คลังเก็บหมวดหมู่: thaiappupdate

เปิดตัว Oppo Find X: จอโค้ง ไร้รอยบาก ขอบบาง พื้นที่จอมากสุดในโลก

ห่างหายจากซีรี่ส์ Find ไปนาน วันนี้ Oppo ก็ได้เปิดตัวเรือธงภาพต่อในชื่อ Find X แล้ว โดยมาพร้อมดีไซน์ขอบบางตามสมัยนิยม แต่ที่ไม่ตามเทรนด์ก็คือไม่มีรอยบอกนั่นเอง แต่ใช้วิธีซ่อนกล้องให้เลื่อนขึ้นมา ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

ภาพจาก The Verge

Oppo Find X มีอัตราส่วนพื้นที่หน้าจอต่อบอดี้อยู่ที่ 92.25 เปอร์เซนต์ ถือว่ามากที่สุดในโลก มากกว่า Vivo NEX ที่มีอัตราส่วน 91.24 เปอร์เซนต์ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน เรียกว่าโดนแย่งบัลลังก์ไปอย่างรวดเร็ว

ภาพจาก The Verge

สำหรับกล้องที่ซ่อนอยู่นั้น จะเลื่อนออกมาจากด้านหลังทั้งแผงเมื่อมีการเรียกใช้งานกล้อง (ต่างจาก Vivo NEX ที่เลื่อนออกมาเฉพาะกล้องหน้า) และก็จะซ่อนกลับลงไปอัตโนมัติ โดยกล้องหน้านั้นมีความละเอียด 25 MP และสามารถสแกนใบหน้า 3 มิติได้ ซึ่งการปลดล็อคเครื่องก็ใช้ใบหน้าเลย ไม่ได้มีระบบสแกนลายนิ้วมือแต่อย่างใด ส่วนกล้องหลังเป็นกล้องคู่ที่มีความละเอียด 16 และ 20 MP

หน้าจอของ Oppo Find X เป็นแบบ OLED ความละเอียด 1080p มาพร้อมขอบจอโค้งเหมือน Galaxy S9 และด้านหลังเครื่องก็เป็นกระจกขอบโค้งเช่นเดียวกัน ด้านล่างของหน้าจอนั้นกินพื้นที่เพียงเล็กน้อย ทำให้ค่อนข้างเรียกได้ว่าเกือบจะไร้ขอบไปเลย

ภาพจาก The Verge

สเปกด้านในนั้นก็เป็นตามระเบียบของเรือธงในปีนี้ เช่น แอนดรอยด์ 8.1 Oreo, หน่วยประมวลผล Snapdragon 845, แรม 8GB, พื้นที่เก็บข้อมูล 256 GB และแบตเตอรี่ความจุ 3,730 mAh ที่มาพร้อมระบบชาร์จเร็ว Oppo VOOC แต่ไม่มีระบบชาร์จไร้สาย

ภาพจาก The Verge

ที่มา: The Verge

บทความ เปิดตัว Oppo Find X: จอโค้ง ไร้รอยบาก ขอบบาง พื้นที่จอมากสุดในโลก มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/06/11966/

Advertisements

เปิดตัว Mi 8 สามรุ่น: สแกนนิ้วบนหน้าจอ, สแกนใบหน้า 3 มิติ, ฝาหลังใส!

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ทโฟน Mi 8, Mi 8 Explorer Edition และ Mi 8 SE มาพร้อมระบบสแกนนิ้วบนหน้าจอ สแกนใบหน้าด้วยอินฟราเรด ระบบปรับแสงใบหน้าบุคคล ระบบปรับรูปร่างใบหน้าสามมิติ และ GPS ที่แม่นยำมาก

สเปก Xiaomi Mi 8

  • แอนดรอยด์ 8.1 ครอบด้วย MIUI 10
  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.2″ ความละเอียด 1080×2280 พิกเซล
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845
  • แรม 6 GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล 64/128/256 GB
  • กล้องหลัก 12 MP f/1.8 + 12 MP f/2.4 (ซูม 2 เท่า) OIS 4 แกน
  • กล้องหน้า 20 MP f/2.0
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, บลูทูธ 5.0, NFC, อินฟราเรด
  • แบตเตอรี่ 3,300 mAh
  • สแกนใบหน้าด้วยอินฟราเรด
  • 2699, 2999, 3299

สเปก Xiaomi Mi 8 Explorer Edition (เฉพาะส่วนที่ต่างจาก Mi 8)

  • แรม 8 GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล 128 GB
  • สแกนใบหน้า 3 มิติ
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • ฝาหลังใส
  • 3699

สเปก Xiaomi Mi 8 SE (เฉพาะส่วนที่ต่างจาก Mi 8)

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 5.88″ ความละเอียด 1080×2280 พิกเซล
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710
  • แรม 4/6 GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB
  • กล้องหลัก 12 MP + 5MP
  • แบตเตอรี่ 3,120 mAh
  • 1799 1999

กล้อง

แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนปัจจุบันนี้มักจะชูกล้องเป็นจุดเด่นที่สำคัญ และหลังจากที่เรียกเสียงฮือฮาด้วยกล้อง Mi MIX 2S ที่ทำมาดีกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างมาก ครั้งนี้เสียวหมี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังอีกเช่นกัน ด้วยการทำคะแนนกล้อง DxOMark Mobile ไปได้ 99 คะแนน มากกว่า iPhone X ที่ได้ 97 (แต่น้อยกว่า P20 Pro เพื่อนร่วมชาติที่ได้ 109)




กล้องของ Mi 8 ทั้งสามรุ่นมาพร้อมคุณสมบัติ AI สำหรับแยกประเภทฉากและปรับภาพอัตโนมัติ ที่มีกันแทบทุกรุ่นทุกยี่ห้อแล้วในปีนี้ นอกจากนี้ก็ยังมีการปรับปรุงฟีเจอร์ถ่ายภาพบุคคล ที่นอกจากจะเบลอหลังแล้ว ยังสามารถจัดแสง ลบฉลากหลัง ได้เหมือนกับ iPhone X



นอกจากการจัดแสงแล้ว Mi 8 ยังมาพร้อมกับการปรับโครงหน้าแบบสามมิติอีกด้วย ถ่ายหน้าเราทั้งทีต้องเอาให้ดูดีให้สุดใช่มั้ยครับ 😂😂 Mi 8 สามารถทำให้โครงหน้าผอมลงได้ จมูกสวยขึ้นได้ เป็นต้น

เปรียบเทียบกับ iPhone X




สแกนใบหน้า

Mi 8 และ Mi 8 SE มาพร้อมระบบสแกนใบหน้าด้วยอินฟราเรด ทำงานได้ในที่มืด เอาภาพนิ่งมาหลอกไม่ได้

Mi 8, Mi 8 SE

สำหรับระบบสแกนใบหน้าบน Mi 8 Explorer Edition นั้นจะต่างออกไปหน่อย โดยเป็นระบบสแกนใบหน้าแบบสามมิติ ใช้เซ็นเซอร์มากกว่า Mi 8 และ Mi 8 SE และด้วยการสแกนแบบสามมิตินี้ ทำให้ Mi 8 Explorer Edition มีลูกเล่นแบบ Animoji เพิ่มเข้ามาด้วย

Mi 8 Explorer Edition

GPS แม่นยำมาก

เสียวหมี่โฆษณาว่า Mi 8 ทั้งสามรุ่นมีระบบระบุตำแหน่งที่แม่นยำมาก ด้วยระบบ GPS แบบสองคลื่นความถี่ ลดการรบกวนจากสภาพแวดล้อม แม่นยำจนถึงขนาดที่ว่าเสียวหมี่นำไปทดสอบปิดกระจกทุกบานในรถแล้วให้คนขับมองแต่หน้าจอมือถืออย่างเดียวแล้วให้ขับไปในเส้นทางแคบๆ ไปถึงเส้นชัยได้

เทียบความแม่นยำของ GPS ระหว่าง Mi 8, iPhone X และ Galaxy S9

Explorer Edition: สแกนนิ้วบนจอ ฝาหลังใส

อีกสองความพิเศษที่มีอยู่บน Xiaomi Mi 8 Explorer Edition ก็คือการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และฝาหลังแบบใส เผยให้เห็นแผงวงจรด้านในและโลโก้ Snapdragon เพิ่มความเท่เข้าไปอีก

ราคา

Mi 8

  • 6+64 GB: 2699 หยวน (ราว 13500 บาท)
  • 6+128 GB: 2999 หยวน (ราว 15000 บาท)
  • 6+256 GB: 3299 หยวน (ราว 16500 บาท)

Mi 8 Explorer Edition

  • 8+128 GB: 3699 หยวน (ราว 18500 บาท)

Mi 8 SE

  • 4+64 GB: 1799 หยวน (ราว 9000 บาท)
  • 6+64 GB: 1999 หยวน (ราว 9500 บาท)

สำหรับกำหนดการการวางจำหน่ายนั้นยังไม่มีรายละเอียดครับ

Mi 8
Mi 8
Mi 8 SE

บทความ เปิดตัว Mi 8 สามรุ่น: สแกนนิ้วบนหน้าจอ, สแกนใบหน้า 3 มิติ, ฝาหลังใส! มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/05/11859/

Huawei P10 รับอัพเดต Face Unlock

วันนี้มีเซอร์ไพรส์สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟน Huawei P10 เรือธงจากปีที่แล้วครับ เพราะหัวเหว่ยได้เพิ่มฟีเจอร์ปลดล็อคด้วยใบหน้าเข้ามา และมีฟีเจอร์ยกเครื่องเพื่อเปิดหน้าจอด้วย พร้อมกับอัพเดตความปลอดภัยเดือนพฤษภาคม

อัพเดตนี้คือ VTR-L29 8.0.0.365 (C636) ขนาด 586 MB สามารถเข้าไปอัพเดตได้เองที่ Settings > System > System update ครับ เมื่ออัพเดตแล้วจะสามารถเข้าไปเปิดใช้งาน Face unlock ได้ที่ Settings > Security 7 privacy > Face unlock

นอกจากนี้ยังมีอีกฟีเจอร์หนึ่งคือ Pick up ครับ ก็คือเมื่อเรายกโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอจะติดเองโดยไม่ต้องกดปุ่ม สามารถเข้าไปเปิดใช้งานได้ใน Settings > Smart assistance > Motion control > Pick up ครับ

บทความ Huawei P10 รับอัพเดต Face Unlock มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/05/11916/

OnePlus มีตัวแทนในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว!

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาปรากฏชื่อของ OnePlus 5T ในรายชื่อโทรศัพท์มือถือที่ผ่านการอนุมัติของ กสทช. ทำให้แฟนๆ หลายคนได้ลุ้นกันไป ล่าสุดมีจดหมายยืนยันที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือออกมาแล้วว่ามีบริษัทในไทยได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ

จดหมายดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่โดยเพจเฟซบุ๊ก OnePlusTH โดยมีใจความว่า “บริษัท OnePlus Technology (Shenzen) อนุญาตให้ บริษัท Oneplus Mobile มีสิทธิ์จำหน่ายสินค้าและให้บริการหลังการขายในนาม OnePlus เป็นระยะเวลาหนึ่งปี ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2561 จนถึง 29 เม.ย. 2562” พร้อมลายเซ็น Pete Lau ซีอีโอของ OnePlus

ต้องติดตามดูกันต่อไปครับว่าจะมีสินค้าใดที่ถูกนำมาวางจำหน่ายในประเทศไทยบ้าง และการรับประกันจะเป็นอย่างไร ซึ่งหากมีความคืบหน้าแล้ว เราจะนำมาแจ้งให้ทราบครับ

บทความ OnePlus มีตัวแทนในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว! มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/05/11909/

เปิดตัว TicWatch Pro: แบตฯ อึด 30 วัน ใช้งานโดยปิด Wear OS ได้!

หลังจากที่เดือนก่อน Mobvoi เพิ่งจะเปิดตัวหูฟังไร้สาย TicPods Free ไป วันนี้ Mobvoi ก็เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่อีกในชื่อ TicWatch Pro (รีวิว Ticwatch E) ที่มาพร้อมกับระบบ Wear OS (Android Wear) และแบตเตอรี่สุดอึดที่ใช้งานได้นาน 30 วัน

TicWatch Pro มาพร้อมกับฟีเจอร์พื้นฐานสำหรับสมาร์ทวอทช์ เช่น การนับก้าวเดิน วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และในรุ่นนี้ก็รองรับการจ่ายเงินผ่าน NFC ด้วย

ภาพจาก The Verge

TicWatch Pro มีหน้าจอสองชั้น โดยชั้นบนสุดเป็นหน้าจอประหยัดพลังงาน FSTN LCD ที่จะสามารถแสดงเวลาได้ตลอด และด้านล่างคือหน้าจอ OLED หลักสำหรับใช้งานปกติ ซึ่งจะสลับการทำงานกันโดยอัตโนมัติ ในการใช้งานแบบปกตินี้ Mobvoi ให้ข้อมูลว่าจะสามารถใช้งานได้สองวัน

นอกจากจะใช้หน้าจอสองชั้นเพื่อประหยัดพลังงานแล้ว TicWatch Pro ยังมาพร้อมกับ “Essential Mode” ที่สามารถปิดการทำงานของ Wear OS ไปเลยก็ได้ โดยที่ยังคงแสดงเวลาอยู่ และยังสามารถใช้งานคุณสมบัติพื้นฐานอย่างนับก้าวและวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ ใน Essential Mode นี้จะทำให้แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ 30 วัน

ทั้งนี้ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลการวางจำหน่ายครับ แต่ Mobvoi บอกว่าจะถูกกว่า 300 ดอลลาร์ หรือราว 9,600 บาท

ภาพจาก The Verge
ภาพจาก The Verge

ที่มา: The Verge, Mobvoi

บทความ เปิดตัว TicWatch Pro: แบตฯ อึด 30 วัน ใช้งานโดยปิด Wear OS ได้! มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/05/11901/

12+ หน้าปัดฟรีและสวย สำหรับ Wear OS

Wear OS หรือชื่อเก่าคือ Android Wear เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้บนสมาร์ทวอทช์หลายรุ่น เช่น Ticwatch, Fossil และ Moto 360 เป็นต้น วันนี้เราขอแนะนำแอพหน้าปัดกว่า 12 แอพสำหรับนาฬิกา Wear OS กันครับ (ที่ใช้คำว่า “แอพ” เพราะในแอพหนึ่งก็มีหลายหน้าปัดให้เลือกอีกครับ)

Dieterist

Dieterist Watch Face (Free, Google Play) →

ustwo Watch Faces

ustwo Watch Faces (Free, Google Play) →

Zoe Jordan

Zoe Jordan Watch face (Free, Google Play) →

Spotlight

Spotlight Watch Face (Free, Google Play) →

Radii

Radii Watch Face for Android Wear OS (Free, Google Play) →

Exakt

Exakt watchface by Monostone (Free, Google Play) →

Cool Watch Faces

Cool Watch Faces (Free, Google Play) →

Mustache

Mustache Watch Face (Free, Google Play) →

Modern Times

Modern Times watchface by Pluto (Free, Google Play) →

Flat times

Flat times watch face (Free, Google Play) →

Nebula

Nebula Watch Face – Wear OS / Android Wear 2.0 (Free, Google Play) →

Yalantis

Yalantis WatchFace (Free, Google Play) →

บทความ 12+ หน้าปัดฟรีและสวย สำหรับ Wear OS มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/05/11896/

ภาพหลุดดีไซน์ Pixel 3 จาก Android P เผยจอไร้ขอบ ไร้รอยบาก

แม้ใน Android P จะมีการรองรับรอยบาก (หรือ notch) อย่างเป็นทางการ และไอคอนการแจ้งเตือนบนแถบสถานะก็จะแสดงแค่สี่ไอคอน ทำให้หลายคนกังวลว่า Pixel 3 อาจมาพร้อมรอยบาก แต่ล่าสุดมีคนไปพบการตั้งค่าหนึ่งใน Android P ซึ่งเผยให้เห็นดีไซน์ของสมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่ง

ภาพโดย Gordon Kelly

หน้าดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้จาก Settings > Sounds > Shortcut to Prevent Ringing ซึ่งภายในหน้าการตั้งค่านี้ก็เผยให้เห็นหน้าตาคร่าวๆ ของสมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่ง ที่หน้าจอกินพื้นที่จนเกือบหมด หรือเรียกได้ว่าไร้ขอบ/ขอบบาง นั่นเอง แถมยังไม่มีรอยบากอีกด้วย ซึ่งก็น่าสงสัยว่ากล้องหน้าถูกซ่อนไว้ที่ใด

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าภาพดังกล่าวก็คือหน้าตาของ Pixel 3 เนื่องจากเมื่อปีที่แล้วกูเกิลก็ได้ใช้ดีไซน์ของสมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่งที่ยังไม่เปิดตัว ในแอปฟลิเคชัน Data Transfer Tool จนต้องรีบเปลี่ยนเป็นภาพอื่น ซึ่งสุดท้ายแล้วก็คือ Pixel 2 XL จริงๆ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าภาพที่กูเกิลใช้ในครั้งนี้อาจจะเป็น Pixel 3

คุณผู้อ่านคิดอย่างไรกันบ้างครับ Pixel 3 จะออกมาหน้าตาแบบนี้จริงๆ หรือไม่

ที่มา: Forbes, Slashleaks

บทความ ภาพหลุดดีไซน์ Pixel 3 จาก Android P เผยจอไร้ขอบ ไร้รอยบาก มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/05/11891/