คลังเก็บหมวดหมู่: Uncategorized

Amazon ประกาศจ้างพนักงานพัฒนา VR เพื่อเพิ่มประสบการณ์ซื้อสินค้าของลูกค้า

Amazon คงจะเป็นบริษัทหนึ่งที่ค่อนข้างเงียบเกี่ยวกับเทคโนโลยี VR เพราะแทบไม่ได้ออกมาแสดงเทคโนโลยีหรือพูดถึงมากสักเท่าไร ต่างกับ Facebook หรือ Google ที่โหมโปรโมตและวิจัยเทคโนโลยีนี้อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม Amazon ก็ไม่ได้นิ่งเฉย เพราะทางบริษัทได้เริ่มจ้างพนักงานมาทำงานด้าน VR แล้ว คือ Amazon ประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งฝ่าย creative director ของ VR โดยมีเป้าหมายเพื่อ “คิดโซลูชั่นด้าน VR ของ Amazon ในอนาคต”

การรับสมัครงานครั้งนี้อยู่ในส่วนของ A9 ของบริษัท ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมเทคโนโลยีการค้นหาและโฆษณา โดยจากประกาศกล่าวว่า Amazon กำลังพัฒนา VR สำหรับเพิ่มประสบการณ์ซื้อสินค้าที่ลูกค้านับล้านคนจะใช้บนอุปกรณ์ VR ที่หลากหลาย

ที่มา – TechCrunch

from:https://www.blognone.com/node/89395

local.jpg

มาแล้วหุ่นยนต์นักข่าว เขียนบทความ 300 คำใน 1 วินาที

person-woman-camera-photographer

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับการเลิกจ้างแรงงานคนเปลี่ยนเป็นหุ่นยนต์ในประเทศอุตสาหกรรมกันมาบ้าง เช่น โรงแรมในนางาซากิ ที่เปลี่ยนไปจ้างหุ่นยนต์ Pepper คอยให้บริการตอบคำถามกับลูกค้าแทน หรือตามพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ย่านโอไดบะที่ใช้หุ่นยนต์คอยให้คำแนะนำกับนักท่องเที่ยว และเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทประกันภัยในญี่ปุ่นแห่งหนึ่งก็เลิกจ้างพนักงาน 34 คนเพื่อเปลี่ยนมาใช้ A.I. แทนเช่นกัน

แต่นอกเหนือจากงานบริการ ล่าสุดมีอีกอาชีพหนึ่งที่ตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงนี้ด้วยแล้ว นั่นก็คือ อาชีพนักข่าว โดยทางประเทศจีนได้มีการพัฒนาหุ่นยนต์นักข่าวได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งหุ่นยนต์นักข่าวตัวนี้สามารถเขียนต้นฉบับ และได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์อีกด้วย

สำหรับบทความที่เขียนโดยหุ่นยนต์และได้รับการตีพิมพ์นั้นอยู่ในหนังสือพิมพ์ชื่อ Southern Metropolis Daily ของเมืองกว่างโจว โดยมีขนาดความยาวของบทความ 300 คำ

อย่างไรก็ดี ศาสตราจารย์ Wan Xiaojun หัวหน้าทีมพัฒนาหุ่นยนต์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ผู้พัฒนาระบบได้เผยว่า ทีมมีการออกแบบให้หุ่นยนต์ตัวนี้สามารถเขียนได้ทั้งบทความสั้น ๆ ไปจนถึงบทความยาว ๆ เลยทีเดียว แถมยังเผยด้วยว่า เมื่อเปรียบเทียบหุ่นยนต์กับนักข่าวตัวจริงแล้ว หุ่นยนต์มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเหนือกว่า และสามารถเขียนบทความได้รวดเร็วกว่าด้วย

แม้จะมีความสามารถบางด้านเหนือกว่ามนุษย์ แต่ก็ใช่ว่าระบบอัจฉริยะนี้จะสามารถเข้ามาแทนที่นักข่าวได้ในอนาคตอันใกล้ เหตุที่บอกเช่นนั้นเพราะเจ้าหุ่นตัวนี้ยังไม่สามารถ “สัมภาษณ์” แหล่งข่าวได้นั่นเอง

กระนั้นในแง่ของธุรกิจ การใช้หุ่นยนต์ช่วยงานมีข้อดีที่เห็นได้ชัดมากมาย เช่น ไม่ต้องจ่ายเงินเดือน ไม่ต้องมีสวัสดิการ และไม่เคยขอลาพักร้อน จึงมีการคาดการณ์จาก Forrester Research ว่า หุ่นยนต์และ A.I. จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานในสหรัฐอเมริกาได้ถึง 6% ภายในปี 2021

แต่ใน 6% นี้จะมีอาชีพอะไรเพิ่มเข้ามาอีกบ้าง เราคงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา: ChinaDaily

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/01/robot-reporter-makes-newspaper-debut/

local.jpg

สาเหตุที่ทำให้ Samsung Galaxy Note 7 ระเบิด มีอยู่ 2 ปัจจัย ตามรายงานของสำนักข่าวดัง

galaxy-note-7-burn

การสืบสวนหาสาเหตุแบตเตอรี่ระเบิดของ Samsung Galaxy Note 7 ได้สิ้นสุดลงแล้ว และ Samsung จะพร้อมเปิดเผยรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมดกับสาธารณชนในวันที่ 23 มกราคมนี้ แต่ก่อนที่ Samsung จะออกมาชี้แจง สำนักข่าว The Wall Street Journal ได้รายงานว่า สาเหตุที่ทำให้ สมาร์ทโฟน Galaxy Note 7 ระเบิด มาจาก 2 ปัจจัย

เบื้องหลังการระเบิดของ Samsung Galaxy Note 7 มาจากขนาดของแบตเตอรี่ที่ไม่สม่ำเสมอ จนก่อให้เกิดความร้อนสูงจนเกินไป และอีกสาเหตุมาจากความผิดพลาดในกระบวนการผลิตด้วย

Samsung-Galaxy-Note-7-fire-replacement

ผู้ผลิตแบตเตอรี่ป้อนให้กับ Samsung Galaxy Note 7 มีอยู่ 2 แห่ง คือ Samsung SDI และ Amperex Technology หลังจากมีรายงานการระเบิดจนถูกเรียกคืนในครั้งแรก แบตเตอรี่ที่มาจาก Samsung SDI ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุ แต่หลังจากนั้น Galaxy Note 7 ก็ยังพบกับปัญหาเดิม จนถูกเรียกคืนเป็นครั้งที่สอง นั่นหมายถึงแบตเตอรี่ที่มาจาก Amperex Technology ก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน แต่อาจมาจากปัญหาการออกแบบแบตเตอรี่มากกว่าขั้นตอนการผลิต

หลังจากถูกเรียกคืนเป็นครั้งที่สอง Samsung จึงได้ตัดสินใจถอน Galaxy Note 7 ออกจากตลาดอย่างถาวร โดยมีการประเมินว่ามี Galaxy Note 7 ที่ต้องถูกเรียกคืนทั้งสิ้น 2.5 ล้านเครื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 23 มกราคมนี้ Samsung จะชี้แจงถึงสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ที่มา – Phonearena

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=171379

ซีอีโอ Sonos เผยจะเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทหลายแห่ง เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้งานในผลิตภัณฑ์

John MacFarlane ซีอีโอ Sonos ผู้ผลิตไร้สายชื่อดังได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งบริหารในบริษัทไปแล้ว เหลือเพียงตำแหน่งพนักงานธรรมดา และมี Patrick Spence มารับตำแหน่งต่อ

Spence ได้เขียนจดหมายถึงพนักงานในบริษัทในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยเขากล่าวว่า Sonos จะไม่เป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทเพียงแค่บริษัทเดียวเท่านั้น แต่ทางบริษัทจะเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัททุกแห่งเหมือนกับที่ทำกับบริการสตรีมมิ่งเพลงที่ Sonos รองรับบริการใหญ่ ๆ แทบทุกบริการ

Sonos นั้นเตรียมแผนนำ Amazon Alexa ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ประจำการอยู่ใน Amazon Echo มาใส่ในอุปกรณ์ลำโพงไร้สายของตัวเองด้วย ซึ่งจากการประกาศของซีอีโอในครั้งนี้ก็น่าจะหมายความว่า Sonos น่าจะไม่ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับ Amazon เพียงรายเดียว เพื่อทำให้ Sonos ยังคงความเป็นอิสระอยู่

รายละเอียดในจดหมายของ Spence ยังมีอีกมาก สามารถเข้าไปอ่านได้จากที่มา

ที่มา – The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/89394

รายงานเผย นักพัฒนาจะเริ่มได้รับชุดแว่น Windows Holographic ในเดือนมีนาคม

หลังจากที่ได้มีภาพต้นแบบแว่น VR/AR แพลตฟอร์ม Windows Holographic ออกมาในช่วงงาน CES 2017 ล่าสุด Vlad Kolesnikov จากไมโครซอฟท์ ได้ออกมาเผยผ่านวิดีโอบน Channel 9 ว่า จะมีชุดต้นแบบสำหรับนักพัฒนา (developer kit) ออกมา ในงาน Game Developer Conference ที่จะมีขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม

คาดว่ากลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป จะได้ใช้งานในช่วงหลังจากการมาของ Windows 10 Creators Update ที่จะออกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ที่มา – MSPoweruser

https://channel9.msdn.com/Shows/This+Week+On+Channel+9/TWC9-Kicking-off-the-year-with-CES-Windows-Holographic-VR-headsets-Windows-Developer-Day-and-more/player

from:https://www.blognone.com/node/89393

local.jpg

Meitu แอพถ่ายเซลฟี่ ให้มีหน้าตาเหมือนการ์ตูนตาหวาน ดาวน์โหลดฟรี!! แต่มีเรื่องให้กังวล

meitu_app

แอพพลิเคชั่น Meitu เปิดให้ใช้งานในประเทศจีนมานานเกือบทศวรรษ แต่เพิ่งได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากชาวอเมริกันกำลังตื่นเต้นกับแอพพลิเคชั่นถ่ายเซลฟี่แนวใหม่ ซึ่งจะเปลี่ยนภาพถ่ายใบหน้าธรรมดาให้ออกแนวการ์ตูนตาหวาน และยังมีเอฟเฟ็กต์, แบล็กกราวด์, ฟิลเตอร์ และเครื่องมืออื่นๆ ให้เลือกใช้มากมาย สาวๆ สามารถแปลงโฉมตัวเองเป็นเหมือน Sailor Moon ได้ด้วยแอพนี้

meitu-app-ios

ผู้พัฒนาอ้างว่า Meitu ถูกติดตั้งแล้วมากกว่า 1 พันล้านครั้ง มีผู้ใช้งานมากกว่า 456 ล้านคน และมีรูปภาพที่ถูกตกแต่งมากกว่า 6 พันล้านภาพในแต่ละเดือน นับจากเปิดตัวในประเทศจีนเมื่อปี 2008 รองรับทั้งอุปกรณ์ Android และ iOS

นอกเหนือจากประเทศจีน Meitu มีผู้ใช้งานสูงถึง 430 ล้านคน แหล่งข่าวรายงานว่า ก่อนวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา Meitu ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 317 ในหมวดหมู่แอพพลิเคชั่น “Photos & Video” สำหรับ App Store ในสหรัฐอเมริกา แต่หลังจากอัพเดทเพิ่มฟีเจอร์เปลี่ยนภาพเซลฟี่เป็นการ์ตูนตาหวาน ก็ทำให้แอพพลิเคชั่นพุ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 เหนือ แอพพลิเคชั่น Waze และ Yelp และยังคงไต่อันดับขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง

meitu-app

อย่างไรก็ตาม แอพพลิเคชั่น Meitu ยังมีสิ่งที่ต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวสำหรับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการ Android หากมีการดาวน์โหลดจาก Google Play แอพพลิเคชั่นจะขออนุญาตเจ้าของอุปกรณ์เพื่อเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ถึง 20 สิทธิ์ ซึ่งผู้ใช้งานชาวอเมริกันหลายคนยังไม่ค่อยให้ความไว้วางใจแอพพลิเคชั่นจากประเทศจีน โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นที่เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี แต่ล่าสุดเว็บไซต์ CNET รายงานว่า ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นได้ให้ความมั่นใจว่าข้อมูลของผู้ใช้งานจะปลอดภัยอย่างแน่นอน ด้วยการเข้ารหัสแบบหลายชั้นกับไฟร์วอลล์ขั้นสูง

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Meitu ได้ฟรี!! บน App Store และ Google Play

ที่มา – CNET

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=171373

local.jpg

บทวิเคราะห์ ซีพียุคผลัดใบ ‘เจ้าสัวธนินท์’ ส่งต่อเก้าอี้ซีอีโอใหญ่ให้ ‘ศุภชัย’

ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจนักที่ ศุภชัย เจียรวนนท์ ซีอีโอของกลุ่ม True และบุตรชายคนที่สามของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ จะได้รับการโปรโมทขึ้นเป็นซีอีโอใหญ่ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) เพราะหลายคนก็มองออกอยู่แล้วว่า เจ้าสัวเตรียมดันบุตรชายคนนี้มาสืบทอดตำแหน่งตั้งแต่ต้น ขึ้นกับว่าจะเมื่อไรเท่านั้น

ในโอกาสที่กลุ่มซีพีกำลังอยู่ในช่วงผลัดใบอย่างเป็นทางการ Brand Inside ขอวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ของซีพีในยุคของศุภชัย ดังต่อไปนี้

ซีพีสู่รุ่นที่สาม สุภกิตนั่งประธาน ศุภชัยเป็นซีอีโอ

เครือ CP เริ่มก่อตั้งจากร้านเจียไต๋ มาตั้งแต่ ค.ศ. 1921 (พ.ศ. 2464) โดยสองพี่น้องชาวจีน นายเจีย เอ็ก ซอ และเจีย โซว ฮุย จากนั้น ลูกๆ ของทั้งสองก็เข้ามารับช่วงกิจการต่อในฐานะผู้สืบทอดรุ่นที่สอง ธนินท์ถือเป็นบุตรคนที่ 5 ของนายเจีย เอ็กซอ แม้จะเป็นบุตรคนเล็กที่สุด แต่สุดท้ายเขาก็ขึ้นมาเป็นผู้นำของเจียรวนนท์รุ่นที่สอง และนำพากิจการขยายมาจนยิ่งใหญ่ถึงทุกวันนี้

ธนินท์ มีบุตรชายสามคนคือ สุภกิต ณรงค์ ศุภชัย และบุตรสาวสองคนคือ วรรณี กับทิพาภรณ์ ตามแนวทางของธุรกิจคนจีนที่สืบทอดธุรกิจผ่านลูกชาย โดยสุภกิต ลูกชายคนโต และณรงค์ ลูกชายคนที่สองถูกส่งไปคุมธุรกิจที่เมืองจีนเป็นหลัก (สุภกิตดูธุรกิจภาพรวมทั้งหมดในจีน ส่วนณรงค์ดูค้าปลีก) ในขณะที่ศุภชัย ลูกชายคนที่สามถูกมอบหมายธุรกิจด้านโทรคมนาคม

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ถือเป็นการผลัดใบของ CP เข้าสู่ยุคที่สามอย่างเต็มตัว โดยเจ้าสัวธนินท์ถูกดันขึ้นไปเป็นประธานอาวุโส แต่งตั้งสุภกิต เจียรวนนท์ บุตรชายคนโตมาเป็นประธาน ณรงค์เป็นรองประธาน และมอบหมายให้ศุภชัยเป็นซีอีโอ เท่ากับว่ามหาอาณาจักรซีพีอยู่ภายใต้การดูแลของสามพี่น้อง “สุภกิต-ณรงค์-ศุภชัย” ไปเรียบร้อยแล้ว

ศุภชัยให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asian Review ว่าถึงแม้จะได้นั่งเก้าอี้ซีอีโอใหญ่ แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมาก และหวังว่าจะเพิ่มประสบการณ์ให้ตัวเองได้มากกว่านี้ ก่อนเจ้าสัวธนินท์เกษียณตัวเองอย่างเต็มตัว

ศุภชัยจะเป็นผู้นำของซีพีเข้าสู่ศตวรรษที่ 2 ในอีกไม่ช้านี้ (ครบ 100 ปีในปี 2564) น่าจับตาว่าภายใต้การนำของเขา ซีพีแห่งศตวรรษใหม่จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

Brand Inside มองว่าสิ่งที่น่าจับตาของซีพีรุ่นที่สามมีทั้งหมด 5 ประเด็น ดังนี้

1) ขยายธุรกิจ ดึงผู้บริหารคนนอกมาเสริมทัพ

สมดุลระหว่างคนในตระกูลเจียรวนนท์กับผู้บริหารคนนอก ถึงแม้แกนหลักของบริษัทจะยังเป็นคู่พี่น้องสุภกิต-ศุภชัย แต่ในยุคของเจ้าสัวธนินท์เองก็เริ่มเปลี่ยนผ่านให้ผู้บริหารมืออาชีพที่เป็นคนนอกตระกูล มานั่งกุมอำนาจสำคัญในบริษัทลูกขนาดใหญ่มานานแล้ว เช่น CPF ที่มี อดิเรก ศรีประทักษ์ หรือ CP All ที่มีก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ดูแลมาโดยตลอด ดังนั้นผู้บริหารคนนอกตระกูลถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเครือซีพี

ในระยะยาวแล้วด้วยกิจการที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตระกูลเจียรวนนท์จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการใช้ผู้บริหารคนนอกให้มากขึ้น ซึ่งเทรนด์นี้ก็น่าจะยิ่งชัดเจนขึ้นในยุคของสุภกิต-ศุภชัย ที่สรรหาผู้บริหารมืออาชีพทั้งจากในไทยและต่างประเทศ มาเสริมทัพให้เครือซีพีอย่างต่อเนื่อง

2) ผลัดเปลี่ยนรุ่นผู้บริหาร สร้างขุนพลกลุ่มใหม่

ในระยะแรก ทิศทางของซีพีไม่น่าจะเปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก แต่ในระยะยาว สิ่งที่น่าสนใจคือการผลัดเปลี่ยนรุ่นของผู้บริหารรุ่นเดิมที่ทำงานกับเจ้าสัวธนินท์มานาน มาสู่ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะเข้ามารับภาระสำคัญของธุรกิจในเครือ ในฐานะขุนพลของสุภกิต-ศุภชัย

3) เชื่อมต่อ-ประสานงานระหว่างกลุ่มธุรกิจในเครือให้มากขึ้น

นอกจากนี้ การผสานงานกัน synergy ระหว่างธุรกิจในเครือก็น่าจะชัดเจนมากขึ้น ต่างไปจากยุคปัจจุบันที่แต่ละกลุ่มธุรกิจยังแยกการทำงานที่ค่อนข้างเป็นเอกเทศระหว่างกัน

4) นำนวัตกรรม-ไอที ขับเคลื่อนธุรกิจ

ศุภชัย นั่งเป็นซีอีโอของ True มานาน และเป็นแกนหลักในการก่อตั้ง Ascend ซึ่งเป็นสองกลุ่มธุรกิจที่ไฮเทคที่สุดในเครือซีพี ในยุคที่เทคโนโลยีด้านไอทีกลายเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ เขาย่อมใช้ประสบการณ์ที่ True มาผลักดันให้เครือซีพีไฮเทคขึ้นอย่างแน่นอน และจุดขับเคลื่อนสำคัญก็ย่อมเป็นกลุ่ม True/Ascend นั่นเอง

5) เร่งเกียร์บุกจีน ขยายความร่วมมือระดับภูมิภาค

ซีพีถือเป็นบริษัทต่างชาติรายแรกที่เข้าไปลงทุนในจีนหลังเปิดประเทศ และช่วงหลังเราก็เห็นการขยายตัวของซีพีในจีนที่ชัดเจนมาก ยุทธศาสตร์ของซีพีใช้วิธีร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ของจีนหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Ping An ที่ซีพีเข้าไปซื้อหุ้น, SAIC ด้านรถยนต์, CITIC ด้านการลงทุนและการเงิน, China Mobile ที่เข้ามาลงทุนใน True และล่าสุดคือ Alibaba ที่เข้ามาลงทุนใน Ascend

ในจังหวะที่เศรษฐกิจจีนกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น กลุ่มซีพีที่เป็นพันธมิตรกับธุรกิจจีนมายาวนานย่อมไม่พลาดโอกาสนี้ และเราคงจะได้เห็นความร่วมมือระหว่างซีพีกับบริษัทจีนรายอื่นๆ มากขึ้นด้วย


อภิมหาดีล Ascend พบ Alibaba จะเป็นอย่างไรต่อ?

สำรวจอาณาจักรซีพี ยิ่งใหญ่จนต้องแบ่ง 13 กลุ่มธุรกิจ

ปัจจุบันเครือซีพีแบ่งหน่วยธุรกิจของตัวเองออกเป็น 13 กลุ่ม โดยแบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจในไทย 10 กลุ่ม และธุรกิจในจีนอีก 3 กลุ่ม ข้อมูลตามที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของ CP มีดังนี้

ธุรกิจในไทย

  • กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ
  • กลุ่มธุรกิจการตลาดและการจัดจำหน่าย หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าธุรกิจค้าปลีก ได้แก่ ซีพีออลล์ (7-Eleven) และสยามแม็คโคร (Makro)
  • กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • กลุ่มธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยและผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ได้แก่ บริษัทเจียไต๋ จำกัด ถือเป็นธุรกิจดั้งเดิมของตระกูลเจียรวนนท์
  • กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ได้แก่ ซีพี.อินเตอร์เทรด, บริษัท ข้าวซีพี และบริษัทท่าเรืออยุธยาและไอซีดี
  • กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ (CP Seeds) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์วิศวกรรม (CP Engineering)
  • กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท ซี.พี.แลนด์
  • กลุ่มธุรกิจพลาสติก เน้นการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ทั้งร้านค้าปลีกและการเกษตร ได้แก่ บริษัท ซีพีพีซี (CPPC)
  • กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง ได้แก่ บริษัทเพอร์เฟคต์ คอมพาเนียน กรุ๊ป เน้นการขายอาหารสัตว์เลี้ยงในหลายแบรนด์ เช่น มีโอ สมาร์ทฮาร์ท
  • กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เน้นการจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์และลอจิสติกส์ในหลายประเทศ

ปัจจุบันบริษัทในเครือซีพีที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 5 มีทั้งหมด บริษัท ได้แก่ CPF, CP-All, Siam Makro, True Corporations, CP-Land

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับเครือซีพี ที่ไม่ได้ระบุชื่อบนเว็บไซต์ของกลุ่มซีพีอีกด้วย เช่น กลุ่มบริษัทดีที เจ้าของแบรนด์ Magnolia และ Whizdom ซึ่งบริหารงานโดย ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ลูกสาวคนสุดท้องของเจ้าสัวธนินท์ หรือ Ascend Group กลุ่มธุรกิจไฮเทค-อีคอมเมิร์ซที่แยกตัวมาจากกลุ่ม True


แบรนด์ย่อยๆ ของเครือ CP ในปัจจุบัน

ธุรกิจในจีน

  • กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรม มี SAIC-CP Motor บริษัทร่วมทุนกับ SAIC ยักษ์ใหญ่ของวงการรถยนต์จีน ทำตลาดไทยในแบรนด์ MG และ ECI Group ที่ทำมอเตอร์ไซค์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และเครื่องจักรอุตสาหกรรมแบรนด์ Caterpillar
  • กลุ่มธุรกิจการเงินและการธนาคาร มี ธนาคารเชงสิน (ZhengXin Bank) และผิงอันประกันภัย (Ping An Insurance)
  • กลุ่มธุรกิจเวชภัณฑ์ มีบริษัท Sino-Bio Pharmaceutical ที่ซีพีไปลงทุนไว้

นอกจากนี้เครือ CP ยังกระจายการลงทุนไปทั่วโลก โดยเฉพาะธุรกิจด้านอาหารและอาหารสัตว์


รถยนต์แบรนด์ MG ที่ร่วมลงทุนกับ SAIC ของจีน

จับตา True ยุคใหม่ ภายใต้ซีอีโอคนใหม่

การเปลี่ยนผ่านของกลุ่มซีพีครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อกลุ่ม True อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะตำแหน่งซีอีโอเดิมของศุภชัยจะว่างลง และ True จะต้องสรรหาซีอีโอคนใหม่ ซึ่งศุภชัยก็ให้สัมภาษณ์ว่าน่าจะเสร็จกระบวนการสรรหาซีอีโอคนใหม่ภายในไตรมาสที่ 1-2 ของปีนี้ โดยขึ้นกับการพิจารณาของบอร์ด ระหว่างนี้เขาจะยังดำรงตำแหน่งซีอีโอไปก่อน

การโอนถ่ายอำนาจภายในกลุ่ม True ก็น่าจะเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะศุภชัยก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้รับรู้กันภายในบริษัทมาได้สักพักแล้ว และเขาเองก็จะยังนั่งเก้าอี้เป็นบอร์ดของ True ต่อไป ในแง่ทิศทางและนโยบายของ True ก็คงไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก

ศุภชัยยังให้สัมภาษณ์ว่า ทิศทางของ True จะเน้นเรื่อง Telecom Logistics มากขึ้น แทนการเป็นผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมเพียงอย่างเดียว ตรงนี้คงสอดคล้องกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั่วโลก ที่เริ่มผันตัวไปทำบริการและคอนเทนต์กันมากขึ้น


True ยุคใหม่ที่ไม่มีศุภชัยเป็นซีอีโอแล้ว จะก้าวไปทางไหน?

ที่มา – กรุงเทพธุรกิจ, Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/cp-group-next-gen-supachai-ceo/