คลังเก็บหมวดหมู่: NOTEBOOKSPEC

[Storage] Silicon Power นำเสนอ Bolt B80 กับ External SSD เล็ก หรู แรง แถมกันน้ำกันฝุ่นกันกระแทก เบาแค่ 53 กรัม

เดี๋ยวนี้การพกพาข้อมูลขนาดใหญ่ไปไหนมาถือว่าเป็นเรื่องง่าย จากการที่มี External Harddisk ที่สำคัญราคาในปัจจุบันยังมีราคาไม่แพงอีกด้วย แต่ก็ยังติดในเรื่องของความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลที่ยังช้าไม่ทันใจ ทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะจ่ายแพงกว่า โดยไปใช้ External SSD แทน ซึ่งก็มีทั้งแบบ 2.5″ แล้วใส่กล่องปกติ หรือจะใช้แบบตามแบรนด์ Storage ที่จัดทำขึ้นมาก็สำเร็จรูปก็สามารถเลือกได้

ล่าสุดหนึ่งในผู้ผลิต SSD รายใหญ่อย่าง Silicon Power  ได้นำเสนอ Bolt B80 ซึ่งเป็น External SSD ที่มาพร้อมขนาคตัวที่เล็กแค่ฝ่ามือ ดีไซน์หรูหรามีราคา ประสิทธิภาพสูง แถมยังกันน้ำกันฝุ่น โดยเบาแค่ 53 กรัมเท่านั้น เรียกได้เหมาะกับทุกรูปแบบการพกพาไปใช้งานจริงๆ มีความจุให้เลือกที่ 120GB/240GB และ 480GB ตามแต่ลักษณะความต้องการ

 Silicon Power Bolt B80 มีดีไซน์การออกแบบโดยรวมเป็นทรงกลมแบนเหมือนจานบิน ขนาดเล็กมีมิติที่ 75.0 x 75.0 x 11.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่ามีขนาดค่อนข้างบางและกระทัดรัดมากๆ น้ำหนักเบาสุดๆ ที่ 53 กรัมเท่านั้น วัสดุโครงสร้างภายนอกเป็นอะลูมิเนียมที่ทั้งสวยงามและแข็งแรง ผ่านมาตรฐานกันกระแทกกัดฝุ่นและน้ำในระดับ IP68  พร้อมมีไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน ที่สำคัญยังได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมประจำปี Taiwan Excellence Award 2018 และ COMPUTEX d&i awards 2017 ที่ผ่านมาอีกด้วย

ส่วนการใช้งานของ Silicon Power Bolt B80 ต้องเชื่อมต่อผ่านทาง USB 3.1 Gen 2 Type-C โดยมีประสิทธิภาพการทำงานระดับ SATA 3 ที่ความเร็วในการอ่าน 500MB/s และเขียนที่ 450MB/s ซึ่งก็ถือว่าเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ปกติ 4 – 5 เท่าตัว รองรับการใช้งานในทุกระบบปฏิบัติการทั้ง Windows และ macOS อีกทั้งสามารถดาว์นโหลดซอฟต์แวร์ Ultility ความปลอดภัยเพิ่มเติมได้

สำหรับราคายังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แค่คาดว่า Silicon Power จะสามารถทำราคามาได้อย่างคุ้มค่าแน่นอน เพื่อนๆ คนไหนมองหา External SSD ก็ลองดู Silicon Power Bolt B80 เป็นตัวเลือกได้ (เมื่อขายในไทยอ่ะนะ)

ที่มา : notebookcheck

 

from:https://notebookspec.com/silicon-power-releases-the-bolt-b80-circular-external-ssd/420854/

Advertisements

[AMD] หลุดโน้ตบุ๊ค HP Envy x360 ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen Mobile พร้อมการ์ดจอ Vega M ราคาคาดสองหมื่นบาท

ที่เว็บไซต์ HP ได้เผยตัวรุ่น HP Envy x360 รหัส 15-bq101na ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊คตัวแรกที่มีใช้ CPU เป็น AMD Ryzen 5 2500U สังเกตว่าเป็นตัวเลขรหัส CPU เป็นขึ้นต้นด้วยเลข 2 และรหัสลงท้ายด้วย U คาดว่าจะเป็นรุ่นประหยัดพลังงาน และนอกจากนี้ยัง ยังมาพร้อมกับ Zen APU หรือ Vega Mobile ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการ์ดจอแยกระดับกลางเลยทีเดียว ซึ่งส่งมาเพื่อจัดการกับตัว Intel Gen 8 นั่นเอง

โดยสเปคเบื้องต้นของตัว HP Envy x360 เครื่องนี้ใช้ CPU เป็น AMD Ryzen 5 2500U ความเร็วเริ่มต้น 2 GHz เทอร์โบบูสสูงสุด 3.2 GHz แบบ 4 คอร์ด ใส่ Ram มา 8 GB DDR4 Bus 2400 RAM ความจุฮาร์ดดิสเป็น SSD NVMe M.2 ขนาด 256 GB และหน้าจอสัมผัส 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS จัดเต็ม

อย่างไรก็ตามสำหรับตัว HP Envy x360 15-bq101na ถือว่าเป็นโมเดลใหม่ ที่ไม่เคยมีวางจำหน่ายในไทยมาก่อน (แต่คาดว่าเข้าแน่) คราวนี้ก็คงต้องมารอลุ้นกันละครับว่าประสิทธิภาพของตัวชิปประมวลผล AMD Ryzen ตัวที่จะดีแค่ไหน จะสามารถทำให้โน้ตบุ๊คบางๆ เล่นเกมได้รึเปล่าคงต้องติดตามกันต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเข้าไทยเร็วๆ นี้แน่นอน ส่วนราคาสำหรับ HP Envy x360 15-bq101na คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณสองถึงสามหมื่นบาทขึ้นไปครับ

ที่มา : videocardz notebookcheck

 

from:https://notebookspec.com/hp-envy-x360-amd-ryzen/420836/

[AMD] หลุดโน้ตบุ๊ค HP Envy x360 ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen Mobile พร้อมการ์ดจอ Vega M ราคาคาดสองหมื่นบาท

ที่เว็บไซต์ HP ได้เผยตัวรุ่น HP Envy x360 รหัส 15-bq101na ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊คตัวแรกที่มีใช้ CPU เป็น AMD Ryzen 5 2500U สังเกตว่าเป็นตัวเลขรหัส CPU เป็นขึ้นต้นด้วยเลข 2 และรหัสลงท้ายด้วย U คาดว่าจะเป็นรุ่นประหยัดพลังงาน และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ Zen APU หรือ Vega Mobile ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการ์ดจอแยกระดับกลางเลยทีเดียว ซึ่งส่งมาเพื่อจัดการกับตัว Intel Gen 8 นั่นเอง

โดยสเปคเบื้องต้นของตัว HP Envy x360 เครื่องนี้ใช้ CPU เป็น AMD Ryzen 5 2500U ความเร็วเริ่มต้น 2 GHz เทอร์โบบูสสูงสุด 3.2 GHz แบบ 4 คอร์ด ใส่ Ram มา 8 GB DDR4 Bus 2400 RAM ความจุฮาร์ดดิสเป็น SSD NVMe M.2 ขนาด 256 GB และหน้าจอสัมผัส 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS จัดเต็ม

อย่างไรก็ตามสำหรับตัว HP Envy x360 15-bq101na ถือว่าเป็นโมเดลใหม่ ที่ไม่เคยมีวางจำหน่ายในไทยมาก่อน (แต่คาดว่าเข้าแน่) คราวนี้ก็คงต้องมารอลุ้นกันละครับว่าประสิทธิภาพของตัวชิปประมวลผล AMD Ryzen ตัวที่จะดีแค่ไหน จะสามารถทำให้โน้ตบุ๊คบางๆ เล่นเกมได้รึเปล่าคงต้องติดตามกันต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเข้าไทยเร็วๆ นี้แน่นอน ส่วนราคาสำหรับ HP Envy x360 15-bq101na คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณสองถึงสามหมื่นบาทขึ้นไปครับ

ที่มา : videocardz notebookcheck

 

from:https://notebookspec.com/low-power-amd-ryzen-5-2500u-cpu-may-be-coming-soon-to-the-hp-envy-x360-series/420836/

[Dell] เตรียมนำเสนอ XPS 13 ที่เป็น Ultrabook ตัวหรูรุ่นใหม่ล่าสุด สวยล้ำกว่าเดิม ในงาน CES 2018 ที่จะถึงนี้

Dell XPS 13 ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ตัวหรูระดับไฮเอนด์ ที่มีการเปิดตัวมาหลายปีก่อนกับโมเดลที่ต้องบอกว่าได้ทั้งความบางเบาหรูหรา ในขนาดหน้าจอ 13.3″ ในเครื่องที่เล็กเทียบเท่ากับโน้ตบุ๊ตขนาดหน้าจอ 12.5″ เท่านั้น ด้วยฟีเจอร์ Infinity Edge display ขอบหน้าจอบางเฉียบ เรียกได้ว่าหลังจากที่ Dell XPS 13 ได้เปิดตัวครั้งแรกกับโมเดลนี้ ทำให้โน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ หลายรุ่นจะมาพร้อมขอบหน้าจอบางเฉียบมากมาย

ซึ่งจะว่าไปก็ไม่มีรุ่นใหม่ของ Dell XPS 13 (ถ้าไม่นับ Dell XPS 13 2-in-1) ออกมาเสียที จนกระทั่งมีสื่อเมืองนอกไปพบกับ Dell XPS 13 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีการปรับปรุงดีไซน์ใหม่หลายอย่างแต่ก็ยังคงความเป็นคาร์บอนไฟเบอร์อยู่ ที่สำคัญคือมีสีสันใหม่อย่าง Alpine White และ Rose Gold รวมไปถึงมาพร้อมกับพอร์ต USB-C แล้ว โดยให้มาถึง 3 พอร์ตทีเดียว (แต่ตัด USB-A ไปหมดเลย)

นอกจากนี้เท่าที่มีข้อมูลคือ Dell XPS 13 จะมาพร้อมระบบเข้าใช้งาน Windows Hello ผ่านทางกล้อง IR และสแกนลายน้ำมือผ่านทางปุ่ม Power โดยในชุดบันเดิลมาพร้อมอแดปเตอร์ตัวแปลง USB-C to USB-A และอแดปเตอร์ที่มีหัวเชื่อมต่อเป็น USB-C สีขาวดูแล้วสะอาดตา เอาเป็นว่าใครสนใจก็ต้องรอติดตามกันต้นปีหน้าที่งาน CES 2018 กันอีกที กับงานเปิดตัวอย่างเป้นทางการของ Dell XPS 13 รุ่นใหม่

ที่มา : techradar

from:https://notebookspec.com/the-next-dell-xps-13-gets-teased-way-ahead-of-ces-2018/420718/

[Microsoft] Surface Book 2 มีความบางเบาที่สุด และแรงด้วย i7 Gen 8 + GTX 1060 เหนือกว่า MacBook Pro

อาจไม่ใช่เรื่องแปลกท่าไหร่แล้วกับการที่ทาง Microsoft นำเสนอผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ อย่างล่าสุดจะเป็นในส่วนของ Surface Book 2 ที่เป็นโน้ตบุ๊คที่ถอดหน้าจอใช้งานได้หลากหลายโหมด รองรับการทัชสกรีนและปากการวมไปถึงอุปกรณ์เสริมของ Microsoft มาพร้อมขนาดหน้าจอใหม่ที่ 15.6″ มาพร้อมความละเอียด 3240 x 2160 พิกเซล จากการที่รุ่นก่อนหน้าจะมีเพียงขนาดหน้าจอ 13.5″ ที่ 3000 x 2000 พิกเซล เท่านั้น แน่นอนว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่ซ้ำใครที่ 3:2 สำหรับดีไซน์การออกแบบยังคงในรูปแปบบเดิม วัสดุใช้เป็นแมกนีเซียมอัลลอยด์ โดยมีสีเงินให้เลือกเพียงสีเดียวเท่านั้น

Microsoft Surface Book 2 หน้าจอ 15.6″ ได้ติดตั้งสเปกภายในชิปประมวลผล Core i7 Gen 8 รหัส U (ไม่แน่ใจว่ารหัส HQ จะมีตามมาหรือเปล่า) ส่วนหน้าจอ 13.5″ จะเป็น Core i5 Gen 8 เรียกได้ว่าแรงจัดประหยัดจริง ที่สำคัญยังมาพร้อมการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1050 และ NVIDIA GeForce GTX 1060 โดย Microsoft ได้เคลมว่ามีประสิทธิภาพดีกว่า MacBook Pro รุ่นล่าสุดถึง 2 เท่า !!!

ซึ่งแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 17 ชั่วโมงด้วยกัน ส่วนสเปกอื่นๆ ก็จะมีแรมขนาด 8GB/16GB และ SSD NVMe ความจุ 256GB/512GB/1TB ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมีให้ USB 3.0 x2, USB-C x1, SDXC card reader, ช่องเสียบหูฟัง และพอร์ต Surface Connect, กล้องหน้า 5MP รองรับ Windows Hello กล้องหลัง 8MP

นอกเหนือจากนั้น Microsoft ยังได้เคลมเพิ่มเติมอีกว่า Surface Book 2 จัดว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีสเปกเป็นชิปประมวลผล Core i7 Gen 8 ที่บางและเบาที่สุดในตลาด โดยรุ่น 15.6″ มีน้ำหนัด 1.9 กิโลกรัม และรุ่น 13.5″ มีน้ำหนักที่ 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ส่งผลให้รองรับการทำงานทุกอย่าง ตั้งแต่ใช้งานทั่วไป ใช้งานหนักๆ ประมวลผล 3 มิติ รวมไปถึงการเล่นเกมในปัจจุบันและ VR อีกด้วย

สนนราคาของ Surface Book 2 รุ่นหน้าจอ 15.6″ เริ่มต้นที่ $2,499 หรือประมาณ 87,500 บาท และ รุ่นหน้าจอ 13.5″ เริ่มต้นที่ $1,499 หรือประมาณ 52,500 บาท เรียกได้ว่าราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าเทียบกับความเป็น Microsoft ก็น่าซื้ออยู่ไม่น้อยทีเดียว (ถ้ามีขายในไทยนะ) ส่วนเมืองนอกเค้าพร้อมขายกัน 16 พฤศจิกายนนี้ ใครใคร่หิ้วก็จัดกันไป

ที่มา : Microsoft

from:https://notebookspec.com/introducing-surface-book-2-the-most-powerful-surface-book-ever/420829/

[eSports] ฝันที่เป็นจริง !!! กกท. (การกีฬาแห่งประเทศไทย) รับรองให้ eSports เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการ!!!!

หลังจากที่ก่อนหน้านี้นั้นเราอาจจะเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการที่ทาง กกท. หรือ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ออกมาบรรจุกีฬา eSports เป็นหนึ่งในกีฬาการแข่งขั้น หลังจากนั้นเราก็เฝ้ารอวันเวลาที่ทาง กกท. จะประกาศเรื่องนี้นกันอย่างจริงๆ จังๆ และเป็นทางการสักที จนวันที่รอคอยก็ได้มาถึง

โดยเหตุผลที่กีฬา eSports นั้นยังไม่ได้ถูกรับรองให้เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการนั้น ก็เพราะว่ายังติดเงื่อนไขอยู่อีก 2 ข้อ นั้นก็คือ

  • ทำจดหมายเพื่อให้ทางผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายสกล วรรณพงษ์ ลงชื่อเพื่อยื่นเสนอกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • ต้องได้รับการลงนามจาก นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่ออนุมัติให้อีสปอร์ตคือกีฬา

โดยในล่าสุด วันที่ 17 ตุลาคม 2560 ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับเอกสารการเซ็นอนุมัติรับรองให้อีสปอร์ตเป็นชนิดกีฬาที่สามารถจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาได้ ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยหมายความว่าในตอนนี้นั้น eSports นั้นถือว่าเป็นกีฬาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (แต่การเล่นเกมเฉยๆ ยังไม่นับ นะจ๊ะ) โดยสำหรับใครที่ยังไม่รู้จักคำว่า eSports ละก็เราจะพาไปรู้จักกันครับผม

eSports หรือ E-Sports นั้นย่อมาจากคำว่า Electronic Sports นั้นเองโดยการแข่งขัน eSports นั้นถูกรู้จักกันภายใต้การแข่งขันเกม โดย eSports นั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นมาแต่อย่างใด ถ้าให้พูดถึง eSports นั้นก็เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้วตั้งแต่เกมตัวต่ออย่าง Tertis กันเลยทีเดียว โดยเริ่มจากการแข่งขันตามร้านเกมเล็กๆ จนมาเริ่มเป็นที่รู้จักกันในสมัย การแข่งขัน เกมอย่าง Street Fighter และ Counter Strike โดยวงการก็เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ จนในตอนนี้มีเงินหมุนอยู่ในวงการ eSports ไม่ต่ำกว่า 5,700 ล้านบาท

อ้างอิง TESA

from:https://notebookspec.com/esports-is-thailand-sports/420794/

[HUAWEI] เผยโฉม HUAWEI Mate 10/Pro ก้าวข้ามเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนสู่ยุค Intelligent Machine พร้อม AI เป็นครั้งแรก

หัวเว่ยเผยโฉม HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro

ก้าวข้ามเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนสู่ยุค Intelligent Machine พร้อมระบบประมวลผล AI เป็นครั้งแรก

นวัตกรรมแตกต่างมักเริ่มต้นด้วยความฝันอันชัดเจน ในงาน IFA Berlin ที่ผ่านมา หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ได้แนะนำให้โลกได้รู้จัก Kirin 970ชิพเซตสมาร์ทโฟนตัวแรกของโลกที่ฝังเทคโนโลยี AI  วันนี้ที่มิวนิค หัวเว่ยจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด HUAWEI Mate 10 Series ที่จะเปิดประตูสู่โลกใหม่ของสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI   HUAWEI Mate 10, HUAWEI Mate 10 Pro และ Porsche Design HUAWEI Mate 10 คืออุปกรณ์สื่อสาร AI สุดล้ำที่ผสานนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ ชิพเซ็ต Kirin 970 และ EMUI 8.0 พร้อมกับการสานต่อจุดแข็งด้านประสิทธิภาพการทำงานอันเหนือชั้น แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพคู่ใหม่ล่าสุดจาก Leica

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “เรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งโลกอัจฉริยะ AI จึงไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเสมือนจริง แต่เป็นสิ่งที่สอดประสานไปกับชีวิตประจำวันของเรา AI สามารถยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ มอบบริการที่มีคุณค่า และเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์  HUAWEI Mate 10 Series คือผลิตภัณฑ์แรก ๆ ทีมีการใช้หน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาท หรือ Neural Network Processing Unit (NPU) ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่ยุคแห่งสมาร์ทโฟนอัจฉริยะ”

จุดเด่นของ HUAWEI Mate 10 Series ประกอบด้วย

  • ครั้งแรกของโลกกับชิพเซ็ต Kirin 970 ตัวประมวลผลสมาร์ทโฟนที่ฝังเทคโนโลยี AI พร้อมหน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาท หรือ Neural Network Processing Unit (NPU)
  • กล้องคู่ใหม่จาก Leica พร้อมเลนส์ SUMMILUX-H พร้อมรูรับแสงคู่ขนาด F/1.6 และระบบถ่ายภาพอัจฉริยะ พร้อมระบบถ่ายภาพอัจฉริยะ Real-Time Scene ที่อาศัยเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์วัตถุเพื่อการตั้งค่าที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายวัตถุนั้นๆ
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,000 พร้อมระบบการจัดการแบตเตอรี่ที่ควบคุมด้วย AI และเทคโนโลยี SuperCharge ที่ได้รับรองด้านความปลอดภัยจาก TÜV
  • ตัวเครื่องกระจก 3 มิติ พร้อมหน้าจอ HUAWEI FullView Display เพื่อมุมมองที่เต็มตา และเทคโนโลยี HDR10 ให้สีสันที่สดใส สมจริงยิ่งกว่าเดิม
  • ประสบการณ์ใช้งาน EMUI 8.0 ที่ใหม่หมดจด ใช้งานง่าย บนระบบปฏิบัติการ Andriod 8.0

สถาปัตยกรรมโมบายคอมพิวเตอร์บน AI เพื่อประสบการณ์ใช้งานสุดชาญฉลาด

HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro คือผลิตภัณฑ์รุ่นแรกของหัวเว่ยที่ใช้ชิพประมวลผล Kirin 970 ใหม่ ที่เสริมประสิทธิภาพด้วย AI เพื่อให้ประสบการณ์สื่อสารที่รวดเร็วถึงใจ และตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้ใช้แต่ละคนยิ่งขึ้น Kirin 970 ผลิตขึ้นด้วยขั้นตอน TSMC ขนาด 10 นาโนเมตรอันล้ำสมัย และใช้หน่วยประมวลผลกลาง ARM Cortex แบบ 8 แกน หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali G72 แบบ 12 แกน ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก รวมทั้งหน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาท หรือ Neural Network Processing Unit (NPU) ซึ่งออกแบบขึ้นสำหรับอุปกรณ์สื่อสารโดยเฉพาะ  Kirin 970 ยังมีหน่วยประมวลผลสัญญาณภาพแบบคู่ (Dual ISP) เพื่อประสิทธิภาพในการถ่ายภาพอันชาญฉลาด

ด้วยหน่วยประมวลผล NPU ผสานกับนวัตกรรมสถาปัตยกรรมโมบายคอมพิวเตอร์ HiAI ส่งผลให้ Kirin 970 มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น 25 เท่า และประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น 50 เท่า สำหรับการทำงานส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI เมื่อเปรียบเทียบกับ Cortex-A73 จำนวน 4 ตัว  HUAWEI Mate 10 Series ยังเป็นสมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุดในโลกซึ่งรองรับเครือข่ายการสื่อสาร LTE และการดาวน์โหลดข้อมูลความเร็วสูง  รวมทั้งรองรับซิมการ์ดคู่ 4G และบริการ VoLTEพร้อมกันสองเครือข่ายได้

ด้วยการผสานระบบอัจฉริยะทั้งแบบ individual intelligence และ collective intelligence ไว้ในตัวเครื่อง HUAWEI Mate Series สามารถให้การตอบสนองการใช้งานได้ทันทีแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในโหมด Real-Time Scene และโหมดตรวจจับวัตถุ รวมทั้งระบบการแปลภาษา Kirin 970 ยังเป็นแพล็ตฟอร์มโมบายคอมพิวเตอร์ AI แบบเปิด จึงรองรับแอพพลิเคชั่นด้าน AI ใหม่ ๆ จากผู้พัฒนาต่าง ๆ ซึ่งช่วยขยายขีดความสามารถในการประมวลผลของหัวเว่ยตลอดเวลูเชนของผลิตภัณฑ์

อีกระดับของคุณภาพดีไซน์ที่ทั้งทันสมัยและใช้งานสะดวกสบาย

HUAWEI Mate 10 มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบแบบ HUAWEI FullView Display ขนาด 5.9 นิ้ว สัดส่วน 16:9 และ HDR10 ให้ภาพที่สีสันสดใส ขณะที่HUAWEI Mate 10 Pro มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6 นิ้ว สัดส่วน 18:9 พร้อมสัดส่วนหน้าจอกับตัวเครื่องที่สูง และ HDR10 เพื่อการรับชมวีดิโอที่มีชีวิตชีวา สมจริง

ตัวเครื่องผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นผลิตจากกระจก 3D เข้าโค้งที่ขอบทั้งสี่ด้านอย่างสวยงามและลงตัวเพื่อให้จับได้กระชับมือ ด้านหลังตัวเครื่องมีแถบสะท้อนแสงเพื่อเน้นกล้องคู่ Leica ใหม่ดูเด่นขึ้น นอกจากนั้น HUAWEI Mate 10 Pro ยังสามารถกันน้ำและฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP67

กล้องคู่ Leica ใหม่ พร้อมระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ ก้าวสู่ยุคใหม่ของการใช้งานสมาร์ทโฟน

หัวเว่ยยังคงจับมือกับ Leica อีกครั้งในการร่วมกันพัฒนาเลนส์คู่สำหรับกล้องใน HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro ซึ่งเป็นการผสานเซนเซอร์อาร์จีบีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์โมโนโครม 20 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันภาพสั่นไหว Optical Image Stabilizer นอกจากนั้น เลนส์ยังมีรูรับแสงคู่ f/1.6 ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และดิจิทัลซูมซึ่งทำงานด้วย AI ตัวกล้องจึงมีความชาญฉลาดด้วยโหมดถ่ายภาพใหม่อย่าง Real-Time Scene และโหมดตรวจจับวัตถุ ซึ่งสามารถตั้งค่าต่าง ๆ ของกล้องได้โดยอัตโนมัติตามลักษณะของวัตถุและสภาพแวดล้อมขณะถ่ายภาพ และรองรับการทำงานของฟังก์ชั่นดิจิทัลซูมอัจฉริยะสุดล้ำที่มาพร้อมระบบการตรวจจับความเคลื่อนไหวอัจฉริยะเพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่คมชัดยิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro ใช้แบตเตอรี่ความหนาแน่นสูงขนาด 4,000 mAh พร้อมระบบการจัดการแบตเตอรี่ที่ชาญฉลาดที่สามารถเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้และจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ รองรับการชาร์จแบบเร็ว 4.5V / 5A โดยใช้เวลาชาร์จจากระดับ 1% – 20% ในเวลาเพียง 10 นาที และจาก 1% – 58% ในเวลาเพียง 30 นาที 2  นอกจากนั้น HUAWEI SuperCharge ยังเป็นเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่แบบเร็วตัวแรกของโลกที่ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจาก TÜV จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยจากการชาร์จแบตเตอรี่

HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro มาพร้อมอินเทอร์เฟซ EMUI 8.0 โฉมใหม่หมดจด บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 ซึ่งเพียบพร้อมด้วยฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่าง AI Engine ซึ่งใช้ขีดความสามารถของ Kirin 970 อย่างเต็มที่ ระบบแปลภาษาที่ทำงานด้วย AI ให้ความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้นในการแปลเพื่อประสบการณ์ในการสื่อสารที่ราบรื่นกว่าเดิม และรองรับการใช้งานเดสก์ท็อปอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลหน้าจอโทรศัพท์บนจอคอมพิวเตอร์ หรือการขยายการแสดงผลให้เต็มหน้าจอเหมือนคอมพิวเตอร์

อุปกรณ์เสริมใหม่

หัวเว่ยยังเปิดตัวอุปกรณ์เสริมใหม่สำหรับ HUAWEI Mate 10 อันประกอบด้วย กล้อง EnVizion 360 พาวเวอร์แบงค์ SuperCharge และเครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ

  • กล้อง EnVizion 360 สามารถถ่ายภาพนิ่งความละเอียด 5K และภาพวีดิโอความละเอียด 2K ในโหมดที่หลากหลายเพื่อแชร์ผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คต่าง ๆ
  • พาวเวอร์แบงค์ SuperCharge รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบเร็วที่ระดับ 4.5V / 5A
  • เครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ เช่น เปอร์เซนต์ไขมันในร่างกาย และดัชนีมวลกาย ผ่านโมบายแอพ

ราคาและการจำหน่าย

HUAWEI Mate 10 เริ่มจำหน่ายปลายเดือนตุลาคม 2560 ใน 15 ประเทศ ได้แก่ สเปน สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอราเบีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ส่วน HUAWEI Mate 10 Pro เริ่มจำหน่ายกลางเดือนพฤศจิกายน 2560 ในกว่า 20 ประเทศ รวมไปถึง เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอราเบีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย ส่วน Porsche Design HUAWEI Mate 10 เริ่มจำหน่ายกลางเดือนพฤศจิกายน 2560

รุ่น หน่วยความจำ ราคาในยุโรป เริ่มจำหน่าย
HUAWEI Mate 10 64GB + 4GB €699 ปลายตุลาคม 2560
HUAWEI Mate 10 Pro 128GB+6GB €799 กลางพฤศจิกายน 2560
Porsche DesignHUAWEI Mate 10 256GB + 6GB €1395 กลางพฤศจิกายน 2560

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ไปที่ http://consumer.huawei.com/en/

¹ จากผลการทดสอบในห้องแล็บของหัวเว่ย

² จากผลการทดสอบในห้องแล็บของหัวเว่ย โดยในการทดสอบ ทำการชาร์จอุปกรณ์จาก 1% ขณะที่หน้าจอไม่ทำงาน โดยใช้หัวชาร์จและสายชาร์จ SuperCharge ของหัวเว่ย ในสภาพแวดล้อมของเครือข่าย 4G อุณหภูมิ 25 องศา และความชื้นสัมพัทธ์ 45-80%

from:https://notebookspec.com/pr-huawei-mate-10-pro/420788/