คลังเก็บป้ายกำกับ: 1._NOTEBOOK_NEWS

Apple – อาจจะอัพเดท MacBook 12 ??? พบร้านค้าหลายร้านเริ่มไม่มีขายแล้ว !!!คาดเปลี่ยนจาก Core M เป็น Core i

จากในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2018 ที่ผ่านมานั้นมีเรื่องน่าแปลกใจอยู่หนึ่งอย่างซึ่งนั่นก็คือการที่ทาง Apple ไม่มีการอัพเดท MacBook 12 นิ้วออกมาอย่างเป็นทางการทั้งๆ ที่จริงแล้วในช่วงนั้นทาง Apple น่าจะทำการอัพเกรด MacBook รุ่นดังกล่าวเนื่องจากว่าถึงช่วงเวลาที่ Apple น่าจะทำการอัพเกรดได้แล้ว อย่างไรก็ตามแต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นั้นมีสัญญาณที่บ่งบอกว่าในเวลาอันใกล้นี้ Apple อาจจะออกมาทำการอัพเกรด MacBook โมเดลขนาดหน้าจอ 12 นิ้วแล้วครับ

สัญญาณดังกล่าวนั้นเริ่มต้นที่ Best Buy ซึ่งในหน้าเว็บสำหรับการจำหน่าย MacBook โมเดล 12 นิ้วนั้นได้ถูกแจ้งว่าสินค้าหมดไปเรียบร้อยครับ โดยโมเดลที่ถูกจำหน่ายหมดไปนั้นจะเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Core i5 และแหล่งเก็บข้อมูลขนาด 512 GB ซึ่งทุกสีที่วางจำหน่ายนั้นได้หมดไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ที่ยังจะสามารถหาได้อยู่นั้นก็คือโมเดลที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลขนาด 256 GB สี Rose Gold เท่านั้นครับ

จากสัญญาณดังกล่าวนี้นั้นมีความเป็นไปได้สูงมากครับว่าทาง Apple จะทำการอัพเกรด MacBook โมเดลขนาดจอ 12 นิ้วในเร็วๆ นี้เพราะทุกครั้งที่ร้านค้าออนไลน์ใหญ่ๆ เริ่มมีการล้างสต๊อคสินค้าทีไรนั่นหมายความว่าทาง Apple ก็จะมีของใหม่เข้ามาแทนที่ทุกที ทั้งนี้ตามข่าวลือก่อนหน้านี้นั้นก็พบว่าทาง Apple เองจะเริ่มมีการอัพเกรด MacBook ทุกรุ่นในช่วงไตรมาสที่จะถึงนี้โดยการอัพเดทที่ใหญ่ๆ นั้นก็หนีไม่พ้นหน่วยประมวลผลที่จะเปลี่ยนมาใช้รุ่นสถาปัตยกรรม Coffee Lake นี่ล่ะครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/some-12-inch-macbook-models-have-gone-out-of-stock-at-an-online-retailer-is-apple-refreshing-this-notebook-too/450925/

Advertisements

Review – SADES Knight Pro, SADES Scythe, SADES Meteor ครบชุดสำหรับสายเกม

ไม่ว่าท่านจะเป็นสายเล่นเกมเป็นหลัก หรือสายเล่นเกมเพื่อผ่อนคลายเป็นงานอดิเรก ก็ล้วนจะต้องมีอุปกรณ์เกมมิ่งครบชุดติดตัวไว้เพื่อความอุ่นใจสำหรับการเล่นเกม เพราะเมาส์หรือหูฟังทั่วๆไปคงไม่ต้องโจทย์การเล่นเกมนัก เล่นๆไปอาจจะมีอาการหัวร้อนได้ แต่ครั้นจะซื้อให้ครบชุดทั้งหูฟัง เมาส์ และเมาส์แพ็ด กับแบรด์ดังๆบางแบรนด์ก็อาจจะเพิ่มโรคทรัพย์จางเข้าไปอีกด้วย แถมซื้อมาบางท่านก็ไม่ได้ใช้เลย จะเสียดายเงินเปล่าๆ วันนี้ผมเลยอยากจะมาขอแนะนำเซ็ตอุปกรณ์เกมมิ่งครบชุดที่มาในราคาสุดคุ้ม แต่ยังคงมาพร้อมฟังค์ชั่นเด็ดๆ และการใช้งานที่ไม่ต่างจากแบรนด์แพงๆเลยกับ SADES Knight Pro, SADES Scythe และ SADES Meteor

เซ็ตอุปกรณ์ที่ทีมงานได้มาทดสอบในวันนี้จากค่ายที่เราคุ้นเคยอย่าง SADES ที่มีทั้ง เฮดโฟน SADES Knight Pro  ,เมาส์ SADES Scythe และ แผ่นรองเมาส์ SADES Meteor ที่มาในราคารวมเพียง ห้าพันบาทนิดๆเท่านั้น เหมาะกับสายเกมมิ่งที่มีงบประมาณไม่สูงมาก แต่ต้องการอุปกรณ์ครบชุดทั้ง เฮดโฟน เมาส์ และแผ่นรองเมาส์ ที่มีทั้งฟังค์ชั่นไฟ RGB สุดสวยงาม หรือเฮดโฟนที่มีฟังค์ชั่นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ

ฟีเจอร์เด่น SADES Scythe

  1. มีปุ่มที่สามารถตั้งค่าได้ทั้งหมด 7 ปุ่ม
  2. มีโหมดไฟ RGB 11 โหมด
  3. ปรับ DPI และตั้งค่า Macro ได้
  4. มีรูปทรงรับมือ ใช้งานสะดวก

SADES Scythe Specification
DESIGN

  • Ergonomic, Right-Handed
  • Grip Style: Palm, Claw, Fingertip
  • Buttons: 7
  • Length:132.2 mm/5.20 in
  • Width: 74 mm/2.91 in
  • Height: 40.7 mm/1.60 in
  • Cable Length: Approx. 1.8 m/5.91 in
  • Input Plug: USB Plug
  • Built-in Memory: 32k built-in memory

SENSOR

  • Sensor Name: Pixart A3050
  • Sensor Type: Optical
  • CPI: 250-4,000
  • Refresh Rate: 6,000 f/s
  • Maximum Acceleration: 30 g
  • Maximum Speed: 60 in/s
  • Report Rate: 125/250/500/1000

CUSTOMIZATION OPTIONS

  • Mouse Speed
  • Scrolling Speed
  • Double-Click Speed
  • 11 RGB Lighting Modes
  • 7 Programmable Buttons

WEIGHT/SIZE/EAN CODE

  • Weight(Mouse only):135±5 g/0.29 lb
  • Weight (Headset & Package): 300g/0.66lb
  • Box Size: 85*66*165mm/3.35*2.60*6.50 in

PACKAGE CONTENT

  • Mouse
  • Guarantee Card
  • User Manual

SADES Scythe มาในกล่องโทน RGB แต่ยังเน้นสีฟ้าในแบบ SADES เน้นฟังค์ชั่นในแบบ RGB และฟีเจอร์โชว์บนกล่องอย่างครบครัน นอกจากตัวเมาส์ก็ยังมาพร้อมคู่มือการใช้งานอีกด้วย

SADES Scythe ออกแบบมาได้อย่างลงตัว ด้วยวัสดุผิวดำด้าน ไม่ติดรอยนิ้วมือ โลโก้ SADES อยู่ตรงอุ้งมือพอดี ตรงกลางข้างปุ่ม Scroll จะเป็นปุ่มปรับ DPI ที่สามารถปรับตั้งได้ 4 ระดับ (ตั้งแต่ 250 – 4000 DPI) พร้อมจุดโปร่งแสงเพื่อให้เป็นช่องแสดงแสงสี RGB ที่มีทั้งตัวบริเวณโลโก้ เมาส์ ปุ่ม Scroll และเส้นขอบรอบตัวเมาส์  ใต้เมาส์จะมีการเล่นลายเส้นสีฟ้าผ่ากลางเมาส์ พร้อมฐานรองเมาส์ 4 จุด

SADES Scythe ออกแบบด้านข้างขึ้นรูปเป็นเหลี่ยมคล้ายลายเพชรที่นอกจากสวยงามแล้วยังช่วยให้จับได้กระชับมือ บริเวณนิ้วโป้งจะมีปุ่ม Forward/Backward และ Sniper Button ปุ่มเสริมเพิ่มขึ้นมา ซึ่งปุ่มเหล่านี้เราสามารถตั้งเองได้ในโปรแกรมว่าจะให้เป็นคำสั่งอะไรก็ได้ และยังสามารถเห็นลายเส้นของไฟ RGB อยู่ด้านข้างเมาส์ด้วย

สายเชื่อมต่อเป็นแบบ USB Type-A เคลือบทองเหลือง แบบสายยางมาตรฐาน โดยจะมียางปิดมาจากโรงงานป้องกันคราบต่างๆ

ฟีเจอร์เด่น SADES Knight Pro

  1. หูฟังมาพร้อมเทคโนโลยี Bongiovi Acoustic DPS technology ที่ทำให้ได้รับเสียงคมชัด
  2. ปรับการใช้งานได้ 2 โหมด คือ SINGLE PLAYER MODE และ MULTIPLAYER MODE ซึ่งให้เสียงที่แตกต่างกัน
  3. สวมใส่สบาย ไม่อับ
  4. ไมค์เป็นแบบตัดเสียงรบกวน และรับเสียงได้ทุกทิศทาง
  5. ปรับแต่งได้สะดวก เพราะมีรีโมตคอนโทรลที่สาย

SADES Knight Pro Specification

SPEAKER

  • Loudhailer diameter : 50mm
  • Sensitivity (Single): 90 ± 3 dB at 1 kHz
  • Sensitivity (Multiplayer) : 106 ± 3 dB at 1 kHz
  • Frequency response : 20~20,000 Hz
  • Impedance : 16 Ω at 1 kHz
  • Handling Power Capacity : 20 mW

MICROPHONE

  • Dimension : 6.0 * 5.0 mm
  • Sensitivity : -38 ± 3 dB at 1 kHz
  • Frequency response : 50-10kHz
  • Impedance : ≤ 2.2 KΩ at 1 kHz
  • Directivity: omnidirectional

PACKAGE CONTENT

  • Headset
  • User manual
  • SADES® exclusive sticker
  • Guarantee card
  • Carry pouch
  • Replacement mesh ear pads
  • Introduction of high performance audio engine

CONNECTION

  • Input Plug : Gold-plated USB Plug
  • Cable Length : 3.0 m/ 0.94 ft

SADES Knight Pro มาในกล่องมาตรฐานตามแบบฉบับ SADES โทนสีฟ้า พร้อมระบุสเปค ฟีเจอร์เด่นครบครัน

อุปกรณ์ภายในกล่องนอกจากตัว SADES Knight Pro ก็ยังมาพร้อมสติกเกอร์โลโก้ SADES ถุงใส่ และแพ็ดหูฟังแบบฟองน้ำผ้า เผื่อท่านที่ไม่ชอบแบบหนังเทียมที่ติดมาด้วย

SADES Knight Pro ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ สามารถครอบศีรษะได้อย่างสะดวก วัสดุหลักจะเป็นพลาสติกมีความแข็งแรงดีทีเดียว โดยจะมีก้านเป็นเหล็ก ตัวหูฟังจะจะบิดได้พอสมควร ด้านหลังหูฟังจะหนาและใหญ่หน่อยเนื่องจากเป็นแบบครอบทั้งใบหู โดยฟองน้ำที่ติดมาเป็นแบบหนังเทียมไม่อับ และไฟ LED สีน้ำเงิน/แดง เพื่อแบ่งโหมดการใช้งาน บริเวณโลโก้หมาป่าของ SADES และขอบหูฟังอีกหลายตำแหน่ง น้ำหนักโดยรวมไม่มากนัก

ก้านครอบหัวที่สามารถบิดงอได้พอสมควร แต่ไม่มากนักเนื่องจากเป็นเหล็ก มีความแข็งแรงสูงโดยจะมีฟองน้ำบุด้วยหนังเทียมขนาดพอเหมาะรองรับด้านบนของศีรษะ มีการใส่รายละเอียดในส่วนของชื่อรุ่นไว้ตรงก้านที่ยืดออกไว้ด้วย สวยงามดีทีเดียว จากการใช้งานก้านไม่แข็งมาก แต่ค่อนข้างบีบศีรษะในช่วงแรกๆ แต่เมื่อใช้งานไปสักพักจะรู้สึกดีขึ้น ตัวแพ็ดของหูฟังสามารถหมุนได้พอสมควรเพื่อปรับให้เข้าทรงศีรษะของผู้ใช้

ไมค์เป็นแบบตัดเสียงรบกวน และรับเสียงได้ทุกทิศทาง สามารถปรับบิดงอให้เข้ากับปากของแต่ละท่านได้ หัวต่อ USB ออกแบบให้สามารถบิดงอได้โดยที่สายไม่หัก อีกทั้งยังเป็นสายแบบถัดหุ้มด้วยยางช่วยให้ใช้งานได้ทนทานมากกว่า มีรีโมตคอนโทรลที่สายสามารถปรับแต่งเสียงของหูฟังได้สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเพิ่มลดเสียง เปิดปิด ไมค์หูฟัง หรือปรับแต่งโหมดเสียง โดยเมื่อปิดเปิดหรือเปลี่ยนโหมดไฟที่ปุ่มก็จะเปลี่ยนสีไปด้วย

ฟีเจอร์เด่น SADES Meteor

  • แผ่นรองเมาส์ผ้าที่มีผิวสัมผัสนุ่ม และมีด้านใต้ที่ทำจากยาง กันลื่น
  • ขอบสามารถแสดงไฟ RGB ได้ 7 สี
  • สายเป็นแบบ Micro USB สามารถถอดได้

SADES Meteor Specification

SIZE

  • Length: 350mm/13.78in
  • Width: 260mm/10.24in
  • Thickness: 4.00mm/0.16in

DURABILITY:

  • Mouse Glide Distance: >250km
  • WEIGHT/BOX SIZE/EAN CODE
  • Weight (Mouse pad/ USB Cable) : 231 g (0.51 lb) / 33g (0.07 lb)
  • Weight (Mouse pad+ USB Cable+Package): 538 g/ 1.19 lb
  • Box Size: 290*30*370 mm/ 11.41*1.18*14.57 inSPECIFICATION
  • Power Supply Input: USB/Adapter 5V / less than 100mA
  • Power Connector Type: Micro USB
  • USB Cable Length: 2.2m/ 7.22ft

 

มาถึงแผ่นรองเมาส์ SADES Meteor ในกล่องสีสันสดใสพร้อมระบุจุดเด่นชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องของไฟ RGB ที่โชว์สีสันให้เห็นอย่างชัดเจน โดยอุปกรณ์ในกล่องหลักๆจะมีตัว เมาส์แพ็ด SADES Meteor และสาย Micro USB

SADES Meteor แผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกม มีพื้นผิวด้านบนนุ่มนวลแต่แข็งแรงทนทาน แต่ก็ยังให้ความลื่นไหลที่เหมาะสมสำหรับการเล่นเกม และด้านล่างเป็นผิวยางที่ช่วยให้จัดวางได้กระชับไม่ขยับเขยื่อนได้ง่าย พร้อมขอบของตัวเมาส์แพ็ดที่เป็นแสงไฟ RGB ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามต้องการ อีกทั้งยังมีความยืดหยุดสูงสามารถขยับ บิด หรือพับได้ตามต้องการเหมือนแผ่นรองเมาส์ทั่วไป

 

ตัวควบคุมของ SADES Meteor บริเวณขอบด้านบน จุดเชื่อมต่อเป็นหัว Micro USB มาตรฐาน ทำให้ถ้าไม่ต้องการใช้ไฟ RGB ก็แค่ถอดสายออกใช้เป็นเมาส์แพ็ดธรรมดาได้ และจะมีปุ่มเปลี่ยนสีไฟ RGB เล็กๆอยู่ข้างๆกัน เป็นจุดเดียวที่เป็นพลาสติกแข็งบิดงอไม่ได้

ในโปรแกรมสำหรับปรับแต่งเมาส์ SADES Scythe สามารถตั้งค่าได้มากมายตั้งแต่ ค่าคลิกของปุ่มเมาส์ Scrolling ปุ่มลัดต่างๆทั้ง 7 ปุ่ม (กระทั่งปุ่มคลิกเมาส์ซ้าย/ขวาก็เปลี่ยนได้) การตั้งค่าโหมดไฟ RGB ที่มีให้เลือก 11 โหมด สีไฟเวลาแสดงค่า DPI ไปจนถึงเซ็ตปุ่มมาโคร

จุดเด่นของ SADES Scythe คือโหมดไฟ RGB ที่ไม่ได้มีแค่ติดค้างหรือติดสลับเท่านั้น ยังมีลูกเล่นอื่นๆมากถึง 11 โหมด ปรับได้ตามใจชอบในโปรแกรมได้เลย โดยเฉพาะเส้นไฟรอบเมาส์เวลาวิ่งนี่สวยงามดีทีเดียว  อีกทั้งเวลาเราปรับค่า DPI ก็จะมีไฟกะพริบเป็นสีค่าต่างๆซึ่งก็ปรับได้เช่นกันครับ ต่างจากเมาส์ราคาถูกที่มีไฟ RGB ของค่ายอื่นอย่างเห็นได้ชัด

จากการใช้งานเล่นเกม รวมถึงใช้งานทั่วไปตอบสนองได้จัดว่าดีทีเดียว คลิ๊กค่อนข้างนิ่มไม่แข็งจนเกินไป ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปจับถือได้สะดวก ใช้งานได้นานโดยไม่เมื่อยมือ เมาส์ค่อนข้างลื่น สั่งงานเกม FPS ได้สะดวก น้ำหนักกำลังดี อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งในโปรแกรมได้อีกเพียบ

จากการทดสอบใช้งาน SADES Knight Pro ต้องบอกว่าออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยี Bongiovi Acoustic DPS technology ที่ทำให้ได้รับเสียงคมชัด มีเสียง เบสชัดเจนมากกว่าหูฟังทั่วไป เหมาะกับสาย FPS ที่เน้นฟังเสียงการเคลื่อนที่หรือทิศทางการระเบิด นอกจากนั้นยังยังมารับปรับเปลี่ยนโหมดสำหรับเล่นเกมได้ 2 โหมดทั้ง SINGLE PLAYER MODE และ MULTIPLAYER MODE ซึ่งจะให้โทนเสียงต่างกันไป

  • SINGLE PLAYER MODE แสดงไฟสีน้ำเงิน จะเน้นเสียงเอฟเฟกในเกม โดยเฉพาะเสียงเบส เพื่อให้สามารถฟังรายละเอียดของเสียงในเกมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  • MULTIPLAYER MODE แสดงไฟสีแดง เน้นเสียพูดคุยกันในเกมเป็นหลัก หรือถ้าฟังเพลงก็จะได้ยินเสียงร้องที่ชัดมากกว่า เสียงดนตรีหรือเอฟเฟกโดยรอบ

นอกจากเรื่องของเสียงแล้ว ตัวหูฟังก็ยังมีการเล่นแสงสีที่สวยงามทั้งสีแดงและน้ำเงิน ตามโหมดที่เราปรับใช้งาน (ไม่ใช่ไฟ RGB นะครับ) ตำแหน่งของไฟมีหลายจุดเลยทีเดียว ไมค์ที่ติดมาด้วยก็ยังสามารถตัดเสียงได้ทำให้เสียงสนธนาคมชัด อีกทั้งยังรับเสียงรอบทิศทางได้ดีทีเดียว

แผ่นรองเมาส์ SADES Meteor มาพร้อมขอบที่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามต้องการ 7 สี เหมาะกับการใช้งานยามค่ำคืนยิ่งนัก ทำให้เห็นระยะของแผ่นรองเมาส์ และยังเอาไว้อวดเพื่อนๆได้ด้วย เส้นสีนี้ก็ไม่ได้เป็นวัสดุแข็งทำให้สามารถบิดงอได้ตามต้องการ ต่างจากของอีกหลายแบรนด์ที่เป็นวัสดุแข็งทำให้ไม่สามารถจัดวางได้ตามต้องการมากนัก โดยการเปลี่ยนสีสันก็เพียงแค่กดบนปุ่มบริเวณสายต่อ โดยกดเปลี่ยนสีไปจนถึงการเปิดสีวนลูปได้ หรือถ้าไม่ต้องการให้ไฟติดก็แค่กดค้างไว้ 2 วินาที

จากการทดสอบใช้งานตั้งแต่งานเอกสาร ไปจนถึงการเล่นเกมหลายๆแนวไม่ว่าจะเป็น FPS ,MOBA หรือเกมแนว Open world ที่ต้องใช้พื้นที่แผ่นรองเมาส์กว้างๆ ด้วยขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวก และด้วยพื้นผิวที่เรียบและลื่นทำให้สามารถขยับเมาส์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ติดขัดเหมือนแผ่นรองเมาส์ที่เน้นความหนืด เมื่อบวกกับไฟ RGB ด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความสวยงามมากขึ้นไปอีก

หูฟัง SADES Knight Pro มาในราคา 2,990 บาท อาจจะดูสูงสักหน่อยหากเทียบกับ หูฟังรุ่นอื่นจาก SADES แต่ก็ให้ฟังค์ชั่นจัดเต็มโดยเฉพาะโหมดของเสียงที่สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเล่นเกมคนเดียว หรือเล่นเกมเป็นทีม นอกจากนั้นยังมาพร้อมชิปเสียงพิเศษที่ช่วยเพิ่มอรรธรสในเกมเพิ่มมากขึ้น

จุดเด่น

  • ระบบเสียงที่สามารถปรับโหมดตามผู้ใช้
  • วัสดุดีแข็งแรงทนทาน
  • ไฟแสดงโหมดการใช้งาน
  • ไมค์ปรับเข้ารูปและตัดเสียงรบกวนได้

ข้อสังเกตุ

  • หูฟังบีบศีรษะไปนิด
  • มีราคาสูงกว่ารุ่นอื่น

ซื้อได้ที่ : https://goo.gl/3Nc5Na

เมาส์ SADES Scythe ราคา 1,090 บาท จัดเต็มสำหรับสาย RGB ด้วยการควบคุมระบบไฟได้อิสระถึง 11 โหมด ปรับ DPI ได้มากถึง 4,000 DPI การออกแบบตัวเมาส์ที่เข้ารูปมือใช้งานได้สะดวก วัสดุจัดได้ว่าค่อนข้างดี อีกทั้งยังมีโปรแกรมที่สามารถปรับแต่งได้มากกว่า

จุดเด่น

  • ไฟ RGB ปรับได้เยอะถึง 11 โหมด
  • โปรแกรมสามารถปรับแต่งได้พอสมควร
  • รองรับ DPI 250 – 4,000
  • ออกแบบได้เข้ากับรูปมือ

ข้อสังเกตุ

  • สายเป็นยางทำให้ขาดหรือชำรุดได้ง่าย

ซื้อได้ที่ : https://goo.gl/XxvHxi

แผ่นรองเมาส์ SADES Meteor ราคา 1,090 บาท โดดเด่นด้วยไฟ RGB ที่ขอบซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้พอสมควร สาย USB ที่ถอดได้เผื่อจะไม่ต้องการไฟ RGB จะได้ไม่เกะกะ อีกทั้งยังสามารถม้วนบิดงอได้ วัสดุเองก็จัดว่าดี มียางกันลื่น ผิวสัมผัสก็ลื่นดีทำให้เลื่อนเมาส์สั่งงานได้ตามต้องการ

จุดเด่น

  • ไฟ RGB รอบขอบแผ่นรองเมาส์
  • ผิวสัมผัสสามารถสอบรับการใช้งานเมาส์ได้อย่างดี
  • สาย USB สามารถถอดออกได้

ข้อสังเกตุ

  • ผิวสัมผัสเป็นขุยได้ง่ายหากถูกเกี่ยวด้วยของแหลม

ซื้อได้ที่ : https://goo.gl/AMJTYa

สรุปส่งท้ายสำหรับอุปกรณ์เกมมิ่งเกียรทั้ง 3 ตัวจาก SADES (หรือก็คือ Tsunami นั่นละ) นั้นออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณซื้ออุปกรณ์ไม่สูงมาก แต่ก็ยังต้องการฟังค์ชั่นการใช้งานที่ครบครันไม่ต่างจากแบรนด์อื่นๆ แต่มาในราคาที่ประหยัดคุ้มค่ากว่า อีกทั้งยังมีฟีเจอร์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าท่านจะเล่นเกมเป็นงานหลัก หรือเล่นเกมเป็นงานอดิเรคก็น่าจะชื่นชอบอุปกรณ์เกมมิ่งเกียรจาก SADES ชุดนี้

from:https://notebookspec.com/review-sades-knight-pro-sades-scythe-sades-meteor/450140/

NVIDIA – หลุดผลเทส GeForce RTX 2080 เผยประสิทธิภาพแรงกว่า TITAN V

ดูเหมือนว่าคะแนน Benchmark ที่หลุดออกมานี้ วิศวกรของ NVIDIA เองเหมือนจะรีบร้อนเกินไปกับการทดสอบเนื่องจากในช่อง GPU ที่ใช้ชื่อว่า “NVIDIA Graphics Device” มีประสิทธิภาพสูงกว่า TITAN V เฉย ซึ่งข้อมูลนี้เพิ่งถูกปล่อยออกมาจากฐานข้อมูลเกม Ashes of the Singularity (อีกล่ะ)

โดยข้อมูลผลเทสที่หลุดออกมานี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ระบุชื่อ แต่พอคาดเดาว่าได้เป็น NVIDIA RTX 2080 หนึ่งในเหตุผลที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น เพราะ โปรไฟล์ผู้เทสใช้ชื่อ NVGTLTest009 ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีผลทดสอบ GPU เดียวกัน ซึ่งดูเหมือนจะเป็น NVIDIA RTX 2080 ใช้ชื่อ NVGTLTest007 ด้วย

 

หลายคนอาจจะคิดว่าอาจจะเป็นการปลอมชื่อก็ได้ มันก็จริงอยู่ แต่แน่ๆ คือการปลอมคะแนนแทบจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่งเป็นหนึ่งการปรับ Benchmark ในรูปเป็นระดับสูงสุดแบบตั้งค่า Crazy 4k และ 5k เซสชั่นมาตรฐานที่แสดงไว้มีประสิทธิภาพเหนือกว่า TITAN V สามารถเล่นเกมบทความละเอียด 4K 60 FPS ได้สบายๆ หรือจะเล่น 4K 120 FPS ก็ได้เช่นกันหากปรับตั้งค่า AA ลดลงมาหน่อย รวมถึงรองรับ VR แบบ 2K 90 FPS ด้วย

ทำให้ผล Benchmark ที่หลุดออกมาค่อนข้างมั่นใจว่าต้องเป็นการ์ดจอตระกูล Quadro หรือ GeForce RTX 2080 แน่นอน งานนี้บอกเลยว่าประสิทธิภาพความแรงจะถือเป็นก้าวกระโดดอีกครั้ง ยิ่งกว่าจากซีรีส์ 9XX ไป 10XX เสียอีก ใครที่กำลังมองหาการ์ดจออยู่เก็บเงินรอซื้อคุ้มใหม่แรงๆ หรือไม่ก็รอมือสองราคาดิ่งได้เลยครับ

ที่มา :  wccftech

from:https://notebookspec.com/nvidia-geforce-rtx-2080-benchmarks/450741/

NVIDIA – เตรียมเปิดตัวการ์ดจอ GeForce RTX 2080 ในงาน Gamescom วันที่ 20 สิงหาคมนี้

ดูเหมือนว่า NVIDIA จะมีลูกเล่นเยอะเสียเหลือเกิน จากที่ลือว่ารุ่นท็อปเรือธงจะเป็น GTX 1180 บ้าง GTX 2080 บ้าง คราวนี้ทางก็ยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้าวมาว่าจะเป็นรุ่น RTX 2080 ซึ่งจะใช้สถาปัตยธรรม Turing พร้อมทั้งพัฒนาเรื่องระบบ Cooler ใหม่ Backplate ใหม่ และ Shroud ใหม่ด้วย

นอกจากนี้ NVIDIA ยังได้จดเครื่องหมายการค้า GeForce RTX และ Quadro RTX ไว้เรียบร้อยแล้วด้วย ส่วนตัว R ยังไม่แน่ชัดว่ามาจากอะไร แต่ก็คาดเดากันว่า NVIDIA จะชูฟีเจอร์ Ray tracing ซึ่งจะช่วยให้ GPU ของ NVIDIA สามารถใช้งานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเล่นเกมจำพวกเกมที่กินสเปคหนักๆ

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลที่หลุดออกมายังไม่มีการพูดการเล่นเกมบนความละเอียด 4k 60 FPS ว่าจะสามารถเล่นได้เล่นดีแค่ไหน ประสิทธิภาพเป็นยังไง คงต้องรอติดตามกันต่อไปหลัง 20 สิงหาคมนี้ รู้เรื่องแน่นอน

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/nvidia-release-geforce-rtx-2080-gamescom/450720/

Lenovo – ThinkPad P1 สุดยอดโน้ตบุ๊คบางเบาสายมืออาชีพสเปก Xeon + Quadro จอ 15.6″ เบาแค่ 1.7 กิโลกรัม

สิ่งหนึ่งที่ชอบโน้ตบุ๊คกับคอมพิวเตอร์พกพา ก็คือมันสามารถให้เราทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา แต่นั่นอาจจะเป็นแค่งานเบาๆ ที่ประมวลผลไม่หนักมาก ซึ่งช่วงหลังๆ เทคโนโลยีต่างๆ ได้พัฒนามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เรามีโน้ตบุ๊คที่บางเบาลงกว่าเมื่อก่อน แต่ประสิทธิภาพการทำงานเทียบเท่ากับพีซีตั้งโต๊ะแรงๆ เลยทีเดียว

ซึ่งจริงๆ แล้วโน้ตบุ๊คก็แบ่งออกไปเป็นหลายประเภทด้วยกัน ทั้งอย่างใช้งานทั่วไป เน้นบางเบา เน้นเล่นเกม รวมไปถึงเน้นทำงาน นอกจากนี้ก็จะมีส่วนของที่เน้นเน้นทำงานหนักๆ ระดับมือาชีพอย่าง Mobile Workstation อีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเราคงคุ้นเคยกับบรรดา Apple MacBook Pro, Dell Precision และ HP ZBook กันอยู่บ้างแล้ว แต่ที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ Lenovo ThinkPad ที่การันตีว่าเป็นของดีด้วยชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน

ล่าสุดทาง Lenovo ได้มีการเปิดตัว ThinkPad รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เป็นโน้ตบุ๊คที่เน้นทั้งความบางเบาอย่างที่สุด แต่ก็ยัดสเปกภายในมาอย่างสุดๆ เช่นกัน อย่าง Lenovo ThinkPad P1 ที่เป็น Mobile Workstation โน้ตบุ๊คอีกรุ่นที่สายมืออาชีพต้องจับตามอง เพราะมันมาพร้อมกับสเปกที่แรงจัดเต็มด้วยชิปประมวลผลสูงสุดอย่าง Xeon E-2176M และการ์ดจอเน้นงาน 3 มิติด้วย NVIDIA Quadro P2000 โดยติดตั้งแรมได้สูงสุด 64GB และ SSD M.2 NVMe อีก 4TB แต่ก็ยังได้ความบางที่ 18.4 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 1.7 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

ส่วยสเปกรายละเอียดอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยหน้าจอขนาด 15.6″ ที่เหมาะสมกับการใช้งานบนความละเอียดสูงสุด ที่ 4K Ultra HD ส่วนแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดกว่า 13 ชั่วโมง พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อความเร็วสูง Thunderbolt 3.0 จำนวน 2 พอร์ต อีกทั้งยังมี USB 3.1 Type-A อีก 2 พอร์ต และพอร์ตการเชื่อมต่ออื่นๆ อย่าง HDMI, Mini Ethernet, SD Card Reader หรือจะใส่ตัวอ่าน Smart Card ก็สามารถเลือกเพิ่มเอาได้ ส่วนระบบปฏิบัติก็เป็น Windows 10 ส่วนเวอร์ชั่นก็อยู่เราเลือกอีกที

 

สนนราคาของ Lenovo ThinkPad P1 ที่เป็น Mobile Workstation ที่เชื่อว่าคนทำงานมืออาชีพหลายคนอยากได้ จากทั้งสเปก ฟีเจอร์และชื่อชั้น อยู่ที่ 1,949 เหรีหญสหรัฐ หรือประมาณ 65,000 บาท ที่ต้องบอกเลยว่าถ้าเลือกสเปกจัดเต็มต้องเป็นแสนบาทขึ้นไปแน่นอน โดยจะพร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการช่วงสิ้นเดือนนี้ ส่วนในไทยคงต้องรอติดตามอีกทีว่าทาง Lenovo Thailand จะพร้อมจำหน่ายเมื่อไร แต่คาดว่าไม่นานเกินรอแน่นอน

ที่มา : engadget

from:https://notebookspec.com/lenovo-thinnest-and-lightest-professional-notebook/450605/

ทิศทาง ตลาดการ์ดจอทั้งมือ 1 มือ 2 ก่อนเปิดตัว GTX 11xx Series ซื้อเลยหรือรอดี

หลังจาก Nvidia เปิดตัวชิปการ์ดจอ GTX 10xx Series ก็เป็นเวลากว่าหลายปีแล้วที่ยังคงขายมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งต้องยอมรับจริงๆว่าเป็นซีรีย์การ์ดจอที่ได้รับความนิยมสูงสุดในท้องตลาดตั้งแต่มีการผลิตกันมา ด้วยประสิทธิ์ภาพ และความคุ้มค่า อีกทั้งยังมีให้เลือกหลายระดับราคาตามต้องการ และแม้จะเปิดตัวมาหลายปีแล้วก็ยังเป็นซีรีย์การ์ดจอที่ยังสามารถตอบสนองการเล่นเกมหรือใช้งานด้านกราฟิกได้เป็นอย่างดี ทำให้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ Nvidia ลากขายมาจนถึงปัจจุบัน จาเดิมแทบจะเปิดตัวซีรีย์ใหม่กันแบบปีต่อปี

และนอกจากประสิทธิภาพที่ยังสามารถตอบสนองการใช้งานในปัจจุบันได้แล้ว อีกหนึ่งสาเหตุหนึ่งก็คือการ์ดจอ GTX 10xx ที่ผลิตมาเกินความต้องการทำให้ติดสต๊อคอย่างมาก ทั้งแบบ OEM และผู้ผลิต component หลายๆแบรนด์ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากกระแสเหมืองที่ทำให้การผลิตและจำหน่ายการ์ดจอวางแผนผิดพลาดไปหมด ครั้นจะเปิดตัวรุ่นใหม่เลยก็รับรองว่ารุ่นเก่าจะติดสต๊อคแน่นอน  Nvidia เลยดึงเวลาเปิดตัวเพื่อให้แบรนด์มีการปรับตัวและระบายของในสต๊อคก่อน

(รออะไรกันอยู่พี่น้อง CEO Nvidia ไม่ได้กล่าว)

แม้ตอนนี้จะเป็นแค่ข่าวโคมลอยว่า Nvidia จะเปิดตัวการ์ดจอใหม่แต่ดูสัญญาณหลายๆอย่างก็คาดการได้ว่ามีการเปิดตัวกาณ์ดจอใหม่แน่นอนไม่ว่าจะเป็น

  • หลายแบรนด์เริ่มจัดโปรโมชั่นทั้งลดราคาการ์ดจอ หรือมีการแถมเช่น SSD เพื่อกระตุ้นยอดขาย
  • Nvidia มีการจัดงาน Gamescom ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ เวลา 23.00 น. พร้อมถ่ายทอดสดไปทั่วโลก
  • ผู้ผลิตพีซี OEM ต่างๆ เช่น Lenovo ยังไม่นำเข้ารุ่นใหม่อย่าง Y730 เพื่อรอให้มาพร้อมการ์ดจอรุ่นใหม่
  • ข่าวลือที่หลุดมาทุกวัน จากที่ผ่านมามีข่าวออกมาบ้าง แต่ช่วงนี้ข่าวการ์ดจอตัวใหม่จะเยอะและถี่เป็นพิเศษ

ทำให้เราๆท่านๆเริ่มมโนกันได้แล้วว่าการ์จอ Nvidia GTX 11xx มาแน่และเริ่มมีผลกระทบในตลาดมือ 2 แล้ว ด้วยราคาการ์ดจอค่ายเขียวจาก Nvidia ที่ลดราคากันเพียบ ซึ่งเป็นผลมาจากการลดราคาของแบรนด์ และผู้ใช้เองบางคนที่ซื้อการ์ดจอมาเก็งกำไรจากช่วงตื่นทองก็ต้องระบายกัน หรือบางคนที่คิดว่าขายตอนนี้น่าจะได้ราคาดีกว่ารอเปิดตัวก็เลยรีบชิงขายก่อน ผมเลยสรุปราคาขายมือ 2 ตอนนี้ให้ทุกท่านกันหน่อย

  • GTX 1080Ti ราคาขายมือ 2 อยู่ที่ 18,000 – 22,000 บาท (ตอนตื่นทองขายกัน 35,000 – 40,000 บาท)
  • GTX 1080 ราคาขายมือ 2 อยู่ที่ 15,000 – 18,000 บาท (ตอนตื่นทองขายกัน 25,000 – 30,000 บาท)
  • GTX 1070Ti ราคาขายมือ 2 อยู่ที่ 13,000 – 14,000 บาท (ตอนตื่นทองขายกัน 20,000 – 25,000 บาท)
  • GTX 1070 ราคาขายมือ 2 อยู่ที่ 9,500 – 12,500 บาท (ตอนตื่นทองขายกัน 18,000 – 20,000 บาท)
  • GTX 1060 6GB ราคาขายมือ 2 อยู่ที่ 8,000 – 9,000 บาท (ตอนตื่นทองขายกัน 15,000 – 17,000 บาท)
  • GTX 1060 3GB ราคาขายมือ 2 อยู่ที่ 5,000 – 7,500 บาท
  • GTX 1050Ti ราคาขายมือ 2 อยู่ที่ 4,000 – 5,500 บาท
  • GTX 1050 ,1030 ราคารวมๆลดลงมาเล็กน้อย

คำถามสุดท้าย แล้วจะรอซื้อรุ่นใหม่ดี หรือจะซื้อตัวเก่าใช้ไปก่อน อันนี้ผมว่าต้องถามตัวท่านเองก่อนนะครับว่ารีบใช้งานขนาดไหน เพราะแม้จะเปิดตัวรุ่นใหม่มา ก็ใช้ว่าจะเปิดตัวครบทุกไลด์อัพสินค้า เพราะตามสูตร Nvidia ก็จะเปิดตัวท๊อปๆแพงๆก่อน แน่นอนว่าอาจจะเป็น GTX 1180 ,1170 แล้วจึงเปิดรุ่นอื่นตามมาอีกที อีกอย่างที่หลายๆคนบอกว่าความแรงของ GTX 11xx ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้จริงๆว่าจะเท่าไร อาจจะ 10-20% เป็นอย่างน้อย หรืออาจจะแค่เพิ่มคล๊อคนิดนึงเปลี่ยนชื่อหน่อยแบบตอน AMD RX4xx เป็น AMD RX5xx ก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นต้องถามตัวเองก่อนครับว่า

  • ไม่รีบอะไรและอยากได้การ์ดจอตัวท๊อปๆแรงๆ ก็รอเปิดตัวใหม่ทีเดียวค่อยซื้อไปเลย
  • ต้องการใงานในเร็ววันนี้ ซื้อตัวปัจจุบันเลย โปรเพียบ หรือสอยมือ 2 มีประกันมาก็คุ้ม
  • ซื้อการ์ดจอเพื่ออัพเกรท ผมแนะนำว่ารออีกนิดให้รุ่นใหม่เปิดตัว ถ้างบถึงก็ซื้อรุ่นใหม่ ถ้าไม่ถึงรุ่นเก่าลดราคาเพียบ

สุดท้ายส่วนตัวผมว่าถ้าท่านมีงบประมาณซื้อการ์ดจอระดับ GTX 1060 ลงมา ซื้อเลยไม่ต้องรอหรอกครับเพราะพวก GTX 1160 1150 น่าจะอีกสักพัก แต่ถ้างบถึงอยากลองของใหม่หรือซื้อเืพ่ออัพเกรทรออีกนิดผมว่า GTX 1180 ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

from:https://notebookspec.com/nvidia-gtx-11xx-series-and-2nd-hand/450556/

HP – หลุดสเปคโน้ตบุ๊คที่ใช้ Intel Core i3, i5 และ i7 ชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม Whiskey Lake-U

จริงๆ แล้วนั้นผู้ผลิตรายอื่นเคยหลุดข้อมูลของหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Whiskey Lake-U ออกมาก่อนหน้านี้แล้วครับ ทว่าข้อมูลที่ผู้ผลิตรายอื่นหลุดออกมานั้นไม่ได้มีรายละเอียดอะไรเท่าไรนัก ล่าสุดก็ถึงคิวของ HP ที่จะเผลอ(?) หลุดออกมาบ้างโดยทาง HP นั้นหลุดมาหมดทั้ง i3, i5 และ i7 แถมข้อมูลที่หลุดออกมานั้นก็เรียกได้ว่าน่าจะทำให้เราเห็นภาพของหน่วยประมวผลสถาปัตยกรรม Whiskey Lake-U โดยรวมได้โดยไม่ต้องรอทาง Intel เปิดตัวออกมาครับ

เริ่มต้นกันที่รุ่นเล็กก่อนกับ Core i3-8145U โดยหน่วยประมวผลรุ่นนี้นั้นจะมาพร้อมกับแกนการประมวลผล 2 แกน 4 thread ความเร็วสัญญานาฬิกาฐานอยู่ที่ 2.1 GHz และ boost อยู่ที่ 3.9 GHz มาพร้อมกับ L3 cache ขนาด 4 MB ตามมาด้วย i5-8265U มาพร้อมกับแกนการประมวลผล 4 แกน 8 thread ความเร็วสัญญานาฬิกาฐานอยู่ที่ 1.6 GHz(ซึ่งต่ำกว่าตัว i3 พอควร) และ boost อยู่ที่ 4.1 GHz มาพร้อมกับ L3 cache ขนาด 6 MB

ตามท้ายด้วย i7-8565U รุ่นใหญ่สุดเท่าที่หลุดมาในตอนนี้ มาพร้อมกับแกนการประมวลผล 4 แกน 8 thread ความเร็วสัญญานาฬิกาฐานอยู่ที่ 1.8 GHz และ boost อยู่ที่ 4.8 GHz มาพร้อมกับ L3 cache ขนาด 8 MB ทั้งนี้หน่วยประมวลผลทั้ง 3 รุ่นจะมาพร้อมกับกราฟิกชิปแบบฝังรุ่น Intel UHD 620 ที่มี 24 execution units ความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานอยู่ที่ 300 MHz และ boost ที่ 1,150 MHz โดยตามกำหนดการนั้นคาดว่าทาง Intel จะเปิดตัวหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Whiskey Lake-U ทั้งหมดในเร็วๆ นี้และจะเริ่มเห็นวางจำหน่ายกันในช่วงเดือนกันยายนครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/hp-reveals-whiskey-lake-u-cpu-specs/450480/