คลังเก็บป้ายกำกับ: เครือข่าย

Cisco ซื้อกิจการ Springpath ติดอาวุธให้ธุรกิจ HCI ของตนเอง

จากที่เคยทำ OEM ให้ซิสโก้ในด้านสถาปัตยกรรมไฮเปอร์คอนเวอร์จหรือ HCI มานานตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2555 ก็ถึงเวลาอันสมควรที่สองบริษัทนี้จะได้เกี่ยวดองเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางเสียงเรียกร้องของลูกค้ากว่า 1,800 ราย

โดยทางซิสโก้ได้ประกาศแผนที่จะซื้อกิจการของ Springpath ด้วยมูลค่ากว่า 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าซิสโก้ก้าวเข้ามาถูกจังหวะมาก ในช่วงที่ธุรกิจ HCI กำลังจะบูม เมื่อก่อน HCI ถูกนำมาใช้กับระบบ VDI อย่างเดียว แต่ปัจจุบันได้มีการประยุกต์มาใช้กับแอพระดับองค์กรอื่นๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านฐานข้อมูล, การสื่อสารแบบยูนิฟายด์, หรือใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำนักงานสาขาหรือที่ตั้งในตำแหน่งห่างไกล เป็นต้น

ธุรกิจของ Springpath จะถูกควบรวมภายใต้การบริหารของรองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบประมวลผลของซิสโก้อย่าง Liz Centoni ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวเคยซบเซาจากการเติบโตของ Unified Computing System หรือ UCS

อ่านข่าว : ซิสโก้ ซื้อกิจการ SD-WAN จาก Viptela ด้วยมูลค่า 610 ล้านเหรียญ

ทางนักวิจัยตลาดมองว่าจะเห็นการเติบโตของตลาดในกลุ่ม HyperFlex และธุรกิจ HCI อื่นๆ อย่างแข็งแกร่งด้วยมูลค่าสูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในสามปีข้างหน้า ถือเป็นการก้าวสู่ตลาดใหม่ครั้งสำคัญของซิสโก้

ที่มา : https://www.networkworld.com/article/3218107/data-center/cisco-buys-springpath-adds-fuel-to-the-hci-fire.html

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7711

Advertisements

ทีซีซีเทค ผ่านการรับรองมาตรฐานผู้ชำนาญด้าน DC จากสถาบัน Uptime Institute

บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีเทค) ประกาศความสำเร็จโดยสามารถยกระดับมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทย ส่งผลดีต่อธุรกิจประกอบการรวมถึงผู้ให้บริการ และผู้ใช้ทั่วไป โดยล่าสุดบุคลากรของบริษัทฯ ได้ผ่านการรับรอง Accredited Operations Specialist (AOS) จากสถาบัน Uptime Institute องค์กรที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่เป็นกลางกับหน้าที่หลักในการสร้างและบริหารจัดการระดับมาตรฐานด้านการออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ การก่อสร้าง การพัฒนาปฏิบัติการของดาต้าเซ็นเตอร์สู่ความยั่งยืนพร้อมกับการตรวจสอบด้านการบริหารจัดการและระบบปฏิบัติการ

การรับรอง AOS บ่งชี้ศักยภาพของดาต้าเซ็นเตอร์รวมถึงบุคลากรผู้เชี่ยวชาญของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการและดูแลระบบปฏิบัติการทรัพยากรอุปกรณ์หลักภายในดาต้าเซ็นเตอร์ในแต่ละวัน ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจที่ระบบหัวใจองค์กรที่ต้องดำเนินอย่างต่อเนื่อง (Mission-Critical Business) ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีศักยภาพจะส่งผลให้เกิดการดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่น การบริหารความเสี่ยงที่ดี และความน่าเชื่อถือขององค์กรต่อกลุ่มลูกค้า

การได้รับการรับรอง AOS ทำให้บริษัทฯ ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยพร้อมด้วยความชำนาญเชิงลึกและองค์ความรู้รอบด้าน โดยได้รับการรับรองถึงสามด้านได้แก่

1. Accredited Tier Designer (ATD) การรับรองด้านความสามารถในการออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ (Design) โดยผู้ที่ผ่านการรับรองสามารถประยุกต์ใช้การกำหนดระดับและมาตรฐานต่างๆ ในการออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด เกิดประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด

2. Accredited Tier Specialist (ATS) การรับรองด้านความสามารถในการบริหารจัดการและการดูแลบำรุงรักษาดาต้าเซ็นเตอร์ การวางแผนด้านทรัพยากรของอุปกรณ์หลักและบุคลากร และสร้างวิธีปฏิบัติอันเป็นเลิศ (Best Practice) ได้แก่กระบวนการ (Process) ขั้นตอน (Procedure) บุคลากรที่ปฏิบัติการภายในดาต้าเซ็นเตอร์ (People) สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

3. Accredited Operations Specialist (AOS) การรับรองด้านความสามารถในการเข้าใจแนวคิดและหลักเกณฑ์เพื่อระบบบริหารจัดการทรัพยากรอุปกรณ์หลักและระบบปฏิบัติการที่มีมาตรฐานระดับโลกสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ให้บริการธุรกิจที่ระบบต้องดำเนินอย่างต่อเนื่อง (Mission-Critical Business)

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7702

[กรณีศึกษา] โรงแรมฮับ เดอ ลีฟ เลือกใช้โซลูชั่นจาก TP-Link

วันนี้เราได้นำกรณีตัวอย่าง สถานที่แห่งหนึ่งที่วางใจเลือกใช้สินค้าของ TP-Link  นั่นก็คือโรงแรมฮับ เดอ ลีฟ ดีไซด์ แอนด์ รีสอร์ท จ.ระยอง ที่มีห้องพัก 64 ห้อง ห้องอาหาร และ และสำนักงาน

โรงแรมฮับ เดอ ลีฟ ดีไซด์ แอนด์ รีสอร์ท ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2016 ซึ่งมองหาระบบ Wi-Fi สำหรับผู้เข้าพัก ที่มีความเสถียร สามารถใช้งานได้ทั่วทั้งบริเวณ โดยทางโรงแรมมีความต้องการให้บริการ Wi-Fi สำหรับผู้ที่มาเข้าพัก โดยทุกๆ ห้องจะต้องรับสัญญาณ Wi-Fi ได้ และสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงบริเวณทาง เดิน มุมพักผ่อนต่างๆ ด้านหน้าและด้านข้าง, ห้องโถง รวมไปถึง ห้องอาหารบริเวณชั้น 1 ของโรมแรม โรงแรมแห่งนี้สามารถรองรับ จำนวนผู้เข้าพักได้ประมาณ 300 คน ซึ่งมีห้องพักประเภทต่างๆ ทั้งแบบ 2 และ 3 คน เหมาะสำหรับผู้เข้าพักที่เป็นนักธุรกิจ หรือ ผู้มาติดต่องานในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ฯลฯ

โซลูชั่นที่ทาง TP-Link แนะนำเพื่อการใช้ งานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบนี้จะต้องใช้ Access Point ทั้งหมด จำนวน 8 ตัว สำหรับให้บริการพื้นที่บริเวณห้องพัก ห้องอาหาร 1 ตัว ห้องโถง 1 ตัวและบริเวณสำนักงาน 1 ตัว โดยจะเชื่อมต่อกับสวิตซ์ TP-Link Jetstream Smart Switch 24 Ports (TL-SG2424) และ Load Balance Router เพื่อทำการวมอินเทอร์เน็ตจำนวน 2 เส้น

โครงสร้างเครือข่าย (Topology) 

มาทำความรู้จักกับ EAP330 AC1900 Wireless Dual Band Gigabit Ceiling Mount Access Point
EAP330 เป็น Access Point แบบ AC1900 สามารถกระจาย สัญญาณไวไฟได้แบบ 2 ย่านความถี่ ใช้ชิปเซ็ต Broadcom ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความเสถียร เหมาะกับจำนวนผู้ใช้งานมากๆ อีกทั้งยังสามารถควบคุมผ่านโปรแกรม EAP Controller ซึ่งมีทั้ง ฟังก์ชันที่ให้ AP แต่ละตัวสามารถใช้ชื่อ SSID เดียวกัน (Roaming) รวมไปถึงฟังก์ชันการเลือกย่านความถี่ให้กับเครื่องลูกข่ายอัตโนมัติ (Band Steering) และฟังก์ชันอื่นๆ อีกมาก

ผลการดำเนินงาน
โรงแรมฮับ เดอ ลีฟ ดีไซด์ แอนด์ รีสอร์ท สามารถให้บริการ Wi-Fi กับผู้เข้าพักได้เป็นอย่างดีด้วย อุปกรณ์ EAP330 Access Point ของ TP-Link ที่สามารถจัดการงานต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ผ่านระบการจัดการจากศูนย์กลาง ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการงานได้ดีขึ้น ส่วนผู้เข้าพัก็สามารถใช้งานอินเทอรเน็ตท์ๆ ทั้งการรับส่งอีเมล์, การดู Youtube หรือใช้งานออนไลน์ได้รวดเร็วขึ้น


สนใจสินค้าประเภท Business Networking จาก TP-Link ติดต่อ Project.th@tp-link.com หรือ Line “@tplink” ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดพิเศษพร้อมสิทธิ์ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่นฟรีที่ http://www.tp-link.co.th/SMB/

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7693

คำศัพท์ด้านเน็ตเวิร์กพบบ่อย 9 คำ ที่มืออาชีพต้องรู้ !!

ทุกวงการย่อมมีศัพท์เฉพาะที่รู้จักกันแค่ในกลุ่มอาชีพเดียวกันเท่านั้น เช่น ศัพท์แพทย์, ศัพท์วิศวะ, หรือแม้แต่ศัพท์ของชาวเน็ตเวิร์ก ซึ่งทาง NetworkComputing.com ได้รวบรวมคำศัพท์ของชาวเครือข่าย 9 คำที่ใช้คัดแยกคนในกับคนนอกวงการได้อยู่หมัด หรือชาวเน็ตเวิร์กควรเข้าใจอย่างถ่องแท้ดังต่อไปนี้

1. Packet เล่นแผลงคำมาจากแพกเกจหรือบรรจุภัณฑ์ห่อสินค้าต่างๆ ซึ่งบนโลกเครือข่ายนั้น ก็คือข้อมูลที่เป็นหีบห่อบรรจุข้อมูลที่ต้องการขนส่งระหว่างคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย TCP/IP นั่นเอง

2. Ping แม้จะลอกมาจากกีฬาปิงปอง ก็ถือว่าเป็นทูลจำเป็นสำหรับแก้ปัญหาครอบจักรวาลเลยทีเดียว ด้วยความสามารถในการตรวจสอบการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ บนเครือข่ายระดับ IP รวมทั้งเวลาที่ใช้ในการเดินทางไปกลับระหว่างอุปกรณ์ด้วย

3. Edge ตำแหน่งบนเครือข่ายที่มีการให้บริการแก่ผู้ใช้หรืออุปกรณ์, มีการรวบรวมข้อมูล, หรือเป็นอินเทอร์เฟซที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่น อย่างบน LAN นั้น Edge มักหมายถึงสวิตช์ระดับแอคเซสที่ใช้เชื่อมต่อกับผู้ใช้ และอุปกรณ์เอนด์พอยต์โดยตรงนั่นเอง

4. RFC ชื่อกลุ่มมาตรฐานเน็ตเวิร์ก ที่องค์กรมาตรฐานเปิดอย่าง Internet Engineering Task Force กำหนดออกมา โดยใช้ตัวเลขชุดตามหลังคำว่า RFC หรือที่ย่อมาจาก Requests For Comments ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง

5. Fabric เป็นคำที่สร้างความงงมากที่สุดกับคนนอก เพราะเราไม่ใช่ชาวพาหุรัดขายผ้า คำนี้มีประวัติอันยาวนาน และความหมายที่แตกต่างกันมากมาย แต่ปัจจุบันจะใช้แทนเครือข่ายที่ยุบรวมเป็นระนาบเดียวกันต่อเนื่องไร้รอยต่อทอเต็มผืน เพื่อให้ได้ทั้งความคล่องตัว และความสามารถในการปรับเปลี่ยนขนาดของระบบได้ดีกว่าสถาปัตยกรรมทางเครือข่ายที่แบ่งเป็นลำดับชั้นแบบเดิม ซึ่งพบในเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างคลาวด์ และเวอร์ช่วลไลเซชั่น

6. East-West Traffic แม้จะมีที่มาจากการเดินทางระหว่างอ่าวฝั่งตะวันออก ไปยังแผ่นดินใหญ่ของซานฟรานทางตะวันตก แต่ในเชิงเน็ตเวิร์กนั้น เราใช้แทนการสื่อสารระหว่างเซิร์ฟเวอร์ภายในดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่ทราฟิกจากเหนือไปใต้หรือ North-South จะแทนการสื่อสารระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์กับภายนอกตามปกติ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่อย่างเวอร์ช่วลไลเซชั่นจะช่วยเร่งความเร็วในการสื่อสารแบบ East-West เป็นอย่างมาก

7. Classless ความไม่มีคลาส หรือไม่แบ่งประเภทนี้ เราเอามาใช้อธิบายการกำหนดที่อยู่บนเครือข่ายที่ไม่ขึ้นกับคลาสแบบเดิม ด้วยการซอยย่อยขนาดของเครือข่ายเป็นส่วนย่อยๆ ผ่านการกำหนดความยาวของซับเน็ตมาส์กแทน เพื่อให้ใช้เลข IPv4 ที่มีอย่างจำกัดให้คุ้มที่สุด

8. DMZ แปลตรงตัวก็คือเขตปลอดทหาร แบบที่เห็นในคาบสมุทรเกาหลี แต่ชาวเน็ตเวิร์กก็เอามาใช้แทนเลเยอร์ที่สร้างขึ้นอีกระดับในด้านความปลอดภัย หรือก็คือส่วนของเครือข่ายที่องค์กรสามารถนำบริการที่ต้องต่อออกอินเทอร์เน็ต อย่างเช่นเว็บเซิร์ฟเวอร์ แยกออกมาอยู่ส่วนนี้ เพื่อปกป้องทรัพยากรภายในองค์กรจากการเข้าถึงของภายนอกโดยตรงได้

9. Control Plane ช่วงนี้ได้ยินติดหูมากพร้อมๆ กับเทรนด์เครือข่ายแบบ Software-Defined ที่กำลังมาแรง คอนโทรลเพลนนี้ถือเป็นกระบวนการประมวลผลที่ควบคุมการฟอร์เวิร์ดแพ๊กเก็ตข้อมูลบนเครือข่าย เช่น การทำงานของเราท์ติ้งโปรโตคอล โดยเรามักพูดกันว่า ดาต้าเพลนฟอร์เวิร์ดทราฟิกไปยังคอนโทรลเพลน ซึ่งดาต้าเพลนคือการสวิตชิ่งของเลเยอร์ 2 นั้นเอง เทคโนโลยี SDN ใหม่นี้จะแบ่งระนาบการควบคุมและส่วนข้อมูลออกจากกัน เพื่อให้ได้ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ และความยืดหยุ่นที่มากกว่าเดิม

ที่มา : http://www.networkcomputing.com/data-centers/10-things-only-networking-pros-will-understand/166004932

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7646

10 เครื่องมือ สำหรับการมอนิเตอร์ประสิทธิภาพเครือข่าย ที่การ์ทเนอร์เลือก !!

ซอฟต์แวร์ที่ใช้เฝ้าตรวจสอบและวินิจฉัยประสิทธิภาพเครือข่าย หรือที่เรียกว่า NPMD (Networking performance monitoring and diagnostics) นี้ มีทั้งแบบเป็นอุปกรณ์แอพพลายแอนซ์อิสระ หรือเป็นทูลที่ฝังอยู่บนอุปกรณ์เครือข่ายอีกทีหนึ่ง ซึ่งมีประโยชน์ในการมองหาต้นตอของปัญหาด้านประสิทธิภาพการใช้งานของทั้งผู้ใช้ภายใน และภายนอกองค์กรด้วย

แต่ปัจจุบันการตรวจสอบสถานะเครือข่ายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้น จากการนำเทคโนโลยีคลาวด์และ IoT มาระดมใช้บนเครือข่ายเดิม ทำให้ทราฟิกเพิ่มอย่างมหาศาล ซึ่งเป้าหมายของทูลจำพวก NPMD นี้ไม่ใช่แค่เฝ้าตรวจสอบสถานะและหาสาเหตุของปัญหาด้านประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังจำเป็นต้องสามารถมองหาช่องทางในการยกระดับประสิทธิภาพของเครือข่ายด้วย

ดังนั้น ครั้งนี้ Gartner จึงทำการประเมินคุณภาพของผลิตภัณฑ์ NPMD จากเจ้าต่างๆ จนได้เข้าตากรรมการรวมกว่า 10 เจ้า เรียงตามตัวอักษรดังนี้

1. CA Technologies มีประสบการณ์ด้านการตรวจสอบเครือข่ายมายาวนาน แต่เมื่อเร็วๆ นี้ได้พยายามกว้านซื้อหลายบริษัทเพื่อขยายสายผลิตภัณฑ์ของตนเอง ผลิตภัณฑ์หลักได้แก่ CA Performance Management และ CA Virtual Assurance for Infrastructure Managers ที่ให้การมองเห็นสภาพแวดล้อมการทำงานทั้งแบบ SDN และ NFV นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ให้การมองเห็นเครือข่ายการสื่อสารแบบยูนิฟายด์, การวิเคราะห์ Netflow, การตรวจสอบประสิทธิภาพการให้บริการแอพพลิเคชั่น เป็นต้น

2. Cisco อาศัยแต้มบุญจากการเป็นผู้นำด้านเราท์ติ้งสวิชชิ่ง ด้วยการให้ผลิตภัณฑ์ด้านตรวจสอบเครือข่ายผนวกรวมกับผลิตภัณฑ์หลักของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Prime Infrastructure ที่ให้การตรวจสอบโฟลว์ข้อมูล, จัดการการตั้งค่า, และวางแผนการให้บริการของอุปกรณ์เครือข่ายซิสโก้เอง หรือล่าสุดเป็นตัว Tetration ที่ดึงข้อมูลจากชิปบนอุปกรณ์สวิตชิ่ง Nexus รุ่นล่าสุดมาวิเคราะห์อย่างละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของแอพพลิเคชั่นและกิจกรรมบนเครือข่าย

3. Corvil มุ่งเจาะตลาดบริษัทบริการด้านการเงินเป็นหลัก มีจุดแข็งที่การตรวจสอบเครือข่ายในเวลาสั้นๆ ได้ ซึ่งเหมาะมากกับการเฝ้าตรวจสอบกิจกรรมมหาศาลที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ทำให้นอกจากตอบโจทย์สถาบันการเงินแล้วยังตีโจทย์แตกกับเครือข่าย IoT ด้วยเหมือนกัน

4. ExtraHop เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือวิเคราะห์การทำงานด้านไอที และสถานะของสภาพแวดล้อมด้านไอทีโดยรวม โดยเฉพาะการตรวจสอบและวิเคราะห์พฤติกรรมบนเครือข่าย ถือเป็นเจ้าแรกๆ ที่สามารถให้การมองเห็นไปถึงเครือข่ายของผู้ให้บริการพับลิกคลาวด์อย่าง AWS และ Azure ได้

5. LiveAction มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับซิสโก้มายาวนาน โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่าง LiveNX ให้ซิสโก้สามารถนำไปจำหน่ายต่อ และให้การซัพพอร์ทแก่ลูกค้าทั้งสองบริษัทได้ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่าง LiveAction และ LiveUX

Image credit : bcsvoicedata

6. NetScout ถือเป็นผู้นำส่วนแบ่งตลาดด้านผลิตภัณฑ์ตรวจสอบประสิทธิภาพเครือข่ายอย่างแท้จริง โดยได้ตำแหน่งผู้นำในรายงาน Magic Quadrant ด้วย โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องหลากหลายมาก เช่น nGeniusONE, Infinistream, และ UC Performance Management

7. Paessler เป็นบริษัทเยอรมันที่เมื่อไม่กี่ปีก่อนได้ถีบตัวเอง ขยายตลาดสู่ระดับนานาชาติ จนล่าสุดได้ตลาดอเมริกาเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของตนเอง มีจุดเด่นที่ความง่ายในการใช้งาน รวมทั้งการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจสอบเครือข่ายพับลิกคลาวด์ และคอนเทนเนอร์แบบ Docker

8. Riverbed ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพ WAN เป็นหลัก แต่ก็เพิ่งมาลงทุนกับความสามารถในการตรวจสอบประสิทธิภาพเครือข่ายด้วย โดยออกมาในรูปผลิตภัณฑ์ SteelCentral Network Performance Management อีกทั้งเมื่อปีที่แล้วยังได้ซื้อกิจการของ Ocedo เพื่อก้าวเข้าสู่ตลาด SD-WAN ด้วย

9. SolarWinds มีจุดแข็งที่ความสามารถในการเฝ้าตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และฟีเจอร์ที่ค่อนข้างเรียบง่าย เหมาะกับองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลางเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นตัว Network Performance Monitor หรือ NetFlow Traffic Analyzer แถมยังเอาทูลพวกนี้ไปผนวกรวมกับผลิตภัณฑ์ด้านจัดการประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่นของตนเองด้วย ผลิตภัณฑ์จาก SolarWinds ทำงานได้บนสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดจ์คลาวด์ และรองรับการตรวจสอบสถานะที่อำนวยความสะดวกให้ระดับเอนด์ยูสเซอร์ด้วย

10. Viavi ชื่อใหม่นี้อาจฟังไม่คุ้นหูเท่ากับชื่อดั้งเดิมอย่าง Network Instruments หรือ Trendium แต่ก็ยังเคยได้ตำแหน่งผู้นำในรายงาน Magic Quadrant ของ Gartner ด้วยชุดผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ Observer Performance Management Platform ซึ่งให้ทั้งการมองเห็นและการวิเคราะห์ทางด้านเครือข่าย และทราฟิกบนเซิร์ฟเวอร์ ถือเป็นทูลที่ทำงานระดับแพ็กเก็ตซึ่งทำงานผสานกับผลิตภัณฑ์ของซิสโก้ได้ และเมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้จับมือกับ ScienceLogic เพื่อเพิ่มความสามารถในการเฝ้าตรวจสอบสภาพแวดล้อมบนไฮบริดจ์คลาวด์ด้วย

ที่มา : http://www.networkworld.com/article/3211366/lan-wan/top-network-monitoring-software-and-visibility-tools.html

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7492

TP-Link ร่วมส่งวิทยากร เพื่ออบรมความรู้เชิงปฏิบัติการ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต3 ร่วมกับ หจก.ธงชัย โอเอ เซลล์แอนด์เซอร์วิส ได้จัดงานอบรมเชิงปฏิบัติการ การบริหารจัดการ ดูแล และบำรุงรักษาระบบเครือข่าย อินเตอร์เน็ตในสถานศึกษา ให้กับบุคลากรในสังกัด จำนวน 150 คน
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2560 ณ หอประชุมโรงเรียนอนุบาลนางรอง ( สังขกฤษณ์ อนุสรณ์ ) อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์


ทั้งนี้บริษัท ทีพี-ลิงค์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ให้ความร่วมมือโดยส่งวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ และอุปกรณ์ที่เหมาะกับองค์กรการศึกษาในการอบรมในครั้งนี้ ภายในงานนอกจากมีการจัดอบรมเพื่อให้ความรู้แล้วนั้น ทางทีพี-ลิงค์ ก็ได้มอบโชคแก่ผู้เข้าอบรม เป็นจำนวน 5 รางวัลอีกด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7400

14 เครื่องมือจำเป็นที่ชาว Network Engineer ควรพกติดตัวไว้เลย !!

การควานหาต้นตอของปัญหาเน็ตเวิร์กนับเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ที่ต้องอาศัยการผสานกันระหว่างทักษะที่สั่งสมมายาวนาน และทูลสำเร็จรูปที่จำเป็นทั้งหลาย ซึ่งในงาน Interop ITX เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ปัญหาเครือข่ายอย่าง Mike Pennacchi ได้ยกตัวอย่างทูลที่จำเป็นเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทูลที่โหลดได้ฟรี

โดยมีตั้งแต่ทูลที่ตรวจสอบทรูพุต ไปจนถึงทูลตรวจจับและวิเคราะห์แพ็กเก็ตข้อมูล รวมทั้งทูลที่นำเสนอข้อมูลในรูปของกราฟที่ทำให้เข้าใจสถานะสุขภาพของเครือข่ายได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างทูลเหล่านี้ที่เป็นโอเพ่นซอร์สชื่อดังได้แก่ iperf, Wireshark, nmap, และ Snort เป็นต้น ซึ่งทาง Pennacchi ได้แบ่งกลุ่มของทูลต่างๆ เป็นสามกลุ่มใหญ่คือ ทูลสำหรับใช้งานบนแล็ปท็อป, ทูลที่ใช้จัดการจากศูนย์กลาง, และทูลสำหรับแก้ปัญหาจากระยะไกล

สำหรับการตรวจจับแพ็กเก็ตข้อมูลนั้น จำเป็นต้องมีการเข้าแทรกแซงระหว่างเส้นทางเชื่อมต่อ ซึ่ง Pennacchi แนะนำว่าการตั้งค่า Span Port จะคุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่าการติดตั้งตัวตรวจจับข้อมูล หรือ Tap แบบ Fault-Tolerant ที่มีราคาแพง หรืออาจจะใช้สวิตช์อย่าง Netgear GS105E ที่ใช้เป็นตัว Tap ได้แบบราคาย่อมเยา โดยสามารถตั้งค่าให้สะท้อนสำเนาข้อมูล หรือทำ Mirror บนพอร์ตตั้งแต่ 1 – 4 พอร์ตได้

Pennacchi เป็นเจ้าของ และหัวหน้านักวิเคราะห์ที่ Network Protocol Specialists ซึ่งเป็นบริษัทด้านการอบรมและวิเคราะห์เครือข่ายที่เมืองซีแอตเทิ่ล รัฐวอร์ชิงตัน โดยเขาเองเป็นอาจารย์อบรมของ Interop มาอย่างยาวนาน และเข้าร่วมงานประชุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นประจำ

โดยทูลจำเป็นต่างๆ นอกเหนือจากทูลพื้นฐาน ที่ Pennacchi รวบรวมไว้มีถึง 14 ตัวด้วยกัน ได้แก่:

1. iperf ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายสามารถใช้ทูลนี้ในการวัดทรูพุต, Packet Loss, และ Jitter สำหรับแก้ปัญหาเกี่ยวกับแบนด์วิธ โดยรองรับทั้งการสื่อสารแบบ TCP และ UDP โดยทาง Pennacchi แนะนำให้ใช้ UDP แทน TCP ในการทดสอบการเชื่อมต่อของ VoIP, ตรวจสอบผลกระทบด้านประสิทธิภาพของเทคโนโลยีสตรีมมิ่ง, หรือวัด Packet Loss กับ Jitter

2. Wireshark เป็นทูลวิเคราะห์และตรวจจับแพ็กเก็ตแบบโอเพ่นซอร์สที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างดี วิศวกรเครือข่ายสามารถนำมาใช้วิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาการเชื่อมต่อ, แอพพลิเคชั่นที่รันช้า, และความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆ บนเครือข่ายได้ ซึ่งสามารถตรวจจับได้บนเครือข่ายทั้งแบบใช้สายและไร้สาย

3. Wi-Fi Explorer เป็นยูทิลิตี้บนเครื่องแมค สำหรับค้นหาเครือข่าย Wi-Fi ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลอย่างชื่อเครือข่าย, BSSID, อัตรารับส่งข้อมูลที่รองรับ, รวมทั้งข้อมูลช่องสัญญาณ อีกทั้งยังให้ข้อมูลเชิงภาพของสภาพแวดล้อมบน WLAN ซึ่งทูลนี้มีราคาประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ และทำงานบน OSX ตั้งแต่เวอร์ชั่น 10.7 ขึ้นไป

4. TCP Traceroute เป็นทูลที่เปิดให้วิศวกรเครือข่ายสามารถตรวจย้อนดูเส้นทางส่งข้อมูลบนเครือข่ายได้โดยใช้โปรโตคอล TCP แทน ICMP ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการตรวจเช็คไฟร์วอลล์ที่บล็อกพอร์ตต่างๆอยู่ รวมทั้งสามารถส่งแพ็กเก็ต SYN โดยระบุพอร์ต TCP ที่ต้องการได้ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7268