คลังเก็บหมวดหมู่: thectalkthai

[PR] Endless ระบบปฏิบัติการฟรีที่ง่ายต่อการใช้งานพร้อมให้บริการในประเทศไทยแล้ว เจาะกลุ่มผู้ใช้ใหม่สำหรับตลาดคอมพิวเตอร์

กรุงเทพฯ 23 มิถุนายน 2560 – Endless Computers ประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการ (OS) ในประเทศไทยแล้ววันนี้ สร้างมิติใหม่แก่ตลาดคอมพิวเตอร์ของไทย การเปิดตัวครั้งนี้ยังเป็นการบุกตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกของ Endless อีกด้วย 

Endless เป็นระบบปฏิบัติการฟรี ปลอดภัย ใช้งานง่าย และไม่ต้องกังวลเรื่องไวรัส ทั้งนี้ Endless OS พร้อมให้บริการในรูปแบบภาษาไทยแล้ว สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกรุ่นและยังมีการดาวน์โหลดไว้ให้ล่วงหน้าบนเครื่องคอมพิวเตอร์บางยี่ห้อในประเทศไทยอีกด้วย

Endless OS นำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในประเทศไทยที่เผชิญกับปัญหาทางเลือกสำหรับซอฟต์แวร์มาเป็นเวลานาน Endless OS จะช่วยเชื่อมต่อผู้คนและชุมชน อีกทั้งยังจะช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีได้มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นได้

Endless OS นำเสนอทางเลือกใหม่สำหรับซอฟต์แวร์ให้แก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในประเทศไทย ซึ่งแต่เดิม ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในประเทศไทยนั้นจะต้องซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์หรือไม่ก็ใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนผู้ที่มีทักษะด้านไอทีก็เลือกที่จะใช้งานโอเพ่นซอร์สซอฟต์แวร์ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่นั้นเลือกใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีราคาถูกแต่มาพร้อมกับความเสี่ยงหลายด้าน

ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการมอบอำนาจแก่คนทั่วโลก Endless สร้างสรรค์ซอฟต์แวร์ที่เน้นการเชื่อมโยงผู้คนให้เข้ากับยุคดิจิทัล และยังมีเป้าหมายหยุดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยโดยการมอบระบบปฏิบัติการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและปลอดภัยแก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนในประเทศไทย

“คอมพิวเตอร์ไม่ใช่แค่โทรศัพท์ แต่คือพื้นฐานของการศึกษาที่สมบูรณ์แบบ และเพิ่มอำนาจในการทำงานที่แท้จริง และยังมีคนอีกจำนวนมากในประเทศไทยและทั่วโลกที่ไม่สามารถซื้อพีซีได้ หากถามคนเป็นแม่ว่าต้องการให้ลูกมีคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้หรือไม่ คุณจะพบว่าเกือบทุกคนจะตอบว่า “แน่นอน!” ทั้งนี้โลกกำลังหลงใหลไปกับโทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยีคลาวด์แต่ลืมไปว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่มีคอมพิวเตอร์และไม่มีเทคโนโลยีคลาวด์ใช้งาน เป้าหมายของเราคือการทำให้ทุกคนบนโลกใบนี้มีคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานได้บนการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกรูปแบบ แต่ราคาและค่าใช้จ่ายสำหรับอินเทอร์เน็ตคืออุปสรรคที่สำคัญ เราต้องการแก้ปัญหาเหล่านี้ นั่นคือเหตุผลที่เราเริ่มต้นในประเทศไทย” คุณแมตต์ ดาลิโอ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Endless กล่าว

Endless OS มุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนในประเทศไทยมีโอกาสเข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อใช้ในการเรียนรู้และการทำงาน แต่ทุกวันนี้ ค่าใช้จ่ายนั้นถือเป็นอุปสรรคสำคัญ เพราะค่าใช้จ่ายสำหรับข้อมูลขนาด 1GB นั้นเทียบเท่ากับร้อยละ 2 ของรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GDP per capita) ทั่วโลก ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์บอร์ดแบรนด์สูงถึง 60 เท่า

ทั้งนี้ Endless มุ่งเน้นที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมบนการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกรูปแบบ ด้วยการเข้าถึงเนื้อหาจำนวนมากและอัปเดตเนื้อหาเมื่อมีการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถใช้ประโยชน์ได้แม้มีสัญญาณการเชื่อมต่ออินเทอร์ที่เน็ตช้า ไม่เสถียร หรือแม้ในที่ที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนั้นมีราคาแพง

อินเทอร์เน็ตนั้นมีความเร็วสูง แต่ก็มีขีดจำกัด การใช้ข้อมูลขนาด 1GB นั้นเพียงพอสำหรับโทรศัพท์มือถือ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับคอมพิวเตอร์นั้นผู้ใช้งานมีการใช้ข้อมูลเฉลี่ยสูงถึง 60GB ต่อเดือน เนื่องจากโทรศัพท์มือถือนั้นสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองการทำงานของแอปพลิเคชันจึงทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากการใช้ข้อมูลขนาดเล็ก แต่คอมพิวเตอร์นั้นมีพื้นฐานอยู่บนเบราว์เซอร์ จึงทำให้คอมพิวเตอร์มีการใช้ข้อมูลมากกว่าโทรศัพท์มือถือ Endless ได้สร้างซอฟต์แวร์ขึ้นโดยใช้แอปพลิเคชันเป็นแม่แบบ นั่นหมายถึงคอมพิวเตอร์จะสามารถใช้ประโยชน์ได้ในทุกรูปแบบของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แม้จะการเชื่อมต่อที่จำกัดก็ตาม

Endless มีความตั้งใจที่จะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลกำลังสร้างขึ้นด้วยการทำให้ข้อมูลส่วนใหญ่นั้นสามารถเข้าถึงได้ โดยการอัปเดตคอมพิวเตอร์ของทุกคนขณะอยู่ในพื้นที่สาธารณะที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต จากนั้นพวกเขาสามารถนำคอมพิวเตอร์กลับบ้านและยังคงใช้งานเพื่อการเรียนรู้และการทำงานได้

ฟีเจอร์หลักของ Endless OS คือแอปพลิเคชันที่ถูกดาวน์โหลดไว้ล่วงหน้าแล้ว Endless มาพร้อมกับเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพและแอปพลิเคชันฟรีมากกว่า 100 รายการ ที่ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตขณะใช้งาน อาทิ สารานุกรมฉบับภาษาไทย โปรแกรมสำหรับการทำงาน รวมถึงเกมเพื่อการเรียนรู้ที่สนุกสนานสำหรับเด็กๆ นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันใหม่ล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาใน Endless OS คือ Steam แพลตฟอร์มเกมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งนี้เนื้อหาจะมีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอและจะมีแอปพลิเคชันไทยใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

เนื่องจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีแผนขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ไปยัง 30,000 หมู่บ้านทั่วประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนกว่าล้านคนใช้บริการอินเทอร์เน็ตฟรีภายในปีพ.ศ. 2561อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการผลักดันประเทศก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 ดังนั้น Endless OS คือเครื่องมือที่จะช่วยส่งเสริมโครงการนี้ได้อย่างดีเยี่ยม

“การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขั้นสุดท้ายของผู้ใช้งานคือสิ่งที่ท้าทายที่สุด ดังนั้นเราจึงพัฒนา Endless ขึ้นมาโดยตระหนักถึงเรื่องนี้อยู่ตลอด” คุณดาลิโอกล่าว

นอกเหนือจากนี้ Endless ยังได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำอย่างเอเซอร์และเอซุสทั่วโลกเพื่อทำการติดตั้ง Endless OS ไว้ล่วงหน้าบนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ พร้อมทั้งจัดทำแคมเปญการตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา ละตินอเมริกา อเมริกากลาง และเม็กซิโกอีกด้วย

###

เกี่ยวกับ Endless

Endless ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2555 ในซานฟรานซิสโกโดยมีสำนักงานตั้งอยู่ในหลายๆ เมือง ได้แก่ ริโอ เดอ จาเนโร เม็กซิโกซิตี้ กัวเตมาลา ไทเป และกรุงลอนดอน รวมถึงมีทีมงานอยู่ในจอร์แดนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีภารกิจคือการช่วยให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนโลกก็ตาม Endless OS เป็นระบบปฏิบัติการที่โดดเด่นที่สุดของเรา ที่จะทำให้การใช้ชีวิต การทำงาน และการเล่นของคุณสมบูรณ์แบบ เพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่งที่คุณต้องการตั้งแต่เริ่มเปิดใช้งานแม้ว่าไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Endless OS พร้อมให้ดาวน์โหลดฟรีบนเว็บไซต์ Endless ด้วยรูปแบบที่คุ้นเคยและใช้งานง่าย อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชันติดตั้งไว้ล่วงหน้ากว่า 100 รายการ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพ การศึกษา ความบันเทิง ธุรกิจขนาดเล็ก และอื่นๆ อีกมากมาย

from:https://www.techtalkthai.com/endless-free-os-has-been-released-in-thailand/

Advertisements

[PR] อินฟิเนียน-วิศวะฯ ลาดกระบัง ผสานแกร่ง จัดตั้ง ศูนย์ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ด้านอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ แห่งแรกในอาเซียน

อินฟิเนียน เทคโนโลยีส์ เอเชีย แปซิฟิก จับมือคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOA) ในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ KMITL-Infineon Automotive Electronics Cooperation (KIAEC) ตั้งเป้าพัฒนาระบบนิเวศด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ เพื่อสร้างวิศวกรด้านอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ในอนาคตพร้อมต่อยอดความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย

แอนโตนีโอ โมเน็ตติ ผู้อำนวยการการตลาด แผนกยานยนต์ และผู้อำนวยการส่วนการพัฒนาธุรกิจประเทศไทย บริษัทอินฟิเนียน เทคโนโลยีส์ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทย เป็นทั้งศูนย์กลางด้านยนต์ และเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน โดยมีรากฐานระบบนิเวศที่มั่นคงสำหรับยานยนต์ ทั้งรถบรรทุกปิคอัพ รถยนต์โดยสาร และรถจักรยานยนต์ นับเป็นโอกาสถึงสองชั้น ทั้งในเรื่องของการจำหน่ายภายในประเทศ และยังเป็นฐานในการสรรหาวัตถุดิบ (Sourcing Base) เพื่อการส่งออก

แนวคิดเริ่มต้นหลักของศูนย์ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ KIAEC คือการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์แห่งแรกในอาเซียน โดยในความร่วมมือครั้งนี้ อินฟิเนียนจะให้การสนับสนุนเทคโนโลยีล้ำหน้าด้านอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์แก่ศูนย์ฝึกอบรมฯ พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้ให้กับทีมฝึกอบรมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

“สจล. ได้รับการกล่าวขวัญ และเป็นที่ยอมรับในฐานะสถาบันชั้นนำที่เป็นผู้บุกเบิกในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยสถิติการสร้างวิศวกรมืออาชีพที่เป็นที่ยอมรับเป็นจำนวนมากให้กับทุกภาคอุตสาหกรรม” มร.โมเน็ตติ กล่าว “ความร่วมมือในครั้งนี้นอกจากจะมุ่งเน้นที่การสร้างงานวิจัยและพัฒนาด้านอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์แล้ว ยังรวมถึงการสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะครบถ้วนเพื่อรองรับการพัฒนารถยนต์ประหยัดพลังงาน (Eco-cars) และรถยนต์อัจฉริยะ (Smart Cars) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยานยนต์ยุคหน้า (Next Generation Automotive) ภายใต้นโยบายการขับเคลื่อนนวัตกรรม Thailand 4.0 ของรัฐบาล

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ก่อตั้งมากว่า 56 ปี โดยยึดถือหลักปรัชญา “การศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ” ด้วยความมุ่งมั่นในการผลิตวิศวกรที่มีพร้อมทั้งจริยธรรม ความรู้และทักษะปฏิบัติ โดยสจล. เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นสถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และนักศึกษามีอัตราการได้งานสูงกว่า 90% 

โดยความร่วมมือกับอินฟิเนียน เทคโนโลยีส์ ในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์นี้ สอดคล้องกับแผนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทยซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ประเทศไทยสามารถพัฒนา ผลิต และประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในปี 2564

“การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ KMITL-Infineon Automotive Electronics Cooperation คือก้าวย่างที่สมบูรณ์แบบในการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมสำหรับยานยนต์อิเล็กทรอนิกส์ และนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล สำหรับสจล. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นหัวใจของความสำเร็จสำหรับการพัฒนาอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์สำหรับอนาคต เราสร้างโครงการวิจัยและพัฒนา พร้อมทั้งหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับประเทศในการมุ่งหน้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ Industry 4.0 ดังนั้น อนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้” รศ.ดร.คมสัน กล่าว

ดร.สมภพ ผลไม้ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า กรอบข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สจล. และ อินฟิเนียน เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำการผลิตอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำสำหรับยานยนต์ ประกอบด้วย 1) พัฒนาการให้การศึกษาด้านไมโครคอนโทรลเลอร์และไอซีสำหรับยานยนต์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับนักศึกษาและองค์กรต่างๆ ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพการวิจัยและพัฒนาด้านอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ 2) โครงการที่ร่วมมือกันเกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการนำไปใช้งาน หนึ่งในหัวข้อที่มุ่งเป้าคือการประยุกต์ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ไฮบริด ได้แก่ อินเวอร์เตอร์ ระบบการจัดการแบตเตอรี่ และอุปกรณ์แปลงผันระดับแรงดัน 3) การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ KMITL-Infineon Automotive Academy เป็นครั้งแรกในกลุ่มประเทศอาเซียน 4) ผู้ให้การอบรมแก่นักศึกษาหรือวิศวกรจากหน่วยงานภายใน และองค์กรหรือบุคลากรจากภายนอก คืออาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจาก สจล. ศูนย์ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ KMITL-Infineon Automotive Academy จะแล้วเสร็จและเปิดการอบรมในปี 2561 เป็นต้นไป และนอกเหนือจากรายวิชาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์กำลังซึ่งเป็นพื้นฐานของอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์แล้ว นักศึกษาสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าจะสามารถเลือกเรียนวิชาด้านไมโครคอนโทรลเลอร์สำหรับยานยนต์โดยเฉพาะได้อีกด้วย

###

เกี่ยวกับ อินฟิเนียน

อินฟีเนียน เทคโนโลยี เอจี คือผู้นำในด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์ที่ช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น ไมโครอิเล็กทรอนิกส์จากอินฟิเนียนถือเป็นหัวใจสำคัญในการก้าวสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น ในปี งบประมาณ 2016 (สิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน) บริษัทรายงานยอดการจำหน่ายโดยประมาณที่ 6.5 พันล้านยูโร พร้อมด้วยพนักงานมากกว่า 36,000 ทั่วโลก อินฟิเนียนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แฟรงเฟิร์ต (สัญลักษณ์ข้อมูลหุ้น: IFX) และในสหรัฐอเมริกา ในตลาดรองตราสารทุน Over-the-counter market OTCQX International Premier (สัญลักษณ์ข้อมูลหุ้น: IFNNY)

ติดตามข้อมูลได้ที่ twitter.com/Infineon – facebook.com/Infineon – linkedin.com/infineon

from:https://www.techtalkthai.com/infineon-cooperate-with-kmitl-opening-learning-academy/

[PR] EGA (อีจีเอ) พร้อมหน่วยงานพันธมิตร เดินหน้าจัดงานสัมมนา GovChannel Roadshow 2017 : Digital Local Government ขับเคลื่อนราชการทันสมัย บริการประชาชนรวดเร็ว ทันใจ ณ จังหวัดนครสวรรค์

สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA (อีจีเอ) พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร เดินหน้าจัดงานสัมมนา GovChannel Roadshow 2017 : Digital Local Government ขับเคลื่อนราชการทันสมัย บริการประชาชนรวดเร็ว ทันใจ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สานต่อการให้บริการภาครัฐสู่ระดับภูมิภาค ร่วมขับเคลื่อนระบบราชการยุคใหม่พร้อมนำเสนอบริการภายใต้ GovChannel ศูนย์กลางบริการภาครัฐสำหรับประชาชน เพื่อยกระดับการบริหารงานและบริการประชาชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุด ขานรับนโยบายเศรษฐกิจยุคดิจิทัล สู่ประเทศไทย 4.0 ตั้งเป้าจัดงานต่อเนื่อง 7 จังหวัด ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เริ่มจังหวัดนครสวรรค์เป็นจังหวัดที่สามของปีนี้  โดยมี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี

เปิดงาน พร้อมด้วย นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์  และดร.ศักดิ์ เสกขุนทด  ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมงานในวันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องแพลทตินั่ม ฮอลล์ 2 ชั้น 2 โรงแรม แกรนด์ ฮิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดนครสวรรค์

และในเวลา 11.00 น. ขอเชิญพี่น้องชาว จ.นครสวรรค์มาร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อน จ.นครสวรรค์ สู่จังหวัดต้นแบบเมืองอัจฉริยะ Nakhonsawan : Digital Local Government ในพิธีเปิดจุดบริการตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ (Government Smart Kiosk) ณ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขา 1 ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จังหวัดนครสวรรค์

พิเศษสุดสำหรับงานนี้ อย่ารอช้า! รีบดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน G-News (จีนิวส์) ที่จะช่วยให้ทุกท่านได้รับทุกข้อมูลข่าวสารภาครัฐ อย่างทันการณ์ แม่นยำ เชื่อถือได้ และแอปพลิเคชัน GAC (จีเอซี) ศูนย์กลางแอปพลิเคชันภาครัฐที่รวบรวมแอปพลิเคชันต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐไว้ด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกการเข้าถึงบริการด้านดิจิทัลภาครัฐให้กับประชาชน พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมายภายในงาน

สปอต์วิทยุเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ : https://drive.google.com/file/d/0By3SAJPQ-NNnVGVzRlRXSGh2ckU/view?usp=sharing

###

from:https://www.techtalkthai.com/ega-launches-gov-channel-roadshow-2017-digital-local-government/

[PR] โลจิเทค เปิดตัวกล้องประชุมทางไกลระดับพรีเมียร์ ‘โลจิเทค มีทอัพ’ เติมเต็มประสิทธิภาพห้องประชุมกลุ่มย่อย ท่ามกลางความนิยมที่เพิ่มขึ้นของการทำงานในพื้นที่เปิดและห้องประชุมขนาดเล็ก พร้อมส่งต่อประสบการณ์ด้านเสียงและวิดีโอที่เหนือกว่า

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย –  22 มิถุนายน 2560 – โลจิเทค (SIX: LOGN) (NASDAQ: LOGI) เปิดตัวกล้องประชุมทางไกลระดับพรีเมียร์ โลจิเทค มีทอัพ (Logitech® MeetUp) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในห้องประชุมขนาดเล็กและห้องประชุมกลุ่มเล็กที่พื้นที่ค่อนข้างแออัดโดยเฉพาะขอบเขตการรับภาพผ่านมุมมองที่กว้างถึง 120 องศา ทำให้สามารถมองเห็นทุกที่นั่งรอบโต๊ะได้อย่างชัดเจนขณะจัดการประชุม ระบบเสียงที่ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับห้องประชุมกลุ่มเล็ก และการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดครบครันในหนึ่งเดียวเพื่อลดความเกะกะของการใช้สายเคเบิล โดยกล้องโลจิเทค มีทอัพ ถูกออกแบบให้ใช้งานผ่านยูเอสบีได้ทันที ทั้งให้ผลลัพธ์ในการใช้งานที่ดีเกินคาด

ทวีตที่นี่: ไม่จำเป็นต้องเล่นซ่อนหาอีกแล้ว @ LogitechVC แนะนำ มีทอัพ กล้องประชุมทางไกลระดับพรีเมียร์พร้อมขอบเขตการรับภาพที่กว้างเป็นพิเศษสำหรับห้องประชุมกลุ่มเล็ก

#huddlerooms: http://blog.logitech.com/?p=25896

“เมื่อองค์กรขยับไปใช้ผังการจัดพี้นที่ทำงานแบบเปิด ทำให้พื้นที่การทำงานเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เริ่มได้รับความนิยมในสถานที่ทำงานมากขึ้นในปัจจุบัน  แต่จนถึงขณะนี้ อุปกรณ์ที่ใช้ในพื้นที่จัดประชุมเหล่านี้กลับเป็นรุ่นที่จัดไว้เพื่อระบบห้องประชุมขนาดใหญ่ซึ่งให้ประสบการณ์การประชุมทางไกลที่ต่ำกว่ามาตรฐาน” นางสาวศิราณี วุฒิภดาดร ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท โลจิเทค กล่าว “วัตถุประสงค์ในการสร้างกล้องโลจิเทค มีทอัพ เป็นไปเพื่อการใช้งานในห้องประชุมกลุ่มเล็กซึ่งต้องการระบบเสียงและวิดีโอที่มีลักษณะเฉพาะ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะประชุมสามารถเห็นภาพและได้ยินเสียงอย่างชัดเจน นับเป็นการนำเสนอประสบการณ์ที่น่าทึ่งซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการทำงานร่วมกันจริง ๆ”

“สถานการณ์ล่าสุดของเราซึ่งปรากฎในรายงานของรัฐ เรื่อง การประชุมทางไกลผ่านวิดีโอขององค์กร คาดว่า น่าจะมีห้องประชุมกลุ่มเล็กอยู่ราว 30-50 ล้านห้องทั่วโลก โดยราคาที่สามารถซื้อหามาใช้งาน ฟังก์ชันการบริการแบบช่วยเหลือตนเองได้ และความง่ายในการใช้งาน คือปัจจัยหลักของการนำระบบวิดีโอที่ว่ามาใช้งานในห้องประชุมเหล่านี้” นายแอนดรูว์ ดับเบิลยู เดวิส นักวิเคราะห์อาวุโสและหุ้นส่วนในบริษัทวิจัยทางการตลาด เวนเฮ้าส์ รีเสิร์ช (Wainhouse Research) กล่าว “กล้องโลจิเทค มีทอัพ มีประสิทธิภาพตรงตามเกณ์วัดความสำเร็จทุกระดับที่พื้นที่การประชุมเหล่านี้ต้องการ สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของรูปทรงที่เรียบง่าย แต่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย สามารถหาซื้อเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก เป็นการออกแบบที่พิถีพิถันจากจุดเริ่มต้นเพื่อให้เหมาะกับห้องประชุมขนาดเล็ก ทั้งความสามารถที่เหนือกว่าในเรื่องการสื่อสารด้วยเสียงและวิดีโอแบบเรียลไทม์ของโลจิเทค ผนวกกับการออกแบบที่ครบครันในหนึ่งเดียวของกล้อง มีทอัพ ทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายสำหรับลูกค้าในการนำไปขยายขอบข่ายการใช้งานประชุมทางไกลผ่านวิดีโอได้เป็นอย่างดี

โลจิเทค มีทอัพ ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันด้านการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ และคลาวด์ เซอร์วิสได้จริง ซึ่งรวมถึงโปรแกรมสไกป์เพื่อธุรกิจ (Skype® for Business)  แอปพลิเคชันเพื่อประสานการทำงานร่วมกันของซิสโก้ (Cisco collaboration applications) ตลอดจนการทำงานกับพันธมิตรธุรกิจทั้งหมดตามโครงการประสานความร่วมมือกับโลจิเทค (Logitech Collaboration Program) เพื่อสร้างสรรค์ โซลูชันด้านการประชุมผ่านวิดีโอแบบครบวงจร อาทิ บลูยีนส์ บรอดซอฟท์  วิดโย และซูม (BlueJeans, BroadSoft, Vidyo and Zoom)

กล้องมีทอัพ สามารถจับภาพการมองเห็นในขอบเขตที่กว้างเป็นพิเศษถึง 120 องศา พร้อมตัวเลือกในการกวาดจับภาพไปทางด้านซ้ายและขวาได้ถึง 25 องศา เลนส์อัลตร้า เอชดี 4เค (UltraHD 4K) ซึ่งออกแบบโดยโลจิเทคเพื่อลดการบิดเบี้ยวของภาพ และกล้องที่ติดตั้งไว้ก่อนแล้วอีก 3 ตัว เพื่อส่งต่อประสบการณ์การประชุมผ่านวิดีโอสุดพิเศษ กล้องมีทอัพยังให้ผลดีในเรื่องของระบบเสียงที่เหมาะสำหรับพื้นที่ห้องประชุมกลุ่มเล็ก โดยส่งผ่านประสบการณ์ด้านเสียงที่ยอดเยี่ยม ไมโครโฟนแยกเสียง 3 ตัว และลำโพงอีก 1 ตัว ซึ่งถูกปรับแต่งเสียงไว้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ทุกคนสามารถฟังเสียงได้อย่างชัดเจนพอ ๆ กับภาพที่เห็น กล้องมีทอัพยังได้รับการรับรองคุณภาพจากไมโครซอฟท์ คอร์ทานา (Microsoft Cortana®) สำหรับความแม่นยำในการสั่งการทางเสียงผ่านระบบวินโดว์ 10 สำหรับห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ผู้เข้าร่วมประชุมอยู่ห่างจากไมโครโฟนมากกว่า 8 ฟุต โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อไมโครโฟนของโลจิเทคเพิ่มเติมเพื่อขยายระยะการรับเสียงให้ไกลขึ้นสำหรับใช้งานกับกล้องมีทอัพได้

โลจิเทคยังได้แนะนำแอปพลิเคชัน คอนเฟอเรนซ์แคม ซอฟท์ รีโมท (ConferenceCam Soft Remote) ซึ่งง่ายในการเปลี่ยนสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตให้กลายเป็นรีโมทคอนโทรลในการสั่งงานกล้องโลจิเทค มีทอัพ โดยมีคุณสมบัติในการควบคุมการใช้งานที่ครบถ้วนไม่ต่างจากอุปกรณ์รีโมทของโลจิเทค สามารถใช้งานได้ทั้งแอนดรอยด์ หรือ ไอโอเอส โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้จากกูเกิล เพลย์ หรือ แอปเปิ้ล แอป สโตร์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป

การจัดจำหน่าย

กล้องโลจิเทค มีทอัพ พร้อมวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม 2560 ลูกค้ากลุ่มธุรกิจสามารถซื้อกล้องมีทอัพผ่านเครือข่ายตัวแทนขายระบบวิดีโอของโลจิเทค

###

เกี่ยวกับโลจิเทค

โลจิเทคทำออกแบบสินค้าเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนในทุกสถานที่ และทุกวัน โดยเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับประสบการณ์ทางดิจิทัลในแบบที่ต้องการ กว่า 35 ปีที่ผ่านมา โลจิเทคเริ่มสานสัมพันธภาพกับผู้คนผ่านคอมพิวเตอร์ จนถึงปัจจุบันได้กลายเป็นบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายแบรนด์ ซึ่งเป็นการออกแบบเพื่อนำผู้คนมาพบปะกันผ่านเสียงดนตรี เกม วิดีโอ และคอมพิวเตอร์  แบรนด์สินค้าของโลจิเทค ได้แก่ เจย์เบิร์ด โลจิเทค จี และ อัลติเมท เอียร์(Jaybird, Logitech G and Ultimate Ears) โลจิเทคก่อตั้งเมื่อปี 2543 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บริษัท โลจิเทค อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์สวิส SIX Swiss Exchange (LOGN) และตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก Nasdaq Global Select Market (LOGI). พบโลจิเทค ได้ที่เว็บไซต์ www.logitech.com บล็อกของบริษัท หรือ @Logitech

from:https://www.techtalkthai.com/logitech-meetup-for-video-conference/

[PR] โฉมใหม่! Kaspersky Endpoint Security for Business โซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยองค์กร อัพเดทฟีเจอร์ใหม่ช่วยบริหารทั้งแพลตฟอร์ม แอพพลิเคชั่น และดีไวซ์

แคสเปอร์สกี้ แลปเปิดตัว Kaspersky Endpoint Security for Business โซลูชั่นเรือธงที่วางตัวสำหรับความปลอดภัยองค์กร ป้องกันให้พ้นภัยคุกคามไซเบอร์ที่มีวิวัฒนาการต่อเนื่อง โซลูชั่นเรือธงโฉมใหม่นี้มาพร้อมกับคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามามากมาย ช่วยด้านบริหารจัดการ เพิ่มความคล่องตัวในการป้องกันข้อมูล รวมทั้งช่วยบริหารจากส่วนกลางได้มากขึ้น ทั้งแพลตฟอร์ม แอพพลิเคชั่น ดีไวซ์ ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาเสถียรภาพในการป้องกันภัยอย่างไม่หยุดยั้ง แคสเปอร์สกี้ แลป จึงได้รับรางวัลมากที่สุดในวงการอุตสาหกรรม

การบริหารซีเคียวริตี้เพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจที่ดีขึ้น

ทุกวันนี้ธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายในรูปแบบความซับซ้อนของระบบไอที ทำให้ยุ่งยากต่อการบริหารระบบซีเคียวริตี้ จากผลการวิจัย IT Security Risks 2016 โดยแคสเปอร์สกี้ แลป ร่วมกับบีทูบีอินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า เกือบจะทุกๆ หนึ่งในห้าของธุรกิจทั่วโลกจะเสียเวลาไปกับการจัดการซีเคียวริตี้บนแพลตฟอร์มต่างๆที่ใช้งานอยู่ ดังนั้น ดีไวซ์ที่ใช้ Kaspersky Endpoint Security for Business, Kaspersky Security for Exchange Servers และ Kaspersky Security for SharePoint จะได้รับการป้องกันความปลอดภัยบนทุกแพลตฟอร์ม และยังจะได้รับการสอดส่องเฝ้าระวังผ่าน Kaspersky Security Center อีกด้วย ซึ่งเป็นคอนโซลของโซลูชั่นเพื่อใช้ในการบริหารจัดการจากศูนย์กลาง เป็นการขยายขอบเขตการให้การป้องกันแบบมัลติเลเยอร์ให้ไปไกลกว่าเอ็นด์พอยต์ ครอบคลุมไปจนถึงความร่วมมือและการสื่อสารจากพนักงานอีกด้วย

เพื่อให้การบริหารจัดการด้านซีเคียวริตี้ไม่ยุ่งยากซับซ้อนและใช้งานง่าย จึงได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ อาทิ การใช้งานจากระยะไกลที่เพิ่มเข้ามาใน Kaspersky Endpoint Security for Mac ที่ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ฟีเจอร์เพื่อป้องกันและบริหารโมบายล์ดีไวซ์ รวมทั้งอ็อบชั่นใหม่เพื่อใช้ในการบริหารจัดการสัญญาน Wi-Fi (แสดงรายการเครือข่าย Wi-Fi ที่เชื่อถือได้) เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจก้าวตามทันโมบิลิตี้ และเทรนด์ BYOD โดยไม่จำเป็นต้องย่อหย่อนลดมาตรฐานด้านซีเคียวริตี้หรือประสิทธิภาพของงานลงแต่อย่างใด

โซลูชั่น Kaspersky Endpoint Security for Business โฉมใหม่นี้สามารถใช้เป็นเซ็นเซอร์ของแพลตฟอร์ม Kaspersky Anti-Targeted Attack ได้ด้วย เมื่อติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวเซ็นเซอร์คอมโพเนนท์จะเก็บรวบรวมและส่งข้อมูลไปยังแพลตฟอร์ม ทำให้ได้ภาพของระบบคอร์ปอเรทที่ชัดเจนขึ้น และด้วยฟังก์ชั่น Changes audit ใน Kaspersky Endpoint Security for Business ทีมไอทีซีเคียวริตี้จะสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงใน policy และ task ได้ และนำมาเปรียบเทียบกับต้นฉบับเพื่อระบุหาส่วนที่เปลี่ยนไปได้ทันที เป็นการปรับปรุงศักยภาพการควบคุมการเปลี่ยนแปลงของซีเคียวริตี้เซ็ตติ้งได้อย่างมีนัยยะสำคัญเลยทีเดียว

ศักยภาพในการป้องกันข้อมูลที่ได้รับการปรับปรุงเข้ม

เอ็นด์พอยต์โซลูชั่นของแคสเปอร์สกี้ แลป ให้ความสำคัญต่อการป้องกันข้อมูล ซึ่งมักจะเป็นข้อกังวลด้านซีเคียวริตี้สำหรับธุรกิจ จากข้อมูลงานวิจัย IT Security Risks 2016 การเข้ารหัสฮาร์ดไดรว์ โดยใช้ฟีเจอร์ที่มีใน Microsoft BitLocker Management หรือ Kaspersky Disk Encryption นั้น เป็นอีกวิธีที่ป้องกันการรุกล้ำของอาชญากรไซเบอร์ไปยังข้อมูลสำคัญ ความลับของลูกค้า พาร์ตเนอร์การค้า หรือสร้างความปั่นป่วนให้การดำเนินธุรกิจได้ แม้ว่าอุปกรณ์จะถูกโจรกรรมหรือสูญหาย หรือตกอยู่ในมือของผู้ร้ายก็ตาม ทั้งนี้ Kaspersky Security Center ยังสามารถบริหาร Microsoft BitLocker จากระยะไกล เฝ้าสังเกตสถานะของดีไวซ์ที่เข้ารหัส และแบคอัพรหัสกรณีเกิดการลืม

HuMachine Intelligence: วิธีการของแคสเปอร์สกี้ แลป ในการต่อกรรับมือกับภัยไซเบอร์ยุคใหม่

โซลูชั่นนี้สร้างขึ้นบนพื้นฐานวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก HuMachine intelligence approach ของแคสเปอร์สกี้ แลป โดยอาศัยข้อมูลภัยไซเบอร์ ผสมผสานกับกระบวนการเรียนรู้ของแมชชีน (machine learning) และความเชี่ยวชาญของทีมซีเคียวริตี้ที่ดีที่สุดของแคสเปอร์สกี้ แลป สามารถตรวจจับภัยไซเบอร์ด้วยอัลกอริธึ่มของ machine learning ที่ทำงานกับบิ๊กดาต้า ประมวลผลเมตาดาต้าที่ผู้ใช้โปรดักส์ได้รายงานเข้ามายังเครือข่าย Kaspersky Security Network แพลตฟอร์มข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภัยไซเบอร์ที่อยู่บนคลาวด์  ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญก็จะทำการปรับโมเดลทางคณิตศาสตร์เพื่อหาทางตรวจจับภัยรูปแบบใหม่ๆ เหล่านี้

Kaspersky Endpoint Security for Business ป้องกันภัยไซเบอร์ต่อเครือข่ายองค์กรในหลายระดับ พร้อมกับแอพพลิเคชั่นสำหรับให้การป้องกันโดยเฉพาะสำหรับโหนดแบบต่างๆ ที่อยู่บนโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีเพื่อการป้องกันแบบมัลติเลเยอร์สแตคที่ปฏิบัติการอยู่บนแต่ละโหนดเหล่านั้น

ภัยคุกคามจะถูกระบุตัวและสกัดกั้นโดยอาศัยเทคนิคต่างๆ นอกจากใช้อัลกอริธึ่มในการตรวจจับมัลแวร์ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วได้อย่างแม่นยำไร้ข้อผิดพลาด ยังมีการใช้กลไกการเรียนรู้แบบ Machine Learning-based heuristics และแบบที่จดจำรูปแบบพฤติกรรม ที่สามารถตรวจจับแบบที่ซับซ้อนไม่รู้จักมาก่อนได้ด้วย ซึ่งกลไกเหล่านี้ ได้แก่:

  • Structural heuristics (การแก้ปัญหาด้วยการเรียนรู้เชิงโครงสร้าง) ประกอบด้วย การค้นหาจุดที่ใกล้เคียงคล้ายคลึงทีสุด (locality-sensitive hashing) และวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจด้วยเทคนิค decision tree ensembles
  • Emulation-based detection mechanisms (กลไกการตรวจจับด้วยการจำลองขึ้นมา) โดยใช้วิธีการที่ปลอดภัยเรียกว่า ‘pseudo-execution’ เพื่อจำลองการทำงานของสคริปท์และไบนารี่
  • Behavioral System Watcher technology (เทคโนโลยีการตรวจสอบและจับตาดูพฤติกรรม) ให้ศักยภาพในการตรวจจับมัลแวร์แม้จะแอดว้านซ์หรือซ่อนตัวได้คลุมเคลือ รวมทั้งโมเดลการโจมตีในแบบ ‘nextgen’ เช่น แรนซั่มแวร์ และ Powershell-based malware เป็นต้น เป็นฟีเจอร์โรลแบคย้อนกลับแบบอัตโนมัติ ทำไมโครแบคอัพได้ทันที เพื่อให้แน่ใจว่าการเข้าโจมตีนั้นถูกแก้กลับคืนสู่สภาพเดิมทันทีที่ตรวจจับมัลแวร์ได้ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในกรณีที่ถูกโจมตีด้วยแรนซั่มแวร์
  • Automatic Exploit Prevention (AEP) (การป้องกันการอาศัยช่องโหว่ในการโจมตี) ช่วยลดการอาศัยช่องโหว่ในการเข้าโจมตี และป้องกันเป้าหมายที่เป็ฯที่นิยม เช่น Java, Flash, Adobe Reader, บราวเซอร์และแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในออฟฟิศสำนักงาน หรือแม้แต่ในกรณีของ zero-day ด้วยเช่นกัน

Kaspersky Security Network ให้การป้องกันบนคลาวด์ ตอบสนองต่อภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ขณะที่ที่โมเดล Machine Learning ที่ติดตั้งที่สำนักงานนั้นจะช่วยสอดส่องตรวจดูภัยใหม่ๆ อีกทางหนึ่งแม้จะออฟไลน์อยู่ก็ตาม

นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญจากแคสเปอร์สกี้ แลป มีประสบการณ์การวิเคราะห์ภัยไซเบอร์ที่ซับซ้อนที่สุด และปรับอัลกอริธึ่ม Machine Learning อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ประสบการณ์ของมนุษย์ ควบความเชี่ยวชาญเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งยวดในการสอนมาชีน ขณะเดียวกันก็ปรับใช้ข้อมูลที่มาจากทั่วทุกแห่งในโลกเกี่ยวกับภัยไซเบอร์ ซึ่งวิธีการเช่นนี้จะทำให้แน่ใจในอัตราการป้องกันที่ปลอดภัยสูงสุด และอัตราสัญญานเตือนที่คลาดเคลื่อนต่ำที่สุด ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากการทดสอบ Top 3

โซลูชั่นแพกเกจมีวางตลาดแล้ว

Kaspersky Endpoint Security for Business มีวางตลาดแล้ว และสามารถเลือกได้ตามลักษณะความต้องการของแต่ละธุรกิจที่แตกต่างกันไป พร้อมด้วยฟังก์ชั่นพิเศษไว้รองรับการใช้งานพิเศษเหล่านั้น: Select, Advanced and Total สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Service Center บริษัท โกกรีน ซีเคียวริตี้ ดิสทริบิวชั่น จำกัด โทร 02-637-8821-2, 02-637-8824 http://www.gogreen.co.th

###

เกี่ยวกับแคสเปอร์สกี้ แลป

แคสเปอร์สกี้ แลปก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 เป็นบริษัทระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ซึ่งความชำนาญพิเศษด้านภัยคุกคามที่ใช้เทคนิคเชิงลึก (deep threat intelligence) และระบบการป้องกันรักษาความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ แลปได้ถ่ายทอดออกมาเป็นโซลูชั่นและบริการเพื่อการรักษาความปลอดภัยที่คอยให้การปกป้ององค์กรธุรกิจ โครงสร้างที่มีความสำคัญ องค์กรภาครัฐและผู้บริโภคมากมายทั่วโลก ทั้งนี้พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความปลอดภัยที่ครบถ้วนของบริษัทประกอบด้วยโซลูชั่นและบริการเพื่อการป้องกันเอ็นด์พอยต์ รวมทั้งโซลูชั่นเฉพาะทางมากมายเพื่อรับมือภัยคุกคามทางดิจิตอลที่วิวัฒนาการขยายขีดความซับซ้อนยิ่งขึ้นทุกวัน ปัจจุบันเทคโนโลยีของแคสเปอร์สกี้ แลป สามารถปกป้องยูสเซอร์มากกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และเราได้ให้การช่วยเหลือลูกค้าองค์กรในการป้องกันสินทรัพย์ที่มีค่ายิ่ง อีกมากกว่า 270,000 แห่งทั่วโลก ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kasperesky.com

from:https://www.techtalkthai.com/kaspersky-launches-endpoint-security-for-business/

นักวิจัยค้นพบวิธีป้องกันไม่ให้ Petya Ransomware โจมตีได้ชั่วคราวแล้ว

Amit Serper นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก Cybereason ได้ออกมาเปิดเผยถึงวิธีการป้องกันไม่ให้ Petya Ransomware ตัวใหม่ที่กำลังระบาดอยู่นี้ทำการโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จ

 

เบื้องต้นนั้นเหล่านักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ Petya Ransomware ตัวนี้กันอย่างเข้มข้น และค้นพบว่า Petya Ransomware ที่ระบาดอยู่ในตอนนี้ ใช้โค้ดเพียงบางส่วนจาก Petya Ransomware ตัวเดิมเท่านั้น ทำให้เหล่านักวิจัยได้ตั้งชื่อใหม่ให้กับ Ransomware ตัวนี้ว่า NotPetya, Petna หรือ SortaPetya

อย่างไรก็ดี ในโค้ดชุดปัจจุบันของ Petya Ransomware นี้ก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ โดยทาง Amit Serper ได้ค้นพบวิธีการป้องกัน Petya Ransomware รุ่นนี้คือ ให้ทำการสร้างไฟล์ชื่อ perfc เอาไว้ในโฟลเดอร์ C:\Windows และกำหนดค่าให้เป็น Read Only เพียงเท่านี้ Petya Ransomware รุ่นนี้ก็ไม่สามารถโจมตีได้สำเร็จแล้ว (แต่สำหรับเหยื่อที่ถูกโจมตีไปแล้ว วิธีการนี้ไม่ช่วยอะไรเลย)

ด้วยวิธีการนี้ ก็มีนักวิจัยชื่อ Lawrence Abrams ได้ทำการพัฒนา Batch File สำหรับทำตามขั้นตอนที่ Amit Serper แนะนำเอาไว้ที่ https://download.bleepingcomputer.com/bats/nopetyavac.bat ให้นำไปใช้งานกันง่ายๆ ด้วย

อย่างไรก็ดี วิธีการนี้เป็นเพียงวิธีการชั่วคราวเท่านั้นสำหรับคนที่ไม่สามารถ Patch Windows หรือปิด SMBv1 ได้ ซึ่งวิธีการนี้จะหมดประโยชน์ทันทีเมื่อมี Petya Ransomware รุ่นใหม่ๆ ออกมาในอนาคต แน่นอนว่าวิธีป้องกัน Petwrap ได้ดีที่สุดก็คือการอัปเดตแพทช์ระบบปฏิบัติการ Windows ล่าสุด เช่นเดียวกับการรับมือ WannaCry

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/vaccine-not-killswitch-found-for-petya-notpetya-ransomware-outbreak/

from:https://www.techtalkthai.com/researcher-finds-a-way-to-prevent-from-new-petya-ransomware-other-than-patching-windows/

Email สำหรับจ่ายค่าไถ่ Petya Ransomware ถูกผู้ให้บริการสั่งปิด เหยื่อยืนยันการจ่ายค่าไถ่ไม่ได้แล้ว

นับเป็นข่าวร้ายสำหรับเหยื่อของ Petya Ransomware ที่ระบาดอย่างหนักใน 3 วันที่ผ่านมา เมื่อ Posteo ผู้ให้บริการ Email ที่ผู้พัฒนา Petya ใช้ในการติดต่อเหยื่อเพื่อรับการยืนยันค่าไถ่และส่งกุญแจถอดรหัสให้ สั่งปิดอีเมล์ wowsmith123456@posteo.net ที่เป็นช่องทางการยืนยันการจ่ายค่าไถ่และส่งกุญแจถอดรหัสสำหรับเหยื่อทุกรายไปเรียบร้อยแล้ว

 

ด้วยการที่อีเมล์ที่ Petya ใช้นี้ถูกปิดไป ก็เรียกได้ว่าเหยื่อของ Petya ทั้งหมดนั้นไม่สามารถติดต่อผู้พัฒนา Petya ได้อีกเลย จนกว่าผู้พัฒนา Petya จะออกมาเปิดเผยอีเมล์ใหม่ แต่ก็เป็นการยากสำหรับเหยื่อที่จะยืนยันว่าอีเมล์ใหม่ที่ถูกเปิดเผยมานั้น เป็นของผู้พัฒนา Petya จริงหรือไม่ ทำให้การกระทำครั้งนี้ถือเป็นการซ้ำเติมเหยื่อ Petya Ransomware ทั่วโลกก็ไม่ผิดนัก ดังนั้นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหลืออยู่ก็คือ Posteo อาจต้องเปิดอีเมล์บัญชีนั้นกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ทาง Posteo บริษัทสัญชาติเยอรมนีนี้ได้ออกมาเปิดเผยว่าการสั่งปิดอีเมล์นี้ถือเป็นขั้นตอนปกติที่บริษัททำอยู่แล้ว โดยทาง Posteo ได้สั่งปิดอีเมล์บัญชีนี้ทันทีหลังจากที่ทราบว่าอีเมล์ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีด้วย Ransomware แต่นั่นก็เป็นเวลาก่อนที่ Posteo จะทราบว่าการโจมตีครั้งนี้แพร่ระบาดรุนแรงขนาดไหน

ทั้งนี้ในกรณีอื่นๆ ทั่วไป กระบวนการทางกฎหมายจะไม่บังคับให้สั่งปิด Server หรืออีเมล์ที่ใช้ใน Ransomware เพื่อให้เหยื่อนั้นยังมีทางเลือกที่จะจ่ายค่าไถ่เพื่อกู้คืนไฟล์สำคัญของตนมาได้ แต่ในครั้งนี้เหยื่อดูจะไม่มีหวังนั้นเสียแล้ว

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าผู้พัฒนา Petya และ Posteo จะดำเนินการอย่างไรต่อไป และนี่ก็คงเป็นอีกบทเรียนที่ดีสำหรับเหล่าผู้ให้บริการที่อาจเข้าไปมีส่วนในแคมเปญการโจมตีระบบต่างๆ ซึ่งอาจต้องคิดให้รอบคอบก่อนที่จะดำเนินการใดๆ ลงไป

 

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/email-provider-shuts-down-petya-inbox-preventing-victims-from-recovering-files/

from:https://www.techtalkthai.com/email-used-in-petya-ransomware-campaign-was-shut-down/