กสทช. ยกการกำกับดูแล OTT จากต่างประเทศ, ไทยยังไม่ได้ข้อสรุป จะมีความชัดเจนภายใน 4-5 เดือน

หลังจากช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นว่า กสทช.กำลังผลักดันหามาตรการกำกับดูแลกิจการ OTT (Over-The-Top) พร้อมตั้งอนุกรรมการขึ้นมาดูแล วันนี้ทางกสทช. ได้จัดการบรรยายในประเด็นเรื่องการกำกับดูแล OTT นี้โดย พ.อ. ดร. นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

ประธาน กสท. ย้ำว่าการบรรยายนี้ เป็นเพียงการนำเอา “งานวิจัยหรือผลการศึกษาของทีมที่ปรึกษา” มานำเสนอเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดนั้นเกี่ยวกับรูปของสื่อ รูปแบบการนำเสนอเนื้อหาและโมเดลการหารายได้ที่เปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก จากการแพร่หลายของอินเทอร์เน็ต รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปดูวิดีโอออนดีมานด์รูปแบบต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น

alt="IMG_9405"
*พันเอก ดร. นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

ประเด็นที่น่าสนใจคือ พ.อ. ดร. นที ได้ยกตัวอย่าง 3 ประเทศที่มีการกำกับดูแลกิจการ OTT ได้แก่สหราชอาณาจักร, เกาหลีใต้และสิงคโปร์ โดยที่ไม่พูดถึงสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาด OTT ที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะกฎหมายด้านนี้ของสหรัฐไม่ได้มีโมเดลเดียว แต่แตกต่างกันไปตามแต่ละมลรัฐ

สหราชอาณาจักร

  • มีหน่วยงานกำกับดูแลชื่อ Ofcom (Office of Communication) ลักษณะเดียวกับ กสทช. เป็นผู้ดูแลเรื่องการอนุญาตเนื้อหาและคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับ Advertising Standard Authority ดูแลเรื่องโฆษณา

  • Ofcom กำหนดให้ผู้ให้บริการท้องถิ่นจะต้องแจ้งข้อมูลกับ Ofcom ก่อนเริ่มให้บริการในสหราชอาณาจักร

  • ผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านเนื้อหา อย่างการคุ้มครองเด็กและเยาวชน, Hate Speech, การเข้าถึงของผู้พิการ, สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ และการส่งเสริมเนื้อหาที่ผลิตในยุโรป

เกาหลีใต้

  • Korea Communication Commission (KCC) ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์, ไอซีทีและการวางแผนอนาคต (MSIP) เป็นผู้กำกับดูแล OTT โดยมีกฎหมายหลักคือ Internet Multimedia Broadcasting Business Act (2013)

  • ผู้ให้บริการการแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต จะต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจจาก MSIP และต้องรายงานและลงทะเบียนเนื้อหาด้วย

  • คอนเทนท์บน OTT ถูกกำกับดูแลเช่นเดียวกับสื่อประเภทอื่น อาทิ ความรุนแรงและสิ่งเสพติด

สิงคโปร์

  • ผู้กำกับดูแลคือ Infocomm Media Development Authority

  • ผู้ให้บริการ OTT ทั่วไปถือว่าเข้าข่าย Internet Content Provider จะได้รับใบอนุญาตอัตโนมัติและต้องปฏิบัติตาม Internet Code of Practice

  • OTT แบบจ่ายเงินดูรายเดือน (SVoD) นับเป็น Pay TV ต้องได้รับใบอนุญาต Subscription Television Service License

  • กฎเกณฑ์บังคับใช้เหมือนกันหมดทั้งผู้ให้บริการท้องถิ่นและต่างประเทศ

ส่วนกฎเกณฑ์ในการกำกับดูแลของไทยนั้น ประธาน กสท. ระบุว่าคงจะแตกต่างจากของประเทศอื่นๆ เนื่องจากประเทศเราก็มีบริบทและสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว ขณะที่รายละเอียดยังไม่สามารถบอกอะไรได้ เพราะตอนนี้เป็นเพียง Day 1 เท่านั้น ยังไม่มีข้อสรุป รูปแบบหรือความชัดเจนใดๆ ทั้งสิ้น และคาดว่าภายในระยะเวลาราว 4-5 เดือนเป็นอย่างเร็ว น่าจะพอมีได้รายละเอียดออกมาชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/91980

Advertisements

[Acer] Xplova X5 คอมพิวเตอร์ตัวจิ๋ว ต่อ 3G มีกล้องสำหรับนักปั่นจักรยานตัวจริง ราคา 14,900 – 16,900 บาท ผ่อนได้ 0% 3 เดือน

Xplova X5 คอมพิวเตอร์ 3G ตัวจิ๋วสำหรับนักปั่นจักรยานตัวจริง

ฉีกทุกกฎ ครบทุกความต้องการ

พร้อมเปิดขายครั้งแรก ในงาน “International Bangkok Bike 2017”

เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ ส่งแก็ตเจ็ตโดนใจนักปั่น Xplova X5 คอมพิวเตอร์อัจฉริยะตัวจิ๋วสำหรับผู้รักในการปั่นตัวจริง พร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของก่อนใครในงานInternational Bangkok Bike 2017” มหกรรมจักรยานสุดยิ่งใหญ่ ที่รวบรวมจักรยาน อุปกรณ์เสริม และแก็ดเจ็ตเด็ดๆ ให้เหล่าสายปั่นได้อินและฟินกันถ้วนหน้า

pd_01_en_1

Xplova X5 มาด้วยรูปลักษณ์สุดเท่ น้ำหนักเบาเพียง 120 กรัม หน้าจอขนาด 3 นิ้ว Full-Color RGB ภาพสด คมชัด ทุกการเคลื่อนไหว ตัวเครื่องถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันด้วย IPX7 ป้องกันน้ำ กันการสั่นสะเทือน และรอยขีดข่วน พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 1500 mAh ให้คุณปั่นจักรยานได้อย่างยาวนาน ถึง 12 ชั่วโมง

Xplova X5 ถือเป็นเพื่อนคู่หูรู้ใจสำหรับนักปั่นยุคนี้ที่ตอบโจทย์การใช้งานด้วยฟีเจอร์สมาร์ทวิดีโอบันทึกอัตโนมัติ บอกทางขณะปั่น แชร์เส้นทางการปั่น สร้างแลนด์มาร์กหรือนัดจัดกิจกรรมผ่าน moment appในคอมมิวนิตี้ของคุณ แบบที่จะอยู่โลเคชั่นไหนก็หายห่วงด้วยระบบรองรับ 3G เข้าถึงอินเทอร์เน็ตทุกที่ทุกเวลา เรียกว่าเบ็ดเสร็จในกล้องวิดิโอคอมพิวเตอร์

Xplova  X5 ที่การันตีว่าเป็น “ตัวแรก” ที่ครบจบในตัวจริงๆ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เด็ดๆอีกมาก ที่คุณต้องใจอ่อน ยอมควักเงินในกระเป๋าออกมา

image006

สำหรับโปรโมชั่นภายในงาน International Bangkok Bike 2017 รับสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และไฮไลท์พิเศษ พร้อมรับหมวก กระบอกน้ำ และเสื้อ Xplova คู่กับแพ็กเกจสุดเริ่ด ฟรีทันที เมื่อซื้อ Xplova X5 ภายในงาน

  • ซื้อ Xplova X5 คู่กับ Mounting ได้ในราคา 14,900 บาท รับประกันตัวเครื่อง 1 ปี ไม่รวมอุปกรณ์เสริม
  • ซื้อ Xplova X5 คู่กับอุปกรณ์เสริม (Mounting+Heart Rate+Combo Sensor) ได้ในราคา 16,900 บาท รับประกันตัวเครื่อง 1 ปี ไม่รวมอุปกรณ์เสริม

ดีต่อใจขนาดนี้ อย่ารอช้า รีบมาเป็นเจ้าของ Xplova X5 ได้แล้วที่ บูธ Xplova (บูธ A126-A127) ในงาน International Bangkok Bike 2017 วันที่ 4-7 พฤษภาคมนี้ ณ ฮอลล์3-4 อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี

from:https://notebookspec.com/acer-xplova-x5-smart-cycling-computer/395796/

บราเดอร์ เปิดตัว ‘P-TOUCH CUBE’ สุดยอดนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ฉลากสำหรับสมาร์ทโฟน สารพัดไอเดียง่ายๆ สไตล์คุณ

บราเดอร์เดินหน้ารุกตลาดเครื่องพิมพ์ฉลากอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นผู้นำ พร้อมเปิดตัว ‘P-TOUCH CUBE’ สุดยอดนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ฉลากที่ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเทรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ ให้คุณออกแบบงานพิมพ์แบบเรียลไทม์ผ่านแอพพลิเคชั่นบนระบบ Android และ iOS

นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันถือว่าบราเดอร์เป็นผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์ฉลาก (P-TOUCH) เนื่องจาก บราเดอร์เป็นผู้บุกเบิกตลาดเครื่องพิมพ์ฉลากรายแรก ๆ ของไทย และทำตลาดมานานกว่า 15 ปี ส่งผลให้เครื่องพิมพ์ฉลากเป็นที่รู้จักในไทยมากขึ้น ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าเครื่องพิมพ์ฉลากของบราเดอร์แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.Personal Use (กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป) 2.Office Use (กลุ่มออฟฟิศ) และ 3.Industrial Use (กลุ่มอุตสาหกรรม) โดยบราเดอร์มีสินค้าที่ครอบคลุมและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในทุกเซกเมนต์ดังกล่าว ขณะที่ปัจจุบันภาพรวมตลาดเริ่มมีผู้นิยมใช้เครื่องพิมพ์ฉลากเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากใช้งานง่าย สะดวกสบาย และมีรูปแบบของเทปที่สวยงามน่าใช้ ซึ่งบราเดอร์ถือเป็นส่วนหนึ่งที่พยายามส่งเสริมและให้ความรู้ด้านการใช้งาน ว่าสามารถนำไปใช้งานในด้านไหนบ้าง รวมถึงทำให้เครื่องพิมพ์ฉลากเป็นที่รู้จักในตลาดวงกว้างมากขึ้น และบราเดอร์ ก็ประสบความสำเร็จในการทำตลาดดังกล่าว โดยมียอดขายเติบโตขึ้นทุกปี เฉลี่ยประมาณปีละ 10%

“บราเดอร์ถือว่าเป็นผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์ฉลาก เพราะเป็นรายแรก ๆ ที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย ส่งผลให้ช่องทางการขายของบราเดอร์ครอบคลุมในตลาดมากกว่า และจุดเด่นสำคัญของสินค้าคือเทปที่ใช้ ซึ่งเป็นเทปลามิเนตที่มีคุณสมบัติทนทาน สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 150 องศาเซลเซียสและทนความเย็นได้ถึง -80 องศาเซลเซียส ทั้งยังทนต่อสารเคมี น้ำ ป้องกันรอยขีดข่วนและยึดเกาะกับพื้นผิวที่มีความโค้งได้ดีอีกด้วย จึงสามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ส่งเสริมให้ยอดขายดีตามไปด้วย” นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญกล่าว

โดยล่าสุดบราเดอร์ได้เปิดตัวสินค้าเครื่องพิมพ์ฉลาก P-TOUCH PT-P300BT หรือเรียกว่า P-TOUCH CUBE ซึ่งออกแบบให้เป็นเครื่องพิมพ์ฉลากแบบพกพา เพื่อเจาะกลุ่มตลาดผู้ใช้งานทั่วไป โดยที่ผ่านมาสินค้ากลุ่มดังกล่าวเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะหรือคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนต่างๆ เช่น เครื่องพิมพ์ฉลากขนาดเล็ก ลาย Hello Kitty , เครื่องพิมพ์ฉลากขนาดเล็ก ลาย Rilakkuma สำหรับเครื่องพิมพ์ฉลากรุ่น P-TOUCH CUBE ได้วางแผนขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน ด้วยจุดเด่นที่สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนได้ และมีดีไซน์ผลิตภัณฑ์ที่ดูโดดเด่น ทันสมัย รวมถึงขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังผู้จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟน และด้วยดีไซน์ของ P-TOUCH CUBE ที่มีความทันสมัย บราเดอร์จึงได้เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายไปยัง iStudio/iBeat by Copperwired และ Dotlife by Copperwired

ด้าน คุณจักรกฤช ลัภย์ธัญบูรณ์ เจ้าหน้าที่ผลิตภัณฑ์ บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมถึงรายละเอียด P-TOUCH CUBE ว่า บราเดอร์ได้ออกแบบเครื่องพิมพ์ฉลากดังกล่าวให้สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน พร้อมออกแบบการใช้งานให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพียงแค่มี สมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่น ‘Brother P-touch Design&Print’ ซึ่งรองรับทั้งระบบ iOS และ Android และเชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์ฉลาก P-TOUCH CUBE ผ่านสัญญาณ Bluetooth ผู้ใช้งานก็สามารถออกแบบฉลากด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่มีทั้งแบบอักษร ขนาด กรอบ และสัญลักษณ์ต่างๆ ให้เลือกสร้างสรรค์ได้ตามไลฟ์สไตล์และเหมาะสมกับรูปแบบงานที่นำไปใช้ พร้อมแสดงผลฉลากก่อนพิมพ์ได้ทั้งสี รูปแบบตัวอักษรและพื้นหลังเพื่อความถูกต้องก่อนสั่งพิมพ์ อีกทั้งสามารถบันทึกรูปแบบการพิมพ์ของผู้ใช้งานไว้ เพื่อความสะดวก ในการปรับเปลี่ยนแก้ไขจากดีไซน์เดิม โดยรองรับการใช้งานผ่านเทปลามิเนต TZE ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อเทปของบราเดอร์ไป ก็สามารถนำไปใช้ได้กับ P-TOUCH CUBE โดยเทปดังกล่าวมีคุณสมบัติเด่นเรื่องความทนทาน ทนความร้อนได้ถึง 150 องศาเซลเซียส และทนความเย็นได้ถึง -80 องศาเซลเซียส ป้องกันน้ำและรอยขีดข่วน สามารถติดบนพื้นผิวโค้งมนได้ดี รวมทั้งออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด และด้วยน้ำหนักเพียง 380 กรัม จึงสามารถพกพาได้สะดวก เหมาะกับการใช้งาน ทั้งที่บ้านและสำนักงาน ทั้งยังพิมพ์ด้วยความเร็วสูงถึง 20 มิลลิเมตร/วินาที ทั้งนี้ การใช้งานเครื่องพิมพ์ฉลาก P-TOUCH CUBE สามารถใช้งานได้หลากหลาย อาทิ พิมพ์ฉลากเพื่อใช้แปะเอกสารในออฟฟิศ เครื่องมือช่างในบ้านและสวน ที่เก็บของต่างๆ อุปกรณ์เครื่องครัว และสิ่งของเครื่องใช้สำหรับลูก เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาเพียง 1,990 บาท พร้อมทั้งยังมีโปรโมชั่นพิเศษ ในการเปิดตัว P-TOUCH CUBE เมื่อซื้อ P-TOUCH CUBE รับเลย ต่อที่ 1 รับบัตรชมภาพยนต์ Major Cineplex จำนวน 2 ที่นั่ง ฟรี! (ติดต่อแลกของสมนาคุณ ผ่านทาง Brother) ต่อที่ 2 รับสิทธิ์ซื้อเทปในราคาสุดคุ้ม ลดพิเศษ 50% จำนวน 1 ตลับ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้เท่านั้น (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ)

พร้อมสัมผัสสุดยอดนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ฉลากสำหรับสมาร์ทโฟน ‘P-TOUCH CUBE’ จากบราเดอร์ได้แล้วที่ ตัวแทนจำหน่ายของบราเดอร์ทุกสาขา รวมถึงตัวแทนผู้จัดจำหน่าย iStudio/iBeat by Copperwired และ Dotlife by Copperwired โดยผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Brother Contact Center โทร.02-665-7777 หรือ http://www.brother.co.th, www.facebook.com/BrotherCommercialThailand

from:http://mobileocta.com/brother-launches-p-touch-cube-the-ultimate-in-label-printer-innovation-for-smartphones/

[IT CITY Promotion] Big Thank 2017 เทศกาลลดขอบคุณลูกค้า ให้ชื่นนนนใจ !! สินค้าไอที ลดทันที 30-50 %

IT CITY Big Thanks 2017-th

IT CITY Big Thanks 2017 มหกรรมเทกระจาด ลดกระจาย 30 – 50% รู้แบบนี้แล้ว ชักช้าอยู่ใย หยิบกระเป๋าตังค์ แล้วเดินเข้า IT CITY  ขอบคุณครั้งใหญ่จากไอที ซิตี้ ไอที ซิตี้จัดแคมเปญใหญ่ประจำปี 2560 ที่ร้าน IT CITY ทุกสาขาใกล้บ้าน กับเทศกาลลดขอบคุณลูกค้า ให้ชื่นนนนใจ !! อาทิ

  • Curved FHD Smart TV49” เต็มตากับเทคโนโลยีทีวีจอโค้งจาก Samsung ราคาปกติ 39,990 บาท เหลือเพียง 16,990 บาท
  • Computer Notbook จาก HP จากราคาปกติ 14,990 บาทเหลือเพียง 13,990 บาท
  • Printer Brother All In One ทั้ง พริ้น แฟร็กซ์ สแกน พริ้นไวไฟ ในราคาสุดพิเศษ จากราคาปกติ 7,990 บาทเหลือเพียง 6,890 บาท
  • Samsung Galaxy J2 Prime Samrtphone สุดฮิตจากSamsung ราคาปกติ 4,490 บาท เหลือเพียง 4,190 บาท

พบกิจกรรมสนุก Like & Share เพียงแค่คุณซื้อสินค้าอะไรก็ได้ ที่ไอที ซิตี้ แล้วเซลฟี่คู่กับสินค้าที่ซื้อภายในร้าน Post และ แชร์ ลง Facebook เพียงแค่นี้ ก็รอลุ้น iPhone 7 Red ได้เลย

ติดตามทุกข่าวสาร ไอที ซิตี้ ที่
facebook IT City Care
Line @IT City
www.itcity.co.th

โทร 02 656 5030

ช้อปปิ้งออนไลน์ง่าย ๆ ที่บ้าน แค่คลิ๊ก
www.itcityonline.com

from:https://notebookspec.com/it-city-promotion-big-thank-2017/395783/

Samsung เปิดตัว Galaxy S8 สมาร์ทโฟนดีไซน์สวยล้ำ ไร้กรอบ ไร้ปุ่มโฮมอย่างเป็นทางการในประเทศไทยพร้อมจำหน่ายทั่วประเทศ 5 พฤษภาคมนี้

unnamed

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดตัว กาแลคซี่ เอส 8 ในประเทศไทย ที่พร้อมจะมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการสมาร์ทโฟน ตอกย้ำฟีเจอร์สุดล้ำที่จะทำให้คุณก้าวข้ามทุกขีดจำกัดและทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ หรือ Do What You Can’t ด้วยจอภาพไร้กรอบ ไร้ปุ่มโฮม และกล้องประสิทธิภาพสูง ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในประเทศไทยพร้อมวางขายจริงทั่วประเทศในวันที่ 5 พฤษภาคม โดยงานแถลงนี้จัด ณ สยาม เซ็นเตอร์

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=181745

Didi Chuxing เพิ่มทุนรอบล่าสุดถึง 5,500 ล้านดอลลาร์ ขึ้นแท่นสตาร์ทอัพเบอร์ 2 ของโลก

Didi Chuxing สตาร์ทอัพให้บริการรถแท็กซี่รายใหญ่ของจีน ประกาศเพิ่มทุนรอบล่าสุดถึง 5,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 190,000 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการเพิ่มทุนของบริษัทนอกตลาดหุ้นสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีผู้ลงทุน อาทิ Silver Lake Kraftwerk, SoftBank, ธนาคาร China Merchants ฯลฯ อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏชื่อแอปเปิล ซึ่งเคยร่วมลงทุนรอบก่อนหน้าในการลงทุนครั้งนี้

Didi ไม่ได้เปิดเผยอัตราส่วนการลงทุนในครั้งนี้ แต่แหล่งข่าวของ TechCrunch เผยว่าทำให้มูลค่ากิจการของ Didi สูงมากกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้เป็นสตาร์ทอัพมูลค่าสูงสุดในโลกเป็นอันดับ 2 รองจาก Uber เท่านั้น

ที่น่าสนใจคือ Didi ได้เงินจากการเพิ่มทุนรวมแล้วมากกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Uber ได้มาราว 8,800 ล้านดอลลาร์

เงินลงทุนนี้ Didi จะนำไปใช้ในการพัฒนาโครงการรถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งเป็นโครงการที่ Uber ก็กำลังพัฒนาอยู่

Didi ถือเป็นบริษัทรวมดาวนักลงทุน เพราะมีผู้ลงทุนมากกว่า 100 ราย ทั้ง Tencent, Alibaba และ ธนาคารใหญ่หลายแห่งของจีน และเมื่อปีที่แล้ว Uber ก็ตัดสินใจถอยจากประเทศจีนโดยขายธุรกิจให้กับ Didi

ที่มา: Bloomberg และ TechCrunch

alt="Didi Chuxing"

from:https://www.blognone.com/node/91979

คลายสงสัย Samsung Galaxy S8 แตกต่างจาก Galaxy S7 อย่างไรบ้างมาดูกันเลย

Web

หลังจากที่เปิดให้สั่งจองและพร้อมเป็นเจ้าของในประเทศไทยแล้วกับ Galaxy S8 และ Galaxy 8+ สมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิปรุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง Samsung ที่มาพร้อมกับหน้าจอไร้กรอบ Infinity Display รวมถึงเลขาอัจฉริยะ Bixby แถมยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่ใช้ชิปสถาปัตยกรรมแบบ 10nm รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE และ WiFi แบบกิ๊กกะบิทเลยทีเดียวรวมยังมีระบบรักษาความปลอดภัยในตัวเครื่องแบบใหม่ทั้งการสแกนม่านตา และการสแกนใบหน้าที่ทำได้อย่างรวดเร็วมากๆ ซึ่งจะมีความแตกต่างจาก Galaxy S7 และ Galaxy S7 edge อย่างไรชมภาพ Infographic ด้านล่างกันได้เลย

Web

สำหรับราคาทางการของ Galaxy S8 และ Galaxy S8+ ในประเทศไทยนั้นอยู่ที่ 27,900 บาทและ 30,900 บาท เริ่มจำหน่ายทั่วไปตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายวันที่ 5 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

ที่มา –  samsung 

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=181740

Advertisements

for feed app only