iPhone 6 (32GB) เหลือเพียง 3,100 บาทตั้งแต่วันนี้ – 12 ธ.ค. 60 เท่านั้น รายละเอียดที่นี่

iPhone6-flashfly

iPhone 6 32 GB จากราคาปกติ 15,500 บาท ราคาพิเศษเงินสด 11,900 บาทเลือกรับส่วนลดเพิ่ม 4,000 บาท เมื่อจดทะเบียนทรูมูฟ เอช รายเดือนแพ็คเกจ 899 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,140 บาท หรือเลือกเลือกรับส่วนลดเพิ่ม 8,800 บาทค่าเครื่องเหลือเพียง 3,100 บาท เมื่อจดทะเบียนทรูมูฟ เอช รายเดือนแพ็คเกจ 1,099 บาท (True Family Deal) พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 5,350 บาท

Studio7-Promotion-iPhone6-5day-dec17

เงื่อนไขการใช้สิทธิ์ True Family Deal Pack

  • สำหรับลูกค้า ทรูมูฟ เอช แบบรายเดือน ที่มีอายุการใช้งานเกินกว่า 6 เดือน และมีค่าบริการรายเดือนมากกว่า 199 บาทขึ้นไป
  • ลูกค้าต้องจดทะเบียนเลขหมายใหม่ในระบบรายเดือน พร้อมรับสิทธิซื้อ iPhone 6 Series ราคาพิเศษ
  • สามารถรับสิทธิ์ หรือมอบสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้เพียง 1 สิทธิ์: 1 เบอร์ : 1 Redeem
  • การรับสิทธิดังกล่าว ให้ถือว่าลูกค้าตกลงใช้บริการเลขหมายเดิมและเลขหมายใหม่ทั้ง 2 หมายเลขอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • ติดสัญญาเบอร์เดิม และเบอร์ใหม่ 12 เดือน
  • โทรหากันฟรีระหว่างหมายเลขรับสิทธิ์ (Existing) และหมายเลขใหม่ (New)
  • นอกจากนี้คุณยังสามารถผ่อน 0% นาน 10 เดือน กับธนาคารที่ร่วมรายการ

และยังให้คุณได้สบายใจกับบริการหลังการขายที่เราให้คุณมากกว่าใคร

  • ฟรี บริการค่าแรง ตลอดอายุการใช้งานที่ iCare ทุกสาขา
  • ฟรี บริการตรวจเช็คเครื่องของคุณ ตลอดอายุการใช้งานที่ iCare ทุกสาขา
  • ส่วนลดค่าอะไหล่ 5% สำหรับงานซ่อมบำรุง iCare ทุกสาขา
  • ฟรี Workshop Exclusive Class เรียนรู้การใช้ผลิตภัณฑ์ Apple ได้สนุกแบบไม่จำกัดเวลา ที่ Studio7
  • คุ้มแบบนี้ที่ Studio 7 เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 8 – 12 ธันวาคม 2560

รายละเอียดเพิ่มเติม –  studio7thailand 

from:http://www.flashfly.net/wp/202494

Advertisements

BaNANA Promotion – แรงกว่าใคร iPhone 8 ลดราคาเหลือเพียง 19,500 บาท ผ่อนได้ 0% นาน 24 เดือน

ซื้อ iPhone 8 ที่ BaNANA คุ้มกว่าใครเครื่องเปล่าเริ่มต้นเพียง 28,500 บาท เรียกได้ว่าใครกำลังมองหา iPhone 8 เพื่อซื้อมาใช้งานล่ะก็ สามารถดูได้จากโปรโมชั่นนี้เลย ที่สำคัญยังได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 1,000 บาท เมื่อย้ายค่ายเบอร์เดิมพร้อมจดทะเบียนยังทรูมูฟ เอช รายเดือน หรือเลือกผ่อนสบาย 0% นาน 24 เดือน เฉลี่ยเดือนละ 813 บาท กับธนาคารที่รวมรายการ

  • เลือกรับส่วนลดเพิ่ม 4,000 บาท จากราคาปกติ เมื่อจดทะเบียนยังทรูมูฟ เอช รายเดือนแพ็คเกจ 699 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,140 บาท
  • เลือกรับส่วนลดเพิ่ม 5,000 บาท จากราคาปกติ เมื่อจดทะเบียนยังทรูมูฟ เอช รายเดือนแพ็คเกจ 899 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,675 บาท
  • เลือกรับส่วนลดเพิ่ม 6,000 บาท จากราคาปกติ เมื่อจดทะเบียนยังทรูมูฟ เอช รายเดือนแพ็คเกจ 1,099 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,210 บาท
  • เลือกรับส่วนลดเพิ่ม 8,000 บาท จากราคาปกติ เมื่อจดทะเบียนยังทรูมูฟ เอช รายเดือนแพ็คเกจ 1,299 บาท ขึ้นไป พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,280 บาท

นอกจากนี้ยังให้คุณได้สบายใจกับบริการหลังการขายที่เราให้คุณมากกว่าใคร

  • ฟรี บริการค่าแรง ตลอดอายุการใช้งานที่ iCare ทุกสาขา
  • ฟรี บริการตรวจเช็คเครื่องของคุณ ตลอดอายุการใช้งานที่ iCare ทุกสาขา
  • ส่วนลดค่าอะไหล่ 5% สำหรับงานซ่อมบำรุง iCare ทุกสาขา
  • ฟรี Workshop Exclusive Class เรียนรู้การใช้ผลิตภัณฑ์ Apple ได้สนุกแบบไม่จำกัดเวลา ที่ Studio7

โปรแรงๆ แบบนี้ที่ BaNANA ทั่วประเทศ เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2560

หมายเหตุ

  • ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบใดๆอันเนื่องจาก ข้อผิดพลาดทางการพิมพ์ (ผิด/ตก)
  • รายละเอียดต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • กรุณาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สาขาใกล้บ้านท่าน

from:https://notebookspec.com/banana-promotion-iphone-8-dec-2017/427088/

เคล็ดลับ 9 ประการในการลด Latency เมื่อเข้าใช้บริการบน Public Clouds

หลายๆ บริษัทกำลังหันมาพึ่งพาแอพบนคลาวด์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Office 365, Salesforce.com, Box, AWS, Google Suite, Slack, Dropbox, ADP, WebEx เป็นต้น ซึ่งหลายแอพจำเป็นต้องเชื่อมต่อเพื่อทำงานอย่างรวดเร็ว แอดมินเครือข่ายจึงจำเป็นต้องลดดีเลย์ของแอพเหล่านี้ให้น้อยที่สุดให้ได้

แต่อุปสรรคประการสำคัญคือ การที่ทั้งตัวแอพและข้อมูลไปอยู่บนพับลิกคลาวด์ทั้งหมด ทำให้คุณไม่สามารถควบคุมหรือมองเห็นทั่วทั้งเครือข่ายได้อย่างแท้จริง จึงถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่จะต้องขจัดต้นตอของดีเลย์ก่อนที่ผู้ใช้จะรู้สึกแล้วจะเข้ามารุมสกรัมฝ่ายไอที โดยเฉพาะแอพเรียลไทม์ที่อ่อนไหวและสูบแบนด์วิธอย่างมากเช่น ระบบโทรศัพท์หรือวอยซ์, ประชุมผ่านวิดีโอ, คอนแทคเซนเตอร์, หรือทูลพวก Collaboration อื่นๆ

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องนอกจากแบนด์วิธของอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังเกี่ยวกับเวลาหน่วงแบบไปกลับหรือ RTT Latency, Jitter, การสูญหายของแพ็กเก็ต, รวมทั้ง Packet Reorder Number ด้วย โดยเฉพาะ Latency ที่ไม่เพียงแต่ต้องจัดการบนแลนในองค์กรเองแล้ว ยังเกี่ยวกับการเชื่อมต่อบนอินเทอร์เน็ตที่ที่บริการบนคลาวด์อาศัยอยู่อีกด้วย

ยิ่งทาง ISP มักการันตีให้ได้แค่อัพไทม์กับทรูพุต แต่รับรองคุณภาพของ Latency และ Jitter ไม่ได้แล้ว ทาง InformationWeek.com จึงรวบรวมเคล็ดลับ 9 ประการที่จะลด Latency ได้ดังนี้

1. หาจุดคอขวดให้เจอ เป็นขั้นตอนจำเป็นอันดับแรกที่ต้องหาตำแหน่งที่เป็นคอขวดบนเครือข่ายของคุณ ซึ่งผู้ให้บริการคลาวด์หลายเจ้าจะมีทูลสำหรับช่วยตรวจประเมินให้ เช่น ไมโครซอฟท์ก็มี Skype for Business Network Assessment Toolที่สามารถดาวนโหลดมาทดสอบก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้บริการคลาวด์ดังกล่าวทั่วทั้งองค์กร หรืออาจจะหันมาใช้ทูลพื้นฐานสุดๆ อย่าง Ping, Traceroute, และ SNMP ในการตรวจหาลิงค์บนเครือข่ายที่แออัดได้

2. ย้ายสำนักงานไปอยู่ใกล้กับที่ตั้งดาต้าเซิร์ฟเวอร์ของพับลิกคลาวด์ หรือในทางกลับกันคือ เลือกบริการที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ใกล้กับเรามากที่สุด เพื่อลดระยะทางผ่านอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อระหว่างกัน เพราะยิ่งผ่านเกตเวย์ข้ามหลายเครือข่าย หรือผ่าน Hop น้อยเท่าไร ย่อมได้ประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น โดยเฉพาะในด้าน Latency

3. เช่าลิงค์ส่วนตัวเชื่อมต่อโดยตรงแบบไม่ต้องผ่านเน็ต ถ้าคุณมีเงินเหลือพอ และคิดว่าคุ้มพอ ก็มีผู้ให้บริการพับลิกคลาวด์รายใหญ่หลายเจ้าที่ซัพพอร์ตการตั้งลิงค์ WAN เชื่อมต่อกับลูกค้าโดยตรง เช่น AWS Direct Connect ที่ช่วยขจัดอุปสรรคที่ส่งผลต่อ Latency จากภายนอกบนอินเทอร์เน็ตที่ควบคุมได้ยาก

4. เลือกใช้เป็นแบบไฮบริดจ์คลาวด์ โดยเฉพาะแอพที่อ่อนไหวต่อ Latency มากๆ ก็ควรรันแอพภายในองค์กรแทน หรือหันมาใช้ระบบไฮบริดจ์คลาวด์ที่เลือกส่วนของแอพที่สำคัญมากมารันในดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเอง ขณะที่เอาโหลดงานส่วนอื่นที่ไม่ได้อ่อนไหวขนาดนั้นไปรันบนคลาวด์ไปพร้อมกัน

5. ใช้สถาปัตยกรรมคลาวด์แบบกระจายตำแหน่งสำหรับบริษัทที่มีสาขากระจายทั่วโลก การเลือกใช้คลาวด์ที่มีการกระจายตำแหน่งที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ย่อมช่วยลดดีเลย์ในการเชื่อมต่อจากสำนักงานสาขาต่างๆ

6. เขียนแก้แอพใหม่ให้ทำงานได้ประสิทธิภาพดีกว่าเดิม เพราะมีหลายครั้งโป๊ะแตกว่าที่แอพทำงานช้าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเน็ตหรือการเชื่อมต่อเลย แอพที่รันบนคลาวด์ควรเขียนโดยอำนวยความสะดวกสำหรับอยู่บนคลาวด์โดยเฉพาะ อย่างเรื่องของการรับส่งข้อมูล เป็นต้น

7. ใช้ QoS แม้คุณอาจจะไม่สามารถบังคับใช้โพลิซี QoS ได้ครอบคลุมตลอดระยะการเชื่อมต่อ แต่อย่างน้อยก็ควรจัดการโพลิซีจัดลำดับความสำคัญการส่งข้อมูลแต่ละประเภทนี้ภายในเครือข่ายองค์กรของคุณด้วย ทั้งแลนแบบใช้สายและไร้สาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดให้แอพที่อ่อนไหวต่อ Latency มากๆ มีความสำคัญในการสื่อสารมากที่สุด

8. ใช้ทูลตรวจสอบประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่น หรือ APM เพื่อระบุหาต้นตอของปัญหาประสิทธิภาพที่แท้จริงว่าเกิดจาก Latency จริงหรือไม่ และเกิดที่ตำแหน่งใด เกิดจากเครือข่ายหรือเป็นจากตัวแอพเอง

9. ใช้ SD-WAN เชื่อมต่อกับคลาวด์ โดยตั้งค่าเราท์เตอร์ SD-WAN แบบเวอร์ช่วลที่อยู่บนผู้ให้บริการคลาวด์ IaaS เพื่อสร้างเส้นทางเชื่อมต่อหลายลิงค์ระหว่างคลาวด์กับเครือข่ายขององค์กร ซึ่งเทคโนโลยี SD-WAN จะสามารถเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด มี Latency, Packet Loss, และ Jitter น้อยที่สุดได้อย่างอัจฉริยะ

ที่มา : Informationweek

from:https://www.enterpriseitpro.net/latency-9-bloud/

[PR] ซิสโก้จับมือมหาวิทยาลัยรังสิต จัดงาน “Cisco – RSU Hackathon 2017: IoT in Healthcare” ครั้งแรกในประเทศไทย กับงาน IoT Hackathon ผลักดันอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ (Healthcare ) ในอนาคต

ประเทศไทย, 29 พฤศจิกายน 2560 – ซิสโก้และมหาวิทยาลัยรังสิตจัดงาน “Cisco – RSU Hackathon 2017” ภายใต้หัวข้อ “ไอโอทีในธุรกิจเฮลท์แคร์” (IoT in Healthcare)” ซึ่งเป็นงาน IoT Hackathon ที่จัดครั้งแรกในประเทศไทย โดยนักศึกษาจาก NetAcademy ทั่วประเทศได้มีโอกาสในการคิดค้นโซลูชั่นไอโอที (IoT – Internet of Things) เพื่อขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ของธุรกิจเฮลท์แคร์และการดูแลสุขภาพในอนาคต ระหว่างการแข่งขัน 72 ชั่วโมง นักศึกษาที่เข้าร่วมจะต้องใช้ทักษะในหลากหลายด้านเพื่อสร้างโซลูชั่น IoT ต้นแบบในการดูแลสุขภาพ  การแข่งขันนี้เปิดรับนักเรียนชั้นมัธยมปลาย และนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ความคิดริเริ่ม และการพัฒนา

การแข่งขัน Cisco – RSU Hackathon 2017 ภายใต้หัวข้อ “ไอโอทีในธุรกิจเฮลท์แคร์” มี 8 ทีมที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายโดยจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยรังสิต ระหว่างการแข่งขัน มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นเจ้าภาพในการจัดหาอุปกรณ์ การอบรม และให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด ขณะที่ซิสโก้ให้การสนับสนุนในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย รวมถึงหลักสูตร IoT จำนวน 4 หลักสูตรจากโครงการ Cisco Networking Academy ได้แก่ หลักสูตรความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ IoT, IoT กับการเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ, เทคโนโลยีบิ๊กดาต้าและการวิเคราะห์ข้อมูล และ Hackathon Playbook  นอกจากนี้ ก่อนการแข่งขัน Cisco Network Academy ยังให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่นักศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวกับแนวคิดและความท้าทายของ IoT ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่

นักศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน Cisco – RSU Hackathon 2017 ได้แก่ นายชินดนัย มาลาเอี่ยม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) และนางสาวฐิติชญาน์ รัตน์มังกรสกุล จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (BU) ด้วยโครงงาน “CareKhun Eldercare Solution: การดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุด้วยระบบตรวจสอบ และแจ้งเตือนบนโซลูชั่น Mobile Pocket”  โซลูชั่นดังกล่าวได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อตรวจสุขภาพของผู้สูงอายุในแบบเรียลไทม์ และแจ้งเตือนห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันทีในกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ความดันเลือดสูงขึ้น เป็นต้น และเจ้าหน้าที่ประจำห้องฉุกเฉินก็จะสามารถแจ้งญาติของผู้สูงอายุได้ในทันที พร้อมทั้งจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ทันท่วงที

Cisco Networking Academy เป็นโครงการเสริมสร้างทักษะด้านไอทีและสร้างอาชีพสำหรับสถานศึกษาและบุคคลทั่วไปในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ Networking Academy กว่า 6 ล้านคน และบุคลากรเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลมาตั้งแต่ปี 2540

คำกล่าวสนับสนุน:

  • นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนของซิสโก้:

“IoT เป็นกลไกสำคัญในการทรานสฟอร์มธุรกิจที่อาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ IoT จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการปรับปรุงการให้บริการแก่ผู้ป่วย และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลต่างๆ กำลังมองหาเครื่องมือใหม่ที่จะช่วยขยายคุณประโยชน์ในด้านการให้บริการ และปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในโรงพยาบาล

ที่ซิสโก้ เราตระหนักว่าเทคโนโลยี IoT จะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่และเพิ่มคุณค่าให้กับอุตสาหกรรมต่างๆที่นำเอา IoT ไปใช้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นใหม่ในการพัฒนาทักษะทางด้านดิจิทัลด้วยหลักสูตรที่เกี่ยวกับ IoT โดยเฉพาะ เพื่อสร้างโอกาสธุรกิจที่รออยู่ในอนาคต”

###

เกี่ยวกับ ซิสโก้

ซิสโก้ (NASDAQ: CSCO) เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีที่ทำงานกับอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1984 บุคลากรของเรา ผลิตภัณฑ์ และ พันธมิตรช่วยเหลือสังคมเชื่อมต่อโอกาสทางดิจิตอลอย่างปลอดภัย ดูข่าวและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับซิสโก้ได้ที่ newsroom.cisco.com และติดตามข่าวสารของซิสโก้บนทวิตเตอร์ที่ @Cisco

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-rsu-hackathon-2017/

Lazada ประเทศไทยเปิดตัววางจำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก Apple อย่างเป็นทางการ

สาวกแอปเปิ้ลจะสามารถซื้อสินค้าชิ้นโปรดจากร้านแอปเปิ้ล (Apple) ผ่านลาซาด้า ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซของเอเชียตะวันอกเฉียงใต้ เร็วๆนี้ ในฐานะที่เป็นตัวแทนจำหน่ายค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ลูกค้าของลาซาด้าจะสามารถเลือกซื้อหลากหลายผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ล อาทิ iPhone, MacBook, MacBook Pro, iPad, iPad Pro, Apple TV, Beats by Dr. Dre และอุปกรณ์อื่นๆ

unnamed

เริ่มช้อปรับช่วงเทศกาล

ผู้บริโภคสามารถเข้าไปเลือกช้อปสินค้าสำหรับช่วงเทศกาลจากร้าน Apple ‘Shop-in-Shop’ ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางบนลาซาด้าวันนี้ (8 ธันวาคม) ในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ประเทศไทย และสิงคโปร์ ตามมาด้วยมาเลเซียในวันที่ 11 ธันวาคม และเวียดนาม

ด้วยการช้อปปิ้งสินค้าผ่านลาซาด้า ผู้บริโภคจะสามารถเลือกวิธีการชำระเงินเพื่อซื้ออุปกรณ์ของแอปเปิ้ล ผ่านโปรแกรมการผ่อนชำระ 0%[1] ของลาซาด้าได้ นอกจากนี้ยังมีเซอร์ไพร์สที่น่าตื่นเต้นรอคอยไว้สำหรับผู้บริโภคของลาซาด้าที่มองหาช่องทางในการประหยัดเงิน ด้วยดีลพิเศษที่มาในช่วงโค้งสุดท้ายของออนไลน์ เฟสติวัล ในวันที่ 12.12 นี้ โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านลาซาด้า

“ทางเลือกยอดนิยม” สำหรับแบรนด์ระดับโลก

นายแม็กซิมิเลี่ยน บิทเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารใหญ่ ลาซาด้า กรุ๊ป กล่าวถึงคอนเซ็ปต์ของ Apple Shop-in-Shop ว่าเป็นความมุ่งมั่นที่จะสร้างชื่อเสียงของลาซาด้าในฐานะแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์ที่ไร้ข้อกังขาและเป็นที่เชื่อมั่นไว้วางใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ลาซาด้าเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับแบรนด์ระดับโลก ที่มีความมุ่งมั่นเฉกเช่นเดียวกับเราในการขับเคลื่อนการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ การร่วมมือกันในครั้งนี้ยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของลาซาด้าที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีกว่าและช่องทางที่สะดวกสบายในการเข้าถึงแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์จากแอปเปิ้ล”

from:http://www.flashfly.net/wp/202488

Ultimate Ears สุดยอดแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก เปิดตัว 2 ลำโพงขนาดพกพากันน้ำ ‘BOOM 2 และ WONDERBOOM’ ในไทย

อัลทิเมท เอียร์ส เปิดตัวสุดเซอร์ไพร์สในไทยกับ ลำโพง 2 นวัตกรรมล่าสุด “BOOM 2 และ WONDERBOOM” กันน้ำ กันกระแทก พร้อมพลังเสียงรอบทิศทาง 360 องศา

ภาพลำโพง 3

อัลทิเมท เอียร์ส (Ultimate Ears) สุดยอดแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก เปิดตัว 2 ลำโพงสุดยอดนวัตกรรมล่าสุด ‘BOOM 2 และ WONDERBOOM’ ในไทย ขนาดพกพา จิ๋วแต่แจ๋ว กันน้ำได้ยอดเยี่ยม ให้คุณสนุกได้ทุกที่ พกพาไปได้ทุกแห่ง พร้อมด้วยพลังเสียงกระหึ่ม คุณภาพไม่เป็นรองใคร เสียงใส คมชัด ต่อเนื่อง เสียงเบสทุ้มน่าฟัง มีให้เลือกหลากหลายสีสันสดใส

ลำโพง BOOM 2 และ WONDERBOOM ได้รับการออกแบบมาให้กันน้ำ หรือเปียกน้ำ เปื้อนโคลน ได้อย่างสบายๆ อีกทั้งยังสามารถรองรับการกันกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งตกจากระดับความสูงได้มากทสุด 5 ฟุต โดยคุณภาพเสียงของทั้ง 2 รุ่นนี้ ไม่เป็นรองใคร สามารถระเบิดพลังเสียงได้ทั่วทุกทิศแบบ 360 องศา ผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูงตามมาตรฐานของอัลทิเมท เอียร์ ดีไซน์โดดเด่น ไม่เหมือนใครพร้อมให้คุณได้สัมผัส สนุกได้เต็มที่ ช่วยเพิ่มสีสันไปพร้อมๆกับทุกจังหวะไลฟสไตล์ของคุณ

ภาพลำโพง 2

BOOM 2 ลำโพงที่ได้รับรางวัลระหว่างการเปิดตัวในพ.ศ. 2556 อัลทิเมท เอียส์ บูม 2 มีพลังเสียงที่เหนือกว่าถึง 25 เปอร์เซ็นต์ สามารถเชื่อมต่อกับระบบไร้สายได้ไกลกว่าเดิมถึง 100 ฟุต และกันน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้คุณแบ่งปันดนตรีโปรดไปพร้อมๆกับคนรอบได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร แบตเตอรี่ใช้ได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 15 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังเพิ่มสีสันการเล่นเพลง ด้วยระบบการสัมผัส (tap control) แบบใหม่ ที่สร้างสรรค์ช่วยให้คุณข้ามไปเล่นเพลงถัดไปโดยไม่ต้องถือโทรศัพท์ไว้

ภาพลำโพง 1

WONDERBOOM ลำโพงที่ออกแบบมาสำหรับคนรักเสียงดนตรี ที่แวดล้อมด้วยคนรสนิยมเดียวกัน ที่ชอบเดินทาง รักที่จะมีเสียงเพลงเป็นเพื่อนทั้งวันตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอน ด้วยดีไซด์ทีเรียบ เท่ห์และเทคโนโลยีที่ให้เสียงทรงพลังของรุ่นนี้ จึงเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบความมีวิตชีวา ความกระฉับกระเฉง ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เปิด จับคู่กับอุปกรณ์ แล้วกดปุ่มเล่นเพลง นอกจากนี้ วันเดอร์บูมเพิ่มความสนุกให้คุณเป็นสองเท่า โดยมีปุ่มยูอีด้านบนสุดของลำโพงให้คุณเลือกเล่นเพลง หยุดเล่น ข้ามเพลง หรือต้องการเล่นเพลงโปรดซ้ำ ได้ง่ายๆ หรือเลือกเล่นเพลงโปรดจากโทรศัพท์ของคุณได้ พร้อมสะใจไปกับเสียงกระหึ่มรอบทิศทาง ทำให้คุณสามารถสตรีมและแชร์เพลงได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะจัดปาร์ตี้ริมสระ หรือจะสนุกสนานกับเทศกาลต่างๆในทุกๆฤดู ไร้กังวลเมื่อต้องเผชิญกับฝุ่นและโคลน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถือเป็นลำโพงที่กันน้ำได้ยอดเยี่ยม หรือแม้เจอะเจอกับสิ่งสกปรก ก็สามารถทำความสะอาดได้ง่ายๆ เพียงแค่ล้างด้วยน้ำเท่านั้น

ลำโพงขนาดพกพารุ่น BOOM 2 มีให้เลือก 6 เฉดสี ได้แก่ เชอร์รี่บอมบ์ (Cherrybomb) เยติ (Yeti) แฟนทอม (Phantom) กรีนแมชชีน (GreenMachine) ทรอปิคอล (Tropical) และเบรนฟรีซ (BrainFreeze) ส่วนลำโพงขนาดพกพารุ่น WONDERBOOM มีให้เลือก 6 สีด้วยกัน ได้แก่ สโตน (Stone หรือ เทา) แฟนทอม (Phantom หรือ ดำ) ไฟร์บอลล์ (Fireball หรือ แดง) ซับซีโร่ (SubZero หรือ ฟ้า) แคชเมียร์ (Cashmere หรือ ชมพู) และไลแลค (Lilac) พร้อมเปิดตัวในประเทศไทย และวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ ไอที ซิตี้ ทุกสาขา สามารถดูรายละเอียดสินค้าและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/pg/ultimateears

from:http://www.flashfly.net/wp/202472

ยุทธการผ่าทางตัน! “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” เร่งหาพาร์ทเนอร์ นำธุรกิจออกโตนอกห้าง

เริ่มเห็นทิศทางชัดเจนมากขึ้นสำหรับการขยายสาขาธุรกิจในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในการ Diversify ธุรกิจ มองหาพันธมิตรอื่นๆ เพิ่มเติม เป็นการนำธุรกิจไปโตนอกเดอะมอลล์มากขึ้น ถือเป็นการผ่านทางตัน เพราะข้อจำกัดของเดอะมอลล์มีการขยายสาขาที่น้อย

นำ Gourmet Market-Power Mall ขยายนอกเดอะมอลล์

ด้วยจำนวนสาขาที่น้อยของเดอะมอลล์ และแผนการขยายสาขาในแต่ละปีที่น้อยเช่นกัน ถือเป็นข้อจำกัดใหญ่แก่ธุรกิจภายในเครืออย่างมาก เช่น กูร์เมต์ มาร์เก็ต, เพาเวอร์ มอลล์, สปอร์ต มอลล์ และบีเทรนด์ ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ล้วนมีการเติบโตจากการขยายสาขาทั้งสิ้น

แต่ในปีที่ผ่านมาเดอะมอลล์ กรุ๊ปได้แก้เกมด้วยการจับมือกับพาร์ทเนอร์รายอื่นทั้งค้าปลีก หรือระบบขนส่ง ในการนำธุรกิจในเครือไปเปิดสาขา เพื่อสร้างการเติบโต ถือเป็นการขยายสาขานอกพื้นที่เดอะมอลล์เป็นครั้งแรก

ได้เริ่มต้นจากกลุ่มฟู้ด รีเทล อย่าง “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” ขยายสาขารูปแบบสแตนอโลน ก็คือไปกับค้าปลีกรายอื่นๆ เช่น เทอมินัล 21, เดอะ พรอมานาด, เดอะ คริสตัล และล่าสุดในการเข้าไปเปิดสาขาในสถานีรถไฟฟ้า MRT ลาดพร้าวด้วยพื้นที่ 2,300 ตารางเมตร เป็นการขยายในรูปแบบหลายๆ โมเดล เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด ในทุกไลฟ์สไตล์

กูร์เมต์ มาร์เก็ตเองเป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้อันดับหนึ่งในเดอะมอลล์ กรุ๊ป เพราะด้วยเทรนด์ของค้าปลีกในกลุ่มของซูเปอร์มาร์เก็ตมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคตอบรับกับสินค้าพรีเมี่ยมมากขึ้น ทำให้กูร์เมต์มีโอกาสในการขยายสาขามากกว่านี้อีก

 

ล่าสุดเดอะมอลล์ กรุ๊ปได้เลือก “เพาเวอร์มอลล์” เป็นยูนิตต่อไปในการขยายสาขาออกนอกเดอะมอลล์ ซึ่งประเดิมสาขาแรกที่ “เอสบี ดีไซน์สแควร์ ราชพฤกษ์” ด้วยพื้นที่ 1,200 ตารางเมตร เพื่อเป็นจิ๊กซอว์เติมเต็มให้เป็น One Stop Service ในการตกแต่งบ้าน พร้อมสามารถช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ด้วย สาขานี้จะเป็นสาขาที่ 11 ของเพาเวอร์มอลล์ แต่เป็นสาขาแรกที่อยู่นอกเดอะมอลล์

จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส บริหารสินค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เล่าว่า

“แผนของเดอะมอลล์ กรุ๊ปต่อไปจะเน้นขยายผ่านพาร์ทเนอร์มากขึ้น ของทั้งกูร์เมต์ มาร์เก็ต และเพาเวอร์มอลล์ เป็นการ Diversify ธุรกิจให้มีความหลากหลาย สขยายสาขาออกนอกเดอะมอลล์จับกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น โดยมองหาพาร์ทเนอร์ที่เกื้อหนุนกัน มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ส่วนอีก 2 ธุรกิจอย่างบีเทรนด์ และสปอร์ตมอลล์ก็มีโอกาสในการขยายออกนอกเดอะมอลล์เช่นกัน กำลังมองหาพาร์ทเนอร์อยู่”

จักรกฤษณ์ยังเสริมอีกว่า ความสำคัญของการขยายสาขาออกนอกเดอะมอลล์นั้นอยู่ที่การเป็น Destination ของแต่ละสถานที่ ซึ่งแต่ละที่มีความหลากหลายไม่เหมือนกัน มีกลุ่มเป้าหมายไม่เหมือนกัน ทำให้ธุรกิจมีการเติบโตมากขึ้น

สรุป

  • การเดินเกมของเดอะมอลล์ กรุ๊ปในครั้งนี้เป็นผลดี ช่วยสร้างการเติบโตได้ เป็นการอุดข้อจำกัดของตัวเองที่มีสาขาน้อย แต่สามารถหาพาร์ทเนอร์ไปขยายที่อื่นได้
  • มีความรู้สึกว่าบางอย่างอาจจะมาช้าไปนิด อย่างเช่นเรื่องออนไลน์ หรือ Omni Channel ที่ผู้เล่นในตลาดมีการพัฒนาไปไกลแล้ว เป็นจุดที่เดอะมอลล์ต้องกลับไปทำการบ้านเพื่อตามให้ทันกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคนี้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/themall-group-diversify-business/

Advertisements

for feed app only

%d bloggers like this: