คลังเก็บป้ายกำกับ: เครือข่าย

5 เครื่องมือแก้ปัญหาด้านเครือข่าย ที่เจ้าหน้าที่ไอทีควรมีติดตัวไว้ !!

คนเป็นแอดมินเน็ตเวิร์ก ต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ปัญหาจิปาถะที่เกิดขึ้นได้ทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรทั้งหมด เช่น เวลาหนึ่งอาจต้องแก้ปัญหาการยืนยันตนของผู้ใช้เพื่อเข้าใช้งานเครือข่ายไร้สาย ขณะที่นาทีต่อมาต้องมาแก้ปัญหาการกระโดดไปมาของฮ็อปเพื่อนบ้านบน BGP

แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายทั้งหลายต่างยึดมั่นกับทูลพื้นฐานรากหญ้ามานานแสนนาน ไม่ว่าจะเป็น Ping, Traceroute, หรือ DNS Lookup ปัจจุบันก็ต้องยอมรับว่ามีการพัฒนาทูลไฮเทคมากขึ้น มาช่วยแก้ปัญหาให้ราบรื่นดีกว่าเดิม ทาง NetworkComputing.com ได้สรุปทูล 5 ประเภทชั้นสูงที่จะทำให้ชีวิตของเหล่าแอดมินสดใส ง่ายดาย มีเวลาไปเล่นฟิตเนสดำน้ำดูปะการังเรียนบัลเลต์เข้าคอร์สทำอาหารยามว่างได้มากขึ้น ดังนี้

1. Protocol Analyzer
เวลาที่ต้องสืบสวนหาสาเหตุเกี่ยวกับโฟลว์การไหลของข้อมูลลงลึกไปถึงระดับแพ็กเก็ตนั้น Protocol Analyzer ถือเป็นพระเอกขี่ม้าขาเลยทีเดียว โดยจะเป็นตัวดักตรวจและบันทึกพฤติกรรมแพ็กเก็ต ให้คุณรู้ว่าแพ็กเก็ตดังกล่าวรับส่งระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์แบบไหนอย่างไร ตัวอย่างเช่น ถ้าพีซีเครื่องหนึ่งมีการเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ช้ามาก คุณก็ใช้ Protocol Analyzer ตรวจดูปัญหาการสื่อสาร ความหน่วงที่เกิดขึ้น หรือปัญหาอื่นๆ ที่เป็นต้นเหตุที่แท้จริงได้ เป็นต้น ทูลฟรีที่ทุกคนนิยมใช้กันเป็นยาสามัญประจำบ้าน ได้แก่ Wireshark ที่เอามาติดตั้งบนแล็ปท็อป แล้วเอาไปเชื่อมต่อกับสวิตช์บนเครือข่ายที่เปิดฟีเจอร์ Port Mirroring สะท้อนข้อมูลที่รับส่งก๊อปปี้มาเข้าแล็ปท็อปเพื่อรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ได้ หรือจะลงทุนซื้อ Protocol Analyzer ที่ดักเก็บข้อมูลได้ทั่วทั้งองค์กรก็จะได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นไปอีก

2. SNMP Monitoring Tools
โปรโตคอล SNMP เอาไว้ตรวจสอบสถานะอุปกรณ์บนเครือข่าย รวมทั้งอินเทอร์เฟซต่างๆ เช่น แจ้งเตือนถ้าพอร์ตหรืออุปกรณ์ไหนดาวน์ แอดมินจะได้วิ่งตรงไปยังต้นเหตุ ไม่ใช้วิ่งพล่านมั่วๆ ยืนจับสายแลนน้ำลายไหลยืดโดยไม่รู้ชะตากรรม นอกจากนี้ยังใช้ทำมาตรฐานประสิทธิภาพทราฟิกบนเครือข่ายไว้เทียบเคียงเวลาเกิดปัญหาได้ด้วย มีทูลจากหลายเจ้าที่ได้รับความนิยมไม่ว่าจะเป็น SolarWinds Network Performance Monitor, HPE Network Node Manager i (NNMi) , หรือ CA Spectrum

3. NetFlow Analytics
เป็นโปรโตคอลที่ซิสโก้เป็นผู้คิดค้น เพื่อจัดเก็บข้อมูลทราฟิกระดับไอพี เพื่อมาทำเป็นภาพการไหลของทราฟิกแบบ End-to-End ซึ่งมีอยู่บนเราเตอร์ระดับองค์กร และสวิตช์ระดับมัลติเลเยอร์เกือบทุกเครื่อง โดยตั้งค่าเพื่อส่งข้อมูล NetFlow มาให้ตัวรวบรวมและวิเคราะห์ได้อย่าง Pixer Scrutinizer หรือ SevOne NetFlow ด้วยทูลนี้ ทำให้คุณรู้ตัวการกินแรงชาวบ้านบนเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นแอพ, โฮสต์, หรือการเปลี่ยนแปลงบนเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว

4. Centralized Log Management
แน่นอนว่าการรวม log มาอยู่ที่เดียวกันจำเป็นอย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์หาสาเหตุอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่การแจ้งเตือนเมื่อมี log สำคัญ ทูลที่แนะนำก็ได้แก่ Splunk และ Greylog

5. WiFi Analyzers
เมื่อองค์กรยุคใหม่ใช้เครือข่ายไร้สายมากขึ้น ก็ควรมีทูลตรวจจับประสิทธิภาพและความทั่วถึงของสัญญาณ เพื่อแก้ปัญหาจุดอับให้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็น Netscount AirMagnet หรือ Ekahau Spectrum Analyzer เป็นต้น

ที่มา : http://www.networkcomputing.com/networking/5-advanced-network-troubleshooting-tools/678163981

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=6068

Advertisements

5 เครื่องมือแก้ปัญหาด้านเครือข่าย ที่เจ้าหน้าที่ไอทีควรมีติดตัวไว้ !!

คนเป็นแอดมินเน็ตเวิร์ก ต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ปัญหาจิปาถะที่เกิดขึ้นได้ทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรทั้งหมด เช่น เวลาหนึ่งอาจต้องแก้ปัญหาการยืนยันตนของผู้ใช้เพื่อเข้าใช้งานเครือข่ายไร้สาย ขณะที่นาทีต่อมาต้องมาแก้ปัญหาการกระโดดไปมาของฮ็อปเพื่อนบ้านบน BGP

แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายทั้งหลายต่างยึดมั่นกับทูลพื้นฐานรากหญ้ามานานแสนนาน ไม่ว่าจะเป็น Ping, Traceroute, หรือ DNS Lookup ปัจจุบันก็ต้องยอมรับว่ามีการพัฒนาทูลไฮเทคมากขึ้น มาช่วยแก้ปัญหาให้ราบรื่นดีกว่าเดิม ทาง NetworkComputing.com ได้สรุปทูล 5 ประเภทชั้นสูงที่จะทำให้ชีวิตของเหล่าแอดมินสดใส ง่ายดาย มีเวลาไปเล่นฟิตเนสดำน้ำดูปะการังเรียนบัลเลต์เข้าคอร์สทำอาหารยามว่างได้มากขึ้น ดังนี้

1. Protocol Analyzer
เวลาที่ต้องสืบสวนหาสาเหตุเกี่ยวกับโฟลว์การไหลของข้อมูลลงลึกไปถึงระดับแพ็กเก็ตนั้น Protocol Analyzer ถือเป็นพระเอกขี่ม้าขาเลยทีเดียว โดยจะเป็นตัวดักตรวจและบันทึกพฤติกรรมแพ็กเก็ต ให้คุณรู้ว่าแพ็กเก็ตดังกล่าวรับส่งระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์แบบไหนอย่างไร ตัวอย่างเช่น ถ้าพีซีเครื่องหนึ่งมีการเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ช้ามาก คุณก็ใช้ Protocol Analyzer ตรวจดูปัญหาการสื่อสาร ความหน่วงที่เกิดขึ้น หรือปัญหาอื่นๆ ที่เป็นต้นเหตุที่แท้จริงได้ เป็นต้น ทูลฟรีที่ทุกคนนิยมใช้กันเป็นยาสามัญประจำบ้าน ได้แก่ Wireshark ที่เอามาติดตั้งบนแล็ปท็อป แล้วเอาไปเชื่อมต่อกับสวิตช์บนเครือข่ายที่เปิดฟีเจอร์ Port Mirroring สะท้อนข้อมูลที่รับส่งก๊อปปี้มาเข้าแล็ปท็อปเพื่อรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ได้ หรือจะลงทุนซื้อ Protocol Analyzer ที่ดักเก็บข้อมูลได้ทั่วทั้งองค์กรก็จะได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นไปอีก

2. SNMP Monitoring Tools
โปรโตคอล SNMP เอาไว้ตรวจสอบสถานะอุปกรณ์บนเครือข่าย รวมทั้งอินเทอร์เฟซต่างๆ เช่น แจ้งเตือนถ้าพอร์ตหรืออุปกรณ์ไหนดาวน์ แอดมินจะได้วิ่งตรงไปยังต้นเหตุ ไม่ใช้วิ่งพล่านมั่วๆ ยืนจับสายแลนน้ำลายไหลยืดโดยไม่รู้ชะตากรรม นอกจากนี้ยังใช้ทำมาตรฐานประสิทธิภาพทราฟิกบนเครือข่ายไว้เทียบเคียงเวลาเกิดปัญหาได้ด้วย มีทูลจากหลายเจ้าที่ได้รับความนิยมไม่ว่าจะเป็น SolarWinds Network Performance Monitor, HPE Network Node Manager i (NNMi) , หรือ CA Spectrum

3. NetFlow Analytics
เป็นโปรโตคอลที่ซิสโก้เป็นผู้คิดค้น เพื่อจัดเก็บข้อมูลทราฟิกระดับไอพี เพื่อมาทำเป็นภาพการไหลของทราฟิกแบบ End-to-End ซึ่งมีอยู่บนเราเตอร์ระดับองค์กร และสวิตช์ระดับมัลติเลเยอร์เกือบทุกเครื่อง โดยตั้งค่าเพื่อส่งข้อมูล NetFlow มาให้ตัวรวบรวมและวิเคราะห์ได้อย่าง Pixer Scrutinizer หรือ SevOne NetFlow ด้วยทูลนี้ ทำให้คุณรู้ตัวการกินแรงชาวบ้านบนเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นแอพ, โฮสต์, หรือการเปลี่ยนแปลงบนเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว

4. Centralized Log Management
แน่นอนว่าการรวม log มาอยู่ที่เดียวกันจำเป็นอย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์หาสาเหตุอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่การแจ้งเตือนเมื่อมี log สำคัญ ทูลที่แนะนำก็ได้แก่ Splunk และ Greylog

5. WiFi Analyzers
เมื่อองค์กรยุคใหม่ใช้เครือข่ายไร้สายมากขึ้น ก็ควรมีทูลตรวจจับประสิทธิภาพและความทั่วถึงของสัญญาณ เพื่อแก้ปัญหาจุดอับให้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็น Netscount AirMagnet หรือ Ekahau Spectrum Analyzer เป็นต้น

ที่มา : http://www.networkcomputing.com/networking/5-advanced-network-troubleshooting-tools/678163981

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=6064

Wi-Fi Alliance แนะนำเทคนิคไร้สายแบบใหม่ สำหรับงานด้านระบุตำแหน่งอุปกรณ์ !

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการมาตรฐาน Wi-Fi หรือ Wi-Fi Alliance ได้ออกมาตรฐานเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์ที่อยู่ภายในอาคารได้แม่นยำค่อนข้างสูง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อแอพฯ ที่ใช้ประโยชน์จากตำแหน่งที่ตั้งได้หลากหลายมากขึ้นในอนาคต

โดยมาตรฐานที่ชื่อว่า Wi-Fi Certified Location ที่ทำงานด้วยโปรโตคอล Fine Timing Measurement ในมาตรฐาน 802.11-2016 จะคำนวณหาระยะห่างระหว่างอุปกรณ์ Wi-Fi 2 ตัวด้วยการจับเวลาที่ใช้ส่งสัญญาณ Wi-Fi ระหว่างแอคเซสพอยต์ไปยังอุปกรณ์ปลายทาง ทั้งขาไปและขากลับ

ก่อนหน้านี้การระบุตำแหน่งด้วย Wi-Fi โดยเฉพาะภายในอาคาร จะใช้การวัดความแรงของสัญญาณ ซึ่งแน่นอนว่ามีปัญหาเรื่องความแม่นยำโดยเฉพาะในตำแหน่งจุดอับสัญญาณทั้งหลาย ซึ่งถ้าจะให้แม่นยำแล้ว เจ้าของสถานที่ต้องจ้างทำสำรวจแบบ RSSI Fingerprint ซึ่งแพงมากๆ

WiFi location

ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ ไม่จำเป็นต้องสร้างหรือลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใดๆ เพิ่มเติม ทำให้ได้การประยุกต์ใช้งานที่สะดวกหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นการระบุตำแหน่งที่ตั้งในสนามบินหรือสถานีรถไฟใต้ดิน หรือแม้แต่การตรวจติดตามทรัพย์สินที่มีค่ามาก โดยเฉพาะการที่แอดมินด้านไอทีจะสามารถตรวจหาตำแหน่งของอุปกรณ์หรือแล็ปท็อปที่มีปัญหาการเชื่อมต่อได้ หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบุหาตำแหน่งของผู้คนในอาคารกรณีต้องให้ความช่วยเหลือหรือบริการฉุกเฉิน

ที่มา : https://www.networkcomputing.com/wireless-infrastructure/wi-fi-location-promises-precision/161511044

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=5713

ตามไปดู 4 ความสามารถของระบบเครือข่ายเน็ตเวิร์ก AIS NB-IoT

AIS เริ่มพัฒนาเขี้ยวเล็บเพิ่มเติม ด้วยการเปิดตัวเครือข่าย Narrow Band Internet of Thing หรือ “NB-IoT” เพื่อเสริมขีดความสามารถระบบเน็ตเวิร์กของตนอย่างแข็งแกร่ง หลังจากช่วงที่ผ่านมาอาจกล่าวได้ว่า AIS สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ของประชากรไปกว่า 98% แล้ว

ความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งนี้ทำให้ AIS มั่นใจมากขึ้นหลายเท่า ซึ่ง ฮุย เวง ชอง ซึ่งเป็นกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ไดกล่าวชัดว่า “วันนี้เครือข่าย AIS 4G ก้าวสู่เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด ครอบคลุมแล้วถึงกว่า 98% ของพื้นที่ประชากร และไม่หยุดยั้งในการนำนวัตกรรมระดับโลกเข้ามาเสริมขีดความสามารถเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ คาดว่าการเติบด้านอินเทอร์เน็ตจะขยายตัวมากกว่า 300% โดยตลาดที่เติบโตมากที่สุดคือ Fix Broadband และกลุ่มการใช้งานของอุปกรณ์ IoT ที่เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ Wearable, Machine2Machine อันถือว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนในการยกระดับการบริหารจัดการเศรษฐกิจดิจิทัล ของประเทศไทยไปอีกขั้น

ซึ่งการเติบโตลักษณะนี้ทำให้ AIS เปิดตัว เครือข่าย Narrow Band – Internet of Things ที่พร้อมรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์และบริการแบบ IoT ได้แล้วอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานระดับสากล แบบพร้อมให้บริการได้ทันที หรือ LIVE Network

ฮุย เวง ชอง
ฮุย เวง ชอง กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส

สำหรับจุดเด่นเครือข่าย Narrow Band IoT ของเอไอเอส อาทิ

1. สนับสนุนการใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำ จึงช่วยทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ IoT อยู่ได้นานถึง 10 ปี
2. สามารถรองรับปริมาณอุปกรณ์ IoT ได้สูงสุดในระดับแสนตัวต่อสถานีฐาน
3. รัศมีครอบคลุมของเครือข่ายต่อสถานีฐาน กระจายได้มากกว่า 10 ก.ม. รวมถึงในตัวอาคารก็ยังรับสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. สามารถพัฒนาเครือข่ายให้เปิดบริการ IoT ได้อย่างรวดเร็ว เพราะออกแบบอุปกรณ์ให้ใช้ร่วมกับ โครงข่าย 4G ในปัจจุบันได้

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=5354

eBlocker อุปกรณ์รักษาความเป็นส่วนตัวให้บ้านคุณ

eBlocker อุปกรณ์รักษาความเป็นส่วนตัวให้บ้านคุณ เพียงนำมาเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายในบ้าน ก็จะช่วยป้องกันการตรวจจับความเคลื่อนไหวต่างๆ, ปิดกั้นโฆษณา, รวมทั้งซ่อนเลขไอพีของอุปกรณ์ทั้งหมดบนเครือข่ายให้ นอกจากนี้ยังใช้คัดกรองเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมไม่ให้ลูกหลานของคุณเข้าถึงได้ทั้งผ่านอุปกรณ์ต่างๆ หรือเว็บบราวเซอร์ด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ – https://www.eblocker.com/en/

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=4988

WindTalker เทคนิคที่แฮ็กเกอร์ สามารถดึงข้อมูลของคุณบนทัชสกรีนมือถือ ผ่านระบบ Wi-Fi

ในงานประชุม 23rd Association for Computing Machinery Conference on Computer and Communications Security ที่เวียนนาเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมานั้น กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Shanghai Jaio Tong, มหาวิทยาลัย South Florida, และมหาวิทยาลัยแมซซาชูเซสได้สาธิตเทคนิคใหม่ที่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวได้จากการวิเคราะห์สัญญาณวิทยุ เพียงใช้ฮ็อตสป็อตแค่ตัวเดียวเท่านั้น

เทคนิคนี้เรียกว่า WindTalker โดยการจับข้อมูลการเคลื่อนไหวนิ้วของผู้ใช้บนทัชสกรีนของสมาร์ทโฟน หรือบนคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ได้ด้วยการอ่านลักษณะสัญญาณวิทยุที่เรียกว่า Channel State Information (CSI)

เมื่อคุณกดเลขหรือรหัสผ่านบนแอพใดๆ หรือแม้แต่การเลื่อนนิ้วเพื่อล็อกหน้าจอบนสมาร์ทโฟน จะเป็นการรบกวนสัญญาณไวไฟที่ส่งออกมาจากโทรศัพท์ ซึ่งทำให้แฮ็กเกอร์สามารถดูดข้อมูลดังกล่าวได้เพียงแค่เข้าควบคุมฮ็อตสป็อตที่อุปกรณ์นั้นๆ เชื่อมต่ออยู่

windtacker2

เทคนิคนี้ไม่จำเป็นต้องเจาะระบบบนเครื่องของผู้ใช้งานเลยแม้แต่นิดเดียว แต่จำเป็นที่ฮ็อตสป็อตที่เข้าควบคุมนั้นต้องรองรับเทคโนโลยี Multiple Input, Multiple Output (MIMO) และจำเป็นที่ต้องแยกลักษณะการจับสัญญาณตามรุ่นและยี่ห้อของอุปกรณ์ด้วย

ที่มา : http://thehackernews.com/2016/11/hack-wifi-password.html

from:http://www.enterpriseitpro.net/?p=4205

โอ้ว ! Google และ Facebook สร้างเครือข่ายไฟเบอร์ใต้น้ำขนาดความยาว 12,800 กิโลเมตร !

Google และ Facebook ประกาศว่าพวกเขาได้ร่วมกันลงทุนในโครงการระบบเคเบิลใต้น้ำเชื่อมระหว่างเมืองลอส แองเจอรีส และเกาะฮ่องกง และจะกลายเป็นเครือข่ายที่เร็วและให้คาปาซิตี้สูงที่สุดในโลก

ยักษ์ใหญ่แห่งซิลิคอนวัลเล่ย์ได้รวมทีมกันพร้อมกับบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งการสื่อสารใต้นาม TE Subcom และ Pacific Light Data Communication (PLDC) ผู้ให้บริการระบบบรอดแบนด์สัญชาติฮ่องกง ในการสร้างเครือข่าย Pacific Light Cable Network (PLCN) โดยจะเป็นไฟเบอร์ขนาด 12,800 กิโลเมตร และมีคาปาซิตี้สูงถึงขนาด 120 Tbps

subcable1ซึ่งความสามารถขนาดนี้สามารถที่จะรองรับระบบการประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์แบบ HD ได้พร้อมกันถึง 80 ล้านคอนเคอร์เรนซ์ (Concurrent) และเมื่อสมบูรณ์เสร็จสิ้นมันจะกลายเป็นเครือข่ายที่ให้ความสามารถสูงที่สุดที่เคยมีมา โดยคาดว่าน่าจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2018

ที่มา : http://www.zdnet.com/article/google-facebook-investing-in-submarine-cable-system-from-la-to-hong-kong/

from:http://www.enterpriseitpro.net/?p=3617