอยู่ข้างๆ เช่นเดียวกับเบรคมือเป็นปุ่มดึงขึ้น บริเวณเบาะตรงกลาง

No Description

การขับขี่

e6 มีโหมดสำหรับการขับขี่ 2 โหมดคือ Eco และ Sport ปุ่มจะอยู่ด้านล่างสุดของคอนโซลกลาง (ตอนขับอยู่แอบกดยาก)

ความแตกต่างที่สำคัญของสองโหมดนี้คืออัตราเร่งและอัตราการสิ้นเปลือง ถึงแม้จะไม่ต้องรอรอบเครื่อง เหยียบแล้วให้ความรู้สึกทันทีว่าแรงมา แต่โหมด Eco จะเหมาะกับการขับในเมืองมากกว่า เพราะเมื่อทำความเร็วกลางๆ (ราวว 60-70 km/h) ขึ้นไป เริ่มรู้สึกได้ว่าเร่งไม่ขึ้น

No Description

ขณะที่โหมด Sport อย่างที่กล่าวไปว่าที่ต่างกันชัดเจนที่สุดคืออัตราเร่ง เหยียบแล้วมาทันที แต่ไม่ได้แรงขนาดเบาะติดหนังและรู้สึกได้ว่าช่วงล่างค่อนข้างนุ่ม ส่วนเบรคเป็น Regenrative Brake จะดึงไฟกลับเข้าแบตเตอรี (ส่วนจะดึงไปช่วงไหนอะไรยังไงนี่แน่ใจนะครับ) และเบรคค่อนข้างลึกและแตกต่างกับที่เคยขับกับรถเครื่องยนต์สันดาปที่ผ่านๆ มา (ไม่แน่ใจว่ารถไฟฟ้าที่เป็น Regen Brake รุ่นอื่นๆ เป็นยังไง เพราะไม่เคยขับ) ต้องใช้เวลาสักพักเพื่อคุ้นชินทั้งการเหยียบและระยะเบรค

No Description

แบตเตอรีของ e6 เป็นแบตเตอรีแบบ Lithium iron Phosphate (LiFePO4) ขนาด 80kWh วิ่งได้ราว 300 กิโลเมตร++ ซึ่งจากการทดลองขับจริง ผมวิ่งไป 248 กิโลเมตร แบตเหลือ 24% ด้วยอัตรานี้เทียบบัญญัติไตรยางง่ายๆ ว่า BYD e6 แบตเตอรีเต็มจะวิ่งได้ราวๆ 320 กิโลเมตร ส่วนหัวชาร์จเป็นแบบ Type 2

รถคันนี้มีโหมด Discharge มาให้ด้วย คือเราสามารถเปลี่ยนแบตเตอรีรถยนต์เป็น Powerbank ขนาด 80kWh สำหรับจ่ายไฟให้กับรถยนต์คันอื่น หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ได้เลย แค่มีปลั๊กมาพ่วงเท่านั้น

No Description

ส่วนการชาร์จ ผมชาร์จที่สถานีของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โครงการ PEA Volta ที่พัทยา ซึ่งหัว Type 2 เป็นกระแสสลับ กำลังไฟอยู่ที่ 42kW จากแบตเตอรีราว 50% ใช้เวลาชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึงเต็ม

No Description

กระโปรงหน้ารถของ e6 ไม่ได้โล่งและเก็บของได้แบบ Tesla ซึ่งเป็นอะไรบ้างก็จนปัญญาจะทราบได้ แต่เดาว่าตัวตรงกลางอาจเป็นหม้อแปลงไฟฟ้า

ปัญหาที่พบ

  • รถยนต์ไฟฟ้าแต่กระจกข้างไม่ไฟฟ้า ต้องเดินไปพับเข้าพับออกเหมือนรถอีโคราคาครึ่งล้าน
  • กระจกฝั่งคนขับเลื่อนอัตโนมัติเฉพาะตอนเปิดเท่านั้น ตอนปิดต้องกดปุ่มเอง (WTF มากครับ)
  • เข้าเกียร์ P จอดรถ ไม่ปลดล็อกประตูให้อัตโนมัติ แต่ตอนออกรถไปซักพัก ประตูล็อกให้อัตโนมัติ
  • อย่างที่กล่าวไป ฟังก์ชันภายในค่อนข้างเก่ามาก ต่อให้เสียบสาย 3.5 มม. เพื่อฟังเพลง แต่หากมีสายเข้าก็ต้องลำบากถอนสาย เพื่อรับโทรศัพท์อีก

No Description

สเปค

  • ยาว 4,560 มม. กว้าง 1,822 มม. สูง 1,630 มม.
  • น้ำหนัก 2.4 ตัน
  • ฐานล้อกว้าง 2,830 มม.
  • กำลังสูงสุด 120 แรงมา
  • แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร
  • ความเร็วสูงสุด 149 km/h
  • รับประกันแบตเตอรี 5 ปี 500,000 กิโลเมตร
  • ราคา 1,890,000 บาท

No Description

from:https://www.blognone.com/node/102576

Echo Dot อัดเสียงสนทนาส่งต่อให้คนอื่น Amazon ชี้ เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ยาก

มีเหตุเรื่องข้อมูลส่วนตัวอีกครั้ง คราวนี้เป็น Amazon Echo Dot เว็บไซต์ KIRO-7 รายงานว่า Amazon Echo Dot บันทึกเสียงการสนทนาของผู้ใช้งานรายหนึ่งคือ Danielle และสามีของเธอ และส่งข้อมูลเสียงไปยังโทรศัพท์ของเพื่อนร่วมงานของสามี โดยเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่ในลิสต์รายชื่อผู้ติดต่อ

คนที่รับข้อมูลโทรมาบอก Danielle ว่า ถอดปลั๊กอุปกรณ์ Alexa เดี๋ยวนี้ เพราะคุณกำลังโดนแฮก ซึ่งคนที่แจ้งข่าวก็ส่งข้อความเสียงสนทนาที่เขาได้รับกลับมาให้ Danielle ฟัง ปรากฏว่าเป็นเสียงสนทนาระหว่างเธอและสามีจริงๆ

Danielle แจ้งเรื่องนี้ไปยัง Amazon วิศวกรรับทราบเรื่องและกำลังสอบสวน และขอโทษขอโพยยกใหญ่ต่อความผิดพลาดครั้งนี้

Amazon ชี้แจงกับเว็บไซต์ Ars Technica ว่า นี่เป็นความผิดพลาดที่มีโอกาสเกิดขึ้นยากมาก ซึ่งxd9b Echo จะเริ่มการทำงานเมื่อได้ยินเสียงเรียก Alexa จากนั้นการสนทนาในเวลาต่อมาก็ถูกได้ยินว่าเป็น “ส่งข้อความ” ถึงจุดนี้ Alexa จะถามว่า ส่งให้ใคร และเมื่อถึงจุดนั้นบทสนทนาเบื้องหลังจะถูกตีความว่าเป็นชื่อในรายชื่อผู้ติดต่อของผู้ใช้ และครั้งนี้ก็ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้อย่างไร

No Description
ภาพจาก Shutterstoc โดย Zapp2Photo

ที่มา – KIRO-7 และ Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/102575

Microsoft Edge ชนะ Firefox และ Chrome ในการทดสอบใช้พลังงานของเบราว์เซอร์

การทดสอบใช้พลังงานของเบราว์เซอร์ 3 ค่าย หนล่าสุด ได้แก่ Micrsoft Edge, Mozilla Firefox และ Google Chrome ดูเหมือนว่าเบราว์เซอร์จาก Microsoft จะเหนือกว่าคู่แข่งทั้งหมดอีกครั้ง

การทดสอบครั้งนี้เป็นการเปิดเบราว์เซอร์ในแล็ปท็อป 3 เครื่อง แยกออกเป็น Mozilla Firefox, Microsoft Edge ที่ได้รับการอัพเกรดครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน ผ่าน Windows 10 เวอร์ชัน 1803 และ Google Chrome พร้อมการเปรียบเทียบเมื่อเปิดวิดีโอสตรีมมิง

ซึ่งผลลัพธ์ตามวีดีโอด้านล่าง สรุปได้ว่า Microsoft Edge เป็นเบราว์เซอร์ที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงกว่า Mozilla Firefox ถึง 98% และสูงกว่า Google Chrome 14% แต่ผลการทดสอบเบราว์เซอร์ของ Google รอบนี้ก็ถือว่าลดช่องว่างจากการทดสอบครั้งก่อนพอสมควร

โดยหากย้อนการทดสอบไปเมื่อเดือนมกราคม Microsoft Edge ที่ตอนนั้นอยู่ใน Windows 10 เวอร์ชัน 1709 ให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงกว่า Google Chrome ถึง 19% ขณะที่การทดสอบเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2016 Microsoft Edge มีประสิทธิภาพสูงกว่า Google Chrome ถึง 70%

ที่มา : arstechnica

No Description

from:https://www.blognone.com/node/102574

Facebook ให้แอดมินกลุ่มเลือกสมาชิกที่จะสามารถโพสต์ลงกลุ่มได้เลย ไม่ต้องผ่านการอนุมัติ

Facebook เพิ่มฟีเจอร์สำหรับกลุ่ม 4 อย่าง ที่เด่นๆ คือให้แอดมินหรือผู้ดูแลกลุ่ม เลือกสมาชิกที่จะสามารถโพสต์เนื้อหาลงกลุ่มได้โดยอัตโนมัติ โดยผู้ดูแลไม่ต้องมาคอยขึ้นโพสต์ให้ และในลบโพสต์ออกจากกลุ่ม ระบบจะแสดงรายการกฎข้อห้ามเป็นข้อๆ เพื่อให้ผู้ดูแลระบุว่า เนื้อหาที่ลบออกไปนั้น ละเมิดกฎข้อไหน และแชร์ให้ผู้ดูแลกลุ่มคนอื่นรู้ได้ด้วย

ส่วนอีกสองฟีเจอร์ที่ Facebook เพิ่มมาใหม่คือ Admin support ช่องทางให้ผู้ดูแลกลุ่มถามข้อสงสัยมายังทีม Facebook หรือรายงานปัญหา แต่ยังจำกัดเฉพาะภาษาอังกฤษ และสเปน

Facebook ยังเพิ่มช่องทางเรียนรู้สำหรับผู้ดูแลกลุ่ม มีเดโม่และเคล็ดลับการพัฒนากลุ่มให้เติบโต

No Description

ที่มา – Facebook Newsroom

from:https://www.blognone.com/node/102573

ยังไม่หมดอนาคต ! Sony กำลังพิจารณาทางเลือกสำหรับเครื่องเล่นเกมแบบพกพา

นอกจาก Sony จะยังไม่ออก PlayStation รุ่นใหม่อีกอย่างน้อย 3 ปี ข่าวก่อนหน้านี้ บริษัทยังอาจกลับมาทบทวนเรื่องเครื่องเล่นเกมแบบพกพาอีกครั้งหนึ่ง

John Kodera ซีอีโอ Sony Interactive Entertainment เปิดเผยว่า แทนที่จะแยกเครื่องเล่นเกมแบบพกพาออกจากเครื่องเกมคอนโซล ก็ควรนึกถึงวิธีใดวิธีหนึ่งในการส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่มากขึ้น และต้องสำรวจว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการจากเครื่องเล่นเกมแบบพกพา ซึ่งบริษัทจะต้องคำนึงถึงทางเลือกที่หลากหลายด้วย

แม้ในอดีต Sony จะล้มเหลวจาก PlayStation Vita แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเครื่องเล่นเกมแบบพกพาจะหมดอนาคต เพราะหลังการเปิดตัวของ Nintendo Switch เครื่องเล่นเกมพกพาแบบไฮบริดแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณภาพให้กับทุกคนได้

ที่มา : Engadget, Bloomberg

No Description
ภาพจาก PlayStation

from:https://www.blognone.com/node/102572

ผลสำรวจรหัสผ่านหลุด ผู้ใช้ 86% ใช้รหัสผ่านซ้ำกับบริการอื่น แม้รหัสผ่านจะซับซ้อน

Troy Hunt นักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์ผู้ก่อตั้งโครงการ Pwned Passwords นำรหัสผ่านหลุกดจากเว็บ CashCrate ที่หลุดมาตั้งแต่ปี 2016 มาสำรวจพบว่า 86% ของรหัสผ่านที่หลุดออกมาซ้ำกับรหัสที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้แล้ว

รหัสผ่านที่ซ้ำกับที่หลุดมาก่อนหน้าส่วนมากเป็นรหัสผ่านคุณภาพแย่ เช่น “123456”, “qwerty”, หรือ “password” แต่ที่น่าสนใจคือมีรหัสผ่านคุณภาพดีที่ยาวกว่าขั้นต่ำที่แนะนำ มีความซับซ้อนมากพอ แต่กลับมีการใช้งานในบริการที่รหัสผ่านหลุดมาก่อนแล้ว เช่น “D*lishmars3an0eei3”, “20921147_bronzegoddess”, “anchorage alaska”, หรือ “i like to have sex”

รหัสผ่านจำนวนหนึ่งแม้จะยาวพอ และไม่อยู่ในฐานข้อมูลมาก่อนแต่ก็คาดเดาได้ง่าย เพราะใช้ชื่อเว็บเอง เช่น “cashcrate123”, “CashCrate”, “mycashcrate”

คำแนะนำการยืนยันตัวตนผู้ใช้ของ NIST หรือ NIST 800-63B ระบุให้ผู้ให้บริการต้องตรวจสอบรหัสผ่านว่าเป็นรหัสผ่านคุณภาพต่ำหรือไม่ โดยควรตรวจจากฐานข้อมูลที่หลุดออกมาก่อนหน้า, คำในพจนานุกรม, การใช้ตัวอักษรซ้ำๆ, และการใช้รหัสผ่านเป็นชื่อผู้ใช้หรือชื่อบริการ

ฐานข้อมูล Pwned Passwords เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานในองค์กรได้ โดยมีรหัสผ่านรวม 306 ล้านรายการ

ที่มา – Troy Hunt

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/102571