คลังเก็บหมวดหมู่: DROIDSANS

เคาะราคา New Nokia 2.1 ที่ 3,390 บาท อีกรุ่นของมือถือ Android Go ราคาประหยัด

เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี่เอง กับมือถือรุ่นประหยัด Nokia 2.1 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Go ทำให้สามารถใช้งานแอปต่างๆ ได้แบบลื่นๆ แม้สเปคเครื่องจะไม่ได้แรงอะไรมากมายก็ตาม โดยราคาของ Nokia 2.1 ในประเทศไทยเปิดมาแค่ 3,390 บาท  

สำหรับสเปคของ New Nokia 2.1 ถ้าใครลืมไปแล้ว ก็มาทบทวนกันอีกรอบนะครับ

สเปค New Nokia 2.1

  • หน้าจอ LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD (720 x 1280)
  • CPU : Snapdragon 425
  • GPU : Adreno 308
  • RAM : 1GB
  • ความจุ : 8GB รองรับ MicroSD ถึง 128GB (ช่องแยก)
  • กล้องหลัง : 8MP (AF)
  • กล้องหน้า : 5MP
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 b/g/n, BT 4.2, MicroUSB 2.0
  • เซ็นเซอร์ : Accelerometer, proximity
  • วิทยุ FM
  • ลำโพงสเตอรีโอคู่ด้านหน้า
  • แบตเตอรี่ : 4000 mAh
  • ระบบ Android 8.1

Nokia 2.1 เริ่มวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตามร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยมีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ สีฟ้า/ทองแดง, สีฟ้า/เงิน และ สีเทาเงิน

from:https://droidsans.com/nokia-2-1-price-revealed/

Advertisements

Preview | พรีวิว OPPO F9 แกะกล่องมือถือจอหยดน้ำ เซลฟี่ดีงาม แถมชาร์จไวด้วย VOOC

ปีนี้มือถือเปิดตัวกันรัวๆ ซอยรุ่นกันดุเดือดมาก จำได้ว่าเพิ่งจะรีวิว F7 ไปได้ไม่นาน นี่ OPPO F9 ตามมาอีกรุ่นแล้ว ซึ่งเปิดให้จองไปเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เอง ทาง droidsans ก็เพิ่งจะได้เครื่องมา ก็เลยจัดแกะกล่องพรีวิวให้ได้รับชมกันก่อน เผื่อใครกำลังสนใจและหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมือถือรุ่นนี้กันอยู่

สเปค OPPO F9

  • หน้าจอ Waterdrop Screen ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+
  • CPU : Helio P60
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 64GB รองรับ MicroSD Card 256GB
  • กล้องหลังคู่ : 16MP (f/1.85) + 2MP
  • กล้องหน้า : 25MP (f/2.0) HDR Sensor, AI Beautification 2.1, AR Sticker
  • รองรับ 2 SIM (ถาดซิมแบบ Triple Slot)
  • แบตเตอรี่ : 3500 mAh รองรับ VOOC Flash Charge
  • ระบบ Android Oreo 8.1 ครอบด้วย ColorOS 5.2
  • สีที่วางจำหน่าย : สีแดง Sunrise Red, สีน้ำเงิน Twilight Blue, สีม่วง Starry Purple
  • ราคาเปิดตัว 10,990 บาท

อุปกรณ์ภายในกล่องก็มีเคสใสซิลิโคน ที่เพิ่มความหนาตามขอบและมุมตัวเครื่องเพื่อกันการตกหรือหล่นโดยเฉพาะ แล้วก็มีหูฟัง 3.5 มม.

สาย micro USB เส้นหนาๆ แข็งๆ สีเขียวๆ นี่ถ้าเป็นแฟนของ OPPO ต้องรู้จักดีว่ามันคือสีของ VOOC Flash Charge

ใช่แล้วครับ เพราะว่า OPPO F9 นั้นรองรับระบบ VOOC Flash Charge ที่ขอเวลาชาร์จแค่ไม่นาน แบตก็พุ่งปรู้ดขึ้นไปได้สบายๆ แถมเครื่องยังไม่ร้อนด้วย ความจุ 3500 มิลลิแอมป์นี่ ใช้เวลาชั่วโมงนิดๆ ก็เต็มแล้ว

เปิดเครื่องมาพบกับหน้าจอแบบใหม่ Waterdrop Screen หรือรอยบากเล็กๆ รูปทรงหยดน้ำที่ทาง OPPO เคยจดสิทธิบัตรเอาไว้หลายสิบแบบ พอรอยบากมันเล็กลงพื้นที่หน้าจอ 6.3 นิ้ว Full HD+ มันก็ดูเต็มตาขึ้น

เทียบกับตอน F7 แล้วจริงๆ ตอนนั้นรอบบากก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่พอมาเจอ OPPO F9 เข้าไปนี่ กลายเป็นบน F7 ดูใหญ่ขึ้นมาทันที

นอกจากหน้าจอแบบใหม่แล้ว ฝาหลังไล่โทนสี Gradient color จากแดงไปม่วงของ Sunrise Red ก็ดูสวยงามกว่าเดิม แถมลวดลายสะท้อนเงาแบบกลีบดอกไม้ก็เพิ่มความแปลกใหม่ให้กับฝาหลังด้วย

เทียบกับตอน F7 ที่เป็น Diamond Cut ก็จะให้ความรู้สึกที่ต่างกัน ตอนนั้นมันจะดูแข็งๆ เท่ๆ แต่บน F9 มันจะดูแนวสบายๆ ซอฟท์ๆ ลง เพราะมีการเล่นเส้นเป็นแนวโค้งจากบนลงล่าง

ด้านบนตัวเครื่องนั้นมีแค่ช่องไมค์ตัดเสียงเท่านั้น จะเห็นว่าแถบด้านบนนั้นเป็นสีแดงสดเลย

แต่พอหยิบเครื่องจากด้านท้ายมันกลายเป็นสีม่วง ตอนแรกนี่นึกว่าคนละเครื่องกันเลยทีเดียว

พอมาดูจากด้านข้างก็จะเห็นละ ว่ามันมีการไล่โทนสีแดงจากด้านบนลงมา พอถึงช่วงกลางตัวเครื่องก็จะเป็นสีชมพูๆ หน่อย เพราะผสมกับสีม่วงส่วนล่างของตัวเครื่อง

ถาดซิมนั้นมาเป็นแบบ Triple Slot รองรับการใช้งาน 2 นาโนซิมพร้อมกัน และยังไม่ micro SD เพิ่มความจุได้ด้วย

ตัวเครื่องอีกฝั่ง ด้านนี้จะมีแค่ปุ่มพาวเวอร์นะครับ ส่วนความหนาและน้ำหนักนี่ไม่ได้แตกต่างจาก F7 สักเท่าไหร่ แต่ได้แบตเตอรี่มากกว่าเป็น 3500 มิลลิแอมป์

กล้องหลังคู่ของ OPPO F9 นั้นก็เป็นการตีบวกเพิ่มเอาเซนเซอร์ขนาด 2 ล้านพิกเซลเข้ามาช่วยกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซลในการถ่ายภาพแบบ AI Portrait เพื่อให้มันสามารถวัดระยะความลึกตื้นของวัตถุได้ดีขึ้น และยังสามารถจำแนกซีนต่างๆ ในการถ่ายภาพได้ถึง 16 แบบ

UI กล้องมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อตอน F7 พอสมควร เพราะมันมาพร้อมกับ Color OS เวอร์ชั่นเดียวกับ Find X หน้าตาการเปลี่ยนโหมด หรือตั้งค่าต่างๆ ของ F9 ก็เลยจะไปเหมือนของ Find X นั่นเอง

 

ตัวอย่างภาพจากกล้องหลัง OPPO F9








ส่วนกล้องหน้านั้นถูกซ่อนเอาไว้ตรงติ่งรูปทรงหยดน้ำ ซึ่งตำแหน่งอยู่ใต้ลำโพงสนทนาที่เอาไปเนียนเก็บไว้ที่ขอบดำของตัวเครื่องได้แบบถาไม่เพ่งนี่ไม่มีทางเห็นกันเลยทีเดียว

กล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ HDR นั้นก็ยังมาพร้อมกับโหมดการถ่ายภาพเซลฟี่ที่ไม่ละลายฉากหลังให้หายไป แถมยังเติมสีสันให้สดขึ้นด้วยด้วยโหมดสีจัดจ้าน และมี Portriat ละลายหลังได้เนียนตา AI Beautification 2.1 ก็มาทำให้หน้าเนียนใสไม่ต้องผ่านหลายแอปหลายขั้นตอน

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า OPPO F9






ก็ขอพรีวิวเอาตามที่ได้ลองเล่นกันไปก่อนนะครับ คาดว่าสุดสัปดาห์นี้น่าจะได้เอา OPPO F9 ไปทัวร์ ไว้จะไปถ่ายรูปมาฝากเยอะๆ รวมถึงเทสต์เครื่องให้ครบๆ ไปเลยว่ามันมีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาจนน่าสอยกว่า F7 ในราคาที่เพิ่มมาอีกนิดเดียวเท่านั้นเอง

from:https://droidsans.com/preview-oppo-f9-unbox/

Huawei P20 Pro, Honor 10 และ Nokia 7 Plus ได้รางวัล EISA Awards ปี 2018 – 2019

สมาคมภาพและเสียงแห่งยุโรปหรือ EISA ได้ออกมาประกาศรางวัลอุปกรณ์พกพาในปี 2018-2019 กันอีกแล้ว ซึ่งน่าแปลกที่ในปีนี้แบรนด์มือถือระดับโลกอย่าง Samsung ที่ได้รางวัลติดต่อกันมา 2 – 3 ครั้ง กลับไม่ได้ซักรางวัลเลย แต่เป็น Huawei, Honor และ Nokia ที่ได้รับ EISA Awards ของปี 2018 – 2019 ไปครอง…ส่วนจะเป็นรางวัลในสาขาอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

สำหรับอุปกรณ์พกพาที่ได้รับรางวัลในคราวนี้ ได้มาจากการคัดเลือกโดย 53 นิตยสารชื่อดังจาก 25 ประเทศทั่วโลก ทั้งจากอเมริกา อังกฤษ ยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชีย เพื่อคัดเลือกมือถือรุ่นที่ดีที่สุดในสาขาต่างๆ ดังนี้

รางวัล Best Smartphone

Huawei P20 Pro

มาแบบไม่น่าแปลกใจซักเท่าไหร่สำหรับ Huawei P20 Pro ที่ได้รางวัลสมาร์ทโฟนยอดเยี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพสุดเทพของกล้องหลัง 3 ตัว ซึ่งมีความโดดเด่นสุดๆ ในด้านการถ่ายภาพในที่แสงน้อย (คะแนนอันดับ 1 จาก DxOMark ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย ) บวกกับฟีเจอร์ AI, จอ AMOLED และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4,000 mAh ทำให้มือถือรุ่นนี้ได้รางวัลมานอนกอดสบายๆ

 

รางวัล Best Lifestyle Smartphone

Honor 10

มือถือเรือธงราคาสุดคุ้มอย่าง Honor 10 ที่พึ่งเปิดตัวในบ้านเราได้ไม่นาน ในปีนี้ก็สามารถคว้ารางวัลมือถือประเภท Lifestyle ยอดเยี่ยมมาครอง จากการออกแบบตัวเครื่องด้วยการไล่สีที่แปลกใหม่และสวยงาม บวกกับสเปคที่ใช้ชิปไฮเอนด์อย่าง Kirin 970 เหมือนรุ่นพี่ ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ AI ช่วยในการทำงานด้านต่างๆ แถมยังมาในราคาที่ไม่แพงอีกด้วย

 

รางวัล Best Consumer Smart Phone

Nokia 7 Plus

สำหรับรางวัลนี้มอบให้กับมือถือที่มีสเปคคุ้มค่ากับราคาที่สุด โดยในปีนี้ Nokia 7 Plus เป็นผู้ได้รางวัลดังกล่าวไปครอบครอง ด้วยราคาระดับหมื่นหน่อยๆ แต่สเปคให้มาแบบใช้งานทุกอย่างได้ลื่นๆ ทั้ง หน้าจอ FHD+ ขนาด 6 นิ้ว (ไม่มีรอยแหว่งซะด้วย), Snapdragon 660, หน่วยความจำ 4GB / 64GB แถมยังมาพร้อมกับ Android 8.1 ตั้งแต่ออกจากกล่องอีกต่างหาก

 

รางวัล Best Buy Smartphone

NOA Element N10

สุดท้ายกับรางวัลมือถือราคาประหยัดยอดเยี่ยมที่ในบ้านเราไม่น่าจะมีใครทายถูก เพราะมันคือมือถือแบรนด์ NOA ซึ่งบางคนอาจจะไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่ด้วย โดย NOA Element N10 เป็นมือถือที่มีดีไซน์สวย มาพร้อมหน้าจอ FullHD+ อัตราส่วน 19:9, ระบบเสียง DTS, กล้องหลังคู่ 16MP + 16MP (IMX499) พร้อมฟีเจอร์ที่สามารถขยายความละเอียดภาพได้เป็น 96MP แถมยังมีประกันซ่อมเครื่องฟรีทุกกรณีภายในปีแรกอีกด้วย (ดูแล้วน่าสนเหมือนกันแฮะ…)

 

และนั่นคือ EISA Awards ของสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปี 2018 – 2019 นะครับ ส่วนรางวัลของอุปกรณ์สายอื่นๆ ก็สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมกันได้ในเว็บไซท์ของ EISA กันได้เลย

 

ที่มา : GSMarena

from:https://droidsans.com/eaisa-awards-2018-smartphone-category/

มาจนได้ Galaxy Tab S4 เปิดราคา 23,900 บาท เริ่มวางขายวันที่ 7 กันยายนนี้

พึ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เองสำหรับแทบเล็ตไฮเอนด์ปากกาเทพอย่าง Galaxy Tab S4 ที่คราวนี้เปลี่ยนมาใช้หน้าจออัตราส่วน 16:10 แล้ว ทำเอาหลายๆ คนมือไม้สั่นอยากได้กันขึ้นมาเลยทีเดียว (เพราะเซ็งกับอัตราส่วนหน้าจอของ Tab S3 นั่นแหละ…) และตอนนี้ก็ได้มีข้อมูลออกมาแล้วว่าแทบเล็ตดังกล่าว เตรียมวางจำหน่ายในบ้านเราเดือนหน้านี้แล้วด้วย

สำหรับสเปคของ Galaxy Tab S4 รุ่นที่ขายในบ้านเราก็มีตามนี้เลย

สเปค Galaxy Tab S4

  • หน้าจอ sAMOLED ขนาด 10.5 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600
  • CPU : Snapdragon 835
  • RAM : 4GB
  • ความจุ : 64GB รองรับ MicroSD Card 400GB
  • กล้องหลัง : 13MP
  • กล้องหน้า : 8MP
  • รองรับการใช้งาน LTE
  • ลำโพง 4 ตัว ปรับแต่งโดย AKG
  • ระบบเสียง Dolby Atmos
  • แบตเตอรี่ : 7300 mAh
  • ขนาด / น้ำหนัก : 249.3 x 164.3 x 7.1 / 483 กรัม
  • ระบบ Android 8.0
  • สีที่วางจำหน่าย : สีดำ

อุปกรณ์เสริม

  • Book Cover ขนาด 10.5 นิ้ว ราคา 1,690 บาท
  • Keyboard Cover ขนาด 10.5 นิ้ว ราคา 3,590 บาท
  • Charging Dock (POGO) ราคา 1,490 บาท
  • HDMI Adaptor ราคา 1,290 บาท

Galaxy Tab S4 จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2561 เป็นต้นไป ในราคา 23,900 บาท สำหรับโปรโมชั่นและของแถมว่าจะมีอะไรบ้าง ต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมกันอีกที แล้วจะเอามาอัพเดทให้ครับ

from:https://droidsans.com/galaxy-tab-s4-price-revealed/

ข้อมูล Huawei Mate 20 มาเป็นชุด หน้าจอ 6.3 นิ้ว Kirin 980 แบตเตอรี่ 4200 มิลลิแอมป์

ดูเหมือนสมครามมือถือช่วงปลายปีกำลังเริ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจาก Galaxy Note 9 เปิดตัวออกมา เหล่าบรรดาเรือธงค่ายอื่นๆ ก็เริ่มจะมีข้อมูลหลุดออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเป็น Huawei ที่ก่อนหน้านี้มีข้อมูลของ Mate 20 ออกมาน้อยนิด ตอนนี้ก็เริ่มมีข่าวข้อมูลและสเปคต่างๆ ออกมาทำให้คนที่จะเปลี่ยนมือถือใหม่เริ่มออกอาการไขว้เขวกันแล้ว

ข่าวการมาของ Huawei Mate 20 พร้อมหน้าจอแบบ FullView ที่อาจจะมีขนาดใหญ่เกิน 6.25 นิ้ว แถมจะลดขอบบนล่างให้บางเท่ากับขอบข้างให้ได้มากที่สุดนั้นตอนนี้ก็มีภาพออกมาให้เห็นแบบไม่เป็นทางการแล้ว แต่ด้วยการที่ต้องอาศัย notch screen รอยบากด้านบนอยู่นั้น ก็อาจจะทำให้สัดส่วนของหน้าจอกับตัวเครื่องไม่มากเท่ากับ OPPO Find X ที่ทำสถิติเอาไว้ในตอนนี้

สเปคและรายละเอียดของ Mate 20 ที่หลุดออกมาเพิ่มนั้นนอกจาก Kirin 980 ที่โชว์คะแนนประสิทธิภาพทะลุ 350,000 นั้น ถูกเพิ่มเติมด้วย RAM 6GB / 8GB ส่วนหน่วยความจำภายในก็จะเริ่มที่ 128GB และสูงสุดที่ 256GB ส่วนกล้องหลัง 3 ตัวก็น่าจะมาแบบเดียวกับ P20 Pro หรือ Mate RS ที่ใช้เซนเซอร์หลัก 40MP ส่วนกล้องหน้าก็น่าจะมีความละเอียด 20MP หน้าจอมีขนาด 6.3 นิ้ว และแบตเตอรี่ขนาด 4200 มิลลิแอมป์

ในด้านของระบบปฏิบัติการณ์นั้น Huawei Mate 20 จะมาพร้อม EMUI 9.0 และจะทำงานบน Android 9 Pie ส่วนราคา 999 เหรียญสหรัฐที่ปรากฏในภาพนั้น ก็เป็นไปได้ว่าเป็นทั้งราคาจริง และอาจจะเป็นราคาสุ่มที่ตั้งขึ้นเอาไว้ก่อนราคาจริงจะถูกเปิดเผยออกมา โดยกำหนดเปิดตัวของ Huawei Mate 20 นั้นคาดว่าจะเป็นช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ และจะเริ่มวางขายในเดือนตุลาคม

 

source : phonearena

from:https://droidsans.com/spec-huawei-mate-20-leak-with-android-9-pie/

Samsung เผยโฉม Exynos 5100 โมเด็ม 5G ตัวแรกของโลก รองรับความเร็วสูงสุดถึง 6Gbps

ย้อนไปหลังจบงาน CES 2018 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา Samsung ได้ออกมาโชว์ชิปโมเด็ม 5G ตัวต้นแบบแต่ ณ เวลานั้นบริษัทก็ยังไม่ได้เปิดเผยวันที่มันจะพร้อมนำมาใช้งาน ผ่านไปกว่าครึ่งปี ชิปโมเดม Exynos 5100 ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว นับเป็นชิปโมเด็ม 5G ตัวแรกของโลกที่ผ่านมาตรฐาน 3GPP (3rd Generation Partnership Project) อย่างเต็มรูปแบบ

โมเด็ม Exynos 5100 นี้ถูกผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับ 10nm รองรับเทคโนโลยี 5G บนความถี่ 6GHz และ mmWave ตามมาตรฐาน 3GPP และยังคงรองรับเทคโนโลยีเดิมทั้ง 2G GSM/CDMA, 3G WCDMA, TD-SCDMA, HSPA, และ 4G LTE ด้วย

Samsung เคลมไว้ว่าโมเด็มตัวนี้สามารถทำ download speed ของเทคโนโลยี 5G ได้สูงสุดที่ 2Gbps บนคลื่น 6GHz และ 6Gbps บน mmWave เร็วกว่าความเร็วสูงสุดที่ 4G ทำได้ประมาณ 1.7 และ 5 เท่าตามลำดับ

ที่น่าตื่นเต้นก็คือโมเด็ม 5G รุ่นนี้จะไปอยู่ในมือผู้ใช้ได้อย่างเร็วที่สุดก็คือช่วงปลายปี 2018 นี้เลย นับเป็นข่าวดีและเป็นตัวช่วยยืนยันว่าอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี 5G จะถูกพัฒนาและมาถึงพวกเราเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่จะนำโมเด็ม Exynos 5100 นี้ไปใช้

 

ที่มา: Phonearena

from:https://droidsans.com/samsung-launched-exynos-5100-5g-modem/

เผยโฉม Motorola P30 ลูกผสม iPhone X และ Huawei P20

อยู่ๆ ก็โผล่มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงกันเลย สำหรับมือถือ Motorola P30 ที่คาดว่าน่าจะเป็นมือถือระดับกลาง มีกล้องหลังคู่ และรอยแหว่งบนหน้าจอที่ดูๆ  เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนดีไซน์ครั้งใหญ่ กลายเป็นลูกผสมระหว่างมือถือเรือธงอย่าง iPhone X และ Huawei P20 ยังไงยังงั้นเลย

ข้อมูลของ Motorola P30 ที่หลุดออกมาคราวนี้ มาแบบเต็มๆ ทั้งรูปร่างหน้าตาและฟีเจอร์ต่างๆ จนแทบไม่ต้องรอลุ้นอะไรในวันเปิดตัวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์หน้าจอแหว่ง และกล้องหลังคู่แนวตั้งที่มีแฟลชอยู่ตรงกลาง สไตล์ iPhone X แถมยังใช้สีของตัวเครื่องแบบ Twilight ของ Huawei P20 อีกต่างหาก

สำหรับฟีเจอร์ต่างๆ ที่มากับ Motorola P30 ก็จะมีทั้งกล้องหลังคู่ขนาด 16MP + 5MP พร้อมระบบ AI ช่วยประมวลผลภาพถ่าย, ชิป Octa-core จาก Qualcomm (ยังไม่ทราบรุ่น) ที่มาพร้อม AI ช่วยจัดการการทำงานให้ลื่นไหลทั้งทำงานและเล่นเกม, ระบบสแกนหน้าปลดล็อคด้วย AI และระบบชาร์จไวพร้อมที่ชาร์จ 18W ที่มีมาให้ในกล่องเลย ส่วนสเปคคร่าวๆ ของ Motorola P30 ก็ตามนี้เลย

สเปค Motorola P30

  • หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว
  • CPU : Octa – core Qualcomm
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 128GB
  • กล้องหลังคู่ : 16MP + 5MP
  • กล้องหน้า : 12MP (f/1.8)
  • เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือวงกลมด้านหลัง
  • แบตเตอรี่ : 3000 mAh รองรับการชาร์จไว 18W
  • ระบบ Android (ยังไม่ทราบรุ่น)

สำหรับวันเปิดตัวคาดว่าจะเป็นเร็วๆ นี้แหละ ส่วนสเปคเต็มๆ รวมถึงราคา วันเปิดตัว และประเทศที่วางจำหน่าย เอาไว้ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมแล้วเราจะเอามาอัพเดทให้นะครับ

 

ที่มา : Gizchina

from:https://droidsans.com/motorola-p30-leaked-in-official-images/