คลังเก็บหมวดหมู่: FLASHFLY

มารู้จักโรงเรียนประถมชื่อดังในประเทศไทย ที่นำ iPad Pro เข้ามาใช้ในการเรียนการสอน มานานกว่า 10 ปี

เป็นเวลากว่า 10 ปี นับจากวันแรกที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ได้ทดลองนำ iPad เข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่ได้มีโครงการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรครู รวมไปถึงการบูรณาการนำ iPad มาเป็นสื่อการเรียนการสอนหลักในกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่ายขึ้นและสนุกไปกับการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น

ครูคือหัวใจสำคัญอันดับแรก
อาจารย์พรรณงาม ใจรักษ์ศักดิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เผยถึงเป้าหมายของโครงการในการนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพของบุคลากรครูและนักเรียน รวมไปถึงพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพหลักสูตรการเรียนการสอน โดยเริ่มจากการสร้างครูให้เป็น iTeachers ที่ไม่เป็นเพียงแค่ผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความเชี่ยวชาญในการใช้อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยี แต่ยังสามารถเป็นผู้ออกแบบหลักสูตร พัฒนาสื่อการเรียนการสอน และนำเทคโนโลยีมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรแอพ อุปกรณ์ และวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหาวิชาและนักเรียนในแต่ละระดับชั้นได้

ในปัจจุบันโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม มีนักเรียนทั้งหมดประมาณ 1,500 คน และมีบุคลากรครูประมาณ 110 คน ในเบื้องต้นทางโรงเรียนได้จัดฝึกอบรมครูต้นแบบประมาณ 40 คน จากทุกกลุ่มสาระวิชาในทุกระดับชั้นเรียน เพื่อเรียนรู้ ฝึกฝน และฝึกออกแบบสื่อการสอนด้วย iPad และแอพพลิเคชั่นที่เป็นประโยชน์สำหรับการเรียนการสอนโดยมี iPad Air 2 และ iPad Pro จำนวน 40 เครื่องสำหรับให้ครูใช้ในการพัฒนาหลักสูตร และอีก 80 เครื่องสำหรับนักเรียนให้หมุนเวียนใช้ในคาบเรียน

ประสิทธิภาพการเรียนการสอนที่วัดผลได้
ครูต้นแบบทั้ง 40 คนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มย่อยเพื่อเข้าอบรมและฝึกฝนทักษะในช่วงเย็นหลังเสร็จสิ้นการสอนในแต่ละวัน โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่มีประสบการณ์และความเข้าใจด้านการเรียนการสอนมาช่วยดูแลและฝึกอบรมให้อย่างใกล้ชิด กลุ่มครูต้นแบบจะมีการแบ่งปันความรู้ เทคนิค และผลตอบรับจากนักเรียนต่อหลักสูตรของตนให้แก่กัน รวมไปถึงกระจายความรู้และประสบการณ์ที่ได้ให้กับครูคนอื่นๆ ในโรงเรียน ทำให้มีการพัฒนาศักยภาพของตัวผู้สอนและหลักสูตรการเรียนอยู่ตลอดเวลา

ในช่วงแรกของโครงการ ทางโรงเรียนได้มีการจัดห้องเรียนทดลอง 1 ห้องที่เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองของนักเรียนได้เข้ามาเยี่ยมชมการเรียนการสอนด้วย iPad เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยประเมินและพัฒนาหลักสูตร และผู้ปกครองยังสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละหลักสูตรวิชาได้ผ่านระบบ E-learning ใน iTunes U เมื่อได้รับอนุญาตจากอาจารย์ผู้สอนวิชานั้นๆ

นอกจากนี้ทางโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ยังได้จัดให้มีวัน Teacher Showcase เพื่อให้ครูต้นแบบแต่ละท่านได้นำเสนอหลักสูตรที่ตนเองคิดค้นในการบูรณาการการเรียนการสอนด้วย iPad มาเผยแพร่และแบ่งปันให้กับครู สมาคมผู้ปกครอง และตัวแทนจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม และในทุกๆ วันพุธ ทางโรงเรียนจะมีคลีนิกพิเศษเพื่อคอยตอบคำถามและให้ความช่วยเหลือครูในกรณีที่มีปัญหา ต้องการคำแนะนำหรือการสนับสนุนเพิ่มเติมด้านการใช้งาน iPad แอพพลิเคชั่น หรือเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีอื่นๆ

พัฒนาศักยภาพของนักเรียนอย่างครบวงจร
โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม มีเป้าหมายที่จะปลูกฝังและพัฒนานักเรียนให้เกิดทักกษะครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือระหว่างกัน โดยการนำ iPad มาประยุกต์ใช้ ช่วยให้การออกแบบหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะทั้ง 4 ด้าน ดังกล่าวเป็นไปได้ง่าย น่าสนใจ และก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น ซึ่งกลุ่มแอพพลิเคชั่นใน iPad ที่นำมาใช้จะครอบคลุมองค์ความรู้และเปิดโอกาสให้ทั้งครูและนักเรียนได้ใช้ทักษะในการทำพรีเซ้นท์เทชั่น การทำหนังสือ วิดีโอภาพยนตร์ การเขียนโปรแกรม และเนื้อหาอินเทอร์แรคทีฟต่างๆ ช่วยให้ครูและนักเรียนมีปฎิสัมพันธ์ ได้รับความรู้ ความสนุกสนาน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง และภาคภูมิใจกับผลงานของตนได้อย่างแท้จริง

ตัวอย่างแอพพลิเคชั่นที่ใช้

Keynote – สร้างพรีเซ้นท์เทชั่นแบบมืออาชีพด้วยขั้นตอนง่ายๆ พร้อมเครื่องมือและลูกเล่นในการนำเสนอทั้ง transitions การเพิ่มเติมรูปภาพ วิดีโอ ตาราง และอีกมากมาย
iMovie – สร้างวิดีโอภาพยนตร์จากไฟล์วิดีโอและรูปภาพเพื่อนำเสนอและถ่ายทอดเรื่องราวหรือความประทับใจต่างๆ
iTunes U – ให้ครูครูวางแผน ออกแบบ และจัดการหลักสูตรการเรียนการสอนได้ตามที่ต้องการ
Swift Playground – เรียนรู้วิธีการเขียนโค๊ดอย่างสนุกสนานผ่านโปรแกรมการสอนแบบอินเทอร์แอคทีฟ
Kahoot – วิถีใหม่แห่งการเรียนรู้ผ่านเกมส์และควิซที่น่าสนใจ
Book Creator – สร้างเนื้อหาในหนังสือ e-book ของตัวเองอย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ

ตัวอย่างหลักสูตรการเรียนการสอนด้วย iPad
ด้วยศักยภาพของ iPad ทำให้การเรียนการสอนมีรูปแบบที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นในวิชาภาษาไทย จากการอ่านวรรณคดีจากตัวหนังสือและภาพนิ่งในหนังสือ ก็สามารถอ่านแบบมีเสียงอ่านหรือมีภาพเคลื่อนไหวประกอบได้ หรือการฝึกอ่านทำนองเสนาะ นักเรียนก็สามารถฟังเสียงตัวอย่าง ฝึกซ้อม และอัดเสียงของตัวเองเพื่อฟังและพัฒนาการอ่านได้ดียิ่งขึ้นด้วยตัวเองผ่าน iPad หรือในวิชาวิทยาศาสตร์นักเรียนสามารถทำการทดลองแล้วอัดวิดีโอเป็นแบบ slow-motion เพื่อนำมาสังเกตผลการทดลองในห้องเรียนย้อนหลังแบบละเอียดได้ เป็นต้น

แอพพลิเคชั่นเฉพาะทางต่างๆ ใน iPad ก็ช่วยเพิ่มโอกาสและวิธีการสอนเรื่องที่อาจจะดูไม่น่าสนใจหรือมีความซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่ายและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น อาจารย์ณัฐชนา มณีพฤกษ์ อาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี แบ่งปันประสบการณ์การออกแบบหลักสูตรด้วย Keynote และ Kahoot ในการสอนนักเรียนถึงที่มาและวิธีการทำเครื่องดักฝัน (Dream Catcher) โดยเริ่มจากการให้ดูการ์ตูนแอนิเมชั่นถึงที่มาของเครื่องดักฝัน ต่อด้วยภาพการ์ตูนอธิบายวิธีการทำในแต่ละขั้นตอน ชุดคำถามเพื่อทบทวนเนื้อหากับนักเรียน และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้โชว์และแชร์ผลงานของตนในระบบออนไลน์ หรือการสอนวิชาการเขียนโค๊ดที่มีความซับซ้อนและอาจจะเข้าใจได้ยากสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา อาจารย์ณัฐชนา ได้นำแอพพลิเคชั่น Swift Playground มาใช้ควบคู่กับการสอนแบบดั้งเดิม โดยให้นักเรียนได้ดูวิดีโอการฝึกเขียนโค๊ด และให้ฝักสังเกตรูปแบบการเขียนโค๊ดต่างๆ เช่น การจะเขียนคำสั่งจำเป็นต้องมีวงเล็บเปิดก่อน ซึ่งการให้ดูวิธีการที่มีเนื้อหาสวยงามดึงดูดใจช่วยให้นักเรียนเห็นภาพและเข้าใจได้ง่ายขึ้น จากนั้นให้ลองฝึกเขียนโค๊ดใน iPad กระดาษเพื่อเป็นการฝึกและทบทวนก่อนจะฝึกปฏิบัติการเขียนโค๊ดจริงในแอพ Swift Playground ใน iPad และนำเสนอการเขียนคำสั่งให้เพื่อนในชั้นเรียนดู

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญในการดึงความสนใจ สร้างปฏิสัมพันธ์ และพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนมากขึ้น ผู้สอนเองก็สามารถประเมินการรับรู้ ข้อดีและสิ่งที่ควรปรับปรุงผ่านการปฏิสัมพันธ์กับนักเรียนในชั้นเรียนได้ดียิ่งขึ้น ทำให้สามารถกลับไปพัฒนาหลักสูตรและรูปแบบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันการบูรณาการหลักสูตรด้วยเทคโนโลยีและกิจกรรมที่หลากหลายแต่ครอบคลุมทุกการพัฒนาทักษะและกระบวนการเรียนรู้ในแต่ละวิชานี้ นอกจากจะทำให้ทั้งผู้เรียนและผู้สอนรู้สึกสนุก มีชีวิตชีวา และให้ความสนใจกับการเรียนการสอนอย่างเต็มที่แล้ว ยังเป็นการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และสร้างความสุขในชั้นเรียนให้กับครูและนักเรียนได้เป็นอย่างดี

สมดุลแห่งการเรียนการสอน : ความรู้คู่คุณธรรม
ผศ.ทินกร บัวพูล ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม เผยว่า ทางโรงเรียนมีวิสัยทัศน์และความกระตือรือร้นตลอดเวลาในการพัฒนาสื่งที่ดีที่สุดให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรครูของโรงเรียน การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ช่วยให้โรงเรียนสามารถบรรลุเป้าประสงค์ได้รวดเร็วและเกิดประสิทธิผลที่ดียิ่งขึ้น การที่ Apple ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในเครือข่ายในการช่วยพัฒนาหลักสูตร ให้ความรู้ความเข้าใจ ฝึกอบรม และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการพัฒนาการศึกษา เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันและเป็นการเติมไฟให้กับครูให้สามารถเรียนรู้และประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ รวมไปถึงเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งครูและนักเรียนได้ฝึกคิด ลองทำ และใช้ศักยภาพของตนเองควบคู่ไปกับเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ ครูและนักเรียนจะไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้และผู้รับสารเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะเป็นผู้ผลิตองค์ความรู้เพื่อแลกเปลี่ยนระหว่างกันและนำไปสู่การประยุกต์ใช้องค์ความรู้เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้จริง โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม เชื่อมั่นในการสร้างสมดุลระหว่างความ hi-tech และ hi-touch โดยการปลูกฝังความมุ่งมั่น นิสัยใฝ่รู้ ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และชาญฉลาด เพื่อให้สามารถขยายและกระจายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้อื่นในทุกระดับความสามารถ เพื่อการพัฒนาสังคมในองค์รวมอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต

from:http://www.flashfly.net/wp/209037

Advertisements

Xiaomi Mi LED Smart TV 4 ทีวี 4K HDR ขนาด 55 นิ้ว ขอบบางเท่าเหรียญ ราคาไม่ถึง 2 หมื่นบาท

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ททีวี Mi LED Smart TV 4 โดดเด่นที่ขอบอลูมิเนียมอัลลอย ดีไซน์บางที่สุดในโลก เพียง 4.9 มิลลิเมตร (ส่วนที่หนาที่สุด 48 มิลลิเมตร) ใช้จอแสดงผล 4K HDR (3840 x 2160 พิกเซล) ขนาด 55 นิ้ว มุมมองกว้าง 178 องศา อัตรารีเฟรช 60Hz น้ำหนัก 17.2 กิโลกรัม (ไม่รวมฐาน)

Mi LED Smart TV 4 มาพร้อมลำโพง 2 x 8W ระบบเสียง Dolby Audio / DTS-HD สนับสนุนการเชื่อมต่อ USB 3.0, USB 2.0, HDMI, AV, Ethernet, S/PDIF out, Bluetooth 4.0 และ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n ใช้ชิปประมวลผล Amlogic Cortex A53 1.8GHz Quad Core ความจำ RAM 2GB จับคู่กับ ROM 8GB และมาพร้อมรีโมท Bluetooth

Xiaomi มีแผนวางจำหน่าย Mi LED Smart TV 4 ในประเทศอินเดีย วันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ราคา 39,999 รูปี หรือราว 19,500 บาท สำหรับลูกค้าในประเทศอินเดีย จะได้รับชมคอนเท้นต์ฟรี!! มากกว่า 500,000 ชั่วโมง

ที่มา – Xiaomi

from:http://www.flashfly.net/wp/209028

WWDC 2018 อาจจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 8 มิถุนายนนี้ สถานที่เดิม McEnery Convention Center

Apple เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมนักพัฒนา Worldwide Developers Conference (WWDC) ขึ้นทุกปี ถึงแม้ในปีนี้ จะยังไม่ได้ประกาศกำหนดการออกมา แต่คาดว่าจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 4 – 8 มิถุนายน 2018 โดยใช้สถานที่เดียวกับปีที่แล้ว คือศูนย์การประชุม McEnery Convention Center ในเมืองซานโฮเซ

เว็บไซต์ MacRumors เชื่อว่างาน WWDC 2018 จะมีขึ้นที่ McEnery Convention Center ในระหว่างวันที่ 4 – 8 มิถุนายนนี้ เนื่องจากพบว่าสถานที่ดังกล่าว ถูกจองไว้ตลอดเดือนมิถุนายน จากผู้จัดงาน 4 ราย แต่คาดว่า Apple ได้จองสถานที่ในช่วงวันที่ 4 – 8 ส่วนช่วงวันที่ 11 – 14, 17 – 21 และ 26 – 28 ถูกจองไว้โดยผู้จัดงานรายอื่น

งาน WWDC ส่วนใหญ่จะจัดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของเดือน อย่างงาน WWDC 2017 ที่จัดขึ้นในปีที่แล้ว มีขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 9 มิถุนายน ดังนั้น ระหว่างวันที่ 4 – 8 มิถุนายนนี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการจัดงาน WWDC 2018 อย่างไรก็ตาม เราจะรอฟังประกาศที่ชัดเจนจาก Apple อีกครั้ง

คาดว่า ภายในงาน WWDC 2018 เราจะได้ทำความรู้จักกับซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ อย่าง iOS 12, macOS 10.14 รวมถึงเวอร์ชั่นใหม่ของ tvOS และ watchOS ตลอดจนฮาร์ดแวร์และบริการใหม่ๆ ที่ Apple เตรียมการเอาไว้ ถ้าโชคดี เราอาจจะได้เห็นการมาของ iPad Pro รุ่นใหม่ด้วย

งาน WWDC ไม่ได้เปิดประตูต้อนรับทุกคนทั่วโลก เพราะเป็นงานที่เหมาะสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ และ Apple จะมีการเรียกเก็บค่าเข้างานประมาณ 1,599 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 50,000 บาท ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานต้องลงทะเบียนจองล่วงหน้า เพราะที่นั่งมีจำนวนจำกัด

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/209023

Apple Store นำ Screen Protector สำหรับ iPhone X ของ Belkin กลับมาจำหน่ายอีกครั้ง

ระบบร้านค้าออนไลน์ของ Apple ได้นำ InvisiGlass Ultra Screen Protector สำหรับ iPhone X ของ Belkin กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง หลังจากผู้ผลิตได้ปรับปรุงคุณภาพสินค้าใหม่ ตามข้อร้องเรียนจากลูกค้าที่ซื้อไปแล้ว พบปัญหา Screen Protector เกิดรอยแตกได้ง่าย แม้จะใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันก็ตาม ส่งผลให้ Belkin ต้องประกาศเรียกคืน InvisiGlass Ultra Screen Protector เมื่อ 2 เดือนก่อน

Belkin InvisiGlass Ultra Screen Protector สำหรับ iPhone X ได้รับการผลิตใหม่ โดยมีความหนาเพิ่มขึ้นเป็น 0.29 มิลลิเมตร จากเดิมที่มีความหนา 0.21 มิลลิเมตร ดังนั้น ผู้ผลิตจึงคาดหวังว่า Screen Protector ล็อตใหม่ จะมีความแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิม

Belkin ได้ระงับการขาย InvisiGlass Ultra Screen Protector ในช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากมีลูกค้าหลายรายแจ้งว่า Screen Protector ไม่มีความทนทานตามที่ควรจะเป็น พร้อมคืนเงินให้กับลูกค้า ก่อนจะนำผลิตภัณฑ์ไปปรับปรุงใหม่ และกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง

ปัจจุบัน เจ้าของ iPhone X สามารถทำรายการสั่งซื้อ Belkin InvisiGlass Ultra Screen Protector ได้แล้วผ่านระบบออนไลน์ของ Apple ในราคา 39.95 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1,250 บาท

ที่มา – MacRumor

from:http://www.flashfly.net/wp/209019

Alcatel 5, 3V และ 1X พร้อมเปิดตัว วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนอวดโฉมในงาน MWC 2018

บัญชี Twitter ของ Alcatel USA เผยโฉมสมาร์ทโฟนพร้อมกัน 3 รุ่น คือ Alcatel 5, 3V และ 1X พร้อมประกาศเปิดตัวทางการในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนจะนำไปจัดแสดงที่งาน Mobile World Congress 2018 แต่ยังไม่ได้เปิดเผยสเปกออกมา อย่างไรก็ตาม เรามีข้อมูลเล็กน้อยสำหรับ Alcatel 5 กับ 3V

Alcatel 5 จะมากับจอแสดงผล 1440 x 720 พิกเซล ขนาด 5.7 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 18:9 ทำงานบน Android Oreo ใช้ชิปประมวลผล MediaTek MT6750 ความจำ RAM 3GB จับคู่กับ ROM 128GB กล้องดิจิตอล 12 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 3000mAh

Alcatel 3V จะมากับจอแสดงผล 2160 x 1080 พิกเซล ขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 18:9 ทำงานบน Android Oreo ความจำ RAM 2GB จับคู่กับ ROM 128GB กล้องคู่หลัง 12 + 2 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 3000mAh

ที่มา – Alcatel

from:http://www.flashfly.net/wp/209013

ชมภาพจริงของ Huawei P20 Lite จาก FCC ยืนยันดีไซน์หน้าจอมีรอยบาก มาพร้อมกล้องคู่หลัง

นี่เป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยรูปภาพสมาร์ทโฟน Huawei P20 Lite ที่อ้างว่าถ่ายมาจากเครื่องจริง โดยแหล่งข่าวระบุว่า มาจากหน่วยงาน FCC (Federal Communications Commission) หรือ คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐอเมริกา

รูปภาพ Huawei P20 Lite จากหน่วยงาน FCC เป็นการตอกย้ำว่า ได้รับการออกแบบมาเหมือนกับ ภาพหลุด และ ภาพเรนเดอร์ ที่เราเคยนำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งมีส่วนคล้ายกับ iPhone X โดยเฉพาะขอบจอแสดงผลที่มีรอยบาก กับระบบกล้องคู่หลังที่วางซ้อนกันเป็นแนวตั้ง

น่าเสียดายที่ยังไม่มีข้อมูลทางเทคนิคของ Huawei P20 Lite รั่วไหลออกมา แต่มีข่าวลือว่า จะทำงานบนพื้นฐาน Android 8.0 Oreo ใช้ชิปประมวลผล Kirin 970 ความจำ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 32GB รองรับการ์ด microSD พร้อมถาดใส่ซิมการ์ด 2 ซิม ความจุแบตเตอรี่ 3,000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และคาดว่าจะได้รับเปิดตัวที่งาน Mobile World Congress 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

ที่มา – Gizchina

from:http://www.flashfly.net/wp/209006

Apple ปล่อยวีดีโอสอนวิธีใช้ลำโพง HomePod ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแล้วรู้เลย HomePod ทำอะไรได้บ้าง

เนื่องจากลำโพง HomePod เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มใหม่ของบริษัทฯ ทำให้ Apple ต้องเร่งทำความเข้าใจให้กับผู้บริโภคอย่างเร็วที่สุด โดยก่อนหน้านี้ได้ปล่อยคลิปวีดีโอสอนการใช้งานออกมาพร้อมกัน 3 บทเรียน ตั้งแต่การปรับตั้งค่า, การควบคุม และการใช้งานร่วมกับ Siri ล่าสุดได้ปล่อยวีดีโอออกมาอีก ความยาวมากกว่า 3 นาที เพื่อแนะนำฟีเจอร์โดยรวม ให้ผู้ใช้งานได้รับประโยชน์สูงสุด

วีดีโอสอนวิธีใช้ลำโพง HomePod ที่ Apple ปล่อยออกมาล่าสุด เริ่มตั้งแต่แนะนำการสั่งงานผ่าน Siri เพื่อให้เล่นเพลงที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นชื่อศิลปิน, รายการเพลง, ประเภท จากบริการ Apple Music หรือขอให้ Siri ช่วยเปิดเพลงตามอารมณ์ของคุณได้เลย อย่างเช่น ขอให้เปิดเพลงที่เหมาะสำหรับงานปาร์ตี้ เป็นต้น

HomePod ยังใช้งานเป็น Speakerphone ได้ด้วย เมื่อเชื่อมต่อกับ iPhone และหลังจากสนทนาจบ ก็สามารถแตะแผงสัมผัสด้านบนของลำโพง เพื่อวางสายได้ทันที และเมื่อลำโพง HomePod เชื่อมต่อกับ iPhone ยังสามารถใช้ Siri ควบคุมฟีเจอร์ใน iPhone ได้ เช่น ขอให้ส่งข้อความไปหาคนที่ต้องการ หรือ ขอให้ Siri อ่านข้อความที่ได้รับมา เป็นต้น

นอกจากนี้ HomePod ยังสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับสภาพอากาศได้ รวมถึงควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน ที่เป็นระบบ Smart Home

ทั้งนี้ Gene Munster เคยทดสอบลำโพง HomePod ในด้านการทำงานเป็นผู้ช่วยดิจิตอล พบว่าทำคะแนนได้น้อยกว่าคู่แข่ง แต่ยืนยันว่า HomePod มีความเข้าใจคำถามของผู้ใช้งานมากที่สุด และเป็นลำโพงที่มีคุณภาพเสียงดีที่สุดในบรรดาลำโพงอัจฉริยะในตลาดตอนนี้

ที่มา – Apple

from:http://www.flashfly.net/wp/209002