คลังเก็บหมวดหมู่: thaiappupdate

ซัมซุงเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ เปิดตัวสมาร์ทโฟนพับได้สัปดาห์นี้!

อย่างที่หลายคนทราบข่าวกันก่อนหน้านี้แล้วว่าซัมซุงจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนพับได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้เสียที หลังจากที่มีข่าวลือกันมานานมากกว่าสองปี ล่าสุดซัมซุงได้เปลี่ยนภาพโปรไฟล์ในสื่อออนไลน์เป็นโลโก้แบบโค้งพับแล้ว

จากภาพโปรไฟล์ทั้งบนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของบัญชี Samsung Mobile นั้น เป็นโลโก้ซัมซุงที่มีส่วนโค้งพับขึ้นมาครึ่งหนึ่งของโลโก้ คงจะเดากันไม่ยากว่าเป็นการล้อกับลักษณะของสมาร์ทโฟนพับได้ ไม่มากก็น้อยนั่นเอง

ซัมซุงจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนพับได้ในงาน Samsung Developers Conference 2018 ในซานฟรานซิสโกที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 ถึง 8 พฤศจิกายนนี้ หรือก็คือสุดสัปดาห์นี้นั่นเอง

DJ Koh ซีอีโอส่วนมือถือของซัมซุง บอกว่าซัมซุงทำแบบสอบถามกับผู้บริโภคมาแล้ว และพบว่าในตลาดยังมีพื้นที่ให้กับสมาร์ทโฟนประเภทนี้อยู่ ในการใช้งานผู้ใช้จะสามารถใช้ความสามารถหลักๆ ของเครื่องได้โดยไม่ต้องกางจอออก และเมื่อต้องการพื้นที่หน้าจอเพิ่มเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมก็ค่อยกางจอออกมา

ปลายสัปดาห์นี้ก็จะได้เห็นสมาร์ทโฟนพับได้รุ่นแรกของซัมซุงกันแล้วครับ มารอดูกันว่าการพับได้จะมีประโยชน์อย่างไรกับการใช้งานบ้าง

บทความ ซัมซุงเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ เปิดตัวสมาร์ทโฟนพับได้สัปดาห์นี้! มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/11/12541/

Advertisements

มาแล้ว! แอปเปิลประกาศเปิด Apple Store สาขาแรกในไทย 10 พ.ย. นี้

หลังจากที่ลือและมีภาพหลุดกันมานาน ล่าสุดวันนี้ก็ได้ฤกษ์ประกาศวันเปิดตัว Apple Store สาขาแรกในไทยที่ศูนย์การค้า ICONSIAM เสียที โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10 โมงเช้า

Apple Store สาขา ICONSIAM นี้จะมีโซนและกิจกรรมต่างๆ เหมือนกับ Apple Store ในต่างประเทศ เช่น โซน Genius Bar และกิจกรรม Today at Apple ที่เป็นกิจกรรมสอนการใช้งานหรือกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ

เอาเป็นว่าเตรียมตัวกันให้พร้อม แล้วไปเปิด Apple Store สาขาแรกในไทยกันวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ครับ

ที่มา: Apple

บทความ มาแล้ว! แอปเปิลประกาศเปิด Apple Store สาขาแรกในไทย 10 พ.ย. นี้ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/10/12522/

เปิดตัว TicWatch C2: เรือนสแตนเลส, กันน้ำ, จ่ายเงินผ่าน NFC ได้

Mobvoi เปิดตัว TicWatch C2 นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ ตัวเรือนทำจากสแตนเลส มาพร้อมสายหนัง รองรับการจ่ายเงินผ่าน NFC ด้วย Google Pay และสามารถกันน้ำได้ลึกกว่าหนึ่งเมตร ตามมาตรฐาน IP68

คุณสมบัติของ TicWatch C2 ก็จะใกล้เคียงกับ TicWatch รุ่นอื่นๆ คือใช้ระบบปฏิบัติการ Wear OS มีหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.3 นิ้ว มี GPS, Accelerometer, Gyroscope ส่วนหน่วยประมวลผลยังคงเป็น Snapdragon 2100 ซึ่งเป็นรุ่นเมื่อสองปีที่แล้ว ยังไม่ใช่ Snapdragon 3100 ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้

ราคาสั่งจองล่วงหน้าอยู่ที่ 6448.99 บาทบนเว็บไซต์ Mobvoi (รวมค่าส่งเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 7,060 บาท) ส่วนราคาจากตัวแทนจำหน่ายในบ้านเรานั้นต้องติดตามกันอีกทีครับ

บทความ เปิดตัว TicWatch C2: เรือนสแตนเลส, กันน้ำ, จ่ายเงินผ่าน NFC ได้ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/10/12512/

Mobvoi เตรียมเปิดตัว TicWatch รุ่นใหม่เร็วๆ นี้ อาจเป็น 22 ต.ค.

บัญชีทวิตเตอร์ของ Mobvoi โพสต์ภาพทีเซอร์ของสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ พร้อมลิงก์ไปยังหน้าสมัครรับอีเมลตอบคำถามลุ้นรางวัล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ (พรุ่งนี้) ซึ่งในวันดังกล่าวอาจเป็นวันเปิดตัว TicWatch รุ่นใหม่นี้ก็ได้

สำหรับ TicWatch รุ่นดังกล่าวนี้ไม่น่าจะเป็น TicWatch E2 เนื่องจาก TicWatch E2 มีปุ่มด้านข้างเพียงปุ่มเดียว แต่ในภาพทีเซอร์ใหม่นี้มีปุ่มด้านข้างถึงสองปุ่ม และตัวเรือนก็ดูเหมือนจะเป็นโลหะ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็น TicWatch Classic รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล Snapdragon Wear 3100 สำหรับสมาร์ทวอทช์โดยเฉพาะ ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ในวันพรุ่งนี้ก็จะ (อาจจะ) ได้รู้กันแล้วว่า TicWatch รุ่นใหม่นี้คืออะไร รอดูกันครับ

ที่มา: Mobvoi

บทความ Mobvoi เตรียมเปิดตัว TicWatch รุ่นใหม่เร็วๆ นี้ อาจเป็น 22 ต.ค. มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/10/12506/

แอปเปิลส่งบัตรเชิญงานเปิดตัว iPad Pro 2018 วันที่ 30 ต.ค.

จากที่ Thai App Update รายงานไปเมื่อต้นสัปดาห์ว่าปลายในสัปดาห์นี้เราจะได้เห็นบัตรเชิญงานเปิดตัว iPad Pro และแมครุ่นปี 2018 อย่างแน่นอน วันนี้บัตรเชิญดังกล่าวก็ออกมาจริงๆ แล้วครับ

งาน Apple Special Event ครั้งนี้จะจัดขึ้นที่บรุกลิน นิวยอร์ก ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ เวลา 10 โมงเช้าตามโซนเวลา EDT หรือประมาณคืนวันที่ 31 ตามเวลาประเทศไทย

ในงาน Apple Special Event ครั้งนี้เราคาดว่าจะได้เห็น iPad Pro รุ่นใหม่ที่มาพร้อมขอบจอที่บางลง ใช้พอร์ต USB Type-C แทน Lightning มาพร้อม Face ID และ Apple Pencil รุ่นใหม่ ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมี Mac Mini รุ่นใหม่ที่โฟกัสกลุ่มโปรมากขึ้น และ MacBook รุ่นใหม่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน

ที่มา: Apple

บทความ แอปเปิลส่งบัตรเชิญงานเปิดตัว iPad Pro 2018 วันที่ 30 ต.ค. มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/10/12500/

Xiaomi เผย Mi MIX 3 จะมีแรม 10 GB และรองรับ 5G

สัปดาห์หน้าก็จะได้ฤกษ์เปิดตัว Xiaomi MIX 3 สมาร์ทโฟนขอบบางรุ่นที่สามจากเสียวหมี่กันแล้ว ซึ่งวันนี้เสียวหมี่ได้โพสต์บนเว็บไซต์ Weibo ว่า Mi MIX 3 จะมาพร้อมแรมสูงถึง 10 GB และรองรับการเชื่อมต่อ 5G

ถ้ายังไม่มีสมาร์ทโฟนรุ่นใดชิงเปิดตัวไปก่อน Mi MIX 3 ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ Mi MIX 3 ก็จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมกับแรม 10 GB และก็เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกอีกเช่นกันที่รองรับเครือข่ายโทรคมนาคมยุคที่ 5

จากข้อมูลเดิมที่มีการเปิดเผยมาก่อนหน้านี้ เราทราบว่า Mi MIX 3 จะมีหน้าจอที่ขอบบางมากๆ และยังไม่มีรอยบากอีกด้วย เนื่องจากกล้องหน้าถูกซ่อนไว้ในฝาหลังที่สามารถเลื่อนขึ้น-ลงได้ คล้ายกับ Oppo Find X แต่ของ Mi MIX 3 จะเลื่อนฝาหลังทั้งชิ้น ไม่ได้เลื่อนเฉพาะส่วนบน

งานเปิดตัว Mi MIX 3 จะจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ แม้ตอนนี้เราจะพอทราบหน้าตาของ Mi MIX 3 กันแล้ว แต่ฟีเจอร์ต่างๆ ก็ยังถูกอุบไว้อยู่ ก็มารอดูกันสัปดาห์หน้าครับ

ที่มา: Android Authority

บทความ Xiaomi เผย Mi MIX 3 จะมีแรม 10 GB และรองรับ 5G มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/10/12494/

เปิดตัว Huawei Mate 20 สามรุ่น: กล้องหลังสามตัว สแกนนิ้วบนจอ ชาร์จไร้สายให้เครื่องอื่นได้

หัวเหว่ยเปิดตัวสมาร์ทโฟน Huawei Mate 20 ซีรี่ส์ประกอบไปด้วย Mate 20, Mate 20 Pro และ Mate 20 X ซึ่งทั้งสามรุ่นก็มาพร้อมกล้องหลังสามตัวตามคาด และยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกเพียบ ดังนี้

สเปก Huawei Mate 20

  • หน้าจอ RGBW 6.53 นิ้ว
  • แอนดรอยด์ 9.0 Pie
  • กล้องหลัง 17 มม. (16 MP f/2.2), 27 มม. (12 MP f/1.8), 52 มม. (8 MP f/2.4)
  • หน่วยประมวลผล Kirin 980
  • แรม 4, 6 GB
  • ความจุ 128 GB รองรับ Nano Memory Card
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh

สเปก Huawei Mate 20 Pro (เฉพาะส่วนที่ต่างจาก Mate 20)

  • หน้าจอ OLED 6.9 นิ้ว
  • กล้องหลัง 16 มม. (20 MP f/2.2), 27 มม. (40 MP f/1.8), 80 มม. (8 MP f/2.4)
  • แรม 6 GB
  • ความจุ 128 GB รองรับ Nano Memory Card
  • สแกนลายนิ้วมือบนจอ
  • แบตเตอรี่ 4200 mAh + ชาร์จไร้สาย 15 วัตต์
  • IP68

สเปก Huawei Mate 20 X (เฉพาะส่วนที่ต่างจาก Mate 20)

  • หน้าจอ OLED 7.2 นิ้ว
  • กล้องหลัง 40 MP
  • รองรับปากกา M-Pen
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh
  • ระบายความร้อนด้วยฟิล์มกราฟีนและท่อไอน้ำ
  • IP53

Huawei Mate 20 ทั้งสามรุ่นมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ขอบบาง รองรับเฉดสี DCI-P3 และ HDR โดยรุ่น Mate 20 และ Mate 20 X จะมีรอยบากรูปหยดน้ำขนาดเล็ก ส่วน Mate 20 Pro จะเป็นรอยบากที่ใหญ่กว่าเนื่องจากมีเซ็นเซอร์เพิ่มเข้ามาหลายตัว เพื่อใช้งานการสแกนใบหน้าแบบสามมิติ

Mate 20 X

ในส่วนของ Mate 20 X นั้นมาพร้อมหน้าจอมหึมาถึง 7.2 นิ้ว รองรับ M-Pen แยกแยะแรงกดได้ 4,096 ระดับ แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh มาพร้อมระบบระบายความร้อนด้วยฟิล์มกราฟีนและท่อไอน้ำ

บน Huawei Mate 20 ทั้งสามรุ่นรองรับ Nano Memory Card (NM) ซึ่งเป็นการ์ดความจำที่เล็กกว่าการ์ด microSD โดยมีขนาดเท่ากับ Nano SIM

หน่วยประมวลผล (SoC) บน Huawei Mate 20 ซีรี่ส์ใช้ HiSilicon Kirin 980 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดของหัวเหว่ย ใช้สถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร (เช่นเดียวกับ Apple A12 บน iPhone XS) มีทรานซิสเตอร์ถึง 6.9 พันล้านตัว มาพร้อมหน่วยประมวลผลประสาทเทียม (NPU) สองตัว รองรับโมเด็ม Cat.21 1.4 Gbps

สำหรับบน Mate 20 Pro นอกจากจะมีกล้องสามมิติเพิ่มเข้ามาแล้ว ยังรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอด้วย โดยสามารถรับรู้แรงกดได้ 10 ระดับ และด้านหน้าก็มีลำโพงสเตอริโอที่ถูกซ่อนไว้ในตัวเครื่อง

กล้องหน้าสามมิติบน Mate 20 Pro ไม่ได้ใช้สแกนใบหน้าแบบสามมิติแค่อย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้สแกนตุ๊กตาให้กลายเป็นโมเดลสามมิติ แล้วนำไปถ่ายรูปในโหมด AR ได้ โดยที่สามารถใส่ท่าทางให้ตุ๊กตาเดินวิ่งไปมาได้ด้วย ด้วยเทคนิคการแม็ปโครงสร้าง (skeleton mapping) ซึ่งก็คงต้องมาลองใช้จริงกันดูว่าได้ผลดีแค่ไหน

ในด้านแบตเตอรี่นั้น Mate 20 รองรับการชาร์จเร็วที่ 4.5V/5A ในขณะที่ Mate 20 Pro รองรับถึง 10V/4A และยังรองรับการชาร์จไร้สายทั้งชาร์จตัวเองและเอาไปชาร์จเครื่องอื่นด้วย 😲 ซึ่งรองรับการชาร์จ (ตัวเอง) ไร้สายแบบเร็ว 15W เลยทีเดียว

กล้องของ Mate 20 ซีรี่ส์มีด้วยกันสามตัว ได้แก่ มุมกว้างมาก มุมกว้างธรรมดา และซูม โดยในรุ่น Mate 20 จะเป็น 17 มม. (16 MP f/2.2), 27 มม. (12 MP f/1.8) และ 52 มม. 2x ซูม (8 MP f/2.4) ตามลำดับ ส่วน Mate 20 Pro จะเป็น 16 มม. (20 MP f/2.2), 27 มม. (40 MP f/1.8) และ 80 มม. 3x ซูม (8 MP f/2.4)

สำหรับ Mate 20 Pro นั้น กล้องหลังจะสามารถดัน ISO ขึ้นไปได้สูงถึง 102400 เหมือนบน P20 Pro ซึ่งถือว่ามากกว่า Galaxy Note9 และ iPhone XS ที่ทำได้เพียง 6400 อย่างมหาศาล

กล้องของทั้งสามรุ่นรองรับการถ่ายมาโครได้ใกล้ถึง 2.5 มิลลิเมตร ใกล้กว่า iPhone XS และ Galaxy Note9 ส่วนฟีเจอร์กล้องอื่นๆ ของ Mate 20 ซีรี่ส์ ก็เช่น

  • Super HDR การถ่ายภาพย้อนแสงที่ดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยการรวม 10 ภาพเข้าด้วยกัน
  • การละลายหลังสามารถปรับรูปร่างของโบเก้ได้ เช่นรูปหัวใจ พร้อมทั้งยังสามารถปรับให้โค้งรับกับเลนส์เพื่อให้ผลลัพธ์คล้ายเลนส์ DSLR จริงๆ ได้
  • สามารถแยกปรับสีพื้นหลังและบุคคลได้แบบเรียลไทม์ด้วย AI
  • สามารถเลือกแสดงส่วนของวิดีโอที่มีหน้าของคนที่ต้องการได้
  • วัดแคลอรีของอาหารจากปริมาณ ณ ขณะนั้นได้ เป็นต้น

สำหรับราคาและวันวางจำหน่ายของแต่ละรุ่น รอติดตามกันครับ

บทความ เปิดตัว Huawei Mate 20 สามรุ่น: กล้องหลังสามตัว สแกนนิ้วบนจอ ชาร์จไร้สายให้เครื่องอื่นได้ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2018/10/12481/