คลังเก็บหมวดหมู่: DROIDSANS

ราคาและวันวางขาย Asus Zenfone 4, Zenfone 4 Selfie, Zenfone 4 Max และรุ่น Pro Edition ในไทยมาแล้ว

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อย กับ Asus Zenfone 4 ทั้งหมด 6 รุ่น ตอนนี้เราก็มีข้อมูลและราคาวางจำหน่ายของ Zenfone 4, Zenfone 4 Selfie และ Zenfone 4 Max ทั้งรุ่นปกติและรุ่น Pro Edition ในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป

Zenfone 4 Max (ZC520KL) : ราคา 5,990 บาท มีวางจำหน่าย 3 สี ได้แก่ Black, Gold และ Pink

สเปคของ Zenfone 4 Max ในบ้านเรานั้นเป็นรุ่นรหัส ZC520KL มาพร้อมสเปค

– หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด HD
– CPU Snapdragon 425
– RAM 2GB
– ROM 16GB
– กล้องหน้า 8MP / กล้องหลัง 13MP+5MP
– แบตเตอรี่ 4100mAh
– รองรับการใช้งาน Finger print
– ตัวเครื่องเป็นพลาสติก
– เริ่มวางจำหน่าย 25 สิงหาคม

 

Zenfone 4 Max Pro (ZC554KL) : ราคา 7,990 บาท มีวางจำหน่าย 3 สี ได้แก่ Black, Gold และ Pink

– หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD
– CPU Snapdragon 430
– RAM 3GB
– ROM 32GB
– กล้องหน้า 8MP / กล้องหลัง 13MP+5MP
– แบตเตอรี่ 4100mAh
– รองรับการใช้งาน Finger print
– ตัวเครื่องเป็นโลหะ
– เริ่มวางจำหน่าย 25 สิงหาคม

 

Zenfone 4 Selfie (ZD553KL) ราคา 8,990 บาท มีวางจำหน่าย 3 สี ได้แก่ Black, Gold และ Pink

– หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว (1280×720)
– CPU Snapdragon 430
– RAM 4GB
– ROM 64GB
– กล้องหน้า 20MP+8MP / กล้องหลัง 16MP
– แบตเตอรี่ 3000mAh
– รองรับการใช้งาน Finger print
– ตัวเครื่องเป็น Metal Like
– เริ่มวางจำหน่าย 12 กันยายน

 

Zenfone 4 Selfie Pro (ZD552KL) ราคา 13,990 บาท มีวางจำหน่าย 3 สี ได้แก่ Black, Gold และ Red

– หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว (1920×1080 AMOLED)
– CPU Snapdragon 625 Quad core
– RAM 4GB
– ROM 64GB
– กล้องหน้า 12 Megapixel Selfie Camera (12×2=24MP+5MP)
– กล้องหลัง 16MP SuperPixel
– แบตเตอรี่ 3000mAh
– รองรับการใช้งาน Finger print
– ตัวเครื่องเป็นโลหะ
– เริ่มวางจำหน่าย 12 กันยายน

 

ส่วน Zenfone 4 และ Zenfone 4 Pro นั้นน่าจะมาวางจำหน่ายทีหลัง เรียกว่ามาในช่วงงาน TME สำหรับสเปคและราคาอาจจะต้องรออัพเดทกันอีกทีครับ

 

Source : mxphone

from:https://droidsans.com/asus-zenfone-4-max-selfie-price-leak-in-thailand/

Advertisements

Asus เปิดตัวตระกูล Zenfone 4 รวดเดียว 4 รุ่น Zenfone 4, Zenfone 4 Pro, Zenfone 4 Selfie และ Zenfone 4 Selfie Pro

เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วตระกูล Asus Zenfone 4 ที่ครั้งนี้ได้ทำการยกพวกมาเผยโฉมรวดเดียวกันถึง 5 รุ่น Zenfone 4, Zenfone 4 Pro, Zenfone 4 Selfie และ Zenfone 4 Selfie Pro แต่ว่าทุกรุ่นนั้นมาพร้อมกับกล้องคู่ทั้งหมด ซึ่งสโลแกนของ Zenfone 4 ในรอบนี้คือ “We love photo” ส่วนจะมีฟีเจอร์อะไรบ้างก็มาดูกันเลยครับ

Zenfone 4

รุ่นต้นตระกูลของซีรี่ยส์ Zenfone 4 ที่ตัวมันเองก็มีหลายรุ่นให้เลือกแตกแยกย่อยออกมาอีก เพราะว่ามีทั้งรุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon 660 และ Snapdragon 630 รวมไปถึงรุ่น 6GB RAM / 64GB ROM และ 4GB RAM / 64GB ROM อีกด้วย หน้าจอนั้นใช้เป็น Super IPS+ LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด FullHD 1080p ส่วนกล้องหลังคู่นั้นใช้เป็นคอมโบ 12 ล้านพิกเซล f/1.8 + 8 ล้านพิกเซล f/2.2 ซึ่งกล้องตัวที่สองนั้นเป็นกล้องเลนส์กว้าง 120 องศา ที่ให้มุมมองภาพกว้างขึ้น 200%

 

Zenfone 4 Pro

Zenfone 4 Pro นับว่าเป็นรุ่นเรือธงประจำตระกูลที่มาพร้อมกับชิป Snapdragon 835 และ 6GB RAM / 128GB ROM ซึ่งดีไซน์ตัวเครื่องนั้นคล้ายๆ กับ Zenfone 4 ที่ตัวเครื่องเป็นการผสมผสานกันระหว่างกระจกและโลหะ โดยหน้าจอของ Zenfone 4 Pro นั้นมีขนาดอยู่ที่ 5.5 นิิ้ว ที่ความละเอียด FullHD 1080p เท่ากับ Zenfone 4 ธรรมดา แต่ว่าใช้เป็นเทคโนโลยี AMOLED แทน

ในส่วนกล้องหลังคู่ของ Zenfone 4 Pro มีความละเอียดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล f/1.7 + 16 ล้านพิกเซล f/2.6 ซึ่งกล้องตัวที่สองนั้นเปลี่ยนจากเลนส์กว้างมาเป็นเลนส์ซูมแทน โดยที่รองรับ 2X Optical Zoom แต่ว่าถ้าใช้การซูมด้วยซอฟต์แวร์ก็สามารถดันขึ้นไปได้สูงสุด 10X เลยทีเดียว อารมณ์เดียวกับของ iPhone 7 Plus นั่นแหละครับ

 

Zenfone 4 Selfie

ต่อมาคือ Zenfone 4 Selfie ที่ทำออกมาเจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้งานที่รักในการถ่ายภาพเซลฟี่ เพราะว่ามาพร้อมกับกล้องหน้าคู่ 20 ล้านพิกเซล f/2.0 + 8 ล้านพิกเซล f/2.4 โดยที่กล้องตัวที่สองนั้นเป็นเลนส์กว้าง 120 องศา เรียกได้ว่าเป็นการนำฟีเจอร์ของกล้องหลังของ Zenfone 4 มาไว้ข้างหน้าอย่างไงอย่างงั้น ทำให้เวลาถ่ายภาพ Wefie หรือ Groupfie นั้นสามารถที่จะเก็บภาพได้หลายคนมากขึ้น แต่ว่าในส่วนของสเปคอื่นๆ ก็ถูกตัดลงไปบ้างอย่างเช่น ใช้ชิป Snapdragon 430 และหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว IPS ที่มีความละเอียดแค่ HD 720p เพื่อควบคุมให้ราคานั้นไม่สูงจนเกินไป

 

 

Zenfone 4 Selfie Pro

ถ้าหากว่าใครเห็น Zenfone 4 Selfie แล้วยังคิดว่ากล้องหน้าคู่คอมโบนั้นยังไม่สะใจ ทาง Asus ก็ยังมีการเปิดตัว Zenfone 4 Selfie Pro ออกมาด้วย เพราะว่าได้มีการอัพเกรดในส่วนของเซนเซอร์กล้องหน้าขึ้นมาอีีก โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 24 ล้านพิกเซล f/1.8 + 5 ล้านพิกเซล f/2.2 ซึ่งกล้องหลัก 24 ล้านพิกเซล นั้นใช้เทคโนโลยี DuoPixel ที่เป็นการใช้งานเซนเซอร์ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล สองตัวในเซนเซอร์ตัวเดียว ส่วนกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล นั้นเป็นกล้องเลนส์กว้าง เรียกได้ว่าถ้าอยากถ่ายเซลฟี่แบบชัดๆ เห็นทุกรูขุมขนก็ไม่ควรพลาด Zenfone 4 Selfie Pro เลยครับ

 

สำหรับทุกรุ่นของ Zenfone 4 ในครั้งนี้มาพร้อมกับ ZenUI 4.0 ที่เป็น Android 7 Nougat ซึ่งทาง Asus ก็ได้สัญญาไว้ว่าจะได้รับอัพเกรดเป็น Android O อย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการวางจำหน่ายในไทยก็จะเริ่มจาก Zenfone 4 Max และ Zenfone 4 Max Pro ก่อนในช่วงวันที่ 25 สิงหาคม นี้ ต่อด้วยตระกูล Selfie ในช่วงต้นเดือนหน้า และค่อยปิดท้ายด้วย Zenfone 4 และ Zenfone 4 Pro ครับ

from:https://droidsans.com/asus-announces-zenfone-4-series/

เปรียบเทียบสเปค Zenfone 4 ทั้ง 6 รุ่น Pro, Selfie, Max ควรเลือกซื้อรุ่นไหน สเปคแต่ละรุุ่นต่างกันอย่างไร

เปิดตัวแล้วสดๆร้อนๆ กับมือถือซีรี่ย์ Zenfone 4 (2017) โดยงานเปิดตัวคราวนี้จัดขึ้นที่บ้านเกิดประเทศไต้หวันนั่นเอง ซึ่งในปีนี้ Asus ก็ได้เปิดตัวมือถือซีรี่ย์ Zenfone 4 ออกมาถึง 6 รุ่นด้วยกัน มีตั้งแต่เรือธงกล้องคู่ระดับไฮเอนด์ ไปจนถึงรุ่นสเปคกลางๆ แต่มาพร้อมกล้องหน้าคู่เจาะตลาดขาเซลฟี่อีกด้วย ส่วนสเปคของทั้ง 6 รุ่น จะเป็นยังไงบ้าง มาดูกันเลยครับ

เริ่มกันที่ 2 รุ่นท็อปของซีรี่ย์กันก่อนเลยกับ Zenfone 4 Pro และ Zenfone 4 โดยคราวนี้ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับกล้องหลังคู่ตามกระแสเรือธงในยุคนี้อีกด้วย

สเปค Zenfone 4 Pro (ZS551KL) Zenfone 4 (ZE554KL)
   
ดีไซน์ตัวเครื่อง ตัวเครื่องทำจากโลหะ+กระจก แบบ unibody
หน้าจอและตัวเครื่องด้านหลังเป็น Gorilla Glass 2.5D
ขอบเครื่องเป็นอลูมิเนียมอัลลอย
ตัวเครื่องทำจากโลหะ+กระจก แบบ unibody
หน้าจอและตัวเครื่องด้านหลังเป็น Gorilla Glass 2.5D
ขอบเครื่องเป็นอลูมิเนียมอัลลอย
หน้าจอ จอ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD
ความสว่าง 500 nits
จอ IPS+LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD
ความสว่าง 600 nits
CPU Snapdragon 835 Snapdragon 660 / 630
GPU Adreno 540 Adreno 512
RAM 6GB 6GB
ความจุ 128GB 64GB
กล้องหลัง กล้องตัวแรก 12MP (IMX362) f/1.7, 1.4μm
กล้องตัวที่สอง 16MP (IMX351) f/2.6, 1.0μm,ซูม 2x
Laser AF, OIS 4 แกน
กล้องตัวแรก 12MP (IMX362) f/1.8, 1.4μm
กล้องตัวที่สอง 8MP f/2.2, 1.2μm
กล้องหน้า 8MP (IMX319) f/1.9 เทคโนโลยี SuperPixel 8MP f/2.0, 1.12μm
การเชื่อมต่อ 802.11ad 2.4GHz and 5GHz Dual-band Wi-Fi (รุ่นซิมเดียว)
2*2 MIMO Wi-Fi (รุ่น 2 ซิม)
Bluetooth 5.0
USB 2.0 Type-C
802.11ad 2.4GHz and 5GHz Dual-band Wi-Fi
Bluetooth 5.0
USB 3.1 Type-C
SIM รองรับ nano SIM 4G+3G, ช่อง SIM ที่ 2 เป็นแบบ Hybrid รองรับ nano SIM 4G+3G, ช่อง SIM ที่ 2 เป็นแบบ Hybrid
GPS GPS, AGPS, Glonass, BDS GPS, AGPS, Glonass, BDS
ระบบเสียง ลำโพง Dual Smart amp
Hi-Res audio
DTS Headphone:X 7.1
ลำโพง Dual Smart amp
Hi-Res audio
DTS Headphone:X 7.1
แบตเตอรี่ 3600 mAh 3300 mAh
ระบบปฏิบัติการ Android 7.1 ครอบด้วย ZenUI 4.0 Android 7.1 ครอบด้วย ZenUI 4.0
สี ดำ ขาว ดำ ขาว เขียว
ราคา 599 ดอลลาร์ 399 ดอลลาร์

ทั้ง Zenfone 4 Pro และ Zenfone 4 จะมีรูปร่างหน้าตาการออกแบบเครื่องที่คล้ายๆกันโดยใช้วัสดุเป็นกระจกและโลหะ หน้าจอมีความละเอียด Full HD ทั้งคู่ และมีขนาดเท่ากันที่ 5.5 นิ้ว ต่างกันที่รุ่น Pro จะใช้หน้าจอแบบ AMOLED ที่ให้สีสันสดใสกว่า ส่วน CPU ในรุ่น Pro จะใช้ชิปตัวท็อปของปี 2017 อย่าง Snapdragon 835 และถึงแม้ว่าทั้ง 2 รุ่นจะมีกล้องหลังคู่เหมือนกัน แต่ในรุ่น Pro นั้น มีกล้องคู่ที่สามารถซูมภาพแบบ optical ได้ 2 เท่าอีกด้วย นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อมกับระบบเสียง Hi-Res, DTS Headphone:X 7.1 เพิ่มอรรถรสในการดูหนัง+ฟังเพลงให้มากขึ้นไปอีก

 

สเปค Zenfone 4 Selfie Pro (ZD552KL) Zenfone 4 Selfie (ZD553KL)
 
ดีไซน์ตัวเครื่อง ตัวเครื่องทำจากโลหะแบบ unibody
หน้าจอกระจก 2.5D
ตัวเครื่องทำจากโลหะแบบ unibody
หน้าจอกระจก 2.5D
หน้าจอ จอ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD
ความสว่าง 500 nits
จอ IPS+LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD
ความสว่าง 400 nits
CPU Snapdragon 625 Snapdragon 430
GPU Adreno 506 Adreno 505
RAM 4GB 4GB
ความจุ 64GB 64GB
กล้องหลัง 16MP (IMX351) f/2.2, 1.12μm 16MP f/2.0, 1.12μm
กล้องหน้า 12MP + 12MP (IMX362) DuoPixel f/1.8, 1.4μm, โหมดบิวตี้ขณะถ่ายทอดสด, กล้องหน้าถ่ายวิดีโอ 4K 20MP + 8MP (IMX362) f/2.0, 1.0μm, โหมดบิวตี้ขณะถ่ายทอดสด
การเชื่อมต่อ Wireless Integrated 802.11b/g/n 2.4Ghz; WiFi-direct
Bluetooth 4.0
Micro USB 2.0
Wireless Integrated 802.11b/g/n 2.4Ghz; WiFi-direct
Bluetooth 4.0
Micro USB 2.0
SIM รองรับ nano SIM 4G+3G, ช่อง SIM ที่ 2 เป็นแบบ Hybrid รองรับ 2 nano SIM 4G+3G, มีช่อง Micro SD Card แยก
GPS GPS, AGPS, Glonass, BDS GPS, AGPS, Glonass, BDS
ระบบเสียง ลำโพงแบบแม่เหล็ก 5 ตัว เพิ่มความดัง
Hi-Res audio
DTS Headphone:X 7.1
ลำโพงแบบแม่เหล็ก 5 ตัว เพิ่มความดัง
แบตเตอรี่ 3000 mAh 3000 mAh
ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 ครอบด้วย ZenUI 4.0 Android 7.0 ครอบด้วย ZenUI 4.0
สี แดง ทอง ดำ ชมพู เขียว ทอง ดำ
ราคา ราคาเปิดตัวในไทย 13,990 บาท ราคาเปิดตัวในไทย 8,990 บาท

ทั้ง Zenfone 4 Selfie และ Selfie Pro นั้น ก็ตามชื่อเลยว่าเป็นมือถือที่เน้นการถ่ายเซลฟี่ เพราะทั้ง 2 รุ่นนี้ ให้กล้องหน้ามาถึง 2 ตัว ต่างกันที่รุ่น Pro ใช้เทคโนโลยี DuoPixel และมีความละเอียดของกล้องหน้ามากกว่า และรุ่น Pro ยังใช้ CPU ที่สูงกว่ารุ่นธรรมดาก็คือ Snapdragon 625 มีหน้าจอความละเอียด Full HD แถมยังมีระบบเสียงเกือบเทียบเท่ารุ่น Zenfone 4 Pro อีกด้วย ต้นกันยา

 

สเปค Zenfone 4 Max Pro (ZC554KL) Zenfone 4 Max (ZC520KL)
 
ดีไซน์ตัวเครื่อง ตัวเครื่องทำจากโลหะแบบ unibody
หน้าจอกระจก 2.5D
ตัวเครื่องทำจากโลหะแบบ unibody
หน้าจอกระจก 2.5D
หน้าจอ จอ IPS+LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD
ความสว่าง 400 nits
จอ IPS+LCD ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด HD
ความสว่าง 400 nits
CPU Snapdragon 430 Snapdragon 425
GPU Adreno 308 Adreno 308
RAM 3GB 3GB
ความจุ 32GB 32GB
กล้องหลัง กล้องตัวแรก 16MP f/2.0, 1.12μm
กล้องตัวที่สอง 5MP f/2.2, 1.12μm
กล้องตัวแรก 13MP f/2.0, 1.12μm
กล้องตัวที่สอง 5MP f/2.2, 1.12μm
กล้องหน้า 16MP f/2.0, 1.12μm 8MP f/2.0, 1.12μm
การเชื่อมต่อ Wireless Integrated 802.11b/g/n 2.4Ghz; WiFi-direct
Bluetooth 4.1
Micro USB 2.0
Wireless Integrated 802.11b/g/n 2.4Ghz; WiFi-direct
Bluetooth 4.1
Micro USB 2.0
SIM รองรับ 2 nano SIM 4G+3G, มีช่อง Micro SD Card แยก รองรับ 2 nano SIM 4G+3G, มีช่อง Micro SD Card แยก
GPS GPS, AGPS, Glonass, BDS GPS, AGPS, Glonass, BDS
ระบบเสียง ลำโพง มีแอมป์ PMIC ในตัว  –
แบตเตอรี่ 5000 mAh (ชาร์จไฟให้มือถือเครื่องอื่นได้) 4100 mAh (ชาร์จไฟให้มือถือเครื่องอื่นได้)
ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 ครอบด้วย ZenUI 4.0 Android 7.0 ครอบด้วย ZenUI 4.0
สี ดำ ทอง ชมพู  ดำ ทอง ชมพู
ราคา  ราคาเปิดตัวในไทย 7,990 บาท  ราคาเปิดตัวในไทย 5,990 บาท

สุดท้ายสำหรับรุ่นเล็กอย่าง Zenfone 4 Max และ Max Pro ที่ถึงแม้ว่าจะมีสเป็คต่ำกว่าทั้ง 4 รุ่นบน แต่ก็มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ และแบตเตอรี่ขนาดมหึมาที่สามารถเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ทำหน้าที่เป็น power bank ชาร์จไฟให้มือถือเครื่องอื่นได้อีกด้วย

สำหรับวันวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น Zenfone 4 / Pro จะเริ่มวางขายปลายเดือนกันยายนภายในงาน TME 2017, Zenfone 4 Selfie / Pro จะเริ่มวางขายประมาณต้นเดือนกันยายน ส่วน Zenfone 4 Max / Pro จะเริ่มวางขายในวันที่ 25 สิงหาคมที่จะถึงนี้

from:https://droidsans.com/zenfone-4-series-specs-comparison/

LG V30 ภาพเรนเดอร์ของจริงสวยงาม มีความเงา มีความโค้ง มีความน่าสนใจ

หลุดมาจนได้ กับภาพเรนเดอร์ของจริง LG V30 ที่ดูดีและมีความสวยงามกว่าภาพก่อนๆ แบบเห็นได้ชัด กับดีไซน์ไร้ขอบข้างที่มีกำหนดจะเปิดตัวในงาน IFA ปลายเดือนนี้ ซึ่งน่าจะเป็นการสู้ศึกมือถือเรือธงอีกครั้งของ LG ที่่ช่วงหลังๆ มานั้นเสียตลาดให้กับคู่แข่งไปเยอะพอสมควร และยอดขายรุ่นท็อปหลังๆ มาก็ไม่เป็นไปตามที่คาดสักเท่าไหร่

จากภาพหลุดเราได้เห็นหน้าจอ P-OLED โค้ง กินพื้นที่เป็นอัตราส่วนที่มากกว่าพื้นผิวขอบจอกว่าตอน G6 มีความละม้ายคล้าย S8 อยู่เหมือนกัน เฟรมด้านข้างเครื่องดูมีึความมันเงา วัสดุน่าจะเป็นโครเมี่ยม ฝาหลังดีไซน์ minimal ขึ้น เห็นได้ชัดในส่วนของกล้องที่ไม่บวมปูดใหญ่โตกินที่เหมือนก่อน และดูจากด้านข้างก็แทบจะไม่นูนขึ้นมาเลย ส่วนฟีเจอร์คาดว่าน่าจะมาแบบเดิมคือเป็นกล้อง Wide + Ultra Wide (ดูจากขนาดเลนส์) และอย่าลืมว่ารุ่นนี้ใช้เลนส์ f/1.6

ยังไม่สรุปว่าในภาพนี้จะเป็น LG V30 หรือ LG V30 Plus แต่ดีไซน์น่าจะเหมือนกัน เพราะความแตกต่างเหมือนจะเป็นเรื่องของการรองรับ Wireless Charge และหน่วยความจำภายใน

 

source : evleaks

from:https://droidsans.com/lg-v30-render-leak/

[LIVE] เปิดตัว Zenfone 4 ทั้ง Pro, Selfie, Max บ่าย 2 โมงวันนี้เจอกัน (ให้เสียงภาษาไทยโดย droidsans)

เมื่อคืน Nokia บ่ายนี้มาต่อกันกับงานเปิดตัว Asus Zenfone 4 ที่รอบนี้อาจเปิดตัวพร้อมๆ กัน 5-6 รุ่น โดยจากข่าวและภาพหลุดจะเห็นว่ามีตั้งแต่ Zenfone 4 Max, Zenfone 4 Max Pro, Zenfone 4 Selfie, Zenfone 4 Selfie Pro, Zenfone 4 และรุ่นท็อป Zenfone 4 Pro

งานเปิดตัวจัดขึ้นที่ไต้หวัน ประเทศบ้านเกิด เอาไว้เรามารับชม Live สดไปพร้อมๆ กันตอนบ่าย 2 โมงนะครับ

from:https://droidsans.com/live-zenfone-4-launch-event-2017/

Motorola จดสิทธิบัตรเตรียมพัฒนากระจกหน้าจออัจฉริยะที่สามารถซ่อมแซมรอยขีดข่วนและรอยร้าวได้

กระจกกันแตก ShatterShield ที่พัฒนาโดย Motorola (ใช้ในมือถือซีรี่ย์ Moto Z Force) เป็นกระจกหน้าจอที่ทำจากพลาสติกโพลีเมอร์ มีความทนทานขนาดที่ทดลองทำตกจากความสูงระดับเหนือหัวถึง 5 ครั้งก็ยังไม่แตก (ทัชสกรีนพังไปก่อนแต่จอยังไม่แตก) และตอนนี้ Motorola ก็กำลังซุ่มพัฒนากระจกหน้าจอที่ล้ำกว่าเดิม เพราะมันสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ด้วย

กระจกหน้าจอแบบ ShatterShield นี้ ถึงแม้ว่าจะทนทานจากการตก การกระแทกได้ดีจน Moto รับประกันเปลี่ยนกระจกหน้าจอให้ฟรีเป็นระยะเวลานานถึง 4 ปี ในกรณีที่หน้าจอแตก แต่การรับประกันนั้นไม่รวมถึงความเสียหายอย่างรอยขีดข่วนเอาไว้ด้วย เพราะถึงแม้ว่า ShatterShield จะอึดถึกขนาดตกยังไงก็ไม่แตก แต่ก็ต้องแลกกับที่มันเป็นรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่าจอที่เป็นกระจก หรือ Gorilla Glass

และตอนนี้ Moto ก็กำลังพัฒนากระจกหน้าจอใหม่โดยใช้เทคโนโลยีแบบ Memory Glass ที่น่าจะมาช่วยให้หน้าจอของมือถือ Moto รุ่นต่อๆไปมีความอึดถึกคงกระพันมากกว่าเดิม เพราะกระจกหน้าจอรุ่นใหม่นี้สามารถจดจำรูปร่างและสามารถย้อนสภาพกลับไปสู่สภาพเดิมได้เมื่อโดนความร้อน

โดยภาพที่ Motorola ใช้อธิบายในเอกสารการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีหน้าจอรุ่นใหม่นี้ จะเห็นว่า เมื่อหน้าจอเกิดการแตกร้าวขึ้นมา ตัวมือถิือจะตรวจจับได้ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหน้าจอ และจะมีหน้าต่างขึ้นมาถามว่าต้องการซ่อมแซมรอยร้าวที่เกิดขึ้นมั้ย จากนั้นผู้ใช้ก็จะต้องใช้นิ้วลากไปตรงส่วนที่ต้องการจะซ่อมแซม

เมื่อเลือกบริเวณที่ต้องการซ่อมแซมเสร็จแล้ว ก็เอาเครื่องไปเสียบกับแท่นเพื่อปล่อยความร้อนออกมาตรงบริเวณที่เราเลือก ทำให้กระจกหน้าจอคืนสภาพเดิมได้ (ซึ่งต้องใช้เวลาซักพักและห้ามใช้เครื่องในช่วงเวลานั้น)

แต่จากเอกสารดังกล่าว บอกว่าเทคโนโลยีกระจกรุ่นนี้สามารถซ่อมแซมรอยร้าวได้ แต่อาจจะไม่ 100% และก็ยังไม่มีข้อมูลว่าเทคโนโลยีกระจกรุ่นใหม่นี้จะอึดแบบตกไม่แตกเหมือนกับ ShatterShield รึเปล่าด้วย

 

ที่มา : Phonearena, Trustedreviews 

from:https://droidsans.com/moto-working-on-self-healing-display/

Nokia 8 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มาพร้อมกล้องหลังคู่เลนส์ ZEISS และระบบเสียง OZO

ในที่สุดก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกับ Nokia 8 หลังจากที่มีข่าวหลุดออกมากันอย่างต่อเนื่อง โดย Nokia 8 นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงตัวแรกของ Nokia ภายใต้ HMD เลยก็ว่าได้ ซึ่งก็ต้องบอกว่าทาง Nokia นั้นจัดเต็มทั้งในเรื่องของสเปคและฟีเจอร์กันเลยทีเดียว แต่ที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือ กล้องหลังคู่ 13 ล้านพิกเซล ที่ได้ทำการฟีเจอร์ริ่งกับทาง Carl Zeiss กันอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรก็มาดูกันเลยครับ

สำหรับสเปคต่างๆ ของ Nokia 8 นั้นแทบจะเหมือนกับที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ทุกอย่าง ซึ่งก็มีคร่าวๆ ดังนี้

  • OS: Android 7.1.1 Nougat
  • หน้าจอ: 5.3 นิ้ว LCD ความละเอียด Quad-HD (2560×1440) Corning Gorilla Glass 5
  • CPU: Qualcomm Snapdragon 835
  • GPU: Adreno 540
  • RAM: 4GB / 6GB (Polished Blue)
  • หน่วยความจำภายใน: 64GB  / 128GB (Polished Blue) รองรับ microSD การ์ดสูงสุด 256GB
  • กล้องหลังคู่: Dual 13MP RGB OIS + 13MP Monochrome ZEISS optics, f/2.0, PDAF, IR range finder, dual tone flash
  • กล้องหน้า: 13MP, f/2.0, PDAF, display flash
  • การเชื่อมต่อ:
    • Wi-Fi Connectivity 802.11 a/b/g/n/ac
    • Bluetooth 5.0
    • GPS, APGS, GLONASS, BDS
    • NFC
    • USB Type-C 3.1
    • รองรับ 4G LTE
  • มีสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ IP54
  • แบตเตอรี่: 3,090 mAh รองรับ Quick Charge 3.0
  • สัดส่วน: 151.5 x 73.7 x 7.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 160 กรัม
  • สี: Polished Blue, Tempered Blue, Steel และ Polished Copper

 

 

ตัวเครื่อง

ตัวเครื่องของ Nokia 8 นั้นใช้วัสดุเป็นโลหะแบบ unibody โดยรองรับ IP54 ที่สามารถกันน้ำสาดได้ แต่ว่าเอาลงไปเล่นในน้ำไม่ได้นะ สำหรับหน้าจอนั้นมีขนาดอยู่ที่ 5.3 นิ้ว และมีความละเอียดอยู่ที่ QHD 2560 x 1440 พิกเซล ซึ่งถูกป้องกันด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 แบบโค้ง 2.5D

 

กล้องเลนส์ ZEISS

สำหรับตัวเลนส์กล้องของ Nokia 8 นั้นได้ร่วมกันพัฒนากับคู่หูเดิมอย่าง ZEISS ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยกล้องหลังนั้นใช้เป็นกล้องหลังคู่ที่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งเซนเซอร์ที่ใช้คือ RGB + Monochrome และทำการจับภาพมารวมกันด้วยเทคโนโลยีของ Nokia ที่เรียกว่า Image Fusion Technology ให้กลายเป็นภาพเดียว

ในส่วนของฟีเจอร์กล้องนั้นก็จะมีการถ่ายภาพหรืออัดวิดีโอได้พร้อมกันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง หรือที่ทาง Nokia นั้นเรียกว่า Dual-Sight mode นอกจากนี้ก็ยังสามารถที่จะทำการ Facebook Live ในโหมดนี้ได้อีกด้วย คนที่ live บ่อยๆ น่าจะชอบนะ

 

ระบบเสียง OZO

นอกจากนี้ Nokia 8 ยังมาพร้อมกับระบบเสียง OZO ที่จะทำให้เราได้อรรถรสในการดูวิดีโอมากขึ้น เพราะว่าจะเป็นการเล่นเสียงแบบ 360 องศา ซึ่งระบบเสียง OZO ยังรองรับกับการอัดวิดีโอแบบ 4K อีกด้วย เนื่องจาก Nokia 8 นั้นมีไมโครโฟนมาให้ถึง 3 ตัว ด้วยกัน โดยระบบ OZO นั้นเป็นระบบเดียวกับที่ทาง Hollywood เค้าใช้กันนั่นเองครับ

 

ราคาและวันวางจำหน่าย

Nokia ได้ทำการเคาะราคาของ Nokia 8 มาที่ 600 ยูโร หรือประมาณ 23,500 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 6 กันยายน นี้ ในโซนยุโรปก่อน ส่วนบ้านเรานั้นก็มีแว่วๆ ว่าจะเข้ามาจำนวนอยู่เหมือนกันครับ แต่จะเป็นเมื่อไหร่ และราคาเท่าไหร่นั้นต้องรอดูกันอีกทีนะ

from:https://droidsans.com/nokia-officially-announces-nokia-8/