คลังเก็บหมวดหมู่: NOTEBOOKSPEC

Apple – อาจจะอัพเดท MacBook 12 ??? พบร้านค้าหลายร้านเริ่มไม่มีขายแล้ว !!!คาดเปลี่ยนจาก Core M เป็น Core i

จากในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2018 ที่ผ่านมานั้นมีเรื่องน่าแปลกใจอยู่หนึ่งอย่างซึ่งนั่นก็คือการที่ทาง Apple ไม่มีการอัพเดท MacBook 12 นิ้วออกมาอย่างเป็นทางการทั้งๆ ที่จริงแล้วในช่วงนั้นทาง Apple น่าจะทำการอัพเกรด MacBook รุ่นดังกล่าวเนื่องจากว่าถึงช่วงเวลาที่ Apple น่าจะทำการอัพเกรดได้แล้ว อย่างไรก็ตามแต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นั้นมีสัญญาณที่บ่งบอกว่าในเวลาอันใกล้นี้ Apple อาจจะออกมาทำการอัพเกรด MacBook โมเดลขนาดหน้าจอ 12 นิ้วแล้วครับ

สัญญาณดังกล่าวนั้นเริ่มต้นที่ Best Buy ซึ่งในหน้าเว็บสำหรับการจำหน่าย MacBook โมเดล 12 นิ้วนั้นได้ถูกแจ้งว่าสินค้าหมดไปเรียบร้อยครับ โดยโมเดลที่ถูกจำหน่ายหมดไปนั้นจะเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Core i5 และแหล่งเก็บข้อมูลขนาด 512 GB ซึ่งทุกสีที่วางจำหน่ายนั้นได้หมดไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ที่ยังจะสามารถหาได้อยู่นั้นก็คือโมเดลที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลขนาด 256 GB สี Rose Gold เท่านั้นครับ

จากสัญญาณดังกล่าวนี้นั้นมีความเป็นไปได้สูงมากครับว่าทาง Apple จะทำการอัพเกรด MacBook โมเดลขนาดจอ 12 นิ้วในเร็วๆ นี้เพราะทุกครั้งที่ร้านค้าออนไลน์ใหญ่ๆ เริ่มมีการล้างสต๊อคสินค้าทีไรนั่นหมายความว่าทาง Apple ก็จะมีของใหม่เข้ามาแทนที่ทุกที ทั้งนี้ตามข่าวลือก่อนหน้านี้นั้นก็พบว่าทาง Apple เองจะเริ่มมีการอัพเกรด MacBook ทุกรุ่นในช่วงไตรมาสที่จะถึงนี้โดยการอัพเดทที่ใหญ่ๆ นั้นก็หนีไม่พ้นหน่วยประมวลผลที่จะเปลี่ยนมาใช้รุ่นสถาปัตยกรรม Coffee Lake นี่ล่ะครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/some-12-inch-macbook-models-have-gone-out-of-stock-at-an-online-retailer-is-apple-refreshing-this-notebook-too/450925/

Advertisements

Seagate – เปิดตัว Harddisk เทคโนโลยี MACH.2 Multi Actuator มาพร้อมกับความเร็วที่สูงถึง 480 MB/s

ในงาน OCP summit ที่ผ่านมาเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้นั้นทาง Harddisk Seagate ได้ทำการเปิดตัวเทคโนโลยีที่โชว์เหนือของฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็กภายใต้ชื่อ MACH.2 Multi Actuator ออกมาครับ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้นั้นช่วยให้อัตราการการอ่านเขียนหรือการโอนถ่ายข้อมูลของฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนสูงขึ้นมากถึง 480 MB/s ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็กมีความเร็วมากที่สุดในโลก ณ เวลานี้เลยก็ว่าได้ครับ

และด้วยเทคโนโลยี HAMR (Heat-Assisted Magnetic Recording) ที่ทาง Seagate ร่วมพัฒนากับคู่ค้านั้นเมื่อมารวมเข้ากับเจ้าตัวเทคโนโลยี MACH.2 Multi Actuator เลยทำให้นอกเหนือไปจากเรื่องของความเร็วแล้ว ปริมาณความจุของข้อมูลก็ยังมากด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งทาง Seagate ได้บอกเอาไว้ว่า ณ เวลานี้ทาง Seagate กับคู่ค้าเริ่มที่จำนำเอาเทคโนโลยีทั้ง 2 มาเข้าสู่กระบวนการผลิตฮาร์ดดิสก์แล้วโดยฮาร์ดดิสก์ที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะเป็นรุ่น EXOS X14 ที่เน้นการใช้งานใน Server กับ Data center เป็นหลักครับ

งานนี้ถึงแม้ว่าจะเงินถึงจริงแต่ทว่าก็คงจะหามาใช้งานยากหน่อยครับเพราะทาง Seagate ได้บอกเอาไว้ว่าฮาร์ดดิสก์รุ่นดังกล่าวนั้นจะเน้นทำจตลาดสำหรับองค์กรเท่านั้น ส่วนเราๆ ท่านๆ จะได้นำมาใช้งานบ้างไหมคงต้องรอดูกันต่อไปในอนาคตครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/seagate-mach-2-multi-actuator-tech-enables-480mbs-hdds/450941/

จัดสเปคคอม 2018 – ราคา 19,000 สเปก GTX1060 HDD 2TB ลื่นทุกเกม

จัดสเปคคอม 2018 ในงบ 19,000 บาท ต้องเรียกว่าเป็นเซ็ตที่ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว ทั้งในแง่ของเกมเมอร์หรือทำงาน มัลติมีเดียและอื่นๆ เช่นเดียวกับในวันนี้ที่จัดเต็มด้วยซีพียู Intel Core i3 และได้การ์ดจอตัวแรงอย่าง GTX1060 มาใช้งาน พร้อมพ่วงฮาร์ดดิสก์มาด้วยถึง 2TB สำหรับเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมได้หลายๆ เกม และยังไม่อยากขยับไป SSD แต่เน้นที่ความจุขนาดใหญ่เป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้านข้อมูลและติดตั้งเกมได้หลายเกมเป็นหลัก และแน่นอนว่าครั้งนี้จะทดสอบด้วยเกม PUBG, GTAV, FarCry5 แบบจัดเต็ม

จัดสเปคคอมราคา 19,000 บาท

การจัดสเปค 2018 ในราคา 19,000 บาท นี้ มีหัวใจหลักเป็นซีพียู AMD Ryzen 3 2200G ทำงานในแบบ 4 core/ 4 thread ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในด้านต่างๆ ได้สบาย ในราคาที่ขยับมาจาก Pentium Gold ไม่มากนัก ทำงานร่วมกับเมนบอร์ด AMD A320 ที่แม้จะเป็นเมนบอร์ดรุ่นประหยัด แต่ตอบสนองกับอุปกรณ์รุ่นใหม่และฟีเจอร์มีให้เล่นอยู่ไม่น้อยในตัว โดยติดตั้งแรม DDR4 2400 8GB มาให้ เพียงต่อต่อการใช้งาน ซึ่งการจัดสเปคในครั้งนี้ ทีมงานเลือกการ์ดจอมาให้สำหรับเกมเมอร์ในรุ่น GeForce GTX 1060 3GB เพื่อรีดเฟรมเรตให้ได้แบบสุดๆ

หน้าที่ในด้านการจัดเก็บข้อมูล เพื่อให้ตอบสนองต่อเกมเมอร์ ที่ชื่นชอบการเล่นเกม และมีเกมมากมายที่ต้องการติดตั้ง HDD 2 TB ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการใช้งาน แม้ความเร็วในการทำงานจะไม่ได้สูงเท่ากับ SSD แต่คุณได้พื้นที่ขนาด 2000GB มาใช้สำหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการ โปรแกรมและเกมได้อย่างเหลือเฟือ แต่ในราคานี่้คุณอาจเลือก SSD 240-250GB บางรุ่นได้ ด้วยการเพิ่มเงินประมาณ 4-500 บาท ซึ่งก็จะได้ความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลที่เร็วขึ้น แต่ต้องแลกด้วยความจุที่น้อยลง พร้อมเพาเวอร์ซัพพลายจาก ANTEC 600W มาเป็นตัวจ่ายไฟให้กับซีพียูและการ์ดจอที่เลือกมาใช้ได้เต็มที่มากขึ้น แต่ในครั้งนี้ไม่ได้รวมเคสเข้ามาเป็ฯส่วนประกอบในการจัดสเปค 2018 ครั้งนี้

การจัดสเปคคอม 2018 ในราคา 19,000 บาทนี้ ให้ผลการทดสอบร่วมกับเกม GTAV สามารถปรับความละเอียดระดับ High ได้เฟรมเรตระดับ 60-70fps และโหมด High บนเกม FarCry5 ได้เฉลี่ย 30-45fps อีกด้วย ส่วนเกม PUBG ให้เฟรมเรตได้มากกว่า 50fps บนความละเอียด High ซึ่งเป็นตัวเลขที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียว

สเปคคอมราคา 19,000 บาท

ซีพียู : AMD Ryzen 2200G 3.5GHz base 3.9GHz (Boost)
เมนบอร์ด : GIGABYTE A320M-DS2
แรม : DDR4 2400 8GB
การ์ดจอ : ASUS GTX1060 DUAL 3GB OC
ฮาร์ดดิสก์ : Seagate Barracuda 2TB
เพาเวอร์ซัพพลาย : ANTEC VP600P
สามารถดูคอมสเปคนี้เพิ่มเติมได้ที่ : https://notebookspec.com/pc/4793837

การจัดสเปคคอม 2018 ในราคาประมาณ 19,000 บาท สำหรับคนที่ชอบ AMD สเปคคอมสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมในการตั้งค่า High

ประกอบคอมจัดสเปกพีซีได้ที่: https://goo.gl/QMkKo6

from:https://notebookspec.com/built-computer-2018-price-19000-baht-gtx1060-game-pubg/450694/

Intel – Arctic Sound กราฟิกชิปแบบแยกสำหรับนักเล่นเกมพร้อมเปิดตัวในปี 2020 ท้าชน AMD / NVIDIA

หากจะว่าไปแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกครับที่ทาง Intel พยายามที่จะก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดกราฟิกการ์ดแบบแยกสำหรับตลาดนักเล่นเกม เพราะในอดีตที่ผ่านมานั้นทาง Intel เองก็เคยมีความพยายามในการเข้าสู่ตลาดดังกล่าวมาแล้ว ทว่า ณ เวลานั้นกราฟิกชิปของทาง Intel ก็ยังไม่แรงมากพอที่จะอยู่ในตลาดได้จนในที่สุดกราฟิกชิปรุ่นต่อๆ มาของทาง Intel ที่เราได้เห็นนั้นก็กลายเป็นกราฟิกชิปแบบฝังในหน่วยประมวลผลที่เอาไว้ใช้ในการใช้งานระดับเบื้องต้นมากกว่าครับ

อย่างไรก็ตามแต่ดูเหมือนว่าทาง Intel จะยังไม่ทิ้งการก้าวสู่ตลาดนี้ครับ โดยในปี 2017 ที่ผ่านมานั้นทาง Intel ได้ออกมาประกาศว่าคุณ Raja Koduri ผู้ดำรงตำแหน่ง Ex-Senior VP และ Chief Architect ของทาง AMD ได้ย้ายมาร่วมงานกับทาง Intel โดยในการร่วมงั้นนั้นทาง Intel ได้หมอบหมายให้คุณ Raja ดูแลในส่วนของการพัฒนากราฟิกชิปทั้งแบบฝังในหน่วยประมวลผลและแบบแยกให้กับทาง Intel ซึ่งผลจากการร่วมงานมา 1 ปีกว่าๆ นั้นก็ได้กลายมาเป็นคลิปนำเสนอกราฟิกชิปแบบแยกดังต่อไปนี้ครับ

จากข้อมูลในคลิปนั้นค่อนข้างที่จะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนครับว่าแนวคิดของกราฟิกชิปแบบแยก ‘Arctic Sound’ ตัวนี้นั่นน่าจะมาจากรูปแบบการพัฒนาของคุณ Raja ค่อนข้างมากเลยทีเดียวครับเนื่องจากในคลิปนั้นเน้นข้อมูลว่าชิปกราฟิกตัวนี้จะเน้นในเรื่องของ powering pixels ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับกราฟิกชิปแบบแยกของทาง AMD อย่าง Polaris และ Vega(ก่อนที่ทางคุณ Raja จะย้ายจาก AMD มา Intel โดยพอหลังจากที่คุณ Raja ออกมานั้นทาง AMD ก็เปลี่ยนแนวเทคโนโลยีของกราฟิกชิปทั้ง 2 สถาปัตยกรรม)

ถึงแม้ว่าในคลิปจะไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมากนัก ทว่าในส่วนของข้อมูลและความเป็นไปได้ของ ‘Arctic Sound’ นั้นทาง wccftech ก็ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ดังนี้ครับ

  • ตัวชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม ‘Arctic Sound’ นั้นจะเป็นกราฟิกชิปรุ่นที่ 13 ของทาง Intel ซึ่งพัฒนามาจากสถาปัตยกรรม Jupiter Sound
  • ตัวกราฟิกชิปน่าจะถูกผลิตขึ้นที่กระบวนการผลิตระดับ 10 nm
  • ตัวการ์ดดูเหมือนจะใช้รูปแบบการเชื่อมต่อแบบ slot เดียวซึ่งมีความแตกต่างไปจาก Slot PCIe ในปัจจุบันเล็กน้อย
  • ระบบระบายความร้อนแบบ metal-fin blower fan

ทั้งนี้การพยายามเข้าตลาดกราฟิกชิปแบบแยกอีกครั้งของทาง Intel จะสำเร็จหรือไม่นั้นคงจะต้องคอยดูกันต่อไปครับ เรียกได้ว่าพร้อมท้าชนกับ AMD / NVIDIA สำหรับการ์ดจอแยกในการเล่นเกมเร็วๆ นี้แล้ว

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/intel-teases-arctic-sound-discrete-graphics-cards-for-2020/450921/

Review – SADES Knight Pro, SADES Scythe, SADES Meteor ครบชุดสำหรับสายเกม

ไม่ว่าท่านจะเป็นสายเล่นเกมเป็นหลัก หรือสายเล่นเกมเพื่อผ่อนคลายเป็นงานอดิเรก ก็ล้วนจะต้องมีอุปกรณ์เกมมิ่งครบชุดติดตัวไว้เพื่อความอุ่นใจสำหรับการเล่นเกม เพราะเมาส์หรือหูฟังทั่วๆไปคงไม่ต้องโจทย์การเล่นเกมนัก เล่นๆไปอาจจะมีอาการหัวร้อนได้ แต่ครั้นจะซื้อให้ครบชุดทั้งหูฟัง เมาส์ และเมาส์แพ็ด กับแบรด์ดังๆบางแบรนด์ก็อาจจะเพิ่มโรคทรัพย์จางเข้าไปอีกด้วย แถมซื้อมาบางท่านก็ไม่ได้ใช้เลย จะเสียดายเงินเปล่าๆ วันนี้ผมเลยอยากจะมาขอแนะนำเซ็ตอุปกรณ์เกมมิ่งครบชุดที่มาในราคาสุดคุ้ม แต่ยังคงมาพร้อมฟังค์ชั่นเด็ดๆ และการใช้งานที่ไม่ต่างจากแบรนด์แพงๆเลยกับ SADES Knight Pro, SADES Scythe และ SADES Meteor

เซ็ตอุปกรณ์ที่ทีมงานได้มาทดสอบในวันนี้จากค่ายที่เราคุ้นเคยอย่าง SADES ที่มีทั้ง เฮดโฟน SADES Knight Pro  ,เมาส์ SADES Scythe และ แผ่นรองเมาส์ SADES Meteor ที่มาในราคารวมเพียง ห้าพันบาทนิดๆเท่านั้น เหมาะกับสายเกมมิ่งที่มีงบประมาณไม่สูงมาก แต่ต้องการอุปกรณ์ครบชุดทั้ง เฮดโฟน เมาส์ และแผ่นรองเมาส์ ที่มีทั้งฟังค์ชั่นไฟ RGB สุดสวยงาม หรือเฮดโฟนที่มีฟังค์ชั่นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ

ฟีเจอร์เด่น SADES Scythe

  1. มีปุ่มที่สามารถตั้งค่าได้ทั้งหมด 7 ปุ่ม
  2. มีโหมดไฟ RGB 11 โหมด
  3. ปรับ DPI และตั้งค่า Macro ได้
  4. มีรูปทรงรับมือ ใช้งานสะดวก

SADES Scythe Specification
DESIGN

  • Ergonomic, Right-Handed
  • Grip Style: Palm, Claw, Fingertip
  • Buttons: 7
  • Length:132.2 mm/5.20 in
  • Width: 74 mm/2.91 in
  • Height: 40.7 mm/1.60 in
  • Cable Length: Approx. 1.8 m/5.91 in
  • Input Plug: USB Plug
  • Built-in Memory: 32k built-in memory

SENSOR

  • Sensor Name: Pixart A3050
  • Sensor Type: Optical
  • CPI: 250-4,000
  • Refresh Rate: 6,000 f/s
  • Maximum Acceleration: 30 g
  • Maximum Speed: 60 in/s
  • Report Rate: 125/250/500/1000

CUSTOMIZATION OPTIONS

  • Mouse Speed
  • Scrolling Speed
  • Double-Click Speed
  • 11 RGB Lighting Modes
  • 7 Programmable Buttons

WEIGHT/SIZE/EAN CODE

  • Weight(Mouse only):135±5 g/0.29 lb
  • Weight (Headset & Package): 300g/0.66lb
  • Box Size: 85*66*165mm/3.35*2.60*6.50 in

PACKAGE CONTENT

  • Mouse
  • Guarantee Card
  • User Manual

SADES Scythe มาในกล่องโทน RGB แต่ยังเน้นสีฟ้าในแบบ SADES เน้นฟังค์ชั่นในแบบ RGB และฟีเจอร์โชว์บนกล่องอย่างครบครัน นอกจากตัวเมาส์ก็ยังมาพร้อมคู่มือการใช้งานอีกด้วย

SADES Scythe ออกแบบมาได้อย่างลงตัว ด้วยวัสดุผิวดำด้าน ไม่ติดรอยนิ้วมือ โลโก้ SADES อยู่ตรงอุ้งมือพอดี ตรงกลางข้างปุ่ม Scroll จะเป็นปุ่มปรับ DPI ที่สามารถปรับตั้งได้ 4 ระดับ (ตั้งแต่ 250 – 4000 DPI) พร้อมจุดโปร่งแสงเพื่อให้เป็นช่องแสดงแสงสี RGB ที่มีทั้งตัวบริเวณโลโก้ เมาส์ ปุ่ม Scroll และเส้นขอบรอบตัวเมาส์  ใต้เมาส์จะมีการเล่นลายเส้นสีฟ้าผ่ากลางเมาส์ พร้อมฐานรองเมาส์ 4 จุด

SADES Scythe ออกแบบด้านข้างขึ้นรูปเป็นเหลี่ยมคล้ายลายเพชรที่นอกจากสวยงามแล้วยังช่วยให้จับได้กระชับมือ บริเวณนิ้วโป้งจะมีปุ่ม Forward/Backward และ Sniper Button ปุ่มเสริมเพิ่มขึ้นมา ซึ่งปุ่มเหล่านี้เราสามารถตั้งเองได้ในโปรแกรมว่าจะให้เป็นคำสั่งอะไรก็ได้ และยังสามารถเห็นลายเส้นของไฟ RGB อยู่ด้านข้างเมาส์ด้วย

สายเชื่อมต่อเป็นแบบ USB Type-A เคลือบทองเหลือง แบบสายยางมาตรฐาน โดยจะมียางปิดมาจากโรงงานป้องกันคราบต่างๆ

ฟีเจอร์เด่น SADES Knight Pro

  1. หูฟังมาพร้อมเทคโนโลยี Bongiovi Acoustic DPS technology ที่ทำให้ได้รับเสียงคมชัด
  2. ปรับการใช้งานได้ 2 โหมด คือ SINGLE PLAYER MODE และ MULTIPLAYER MODE ซึ่งให้เสียงที่แตกต่างกัน
  3. สวมใส่สบาย ไม่อับ
  4. ไมค์เป็นแบบตัดเสียงรบกวน และรับเสียงได้ทุกทิศทาง
  5. ปรับแต่งได้สะดวก เพราะมีรีโมตคอนโทรลที่สาย

SADES Knight Pro Specification

SPEAKER

  • Loudhailer diameter : 50mm
  • Sensitivity (Single): 90 ± 3 dB at 1 kHz
  • Sensitivity (Multiplayer) : 106 ± 3 dB at 1 kHz
  • Frequency response : 20~20,000 Hz
  • Impedance : 16 Ω at 1 kHz
  • Handling Power Capacity : 20 mW

MICROPHONE

  • Dimension : 6.0 * 5.0 mm
  • Sensitivity : -38 ± 3 dB at 1 kHz
  • Frequency response : 50-10kHz
  • Impedance : ≤ 2.2 KΩ at 1 kHz
  • Directivity: omnidirectional

PACKAGE CONTENT

  • Headset
  • User manual
  • SADES® exclusive sticker
  • Guarantee card
  • Carry pouch
  • Replacement mesh ear pads
  • Introduction of high performance audio engine

CONNECTION

  • Input Plug : Gold-plated USB Plug
  • Cable Length : 3.0 m/ 0.94 ft

SADES Knight Pro มาในกล่องมาตรฐานตามแบบฉบับ SADES โทนสีฟ้า พร้อมระบุสเปค ฟีเจอร์เด่นครบครัน

อุปกรณ์ภายในกล่องนอกจากตัว SADES Knight Pro ก็ยังมาพร้อมสติกเกอร์โลโก้ SADES ถุงใส่ และแพ็ดหูฟังแบบฟองน้ำผ้า เผื่อท่านที่ไม่ชอบแบบหนังเทียมที่ติดมาด้วย

SADES Knight Pro ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ สามารถครอบศีรษะได้อย่างสะดวก วัสดุหลักจะเป็นพลาสติกมีความแข็งแรงดีทีเดียว โดยจะมีก้านเป็นเหล็ก ตัวหูฟังจะจะบิดได้พอสมควร ด้านหลังหูฟังจะหนาและใหญ่หน่อยเนื่องจากเป็นแบบครอบทั้งใบหู โดยฟองน้ำที่ติดมาเป็นแบบหนังเทียมไม่อับ และไฟ LED สีน้ำเงิน/แดง เพื่อแบ่งโหมดการใช้งาน บริเวณโลโก้หมาป่าของ SADES และขอบหูฟังอีกหลายตำแหน่ง น้ำหนักโดยรวมไม่มากนัก

ก้านครอบหัวที่สามารถบิดงอได้พอสมควร แต่ไม่มากนักเนื่องจากเป็นเหล็ก มีความแข็งแรงสูงโดยจะมีฟองน้ำบุด้วยหนังเทียมขนาดพอเหมาะรองรับด้านบนของศีรษะ มีการใส่รายละเอียดในส่วนของชื่อรุ่นไว้ตรงก้านที่ยืดออกไว้ด้วย สวยงามดีทีเดียว จากการใช้งานก้านไม่แข็งมาก แต่ค่อนข้างบีบศีรษะในช่วงแรกๆ แต่เมื่อใช้งานไปสักพักจะรู้สึกดีขึ้น ตัวแพ็ดของหูฟังสามารถหมุนได้พอสมควรเพื่อปรับให้เข้าทรงศีรษะของผู้ใช้

ไมค์เป็นแบบตัดเสียงรบกวน และรับเสียงได้ทุกทิศทาง สามารถปรับบิดงอให้เข้ากับปากของแต่ละท่านได้ หัวต่อ USB ออกแบบให้สามารถบิดงอได้โดยที่สายไม่หัก อีกทั้งยังเป็นสายแบบถัดหุ้มด้วยยางช่วยให้ใช้งานได้ทนทานมากกว่า มีรีโมตคอนโทรลที่สายสามารถปรับแต่งเสียงของหูฟังได้สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเพิ่มลดเสียง เปิดปิด ไมค์หูฟัง หรือปรับแต่งโหมดเสียง โดยเมื่อปิดเปิดหรือเปลี่ยนโหมดไฟที่ปุ่มก็จะเปลี่ยนสีไปด้วย

ฟีเจอร์เด่น SADES Meteor

  • แผ่นรองเมาส์ผ้าที่มีผิวสัมผัสนุ่ม และมีด้านใต้ที่ทำจากยาง กันลื่น
  • ขอบสามารถแสดงไฟ RGB ได้ 7 สี
  • สายเป็นแบบ Micro USB สามารถถอดได้

SADES Meteor Specification

SIZE

  • Length: 350mm/13.78in
  • Width: 260mm/10.24in
  • Thickness: 4.00mm/0.16in

DURABILITY:

  • Mouse Glide Distance: >250km
  • WEIGHT/BOX SIZE/EAN CODE
  • Weight (Mouse pad/ USB Cable) : 231 g (0.51 lb) / 33g (0.07 lb)
  • Weight (Mouse pad+ USB Cable+Package): 538 g/ 1.19 lb
  • Box Size: 290*30*370 mm/ 11.41*1.18*14.57 inSPECIFICATION
  • Power Supply Input: USB/Adapter 5V / less than 100mA
  • Power Connector Type: Micro USB
  • USB Cable Length: 2.2m/ 7.22ft

 

มาถึงแผ่นรองเมาส์ SADES Meteor ในกล่องสีสันสดใสพร้อมระบุจุดเด่นชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องของไฟ RGB ที่โชว์สีสันให้เห็นอย่างชัดเจน โดยอุปกรณ์ในกล่องหลักๆจะมีตัว เมาส์แพ็ด SADES Meteor และสาย Micro USB

SADES Meteor แผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกม มีพื้นผิวด้านบนนุ่มนวลแต่แข็งแรงทนทาน แต่ก็ยังให้ความลื่นไหลที่เหมาะสมสำหรับการเล่นเกม และด้านล่างเป็นผิวยางที่ช่วยให้จัดวางได้กระชับไม่ขยับเขยื่อนได้ง่าย พร้อมขอบของตัวเมาส์แพ็ดที่เป็นแสงไฟ RGB ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามต้องการ อีกทั้งยังมีความยืดหยุดสูงสามารถขยับ บิด หรือพับได้ตามต้องการเหมือนแผ่นรองเมาส์ทั่วไป

 

ตัวควบคุมของ SADES Meteor บริเวณขอบด้านบน จุดเชื่อมต่อเป็นหัว Micro USB มาตรฐาน ทำให้ถ้าไม่ต้องการใช้ไฟ RGB ก็แค่ถอดสายออกใช้เป็นเมาส์แพ็ดธรรมดาได้ และจะมีปุ่มเปลี่ยนสีไฟ RGB เล็กๆอยู่ข้างๆกัน เป็นจุดเดียวที่เป็นพลาสติกแข็งบิดงอไม่ได้

ในโปรแกรมสำหรับปรับแต่งเมาส์ SADES Scythe สามารถตั้งค่าได้มากมายตั้งแต่ ค่าคลิกของปุ่มเมาส์ Scrolling ปุ่มลัดต่างๆทั้ง 7 ปุ่ม (กระทั่งปุ่มคลิกเมาส์ซ้าย/ขวาก็เปลี่ยนได้) การตั้งค่าโหมดไฟ RGB ที่มีให้เลือก 11 โหมด สีไฟเวลาแสดงค่า DPI ไปจนถึงเซ็ตปุ่มมาโคร

จุดเด่นของ SADES Scythe คือโหมดไฟ RGB ที่ไม่ได้มีแค่ติดค้างหรือติดสลับเท่านั้น ยังมีลูกเล่นอื่นๆมากถึง 11 โหมด ปรับได้ตามใจชอบในโปรแกรมได้เลย โดยเฉพาะเส้นไฟรอบเมาส์เวลาวิ่งนี่สวยงามดีทีเดียว  อีกทั้งเวลาเราปรับค่า DPI ก็จะมีไฟกะพริบเป็นสีค่าต่างๆซึ่งก็ปรับได้เช่นกันครับ ต่างจากเมาส์ราคาถูกที่มีไฟ RGB ของค่ายอื่นอย่างเห็นได้ชัด

จากการใช้งานเล่นเกม รวมถึงใช้งานทั่วไปตอบสนองได้จัดว่าดีทีเดียว คลิ๊กค่อนข้างนิ่มไม่แข็งจนเกินไป ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปจับถือได้สะดวก ใช้งานได้นานโดยไม่เมื่อยมือ เมาส์ค่อนข้างลื่น สั่งงานเกม FPS ได้สะดวก น้ำหนักกำลังดี อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งในโปรแกรมได้อีกเพียบ

จากการทดสอบใช้งาน SADES Knight Pro ต้องบอกว่าออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยี Bongiovi Acoustic DPS technology ที่ทำให้ได้รับเสียงคมชัด มีเสียง เบสชัดเจนมากกว่าหูฟังทั่วไป เหมาะกับสาย FPS ที่เน้นฟังเสียงการเคลื่อนที่หรือทิศทางการระเบิด นอกจากนั้นยังยังมารับปรับเปลี่ยนโหมดสำหรับเล่นเกมได้ 2 โหมดทั้ง SINGLE PLAYER MODE และ MULTIPLAYER MODE ซึ่งจะให้โทนเสียงต่างกันไป

  • SINGLE PLAYER MODE แสดงไฟสีน้ำเงิน จะเน้นเสียงเอฟเฟกในเกม โดยเฉพาะเสียงเบส เพื่อให้สามารถฟังรายละเอียดของเสียงในเกมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  • MULTIPLAYER MODE แสดงไฟสีแดง เน้นเสียพูดคุยกันในเกมเป็นหลัก หรือถ้าฟังเพลงก็จะได้ยินเสียงร้องที่ชัดมากกว่า เสียงดนตรีหรือเอฟเฟกโดยรอบ

นอกจากเรื่องของเสียงแล้ว ตัวหูฟังก็ยังมีการเล่นแสงสีที่สวยงามทั้งสีแดงและน้ำเงิน ตามโหมดที่เราปรับใช้งาน (ไม่ใช่ไฟ RGB นะครับ) ตำแหน่งของไฟมีหลายจุดเลยทีเดียว ไมค์ที่ติดมาด้วยก็ยังสามารถตัดเสียงได้ทำให้เสียงสนธนาคมชัด อีกทั้งยังรับเสียงรอบทิศทางได้ดีทีเดียว

แผ่นรองเมาส์ SADES Meteor มาพร้อมขอบที่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามต้องการ 7 สี เหมาะกับการใช้งานยามค่ำคืนยิ่งนัก ทำให้เห็นระยะของแผ่นรองเมาส์ และยังเอาไว้อวดเพื่อนๆได้ด้วย เส้นสีนี้ก็ไม่ได้เป็นวัสดุแข็งทำให้สามารถบิดงอได้ตามต้องการ ต่างจากของอีกหลายแบรนด์ที่เป็นวัสดุแข็งทำให้ไม่สามารถจัดวางได้ตามต้องการมากนัก โดยการเปลี่ยนสีสันก็เพียงแค่กดบนปุ่มบริเวณสายต่อ โดยกดเปลี่ยนสีไปจนถึงการเปิดสีวนลูปได้ หรือถ้าไม่ต้องการให้ไฟติดก็แค่กดค้างไว้ 2 วินาที

จากการทดสอบใช้งานตั้งแต่งานเอกสาร ไปจนถึงการเล่นเกมหลายๆแนวไม่ว่าจะเป็น FPS ,MOBA หรือเกมแนว Open world ที่ต้องใช้พื้นที่แผ่นรองเมาส์กว้างๆ ด้วยขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวก และด้วยพื้นผิวที่เรียบและลื่นทำให้สามารถขยับเมาส์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ติดขัดเหมือนแผ่นรองเมาส์ที่เน้นความหนืด เมื่อบวกกับไฟ RGB ด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความสวยงามมากขึ้นไปอีก

หูฟัง SADES Knight Pro มาในราคา 2,990 บาท อาจจะดูสูงสักหน่อยหากเทียบกับ หูฟังรุ่นอื่นจาก SADES แต่ก็ให้ฟังค์ชั่นจัดเต็มโดยเฉพาะโหมดของเสียงที่สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเล่นเกมคนเดียว หรือเล่นเกมเป็นทีม นอกจากนั้นยังมาพร้อมชิปเสียงพิเศษที่ช่วยเพิ่มอรรธรสในเกมเพิ่มมากขึ้น

จุดเด่น

  • ระบบเสียงที่สามารถปรับโหมดตามผู้ใช้
  • วัสดุดีแข็งแรงทนทาน
  • ไฟแสดงโหมดการใช้งาน
  • ไมค์ปรับเข้ารูปและตัดเสียงรบกวนได้

ข้อสังเกตุ

  • หูฟังบีบศีรษะไปนิด
  • มีราคาสูงกว่ารุ่นอื่น

ซื้อได้ที่ : https://goo.gl/3Nc5Na

เมาส์ SADES Scythe ราคา 1,090 บาท จัดเต็มสำหรับสาย RGB ด้วยการควบคุมระบบไฟได้อิสระถึง 11 โหมด ปรับ DPI ได้มากถึง 4,000 DPI การออกแบบตัวเมาส์ที่เข้ารูปมือใช้งานได้สะดวก วัสดุจัดได้ว่าค่อนข้างดี อีกทั้งยังมีโปรแกรมที่สามารถปรับแต่งได้มากกว่า

จุดเด่น

  • ไฟ RGB ปรับได้เยอะถึง 11 โหมด
  • โปรแกรมสามารถปรับแต่งได้พอสมควร
  • รองรับ DPI 250 – 4,000
  • ออกแบบได้เข้ากับรูปมือ

ข้อสังเกตุ

  • สายเป็นยางทำให้ขาดหรือชำรุดได้ง่าย

ซื้อได้ที่ : https://goo.gl/XxvHxi

แผ่นรองเมาส์ SADES Meteor ราคา 1,090 บาท โดดเด่นด้วยไฟ RGB ที่ขอบซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้พอสมควร สาย USB ที่ถอดได้เผื่อจะไม่ต้องการไฟ RGB จะได้ไม่เกะกะ อีกทั้งยังสามารถม้วนบิดงอได้ วัสดุเองก็จัดว่าดี มียางกันลื่น ผิวสัมผัสก็ลื่นดีทำให้เลื่อนเมาส์สั่งงานได้ตามต้องการ

จุดเด่น

  • ไฟ RGB รอบขอบแผ่นรองเมาส์
  • ผิวสัมผัสสามารถสอบรับการใช้งานเมาส์ได้อย่างดี
  • สาย USB สามารถถอดออกได้

ข้อสังเกตุ

  • ผิวสัมผัสเป็นขุยได้ง่ายหากถูกเกี่ยวด้วยของแหลม

ซื้อได้ที่ : https://goo.gl/AMJTYa

สรุปส่งท้ายสำหรับอุปกรณ์เกมมิ่งเกียรทั้ง 3 ตัวจาก SADES (หรือก็คือ Tsunami นั่นละ) นั้นออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณซื้ออุปกรณ์ไม่สูงมาก แต่ก็ยังต้องการฟังค์ชั่นการใช้งานที่ครบครันไม่ต่างจากแบรนด์อื่นๆ แต่มาในราคาที่ประหยัดคุ้มค่ากว่า อีกทั้งยังมีฟีเจอร์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าท่านจะเล่นเกมเป็นงานหลัก หรือเล่นเกมเป็นงานอดิเรคก็น่าจะชื่นชอบอุปกรณ์เกมมิ่งเกียรจาก SADES ชุดนี้

from:https://notebookspec.com/review-sades-knight-pro-sades-scythe-sades-meteor/450140/

เอเอ็มดีเปิดตัวเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ที่แรงที่สุดในโลก: 2nd Gen AMD Ryzen™ Threadripper™ ทะลุขีดจำกัดของตลาดเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์

เอเอ็มดี (NASDAQ: AMD) เปิดเผยเกี่ยวกับการวางจำหน่ายเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ที่แรงที่สุดในโลก[i]นั่นคือ 2nd Gen AMD Ryzen Threadripper 2990WX ซึ่งประกอบด้วย 32 คอร์และ 64 เธรด ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์การประมวลผลขั้นสุดยอด โดยประกอบสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์ 12nm “Zen+” x86 และมีจำนวนเธรดมากที่สุดเมื่อเทียบกับเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์รุ่นอื่นๆ โดยรุ่นเรือธงของโปรเซสเซอร์ดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูงกว่า 53% เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นเรือธงของคู่แข่ง1 ทั้งนี้2nd Gen AMD Ryzen Threadripperรองรับ I/O มากที่สุด[ii] และสามารถใช้งานร่วมกับเมนบอร์ดพร้อมชิปเซ็ต AMD X399 ที่มีอยู่ โดยเพียงแค่อัพเดตไบออส (BIOS) เท่านั้น ช่วยให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์มีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับการออกแบบคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปหรือเวิร์กสเตชั่นระดับไฮเอนด์

จิม แอนเดอร์สัน รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจประมวลผลและกราฟิกของเอเอ็มดี กล่าวว่า“เราพัฒนาโปรเซสเซอร์ Ryzen Threadripper ด้วยเพราะเล็งเห็นโอกาสในการนำเสนอเทคโนโลยีการประมวลผลแบบมัลติเธรดที่เหนือชั้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้สร้างคอนเทนต์ เกมเมอร์ และผู้ใช้พีซีระดับสูงในตลาดเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์  โปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่น 2 นี้จะช่วยให้เราเอาชนะความท้าทายดังกล่าวด้วยการนำเสนอเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ที่แรงที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา”

อเล็กซ์ เฮอเรร่า นักวิเคราะห์และผู้เขียนรายงานเกี่ยวกับเวิร์กสเตชั่นของ Jon Peddie Researchกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ เอเอ็มดีได้สร้างความคึกคักให้กับตลาดพีซีด้วยการเปิดตัวโปรเซสเซอร์ Ryzen เพื่อมอบทางเลือกใหม่ๆ ที่น่าสนใจให้แก่ลูกค้าที่ต้องการซื้อพีซีสมรรถนะสูง และตอนนี้ ด้วยโปรเซสเซอร์AMD Ryzen Threadripper เจนเนอเรชั่น 2 เอเอ็มดีกำลังทำสิ่งเดียวกันนั้นสำหรับตลาดเวิร์กสเตชั่นระดับมืออาชีพ โดยนำเสนอทางเลือกซีพียูใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพการประมวลผลที่หนักหน่วง”

ขนาดใหญ่กว่า สมรรถนะแรงขึ้น

โปรเซสเซอร์ AMD WX Series มอบจำนวนคอร์ประมวลผลในระดับที่เหนือกว่า[iii]โดยรุ่น Ryzen™ Threadripper™ 2990WX มี 32 คอร์/64 เธรด และรุ่น Ryzen™ Threadripper™ 2970WX มี 24 คอร์/48 เธรด รองรับการประมวลผลแบบมัลติคอร์อย่างแท้จริง เหมาะสำหรับโปรซูเมอร์ที่ต้องการพลังประมวลผลขั้นสุดยอดเพื่อจัดการเวิร์กโหลดที่หนักหน่วงที่สุด

  • 2nd Gen AMD Ryzen Threadripperรุ่น 2990WX มอบประสิทธิภาพแบบมัลติเธรดที่รวดเร็วกว่า Core i9-7980XE ถึง 53%1
  • 2nd Gen AMD Ryzen Threadripperรุ่น 2990WX มอบประสิทธิภาพในการเรนเดอร์ภาพสูงกว่า 47% เมื่อเทียบกับ Core i9-7980XE[iv]

นอกจากนี้ เอเอ็มดียังได้ปรับปรุง2nd Gen AMD Ryzen™ Threadripper™ X Seriesด้วยความถี่สัญญาณนาฬิกาพื้นฐาน (Base)และความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงสุด(Boost) ที่สูงกว่า มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ราบรื่นสำหรับผู้ใช้ระดับสูง ผู้สร้างคอนเทนต์ เกมเมอร์ และสตรีมเมอร์ที่ต้องการสมรรถนะระดับสูง โดย 2nd Gen AMD Ryzen Threadripper 2950X ซึ่งมี 16 คอร์/32 เธรด มอบประสิทธิภาพการทำงานแบบมัลติเธรดที่เหนือกว่า Core i9-7900X ถึง 41%[v]

ประสบการณ์ที่เหนือกว่า ด้วยฟีเจอร์ของ 2nd Gen Ryzen

โปรเซสเซอร์ 2nd Gen AMD Ryzen Threadripperใช้เทคโนโลยี AMD SenseMI[vi]ซึ่งได้รับการปรับปรุง พร้อมด้วย Precision Boost 2 และ Extended Frequency Range 2 (XFR2) จึงยกระดับประสิทธิภาพอย่างเหนือชั้นสำหรับเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ 2nd Gen Ryzen  ลูกค้าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและความคุ้มค่าด้วย:

  • เทคโนโลยี AMD StoreMI: ลูกค้าที่ใช้แพลตฟอร์ม X399 จะสามารถเข้าใช้งานเทคโนโลยี AMD StoreMIได้ฟรี เพื่อให้เครื่องพีซีสามารถโหลดไฟล์ เกม และแอพพลิเคชั่นจากฮาร์ดไดรฟ์ความจุสูงด้วยความเร็วในการอ่านที่ใกล้เคียงกับ SSD[vii].
  • Ryzen Master Utility: เช่นเดียวกับโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ ทุกรุ่น ซีพียู 2nd Gen AMD Ryzen Threadripper เป็นแบบปลดล็อค[viii] และด้วย AMD Ryzen Master Utility รุ่นอัพเดต เอเอ็มดีได้เพิ่มเติมฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น การตรวจจับคอร์อย่างรวดเร็วทั้งแบบ On die และ Per-CCX รวมถึงการควบคุมฮาร์ดแวร์ขั้นสูง และการปรับปรุงเวิร์กโหลดอย่างง่ายดายด้วยคลิกเดียว
  • Precision Boost Overdrive (PBO)[ix]: ฟีเจอร์ใหม่สำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพ ยกระดับขีดจำกัดการบูสต์แบบมัลติเธรด ด้วยการใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานเพิ่มเติมในเมนบอร์ดระดับพรีเมียม

การใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มอย่างไร้รอยต่อ

ซีพียู 2nd Gen AMD Ryzen Threadripper ทุกรุ่นสามารถใช้งานร่วมกับเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆ รวมถึงแพลตฟอร์ม X399 ทั้งหมดที่มีอยู่ โดยเพียงแค่อัพเดต BIOS อย่างง่ายๆ และสามารถเลือกดีไซน์ที่ต้องการได้จากผู้ผลิตเมนบอร์ดชั้นนำอย่างเช่น ASRock, ASUS, Gigabyte และ MSI

กลุ่มผลิตภัณฑ์เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripperเจนเนอเรชั่น 2

รุ่น คอร์/
เธรด
ความถี่สัญญาณนาฬิกา BOOST/ BASE (GHZ) L3$ (MB) TDP (วัตต์) PCIe® Gen 3.0 LANES ราคา (USD) การวางจำหน่าย
AMD Ryzen™ Threadripper™ 2990WX 32/64 4.2/3.0 64 250W 64 69,900บาท 13 ส.ค. 2561
AMD Ryzen™ Threadripper™ 2970WX 24/48 4.2/3.0 64 250W 64 $1,299 ตุลาคม 2561
AMD Ryzen™ Threadripper™ 2950X 16/32 4.4/3.5 32 180W 64 33,900 บาท 31 ส.ค. 2561
AMD Ryzen™ Threadripper™ 2920X 12/24 4.3/3.5 32 180W 64 $649 ตุลาคม 2561

การวางจำหน่าย

AMD Ryzen Threadripper 2990WX ซึ่งประกอบด้วย 32 คอร์, 64 เธรด เริ่มวางจำหน่ายแล้วในวันที่ 13 สิงหาคม 2561 จากร้านค้าปลีกและผู้ติดตั้งระบบทั่วโลก  ส่วน AMD Ryzen Threadripper 2950X ซึ่งประกอบด้วย 16 คอร์, 32 เธรด คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 31 สิงหาคม 2561 และ AMD Ryzen Threadripperรุ่น 2970WX และ 2920X จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2561  รายชื่อร้านค้าปลีกที่เข้าร่วมและข้อมูลการเปิดตัวผลิตภัณฑ์มีอยู่ที่เว็บไซต์ http://www.AMD.com

from:https://notebookspec.com/pr-2nd-gen-amd-ryzen-threadripper/450822/

Game Tips – เจาะข้อมูลประเภทการโจมตีแบบต่าง ๆ ใน Monster Hunter World มือใหม่ศึกษาก่อนเข้าเล่น

การโจมตีในเกม Monster hunter World ใช่ว่าจะมีแต่การโจมตีปกติเท่านั้นแต่ในเกมนี้มีระบบที่ลึกสามารถแบ่งรายละเอียดประเภทการโจมตีแยกย่อยได้อีกมีความสำคัญก็ตรงที่เราสามารถจะโจมตีมอนสเตอร์ได้มีประสิทธิภาพหรือแรงขึ้นถ้าหากใช้การโจมตีได้ถูกประเภทแต่การโจมตีแบบต่าง ๆ จะมีอะไรบ้างมาดูกันครับ

การโจมตีในโลกของ Monster Hunter World จะแบ่งประเภทหลักได้ 2 ประเภทคือ Raw Damage กับ Elemental Damage ส่วนรายละเอียดก็จะมีดังนี้

Raw Damage

เรียกกันตรง ๆ เลยว่าเป็นความเสียหายแบบดิบ ๆ ที่เกิดจากการโจมตีปกติแบบกายภาพของเรานี่แหละครับแต่ว่า Raw Damage ก็ยังสามารถแบ่งย่อยได้อีก 3 ประเภทคือ

  • Cut Damage – เป็นความเสียหายจากการฟัน/แทงซึ่งเกิดจากการใช้อาวุธดาบหรือหอกโดยความพิเศษของการฟัน/แทงจะสามารถตัดหางของศัตรูได้ด้วยครับ
  • Blunt Damage – เป็นความเสียหายจากการทุบเกิดจากการใช้อาวุธจำพวกค้อนหรือโล่จะทำให้ศัตรูติดสถานะ Stun หรือมึนงงโดยการเล็งโจมตีที่หัวจะทำให้ศัตรูติดมึนได้ง่าย
  • Ammo Damage – เป็นความเสียหายที่มาจากการโจมตีระยะไกลเช่นลูกธนู , กระสุนปืน มาจากอาวุธ Bowgun , Bow

Elemental Damage

เป็นความเสียหายแบบธาตุหรือโจมตีเป็นธาตุซึ่งในเกมตัวมอนสเตอร์จะมีธาตุที่แพ้ทาง-ชนะทางกันอยู่หากเราเลือกใช้อาวุธธาตุที่เหมาะสมจะทำให้เราสามารถโจมตีศัตรูได้แรงขึ้นซึ่งการโจมตีแบบธาตุจะแบ่งเป็น 5 ธาตุได้แก่

  • Fire Element (ธาตุไฟ) – ชนะธาตุน้ำแข็งแต่แพ้ธาตุน้ำ
  • Water Element (ธาตุน้ำ) – ชนะธาตุไฟแต่แพ้ธาตุสายฟ้า
  • Thunder Element (ธาตุสายฟ้า) – ชนะธาตุน้ำและมังกรแต่แพ้ธาตุน้ำแข็ง
  • Ice Element (ธาตุน้ำแข็ง) – ชนะธาตุสายฟ้าและมังกรแต่แพ้ธาตุไฟ
  • Dragon Element (ธาตุมังกร) – เป็นธาตุพิเศษถึงแม้จะแพ้ทางให้ธาตุสายฟ้าและน้ำแข็งแต่สามารถโจมตีเป็น Dragon Damage ทำให้อาวุธมีค่าคริติคอลน้อยลง , ลบการโจมตีเป็นธาตุและทำให้การโจมตีแบบพิเศษเช่น Poison , Paralysis , Sleep ลดน้อยลง

เมื่อรู้เกี่ยวกับประเภทการโจมตีแล้วก็คงจะทำให้ผู้เล่นสามารถใช้อาวุธได้ถูกต้องตามสถานการณ์กันนะครับ

ที่มา: monsterhunterworld.wiki

from:https://notebookspec.com/monster-hunter-world-damage-type-explain/450766/