คลังเก็บหมวดหมู่: enterpriseitpro

Linus เขียนจดหมายขอโทษถึงพฤติกรรมก้าวร้าวในอดีต พร้อมลาพักยาว

Linus Torvalds (หรือบางคนเรียกเขาว่า เจ้าพ่อ Linux) ได้ส่งเมล์ให้ทีมงานนักพัฒนาทุกคนว่า เขาขอลาพักร้อนยาวเพื่อปรับปรุงพฤติกรรมก้าวร้าวของเขา และขอโทษทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากอารมณ์ร้อนแรงของเขาจนทำให้บางคนถึงกับอัปเปหิออกจากชุมชนนักพัฒนาเคอแนลลีนุกซ์ ซึ่งหลายคนมองว่าสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเมล์ออกมาแบบนี้เพราะเรื่องงานประชุมสุดยอดลีนุกซ์ที่ออกมาซ้อนทับกับช่วงลาพักผ่อนกับครอบครัวของ Linus เอง

ผู้ให้กำเนิดลีนุกซ์ Linus Torvalds ได้รับการขึ้นชื่อว่าควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ได้รับการกล่าวขวัญอย่างการชูนิ้วกลางให้ Nvidia หรือแม้แต่การใช้คำพูดรุนแรงตอนที่ต้องการพิทักษ์ความเป็นโอเพ่นซอร์สของลีนุกซ์อย่างสุดฤทธิ์ ทำนองว่า ไมโครซอฟท์ไม่ใช่พ่อง…เป็นต้นนั้น

พฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะบริษัทอื่นที่ดูคุกคามโลกโอเพ่นซอร์สอันเต็มไปด้วยเสรีภาพที่สง่างามของเขาเท่านั้น ยังลามไปถึงกลุ่มทีมงานนักพัฒนาที่เข้ามาร่วมแก้ไขโค้ด ออกแพ็ตช์ในชุมชนลีนุกซ์ด้วย บ่อยครั้งที่เขามักด่ากราดผ่านเมล์ลิสต์ที่สำเนาคนเป็นร้อย ประจานคนในทีมว่าออกแพ็ตช์ไม่ได้มาตรฐานบ้างอะไรบ้าง จนชวนให้เอือมระอากันพอสมควร

ฟางเส้นสุดท้ายที่น่าจะส่งผลกระทบกับตัว Linus มากที่สุดคือ การที่เขาถูกทีมงานพัฒนาลีนุกซ์ลืม ไม่ได้เชิญเขาเข้าร่วมงานสำคัญของวงการอย่าง Maintainer Summit ที่ปกติต้องรวมสุดยอดนักพัฒนาระดับท็อป 40 เข้าร่วม แต่นี่จงใจจัดงานในช่วงเวลาที่ทุกคนรู้แก่ใจว่าเขากำลังมีแผนเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว

ที่มา : bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/linus-torvalds-apologizes-takes-break-to-patch-behavior/

Advertisements

วิธีอันร้ายกาจ ! ที่ทำให้อุปกรณ์ Apple ทุกชนิดค้างและรีสตาร์ทใหม่ตลอดเวลา !

นักวิจัยด้านความปลอดภัยของบริษัทผู้พัฒนาแอพแชท Wire ได้ออกมาเปิดเผยวิธีการเขียนเว็บเพจที่สามารถทำอุปกรณ์ตระกูลแอปเปิ้ลไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, หรือแม้แต่เครื่องแมคให้ค้างและบังคับรีสตาร์ทอุปกรณ์ใหม่ได้ เพียงแค่ใช้โค้ด CSS และ HTML ไม่กี่บรรทัด

โดยช่องโหว่นี้เกิดจากเอนจิ้นที่เรนเดอร์หน้าเว็บของแอปเปิ้ลที่ชื่อ WebKit ซึ่งถูกนำมาใช้กับทุกเว็บ และบราวเซอร์ที่รันบนโอเอสตระกูลแอปเปิ้ลทั้งหมด ซึ่ง WebKit มีปัญหาไม่สามารถโหลดองค์ประกอบย่อยที่ซ้อนๆ กันได้อย่างเช่นแท๊ก “div” ที่อยู่ภายในค่าคุณสมบัติของ CSS ดังนั้นจึงง่ายต่อการเขียนโค้ดหน้าเว็บให้ผลาญทรัพยากรของอุปกรณ์จนเกลี้ยง ทำให้ตัวเคอร์เนลค้างและบังคับให้ปิดเปิดเครื่องใหม่

บั๊กนี้เกิดขึ้นได้บนทุกบราวเซอร์ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Edge, Internet Explorer, และ Safariบน iOS หรือแม้แต่ Safari และโปรแกรม Mail บน MacOS ก็ต่างอ่อนไหวกับการโจมตีผ่านหน้าเว็บที่ใช้โค้ด CSS เจ้าปัญหานี้ เพราะต่างก็ใช้เอนจิ้นเรนเดอร์ WebKit ตัวเดียวกันงานนี้ผู้ใช้วินโดวส์และลีนุกซ์รอดจากการโจมตีลักษณะดังกล่าว

ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ผู้ใช้แอปเปิ้ลระวังในการเปิดหน้าเว็บแปลกๆ หรือคลิกลิงค์ที่ส่งต่อๆ กันทางแอพแชตหรืออีเมล์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ทั้งนี้ทางนักวิจัยได้โพสต์ซอร์สโค้ดของเว็บที่ทำให้เกิดปัญหาบนหน้า GitHub

ที่มา : Thehackernews

from:https://www.enterpriseitpro.net/iphone-crash-exploit/

Oracle ส่งเสริมการศึกษาในวงกว้าง เน้นเทคโนโลยี AI และ Machine Learning

ล่าสุดสถาบัน Oracle Academy ได้เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลเข้าไปในหลักสูตรสำหรับส่งเสริมการอบรมในสถาบันการศึกษาต่างๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งการสนับสนุนซอฟต์แวร์, เทคโนโลยี, และการส่งเสริมครูผู้สอนทั้งในโรงเรียนมัธยม, วิทยาลัยเทคนิค, และมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังเปิดตัวหลักสูตรใหม่ประจำปีนี้ ที่รวมถึงเนื้อหาด้านเทคโนโลยีใหม่ยอดนิยมอย่าง AI และ Machine Learning ในหลักสูตรหลักอย่างเช่น ภาษาจาวา สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์ด้วย โดยหลักสูตรที่ใช้เวลาอบรมกว่า 40 ชั่วโมงนี้ เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่มีความรู้พื้นฐานด้าน Object-Orientated, โครงสร้างข้อมูล, นิยามต่างๆ, และคำสั่งในภาษาจาวามาบ้างแล้ว

รวมทั้งยังมีการฝึกปฏิบัติอย่างการออกแบบ, วางระบบ, และสาธิตการใช้โซลูชั่นเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจริง พร้อมกับออกชุดวิดีโออบรมใหม่ที่เน้นการส่งเสริมการออกมาตั้งตัวเป็นเจ้าของกิจการด้วยคอนเซ็ปต์ที่ว่า “ไล่ตามความฝัน, ใช้ชีวิตอย่างไม่กลัวสิ่งใด, พร้อมไขว่คว้าความสำเร็จ”

โดยในช่วงปีงบประมาณที่ผ่านมา Oracle ได้ทุ่มงบกับการส่งเสริมด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก ได้ให้การสนับสนุนสถาบันการศึกษากว่า 15,000 แห่งใน 128 ประเทศ รวมนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับประโยชน์กว่า 6.3 ล้านคน อีกทั้งยังเปิดโรงเรียนมัธยม “Design Tech High School” ของตนเองด้วย

ที่มา : Theregister

from:https://www.enterpriseitpro.net/oracle-ai-and-ml-to-tell-the-students/

RICOH ใส่ใจอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรม “Global Eco Action” ประจำปี 2561

กลุ่ม RICOH ได้จัดกิจกรรมขึ้นทุกปีในชื่อ “RICOH Global Eco Action” สำหรับกิจกรรม RICOH Global Eco Action ประจำปี 2561 นี้เป็นการส่งเสริมให้พนักงานของกลุ่ม RICOH ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม และทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่ง RICOH ได้จัดกิจกรรมพิเศษที่เกี่ยวข้องมากมายทั่วโลก

สำหรับแคมเปญ “RICOH Global Eco Action” นี้จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2549 และมีขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ทำให้ปีนี้ครบรอบปีที่ 13 ของกิจกรรมดังกล่าว และปีนี้พิเศษกว่าเดิมที่ RICOH จัดให้มีวันแห่งการสำรวจการปฏิบัติงาน ให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดทั่วทั้งกลุ่ม RICOH ในชื่อ “Common Action Day”

ทางสหประชาชาตินั้นได้นำเอาแนวทางเรียกว่า U.N. Sustainable Development Goals (SDG) มาใช้ตั้งแต่กันยายน 2558 ซึ่งปัจจุบันมีการนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้ในองค์กรทั่วโลก โดยตั้งเป้าหมายไว้ 17 ข้อที่ต้องทำให้เป็นผลสำเร็จภายในปี 2573 ที่จะถึงนี้ ในฐานะส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวที่จะนำไปสู่สังคมที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน โดย “ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

ในแผนการบริหารระยะกลางที่เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 นั้น กลุ่ม RICOH ได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการมีบทบาทช่วยแก้ปัญหาสังคมพร้อม ๆ กับการพัฒนาองค์กรให้เติบโตควบคู่กันไป โดย RICOH ได้เลือก 8 หลักการสำคัญใน SDG ที่มีความเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาด้านสังคมที่ทำควบคู่กับกิจกรรมทางธุรกิจได้ ซึ่งสรุปปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับวัสดุที่ใช้ในการผลิตได้ 5 ประการ

ด้วยเป้าหมายที่ต้องการนำไปสู่สังคมไร้คาร์บอน และกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ทำให้ RICOH จัดตั้งเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่ม RICOH เอง โดยเป้าหมายอย่างแรกเป็นการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก (GHG) ให้เหลือศูนย์ตลอดกระบวนการทางธุรกิจภายในปี 2593

นอกจากนี้กลุ่ม RICOH ยังตอกย้ำเจตนารมณ์ในการส่งเสริมสังคมไร้คาร์บอนด้วยกิจกรรมอีกหลายประการ เช่น การเข้าร่วมโครงการ RE100(*) ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับนานาชาติในการรณรงค์ให้ใช้พลังงานสะอาด โดยถือว่า RICOH เป็นบริษัทญี่ปุ่นรายแรกที่เข้าร่วมโครงการนี้

กลุ่ม RICOH ยังให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง อย่างแคมเปญ “RICOH Global Eco Action” นี้ที่เปิดโอกาสให้พนักงานที่มีจำนวนมากกว่า 100,000 ท่านทั่วโลกแสดงพลังร่วมกับสมาชิกในครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อนบ้านใกล้เคียงในชุมชน รวมถึงลูกค้าของตนในการเข้าร่วมกิจกรรมอภิปรายด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างความตระหนักถึงปัญหาต่างๆในสังคมให้มากกว่าที่เป็นอยู่ กลุ่ม RICOH ได้ส่งเสริมการเข้าร่วมในหลายกิจกรรมรวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นในหลายโอกาส ด้วยเจตนารมณ์ที่จะขยายขอบเขตของการสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น

RE100(*) เป็นความร่วมมือระดับนานาชาติที่ก่อตั้งขึ้นจากหลายบริษัทที่ตกลงร่วมกันว่าจะใช้พลังงานไฟฟ้าทั้ง 100% ที่ใช้ในธุรกิจจากแหล่งพลังงานสะอาด ซึ่งทาง RICOH ได้ตกลงที่จะใช้พลังงานสะอาดเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 30% ภายในปี 2573 และครบทั้ง 100% ภายในปี 2593

สำหรับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่ RICOH เข้าร่วมในปีนี้ ได้แก่ กิจกรรมที่ได้จัดขึ้นในชื่อ “Common Action Day” ซึ่ง RICOH ได้ถอดป้ายโลโก้เดิมออกจากทุกสำนักงานทั่วโลก และให้พนักงานแต่งกายด้วยชุดสีเขียวมาทำงานเพื่อร่วมกันแสดงจุดยืนของเดือนแห่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วโลกหรือ “RICOH Global Eco Action”

นอกจากนี้ RICOH ยังจัดงานเสวนาที่เชิญองค์กรจากภายนอกเข้าร่วมอภิปราย และพัฒนาโมเดลทางธุรกิจขึ้นใหม่ที่นำไปสู่การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสังคมที่ไร้คาร์บอน (Zero-Carbon) อย่างแท้จริง รวมทั้งยังจัดกิจกรรมย่อยในแต่ละสำนักงานทั่วโลกดังต่อไปนี้:

RICOH ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก
มีการจัดงาน “Eco Action Day – รวมนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อมตลอดปี” ที่สิงคโปร์ ซึ่งมีการเชิญบุคคลภายนอกทั้งจากภาครัฐ ธุรกิจที่มีชื่อเสียง และบุคคลสำคัญด้านการศึกษามาร่วมอภิปรายถึงการดึงศักยภาพจากอุตสาหกรรมแบบยั่งยืนให้ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่นำไปสู่อนาคตด้านสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ที่สดใสยิ่งขึ้น โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมครบรอบ 12 ปีของ Eco Action Day

RICOH ประจำยุโรป
จัดกิจกรรมชื่อว่า “Step Challenge” ที่เปิดให้พนักงานจัดทีมรวมกัน 5 คน เพื่อแข่งกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยใช้แอพพิเศษในการตรวจสอบและบันทึกจำนวนก้าวเดิน (เพื่อลดการใช้รถยนต์) นอกจากนี้ผู้ร่วมกิจกรรมยังได้รับการขอให้บริจาคคนละ 5 ปอนด์เพื่อสมทบทุนโครงการ Alzheimer’s Research อีกด้วย

RICOH ประจำสหรัฐฯ และแคนาดา
มีการแบ่งปันและประชาสัมพันธ์แนวคิดของ “จิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม” ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ผ่านการเพิ่มข้อความส่งเสริมการปฏิบัติงานอย่างยั่งยืนในลายเซ็นอีเมล์ของพนักงาน

RICOH ประจำประเทศญี่ปุ่น
เปิดโอกาสให้พนักงานร่วมทำกิจกรรมทำความสะอาดแม่น้ำอะรากาว่าพร้อมกับพนักงาน ครอบครัว ลูกค้า และชุมชนใกล้เคียง รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ พร้อมทั้งวิธีในการปกป้องสิ่งแวดล้อมเหล่านี้

พนักงานในกลุ่ม RICOH
เปิดให้ทุกคนลงชื่อประกาศจุดยืนของตนเองในการรักษาสิ่งแวดล้อมบนเครือข่ายภายในองค์กร โดยแสดงความมุ่งมั่นในการเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งที่บ้าน ในชุมชน และที่สำนักงาน

กิจกรรมการให้รางวัล:
ทางฝ่ายบริหารการเติบโตอย่างยั่งยืนของ RICOH มีการให้รางวัลพนักงานที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วโลกด้วย ดังต่อไปนี้

รางวัลผู้นำแฟชั่นสีเขียวดีเด่น:
RICOH ได้ให้รางวัลแก่บุคคล หรือกลุ่มคนที่แต่งกายชุดสีเขียว และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่สร้างความตระหนักในเดือน RICOH Global Eco Action นี้

รางวัลสำหรับทีมงานที่เข้าร่วมกิจกรรมกับบุคคลภายนอก:
โดย RICOH จัดรางวัลไว้สำหรับกลุ่มบุคคลที่ยกระดับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของตนเองด้วยการร่วมทำกิจกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อันได้แก่ ลูกค้า และผู้อยู่อาศัยในชุมชน

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-global-eco-action/

วิธีการง่ายๆ ในการตรวจดูว่า Twitter ของคุณโดนแฮ็กหรือไม่?

เพราะการโดนแฮ็กไม่จำเป็นต้องแสดงอาการในทันที บางทีตอนนี้คุณอาจจะโดนแฮ็กทวิตเตอร์ไปแล้วก็ได้ แล้ววันดีคืนดีที่คุณยังนิ่งนอนใจก็อาจมีทวิตแปลกๆ ออกมาจากบัญชีของคุณ โดยเฉพาะบัญชีที่เป็นแบรนด์ทางการค้าที่ทวิตผิดปุ๊บชีวิตเปลี่ยนปั๊บ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันทวิตเตอร์มีกลไกให้ผู้ใช้ตรวจสอบอยู่หลายแบบด้วยกัน

ให้หลังจากกูเกิ้ลและเฟซบุ๊กไม่นาน ทวิตเตอร์ก็หันมาพัฒนาฟีเจอร์ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการล็อกอินเข้าบัญชีของตนเองจากอุปกรณ์ใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อป, โทรศัพท์, หรือแท็บเล็ต ซึ่งฟีเจอร์นี้มีชื่อว่า Apps and Sessions ที่แสดงทั้งรายการแอพและอุปกรณ์ รวมทั้งตำแหน่งอุปกรณ์ที่ล็อกอินอยู่

ฟีเจอร์นี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งมีวิธีการใช้งานง่ายๆ ดังต่อไปนี้

สำหรับการตรวจสอบเซสชั่นการล็อกอินทวิตเตอร์บนสมาร์ทโฟนนั้น

  1. ให้เปิดแอพทวิตเตอร์ แล้วไปที่หน้าโปรไฟล์
  2. จากนั้นกดเลือก “Settings and Privacy”
  3. ในหน้านี้ ให้ไปที่ “Account”
  4. จากนั้นให้กดเลือก “Apps and Sessions” เพื่อแสดงรายละเอียดของเซสชั่นการล็อกอินทั้งหมด
ส่วนการตรวจสอบเซสชั่นการล็อกอินผ่านคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปหรือแล็ปท็อปนั้นก็คล้ายๆ กัน คือ

1.ให้เปิดหน้าเว็บทวิตเตอร์ แล้วกดตรงไอคอนรูปของเราตรงมุมบนขวาซึ่งจะแสดงเมนูเกี่ยวกับการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ทั้งหมด
2.จากนั้นไปยัง “Settings and Privacy”
3. ในส่วนนี้ ให้เลื่อนลงมาจนเจอเมนูย่อย “Apps and Devices”

ไม่ว่าจะเป็นหน้า “App and Sessions” บนอุปกรณ์พกพาหรือคอมพิวเตอร์ก็ตาม คุณจะเห็นรายการอุปกรณ์ที่เข้าใช้บัญชีทวิตเตอร์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา พร้อมสถานที่ที่ล็อกอิน รวมไปถึงรายการแอพเธิร์ดปาร์ตี้ที่ได้เข้าถึงบัญชีผู้ใช้ของคุณด้วย

ซึ่งคุณสามารถคลิกที่อุปกรณ์แต่ละรายการเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นชื่ออุปกรณ์ที่ล็อกอิน, ชนิดเว็บบราวเซอร์, วันที่และเวลา, รวมถึงพิกัดสถานที่คร่าวๆ ที่ใช้ล็อกอิน เป็นต้น

ถ้าเจออุปกรณ์ที่น่าสงสัยกำลังล็อกอินอยู่ ก็สามารถกดให้อุปกรณ์นั้นเด้งออกไปได้เพียงแค่นิ้วคลิก โดยถือเป็นการปิดเซสชั่นทั้งหมดจากอุปกรณ์นั้น อย่างไรก็ตาม ยังแนะนำให้ผู้ใช้คอยเปลี่ยนรหัสผ่านโดยเฉพาะเมื่อพบเซสชั่นต้องสงสัย รวมไปถึงตั้งค่าการล็อกอินแบบสองขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ที่มา : Thehackernews

from:https://www.enterpriseitpro.net/twitter-account-hacked/

Alphabet ส่งบอลลูนปล่อยสัญญาณเน็ตครอบคลุมระยะ 1,000 กม.

อดีตโปรเจกต์ Google X ที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Loon ในฐานะบริษัทที่แยกตัวอิสระภายใต้ร่มเงาของเครือ Alphabetเช่นเดียวกัน ล่าสุดได้พัฒนาระบบเสาอากาศที่สามารถให้ความครอบคลุมสัญญาได้กว้างที่สุดกว่าที่เคยมีมาโดยใช้บอลลูนยิงสัญญาณจากด้านบน

บอลลูนแต่ละตัวนั้นอยู่สูง 20 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ทำให้แต่ละบอลลูนนั้นให้บริเวณครอบคลุมสัญญาณที่เชื่อมต่อได้กว้างถึง 80 กิโลเมตร ให้บริการผู้ใช้ได้ประมาณ 1,000 รายบนภาคพื้นผ่านการเชื่อมต่อแบบ LTE อย่างไรก็ตาม บอลลูนจำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อแกนหลักเบื้องหลักหรือ Backhaul จากแอคเซสพอยต์บนพื้นดินด้วย

และเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้น ทาง Loon ได้ประกาศว่า ตนเองได้ส่งบอลลูนดังกล่าวขึ้นไป 7 ตัว พร้อมส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายดังกล่าวจากการเชื่อมต่อที่พื้นดินเพียงแค่จุดเดียว ก็สามารถกระจายสัญญาณรวมได้ไกลมากถึง 1,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 621 ไมล์

นอกจากนี้ยังสามารถทำระยะการเชื่อมต่อเส้นตรงหรือลิงค์แบบ Point-to-Point ระหว่างบอลลูนสองตัว โดยสามารถส่งข้อมูลได้ไกลมากถึง 600 กิโลเมตรอีกด้วย การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างรัฐแคลิฟอร์เนียและเนวาดา โดย Loon ยกให้เป็นการทดสอบการยิงข้อมูล “ข้ามจากทะเลทรายไปภูเขา และภูเขามาทะเลทรายอีกทีหนึ่ง”

ที่มา : Zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/alphabets-loon-balloons-just-beamed-the-internet-across-1000km/

Veeam ออกจดหมายอธิบายเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลกับลูกค้า

หลังจากกรณีมีผู้พบฐานข้อมูลด้านการตลาดของ Veeam ที่มีข้อมูลของลูกค้าบางส่วนเปิดให้เข้าถึงได้แบบสาธาณะต่อเนื่องหลายวันก่อนถูกปิดไปนั้น ล่าสุดทางประธานและซีอีโอของ Veeam คุณ Peter Mckay ได้ส่งอีเมล์ชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าวให้ลูกค้าได้ทราบดังนี้

เบื้องต้น Veeam ย้ำจุดยืนในการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลลูกค้าทุกคน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องออกจดหมายอธิบายในครั้งนี้ จากกรณีที่ฐานข้อมูลด้านการตลาดส่วนหนึ่งของบริษัทอาจรั่วไหลนั้น Veeam ได้เข้าจัดการเรื่องดังกล่าวโดยถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด

สำหรับที่มาที่ไปของเหตุการณ์นี้ เนื่องจากบริษัทได้รับการแจ้งว่าหนึ่งในฐานข้อมูลสำหรับใช้ประโยชน์ด้านการตลาดของเราอาจถูกเข้าถึงจากเธิร์ดปาร์ตี้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วฐานข้อมูลนี้ไม่ได้จัดเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ที่ง่ายต่อการค้นพบนักสาเหตุเป็นเพราะความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ที่คอยตั้งค่าจัดการฐานข้อมูลดังกล่าว หลังจากได้รับทราบเหตุการณ์นี้แล้ว เราได้ตรวจสอบพร้อมล็อคความปลอดภัยของฐานข้อมูลนี้อย่างรวดเร็ว ร่วมกับการใช้มาตรการแก้ไขเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดกรณีคล้ายกันนี้ซ้ำอีกในอนาคต

ส่วนข้อมูลที่อาจถูกเปิดเผยนั้นได้แก่รายการบันทึกด้านการตลาดที่ไม่ได้ถูกจัดเป็นข้อมูลส่วนตัวที่มีความอ่อนไหวหรือสำคัญมากนัก อันได้แก่ ชื่อและที่อยู่อีเมล์ และในบางรายการจะมีข้อมูลที่อยู่ไอพีของอินสแตนซ์ที่ใช้บริการด้วย โดยมีความเสี่ยงว่าข้อมูลเหล่านี้อาจถูกเข้าถึงโดยบุคคลภายนอกในช่วงเวลาจำกัด

อย่างไรก็ดี ทาง Veeam ได้ยึดมั่นในการรักษาความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าอย่างเข้มงวด โดยบริษัทได้ย้ายฐานข้อมูลดังกล่าวไปยังตำแหน่งที่มีความปลอดภัยสูง และถูกจำกัดการเข้าถึงอย่างรวดเร็วทันทีที่เราเข้าตรวจสอบพบเหตุการณ์นี้ และทางบริษัทได้สืบสวนต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกในอนาคต เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในการเปิดเผยข้อเท็จจริงแก่ลูกค้าอย่างตรงไปตรงมานั้น ทางซีอีโอจึงได้ออกจดหมายเป็นการส่วนตัวเพื่อชี้แจงกระบวนการต่างๆ ที่บริษัทพยายามป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้อีก ทั้งนี้บริษัทขออภัยอย่างสุดซึ้งสำหรับความไม่สบายใจ หรือปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากเหตุการณ์เหล่านี้

ทางบริษัท Veeam เปิดให้ลูกค้าทุกคนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวสอบถามมายังอีเมล์ privacy@veeam.com ได้โดยตรง รวมทั้งเน้นย้ำให้ลูกค้าใช้หน้าแก้ไขบัญชีของ Veeam เพียงที่เดียวในการปรับแก้ไขข้อมูลติดต่อของตัวเอง โดย Veeam ไม่มีนโยบายอัพเดตหรือขอข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าทางอีเมล์

ที่มา : จดหมาย veeam ที่ส่งให้ลูกค้า

from:https://www.enterpriseitpro.net/veeam-send-customer-the-letter/