คลังเก็บป้ายกำกับ: อีคอมเมิร์ซ

Uniqlo รุกตลาดจีนหนัก จะเพิ่มให้ครบ 1,000 สาขา ในวันที่สมรภูมิรบไม่ใช่หน้าร้าน แต่คือออนไลน์ต่างหาก

ตลาดเสื้อผ้าในจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก Uniqlo แบรนด์จากญี่ปุ่นที่มีสาขาในจีนอยู่แล้วกว่า 540 แห่ง เลยเล็งขยายเพิ่มให้ครบ 1,000 ในเร็ววัน แต่ในจีนตอนนี้กระแสอีคอมเมิร์ซมาแรงมาก การเพิ่มสาขาครั้งนี้จะตอบโจทย์หรือไม่?

Photo: Pixabay

Uniqlo เร่งขยายสาขาให้ครบ 1,000 ในจีน

เรียกได้ว่าแบรนด์ค้าปลีกญี่ปุ่นช่วงนี้บุกหนักไปตลาดจีนกันอย่างเต็มกำลัง เพราะนอกจาก MUJI ที่เราจะได้เห็นโรงแรมในจีนสิ้นปีนี้แล้ว อีกแบรนด์ที่กำลังขยายสาขาในจีนอย่างหนักคือ Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าจากญี่ปุ่น

หลังจากที่ Uniqlo ได้เริ่มบุกตลาดจีนตั้งแต่ปี 2002 จนถึงตอนนี้ก็มีสาขาในจีนไปแล้ว 540 แห่ง ในกว่า 120 เมือง แต่ไม่พอแค่นั้น เพราะจะขยายให้เป็น 1,000 สาขาให้ได้ภายใน 2 ปีครึ่งนับจากนี้

Pan Ning รองประธานกลุ่มผู้บริการ ระบุว่า “เราเปิดสาขาในจีนประมาณปีละ 100 แห่งอยู่แล้ว แต่ในช่วง 2 – 3 ปีนับจากนี้ เราจะเร่งอัตราการขยายสาขามากขึ้น”

ทีนี้พอกลับไปดูในญี่ปุ่น Uniqlo มีสาขาทั้งหมด 840 แห่ง ทรงตัวมาหลายปีแล้ว และก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับขยายเพิ่มแต่อย่างใด ทำให้ในไม่กี่ปีหลังจากนี้ หลายประเทศที่ Uniqlo ไปเปิดสาขาไว้ จะมีสาขาเพิ่มขึ้นแซงหน้าประเทศต้นทางอย่างแน่นอน

Photo: Pixabay

สมรภูมิใหม่ไม่ใช่หน้าร้าน แต่คือออนไลน์

Euromonitor International บริษัทวิจัยการตลาดจากเกาะอังกฤษ เปิดเผยว่า ตลาดเสื้อผ้าในจีนถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีรายได้ปีละกว่า 300,000 ล้านเหรียญ และคาดว่าจะโตขึ้น 10% ทุกปี

แต่แม้ว่าตัวเลขในตลาดนี้จะโตขึ้นแค่ไหน แต่ถ้าลองไปดูตัวเลขดีๆ จะพบว่า อุตสาหกรรมในจีนกำลังขยับไปสู่อีคอมเมิร์ซมากกว่าการซื้อหน้าร้าน เพราะยอดขายออนไลน์ในจีนเพิ่มขึ้นมาถึง 26.6% ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

มากกว่านั้น Peter Lau Kwok-kuen ประธานเจ้าหน้าที่ของ Giordano บอกว่า ธุรกิจในจีนกำลังเข้าสู่โลกโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว เพราะยอดขายของเขาเองในจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงไป 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ยอดขายทางออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นมาถึง 5%

สรุป

Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าญี่ปุ่นเตรียมขยายสาขาในจีนให้ครบ 1,000 แห่ง จากตอนนี้ที่มีอยู่แล้ว 540 แห่ง ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่แบรนด์คู่แข่งอย่าง Giordano ซึ่งมาจากฮ่องกง พร้อมทั้งได้ทำตลาดเสื้อผ้าในจีนค่อนข้างไปไกลกว่า Uniqlo มาก (ดูจากสาขาที่มีอยู่ก็สูงถึง 913 แห่ง) ได้บอกเองเลยว่า “แนวโน้มตลาดเสื้อผ้าในจีนกำลังไปออนไลน์แล้ว” เลยน่าจับตาว่าการขยายสาขาของ Uniqlo จะตอบโจทย์ตลาดและยอดขายได้จริงหรือไม่ เพราะภูมิศาสตร์ของตลาดนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าจะเอาสักอย่างที่แน่นอนและเห็นได้ชัดๆ เลยก็คือ ตลาดจีนนี่น่าสนใจขึ้นทุกวันจริงๆ

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uniqlo-china-ecommerce/

Advertisements

Alibaba เข้าซื้อหุ้น e-Commerce อีกรายในจีน มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่งธุรกิจส่งสินค้าอาหารสด

การลงทุนของ Alibaba ยักษ์ใหญ่ e-Commerce ของจีนยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าเพิ่มมูลค่าธุรกิจ เสริมบริการ สร้างความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เข้าลงทุนใน Yiguo.com บริษัทอีคอมเมิร์ซที่ให้บริการอาหารสดแบบ B2C ที่ใหญ่ที่สุดในจีน

พัฒนาบริการขนส่ง คือหัวใจของการลงทุน

สำหรับ Yiguo ให้บริการส่งสินค้าอาหารสด เช่น ผลไม้, ผัก, เนื้อสัตว์ และปลา มากกว่า 200 เมืองในประเทศจีน โดยสามารถส่งของถึงบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น (second-day home delivery) แต่ถ้าอยู่ในเมืองหลักอย่าง ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, กวางโจว หรือ เฉิงตู สามารถได้รับสินค้าในวันเดียวกับที่สั่งซื้อได้เลย (same day delivery)

จุดประสงค์สำคัญ ในการลงทุนครั้งที่ 4 ของ Alibaba ในธุรกิจค้าปลีกนี้ คือการเข้าพัฒนาบริการ Yiguo ExFresh ซึ่งเป็นบริการขนส่งสินค้าแช่แข็งที่ใหญ่ที่สุดของจีน

แผนธุรกิจของ Alibaba คือยกระดับ ExFresh ขยายขอบเขตการส่งมอบและสามารถควบคุมการกระจายสินค้าและระบบโลจิสติกส์ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ Tmall ซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือของ Alibaba สำหรับประเทศจีนที่มีขนาดใหญ่ หัวใจสำคัญของ e-Commerce คือ สามารถจัดส่งสินค้าอาหารสดถึงมือผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศด้วย

 

Tmall ร่วมมือ Yiguo เสริมพลังขนส่งแช่แข็ง

Jet Jing รองประธานของ Alibaba Group บอกว่า ความร่วมมือระหว่าง Tmall กับ Yiguo จะพัฒนาระบบซัพพลายเชนของ Alibaba ทั้งหมด สามารถนำสินค้าคุณภาพจาก 147 ประเทศทั่วโลก เช่น อเมริกา, อาร์เจนตินา, นอร์เวย์ และ ออสเตรเลีย มาถึงมือผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างดี ทั้งหมดคือ การสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค

ปัจจุบัน ExFresh สามารถจัดส่งสินค้าอาหารสดได้กว่า 200,000 ออร์เดอร์ต่อวัน และจากการลงทุนครั้งนี้ เชื่อว่าจะสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่างๆ และขยายขอบเขตการให้บริการเพิ่มการจัดส่งให้ได้ 500,000 ออรเดอร์ต่อวันในสิ้นปีนี้ และมั่นใจว่าจะเพิ่มเป็น 5 ล้านออร์เดอร์ต่อวัน ในปี 2020

ในประเทศจีนมีการบริโภคอาหารสดที่น่าเสียได้มากกว่า 1 พันล้านตันต่อปี มากกว่า 50% ของปริมาณการบริโภคนี้ต้องการ การขนส่งแบบแช่แข็ง (cold-chain logistics) เพื่อคงความสดและยืดอายุให้กับอาหาร ทาง Yiguo ระบุว่า ตลาดยังสามารถเติบโตได้อีก โดยในตลาดมีเพียง 19% เท่านั้นที่นำเทคโนโลยีการขนส่งแบบแช่แข็งมาใช้ เทียบกับตลาดในยุโรป, อเมริกาและญี่ปุ่น ที่มีการใช้งานมากกว่า 95% ของตลาด

สรุป

การลงทุนของ Alibaba เป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ว่า นี่คือเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตของจีนที่เรียกว่า “โมเดลค้าปลีกยุคใหม่” (New Retail) ที่รวมออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างประสบการณ์เดียวกัน ผู้บริโภคสามารถมาที่ร้านเพื่อเลือกซื้อสินค้า หรือจะสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชั่นทางมือถือ ก็ได้สินค้าที่สดใหม่ไม่แตกต่างกัน โดยรอรับอยู่ที่บ้านได้ใน 30 นาที

สำหรับในประเทศไทย เนื่องจากการเดินทางไปซื้อสินค้าอาหารสดที่ค่อนข้างสะดวก การสั่งซื้อสินค้าอาหารสดจึงยังไม่เป็นอุปสรรคมากนัก ประกอบกับความมั่นใจว่า ร้านค้าจะเลือกสินค้าอาหารสดที่ “มีคุณภาพและสดจริง” เหมือนเราไปเลือกซื้อเอง อาจยังต้องใช้เวลาสร้างความเชื่อมั่นให้มากกว่านี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับจีน ก็พอจะมองเห็นภาพในอนาคตได้ไม่น้อย

source: alizila.com

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/alibaba-invest-ecommerce-yiguo/

เดินตามธงใหม่ OfficeMate หันเจาะกลุ่มอีคอมเมิร์ซ ดึง KERRY EXPRESS ส่งของทั่วไทย ชูจุดเด่นเริ่มต้น 35 บาท

ต้นปี OfficeMate ประกาศเปลี่ยนเป้าธุรกิจ จากเดิมขายส่งองค์กร หันไปเน้นอีคอมเมิร์ซ SME รอบนี้เลยจับมือ KERRY EXPRESS ที่มีฐานลูกค้าในกลุ่มนี้อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าเป้าที่ OfficeMate ตั้งไว้ต้นปีที่ 15% จะไม่ทะลุ ขอเปลี่ยนเป็น 10% ดูทรงกันไปก่อน

จากซ้ายคนที่ 3 – วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) จากขวาคนที่ 2 ผู้ชาย – อเล็กซ์ อึ้ง ผู้อำนวยการบริหารสายงานธุรกิจรับ-ส่งพัสดุ เคอรี่ โลจิสติกส์กรุ๊ป ประจำสาขาประเทศไทย

เมื่อธุรกิจด้าน “สินค้า” กับ “บริการ” จับมือกัน ลุยตลาดอีคอมเมิร์ซ

หลังจากที่ OfficeMate ได้ประกาศเจตนารมณ์ใหม่ในการทำธุรกิจที่จะมุ่งไปสู่ธุรกิจรายย่อย SME มากขึ้น แผนใหม่ที่ส่งมารอบนี้คือ จับมือกับ KERRY EXPRESS เพื่อร่วมส่งของทั่วประเทศไทย จุดเด่นคือบริการส่งของจะเริ่มต้นที่ราคา 35 บาท (คิดราคาตามขนาดกล่อง ไม่คิดค่าบริการตามน้ำหนักอย่างที่ทำกันทั่วไป)

วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) ระบุว่า “การจับมือกันของเราในครั้งนี้ถือเป็น Win-win Strategy ในส่วนของ OfficeMate จะได้ส่งของให้ลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น ต้องการให้เป็น One Stop Business Solutions หรือตามสโลแกนที่บอกว่า ที่เดียวครบ-ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ และในขณะเดียวกัน KERRY EXPRESS ก็จะใช้โอกาสนี้ขยายฐานบริการได้ครอบคลุมทั่วประเทศเช่นกัน”

จากซ้ายคนที่ 2 – อเล็กซ์ อึ้ง ผู้อำนวยการบริหารสายงานธุรกิจรับ-ส่งพัสดุ เคอรี่ โลจิสติกส์กรุ๊ป ประจำสาขาประเทศไทย จากขวาคนที่ 2 – วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน)

ด้าน KERRY EXPRESS อเล็กซ์ อึ้ง ผู้อำนวยการบริหารสายงานธุรกิจรับ-ส่งพัสดุ เคอรี่ โลจิสติกส์กรุ๊ป ประจำสาขาประเทศไทย ระบุว่า “ถือเป็นครั้งแรกที่ KERRY EXPRESS ได้จับมือกับพาร์ทเนอร์ในประเทศไทย เชื่อมั่นว่าจุดให้บริการที่มีอยู่ 400 แห่งทั่วประเทศ มีรถให้บริการกว่า 6,000 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุก 80% รถมอเตอร์ไซค์ 20% ทั้งหมดนี้ทำให้จะช่วยมารองรับกำลังความต้องการของลูกค้าของ OfficeMate ได้อย่างดี”

“นอกจากนั้น KERRY EXPRESS ยังได้สร้างศูนย์กระจายสินค้าในปทุมธานี-บางปะอิน เพื่อรองรับการส่งพัสดุให้ได้ถึงวันละ 200,000 ชิ้น นอกจากนั้นยังมีการปรับปรุงขยายพื้นที่ศูนย์ที่บางนาอีกด้วย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งสินค้า ทำให้ในสิ้นปีนี้ KERRY EXPRESS จะรองรับการส่งสินค้าได้ถึง 500,000 ชิ้นเลยทีเดียว”

บริการส่งของที่ OfficeMate กับ KERRY EXPRESS จับมือร่วมกัน มีรายละเอียดดังนี้

  • แรกเริ่มจะให้บริการใน OfficeMate 11 สาขา ในกรุงเทพและปริมณฑลฯ ดังนี้ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ชั้น G, อาคารจิวเวอรี่เทรด เซ็นเตอร์ ชั้น 2, ซีคอน บางแค ชั้น B ,Tree on 3 พระราม 3 ชั้น G, อาคารจัสมิน ซิตี้ (สุขุมวิท 23) ชั้น B1, มิดทาวน์ อโศก ชั้น B1, เทสโก้ พระราม1 ชั้น 2, บิ๊กซี พระราม 4 ชั้น G, บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า เพชรเกษม, บิ๊กซี เอกมัย ชั้น 2 และ บิ๊กซี สุขสวัสดิ์ ชั้น 2
  • ภายในสิ้นปี 2560 นี้จะขยายให้บริการครอบคลุม 37 สาขา ส่วนปีหน้า 2561 จะขยายเพิ่มให้เป็น 80 สาขา ให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทย
  • ค่าบริการจะคิดตามขนาดกล่อง เริ่มต้นที่ 35 บาท ไม่คิดค่าบริการตามน้ำหนัก แต่ห้ามเกิน 25 กิโลกกรัม หากเกินจะคิดค่าบริการเพิ่มไปอีกตามน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วกว่า 99% ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะส่งของไม่เกิน 25 กิโลกกรัมอยู่แล้ว จึงไม่ใช่ปัญหา
ขนาดกล่องราคาเริ่มต้น 35 บาท

ดึง KERRY EXPRESS มาร่วมสาขา ลูกค้าเพิ่ม แต่เป้ารวมทั้งปียังไม่เพิ่ม?

OfficeMate บอกว่า สาขาที่ได้นำเอา KERRY EXPRESS มาใช้ (ตอนนี้มี 11 สาขา) มีลูกค้าเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยแต่ละสาขาอยู่ที่ 15% และเมื่อถามถึงเป้ารายได้ของ OfficeMate ในปีนี้ วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า “จนสิ้นปีนี้น่าจะอยู่ที่ 10%” แต่ถ้าย้อนไปดูช่วงต้นปีที่ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ได้ระบุไว้ว่า แต่ปีนี้จะเติบโตไปถึง 15% นั่นหมายความว่า แม้ฐานลูกค้าของ OfficeMate จะเพิ่มขึ้นจากการจับมือกันกับ KERRY EXPRESS ในปีนี้ แต่ถ้าดูจากการประเมินของผู้บริหารแล้ว ถือว่ายังไม่มีความมั่นใจในรายได้ของช่วงแรกที่ดำเนินการ

สำหรับเรื่องรายได้ของ OfficeMate ที่ได้ประเมินไว้ Brand Inside ลองคำนวณเบื้องต้นโดยเทียบเคียงกับรายได้ในปีก่อนหน้าพบว่า ตามที่ OfficeMate ตั้งเป้าไว้ที่ 15% หรือคิดเป็นเงิน 7,500 ล้านบาท แต่เมื่อถามถึงเป้าในสิ้นปีนี้ OfficeMate ตอบกลับว่า “ปีนี้ยอดน่าจะอยู่ที่ 10%” นั่นหมายความว่าสิ้นปีนี้ OfficeMate จะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 7,150 ล้านบาทเท่านั้น

มองแผนจับมือ OfficeMate กับ KERRY EXPRESS

ด้วยความที่หลังจากการเปลี่ยนธงของ OfficeMate ทำให้ตอนนี้เร่งเครื่องเดินหน้าดึงลูกค้าในธุรกิจรายย่อย SME อย่างมาก การดึงเอา KERRY EXPRESS จึงเป็นการเดิมเกมที่น่าสนใจ เพราะ KERRY EXPRESS มีฐานลูกค้าที่เป็น SME อยู่จำนวนมาก ประกอบกับในปีหน้า 2561 KERRY EXPRESS ยังบอกด้วยว่าจะลงเงินในไทยอีกไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาทในการขยายฐานให้บริการและยานพาหนะ

ในด้าน KERRY EXPRESS การที่จับมือกับ OfficeMate ก็ถือเป็นจุดขยายธุรกิจที่ดี เพราะจะทำให้ขยายฐานการบริการไปทั่วประเทศได้ง่ายขึ้นจากพาร์ทเนอร์ที่มีสาขาแข็งแกร่งอยู่แล้วในประเทศไทย

ส่วนด้าน OfficeMate โดยวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “สำหรับครึ่งปีหลังธุรกิจยังไปได้ดี คนอื่นชอบบ่นว่ากำลังซื้อไม่ค่อยดี แต่ของ OfficeMate ยังดีอยู่”

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/officemate-kerry-express-partner-delivery/

e-Commerce จีน ยกระดับวิธีขายสินค้าแบรนด์เนมหรู ใช้พนักงานส่งของใส่สูท+สวมถุงมือ

ในประเทศจีนนั้นวงการอีคอมเมิร์ซคึกคักมาก ประชากรที่นั่นนิยมซื้อสินค้าออนไลน์ นี่คือความพยายามล่าสุดของบรรดาเจ้าของแพลตฟอร์ม ที่จะทำให้คนจีนซื้อสินค้าแบรนด์เนมหรูผ่านช่องทางออนไลน์ โดยปรับภาพลักษณ์ผู้ส่งสินค้าให้หรูตามด้วย!

NY Times สัมภาษณ์ Tang Hongliang ชาวจีนผู้มีหน้าที่นำส่งสินค้าออนไลน์ไปยังบ้านลูกค้าของ JD.com เว็บอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน แต่เขาไม่เหมือนคนส่งสินค้าทั่วไป Tang จะส่งสินค้าในชุดสูทสีดำ พร้อมสวมถุงมือสีขาว และขับรถยนต์ไฟฟ้าไปจอดส่งสินค้า ของในกล่องนั้นคือกระเป๋าแบรนด์อิตาลีราคาเฉียดแสนบาท

ฟังดูเป็นวิธีที่การส่งสินค้าที่ขัดแนวทางอีคอมเมิร์ซมาก ที่จะเน้นขนของให้เยอะที่สุด แต่รถของ Tang มีสินค้านำส่งเพียง 2 ชิ้น เขาบอกว่าแม้ประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าสำคัญ แต่กับสินค้าแบบนี้ ประสบการณ์ของลูกค้าสำคัญมากกว่า

ทั้ง JD.com และ Alibaba ต่างต้องการให้สินค้าแบรนด์เนมหรูเข้ามาเปิดร้านขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม แต่มีความท้าทายอยู่มากทำให้แบรนด์เนมเหล่านี้ ไม่ยอมเข้ามาขายออนไลน์ในประเทศจีน ถึงรู้ทั้งรู้ว่าคนจีนชอบซื้อของออนไลน์ แต่เรื่องนี้ก็ดูท้าทายขึ้นเพราะ คนจีนเป็นผู้ซื้อสินค้าแบรนด์เนมถึง 30% ของยอดขายแบรนด์เนมทั่วโลก ตลาดนี้จึงสำคัญ

แพลตฟอร์มทั้งสองเจ้า ต่างมีปัญหาสินค้าปลอม ทำให้พวกเขาต้องการให้แบรนด์ของแท้มาขายสินค้าออนไลน์ด้วยเพื่อตัดปัญหาสินค้าแบรนด์ต่างจุกจิกกับรายละเอียด และไม่อยากให้ประสบการณ์ความหรูต้องเสียไปจากการขายออนไลน์

แนวทางนี้ทั้ง JD.com และ Alibaba เลือกที่จะเปิดเว็บให้กับแบรนด์เนมเหล่านี้แยกออกไปโดยเฉพาะจากแพลตฟอร์มปัจจุบัน และการใช้พนักงานส่งที่เพิ่มความหรูขึ้นไปอีกก็คือแนวทางหนึ่งในนั้นที่จะทำให้แบรนด์เนม ยินดีที่จะขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นด้วย

E-Commerce Delivery in China is About to Get More Luxurious

ที่มา: The Strait Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/e-commerce-china-upgrade-suit-and-glove/

บุกจีนไม่ง่าย! ปีก่อน Wal-Mart ขายอีคอมเมิร์ซให้ JD ปีนี้แชร์คลังสินค้าร่วมกัน หวังขยายกิจการ

เมื่อปีก่อน เราได้เห็นแล้วว่า Wal-Mart เหลวไม่เป็นท่ากับการทำอีคอมเมิร์ซในจีน จนต้องขายให้ JD จัดการ แล้วแลกกับการถือหุ้น พอมาปีนี้เลยหันมาจับมือกันแชร์คลังสินค้าเพื่อขยายกิจการ

news.walmart.com

JD จับมือ Wal-Mart แชร์คลังสินค้าร่วม

JD อีคอมเมิร์ซเบอร์ 2 รองจาก Alibaba ของจีน ได้ประกาศแผนแชร์คลังสินค้าร่วมกับ Wal-Mart ค้าปลีกรายใหญ่จากอเมริกา

คลังสินค้าของ Wal-Mart จะช่วยเก็บสินค้าให้กับ JD ในหลายเมือง เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เซินเจิ้น เฉิงตูและหวู่ฮั่น โดยระบบ JD จะมีระบบตรวจสอบสินค้าว่ามีลูกค้าที่ต้องกรสินค้าในพื้นที่นั้นๆ หรือไม่ ถ้ามีก็จะให้บริการลูกค้าด้วยสินค้าที่แชร์ร่วมกับคลังสินค้าของ Wal-Mart เลย เพื่อเป็นการประหยัดเวลา แต่แน่นอนว่าการทำแบบนี้หมายความว่า ทำให้ Wal-Mart มีโอกาสในการขยายโอกาสทางธุรกิจไปในเมืองเล็กๆ ของจีนด้วย

Feng Yi รองประธานของ JD บอกว่า “ในอนาคต JD จะมีการให้บริการแบบรับของด้วยตนเองที่ Wal-Mart อีกด้วย”

ความร่วมมืออันดีของทั้ง 2 บริษัทมาจากเมื่อปีที่แล้วที่ Wal-Mart บุกจีนไม่สำเร็จ เลยมีการขายกิจการบางส่วนให้กับ JD และแลกกับการถือหุ้น แต่สำหรับดีลคลังสินค้าครั้งนี้ถือเป็นผลดีของทั้งคู่ เนื่องจาก JD ได้ขายของสะดวกขึ้น และ Wal-Mart ก็จะมีลูกค้าเข้ามาเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีธุรกิจหลายรายที่เจาะเข้าไปทำตลาดในจีนไม่สำเร็จ สุดท้ายก็เลือกถอนตัวและขายกิจการให้กับจีนไปเลยก็มี หรือบางทีก็ต้องร่วมมือกับเจ้าถิ่นในจีนไปเลยเช่นกัน

ที่มา – en.people.cn

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/jd-walmart-warehouse/

Amazon บุกตลาดสิงคโปร์อย่างเป็นทางการวันนี้ เริ่มจากบริการส่งด่วน Prime Now

จากข่าวเมื่อวานนี้ว่า Amazon จะเปิดบริการในสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ วันนี้ Amazon ก็มาจริงๆ โดยเริ่มจากบริการ Amazon Prime Now บริการส่งสินค้าด่วนภายใน 1-2 ชั่วโมง

Amazon Prime Now ยังไม่ใช่การสั่งสินค้าจากหน้าเว็บ Amazon.sg เต็มรูปแบบอย่างที่เราคุ้นเคยจาก Amazon ในสหรัฐ แต่เป็นบริการย่อยของ Amazon ที่ขายสินค้าบางประเภท (คำว่า “บาง” ของ Amazon ก็เป็นหลักพันหลักหมื่นรายการ) โดยเน้นไปที่ของใช้ในบ้าน ของชำ อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง

ผู้สั่งซื้อจะต้องดาวน์โหลดแอพ Amazon Prime Now บนสมาร์ทโฟน โดยเงื่อนไขการส่งสินค้ามีดังนี้

  • ส่งด่วนภายใน 2 ชั่วโมง – ถ้าซื้อเกิน 40 ดอลลาร์สิงคโปร์ ส่งฟรี ถ้าไม่ถึง มีค่าส่ง 5.99 ดอลลาร์สิงคโปร์
  • ส่งด่วนภายใน 1 ชั่วโมง – มีค่าส่ง 9.99 ดอลลาร์

หน้าเว็บของ Amazon Singapore ระบุว่าตอนนี้พื้นที่จัดส่งครอบคลุมเกาะหลักของสิงคโปร์ และเกาะเซ็นโตซ่าที่อยู่ข้างเคียงแล้ว โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ก็รองรับการส่งภายใน 1 ชั่วโมงด้วย ระยะเวลาการจัดส่งอยู่ระหว่าง 10.00-22.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด

ที่มา – Amazon Singapore

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/amazon-prime-now-singapore/

ขยายกิจการยิ่งใหญ่ Amazon จัดวันสัมภาษณ์งาน รับพนักงานเพิ่มอีก 50,000 ตำแหน่ง

ยักษ์ใหญ่ของวงการอีคอมเมิร์ซ Amazon ประกาศแผนรับสมัครพนักงานครั้งใหญ่ 50,000 ตำแหน่ง เพื่อมาทำงานในศูนย์จัดส่งสินค้าทั่วสหรัฐอเมริกา

Amazon จะจัดสัมภาษณ์งาน Amazon Jobs Day ขึ้นพร้อมกันในศูนย์กระจายสินค้า fulfillment center นับสิบแห่งในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ พร้อมทั้งเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าทำงานกับ Amazon สามารถเข้าไปทัวร์เยี่ยมชมศูนย์จัดส่งสินค้า เพื่อสังเกตชีวิตการทำงานก่อนได้ และยินดีจะเสนอตำแหน่งงานให้กับผู้สมัครบางรายในวันนั้นเลย

ที่ผ่านมา บริษัทไฮเทคมักถูกวิจารณ์ว่าไม่ได้จ้างงานจำนวนเยอะพอ เมื่อเทียบกับขนาดของบริษัทหรือตัวเลขผลประกอบการ แต่กรณีของ Amazon ที่เป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ยังต้องใช้พนักงานจำนวนมากเพื่อจัดการสินค้าในทางกายภาพ ส่งผลให้ Amazon ประกาศไว้ว่าจะจ้างงานเพิ่มอีก 100,000 ตำแหน่งภายในปี 2018 โดยการจ้างงานรอบนี้ 50,000 ตำแหน่งก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในแผนการดังกล่าว

ที่มา – Amazon, Fortune

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/amazon-jobs-day/