คลังเก็บหมวดหมู่: thectalkthai

King Telecom Public Company Limited มอบหมาย ISS Consulting ปรับปรุงระบบ SAP พร้อมเสริมเทคโนโลยี Cloud Analytics

การเติบโตของธุรกิจนั้นย่อมส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในองค์กร และระบบ IT ที่คอยสนับสนุนธุรกิจเหล่านั้นเองก็ต้องถูกปรับปรุงอยู่เสมอเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้อย่างทันท่วงที ในครั้งนี้ King Telecom เองก็ต้องทำการปรับปรุงระบบบริหารจัดการโครงการซึ่งมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก และต้องการมองหาเครื่องมือที่จะช่วยให้การตัดสินใจทางกลยุทธ์ขององค์กรเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นไปด้วย ทำให้ในครั้งนี้ King Telecom ได้ตัดสินใจที่จะปรับปรุงระบบ SAP ที่ใช้งานอยู่ขนานใหญ่ ให้ตอบรับต่อความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

 

รู้จัก King Telecom ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีอย่างครบวงจร

King Telecom เป็นบริษัทหนึ่งในเครือของ King Corporation ที่ดำเนินธุรกิจหลักทางด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมและเทคโนโลยีเป็นหลัก รวมถึงยังมีการบริการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาระบบงานสื่อสารโทรคมนาคมอย่างครบวงจรให้แก่กลุ่มธุรกิจองค์กรเอกชนและภาครัฐทั่วประเทศไทย โดยบริการของ King Telecom จะครอบคลุมบริการต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • งานสำรวจออกแบบและติดตั้งสถานี ติดตั้งเสาอากาศ (Site Preparation for Base Station) สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ วิทยุ
  • งานสำรวจออกแบบสร้างข่ายสาย (Outside Plant) ทั้งสายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber)
  • งานติดตั้งอุปกรณ์โทรคมนาคมและระบบชุมสาย (Telecom Equipment / System Installation)
  • งานบำรุงรักษาสถานีฐาน และ โครงข่ายสายเคเบิล (Base Station and Optical Fiber Maintenance)
  • งานบริการทางด้านการสื่อสารโทรคมนาคมอย่างครบวงจร (System Integration)
  • งานที่ปรึกษาและแก้ปัญหาระบบงานสื่อสารโทรคมนาคม

จะเห็นได้ว่างานส่วนใหญ่ของ King Telecom นั้นมักจะเป็นงานในลักษณะโครงการที่มีมูลค่าสูง และในแต่ละงานจะต้องมีหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ มาเกี่ยวข้องจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้การบริหารจัดการโครงการจึงถือเป็นหัวใจสำคัญหนึ่งที่จะทำให้ทาง King Telecom สามารถส่งมอบโครงการได้อย่างมีคุณภาพ และสามารถใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระหว่างการดำเนินงาน

 

ปรับปรุงระบบ SAP PS Module ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจให้ดีขึ้น

การบริหารจัดการโครงการนั้นถือเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่จะทำให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถแข่งขันได้ดี ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีผลกำไรในการดำเนินธุรกิจสูงขึ้นอย่างชัดเจน หากสามารถบริหารจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทาง King Telecom จึงเลือกปรับปรุง SAP Project System (PS) Module ให้สามารถตอบโจทย์การทำงานและเป็นเทคโนโลยีหลักในการบริหารจัดการโครงการขนาดเล็กใหญ่ภายในองค์กรทั้งหมด

อย่างไรก็ดี การออกแบบระบบ IT สำหรับสนับสนุนการบริหารจัดการโครงการนั้นก็ถือเป็นงานที่ยากพอควร เพราะเมื่อธุรกิจขององค์กรเติบโต มีผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เสริมเข้ามา หรือการเปิดตลาดใหม่และนำเสนอโซลูชั่นใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า ระบบบริหารจัดการโครงการเดิมที่เคยใช้งานอยู่นั้นก็อาจไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์อีกต่อไป ทำให้ทาง King Telecom นั้นตัดสินใจทำการปรับปรุงระบบ SAP PS Module นี้ให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น โดยมีการจัดเก็บรวบรวมและแสดงผลข้อมูลใหม่ๆ ได้อย่างหลากหลายและยืดหยุ่นต่อการทำงานมากยิ่งขึ้นในครั้งนี้

 

เสริมการตัดสินใจในระดับบริหารให้รวดเร็วแม่นยำ ด้วย SAP Analytics Cloud

เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตและมีความซับซ้อนสูงขึ้น การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจก็กลายเป็นงานที่ยากขึ้นเป็นเงาตามตัว ทาง King Telecom จึงต้องการที่จะเอาชนะความท้าทายนี้ให้ได้ด้วยการนำเทคโนโลยี SAP Analytics Cloud (เดิมชื่อ SAP BusinessObjects Cloud) มาใช้เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจให้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

Credit: SAP

 

จุดเด่นของ SAP Analytics Cloud นี้คือการที่ได้รวมเอา 3 เทคโนโลยีหลักสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจเอาไว้ด้วยกันภายในระบบเดียว ทำให้สามารถตอบโจทย์การวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจของระดับบริหารได้อย่างครบวงจร ดังนี้

  • Business Intelligence (BI) กลุ่มผู้บริหารสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลได้ในแบบ Self-service ด้วยการเลือกข้อมูลที่จะนำมาวิเคราะห์, วิธีการวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูล และวิธีการที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูลทั้งหมดเองได้ โดยไม่ต้องมีความรู้ทางด้านการพัฒนาโปรแกรมหรือการเข้าถึงข้อมูลด้วยตนเอง
  • Predictive Analytics ไม่เพียงแต่การวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบันเท่านั้น SAP Analytics Cloud นี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Machine Learning ที่จะช่วยทำการทำนายแนวโน้มต่างๆ ที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตได้จากข้อมูลธุรกิจที่มีอยู่ในระบบ ทำให้การตัดสินใจของกลุ่มผู้บริหารนั้นอ้างอิงกับหลักสถิติและการคำนวณมากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัย Data Scientist ภายในองค์กร
  • Planning การวางแผนทางธุรกิจโดยอาศัยข้อมูลนั้นสามารถทำได้อย่างเบ็ดเสร็จบน SAP Analytics Cloud ทันที ด้วยความสามารถในการสื่อสารร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้บริหารภายในหน้าจอวิเคราะห์ข้อมูลนี้ ทำให้ผู้บริหารสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันได้ และปรับแต่งการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้มองเห็นภาพการวิเคราะห์และตัดสินใจได้ตรงกันมากยิ่งขึ้น

ด้วยความสามารถเหล่านี้ก็ทำให้กลุ่มผู้บริหารของ King Telecom สามารถทำการปรับแต่งรายงานทางธุรกิจต่างๆ ที่ตนเองสนใจ และเจาะลึกในประเด็นต่างๆ ได้ตามต้องการอย่างทันท่วงที รวมถึงยังสามารถปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องมีการพัฒนาระบบรายงานอย่างแต่ก่อน ซึ่งมักมีปัญหาเรื่องความล่าช้า อีกต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SAP Analytics Cloud สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sap.com/products/cloud-analytics.html ทันที

 

King Telecom มั่นใจ ให้ ISS Consulting เป็นที่ปรึกษาและติดตั้งใช้งานครบวงจร

ในโครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ต้องอาศัยผู้ที่มีประสบการณ์กับระบบของ SAP อย่างเชี่ยวชาญเข้ามาช่วย เนื่องจาก SAP PS Module ที่ทาง King Telecom ใช้งานอยู่นั้นทำงานอยู่บน SAP ECC 6.0 ในขณะที่ระบบ SAP Analytics Cloud นั้นเป็นเทคโนโลยีที่อยู่บน SAP Cloud การปรับแต่งระบบเดิมที่ใช้งานอยู่ และการเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบปัจจุบันนี้เข้ากับบริการ Cloud ของ SAP นั้นจึงจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และ ISS Consulting ก็เป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจาก King Telecom ในครั้งนี้

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานของ ISS Consulting (Thailand) ที่มีกับระบบ SAP มาหลากหลายรุ่น อีกทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็น SAP Partner ในระดับ Platinum และเคยผ่านการปรับแต่งระบบ SAP ให้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจองค์กร รวมถึงยังมีความรู้และประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาเชิงธุรกิจ ก็ทำให้การเลือกใช้บริการ ISS Consulting โดย King Telecom ในครั้งนี้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบครันทั้งในด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ที่จะกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในอนาคตของ King Telecom ต่อไป

เยี่ยมชมเว็บไซต์ของ King Telecom Public Company Limited ได้ที่ http://www.king-telecom.com

 

 

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งระบบ IT รวมถึงระบบ E-Commerce แบบครบวงจรให้แก่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และเป็นผู้นำด้านการบริการดูแลระบบ SAP (Application Management Services) ในประเทศไทย ที่มีความชำนาญอย่างสูงและมี มีประสบการณ์ มามากกว่า 18 ปี

ปัจจุบัน บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการแต่งตั้งจาก SAP ให้เป็นพาร์ทเนอร์ระดับ Platinum ที่มุ่งเน้นนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นประโยชน์กับองค์กรธุรกิจ หลากหลาย ดังนี้

  • SAP Business All In One (SAP A1) เป็นระบบที่ SAP ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ ให้เป็นระบบ Enterprise Business Solution รองรับความซับซ้อนของธุรกิจเต็มรูปแบบที่เน้นความรวดเร็ว
  • SAP S/4 HANA โซลูชั่น ERP business suite ด้วยการใช้ประโยชน์จาก ดาต้า โมเดล ที่ไม่ซับซ้อน และประสบการณ์การใช้งานอันเหนือชั้นของ SAP Fiori ช่วยให้ผู้ใช้งานลดความซับซ้อนในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น
  • SAP Hybris Cloud for Customer ซอฟต์แวร์เพื่อการค้าขายและบริการ ครบวงจรทั้งแบบ B2C และ B2B
  • SAP SuccessFactors ระบบการจัดการทรัพยากรบุคคล ครอบคลุมทั้งการจ้างงาน เงินเดือนพนักงาน ช่วยให้การสรรหาพนักงานมาเติมช่องว่างในแผนกต่างๆ ทำได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น
  • SAP Analytics Cloud ระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจบน Cloud พร้อมเทคโนโลยี Machine Learning
  • SAP ARIBA ระบบเพื่อการจัดซื้อ บริษัทสามารถควบคุมการจัดซื้อได้ตั้งแต่ต้นจนจบ คุมค่าใช้จ่าย และลดขั้นตอนความซับซ้อนของการจัดซื้อ
  • SAP ByDesign เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดต่อยอดจาก SAP HANA รองรับโมบายล์และคลาวด์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้ากับสภาพตลาดที่มีการแข่งขันและเปลี่ยนแปลงสูงได้อย่างทันท่วงที
  • SAP Process Orchestration (PO) ระบบบริหารจัดการกระบวนการการทำงานให้เป็นไปได้แบบอัตโนมัติและโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ง่าย
  • Business Planning and Consolidation (BPC) ระบบบริหารจัดการงบประมาณการลงทุน, การวางแผนธุรกิจ และการจัดการด้านการเงิน
  • Extended Warehouse Management (EWM) ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าเชิงลึก
  • SAP Business One (SAP B1) ระบบ ERP โซลูชั่นราคาประหยัดที่จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังเติบโตสามารถบริหารจัดการกระบวนการปฏิบัติงานได้อย่างครอบคลุม

เยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISS Consulting (Thailand) ได้ที่ http://www.issconsulting.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/king-telecom-and-iss-consulting-upgrading-existing-sap-with-cloud-analytics/

Advertisements

HP เปิดตัว ZBook x2 Workstation สำหรับกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ คีย์บอร์ดถอดแยกได้

HP ประกาศเปิดตัว ZBook x2 detachable PC ในงาน Adobe MAX Conference 2017 ที่จัดขึ้น ณ ลาสเวกัส, รัฐเนวาดา โดย ZBook x2 เป็น Workstation ที่ถูกออกแบบมาสำหรับกราฟฟิกดีไซน์เนอร์โดยเฉพาะ มาพร้อมกับสมรรถนะที่สูง สามารถใช้งานร่วมกับ Adobe Creative Cloud และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี โดย HP ZBook x2 ถือเป็น Workstation เครื่องแรกของโลกที่สามารถถอดแยกส่วนได้

HP ZBook x2 มาพร้อมกับขุมพลัง Quad-Core จาก Intel และกราฟฟิกการ์ด NVIDIA Quadro ช่วยให้การทำงานด้านกราฟฟิกเป็นไปอย่างราบรื่น มี HP Quick Keys สำหรับการสร้างคีย์ลัด ช่วยประหยัดเวลาได้ถึง 18 เท่า อีกทั้ง HP ยังเอาใจใส่ในการออกแบบระบบระบายความร้อนเป็นอย่างดี มีพัดลมระบายความร้อนคู่ Active Cooling System ช่วยระบายความร้อนจากด้านหลังและรับลมเย็นจากด้านข้าง ขาตั้งด้านหลังสามารถปรับระดับได้ถึง 4 ระดับ

ตัวบอดี้ทำมาจาก Aluminium และ Die-cast magnesium มีน้ำหนักเบา ตัวหน้าจอมีขนาด 14″ multi-touch รองรับ 4K เชื่อมต่อผ่าน HP ZBook Dock ด้วยพอร์ต Thunderbolt 3 และ calibrated หน้าจอ 100% เทียบ Adobe RGB มาเรียบร้อย แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานถึง 10 ชั่วโมง ใน detached mode พร้อม ultra-fast charge ชาร์จถึง 50% ภายใน 30 นาที

HP ยังออกแบบหน้าจอโดยอาศัยเทคโนโลยีจาก Wacom EMR รองรับแรงกดถึง 4096 ระดับ และความสามารถ Multi-directional tilt พร้อม dedicated eraser นอกจากนี้ตัวปากกายังไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟอีกด้วย

นอกจากนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกซื้อ HP ZBook โดย Bundle กับซอฟต์แวร์ของ Adobe ได้ โดยแบ่งเป็น Photographer, Digital Artist, Video Editor และ Pro Digital Artist & Photographer

HP ZBook x2 จะพร้อมวางจำหน่ายในช่วงเดือนธันวาคม 2017 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ $1,749 หรือประมาณ

ที่มา: http://www.storagereview.com/hp_zbook_x2_detachable_pc_announced

from:https://www.techtalkthai.com/hp-announces-zbook-x2-world-first-detachable-pc/

AWS WAF รองรับการกำหนด Rule ด้วย Geographic และ Regular Expression ได้แล้ว

เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้กับเหล่า Application ที่ทำงานอยู่บนบริการ Amazon Web Services (AWS) ทางทีมงาน AWS จึงได้ออกมาประกาศเพิ่มความสามารถให้กับ AWS WAF ให้รองรับการกำหนด Firewall Rule โดยใช้ Geographic และ Regular Expression (RegEx) ได้แล้ว

Credit: AWS

 

การกำหนด Geographic ได้นี้จะช่วยแก้ไขปัญหาไปได้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการบล็อคไม่ให้เข้าถึงเนื้อหาบางส่วนได้จากบางประเทศที่กำหนด เพื่อให้ตรงตามเงื่อนไขทางด้านลิขสิทธิ์ หรือป้องกันการโจมตีจากบางประเทศที่ไม่ใช่ฐานลูกค้าโดยตรง โดยสามารถเลือกสร้างได้ทั้งแบบ Whitelist เพื่ออนุญาตแค่บางพื้นที่ให้เข้าถึงเนื้อหาได้ หรือแบบ Blacklist เพื่อบล็อคการเข้าถึงจากเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น

ส่วน Regular Expression นี้จะเอาไว้คัดกรองการเข้าถึงเนื้อหาต่างๆ ได้ตามสิ่งที่ระบุอยู่ภายใน Web Request ไม่ว่าจะเป็น Header, QueryString, Body และสามารถทำงานร่วมกับเงื่อนไขอื่นๆ เช่นการป้องกัน SQL Injection เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบโดยรวมได้ โดยใช้ Perl Compatible Regular Expressions (PCRE) เป็นมาตรฐานหลักในการเขียน

ทั้งสองความสามารถนี้เปิดให้ใช้งานได้ฟรี และบริหารจัดการได้ผ่านทั้งทาง AWS Management Console และ AWS WAF API

ผู้ที่อยากศึกษาเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Amazon Web Services ในไทยสามารถเข้าร่วมกลุ่มของ Bangkok AWS User Group ได้ทันทีที่ https://www.facebook.com/groups/awsusergroup/

 

ที่มา: https://aws.amazon.com/about-aws/whats-new/2017/10/aws-waf-now-supports-geographic-match/https://aws.amazon.com/about-aws/whats-new/2017/10/aws-waf-now-supports-regular-expressions-regex/

from:https://www.techtalkthai.com/aws-waf-supports-geographic-and-regular-expression-rules/

[PR] เก็บตก Cisco Technology Showcase ในงาน Digital Thailand Big Bang 2017

งานดิจิทัลไทยแลนด์บิ๊กแบงค์ 2017 (Digital Thailand Big Bang 2017) โดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และคณะกรรมการกิจการกระจายสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จัดที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ถือเป็นงานนิทรรศการเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จากทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และ ซิสโก้ มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในงานนี้เช่นกัน ณ วันงานซิสโก้มีการนำโซลูชั่นที่น่าสนใจมาจัดแสดงเพื่อให้เห็นศักยภาพและความสามารถของเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด Smart Workspace เพื่อมาปรับใช้กับหน่วยงานธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่วันนี้เทคโนโลยีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดกระบวนการหรือรูปแบบในการทำงาน รูปแบบของการติดต่อสื่อสารในองค์กร การประยุคต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิมประสิทธิภาพการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน ลดค่าใช้จ่าย ฯลฯ  โดยโซลูชั่นที่ซิสโก้ได้นำมาจัดแสดงมีดังนี้

  • Smart Workspace: ซิสโก้มีการนำ Smart Room kit ที่ได้การออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ทำงานร่วมกับ Cisco Spark โดยสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กร เพื่อช่วยให้ผู้ติดตั้งระบบสามารถเพิ่มประสบการณ์การประชุมที่ชาญฉลาด เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ ด้วยอุปกรณ์ที่มาพร้อมกล้องความละเอียดสูง 5K สามารถเชื่อมต่อกับจอ HD มาตรฐานทั่วไปได้ และแปลงเป็นระบบประชุมแบบวิดีโอ มีฟีเจอร์จับใบหน้าผู้พูดอัตโนมัติมาโชว์ให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการติดต่อสื่อสารในการทำงาน ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น, ช่วยลดค่าใช้จ่ายของออฟฟิศ เกิดความคล่องตัวในการทำงาน

 

  • Innovation Healthcare: โซลูชั่น เกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงพยาบาล เพิ่มความสะดวกให้คุณหมอ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลให้ทำงานได้อย่างราบรื่น ผ่านเทคโนโลยี Cisco SPARK, Cisco Cloud, Messaging, Meeting, Calling ฯลฯ โดยโซลูชั่นทางด้านการแพทย์นี้ช่วยให้การเชื่อมต่อแพทย์ ผู้ป่วย และข้อมูลสุขภาพเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการรักษาพยาบาลในลักษณะประสานความร่วมมือกันและกัน โดยเชื่อมต่อบุคลากรที่เหมาะสมเข้ากับข้อมูลผู้ป่วยในแบบไดนามิก เพื่อความรวดเร็วในการรักษาพยาบาล ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ช่วยพัฒนาการให้บริการ ควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่าย เช่น กรณีคุณหมอที่จะต้องรักษาคนไข้ สามารถดูรายละเอียดข้อมูลคนไข้ที่ไหนก็ได้ ผ่านแอพ เมื่อเจอคนไข้ก็สามารถเชื่อมโยงข้อมูลนั้นเข้าระบบ พร้อมให้คำแนะนำ และการรักษาที่รวดเร็วขึ้น

  • Cisco Jasper IoT Solution for Enterprise: แสดงให้เห็นบริการบนแพล็ตฟอร์ม cloud-based IoT สำหรับองค์กรและบรรดา service providers เพื่อจัดการบริหาร IoT services พวกอุปกรณ์ IoT ตัวอย่างการประยุคใช้ เช่น ล่าสุดที่บริษัท ซีซีเอ็ม ซิสเต็มส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ติดตั้งระบบและให้บริการโซลูชั่น Cisco Jasper IoT ในประเทศไทย ได้ออกแบบระบบให้กับ บริษัทซันโย เอส.เอ็ม.ไอ.ไดยการติดตั้งซิมการ์ด Cisco Jasper IoT ในอุปกรณ์เครื่องทำความเย็น ซึ่งจะส่งข้อมูลอัพเดตผ่านแพลตฟอร์ม “ซิสโก้ แจสเปอร์ คอนโทรล เซ็นเตอร์ ไอโอที” (Cisco Jasper Control Center IoT Platform) บนระบบคลาวด์ ผลลัพธ์ที่ได้คือ เครือข่ายการตรวจสอบสถานะของเครื่องทำความเย็นอัจฉริยะที่จัดส่งข้อมูลในแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทีมงานฝ่ายตรวจสอบของซันโย เอส.เอ็ม.ไอ. สามารถติดตามสถานะและอุณหภูมิของเครื่องทำความเย็นที่ติดตั้งไว้ไฮเปอร์มาร์เก็ตและซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 2,000 แห่งด้วยความแม่นยำสูง และส่งช่างเข้าตรวจสอบหรือแก้ไขได้ก่อนเครื่องทำความเย็นเสีย ลดความเสียหายให้กับไฮเปอร์มาร์เก็ตและซูเปอร์มาร์เก็ตที่ต้องคุมคุณภาพสินค้าให้ได้ตามอุณหภูมิที่เหมาะสม

  • Customer Journey : Next Gen Digital Branch: เทคโนโลยีที่เปลี่ยนประสบการณ์ลูกค้าด้วยความสามารถทางดิจิตอล ช่วยบริหารจัดการสาขาได้ตรงตามความต้องการแบบ Real-time ตัวอย่างเช่น งานบริการสาขาของธุรกิจธนาคาร ที่ทุกอย่างสามารถควบคุมได้จากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษากับลูกค้าที่ต้องการคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่มีจำกัดผ่านระบบ วิดีโอคอลที่นั่งอยู่ส่วนกลาง การยิงแคมเปญโปรโมชั่นต่างๆ ผ่านระบบดิจิตอล ทำให้ทุกสาขาได้รับรู้ข้อมูลพร้อมกันแบบ Real-Time ช่วยวิเคราะห์แทรฟฟิคผู้มาใช้บริการที่สาขา และนำเสนอบริการที่ตรงเฉพาะบุคคล ด้วยโซลูชั่น location analytics และ Smart Digital Signage หรืออีกตัวอย่างของการนำไปปรับใช้ สยามพิวรรธน์ (สยามดิสคัฟเวอรี่) การติดตั้งโซลูชั่น Connected Mobile Experiences (CMX) พร้อมด้วย Hyperlocation จากซิสโก้ เพื่อวิเคราะห์ “พฤติกรรมของลูกค้าแบบเรียลไทม์” และติดต่อสื่อสารกับลูกค้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟในระดับที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น

  • Video Analytics for Smart Cities: เป็นโซลูชั่นที่ช่วย การตรวจสอบตำแหน่ง ดูฟีดข้อมูลสดผ่านกล้อง เพื่อเฝ้าระวัง ประเมินสภาพการณ์ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเภทและตำแหน่งอาชญากรรมและตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์เพื่อหาภัยคุกคามที่เป็นไปได้ แจ้งเตือนเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นสร้างบันทึกเหตุการณ์และรวบรวมข้อมูลทั้งหมด รายงานการกระจายของอาชญากรรมตามความถี่ในสถานที่ต่างๆ และปัจจัยอื่น ๆ เพื่อช่วยในการวางแผนและการคาดการณ์รูปแบบอาชญากรรม และระบุพื้นที่ที่เกิดปัญหาได้อย่างทันท่วงที หรือ การนำไปประยุกต์ใช้ การค้นหาบุคคล เนื่องจากระบบสามารถตรวจจับและจดจำหน้าตาบุคคลแบบ Real-Time

  • Smart University: โซลูชั่นเพื่อช่วยพัฒนาการเรียนการสอนยุคดิจิทัลผ่านการประยุกต์เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น Digital Learning, Digital Campus ทุกอย่างต้องเชื่อมต่อและต้องออนไลน์ ผ่านแอพลิเคชั่นตั้งแต่การลงทะเบียน การจัดการเรียนการสอน ผ่าน Cisco Spark Board ผู้สอนทำการสอนในรูปแบบ Digital Content ทุกอย่างจะถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิตอล นักศึกษาเข้าไปดูย้อนหลังมื่อไหรก็ได้แบบเวอร์ชวลคลาสรูม ( Virtual Classroom ) คือเสมือนนั่งเรียนในห้องเรียนอีกครั้ง

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-showcase-digital-thailand-big-bang-2017/

Microsoft เปิดตัว Windows 10 Fall Creators Update และ Microsoft Surface Book 2 แบต 17 ชั่วโมง

วันนี้ Microsoft ออกมาประกาศถึงการเปิดตัว Windows 10 รุ่นล่าสุดอย่าง Fall Creators Update ที่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมาย พร้อมกับเปิดตัว Microsoft Surface Book 2 อุปกรณ์ Notebook หน้าตาดูดีทันสมัยออกมาพร้อมๆ กัน

Credit: Microsoft

 

Microsoft Windows 10 Fall Creators Update นี้เปิดตัวมาด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ ดังนี้

  • มี Windows Mixed Reality รองรับ Mixed Reality ได้ในตัว ทำงานร่วมกับ Virtual Reality Headset ได้
  • รองรับการสร้างและใช้งาน 3D Object ใน Microsoft Office ได้แล้ว
  • เพิ่มระบบ Mixer ซึ่งเป็นบริการ Game Streaming ช่วยให้ทำการ Broadcast เกมที่ตนเองเล่นอยู่ได้ง่ายขึ้น
  • ปรับปรุง Photos App ในเครื่อง แปลงรูปและแต่งภาพได้ง่าย รองรับการใช้ 3D Object ได้

ส่วน Microsoft Surface Book 2 ที่เปิดตัวมาพร้อมกันนี้ออกมาด้วยกัน 2 รุ่นคือ 13 นิ้ว และ 15 นิ้ว โดบมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 17 ชั่วโมง ใช้ Intel 8th Generation Dual Core หรือ Quad Core ในตัว พร้อม NVIDIA GPU ภายใน ทำให้มีประสิทธิภาพด้านการแสดงผลกราฟฟิกสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 5 เท่า และสูงกว่า MacBook Pro รุ่นล่าสุด 2 เท่า

ราคาเปิดตัวของ Microsoft Surface Book 2 นี้เริ่มต้นอยู่ที่ 1,499 เหรียญ พร้อมเปิดให้สั่ง Pre-order ได้ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนเป็นต้นไป โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://blogs.windows.com/devices/?p=260872

 

ที่มา: https://blogs.windows.com/windowsexperience/2017/10/17/windows-10-fall-creators-update-and-mixed-reality-headsets-available-today-announcing-surface-book-2/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-announces-windows-10-fall-creators-update-and-microst-surface-book-2/

Oracle ออก Patch อุด 252 ช่องโหว่ในหลากหลายผลิตภัณฑ์ แนะผู้ดูแลระบบอัปเดตทันที

Patch ประจำไตรมาสของ Oracle ออกมาแล้ว และคราวนี้ก็อุดช่องโหว่ไปด้วยกันมากถึง 252 รายการในผลิตภัณฑ์จำนวนมาก ผู้ใช้งาน Oracle เตรียมอัปเดตกันได้เลยครับ

Credit: Oracle

 

สำหรับผลิตภัณฑ์เด่นๆ ที่ได้รับ Patch ในรอบนี้ ก็คือ Fujitsu Server, Oracle Java SE, JD Edwards, Fusion Middleware, Oracle MySQL, Oracle Supply Chain, Oracle Communications, Oracle Database, Oracle E-Business Suite, Oracle Hospitality, Oracle Retail, Oracle Linux, Oracle PeopleSoft, Siebel

ทั้งนี้ใน Patch รอบนี้ นอกจากจะมีการสรุปถึงช่องโหว่ต่างๆ ภายในผลิตภัณฑ์ของ Oracle แล้ว ทาง Oracle เองก็ได้ออกมาเตือนด้วยว่าที่ผ่านมามีรายงานว่าระบบของลูกค้าหลายๆ แห่งที่ใช้ Oracle นั้นถูกโจมตีด้วยช่องโหว่ที่ Oracle ออก Patch ไปแล้ว แต่ลูกค้าไม่ได้ทำการอัปเดตด้วยสาเหตุต่างๆ กันไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น Oracle เองจึงแนะนำให้ลูกค้าทุกรายทำการอัปเดตระบบทันทีที่มี Patch ออก เพื่อป้องกันกรณีการโจมตีด้วย Known Issue ในลักษณะนี้ครับ

สำหรับรายละเอียดฉบับเต็ม สามารถอ่านได้ที่ http://www.oracle.com/technetwork/security-advisory/cpuoct2017-3236626.html ครับ

 

ที่มา: https://threatpost.com/oracle-patches-250-bugs-in-quarterly-critical-patch-update/128484/

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-releases-252-security-patches-in-october-2017/

[PR] เดลล์ อีเอ็มซี จับระบบออโตเมชันระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซ พร้อม ดาต้า โมบิลิตี้ และฟีเจอร์ประสิทธิภาพสูง มาใส่ในอาเรย์ระดับเริ่มต้นใหม่แกะกล่องจาก SC Series

ประเด็นข่าวที่น่าสนใจ

  • เดลล์ อีเอ็มซี เพิ่มศักยภาพ/ประสิทธิภาพ ใน SC Series entry model ด้วยการใส่ features enterprise-class แต่ระดับราคาเดิม
  • อาเรย์รุ่นใหม่ SCv3000 Series นี้ ได้นำเอาเทคนิค auto-tiering การทำ data reduction รวมถึงความสามารถในการทำ Replication/Federation ร่วมกันกับอาเรย์ SC Series รุ่นอื่นๆ ไว้อย่างเต็มรูปแบบ
  • สร้างโดย ให้แบนด์วิดธ์ที่สูงขึ้นถึง 3 เท่า หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 2 เท่า และให้ IOPS สูงกว่า SCv2000 รุ่นก่อนหน้านี้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์

เดลล์ อีเอ็มซี ประกาศขยายศักยภาพระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซอย่างเต็มรูปแบบในสตอเรจ SC Series ระดับเริ่มต้น ช่วยให้เข้าถึงเทคโนโลยีสตอเรจล้ำหน้าได้ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับองค์กรธุรกิจในทุกขนาดและทุกงบประมาณ ทั้งนี้ อาเรย์ SCv3000 ใหม่ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย นับเป็นการรีเฟรชสายผลิตภัณฑ์ SC ทั้งหมดแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์อย่างสมบูรณ์ ให้การผสานรวมการทำงานที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นและให้ความสามารถมากขึ้นในการแบ่งปันการทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์ SC Series ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ให้ข้อได้เปรียบจากการใช้ซอฟต์แวร์ได้มากยิ่งขึ้น

SCv3000 Series ให้ฟีเจอร์ระบบปฏิบัติการหลักของ SC หลายฟีเจอร์ด้วยกัน ซึ่งทำให้ SC9000, SC7020 และ SC5020 ได้รับความนิยมจากการมอบความหลากหลายให้แก่ลูกค้าสตอเรจในระดับกลาง ทั้งนี้ความสามารถใหม่ที่มาพร้อมในขณะนี้ สำหรับระดับเริ่มต้น มีดังต่อไปนี้

  • Data Progressionให้โซลูชันในการทำ auto-tiering สำหรับไฮบริดแฟลชอย่างแท้จริง ด้วยความยืดหยุ่นในการตั้งค่าแฟลชได้ 0-100%
  • การบีบอัดข้อมูลแบบอัจฉริยะ ให้การลดลงสูงสุดถึง 93 เปอร์เซ็นต์ในสมรรถนะที่ต้องการ
  • การทำ replication/federation ร่วมกับอาเรย์ SC Series อื่นๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ เป็นการปกป้องการลงทุนด้วยโรดแมปในการบิลด์อิน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลง
  • การทำ Live Migrate ในส่วนดาต้า โมบิลิตี้ และโหลดบาลานซ์ได้อย่างราบรื่น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • การทำ Live Volume ทำ auto-fail-over/ auto-repair ในระดับโวลุ่ม ช่วยขจัดการหยุดชะงักของเวิร์กโหลดระหว่างที่เกิดไฟฟ้าดับหรือเกิดภัยพิบัติที่ไม่คาดคิดขึ้น
  • ผสานการทำงานร่วมกับ PS Series (EqualLogic) – เป็นการทำซ้ำข้อมูล หรือ replication ข้ามแพลตฟอร์มได้ พร้อมระบบบริหารจัดการรวมที่ช่วยให้ลูกค้า PS/EqualLogic สามารถเพิ่ม SC ไว้บนสภาพแวดล้อมเดิมได้อย่างง่ายดาย
  • การทำ Enterprise Chargeback, thin clones, remote replication และฯลฯ

ให้สมรรถนะที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการอัพเกรดแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ SCv3000 สำคัญๆ เมื่อเทียบกับ SCv2000 รุ่นก่อนหน้านี้ ด้วยโปรเซสเซอร์ใหม่จากอินเทลรุ่น 6 คอร์, หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 2 เท่า และมีแบนด์วิดธ์เพิ่มขึ้น 3 เท่า ส่งผลให้ประสิทธิภาพหรือสมรรถนะสูงขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ โดยในการทดสอบให้ IOPS สูงสุดถึง 270,000 IOPS

ความสามารถขั้นสูงเหล่านี้ทั้งหมด มาในราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ ทำให้ SCv3000 มอบคุณค่าที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกค้าที่ใส่ใจเรื่องค่าใช้จ่ายมากที่สุดเจฟฟ์ บูโดร ประธานฝ่ายสตอเรจ เดลล์ อีเอ็มซี กล่าวและเนื่องจากตอนนี้ SCv3000 เป็นสมาชิกในตระกูลเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ SC ทั้งหมดอย่างเต็มตัว ทำให้ลูกค้ารู้ว่าสามารถก้าวไปสู่สมรรถนะการทำงานที่สูงขึ้นไปอีกขั้นได้ทุกเวลา ด้วยการเพิ่มโมเดล SC ในรุ่นที่สูงขึ้นไปอีก เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากดาต้าโมบิลิตี้ ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างโดดเด่น ให้ความราบรื่นในทุกกระบวนการทำงาน จึงทำให้ SCv3000 เป็นทางเลือกที่ตัดสินใจได้ง่าย

ให้ทางเลือกในการปรับใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น

อาเรย์ SCv3000 ช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตั้งใช้งานได้เอง ลดต้นทุนสตาร์ทอัพ และยังรองรับด้วยบริการเต็มรูปแบบทั้งในส่วน ProSupport และ ProDeploy รวมถึงเวอร์ชั่น “Plus” และทางเลือกบริการล้ำหน้าแบบใหม่ในการ Optmize

ลูกค้าสามารถเลือกหนึ่งในสองของโมเดลอาเรย์ใหม่ (SCv3000 และ SCv3020) และ enclosure ในการต่อขยายการใช้งานที่มาใน 3 ทางเลือกใหม่ (SCv300 SCv320 และ SCv360)  โดยสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ตัวโครงสร้างเหล่านี้ได้ เพื่อปรับใช้งานโดยให้สมรรถนะที่สูงถึง 1PB ต่ออาเรย์ โดยผสมผสาน SSDs และฮาร์ดไดร์ฟแบบดั้งเดิมในขนาด 3.5” และ 2.5”  ทั้งนี้อาเรย์หลายตัวสามารถนำมารวมกลุ่มทำเป็น federated clusters โดยใช้แนวทางเรื่องการทำโหลดบาลานซ์เชิงรุก รวมถึงเครื่องมือในการทำ migration โดยอิงตาม wizard ได้อย่างรวดเร็วช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ SC ตัวอื่นๆ SCv3000 Series มอบแนวทางในการขยายศักยภาพการทำงานร่วมกันทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ของเดลล์ อีเอ็มซี อีกทั้งรองรับการปลั๊กอิน VMware vSphere และ VMware Virtual Volumes  ทั้งนี้การสนับสนุนด้านการปกป้องข้อมูลจาก เดลล์ อีเอ็มซี, การบริหารจัดการสตอเรจ และผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่าย ยังครอบคลุม Data Domain, PowerPath, RecoverPoint, VPLEX, ViPR  รวมถึงการทำให้ลูกค้ามั่นใจยิ่งขึ้นว่า อาเรย์ SCv3000 จะยังคงขับเคลื่อนความสำเร็จในการทำเวิร์กโหลดแบบผสมผสาน (Mixed-workload) อย่างต่อเนื่องต่อไปในระบบนิเวศที่มีการเปลี่ยนแปลงหลากหลาย ทั้งปัจจุบันและในเวลาที่ธุรกิจพัฒนาต่อไป

การวางจำหน่าย

สตอเรจ Dell EMC SCv3000 Series จะพร้อมสำหรับการสั่งซื้อและวางจำหน่ายทั่วไปในเดือนตุลาคม

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

###

เกี่ยวกับเดลล์ อีเอ็มซี

เดลล์ อีเอ็มซี เป็นส่วนหนึ่งของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ที่มุ่งช่วยองค์กรธุรกิจเปลี่ยนโฉมดาต้าเซ็นเตอร์ไปสู่ความทันสมัย ในระบบอัตโนมัติ โดยใช้เทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรมทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบควบรวม เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และระบบปกป้องข้อมูล ให้พื้นฐานที่เชื่อถือได้สำหรับธุรกิจที่ต้องการพลิกโฉมไอที ด้วยการสร้างไฮบริดคลาวด์ พร้อมปรับโฉมธุรกิจด้วยการสร้างแอพพลิเคชันเพื่อการใช้งานบนคลาวด์และโซลูชันบิ๊กดาต้า ทั้งนี้ เดลล์ อีเอ็มซี ให้บริการลูกค้าครอบคลุม 180 ประเทศ รวมถึง 98 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรในทำเนียบ Fortune 500 ด้วยสายผลิตภัณฑ์แห่งนวัตกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมทั้งระบบงานหลักจนถึงระบบคลาวด์

from:https://www.techtalkthai.com/dell-emc-enterprise-automation/