ลือ HTC One X ได้อัพเป็น 4.2 และ Sense 5 ช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.

@LlabTooFeR แหล่งข่าววงในของ HTC ที่มีผลงานแม่นยำในอดีต ระบุว่ามือถือเรือธงของปี 2012 อย่าง HTC One X (รุ่นขายทั่วโลกที่ใช้ Tegra 3) จะได้อัพเดตเป็น Android 4.2.2 ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้

การอัพเดตครั้งนี้ยังจะได้ HTC Sense 5 แบบเดียวกับ HTC One ตามที่บริษัทเคยสัญญาเอาไว้ (One X, One S, One X+, Butterfly)

ที่มา – Gotta Be Mobile

HTC One, HTC Sense, Android, HTC, Jelly Bean, Rumor

from:http://www.blognone.com/node/42661

Advertisements

ลือ Facebook เตรียมเปิดตัว Social Home Screen สำหรับ Android

จากข่าว Facebook แถลงข่าว Android วันที่ 4 เมษายน โดยส่งข้อความในบัตรเชิญว่า “come see our new home on Android”

ล่าสุดมีสื่อหลายฉบับอ้างแหล่งข่าววงในว่า Facebook จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ตรงตัวตามข้อความ นั่นคือ home screen ของตัวเองที่รันอยู่บน Android อีกทีหนึ่ง (น่าจะคล้ายๆ กับ Blinkfeed ของ HTC One)

แหล่งข่าวบอกว่าเป้าหมายของ Facebook ต้องการขยาย “ระยะเวลา” ที่ผู้ใช้อยู่กับ Facebook เพื่อประโยชน์ด้านโฆษณา โดย home screen ตัวนี้จะแสดง newsfeed บนหน้าหลักของ Android ให้ผู้ใช้เห็นข้อมูลจาก Facebook เป็นอย่างแรกเสมอ (เป็นไปได้ว่าอาจรวมถึง lock screen ด้วย)

ตอนนี้ Facebook มีข้อตกลงกับ HTC เรียบร้อยแล้ว โดยมือถือของ HTC ตัวที่ว่านี้จะใช้ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชันดัดแปลง ลักษณะเดียวกับที่ Amazon ทำกับ Kindle Fire นั่นเอง

ที่มา – Wall Street Journal, TechCrunch

Facebook, Social Network, Android, Rumor, Mobile

from:http://www.blognone.com/node/42660

“สีฟ้า” สีสุดฮิตในโลโก้แบรนด์ดัง 100 อันดับแรกของโลก

brand_colors

ภาพจาก http://freshpeel.com/

ผลการวิเคราะห์โลโก้หรือสัญลักษณ์ของแบรนด์ดัง 100 อันดับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พบว่าสีฟ้าหรือสีน้ำเงินเป็นสีที่ถูกใช้บ่อยที่สุด ขณะที่ฟอนต์หรือรูปแบบตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดคืออักษรตระกูล Sans โดยโลโก้ของแบรนด์ดังระดับโลกส่วนใหญ่นิยมใช้รูปภาพประกอบข้อความ

ตราสินค้าหรือโลโก้ (Logo) นับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ โลโก้นี้เปรียบเสมือนเป็นหน้าตาของแบรนด์ที่ช่วยสะท้อนถึงภาพลักษณ์ เรื่องราวความเป็นมา วิสัยทัศน์ของเจ้าของธุรกิจ รวมไปถึงช่วยทำให้เกิดการจดจำแบรนด์และส่งเสริมการตลาด

แน่นอนว่าการออกแบบโลโก้ให้ดูเป็นมืออาชีพนั้นย่อมส่งผลด้านบวกต่อภาพพจน์ของแบรนด์ แต่ในทางกลับกันหากโลโก้ที่ใช้ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถสะท้อนความเป็นตัวตนหรือไม่สามารถทำให้ผู้พบเห็นจดจำได้นั้น ก็ย่อมส่งผลในด้านลบต่อแบรนด์ได้เช่นกัน

เว็บไซต์ Tasteplacement.com ได้รวบข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบโลโก้ของแบรนด์ดังระดับโลกที่เราต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ถึงการเลือกใช้สี รูปแบบตัวอักษร รวมไปถึงสไตล์ของโลโก้ มานำเสนอเพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบโลโก้ให้เป็นที่น่าจดจำและสะท้อนความเป็นตัวตนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สิ่งแรกที่ Tasteplacement.com ให้ความสำคัญในเรื่องการออกแบบของโลโก้ คือการใช้สี สีของโลโก้นับว่าเป็นสิ่งแรกที่พบเห็นและยังเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจในการมอง ซึ่งสีแต่ละสีที่เลือกใช้ก็สามารถสื่อความหมายได้แตกต่างกันออกไป โดยผลการสำรวจพบว่าสีฟ้าเป็นสีที่ได้รับความนิยมและถูกนำมาใช้ในการออกแบบโลโก้มากที่สุด (37%) โดยแบรนด์ที่เลือกสีฟ้าและน้ำเงินมาใช้เป็นโลโก้ ก็คือ Facebook, Hyundai และ Dell รองลงมาเป็นสีแดงและสีดำ (27%) สีเหลือง (16%) สีเทาและสีเขียว (7%) สีส้มและสีเงิน (5%) รวมไปถึงสีน้ำตาล ม่วง ขาวตามลำดับ

ส่วนรูปแบบตัวอักษร (Font) สำหรับประกอบในโลโก้ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด 5 อันดับแรก คือ Sans (63%) Helvetica (21%) Slab (12%) Script (11%) และ Serif (8%) ซึ่งทั้ง 5 ฟอนต์ถูกเลือกใช้เพราะสามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

ปิดท้ายด้วยสไตล์ของโลโก้ การออกแบบโลโก้ในปัจจุบันยังคงนิยมนำองค์ประกอบอย่างภาพกราฟฟิค ภาพวาด หรือภาพถ่าย มาเป็นตัวช่วยทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยผลการสำรวจพบว่าการเลือกใช้ข้อความควบคู่ไปกับภาพโลโก้เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด (56%) ในณะที่การเลือกใช้ข้อความเพียงอย่างเดียวได้รับความนิยมรองลงมา (37%) ส่วนการเลือกใช้ภาพโลโก้เพียงอย่างเดียว เช่น Apple หรือ Shell ได้รับความนิยมมาเป็นลำดับสุดท้าย (6%)

ไม่ว่าสีหรือรูปแบบโลโก้ใดจะได้รับความนิยมมากที่สุด แต่สิ่งสำคัญในการออกแบบโลโก้ที่ดีคือความเหมาะสม ไม่ซับซ้อน จดจำได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถใช้ได้หลากหลายและไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ซึ่งโลโก้ที่มีประสิทธิภาพนั้นจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการตลาดและการทำธุรกิจให้ได้ผลดีมากยิ่งขึ้น

fonts--colors-that-drive-the-worlds-top-brands_5151f5dac49a0

ที่มา : Visual.ly

from:http://thumbsup.in.th/2013/03/fonts-colors-logo-top-brand/

สรุป Digital Matters 2 พร้อมสไลด์ที่ใช้ในงาน

thumbsup_digital_matters

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยสำหรับ งานรวมตัวของคนการตลาดดิจิตอล “Digital Matters” ครั้งที่ 2 เมื่อค่ำคืนวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ในงานนี้มีนักการตลาดดิจิตอลและผู้สนใจตบเท้าเข้าร่วมมากกว่า 100 คน เราจึงนำเอาสไลด์ที่แชร์ในงาน + ภาพบรรยากาศมาฝากใครที่ไปร่วมไม่ได้ครับ

18.00 น. thumbsupers ค่อยๆ ทยอยเข้างานมาที่ Launchpad และเราก็เริ่มงานตรงเวลานั่นคือเวลา 19.00 น. โดยแนะนำ thumbsup ก่อนจากนั้น คุณจักรพงษ์ คงมาลัย @jakrapong ตัวแทนของกองบรรณาธิการ thumbsup จึงเริ่มเล่าถึงภาพรวมของวงการดิจิตอลไทยในปี 2555 ก่อนที่จะส่งต่อให้คุณณัฐกรณ์ รัตนชัยสิทธิ์ @nuttakorn กรรมการผู้จัดการบริษัท Predictive ซึ่งเป็นตัวแทนท้องถิ่นของบริษัท comScore เอาตัวเลขสถิติออนไลน์ที่น่าสนใจมาแชร์กัน ซึ่งมีสถิติน่าสนใจหลายอย่างดังนี้

– จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (จากคอมพิวเตอร์ที่บ้านและที่ทำงาน) : 10.35 ล้านคน
– จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายวันคือ 6 ล้านคน
– มีคนเยี่ยมชมอินเทอร์เน็ตกว่า 530.38 ล้านครั้ง
– ตอนนี้ Broadband Internet คิดเป็นสัดส่วน 94.91% และยังคงมี Dial Up  5.09%- ใครคิดว่าอีเมลอันดับหนึ่งของไทยคือ Gmail ขอให้คิดใหม่ เพราะอีเมลที่มีคนใช้มากที่สุดยังคงเป็น Hotmail แล้วถึงจะตามด้วย Gmail, Yahoo! และตามด้วย Outlook
– Social Network อันดับ 1 คือ Facebook แต่ที่ 2 คือ LinkedIn และตามมาด้วยอันดับ 3 Twitter

BGcbAIQCMAI7z5B.jpg large

หลังจากนั้นเราก็แปรประเด็นเข้ามาสู่ช่วงการอัพเดตวงการดิจิตอลผ่านมุมมองของ thumbsup โดยเราได้เอาข่าวสำคัญๆ ที่เรานำเสนอทั้งหมดในไตรมาสแรกมารีวิวกัน รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เกิดขึ้น ใครอยากรู้ว่ามีข่าวอะไรบ้าง

จากนั้นเราก็เข้าสู่ช่วงเสวนาในหัวข้อ “เทคโนโลยี Social เปลี่ยนวิถีการตลาดอย่างไร” ซึ่งตรงนี้ได้รับเกียรติจาก คุณวัชระ เอมวัฒน์ จาก Computerlogy ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ SocialEnable ที่เป็น Social Network Management Tool ที่น่าจับตามอง และในวงสนทนาเดียวกันก็จะมี คุณพเนิน อัศววิภาส จาก startup ที่เราเคยแนะนำอย่าง OneBitMatter ที่เป็นเจ้าของ OBVOC บริการด้าน Social Monitoring และคุณเกวลิน จันทชีวกุล Strategic Planing Manager จาก Syndacast มาแชร์มุมมองหลายเรื่องๆ โดยสิ่งที่เราได้จาก session นี้หลักๆ คือ ความสวยงามของ Digital Marketing ที่มีการนำ Social technologies เข้ามาใช้ก็คือในส่วนของการติดตามบทสนทนาของผู้บริโภคออนไลน์ ตลอดจนการทำความเข้าใจลูกค้าสมัยใหม่ด้วยการทำวิจัยออนไลน์

และในช่วงสุดท้าย เป็น session ของทาง Syndacast ซึ่งเราได้สัมภาษณ์คุณเต็มศิริ สุจริตฉันท์ Country Manager บริษัท Syndacast เพื่อทำความรู้จักกับ Facebook Ad Exchange พร้อมกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพื่อให้หลายๆ คนเข้าใจถึงเทคโนโลยีในการทำ remarketing ผ่านทาง Facebook session นี้แม้ว่าจะอยู่ท้ายแต่ thumbsupers ก็ยังคงติดตามกันอย่างเหนียวแน่น ใครสนใจไฟล์ของคุณเต็มศิริดูได้ที่นี่เลย 

งานนี้ท้ายสุดจบกันที่ราว 21.40 น. หวังว่าทุกคนที่มาร่วมงานคงได้อัพเดตเรื่องราวชาวดิจิตอลไปเต็มๆ นะครับ มีคำแนะนำติชมอะไรก็เขียนไว้ตอนท้ายได้เลย แล้วเจอกันใหม่ไตรมาสหน้านะครับ :)

from:http://thumbsup.in.th/2013/03/post-event-digital-matters-2/

Marissa Mayer เล่าเบื้องหลังการรับตำแหน่งซีอีโอยาฮู

Marissa Mayer ซีอีโอหญิงของยาฮู เขียนเล่าเบื้องหลังของเหตุการณ์ที่ทำให้เธอกลายเป็นซีอีโอของยาฮู

เรื่องมีอยู่ว่าเธอได้รับโทรศัพท์จากบริษัทนายหน้าหาตัวผู้บริหาร โดยนายหน้าบอกว่าบอร์ดของบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งระบุชื่อเธอโดยตรง และบริษัทนี้อยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ทำให้เธอไม่ต้องย้ายบ้าน ก่อนจะเฉลยตอนสุดท้ายว่าเป็นยาฮู

Mayer บอกว่าเธอได้รับโทรศัพท์แบบนี้มาก่อนแล้ว แต่ไม่เคยสนใจเพราะภูมิใจกับหน้าที่การงานที่กูเกิล แต่กรณีนี้ต่างไปเพราะยาฮูเป็นหนึ่งในผู้สร้างอินเทอร์เน็ต (Yahoo defined internet) และมีรูปแบบธุรกิจที่ตรงกับประสบการณ์ทำงานของเธอที่กูเกิลอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่าไม่สามารถตัดสินใจได้ทันทีเพราะกำลังตั้งครรภ์ และเตรียมลาคลอด 6 เดือนอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งการรับตำแหน่งซีอีโอจะทำให้เธอไม่สามารถลาคลอดได้นานขนาดนั้น แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจว่าทั้งครอบครัวและงานต่างสำคัญกับชีวิต จึงเลือกรับตำแหน่งซีอีโอพร้อมกับวางแผนดูแลครอบครัวไปพร้อมๆ กัน

หลังจากเธอตัดสินใจรับตำแหน่งซีอีโอ และคลอดบุตรเรียบร้อย ตอนนี้เธอบอกว่าการมีลูกทำให้เธอเป็นซีอีโอที่ดีขึ้น เพราะด้วยเวลาจำกัด บีบให้เธอต้องจัดลำดับความสำคัญของงานอย่างจริงจัง

ที่มา – Lean in via Business Insider

Marissa Mayer, Yahoo!, CEO

from:http://www.blognone.com/node/42648

วงการดนตรีเผย iRadio บริการเพลงสตรีมมิ่งจากแอปเปิล เปิดตัวกลางปีนี้

เว็บไซต์ The Verge อ้างแหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมดนตรีของสหรัฐว่า แอปเปิลจะเปิดตัวบริการเพลงแบบสตรีมมิ่งหรือที่เรียกกันเล่นๆ ว่า “iRadio” อย่างแน่นอน โดยกำหนดเวลาเบื้องต้นคือฤดูร้อนหรือประมาณกลางปีนี้

ตามข่าวบอกว่าแอปเปิลกำลังเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์เพลงสำหรับสตรีมมิ่งกับ 2 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่คือ Universal และ Warner โดยการเจรจาคืบหน้าไปมาก

ประเด็นเรื่องค่าลิขสิทธิ์เพลงเป็นปัญหาต้นทุนของผู้ให้บริการเพลงแบบสตรีมมิ่งมาก โดยข้อมูลวงในระบุว่า Pandora จ่ายค่ายเพลงด้วยอัตรา 12 เซนต์ต่อการเล่น 100 ครั้ง ส่วน Spotify จ่ายแพงกว่ามากคือ 35 เซนต์ และแอปเปิลต้องการจ่าย 6 เซนต์ ซึ่งตอนนี้กำลังเจรจาอยู่

ที่มา – The Verge

iTunes, Apple, Music

from:http://www.blognone.com/node/42646

รีวิว HTC One

HTC One มือถือที่เป็นเรือธงตัวใหม่ของเอชทีซีที่จะมาลุยตลาดมือถือรุ่นท็อปในนี้ 2013 นี้ (มีข่าวออกมาว่า HTC One จะเป็นตัวท็อปเพียงตัวเดียวของปีนี้) เปิดตัวครั้งแรกที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สเปกของ HTC One ก็จัดเต็มทั้งเทคโนโลยี และคุณภาพของฮาร์ดแวร์ อาทิมาพร้อมกับหน้าจอ Super LCD3 ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD  ตัวเครื่องทำด้วยอลูมิเนียมทั้งตัว แบบไรรอยต่อ (unibody) งานประกอบและดีไซน์คุณภาพตามมาตรฐานเอชทีซีทุกประการ

HTC One มีให้เลือก 3 สี คือสีแดง สีดำ และสีขาว มี 2 ความจุ คือ 32GB และ 64GB จะเริ่มวางขายในเดือนมีนาคมนี้ ใน 80 ประเทศ ผ่าน 185 เครือข่าย (บางประเทศเริ่มเปิดจองแล้ว) ส่วนในไทยจากที่ผมได้สอบถามทางเอชทีซีประเทศไทยให้ข้อมูลว่า น่าจะสามารถวางขายได้ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ แต่ยังไม่ระบุว่าจะเป็นช่วงต้นเดือน กลางเดือน หรือปลายเดือน แต่จะวางขายในเดือนเมษายนนี้อย่างแน่นอน

ราคาของ HTC One ก็น่าจะเป็นไปตามที่มีข่าวลือออกมาว่า HTC One จะเปิดตัวที่ราคา 21,900 บาท จะขายแค่ 2 สี คือ สีดำกับสีขาว และน่าจะมีแค่ความจุเดียว คือ 32GB

รีวิว HTC One

HTC One ทำด้วยอลูมิเนียมชิ้นเดียว แบบเดียวกับ HTC Legend, HTC One S แต่ความพิเศษของ HTC One คือตัวเครื่องทำหน้าที่เสาอากาศสำหรับรับสัญญาณ นั่นหมายความว่าตัวเครื่องจะทหน้าที่เป็นเสารับ-ส่งสัญญาณนั้นเอง

รีวิว HTC One

หน้าจอ Super LCD3 ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD ความละเอียดต่อพิกเซลสูงถึง 469 ppi ใช้กระจก Gorilla Glass 2 ความสวยงามไม่แพ้จอตระกูล AMOLED ของซัมซุงแน่นอน ที่สำคัญแสดงผลสีได้เหมือนจริง ใช้งานเป็นเวลานานไม่ปวดตา หรือแสบตาเลย เรื่องดีไซน์ผมเองก็คิดว่าเหมือนกับ BlackBerry Z10 แต่พอได้สัมผัสจริง บอกได้เลยว่ามันไม่เหมือนครับ เรื่องวัสดุและงานประกอบเยี่ยมมาก ตอนสัมผัส HTC Butterfly คิดว่างานประกอบดีแล้ว แต่ HTC One  ดีกว่าพอสมควร

ด้วยวัสดุที่เป็นอลูมิเนียมทำให้เวลาใช้งานรู้สึกถึงความพรีเมี่ยม แต่ข้อเสียมี 2 ข้อใหญ่ๆ ที่ผมเจอ

  • ข้อแรกก็เกือบจะคล้ายเกือบ iPhone 5 นั้นคือเครื่องลอกเวลาบริเวณมุมโค้งของตัวเครื่อง ปัจจัยที่อาจจะทำให้เครื่องลอกคือ ทำตก หรือมีอะไรไปขูดมัน
  • ข้อสองคือ “ความร้อน” หากเล่นเกมส์หนักๆ, เปิด 3G นานๆ, ชาร์จแบต เครื่องจะร้อนมาก บางทีร้อนจนไม่สามารถถือเครื่องต่อได้

รีวิว HTC One

อีกหนึ่งความน่าสนใจของ HTC One คือเอชทีซีได้ใสลำโพงของตัวเครื่องไว้ด้านหน้า บนและล่างของหน้าจอ จำนวน 2 ตัว นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับระบบเสียงที่ชื่อว่า BoomSound ให้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น มีมิติขึ้น ดังขึ้น

รีวิว HTC One

HTC One จะแตกต่างจากมือถือ HTC รุ่นอื่นๆ โดยปุ่มควบคุมเหลือแค่ 2 ปุ่มเท่านั้น คือปุ่มย้อนกลับ และปุ่มโฮม อยู่คนละฝั่ง โดยมีโลโก้ HTC คั่นกลาง การใช้งานแรกเริ่มสับสนแน่นอน ผมก็เป็น ต้องปรับตัวสักพัก ส่วนตัวคิดว่าใช้งานลำบากเพราะปุ่มอยู่ไกลกัน เวลาใช้งานมือถือ ต้องยกนิ้วข้ามไปมา เพราะ 2 ปุ่นี้ค่อยข้างใช้บ่อยมากกว่าปุ่มเมนู

สำหรับการควบคุม ยังสามารถเปิด Recent Apps ได้อยู่ โดยการกดปุ่มโฮมค้าง กด 1 ครั้งจะกลับไปที่หน้าโฮม กด 2 ครั้งจะย่อหน้าต่างของโฮมสกรีน

รีวิว HTC One

 ปุ่มเพิม/ลดเสียง

รีวิว HTC One

ช่องใส่ซิมการ์ดอยู่มุมบน เป็น Micro SIM

รีวิว HTC One

ตัวเครื่องทำด้วยอลูมิเนียมทั้งตัว ฝาจะเห็นเหมือนจะมีรอบต่อระหว่างบนกับล่าง แต่เวลาสัมผัสจริงๆ บอกได้เลยว่าไม่ใช่อย่างนั้น ตอนแรกผมคิดว่าเป็นร่อง แต่จริงๆ ไม่ใช่ครับ เวลาจับพื้นเรียบเสมอเป็นเนื้อเดียวกันเลย

รีวิว HTC One

เรื่องกล้อง HTC One มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 4 ล้านพิกเซล เขียนไม่ผิดครับ 4 ล้านพิกเซลจริงๆ แต่เดี๋ยวก่อน 4 ล้านพิกเซลใน HTC One นั้นไม่ธรรมดาครับ กล้องของ HTC One มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ที่ชื่อว่า UltraPixel (HTC UltraPixel Camera) มันเป็นเซ็นเซอร์กล้องที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ใช้ในมือถือทั่วไป จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องมีจำนวนพิกเซลเยอะ เพียงแค่ 4 ล้านพิกเซล รับแสงได้มากกว่าเซ็นเซอร์มือถือทั่วไปถึง 300% ทำให้การถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อย ถ่ายย้อนแสง (HDR) คุณภาพที่ได้ก็ดีกว่ากล้องที่มีจำนวนพิกเซลเยอะแล้ว

นอกจากนั้น HTC One ยังมาพร้อมกับ HTC ImageChip 2 และ BSI sensor รูรับแสงขนาด F2.0 เลนต์ 28 mm พร้อมแฟลช LED มีฟังก์ชั่น Smart Flash 5 ระดับเหมือนเดิม มีฟังก์ชั่น OIS มีแอพสำหรับแต่งภาพมาให้ด้วยชื่อ HTC Zoe

รีวิว HTC One

ถ่ายคู่กับ Nokia Lumia 920 ซะหน่อย

รีวิว HTC One

เปรียบเทียบขนาดหน้าจอกับ LG Optimus G

รีวิว HTC One

เปรียบเทียบขนาดหน้าจอกับ Samsung Ativ S

รีวิว HTC One

ด้านความแรงของ HTC One มาพร้อมกับชิป Qualcomm Snapdragon 600 เป็น quad-core 1.7GHz ถือเป็นมือถือตัวแรกของโลกที่มาพร้อมกับชิปตัวนี้ แน่นอนว่าจะรองรับ LTE ด้วย

ด้านซอฟท์แวร์ HTC One มาพร้อมกับ Android 4.1.2 Jelly Bean อัพเป็น Android 4.2.2 Jelly Bean ได้ ส่วนอินเตอร์เฟส เอชทีซีเรียกมันว่า The New Sense ซึ่งก็คือ HTC Sense v5 นั่นเอง ในเวอร์ชั่นนี้มีฟีเจอร์เด่นคือ BlinkFeed เป็นฟีเจอร์สำหรับดึง feed ข่าว และสถานะของเพื่อนใน Social network มาแสดงในหน้า home screen

รีวิว HTC One

..กำลังอัพเดทข้อมูล…

 

ตัวอย่างรูปถ่ายจาก HTC One

รีวิว HTC One

ภาพถ่ายตอนแดดแรงๆ แสงส่องมาทางด้านหลัง

รีวิว HTC One

ภาพถ่ายตอนแดดแรงๆ

รีวิว HTC One

ภาพในอาคาร ถ่ายออกไปนอกอาคาร

รีวิว HTC One

กลางแจ้ง

รีวิว HTC One

ภาพถ่ายตอนแสงกำลังจะหมด ช่วง 6 โมงเย็น

รีวิว HTC One

ถ่ายตอนกลางคืน

ตัวอย่างวีดีโอ 1080p

ข้อดี

  • วัสดุและงานประกอบดีเยี่ยม สัมผัสแล้วชอบแน่นอน
  • ตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน
  • การใช้งานลื่นไหล
  • เสียงดีลำโพงดีสุดๆ ดังสะใจ เสียงไม่แตก

ข้อเสีย

  • แบตเตอรี่ชาร์จนานมาก
  • เครื่องร้อนง่าย และร้อนมาก
  • ปุ่มกด ย้อนกลับกับปุ่มโฮมอยู่ไกลกัน ใช้มือถือลำบากต้องยกนิ้วข้ามไปมา ยิ่งคนที่นิ้วสั้นยิ่งลำบาก
  • โดนข้อหาลอกดีไซน์ของ BlackBerry Z10 บางคนบอกลอก Oppo Find 3
  • ปุ่มเพิ่มและลดเสียง อยู่เรียบกับตัวเครื่อง ไม่ได้นูนขึ้นมาทำให้กดยาก และกดไม่ค่อยโดน
  • ใช้ไม่ระมัดระวังตัวเครื่องอาจจะเป็นรอย

from:http://www.mobiledista.net/review-htc-one/

Advertisements

for feed app only

%d bloggers like this: