คลังเก็บป้ายกำกับ: ริโก้

ประธานและซีอีโอ RICOH ได้รับโอกาสให้กล่าวปาฐกถาในพิธีเปิดงาน Climate Week NYC

คุณเจค ยามาชิตะ ประธานบริษัทและซีอีโอบริษัท ริโก้ จำกัด ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาในพิธีเปิดงาน Climate Week NYC โดยได้แบ่งปันวิสัยทัศน์ในหลายด้านที่ทาง RICOH กำลังดำเนินการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จนเห็นผลที่วัดได้จริงในปัจจุบัน

งาน Climate Week NYC ครั้งนี้ถือเป็นปีที่ 10 แล้ว จัดขึ้นโดย The Climate Group ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับนานาชาติที่รวมเครือข่ายอันทรงพลังจากทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมมือกันกำหนดทิศทางของตลาดและนโยบายทั่วโลก กระตุ้นและผลักดันให้มีการพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งโซลูชั่นใหม่ผ่านการสื่อสารภายในเครือข่ายที่เต็มไปด้วยการสร้างแรงจูงใจ และเดินตามแนวทางที่เหมาะสม ครั้งนี้ RICOH ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเนื่องจากประวัติความสำเร็จที่มีมาต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นแห่งแรกที่เข้าร่วม RE100*ในปีที่ผ่านมา

“ผู้ก่อตั้งของเรา คุณคิโยชิ อิชิมูระ ได้สร้างบริษัทนี้จากจิตวิญญาณแห่งความรักสามประการ ได้แก่ ความรักเพื่อนบ้าน รักงาน และรักประเทศ” คุณเจค ยามาชิตะ ประธานบริษัทและซีอีโอของบริษัท ริโก้ จำกัด กล่าว “ประเด็นความรักที่มีต่อประเทศชาตินั้น ได้สะท้อนรวมไปถึงการแสดงความรักต่อโลกของเราด้วย จึงทำให้แนวคิดด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้นถูกฝังอยู่ในดีเอ็นเอของ RICOH ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเป็นต้นมา”

RICOH มุ่งมั่นพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ตามนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ช่วงปี 2530 โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจ และการปกป้องสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

จากปาฐกถาดังกล่าว คุณเจค ยามาชิตะ กล่าวสรุปไว้ว่า “ผมมั่นใจว่า การตั้งใจปฏิบัติในสิ่งที่พวกเราสามารถทำได้อย่างเต็มที่นั้น จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด ซึ่งการช่วยโลกของเรานั้นจำเป็นต้องใช้ทั้งความเป็นผู้นำ การลงมือทำ และการประสานร่วมมือระหว่างกัน”

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของ RICOH ในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนในด้านต่างๆ นั้น สามารถเข้าชมได้ที่ www.ricoh.com/sustainability/message/

from:https://www.enterpriseitpro.net/jake-climate-week-nyc-ricoh/

Advertisements

ดาวน์โหลดนิตยสาร RICOH Magazine อ่านฟรี! ไม่เสียเงินสักแดงเดียว

RICOH ผู้นำด้านระบบการพิมพ์ ได้เปิดตัว RICOH Magazine เป็นนิตยสารไอทีออนไลน์ที่มีเรื่องราวต่างๆ มากมายที่น่าสนใจ โดยผู้อ่านสามารถที่จะคลิกดาวน์โหลดไฟล์ Ebook ดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีความรู้ด้านไอทีมากมาย, ทั้งระบบคลาวด์, เน็ตเวิร์ก, สตอเรจ, ดาต้าเซ็นเตอร์, ไอโอที, ซีเคียวริตี้ และบทสัมภาษณ์ผู้บริหารต่างๆ ในฉบับ

สำหรับฉบับเดือนตุลาคมนี้มีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับระบบไอที ตลอดจนเรื่องราวการท่องเที่ยวในดินแดนที่เกี่ยวข้องกับภูติผีปีศาจ ที่สอดรับกับเดือนแห่งฮาโลวีนที่จะมาถึงนี้

ดาวน์โหลด Ebook ได้ทั้งหมดที่นี่

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-magazine-free-download/

โรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด วางใจผลิตภัณฑ์ RICOH มายาวนานกว่า 30 ปี

ด้วยความมุ่งมั่นในด้านการศึกษาอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งประเด็นสำคัญที่ทำให้ “โรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด” ได้พัฒนาการเรียนการสอนมีความโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยนักเรียนที่เข้ามาเรียนกับทางโรงเรียนจะได้เรียนรู้ขั้นตอนในการวางแผน การเสนอความคิดเห็น และการนำไปประยุกต์ใช้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเป็นพลเมืองดี มีสุขภาวะที่ดี มีพัฒนาการและวินัยเชิงบวก และมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 รักษ์ความเป็นไทยและใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันโรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด แบ่งออกเป็น 4 สาขาด้วยกัน ประกอบด้วยสาขารังสิต, ลาดพร้าว, สาขาหัวหิน (เป็นโรงเรียนสองภาษา) และสาขาพัฒนาการที่ใช้ชื่อว่าโรงเรียนนานาชาติบีคอนเฮาส์แย้มสอาด (เป็นโรงเรียนนานาชาติ) โดยมีเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,000 คน

อาจารย์ดวงใจ ตระกูลช่าง ผู้บริหารและผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด ได้กล่าวถึงการดำเนินงานของโรงเรียนโดยดำเนินงานตามจริยธรรมของการศึกษาดังวิสัยทัศน์ข้างต้น ตลอดจนการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและมีผลประกอบการที่ดีมีประสิทธิภาพ

โซลูชั่นด้านจัดการเอกสารและภาพจาก RICOH
ตอบโจทย์การเรียนการสอนของโรงเรียนอย่างไร

ด้วยการดำเนินการของโรงเรียนที่มีมาอย่างยาวนาน พบว่าสิ่งที่จะช่วยให้โรงเรียนสามารถพัฒนาไปได้อย่างดีได้จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในในบริบทต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องของกระดาษและเอกสาร โดยสิ่งที่ใกล้ชิดกับนักเรียนและคุณครูส่วนใหญ่จะเป็นข้อสอบ จดหมาย และเอกสารสำหรับอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้กระดาษเป็นจำนวนมาก

อาจารย์ดวงใจ เล่าให้ฟังว่า ในสมัยอดีตย้อนไปเกือบ 30 ปีที่แล้ว ทางโรงเรียนจะผลิตข้อสอบหรือจดหมายในแต่ละครั้ง จะใช้เครื่องพิมพ์สำเนาระบบดิจิตอลของ RICOH จนในที่สุดได้มีโอกาสศึกษาการทำงานของเครื่องมัลติฟังก์ชั่นจาก RICOH ทำให้เกิดความประทับใจในประสิทธิภาพ ตลอดจนการบริการหลังการขายที่ได้รับการดูแลจากทีมงานของ RICOH เป็นอย่างดี จึงได้ตัดสินใจใช้เครื่องของ RICOH ตั้งแต่ในยุคนั้นเป็นต้นมา

โรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด ยังคงมุ่งหน้าสู่การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ โดยการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพิ่มเติมมากขึ้นตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป มีการนำเอาโซลูชั่นด้านไอทีอย่างเช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ก, iPad ฯลฯ เข้ามาเพื่อช่วยให้การสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการด้านระบบไอทีที่นำมาใช้ในโรงเรียนเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ด้านการจัดการเรื่องของภาพและเอกสารที่นำมาใช้ควบคู่กันนั้น ทางโรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด ก็ยังคงไว้วางใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ RICOH ทั้งในส่วนของเครื่องพิมพ์สีอีกด้วย

นอกจากนี้ในปัจจุบันทางโรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด ยังได้ใช้ผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์จากทาง RICOH ในทุกๆ ห้องเรียน ทุกๆสาขา อาจารย์ดวงใจ กล่าวว่า เนื่องจากทางโรงเรียนหันมาใช้เทคโนโลยีไอทีมากขึ้นจึงจำเป็นต้องเติมเต็มอุปกรณ์หลายอย่างประกอบกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเครื่องโปรเจคเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับในการแสดงผลภาพ ซึ่งก่อนหน้านั้นโรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาดได้ใช้ยี่ห้ออื่นมามากมาย แต่ในที่สุดแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งต่างๆ พบว่า RICOH สามารถตอบโจทย์ได้มากที่สุดโดยเฉพาะอย่างในเรื่องของการบริการหลังการขายและเซอร์วิสต่างๆ ที่ดีกว่า ในราคาที่คุ้มค่ากับการลงทุน

ก่อนหน้านั้นโรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด ได้ใช้บริการผลิตภัณฑ์ของ RICOH ในแบบสัญญาเช่า แต่หลังจากใช้บริการอยู่อย่างต่อเนื่องและมีความมั่นใจในบริการของทาง RICOH อย่างต่อเนื่อง ทางโรงเรียนจึงได้ปรับเปลี่ยนสัญญาเช่ามาเป็นแบบการซื้อขายโดยตรง ซึ่งก็ยังได้รับการบริการที่ดีเสมอมา ทำให้ตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์ในทุกๆ สาขาของโรงเรียน รวมแล้วประมาณมากกว่า 100 เครื่อง

อรรถประโยชน์สูงสุด

โรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด ไว้วางใจผลิตภัณฑ์ RICOH มายาวนานกว่า 30 ปี โดยผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประกอบด้วยเครื่องมัลติฟังก์ชั่น, เครื่องพิมพ์สี และเครื่องฉายภาพโปรเจคเตอร์ โดยเครื่องพิมพ์สำเนาระบบดิจิตอลนั้นได้ใช้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน จนถึงปัจจุบัน

 

ซึ่งได้มีการพิสูจน์ให้เห็นชัดในแง่ของการประเมินงบการเงินและการตรวจสอบค่าใช้จ่ายจากทางคณะผู้บริหาร แล้วพบว่า ความคุ้มค่าจากการลงทุนให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในการใช้งานผลิตภัณฑ์ นั่นจึงทำให้ โรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด ใช้ผลิตภัณฑ์ของ RICOH อย่างต่อเนื่อง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ของทาง RICOH ได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/RicohThailandLimited/

from:https://www.enterpriseitpro.net/beaconhouse-yamsaard-school-use-ricoh-30-years/

RICOH ใส่ใจอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรม “Global Eco Action” ประจำปี 2561

กลุ่ม RICOH ได้จัดกิจกรรมขึ้นทุกปีในชื่อ “RICOH Global Eco Action” สำหรับกิจกรรม RICOH Global Eco Action ประจำปี 2561 นี้เป็นการส่งเสริมให้พนักงานของกลุ่ม RICOH ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม และทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่ง RICOH ได้จัดกิจกรรมพิเศษที่เกี่ยวข้องมากมายทั่วโลก

สำหรับแคมเปญ “RICOH Global Eco Action” นี้จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2549 และมีขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ทำให้ปีนี้ครบรอบปีที่ 13 ของกิจกรรมดังกล่าว และปีนี้พิเศษกว่าเดิมที่ RICOH จัดให้มีวันแห่งการสำรวจการปฏิบัติงาน ให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดทั่วทั้งกลุ่ม RICOH ในชื่อ “Common Action Day”

ทางสหประชาชาตินั้นได้นำเอาแนวทางเรียกว่า U.N. Sustainable Development Goals (SDG) มาใช้ตั้งแต่กันยายน 2558 ซึ่งปัจจุบันมีการนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้ในองค์กรทั่วโลก โดยตั้งเป้าหมายไว้ 17 ข้อที่ต้องทำให้เป็นผลสำเร็จภายในปี 2573 ที่จะถึงนี้ ในฐานะส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวที่จะนำไปสู่สังคมที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน โดย “ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

ในแผนการบริหารระยะกลางที่เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 นั้น กลุ่ม RICOH ได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการมีบทบาทช่วยแก้ปัญหาสังคมพร้อม ๆ กับการพัฒนาองค์กรให้เติบโตควบคู่กันไป โดย RICOH ได้เลือก 8 หลักการสำคัญใน SDG ที่มีความเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาด้านสังคมที่ทำควบคู่กับกิจกรรมทางธุรกิจได้ ซึ่งสรุปปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับวัสดุที่ใช้ในการผลิตได้ 5 ประการ

ด้วยเป้าหมายที่ต้องการนำไปสู่สังคมไร้คาร์บอน และกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ทำให้ RICOH จัดตั้งเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่ม RICOH เอง โดยเป้าหมายอย่างแรกเป็นการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก (GHG) ให้เหลือศูนย์ตลอดกระบวนการทางธุรกิจภายในปี 2593

นอกจากนี้กลุ่ม RICOH ยังตอกย้ำเจตนารมณ์ในการส่งเสริมสังคมไร้คาร์บอนด้วยกิจกรรมอีกหลายประการ เช่น การเข้าร่วมโครงการ RE100(*) ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับนานาชาติในการรณรงค์ให้ใช้พลังงานสะอาด โดยถือว่า RICOH เป็นบริษัทญี่ปุ่นรายแรกที่เข้าร่วมโครงการนี้

กลุ่ม RICOH ยังให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง อย่างแคมเปญ “RICOH Global Eco Action” นี้ที่เปิดโอกาสให้พนักงานที่มีจำนวนมากกว่า 100,000 ท่านทั่วโลกแสดงพลังร่วมกับสมาชิกในครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อนบ้านใกล้เคียงในชุมชน รวมถึงลูกค้าของตนในการเข้าร่วมกิจกรรมอภิปรายด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างความตระหนักถึงปัญหาต่างๆในสังคมให้มากกว่าที่เป็นอยู่ กลุ่ม RICOH ได้ส่งเสริมการเข้าร่วมในหลายกิจกรรมรวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นในหลายโอกาส ด้วยเจตนารมณ์ที่จะขยายขอบเขตของการสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น

RE100(*) เป็นความร่วมมือระดับนานาชาติที่ก่อตั้งขึ้นจากหลายบริษัทที่ตกลงร่วมกันว่าจะใช้พลังงานไฟฟ้าทั้ง 100% ที่ใช้ในธุรกิจจากแหล่งพลังงานสะอาด ซึ่งทาง RICOH ได้ตกลงที่จะใช้พลังงานสะอาดเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 30% ภายในปี 2573 และครบทั้ง 100% ภายในปี 2593

สำหรับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่ RICOH เข้าร่วมในปีนี้ ได้แก่ กิจกรรมที่ได้จัดขึ้นในชื่อ “Common Action Day” ซึ่ง RICOH ได้ถอดป้ายโลโก้เดิมออกจากทุกสำนักงานทั่วโลก และให้พนักงานแต่งกายด้วยชุดสีเขียวมาทำงานเพื่อร่วมกันแสดงจุดยืนของเดือนแห่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วโลกหรือ “RICOH Global Eco Action”

นอกจากนี้ RICOH ยังจัดงานเสวนาที่เชิญองค์กรจากภายนอกเข้าร่วมอภิปราย และพัฒนาโมเดลทางธุรกิจขึ้นใหม่ที่นำไปสู่การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสังคมที่ไร้คาร์บอน (Zero-Carbon) อย่างแท้จริง รวมทั้งยังจัดกิจกรรมย่อยในแต่ละสำนักงานทั่วโลกดังต่อไปนี้:

RICOH ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก
มีการจัดงาน “Eco Action Day – รวมนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อมตลอดปี” ที่สิงคโปร์ ซึ่งมีการเชิญบุคคลภายนอกทั้งจากภาครัฐ ธุรกิจที่มีชื่อเสียง และบุคคลสำคัญด้านการศึกษามาร่วมอภิปรายถึงการดึงศักยภาพจากอุตสาหกรรมแบบยั่งยืนให้ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่นำไปสู่อนาคตด้านสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ที่สดใสยิ่งขึ้น โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมครบรอบ 12 ปีของ Eco Action Day

RICOH ประจำยุโรป
จัดกิจกรรมชื่อว่า “Step Challenge” ที่เปิดให้พนักงานจัดทีมรวมกัน 5 คน เพื่อแข่งกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยใช้แอพพิเศษในการตรวจสอบและบันทึกจำนวนก้าวเดิน (เพื่อลดการใช้รถยนต์) นอกจากนี้ผู้ร่วมกิจกรรมยังได้รับการขอให้บริจาคคนละ 5 ปอนด์เพื่อสมทบทุนโครงการ Alzheimer’s Research อีกด้วย

RICOH ประจำสหรัฐฯ และแคนาดา
มีการแบ่งปันและประชาสัมพันธ์แนวคิดของ “จิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม” ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ผ่านการเพิ่มข้อความส่งเสริมการปฏิบัติงานอย่างยั่งยืนในลายเซ็นอีเมล์ของพนักงาน

RICOH ประจำประเทศญี่ปุ่น
เปิดโอกาสให้พนักงานร่วมทำกิจกรรมทำความสะอาดแม่น้ำอะรากาว่าพร้อมกับพนักงาน ครอบครัว ลูกค้า และชุมชนใกล้เคียง รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ พร้อมทั้งวิธีในการปกป้องสิ่งแวดล้อมเหล่านี้

พนักงานในกลุ่ม RICOH
เปิดให้ทุกคนลงชื่อประกาศจุดยืนของตนเองในการรักษาสิ่งแวดล้อมบนเครือข่ายภายในองค์กร โดยแสดงความมุ่งมั่นในการเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งที่บ้าน ในชุมชน และที่สำนักงาน

กิจกรรมการให้รางวัล:
ทางฝ่ายบริหารการเติบโตอย่างยั่งยืนของ RICOH มีการให้รางวัลพนักงานที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วโลกด้วย ดังต่อไปนี้

รางวัลผู้นำแฟชั่นสีเขียวดีเด่น:
RICOH ได้ให้รางวัลแก่บุคคล หรือกลุ่มคนที่แต่งกายชุดสีเขียว และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่สร้างความตระหนักในเดือน RICOH Global Eco Action นี้

รางวัลสำหรับทีมงานที่เข้าร่วมกิจกรรมกับบุคคลภายนอก:
โดย RICOH จัดรางวัลไว้สำหรับกลุ่มบุคคลที่ยกระดับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของตนเองด้วยการร่วมทำกิจกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อันได้แก่ ลูกค้า และผู้อยู่อาศัยในชุมชน

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-global-eco-action/

ริโก้ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า พิมพ์ได้บนหลายวัสดุพื้นผิว มีรุ่นอะไรบ้างไปดูกัน

RICOH เปิดตัวเครื่องพิมพ์แบบหน้ากว้าง Flatbed ตัวใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อนำคุณสมบัติเฉพาะทั้งความทนทาน และความง่ายในการใช้งานมาสู่ตลาดพิมพ์วัสดุเพื่องานตกแต่ง (Decoration work) ด้วยเครื่องพิมพ์ RICOH Pro T7210 ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์บนวัสดุแบบใหม่ ๆ ที่มีความหนาแตกต่างกันได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นกระเบื้อง วัสดุรองพื้นโต๊ะ วัสดุปูผนังต่าง ๆ โดยใช้เวลาเร็วกว่า และง่ายกว่าเดิม เพิ่มโอกาสสร้างรายได้มากกว่าเดิม นวัตกรรมใหม่นี้เป็นผลมาจากการศึกษาวิจัยของ RICOH มาอย่างต่อเนื่องในการมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชั่นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก

“ตลาดงานพิมพ์อุตสาหกรรมได้มีการขยายตัวมากขึ้น พร้อมกับความต้องการการพิมพ์ของลูกค้าอย่างเช่น ปริมาณที่ต้องการน้อยลง ระยะเวลาการพิมพ์และการจัดส่งที่สั้นลง รวมทั้งความต้องการในการออกแบบตามความต้องการของแต่ละบุคคล” กรภัทร วงศ์อนันต์ชัย ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจงานพิมพ์เชิงพาณิชย์ของบริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “RICOH Pro T7210 นี้ตอบโจทย์ดังกล่าวทั้งหมดได้อย่างง่ายดายพร้อมประสิทธิภาพสูง จากความพยายามของ RICOH ที่จะใช้ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทั้งตัวหมึก และหัวพิมพ์ที่เป็นหัวใจของเทคโนโลยี Inkjet ที่จะคิดค้นและเพิ่มโอกาสสร้างมูลค่าใหม่ๆ ให้แก่ผลิตภัณฑ์และการบริการ”

RICOH ได้นิยามงานพิมพ์เชิงอุตสาหกรรมว่าเป็นการพิมพ์แบบหน้ากว้าง (Wide Format) ซึ่งงานที่พิมพ์ออกมาจะถูกนำไปใช้เป็นส่วนสำคัญของการผลิตสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งทอ เสื้อผ้า วัสดุโลหะต่าง ๆ เครื่องพิมพ์ที่มีความยืดหยุ่นในเรื่องของขนาดงานพิมพ์จึงถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ที่ต้องการผลักดันให้งานพิมพ์เข้ามามีส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าเหล่านี้ ซึ่ง RICOH Pro T7210 สามารถรองรับวัสุดที่นำมาพิมพ์ได้หนาถึง 4.3 นิ้ว และพื้นที่พิมพ์กว้างถึง 6.9 x 10.5 ฟุต ด้วยพื้นที่พิมพ์ที่กว้างนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์งานบนแผ่นกว้างมาตรฐานขนาด 4 x 8 ฟุต หรือขนาดแผ่นงานที่แตกต่างกัน เช่น สามารถพิมพ์บอร์ดขนาด  3 x 6 ฟุต จำนวน 3แผ่นในเวลาเดียวกันได้ คุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์งานบนวัสดุที่ก่อนหน้านี้ อาจถูกมองว่ามีขนาดใหญ่เกินไปที่จะพิมพ์บนพื้นผิวโดยตรงได้ ทำให้ประหยัดทั้งเวลา แรงงาน และทรัพยากร

RICOH Pro T7210 มีจุดเด่นที่ความทนทานและการใช้งานที่ง่าย สามารถช่วยยกระดับศักยภาพของผู้ให้บริการงานพิมพ์ได้เป็นอย่างมาก ด้วยความเร็วในการพิมพ์ที่ 50ตารางเมตรต่อชั่วโมง หรือ 538.2 ตารางฟุตต่อชั่วโมงสำหรับโหมดงานพิมพ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีตัว  Media Gap Adjustment Sensor ที่ทำหน้าที่ตรวจวัดความหนาของวัสดุพิมพ์และปรับระยะหัวพิมพ์อย่างอัตโนมัติ เทคโนโลยีนี้ทำให้สามารถสับเปลี่ยนวัสดุที่มีความหนาต่างกันได้อย่างง่ายดาย รวมถึงงานพิมพ์ที่ออกมาก็มีความแม่นยำและมีเสถียรภาพสูง แม้จะพิมพ์เป็นครั้งแรกก็ตาม ในขณะที่เทคโนโลยีหมึกยูวี (UV Ink) แบบความหนืดสูง และหัวฉีดแบบ Piezo electric ซึ่งเป็นเอกสิทธ์เฉพาะของ RICOHทำให้งานพิมพ์ออกมาโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ อายุการใช้งานของหัวพิมพ์ก็ยาวนานขึ้น และง่ายต่อการดูแลรักษาด้วยระบบ One-Touch Maintenance ที่ช่วยให้การบำรุงรักษาเครื่องและหัวพิมพ์ ทำได้ด้วยเพียงแค่การกดปุ่มเพียงแค่ปุ่มเดียว

 

นอกจากนี้ Ricoh Pro T7210 ยังมาพร้อมด้วยระบบการจัดการทรัพยากรแบบอัจฉริยะ และอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ทำให้สามารถผลิตงานจำนวนน้อย หรืองานที่ทำเพียงแค่ชิ้นเดียว (on demand) ในราคาที่ไม่แพงเป็นจริงได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นกับผู้ลงทุนในกลุ่มตลาดที่ผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของตลาดธุรกิจตกแต่งภายใน ซึ่งให้ความสำคัญกับ “เอกลักษณ์” อันถือเป็นหัวใจของชิ้นงาน

เปิดรับโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ และความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่าเดิม ด้วยเครื่องพิมพ์สีดิจิตอลแบบป้อนแผ่น (Sheet Fed) จาก RICOH ในซีรี่ส์ Pro C7200 ใหม่ล่าสุด

RICOH เปิดตัวเครื่องพิมพ์สีดิจิตอลแบบป้อนแผ่นซีรีส์ใหม่ล่าสุด RICOH Pro C7200x / C7210x ต่อยอดจากรุ่นปัจจุบัน โดยเครื่อง RICOH Pro C7200x / C7210x เป็นเครื่องพิมพ์แบบ 5 สี หรือ 5 ป้อมพิมพ์ ที่ถูกออกแบบและพัฒนาเพื่องานด้านกราฟฟิคอาร์ตโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับธุรกิจงานพิมพ์แบบมืออาชีพที่ต้องพิมพ์งานจำนวนมาก ในขณะที่ RICOH ยังคงมีเครื่องพิมพ์แบบ 4 สีปกติในรุ่น Pro C7200 เพื่อการใช้งานในสำนักงาน องค์กร ธุรกิจที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านงานพิมพ์ด้วยระบบงานพิมพ์แบบมืออาชีพ

เครื่องพิมพ์ RICOH ซีรีส์ใหม่นี้ ได้เพิ่มความเสถียรของสีจากคุณสมบัติการสอบเทียบอัตโนมัติด้วยระบบ inline เซ็นเซอร์ และสะดวกยิ่งขึ้นด้วยฟังก์ชั่นปรับแต่งค่าความแม่นยำในการพิมพ์แบบอัตโนมัติในตัวเครื่องพิมพ์ นอกจาก CMYK ซึ่งเป็น 4 สีหลัก แล้ว RICOH Pro C7200x / C7210x

ยังช่วยเพิ่มมูลค่าแก่งานพิมพ์ด้วยหมึกสีที่ 5 (Fifth Station) ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกใช้หมึกสีที่ 5 นี้เพิ่มเติม ได้แก่ สีขาว สีเคลียร์ สีชมพูสะท้อนแสง สีเหลืองสะท้อนแสง เพื่อเพิ่มความตื่นตาตื่นใจแก่งานพิมพ์ที่เน้นสีสดใส สร้างความแปลกใหม่ให้งานพิมพ์ และสีแดงล่องหน (Invisible ink) สำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยในระดับเบื้องต้น ด้วยการพิมพ์เพียงครั้งเดียว (Single Pass Printing)

นอกจากนี้ RICOH Pro C7200x / C7210x ยังมีความเร็วในการพิมพ์ที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยสามารถพิมพ์ได้ถึง 85-95 หน้าต่อนาทีตามลำดับ รองรับความยาวของงานพิมพ์ 2ด้านแบบอัตโนมัติได้ถึง 700 มม. หรือแบบด้านเดียวได้ถึง 1,260 มม. ให้คุณภาพของภาพพิมพ์ที่โดดเด่นถึง 2,400 x 4,800 dpi รองรับวัสดุที่นำมาพิมพ์ได้หลากหลายประเภทที่ความหนาสูงสุด 360 แกรม อีกทั้งยังมีกระบวนการผลิตงานพิมพ์อย่างต่อเนื่องด้วยอุปกรณ์ต่อพ่วง (Finishing) ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบเข้าเล่มแบบ GBC eWire Binder, BDT Banner Sheet LCT หรือตัวจัดเรียงกระดาษที่ปรับความยาวได้จาก Plockmatic และสะดวกสบายมากขึ้นพร้อมเพิ่มศักยภาพในการปฎิบัติงานด้วยหน้าจอควบคุมขนาด 17 นิ้วแบบใหม่ เครื่องพิมพ์รุ่นใหม่นี้รองรับ Digital Front End (DFE) เพื่อควบคุมคุณภาพการพิมพ์หลายแบบ ตั้งแต่ Fiery ของ EFI, GWNX ไปจนถึงTotalFlow Print Server R62A จาก RICOH ซึ่งเป็น DFE ประสิทธิภาพสูงที่สามารถทำงานร่วมกับโซลูชั่นงานพิมพ์หลากหลายประเภท

“RICOH Pro C7200x / C7210x นี้มาพร้อมกับความสามารถอันโดดเด่นครบครัน” กรภัทร วงศ์อนันชัย ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจงานพิมพ์เชิงพาณิชย์ บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าว “ระบบเครื่องพิมพ์ของ RICOH สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนในตลาดมากขึ้นในทุกวันนี้  ทั้งจำนวนพิมพ์ที่หลากหลายและการคืนทุนที่รวดเร็ว รวมถึงการยกระดับคุณภาพงานพิมพ์  ประสิทธิภาพและศักยภาพของเครื่องพิมพ์ที่สูงขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่างานพิมพ์ที่ออกมาจากเครื่องพิมพ์ดิจิตอลของRICOH จะตรงตามความต้องการและสามารถสะกดสายตาของผู้คนได้ และเรายังเชื่อมั่นว่าธุรกิจงานพิมพ์ที่ลงทุนกับความสามารถอันเหนือชั้นของเครื่องพิมพ์ของ RICOHย่อมได้รับการยอมรับจากลูกค้าในวงกว้าง”

ข่าว: ริโก้ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า พิมพ์ได้บนหลายวัสดุพื้นผิว มีรุ่นอะไรบ้างไปดูกัน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/08/22/ricoh-pro-t7210.html

RICOH เปิดตัวเครื่องพิมพ์ RICOH Pro C7200x /C7210x รองรับการเติบโตทางธุรกิจ

เปิดรับโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ และความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่าเดิม ด้วยเครื่องพิมพ์สีดิจิตอลแบบป้อนแผ่น (Sheet Fed) จาก RICOH ในซีรี่ส์ Pro C7200 ใหม่ล่าสุด

RICOH เปิดตัวเครื่องพิมพ์สีดิจิตอลแบบป้อนแผ่นซีรีส์ใหม่ล่าสุด RICOH Pro C7200x / C7210x ต่อยอดจากรุ่นปัจจุบัน โดยเครื่อง RICOH Pro C7200x / C7210x เป็นเครื่องพิมพ์แบบ 5 สี หรือ 5 ป้อมพิมพ์ ที่ถูกออกแบบและพัฒนาเพื่องานด้านกราฟฟิคอาร์ตโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับธุรกิจงานพิมพ์แบบมืออาชีพที่ต้องพิมพ์งานจำนวนมาก ในขณะที่ RICOH ยังคงมีเครื่องพิมพ์แบบ 4 สีปกติในรุ่น Pro C7200 เพื่อการใช้งานในสำนักงาน องค์กร ธุรกิจที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านงานพิมพ์ด้วยระบบงานพิมพ์แบบมืออาชีพ

เครื่องพิมพ์ RICOH ซีรีส์ใหม่นี้ ได้เพิ่มความเสถียรของสีจากคุณสมบัติการสอบเทียบอัตโนมัติด้วยระบบ inline เซ็นเซอร์ และสะดวกยิ่งขึ้นด้วยฟังก์ชั่นปรับแต่งค่าความแม่นยำในการพิมพ์แบบอัตโนมัติในตัวเครื่องพิมพ์ นอกจาก CMYK ซึ่งเป็น 4 สีหลัก แล้ว RICOH Pro C7200x / C7210x

ยังช่วยเพิ่มมูลค่าแก่งานพิมพ์ด้วยหมึกสีที่ 5 (Fifth Station) ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกใช้หมึกสีที่ 5 นี้เพิ่มเติม ได้แก่ สีขาว สีเคลียร์ สีชมพูสะท้อนแสง สีเหลืองสะท้อนแสง เพื่อเพิ่มความตื่นตาตื่นใจแก่งานพิมพ์ที่เน้นสีสดใส สร้างความแปลกใหม่ให้งานพิมพ์ และสีแดงล่องหน (Invisible ink) สำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยในระดับเบื้องต้น ด้วยการพิมพ์เพียงครั้งเดียว (Single Pass Printing)

นอกจากนี้ RICOH Pro C7200x / C7210x ยังมีความเร็วในการพิมพ์ที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยสามารถพิมพ์ได้ถึง 85-95 หน้าต่อนาทีตามลำดับ รองรับความยาวของงานพิมพ์ 2 ด้านแบบอัตโนมัติได้ถึง 700 มม. หรือแบบด้านเดียวได้ถึง 1,260 มม. ให้คุณภาพของภาพพิมพ์ที่โดดเด่นถึง 2,400 x 4,800 dpi รองรับวัสดุที่นำมาพิมพ์ได้หลากหลายประเภทที่ความหนาสูงสุด 360 แกรม อีกทั้งยังมีกระบวนการผลิตงานพิมพ์อย่างต่อเนื่องด้วยอุปกรณ์ต่อพ่วง (Finishing) ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบเข้าเล่มแบบ GBC eWire Binder, BDT Banner Sheet LCT หรือตัวจัดเรียงกระดาษที่ปรับความยาวได้จาก Plockmatic และสะดวกสบายมากขึ้นพร้อมเพิ่มศักยภาพในการปฎิบัติงานด้วยหน้าจอควบคุมขนาด 17 นิ้วแบบใหม่

เครื่องพิมพ์รุ่นใหม่นี้รองรับ Digital Front End (DFE) เพื่อควบคุมคุณภาพการพิมพ์หลายแบบ ตั้งแต่ Fiery ของ EFI, GWNX ไปจนถึง TotalFlow Print Server R62A จาก RICOH ซึ่งเป็น DFE ประสิทธิภาพสูงที่สามารถทำงานร่วมกับโซลูชั่นงานพิมพ์หลากหลายประเภท

“RICOH Pro C7200x / C7210x นี้มาพร้อมกับความสามารถอันโดดเด่นครบครัน” กรภัทร วงศ์อนันชัย ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจงานพิมพ์เชิงพาณิชย์ บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ระบบเครื่องพิมพ์ของ RICOH สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนในตลาดมากขึ้นในทุกวันนี้ ทั้งจำนวนพิมพ์ที่หลากหลายและการคืนทุนที่รวดเร็ว รวมถึงการยกระดับคุณภาพงานพิมพ์ ประสิทธิภาพและศักยภาพของเครื่องพิมพ์ที่สูงขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่างานพิมพ์ที่ออกมาจากเครื่องพิมพ์ดิจิตอลของ RICOH จะตรงตามความต้องการและสามารถสะกดสายตาของผู้คนได้ และเรายังเชื่อมั่นว่าธุรกิจงานพิมพ์ที่ลงทุนกับความสามารถอันเหนือชั้นของเครื่องพิมพ์ของ RICOH ย่อมได้รับการยอมรับจากลูกค้าในวงกว้าง”

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-pro-c7200x-c7210x/

ตามไปดูระบบตรวจสอบสภาพพื้นผิวถนนจาก RICOH

ถนนที่ใช้สัญจรนั้นมีแนวโน้มเสื่อมสภาพลงทุกวันจากการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และประเภทของยานพาหนะที่ใช้ถนนดังกล่าว ซึ่งพื้นผิวถนนที่ไม่สมบูรณ์นั้นไม่เพียงทำให้การขับขี่ไม่สบายเท่าที่ควร แต่ยังกระทบกับความเสียหายที่ส่งผลถึงเศรษฐกิจโดยรวมอีกด้วย ดังนั้นจำเป็นต้องมีการซ่อมแซมเป็นประจำในเวลาที่เหมาะสม

ปัจจุบันการตรวจสภาพถนนส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องใช้รถตรวจที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก และมักไม่สามารถเข้าถึงถนนที่อยู่ในเขตที่พักอาศัยดังนั้น RICOH จึงได้พัฒนาระบบกล้องที่สามารถวัดสภาพของถนนที่ติดตั้งบนรถยนต์ทั่วไปแทนรถตรวจแบบพิเศษข้างต้นได้

ระบบใหม่นี้เปิดโอกาสให้ตรวจวัดสภาพถนนในเขตที่อยู่อาศัยได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งทำงานได้แบบอัตโนมัติตั้งแต่ขั้นตอนการบันทึกภาพไปจนถึงการออกรายงานตรวจวัดสภาพถนน จึงช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจวัดสภาพ อันนำไปสู่การบำรุงรักษาถนนที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ในส่วนของการบันทึกภาพนั้นจะใช้กล้องแบบสเตอริโอหลายตัว เพื่อวัดค่าสภาพถนน 3 ด้านด้วยกันได้แก่ อัตราการแตกหรือเกิดรอยแยกระยะการทรุดของถนนและความเรียบของถนน กล้องสเตอริโอนี้ตรวจวัดระยะของวัตถุโดยใช้ความแตกต่างของมุมมองที่ได้จากกล้องสองตัว หรือแพรัลแลกซ์ (Parallax) ระหว่างกล้องทางซ้ายและขวา

นอกจากนี้ยังมีการวิจัยเพื่อนำระบบ AI มาทำให้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะการจดจำและวิเคราะห์ภาพ เริ่มด้วยการเรียนรู้จากข้อมูลที่รับเข้ามา และนำไปใช้ทำนายผลที่จะเกิดขึ้นจากการศึกษาข้อมูลการจับคู่ภาพกับผลลัพธ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง การทำนายนี้นำไปสู่การตัดสินใจของระบบเองที่ช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างมาก

จากข้อมูลทั้งสามด้านที่วัดได้นั้น ระบบจะนำมาคำนวณค่า Maintenance Control Index (MCI) ที่จะเป็นดัชนีที่ใช้ตัดสินว่าควรเข้าบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมถนนดังกล่าวหรือไม่ โดยแสดงค่าออกมาให้เห็นภาพบนแผนที่อย่างชัดเจนและสะดวกต่อการนำไปใช้งาน

เทคโนโลยีใหม่ของ RICOH นี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นอุโมงค์ลอดหรือสะพานได้อีกด้วย

ที่มา : Ricoh

from:https://www.enterpriseitpro.net/tech-road-surface/