คลังเก็บหมวดหมู่: FLASHFLY

OPPO ฉลองครบรอบ 10 ปี เปิดตัว OPPO Find X และ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด เจาะกลุ่มตลาดไฮเอนด์

“ออปโป้” ฉลองครบรอบ 10 ปี ตอกย้ำความสำเร็จในการรุกตลาดประเทศไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 10ปี อัดโปรโมชั่นฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัว OPPO Find X และ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับนวัตกรรมสุดล้ำ พร้อมวางกลยุทธ์เจาะกลุ่มตลาดไฮเอนด์ ขยายฐานลูกค้าอัพเปอร์คลาส
 

            ชานนท์ จิรายุกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายขาย บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด กล่าวในงานแถลงข่าว ครบรอบ 10 ปี ของออปโป้ (OPPO) ประเทศไทย ว่า บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด ได้เข้ามาทำการตลาดและจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนแบรนด์ ออปโป้ (OPPO) ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นแบรนด์แรก อาทิ หน้าจอแสดงผล 2K เป็นเจ้าแรก หรือนวัตกรรมชาร์จไวอย่าง VOOC Flash Charge เป็นต้น ทำให้อัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลอดระยะเวลา 10 ปี ส่งผลให้สมาร์ทโฟนออปโป้ครองตำแหน่งอันดับ 2 ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนสูงสุดในตลาดประเทศไทย และตำแหน่งอันดับ 4 ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนสูงสุดทั่วโลก ท่ามกลางการแข่งขันอย่างสูง (อ้างอิงข้อมูลจาก Canalys และ IDC)

นอกจากความสำเร็จในด้านการเติบโตทางธุรกิจแล้ว ออปโป้ยังเป็นผู้นำในฐานะแบรนด์รุ่นใหม่ที่ทันสมัยและโดดเด่นเรื่องแฟชั่น ด้วยการวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อผลิตสมาร์ทโฟนที่สามารถตอบสนอง         ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างมีศักยภาพ และใส่ใจในการออกแบบดีไซน์ที่สวยงาม จนสร้างปรากฏการณ์ให้ตลาดสมาร์ทโฟนคึกคักในทุกๆ ซีซั่นของการเปิดตัวออปโป้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ตัวอย่างเช่น OPPO F7 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2561เป็นรุ่นที่เน้นความโดดเด่นเรื่องเซลฟี่ ด้วยระบบ AI Beauty 2.0 ช่วยประมวลผลและปรับแต่งภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทำให้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดจำหน่าย OPPO F7 มียอดขายสูงกว่ารุ่นเดิม OPPO F5 ถึง 3 เท่า และยังกลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ขายดีอันดับ 1 ในทุกช่องทางหลังจากเพิ่งเปิดตัวไปได้เพียงแค่ 7 วันเท่านั้น นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่ขายดีที่สุดของออปโป้ ส่งผลให้ภาพรวมของ            ปี 60 ที่ผ่านมานั้น ออปโป้เติบโตด้วยยอดขายสมาร์ทโฟนเพิ่มจากปี 59 ถึง 95.1%

เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี ของ ออปโป้ (OPPO) ประเทศไทย จึงขอแนะนำ OPPO Find X          (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส  ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดใน Series Find (ซีรี่ส์ ไฟน์) โดย OPPO Find X (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์) โดดเด่นด้วยการออกแบบ Panoramic หน้าจอแสดงผลขอบโค้งมน และขอบริมจอบางเป็นพิเศษ พื้นที่หน้าจอ 93.8% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในตลาดขณะนี้ และมีนวัตกรรม Stealth 3D Cameras ที่ช่วยซ่อนกล้องทำให้บอดี้ของสมาร์ทโฟนสมบูรณ์แบบไร้รอยต่อ ส่วนกล้องหน้า AI มีความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ HDR 2.0ถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือแสงจ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเทคโนโลยีการตรวจจับใบหน้าแบบ 3D อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถใช้เทคโนโลยี 3D Structured Light Facial Recognition เพื่อปลดล็อกเครื่องด้วยใบหน้าของผู้ใช้งานอย่างปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงการใช้งาน 3D AI Beauty ที่ช่วยให้การปรับแต่งใบหน้าให้ดูดีเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น และยังสามารถใช้งาน 3D Omoji ที่สามารถแสดงอารมณ์ผ่านตัวการ์ตูนโดยจับใบหน้าของผู้ใช้งานแบบ real time เพื่อให้การแชทที่สนุกสนาน แถมยังสามารถสร้างโมเดลตัวผู้ใช้เองเป็นตัวการ์ตูนได้อีกด้วย ตัวเครื่องโดดเด่นด้วยการดีไซน์ พร้อมการไล่เฉดสีบนฝาหลัง 3D ทำให้ตัวเครื่องดูแวววาวล้ำค่าเหมือนอัญมณี โดยมี 2 สี ได้แก่ สี Bordeaux Redและ Glacier Blue และเซอร์ไพรส์สุดพิเศษกับการเปิดตัว OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์ ออโต้โมบิล ลัมโบร์กีนี อิดิชั่น) ที่เป็นรุ่นพิเศษ ซึ่งออปโป้ร่วมมือกับแบรนด์รถยนต์สัญชาติอิตาลี ลัมโบร์กีนี โดดเด่นด้วยงานดีไซน์สวยงามโดยได้รับแรงบันดาลใจจากแรงขับเคลื่อนอันรวดเร็ว ความหรูหรา และรูปลักษณ์ที่นำสมัยของรถยนต์ ลัมโบร์กีนี พร้อมนวัตกรรม SuperVOOC สามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ได้ภายในเวลาเพียงแค่ 35 นาทีเท่านั้น

สำหรับกลยุทธ์โดยรวมในปีนี้ ชานนท์ จิรายุกุล กล่าวว่า ออปโป้ตั้งเป้าที่จะขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 1 ในประเทศไทย โดยยังคงเน้นกลยุทธ์การรักษาภาพลักษณ์ในฐานะแบรนด์รุ่นใหม่และโดดเด่นเรื่องแฟชั่น รวมทั้งการมีผลิตภัณฑ์ที่ดีจากการวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง แต่จะเพิ่มการขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคไฮเอนด์มากขึ้น จากการศึกษาข้อมูลตลาดสมาร์ทโฟนไทยในปี 2560 พบว่า ตลาดในภาพรวมยอดจำหน่ายลดลงไปประมาณ 7% แต่สัดส่วนมูลค่าของตลาดกลับเพิ่มขึ้นประมาณ 4% สะท้อนว่าพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มหันมาซื้อสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ ซึ่งออปโป้จะเริ่มรุกตลาดไฮเอนด์โดยประเดิมด้วย OPPO Find X (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์) และ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์ ออโต้โมบิล ลัมโบร์กีนี อิดิชั่น)
ที่คาดว่าจะได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค

นอกจากนี้ยังเตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี

  • สมาร์ทโฟน OPPO รุ่น A83 2018 (16GB) ราคา 0 บาท เมื่อซื้อแพ็คเกจ โทรไม่อั้น                 เน็ตไม่อั้น กับ TrueMove H
  • สมาร์ทโฟน OPPO รุ่น  A83 2018 (32GB) เหลือ 5,990 บาท จากราคาปกติ 6,490 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO รุ่น A83 2018 (64GB) เหลือ 6,990 บาท จากราคาปกติ 7,490 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO F7 เหลือ 9,990 บาท จากราคาปกติ 10,990 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO F7 (128GB) เหลือ 13,990 บาท จากราคาปกติ 14,990 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO R15 Pro เหลือ 17,990 บาท จากราคาปกติ 19,990 บาท และลดเพิ่มอีก 7,000บาท เมื่อสมัครแพ็คเกจ TrueMove H

ร่วมสัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยจากสมาร์ทโฟนออปโป้ (OPPO) ได้ที่ออปโป้         แบรนด์ช็อปทุกสาขาทั่วประเทศเร็วๆ นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ Facebook : https://www.facebook.com/oppothaiและ Website: www.oppo.com/th หรือ โทร. 02-126-3700

from:http://www.flashfly.net/wp/223777

Advertisements

Google จับมือ CAT เปิดตัว Google Station บริการ Wi-Fi ความเร็วสูงในประเทศไทยทางการ ใช้ได้ที่ กรุงเทพฯ พิจิตร และเลย แล้ววันนี้

ภายในงาน Google for Thailand ที่จัดขึ้นในวันนี้ Google ได้ประกาศเปิดตัว Google Station แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ Wi-Fi ที่มีความเร็วสูงและคุณภาพที่เชื่อถือได้สำหรับผู้ให้บริการและสถานที่ต่างๆ ในไทย

Google Station ที่เปิดตัวในไทยครั้งนี้เป็นการร่วมมือระหว่าง Google กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด    (มหาชน) หรือ CAT เพื่อให้บริการ Wi-Fi คุณภาพสูงในพื้นที่ต่างๆ 10 แห่งทั้งในกรุงเทพฯ พิจิตร และเลย และจะขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ โดยมุ่งเน้นในสถานที่ที่มีอุปสรรคในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เช่น สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร หรือมีค่าใช้จ่ายสูง อาทิ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ตลาด ทั้งในชุมชนเมืองและพื้นที่ห่างไกล

นายเบน คิง Country Director Google ประเทศไทย กล่าวว่า “Wi-Fi ที่ให้บริการผ่าน Google Station มีความเร็วสูง ทำให้ผู้ใช้สามารถเช็คอีเมล ส่งข้อความถึงเพื่อนและครอบครัว รวมถึงสามารถอัปเดตแอปพลิเคชันต่างๆ และชมวิดีโอที่มีความละเอียดสูงได้อย่างไม่มีสะดุด ลองจินตนาการว่าจะดีแค่ไหนถ้าคุณเป็นนักศึกษาและสามารถชมวิดีโอเกี่ยวกับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยได้เลย หรือคนงานที่ต้องไปจับจ่ายซื้อของในตลาดสามารถช้อปปิ้งออนไลน์ได้ และนี่คือความมุ่งมั่นของ Google ที่ต้องการช่วยให้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ดีขึ้น”

Google Station ออกแบบมาให้สถานที่ต่างๆ รวมทั้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และผู้ติดตั้งระบบที่สามารถเข้าถึงโครงข่ายไฟเบอร์ติดตั้ง บำรุงรักษา และสร้างรายได้จากเครือข่าย Wi-Fi ได้ง่ายๆ ในปัจจุบันสถานที่หลายๆ แห่งที่มีบริการ Wi-Fi สาธารณะจะต้องใช้วิธีการเชื่อมต่อร่วมกัน ทำให้การเข้าใช้งานเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากการเข้าสู่ระบบแต่ละครั้งมีความยุ่งยากและการเชื่อมต่อช้า   ทำให้สถานที่หลายแห่งมีปัญหาในการบริหารเครือข่ายขนาดใหญ่ การให้บริการที่มีคุณภาพแก่ผู้ใช้ และการสร้างรายได้จากเครือข่าย เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ Google Station ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ให้บริการแพลตฟอร์มที่ช่วยลดต้นทุนในการติดตั้งและดำเนินงาน พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ Google ยังร่วมมือกับบริษัทโฆษณาอย่างยูนิลีเวอร์ เพื่อให้บริการฟรี Wi-Fi แก่สาธารณชน

Google Station เริ่มต้นจากการขยายโครงการ Railwire Wi-Fi (www.railwire.co.in) ในอินเดีย โดย Google  ร่วมมือกับ RailTel ผู้ให้บริการบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตท้องถิ่นของอินเดีย และการรถไฟอินเดีย  เพื่อร่วมกันให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงฟรีตามสถานีรถไฟในอินเดีย ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมกว่า 400 สถานี และมีผู้ใช้บริการหลายล้านคนในแต่ละเดือน สำหรับประเทศไทย Google จะให้บริการ Google Station ในพื้นที่ชนบทเพื่อให้เข้าถึงผู้คนที่อยู่ในพื้นที่มีการสัญจรทางเท้าอย่างหนาแน่น ทั้งนี้ ไทยเป็นประเทศที่สองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศที่สี่ในโลกที่ Google ให้บริการ Google Station ต่อจากอินเดีย อินโดนีเซีย และเม็กซิโก

from:http://www.flashfly.net/wp/223771

Sony Xperia XZ3 ถูกแชร์สเปก และราคาออกมาแล้ว จากร้านค้าในอังกฤษ

ร้านค้าออนไลน์ MobileFun ในสหราชอาณาจักร เปิดรับจองสมาร์ทโฟน Sony Xperia XZ3 โดยแขวนป้ายราคาไว้ที่ 995 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 33,200 บาท อย่างไรก็ตาม Sony ยังไม่เคยออกมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรือธงรุ่นใหม่แต่อย่างใด แต่มีข่าวลือว่า Xperia XZ3 จะได้รับการเปิดตัวในปลายเดือนสิงหาคมนี้ ที่งาน IFA 2018

นอกจากเปิดเผยค่าตัวแล้ว MobileFun ยังได้เปิดเผยสเปก Sony Xperia XZ3 ออกมาด้วย โดยระบุว่ามากับจอแสดงผล 1080 x 2160 พิกเซล ขนาด 5.7 นิ้ว ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 ความจำ RAM 6GB จับคู่กับ ROM 64GB กล้องคู่หลัง 19 + 12 ล้านพิกเซล กล้องเซลฟี่ 13 ล้านพิกเซล ความจุแบตเตอรี่ 3240mAh

สำหรับรูปภาพสมาร์ทโฟนที่ MobileFun นำมาแสดงให้ดู คาดว่าเป็นการนำรุ่น Xperia XZ2 Premium มารีทัช

ที่มา – MobileFun

from:http://www.flashfly.net/wp/223763

ภาพหลุด Honor Note 10 วางเทียบกับไฮบริดคอนโซล Nintendo Switch คาดเปิดตัวสัปดาห์หน้า

สมาร์ทโฟนกึ่งแท็บเล็ต Honor Note 10 ถูกแชร์ภาพหลุดออกมาอีกแล้ว คราวนี้ถูกนำไปวางเทียบกับไฮบริดคอนโซล Nintendo Switch ซึ่งมีขนาดบอดี้ 238.7 x 101.6 x 14 มิลลิเมตร จอแสดงผล 6.2 นิ้ว และชัดเจนว่า Honor Note 10 มีขนาดบอดี้ที่ใกล้เคียงกัน แต่บางกว่ามาก รวมถึงจอแสดงผลก็ใหญ่กว่า เพราะมีขอบจอบางเฉียบนั่นเอง

คาดว่า Honor Note 10 จะเปิดตัวทางการในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ มากับจอแสดงผล 6.9 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 18:9 ทำงานบน Android 8.1 Oreo สวมทับด้วย EMUI 8.0 ใช้ชิปประมวลผล Kirin 970 ความจำ RAM 6GB ความจุแบตเตอรี่ 6000mAh นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า จะมีรุ่นพิเศษ Honor Note 10 Rolls Royce Edition เปิดตัวพร้อมกันด้วย

ที่มา – Techtastic

from:http://www.flashfly.net/wp/223757

Nokia X5 เปิดตัวแล้ว!! มาพร้อมกล้องคู่หลัง จอแสดงผล HD+ 5.9 นิ้ว มีรอยบาก ราคาเริ่มต้นราว 5,000 บาท

HMD Global เปิดตัวสมาร์ทโฟน Nokia X5 อย่างทางการแล้ว นับเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่ 2 ของค่าย ที่ใช้จอแสดงผลแบบมีรอยบาก (ถัดจากรุ่น X6) โดยมีความละเอียด 1520 x 720 พิกเซล ขนาด 5.86 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 19:9 ครอบทับด้วยกระจก 2.5D ประมวลผลด้วยชิป MediaTek P60 2.0GHz Octa Core ทำงานบน Android 8.1 Oreo พร้อมอัพเดทเป็น Android P ในอนาคต

Nokia X5 ได้รับกล้องคู่หลัง 13 + 5 ล้านพิกเซล เลนส์หลักให้ค่า F2.0 รองรับระบบโฟกัส PDAF ขนาดพิกเซล 1.12 ไมครอน รองรับโหมด Pro สำหรับปรับค่ากล้องอย่างละเอียด ส่วนกล้องเซลฟี่ 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2 มุมกว้าง 80.4 องศา รองรับฟีเจอร์ Face Unlock ปลดล็อคสมาร์ทโฟนด้วยการสแกนใบหน้า และโหมดถ่ายภาพ Bothie ใช้งานกล้องหลังกับกล้องหน้าพร้อมกัน

Nokia X5 รองรับการเชื่อมต่อ LTE Cat. 4, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.2, ระบบนำทาง GPS/AGPS/GLONASS/BDS/Galileo, USB Type-C ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. วิทยุ FM ความจุแบตเตอรี่ 3060mAh

Nokia X5 จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2018 เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้น 999 หยวน หรือ ราว 5,000 บาท สำหรับรุ่น RAM 3GB + ROM 32GB และอีกตัวเลือกมีราคา 1,399 หรือ ราว 7,000 บาท สำหรับรุ่น RAM 4GB + ROM 64GB

ที่มา – Nokia

from:http://www.flashfly.net/wp/223749

เผยรายละเอียดโปรเซสเซอร์ Amber Lake ที่จะมากับ MacBook 2018

Apple ถูกอ้างว่าจะอัพเกรด MacBook รุ่น 12 นิ้ว ในปลายปีนี้ และคาดว่าจะมากับโปรเซสเซอร์ Amber Lake Y-Series ในครอบครัว Intel Core เจนเนอเรชั่น 8 ประกอบด้วย 1.1GHz Core m3-8100Y, 1.3GHz Core i5-8200Y และ 1.5GHz Core i7-8500Y

Core m3-8100Y

  • 1.1 GHz – Base clock
  • 2.7 GHz – 2-core Turbo
  • 3.4 GHz – 1-core Turbo

Core i5-8200Y

  • 1.3 GHz – Base clock
  • 3.2 GHz – 2-core Turbo
  • 3.9 GHz – 1-core Turbo

Core i7-8500Y

  • 1.5 GHz – Base clock
  • 3.6 GHz – 2-core Turbo
  • 4.2 GHz – 1-core Turbo

โปรเซสเซอร์ทั้งหมดนี้ จะมาพร้อมกราฟิก Intel UHD 620 และคาดว่า Apple จะเปิดตัว MacBook 12 นิ้ว รุ่นใหม่ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และบางทีอาจได้รับแผงคีย์บอร์ดที่ใช้กลไกแบบปีกผีเสื้อรุ่นที่ 3 เหมือนกับที่ใช้มาแล้วใน MacBook Pro รุ่นใหม่ ซึ่งทำงานได้เงียบขึ้นกว่าเดิม และยังมีแผ่นยางป้องกันเศษฝุ่นเข้าไปสร้างปัญหาอีกด้วย

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/223745

วิธีเปิดใช้งานฟีเจอร์ห้ามรบกวน หรือ Do Not Disturb ในโหมด Bedtime สำหรับ iOS 12

Apple พยายามช่วยให้เจ้าของ iPhone หลับสนิทเต็มอิ่มตลอดคืน ด้วยการปรับปรุงฟีเจอร์ห้ามรบกวน หรือ Do Not Disturb ในโหมด Bedtime ซึ่งมาพร้อมกับ iOS 12 ป้องกันการแจ้งเตือนในช่วงเวลากลางคืน และสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้…

เปืดใช้งานโหมด Bedtime

  • เข้าไปที่แอพ Settings
  • เลื่อนลงไปที่ฟีเจอร์ห้ามรบกวน หรือ Do Not Disturb แล้วเปิดเข้าไป
  • เมื่อเข้ามาในส่วน Do Not Disturb ให้เปิดฟีเจอร์ Scheduled (สลับปุ่มให้เป็นสีเขียว)
  • กำหนดช่วงเวลาที่ต้องการเปิดใช้งาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกช่วงเวลาเข้านอน จนกระทั่งตื่นนอน
  • สุดท้ายเปิดฟีเจอร์ Bedtime ให้ทำงาน (สลับปุ่มให้เป็นสีเขียว)

เมื่อโหมด Bedtime ถูกใช้งาน จอแสดงผลจะมืดลง และจะแสดงข้อความว่ากำลังเปิดใช้งานฟีเจอร์ Do Not Disturb ในโหมด Bedtime ซึ่งในโหมดนี้จะปิดเสียงแจ้งเตือนจากสายเรียกเข้า รวมทั้งข้อความ แต่การแจ้งเตือนทั้งหมด ยังสามารถเปิดดูได้ที่ Notification Center เพียงแต่จะไม่แสดงผลบนหน้าจอ Lock Screen

ความแตกต่างระหว่างโหมด Bedtime กับ Do Not Disturb

ฟีเจอร์ห้ามรบกวน หรือ Do Not Disturb จะปิดเสียงแจ้งเตือนเช่นเดียวกัน แต่จะมองเห็นการแจ้งเตือนต่างๆ บนหน้าจอ Lock Screen

เปิดการแจ้งเตือนจากสายเรียกเข้าเฉพาะบุคคลที่ต้องการ

หากคุณต้องการรับการแจ้งเตือนจากบุคคลสำคัญ หรือสมาชิกในครอบครัว ในระหว่างใช้งานโหมด Bedtime และ Do Not Disturb สามารถตั้งค่าได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้…

  • เข้าไปที่แอพ Settings
  • แตะที่ฟีเจอร์ห้ามรบกวน หรือ Do Not Disturb
  • เลื่อนลงไปยังส่วนของ Phone แล้วแตะที่ Allow Calls From
  • จากนั้นเลือกกลุ่มรายชื่อที่ต้องการรับการแจ้งเตือน ซึ่งแต่ละกลุ่มสามารถตั้งค่าได้จากแอพ Contacts

นอกจากนี้ ควรเปิดฟีเจอร์ Repeated Calls ให้ทำงานด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ iPhone ปิดกั้นจากการโทรเข้ามาหลายครั้ง

อรุณสวัสดิ์

เมื่อช่วงเวลาที่กำหนดไว้ในโหมด Bedtime สิ้นสุดลง เจ้าของ iPhone จะมองเห็นข้อความ Good morning! บนจอแสดงผล และสามารถแตะเพื่อเปิดดูจากแจ้งเตือนทั้งหมดที่ได้รับ ในระหว่างที่คุณนอนหลับพักผ่อน

วิธีปิดโหมด Bedtime

  • เข้าไปที่แอพ Settings
  • แตะที่ฟีเจอร์ห้ามรบกวน หรือ Do Not Disturb
  • ปิดฟีเจอร์ Scheduled แต่ถ้าต้องการใช้งานเฉพาะฟีเจอร์ห้ามรบกวน ให้ปิดเฉพาะโหมด Bedtime

ทั้งนี้ เจ้าของ iPhone สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ห้ามรบกวน หรือ Do Not Disturb ได้อย่างรวดเร็ว ที่หน้าจอ Control Center โดยใช้ 3D Touch หรือ แตะค้างไว้ที่ไอคอนรูปดวงจันทร์เสี้ยว

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/223737