คลังเก็บป้ายกำกับ: 11.11

มาดูกันว่า 11.11 ของ Alibaba ตั้งแต่เริ่มต้นมามียอดขายในแต่ละปีเท่าไหร่บ้าง

กลายเป็นวันที่ทุกคนต้องจับจ่ายใช้สอยในโลกของ E-commerce ไปเสียแล้ว สำหรับวันคนโสด ซึ่งในแต่ละปีมียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี Brand Inside พาไปดูจุดเริ่มต้นว่า Alibaba มาถึงจุดนี้กับวันคนโสดได้อย่างไร

ปัจจุบันวันที่ 11 เดือน 11 กลายเป็นวันที่ไม่ธรรมดาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ Alibaba ได้เนรมิตวันนี้ให้กลายเป็นความสนุกสนานในการจับจ่ายใช้สอยผ่านโลก E-commerce ซึ่งทำให้คู่แข่งหลายๆ เจ้าต้องลงมาเล่นในเกมนี้ด้วย

Brand Inside พาไปดูว่าในแต่ละปีมียอดขายจากวันคนโสดเท่าไหร่กันบ้าง รวมไปถึงสิ่งที่น่าสนใจเล็กๆ น้อยๆ ในปีนั้นด้วย

2009

แจ๊ค หม่า ได้ไอเดียเริ่มต้นที่ว่าจะมีวันที่ขายสินค้าเหมือนกับ Black Friday ของสหรัฐอย่างไร เลยถือกำเนิดวันนี้ขึ้นมา

ยอดขายวันคนโสดที่ได้คือประมาณ 247 ล้านบาท

2010

หลังจากนั้นแจ๊ค หม่า ได้แยก Taobao Mall ออกมาเป็น Tmall เพื่อที่จะให้ลูกค้าชาวจีนได้ซื้อสินค้าจากผู้ขายทั้งในจีนและต่างประเทศ เน้นแบบ C2C โดยลงทุนกับค่าโปรโมทโฆษณาไปประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อที่จะได้จำ Tmall นอกจากนี้ยังเปิดตัว Aliexpress ด้วย

ยอดขายวันคนโสดที่ได้คือประมาณ 4,435 ล้านบาท

2011

Alibaba เปิดตัวร้านค้าปลีกภายใต้ชื่อ Taobao แห่งแรกในกรุงปักกิ่ง เป็นโชว์รูมที่ทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าจริงๆ โดยเฉพาะเครื่องตกแต่งบ้าน

นอกจากนี้ในปีเดียวกัน SoftBank และ Alibaba เคยมีความคิดที่จะซื้อกิจการของ Yahoo มาแล้วด้วย

ยอดขายวันคนโสดที่ได้คือประมาณ 24,637 ล้านบาท

ภาพจาก Shutterstock

2012

Taobao เริ่มรองรับบัตรเครดิตของ Visa และ Mastercard แล้ว ส่วนถ้าเป็นธนาคารในประเทศจีนจะใช้ระบบของ Alipay 

นอกจากนี้ Taobao ไม่ติดเว็บไซต์ที่จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ของทางการสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีข้อวิจารณ์ว่าเว็บไซต์ได้ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น เสื้อผ้าที่ลอกเลียนแบบสินค้ายี่ห้ออื่นๆ ฯลฯ ซึ่ง Alibaba ได้ให้ความร่วมมืออย่างดี

ยอดขายวันคนโสดที่ได้คือประมาณ 88,695 ล้านบาท

2013

Alibaba ลงทุนใน Weibo มูลค่า 586 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อที่จะได้มี Traffic จาก Weibo เข้ามากขึ้น และบริษัทยังได้เริ่มต้น Cainiao Network ซึ่งเป็นบริการส่งสินค้าของ Alibaba นอกจากนี้ยังครบรอบ 10 ปีของเว็บไซต์ Taobao ด้วย

ยอดขายวันคนโสดที่ได้คือประมาณ 164,250 ล้านบาท

2014

Alibaba ได้เข้า IPO ในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้บริษัทประกาศเป้าหมายการลงทุนในช่วง 3-5 ปีถัดไปว่าจะลงทุนมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท เพื่อที่จะขยายบริการของ Taobao เข้าสู่พื้นที่ชนบทของจีน

ยอดขายวันคนโสดที่ได้คือประมาณ 269,370 ล้านบาท

ภาพจาก Shutterstock

2015

Alibaba ได้ลงทุนในกิจการค้าปลีก Suning นอกจากนี้เริ่มขยายกิจการ Alibaba Cloud ออกนอกประเทศจีนอีกด้วย โดยเริ่มเปิดสำนักงานของธุรกิจ Cloud ในประเทศสิงคโปร์

และยังรวมไปถึง Alibaba ได้ซื้อกิจการของหนังสือพิมพ์ South China Morning Post ด้วย

ยอดขายวันคนโสดที่ได้คือประมาณ 430,334 ล้านบาท

2016

Alibaba กลายเป็นค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากยอดการซื้อขายสินค้ารวม หรือ GMV ของบริษัทเกิน 3 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 15 ล้านล้านบาท ไปแล้ว นอกจากนี้ในปีเดียวกัน Alibaba ได้ลงทุนในการซื้อกิจการของ Lazada อีกด้วย

นอกจากนี้และยังลงทุนในกิจการของ Singapore Post เพิ่มเติมอีกด้วย

ในงานวันคนโสดของ Alibaba ยังได้เชิญดาราสาว Scarlett Johansson และนักฟุตบอลเท้าชั่งทองอย่าง David Beckham รวมไปถึงนักบาสตัวเทพอย่าง Kobe Bryant มาร่วมงานด้วย

ยอดขายวันคนโสดที่ได้คือประมาณ 571,590  ล้านบาท

ซูเปอร์มาร์เก็ต Hema ที่ Alibaba ซื้อกิจการไป

2017

บริษัทเริ่มนำแผน New Retail มาใช้งานอย่างจริงๆ จังๆ  ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกิจการ Supermarket อย่าง Hema  การลงทุนในด้านต่างๆ เช่น AI หรือการลงทุนในนอกประเทศจีน

ยอดขายวันคนโสดที่ได้คือประมาณ 794,969 ล้านบาท

2018

ล่าสุด Alibaba ได้ประกาศยอดในวันคนโสดว่า 16 ชั่วโมงผ่านไป ยอดขายที่ทำได้คือประมาณ 169,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 8 แสนล้านบาท และยังเหลือเวลาอีก 8 ชั่วโมงด้วย

ในปีนี้ความร้อนแรงของเทศกาล 11.11 นั้นไม่ว่าจะเป็น Alibaba หรือเว็บไซต์คู่แข่ง รวมไปถึงค้าปลีกทั่วไปนั้นถือว่าดุเดือดไม่แพ้กัน เราต้องมาดูกันว่าท้ายที่สุดแล้ว แจ๊ค หม่า จะเก็บยอดวันคนโสดในปีนี้ด้วยมูลค่าเท่าไหร่

ที่มาAlibaba, Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/11-11-alibaba-single-day-festival-how-much-sales/

Advertisements

Alibaba โค่นยอดขายวัน 11.11 ของปีก่อนได้ ภายใน 16 ชั่วโมง ด้วยมูลค่าเฉียด 1.7 แสนล้านหยวน

Brand Inside รายงานจากประเทศจีน ขณะนี้ยอดขายรวมของ Alibaba เฉียด 1.7 แสนล้านหยวนเป็นที่เรียบร้อย โดยโค่นยอดขายรวมของปี 2017 ที่ทำไว้ 1.68 แสนล้านหยวน ในเวลาไม่ถึง 16 ชั่วโมงเท่านั้น

เพียง 16 ชั่วโมง ของเทศกาลวัน 11.11 Alibaba ทำยอดขายรวมไป 1.69 แสนล้านหยวน ขึ้นแท่นเป็นสถิติใหม่สูงสุดตลอดกาล แถมยังเหลืออีก 8 ชั่วโมงกว่าจะจบวัน
เพียง 16 ชั่วโมง ของเทศกาลวัน 11.11 Alibaba ทำยอดขายรวมไป 1.69 แสนล้านหยวน ขึ้นแท่นเป็นสถิติใหม่สูงสุดตลอดกาล แถมยังเหลืออีก 8 ชั่วโมงกว่าจะจบวัน

ยอดขายใหม่ 1.69 แสนล้านหยวน ในเวลาเพียง 16 ชั่วโมง

เทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ในปี 2018 ผ่านไปไม่ถึง 16 ชั่วโมง Alibaba ได้ทำสถิติยอดขายสูงสุดตลอดกาลเป็นที่เรียบร้อย ด้วยยอดขายรวม 1.69 แสนล้านหยวน ภายในเวลาเพียง 16 ชั่วโมง 7 วินาทีเท่านั้น

ด้วยยอดขายของ Alibaba ในครั้งนี้ที่ 1.69 แสนล้านหยวน ได้โค่นสถิติยอดขายรวมของปี 2017 ที่ทำไว้เพียง 1.68 แสนล้านหยวน และใช้เวลาทั้งวันคือ 24 ชั่วโมง

  • หมายความว่า Alibaba ยังมีเวลาเหลืออีก 8 ชั่วโมง ในการเก็บยอดขายในเทศกาลวัน 11.11

รอดูกันว่า เมื่อจบวัน ยอดขายรวมของ Alibaba จะเกิน 2 แสนล้านหยวนหรือไม่? ต้องติดตาม

ภาพหน้างานเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ครบรอบ 10 ปี Photo: Alibaba.com
ภาพหน้างานเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ครบรอบ 10 ปี Photo: Alibaba.com
  • แจ๊ค หม่า ผู้ก่อตั้ง Alibaba ได้ปรากฏตัวในวิดีโอก่อนเริ่มงานเทศกาล 11.11 พร้อมทั้งได้ปรากฏตัวเป็นๆ ที่ Media Center ณ เซี่ยงไฮ้ เป็นเวลาหลักนาทีเท่านั้น ก่อนที่จะเดินทางไปที่อื่น โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
แจ๊ค หม่าในเทศกาลวัน 11.11
แจ๊ค หม่าในเทศกาลวัน 11.11

รายงานจากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/alibaba-new-record-11-11-2018/

Alibaba ทำสถิติใหม่ในวัน 11.11 ยอดขายทะลุ 1 แสนล้านหยวน ในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง

เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับเทศกาล 11.11 มหกรรมช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่ประจำปี 2018

  • ปีนี้ Alibaba ทำสถิติยอดขายใหม่ แตะหลัก 1 แสนล้านหยวนไวที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังเริ่มต้นเทศกาล
2 นาทีแรก Alibaba ทำยอดขายรวมในเทศกาล 11.11 ไปถึง 1 หมื่นล้านหยวน
2 นาทีแรก Alibaba ทำยอดขายรวมในเทศกาล 11.11 ไปถึง 1 หมื่นล้านหยวน

สรุปยอดขายของ Alibaba ในเทศกาล 11.11

  • เพียงแค่ 2 นาทีแรก Alibaba ทำยอดขายไปถึง 1 หมื่นล้านหยวน ขึ้นแท่นสถิติใหม่ ทำยอดขายไวที่สุดในประวัติการณ์ตั้งแต่มีเทศกาลนี้ขึ้นมา
  • 5 นาที ทำยอดขายรวม 2 หมื่นล้านหยวน
  • 8 นาที ทำยอดขายรวม 3 หมื่นล้านหยวน
  • 15 นาที ทำยอดขายรวม 4 หมื่นล้านหยวน
  • 26 นาที ทำยอดขายรวม 5 หมื่นล้านหยวน
  • 40 นาที ทำยอดขายรวม 6 หมื่นล้านหยวน
  • 1 ชั่วโมง 14 นาที ทำยอดขายรวม 9 หมื่นล้านหยวน
  • 1 ชั่วโมง 47 นาที ทำยอดขายรวม 1 แสนล้านหยวน
Alibaba ทำยอดขายถึง 1 แสนล้านหยวน ในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังเริ่มเทศกาล 11.11
Alibaba ทำยอดขายถึง 1 แสนล้านหยวน ในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังเริ่มเทศกาล 11.11

ครบรอบ 10 ปีเทศกาล 11.11 Alibaba จัดเต็มดึงบริษัทในเครือแสดงพลัง

ไม่แปลกใจว่าทำไมปีนี้ Alibaba ถึงทำสถิติใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เหตุผลเป็นเพราะ Alibaba ได้ดึงเอาบริษัทในเครือมาร่วมแสดงพลังในเทศกาลวันคนโสดจีนอย่างครบวงจร

  • Tmall แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ Alibaba ปีนี้มีสินค้าเข้ามาขายในเทศกาล 11.11 มากถึง 180,000 แบรนด์ จาก 75 ประเทศทั่วโลก เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การขายในวันคนโสดจีน
  • แถมนอกประเทศจีน ยังมี AliExpress ที่มีเครือข่ายอีคอมเมิร์ซในระดับโลก รวมถึง Lazada ที่เป็นผู้เล่นหลักใน 6 ประเทศของูมิภาคอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย
  • Ele.me บริการเดลิเวอรี่ ร่วมส่งของถึงบ้านลูกค้าทั่ว 11 เมืองในจีน อย่างในวันนี้ ได้ร่วมขายกาแฟกับ Starbucks แบบ 24 ชั่วโมงด้วย
  • Koubei แพลตฟอร์มท้องถิ่นที่มีบริการทั่ว 676 เมืองในจีน ส่งโปรโมชั่นเอาใจผู้บริโภคในท้องถิ่นจีน
  • Hema หรือในชื่อใหม่ Freshippo ซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารสุดไฮเทคของ Alibaba ที่ร่วมจัดโปรโมชั่นในปีนี้ด้วย
  • RT-Mart เชนไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในจีนและ Alibaba ซื้อมา ในงาน 11.11 ปีนี้ก็ส่งโปรโมชั่นจัดเต็ม
  • นอกจากนั้น ยังมีกลยุทธ์ pre-sale 24 วันก่อนเทศกาลที่กระตุ้นนักช้อปไปก่อนหน้านี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูด
รวมบรรดา ecosystem ของ Alibaba
รวมบรรดา ecosystem ของ Alibaba

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเทศกาล 11.11

  • หนึ่งในหัวเรือคนสำคัญในการผลักดันเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 คือ แดเนียล จาง ซีอีโอของ Alibaba คนปัจจุบัน และกำลังจะขึ้นเป็นประธานคนต่อไปของ Alibaba ต่อจากแจ๊ค หม่าในปี 2019
  • เทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ใช้วันคนโสดจีน (11 พฤศจิกายน) เป็นวันเริ่มต้น โดยเริ่มครั้งแรกในปี 2009 และทำยอดขายได้เพียง 52 ล้านหยวน (ประมาณ 249 ล้านบาท)
  • ล่าสุดปี 2017 ยอดขายในเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ของ Alibaba ทะลุ 1.21 แสนล้านหยวน (8.3 แสนล้านบาท)

ยอดขายของ Alibaba ในมหกรรมช้อปปิ้งวันคนโสดจีน “จากหลักสิบล้าน สู่หลักแสนล้าน” คือปรากฏการณ์ระดับโลก ชนิดที่ว่า วันคนโสดจีนได้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของโลกค้าปลีกยุคใหม่ไปแล้ว

รายงานจากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

บริษัทในเครือของ Alibaba ทั้งหมด
บริษัทในเครือของ Alibaba ทั้งหมด

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/alibaba-gmv-11-11-festival-2018/

ช้อปปิ้งวัน 11.11 ให้ตาค้าง! Starbucks ในจีนประกาศขายกาแฟ 24 ชั่วโมง แถมส่งถึงบ้าน

Starbucks เตรียมฉลองเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ในจีน ด้วยประกาศขายกาแฟตลอด 24 ชั่วโมงในวันที่ 11 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ วันเดียวเท่านั้น โดยลูกค้าไม่ต้องมาที่ร้าน แต่รอรับที่บ้านได้เลย เพราะส่งแบบเดลิเวอรี่

บรรยากาศหน้าร้าน Starbucks Reserve Roastery Shanghai
บรรยากาศหน้าร้าน Starbucks Reserve Roastery Shanghai

เตรียมขายกาแฟตลอด 24 ชั่วโมง เอาใจนักช้อปในวันคนโสดจีน 11.11

แหล่งข่าวจาก Starbucks Reserve Roastery สาขาเซี่ยงไฮ้ ได้เปิดเผยกับ Brand Inside ว่า ในมหกรรมช้อปปิ้ง 11.11 ที่จะถึงนี้ Starbucks ในจีนจะขายกาแฟ 24 ชั่วโมง เพื่อเอาใจลูกค้าสายช้อปปิ้งทั้งหลาย

การขายกาแฟตลอด 24 ชั่วโมงในวันที่ 1 พฤศจิกายนของ Starbucks จะเกิดขึ้นใน 10 เมืองหลักที่เป็นเมืองชั้นนำเท่านั้น เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เฉิงตู เป็นต้น

ส่วนการส่งกาแฟแบบเดลิเวอรี่ ก็เป็นไปตามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ที่ก่อนหน้านี้ Alibaba ได้ผนึกกำลังกับ Starbucks เป็นพันธมิตรกัน ทดลองส่งกาแฟแบบเดลิเวอรี่ในประเทศจีน

บรรยากาศในร้าน Starbucks Reserve Roastery Shanghai
บรรยากาศในร้าน Starbucks Reserve Roastery Shanghai

มหกรรมช้อปปิ้ง 11.11 ในจีนถือเป็นงานใหญ่ประจำปี เทียบเท่ากับเทศกาลหนึ่งของคนจีน สำหรับปีนี้ครบรอบ 10 ปีของ Alibaba ที่จัดงานนี้ขึ้นมา Brand Inside จะรายงานความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดต่อไป

รายงานจากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/starbucks-eleme-alibaba-11-11/

เมื่อมหกรรม 11.11 ไม่ได้อยู่แค่ออนไลน์ แต่รีเทลออฟไลน์ก็ขอแจมด้วย

จับตามหกรรมช้อปปิ้ง 11.11 ในปีนี้ไม่ได้มีแค่อีคอมเมิร์ซ แต่ขยายผลไปถึงออฟไลน์ ห้างค้าปลีกรายใหญ่ก็ขอลงมาแจมกับเขาด้วย อัดโปรกระตุ้นการช้อปปิ้งช่วงปลายปี

ออฟไลน์ขอร่วมขบวนวันคนโสดด้วย

เป็นที่ทราบกันดีว่าวันที่ 11 พฤศจิกายนของทุกปี หรือมหกรรม 11.11 ได้ถูกขึ้นทำเนียบเป็นวันช้อปปิ้งแห่งชาติไปแล้ว โดยจุดเริ่มต้นเป็นวันคนโสดในประเทศจีน แล้ว Alibaba ได้นำกิมมิคของวันนี้มาเป็นมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งมีการอัดโปรโมชั่นลดราคา สร้างยอดขายอย่างถล่มทลายได้เช่นกัน

หลังจากนั้นผู้เล่นอีคอมเมิร์ซรายอื่นๆ ก็ได้เลือกวัน 11.11 เป็นมหกรรมช้อปปิ้งประจำปีเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, JD.com

ในประเทศไทยเองก็ได้รับอิทธิพลจากมหกรรม 11.11 ไม่น้อย ผู้เล่นอีคอมเมิร์ซก็ต่างกันเลือกวันนี้เป็นวันช้อปปิ้งประจำปี มีการลดราคาอย่างหนัก นอกจากผู้เล่นอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ๆ ก็เริ่มมีช้อปปิ้งออนไลน์อื่นๆ ที่ขอจับกระแสตรงนี้ด้วยเช่นกัน

แต่ในปีนี้มีความความน่าสนใจอยู่ตรงที่ค้าปลีกออฟไลน์ก็ขอแจมกับมหกรรม 11.11 นี้ด้วยอย่าง “เดอะมอลล์” และ “เซ็นทรัล” รวมถึง “เซน” ด้วย เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การกระตุ้นการช้อปปิ้งช่วงโค้งสุดท้ายของปี

เดอะมอลล์อัดโปรตลอดเดือนพฤศจิกายน

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท จัดงาน Bangkok Shopping Festival 2018 เป็นการอัดโปรโมชั่นตลอดเดือนพฤศจิกายน เพื่อกรุตุ้นการซือ้ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ โดยจัดรวมกันทั้ง เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และเดอะมอลล์ ทุกสาขา  

งานนี้ได้แบ่งเป็น 4 แคมเปญ ความน่าสนใจอยู่ที่การเล่มกิมมิกกับทั้งมหกรรม 11.11 และ Black Friday ที่เป็นวันช้อปปิ้งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา

ซึ่งแคมเปญ 11/11 จะมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าที่ เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และเดอะมอลล์ ทุกสาขา วันที่ 11 พฤศจิกายน วันเดียวเท่านั้น

ส่วนแคมเปญ Black Weekend จะเริ่มด้วย Black Friday ที่ เอ็มโพเรียม ในวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2561 Black Saturday ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561 ที่ พารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ (ปิดบริการเที่ยงคืน) และตบท้ายด้วย Black Sunday ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ที่เดอะมอลล์ทุกสาขา ( ยกเว้นสาขารามคำแหง)

ววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ Chief Marketing Officer บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บอกว่า

“หากเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว คือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2017 ปีนี้เรามีจำนวนแคมเปญโปรโมชั่นเพิ่มมากขึ้น และถือเป็นช่วงที่อัดโปรโมชั่นมากที่สุดในรอบปี นอกจากนี้ยังมีสัญญาณดีในหลายด้าน ทั้งเรื่องที่รัฐบาลเตรียมออกมาตรการดึงนักท่องเที่ยว และเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่องการเลือกตั้ง ส่งผลให้กำลังซื้อเริ่มกลับมาคึกคักมากขึ้น จึงคาดว่าในช่วงของการจัดแคมเปญ Bangkok Shopping Festival 2018 จะมีนักช้อปทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาช้อปอย่างคึกคัก โดยคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 3,600 ล้านบาท เติบโต 5% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว”

เซ็นทรัล-เซน จัดโปรเอาใจคนโสด

ขณะเดียวกันค้าปลีกยักษ์ใหญ่อีกรายอย่างเซ็นทรัล ร่วมกับเซน ได้จัดแคมเปญ  ZEN | Central Singles Day เป็นการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าสูงสุด 50% รับคะแนนเดอะวันเพิ่มขึ้น โดยจัดตั้งแต่วันที่ 9 – 11 พฤศจิกายน 25 61 ที่เซ็นทรัลทุกสาขา และเซน

นอกจากนี้ยังมีการจัดแคมเปญของ www.central.co.th เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของเซ็นทรัลเช่นเดียวกัน เท่ากับว่าในปีนี้เซ็นทรัลมีหลายแพลตฟอร์มในการจัดโปรโมชั่น 11.11 รวมไปถึง JDCentral ด้วย

แต่นอกจากจะได้เห็นค้าปลีกรายใหญ่เล่นกับกระแสของมหกรรม 11.11 แล้ว ยังได้เห็นรายอื่นๆ อย่าง Watsons ก็จัดแคมเปญร่วมกับเขาด้วย แต่เฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่กำลังโปรโมตออนไลน์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย จัดตั้งแต่วันที่ 5 – 8 พฤศจิกายน 2561

ทางด้าน “เทสโก้ โลตัส” ก็ขอแจมบ้างเล็กน้อย เป็นการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้ากับแคมเปญ #11วัน11ดีล โดยลดราคาสินค้าตั้งแต่วันที่ 1-11 พฤศจิกายน 2561 เป็นสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น

สรุป

อีกหนึ่งเหตุผลที่ในปีนี้ห้างค้าปลีกต้องกระตุ้นการช้อปปิ้งตั้งแต่ช่วงเดือนนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ปีนี้ทางรัฐบาลได้ยกเลิกนโยบายช้อปช่วยชาติ ซึ่งอาจจะสร้างผลกระทบต่อห้างค้าปลีกได้ อาจจะทำให้เกิดการช้อปปิ้งลดลง จึงต้องอัดแคมเปญขึ้นมาเพื่อกระตุ้นการจับจ่าย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/11-11-shop-online-to-offline/

ส่องโปรโมชั่น 11.11 ของ 3 ค่ายยักษ์อีคอมเมิร์ซในไทย Lazada-Shopee-JD Central

เป็นประจำทุกปีสำหรับมหกรรมช้อปปิ้งในเทศกาล 11.11 สุดยิ่งใหญ่ที่มีขึ้นเพื่อเอาใจขาช้อปออนไลน์

ปีนี้ไปดูกันว่าแต่ละค่ายยักษ์ใหญ่ Lazada – Shopee – JD Central เขาส่งโปรโมชั่นอะไรมาแข่งกันในศึกครั้งนี้บ้าง?

มหกรรมเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11
มหกรรมเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11

Lazada ส่งโปรหั่นราคา เหมือนได้ของฟรี ฉลองครบรอบ 10 ปีเทศกาล 11.11

งานมหกรรมช้อปปิ้ง 11.11 ในปีนี้ ถือเป็นการครบรอบ 10 ปีของผู้เล่นหลักตัวสำคัญในวงการอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคนี้อย่าง Lazada ซึ่งมียักษ์ใหญ่จากจีนคือ Alibaba หนุนหลัง

ในปีนี้ Alibaba จึงดึงบริษัทในเครือทั้งหมดออกมาแสดงพลัง เช่น บน Tmall ตอนนี้มีสินค้ากว่า 500,00 พร้อมให้สั่งจองล่วงหน้า, Ele.me บริการส่งของแบบเดลิเวอรี่ หรือกระทั่งซุปเปอร์มาเก็ต Hema และ RT-Mart ก็มีโปรโมชั่นแบบจัดเต็มในวันที่ 11.11

แดเนียล จาง ซีอีโอคนปัจจุบันของ Alibaba บอกว่า “ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของเทศกาล 11.11 มั่นใจว่าปีนี้ยอดขายในเครือของ Alibaba จะมีการเติบโตอย่างมหาศาล โดยได้ตั้งเป้าไว้ Alibaba จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอันดับหนึ่งให้กับแบรนด์ต่าง ๆ และเป็นจุดหมายปลายทางของการช้อปปิ้งอันดับหนึ่งของผู้บริโภค”

โปรโมชั่นของ Lazada ในเทศกาล 11.11 ถ้าพูดถึงเรื่องการลดราคา บอกเลยว่าไม่แพ้ใคร แต่ที่เด่นที่สุดในปีนี้คือ “โปรหั่นราคา” 

Lazada
Lazada

โปรหั่นราคาของ Lazada มากันชนิดที่ว่า หั่นจนสินค้าชิ้นนั้นเหลือ 0 บาทเลยทีเดียว แต่การจะได้โปรโมชั่นหั่นราคามาครอบครอง สิ่งสำคัญคือ “เพื่อน” คุณต้องชวนเพื่อนๆ มาช้อปปิ้ง มาช่วยกันมาหั่นราคาสินค้า เรียกได้ว่า งานนี้ใครมีเพื่อนช้อปเยอะ ก็ได้เปรียบไปเต็มๆ

Lazada
Lazada

อย่างไรก็ตาม โปรหั่นราคาของ Lazada จะเปิดให้ใช้งานได้เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 11.11 ในระหว่างนี้สิ่งที่ทำได้คือเข้าไปปักหมุดร้าน รอเก็บคูปองของ Lazada กันได้ เพื่อเอาไว้ลดราคาสินค้าได้ทุกประเภท เริ่มตั้งแต่ 100 – 150 บาท

Shopee
Shopee

Shopee ทุ่มโปรลดราคา เริ่มต้น 11 บาท

Shopee อีกหนึ่งผู้เล่นที่แข็งแกร่งในตลาดอีคอมเมิร์ซของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีผู้หนุนหลังคือ Sea (ชื่อเก่าก่อนรีแบรนด์คือ Garena) โดยมียักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Tencent หนุนหลังต่อหนึ่ง

ในงานมหกรรมช้อปปิ้ง 11.11 ปีนี้ Shopee ส่งแคมเปญลดอลัง-ปังทุกดีล โดยสินค้าราคาต่ำสุดเริ่มต้นที่ 11 บาท

ปีนี้ Shopee ได้ส่ง Flash Sale ลดราคาสินค้าสูงสุด 90% สำหรับแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงมีโปรโมชั่นเอาใจผู้ชาย ซื้อสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำสำหรับสุภาพบุรุษ เริ่มต้นที่ราคา 111 บาท หรือล่าสุดที่เพิ่งจัดงานเปิดตัวไปคือ Moto e5 ของแบรนด์ Motorola ที่กลับเข้ามาทำตลาดในไทยอีกครั้ง โดยได้จับมือกับ Shopee เพื่อขายผ่านช่องทางของ Shopee เท่านั้น และจะเริ่มขายวันแรกตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ในเทศกาล 11.11 เป็นต้นไป

นอกจากนั้น Shopee ก็เอาใจวัยรุ่นด้วยการส่งเกม Shopee Quiz ให้ตอบคำถามร่วมลุ้นโชคสะสม Shopee Coins เพื่อนำไปลดราคาสินค้าในการช้อปปิ้งในเทศกาล 11.11 อีกด้วย

JDCentral
JDCentral

JD Central สู้สุดตัว ลดเดือดถึง 90%

แม้ว่าจะเป็นน้องใหม่ที่สุดในตลาดอีคอมเมิร์ซไทย แต่ JD Central ก็สู้สุดตัวในศึกมหกรรมช้อปปิ้ง 11.11

มหกรรมช้อปปิ้ง 11.11 ปีนี้ JD Central ส่งโปรโมชั่นลดราคาสินค้าถึง 90% และมี Super Flash Day ที่เป็นดีลเดือด หากช้อปด่วนในวันที่ 11.11 ราคาสินค้าจะเริ่มต้นที่ 1 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ JD Central ยังได้ใช้ความแข็งแกร่งของเครือข่ายที่มีอยู่เพื่อส่งโปรโมชั่นออกมามากมาย ได้แก่

  • จับมือกับ Grab รับคูปองส่วนลด 50% ลดสูงสุด 100 บาท จาก JD Central เมื่อใช้บริการ Grab ระหว่างวันที่ 1-11 พฤศจิกายน 2561
  • จับมือกับ LINE รับคูปองส่วนลด 100 บาท เมื่อช้อปครบ 200 บาท จาก JD Central ในวันที่ 1, 9, 10 และ 11 พฤศจิกายน 2561
  • จับมือกับ CRG รับคูปองส่วนลด 100 บาท เมื่อชอปครบ 350 บาท กับ JD Central เพียงรับประทานอาหารที่ 5 ร้านอาหารดังในเครือซีอาร์จี ซึ่งประกอบไปด้วย เคเอฟซี, เปปเปอร์ ลันช์, ชาบูตง, โยชิโนยะ และ เดอะ เทอเรส ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 5-15 พฤศจิกายน 2561
  • จับมือกับ dtac รับเลยคูปองส่วนลด 200 บาท เมื่อชอปครบ 1,000 บาทที่ JD Central ลูกค้าดีแทครับเลยที่ ดีแทค รีวอร์ด ตั้งแต่วันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2561
  • จับมือกับ FamilyMart เมื่อซื้อสินค้าใดก็ได้ในร้านแฟมิลี่มาร์ทครบ 100 บาท รับเลยคูปองส่วนลด 100 บาท เมื่อช้อปครบ 200 บาท จาก JD Central ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม-24 พฤศจิกายน 2561
  • จับมือกับ Major Cineplex เฉพาะเดือนพฤศจิกายนนี้ ลูกค้าที่ช้อปที่ JD Central ทุกวันอังคารตั้งแต่ 800 บาทขึ้นไป รับส่วนลดบัตรชมภาพยนตร์มูลค่ารวม 160 บาท เมื่อซื้อผ่านแอปพลิเคชัน เมเจอร์ มูฟวีพลัส

ข้อมูล – LazadaShopeeJDCentral

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/all-list-promotion-11-11-lazada-shopee-jdcentral/

10 เหตุการณ์น่าจดจำ บทสรุปส่งท้ายปีจากเวที Digital Matters

หากจะบอกว่า เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาของการออกแบบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตบนโลกกันใหม่ก็คงไม่ผิดนัก เพราะจากบรรยากาศเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมากับงานสัมมนา Digital Matters ครั้งที่ 10 ณ Link Collaboration Space ภายใต้ธีมแห่งการมองย้อนอดีต และเลือกหยิบสิ่งที่น่าจดจำแห่งปี 2017 เพื่อจะนำมันติดตัวไปด้วยสู่ปีต่อ ๆ ไปนั้น เชื่อว่าเราคงได้เห็นแล้วว่า มีหลายสิ่งที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละเล็กทีละน้อยในปีที่กำลังจะจบลงนี้ และสุดท้าย เชื่อว่ามันจะวิวัฒนาการตัวเองกลายเป็นสินค้า และบริการตัวใหม่สำหรับผู้บริโภคในอนาคตเสียด้วย

ซึ่งสิ่งที่น่าจดจำแห่งปี 2017 ในมุมของของสองแขกรับเชิญอย่างคุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) และคุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดด้านการตลาด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา มีดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ยุคของ Sharing Economy ว่าใหญ่แล้ว ยุคของ Autonomous Car น่าจะใหญ่กว่า

คุณสุธีรพันธุ์ในฐานะผู้เริ่มต้น เลือกที่จะมองการมาถึงของบริการ Ride-Sharing ที่กำลังเริ่มผนวกเข้ากับ Autonomous Car ว่าจะเป็นรูปแบบการให้บริการใหม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ได้อย่างมาก รวมถึงมีโอกาสต่าง ๆ ซ่อนอยู่ภายในความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย

“เทรนด์ของ Autonomous มาแรงมาก ๆ และทำให้เราเกิดคำถามได้มากมายกับเทรนด์นี้ ที่จอดรถยังจำเป็นอยู่ไหม โชว์รูมต้องสร้างอีกหรือเปล่า คนอาจไม่ต้องการเป็นเจ้าของรถแล้ว แต่เปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบสมัครสมาชิก จ่ายเงิน 3,000 บาท แลกกับการเรียกรถอัตโนมัติมาใช้งาน 20 ชั่วโมงต่อเดือน ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ Business Model ของโลกในอนาคตจะเปลี่ยนไปหมด”

อย่างไรก็ดี ได้มีการตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่าง “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ AI ด้วยเช่นกัน ว่าจะสามารถขึ้นมาควบคุม และอำนวยความสะดวกในชีวิตของมนุษย์ได้จริงหรือไม่

2. ยกหน้าที่ดูแลมนุษย์ให้ AI นั้นหนักเกินไปหรือไม่ 

ดร.โนริโกะ อาราอิ

ประเด็นที่ 1 มีความต่อเนื่องมาสู่ประเด็นที่ 2 เมื่อคุณศิวัตรได้ยกคลิปชิ้นหนึ่งชื่อ Todai Robot จาก TED Talk มาเปิดให้ฟังกัน โดยคลิปดังกล่าวกำลังจะสื่อว่า ความเปลี่ยนแปลงของปรากฏการณ์ในข้อ 1 ที่มี AI อยู่เบื้องหลังนั้น แท้จริงแล้ว AI มีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่แตกต่างจากมนุษย์อยู่ไม่น้อย และรูปแบบการหาคำตอบของ AI ก็สวนทางกับวิธีประมวลผลของมนุษย์เสียด้วย นั่นจึงนำไปสู่การท้าทายว่า AI จะสามารถขึ้นมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ได้จริงหรือ

ซึ่งการจะถามคำถามนั้นอาจเร็วเกินไป โปรเจ็ค Todai Robot จึงนำ AI มาท้าทายว่าจะสามารถผ่านการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวได้ภายในปี 2020 หรือไม่ ซึ่งสิ่งที่นักวิจัยอย่างคุณโนริโกะ อาราอิ พบเพิ่มเติมก็คือ นอกจาก AI จะหาคำตอบได้เร็วและเก่งขึ้นแล้ว เด็กญี่ปุ่นที่ทำข้อสอบได้นั้นก็มีจำนวนน้อยลงอีกด้วย

นั่นจึงนำไปสู่ความท้าทายใหม่ที่ว่า ยังมีจุดใดบ้างที่มนุษย์ยังไม่แพ้หุ่นยนต์ และเราจะสามารถสร้างคนให้เก่งขึ้นเพื่อมาทำงานที่ควบคุม AI ได้จริงหรือไม่ ในสถานการณ์ดังกล่าว

“การทำงานของคนในด้านการใช้แรงงาน ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ามนุษย์แพ้เครื่องจักรไปเรียบร้อย ส่วนเรื่องของสมอง วันนี้ หุ่นยนต์ก็แซงหน้ามนุษย์ไปแล้วเช่นกัน ดังนั้น ข้อแตกต่างเดียวที่หุ่นยนต์ยังทำไม่ได้ นั่นคือ ความเห็นอกเห็นใจ เพราะมันไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่” คุณสุธีรพันธุ์กล่าวสรุป

3. การดับลงของสื่อ (เก่า?) กับการเกิดขึ้นของสื่อ (ใหม่?)

เป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีกับการประกาศเลิกจ้างพนักงานของทีวีพูล หลังประสบภาวะขาดทุนกับการทำทีวีดิจิทัล ขณะที่เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็เกิดปรากฏการณ์ใหม่ของสื่อไทยเมื่อประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีช่องบน YouTube ที่มีผู้ติดตามทะลุ 10 ล้านคนเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับ GMM Grammy และเวิร์กพอยต์ ที่ GMM Grammy ชนะไปอย่างเฉียดฉิว

4. คนดูรายการทีวีลดลง แต่ดูรายการผ่านมือถือมากขึ้น 

ข้อสามและข้อสี่มีความต่อเนื่องกัน โดยเชื่อว่าหลายคนจะสังเกตเห็นตัวเลขของ Nielsen ที่ส่งออกมาทุกเดือนเป็นเครื่องชี้วัดได้ดีว่าเม็ดเงินโฆษณากำลังจะหมุนออกจากสื่อทีวีมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้คนทำรายการทีวีออกมาทำคลิปชวนให้ผู้บริโภค ถ้ามีเวลาว่างพอช่วยหันกลับมาดูรายการทีวีอีกครั้ง

“ความน่าสนใจของคลิปวิดีโอตัวนี้ คือ นักการตลาดนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้ดูในเรื่องเรตติ้งอีกแล้ว แต่ดูโปรไฟล์ของรายการนั้น ๆ มากกว่า มันจึงอยู่ที่การปรับทัศนคติ ปรับรูปแบบการผลิตคอนเทนต์ว่าจะปรับอย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า” คุณสุธีรพันธ์กล่าว

5. ความสำเร็จของ “ฉลาดเกมส์โกง” – “ตราบธุลีดิน”

ภาพยนตร์เรื่อง “ฉลาดเกมส์โกง” จากค่าย GDH เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่นอกจากจะทำเงินในประเทศได้ไม่น้อยแล้ว ยังเป็นหนังที่บินไปโตไกลในต่างแดนแทบทุกประเทศในภูมิภาคเอเชีย ทั้งจีน (ขึ้นอันดับหนึ่ง Box Office) ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ ฯลฯ ซึ่งคุณศิวัตรและคุณสุธีรพันธ์วิเคราะห์ภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ นั่นคือ การที่หนังเรื่องนี้นำเสนอประสบการณ์ร่วมที่ผู้บริโภคในเอเชียส่วนมากต่างพบเจอ นั่นคือการใช้การสอบเข้าวัดโอกาสในการประสบความสำเร็จในชีวิต

“ผมชอบเรื่องนี้เพราะมันเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า ถ้าหากเราจับจุดได้ และทำอะไรที่มันดี ๆ ขึ้นมาสักชิ้นหนึ่ง และเราทำการตลาดเป็น เราสามารถไปได้แล้ว” คุณศิวัตรกล่าว

“ถ้าหากเราย้อนไปดูฉลาดเกมส์โกง หนึ่งในความสำเร็จของหนัง GDH คือการหยิบเอา Insight ที่มันโดน ๆ มาเล่น ซึ่ง Insight ของเรื่องฉลาดเกมส์โกงนี้แรง และโดน และฐานคนดูโคตรจะเยอะ”

ด้านคุณสุธีรพันธุ์เสริมว่า “นี่ไม่ใช่หนังไทย มันคือหนังเอเชีย เพราะว่าในอดีตเรามีสอบจอหงวนใช่ไหม นั่นคือวัฒนธรรมการสอบของประเทศเอเชียที่ให้คุณค่ากับการสอบ และการสอบผ่าน และการได้คะแนนสูงมาก ซึ่งมันเป็นอารมณ์ร่วมของคนเอเชีย ที่มีการสอบ และการโกงอย่างเข้มข้นมาก ซึ่งจุดนี้ ไม่ว่าจะนักเรียนคนไหนในเอเชียดูก็โดน”

ความสำเร็จนี้ของฉลาดเกมส์โกงยังถูกโยงจากจอเงิน ไปสู่จอ YouTube เมื่อคอนเทนต์ของรายการ The Mask Singer 2 อย่างเพลง “ตราบธุลีดิน” ของหน้ากากหอยนางรม ขึ้นแท่นคลิปทั่วไปที่มีการรับชมมากที่สุดในโลกประจำปี 2017 ที่คุณสุธีรพันธ์ชี้ว่า นี่คือการหา Business Model ใหม่ ๆ ในธุรกิจที่เราอยู่ให้เจอ เพราะการดึงคอนเทนต์ขึ้นไปบน YouTube ในวันที่เวิร์กพอยต์ไม่มีอะไรจะต้องเสีย กลับทำให้พบว่า บนโลกออนไลน์นั้นมีผู้ชมรอดูอยู่เป็นจำนวนมาก และกลายเป็นความสำเร็จของเวิร์กพอยต์ในที่สุด

6. “วันคนโสด” วันแสดงพลังที่แท้ทรูของจีนแผ่นดินใหญ่ 

วันคนโสดเป็นอีกหนึ่งวันที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของปี 2017 โดยเป็นปีที่นักการตลาดทั่วโลกต่างจับตาถึงยอดขายว่าจะเกิดการทุบสถิติอะไรขึ้นบ้างในเมืองจีน ซึ่งเมื่อวันนั้นมาถึง ก็ไม่ได้ทำให้นักการตลาดผิดหวัง เมื่อยอดขายสินค้าในจีนแผ่นดินใหญ่พุ่งทะยานเป็นที่ตกตะลึงไปทั่วโลกถึงพลังการช้อปของคนจีน

หันกลับมาดูในตลาดบ้านเรา ก็มีสัญญาณบวกเช่นกันต่อวงการ E-Commerce แต่สิ่งที่ต้องเรียนรู้และนำไปปรับปรุงต่อไปคือเรื่องของระบบหลังบ้านที่บางรายอาจไม่พร้อมและเกิดเว็บล่ม ทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงได้อย่างราบรื่น

คุณศิวัตรเล่าว่า “ผมเชื่อว่าปีหน้า E-Commerce ไทยจะเตรียมตัวได้ดีกว่านี้ สำหรับแบรนด์ ผมอยากยกหลาย ๆ กรณีของแบรนด์ เช่น Xiaomi ขายได้ 11,800 ล้านหยวนใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถ้าซีอีโอของแบรนด์ต่าง ๆ มองเห็นถึงศักยภาพนี้ และใช้มันให้เกิดประโยชน์ มันจะเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพมาก”

7. สังคมไร้เงินสดกับ QR Code มาตรฐาน 

ไม่ใช่ทุกประเทศที่ปรับตัวเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสดได้อย่างไร้รอยต่อ เพราะยังมีหลายประเทศที่ติดกับดักความคุ้นเคยดั้งเดิมของตัวเองจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้ สำหรับประเทศไทย สังคมไร้เงินสดเป็นคำที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 – 4 ของปีนี้หลังการประการเปิดตัว QR Code มาตรฐานอย่างเป็นทางการ ซึ่งแขกรับเชิญทั้งสองท่านเห็นตรงกันว่า นี่คืออีกจุดเปลี่ยนที่น่าจดจำจุดหนึ่งของปีนี้เลยทีเดียว

“ทุกวันนี้ จีนและอินเดียมีการใช้ QR Code อย่างกว้างขวาง แต่ที่กำลังจะเป็นประเทศที่สามก็คือประเทศไทย ซึ่งจุดที่แตกต่างกับจีนและอินเดียคือการที่ประเทศไทยมี QR Code มาตรฐาน อีกทั้งการเข้าถึงสมาร์ทโฟนของคนไทยก็มีมากขึ้น และสัญญาณอินเทอร์เน็ตของไทยก็เข้าขั้นดี จึงเชื่อว่าสังคมไร้เงินสดน่าจะเกิดขึ้นในไทยได้ไม่ยาก” คุณสุธีรพันธ์กล่าว

8. ปรากฏการณ์ “ตูน บอดี้สแลม”

สำหรับปรากฏการณ์ก้าวคนละก้าว คุณป้อม – ศิวัตรเผยว่า “ในแวดวงการตลาด เรามักพูดกันเสมอ ๆ ว่าจากคนธรรมดา กลายเป็นดาราได้จากพลังของ Social Media แต่สำหรับกรณีของตูน บอดี้สแลมนั้น นอกจากจะไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว การออกมาวิ่งครั้งนี้ร่วมกับเพื่อน ๆ ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยได้อย่างใหญ่โตมากทีเดียว”

สิ่งที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ครั้งนี้ขึ้นได้ ส่วนหนึ่งเชื่อว่ามาจากพลังของ Social Media และเทคโนโลยีที่เชื่อมคนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งคุณป้อมมองว่า ในอนาคต ปรากฏการณ์ในลักษณะนี้จะสามารถสร้างขึ้นได้อีก ผ่านเครื่องมือทรงพลังที่ชื่อว่า Social Media นั่นเอง

Kris Snibbe/Harvard Staff Photographer

9. การกล่าว Speech ในพิธีสำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์กเป็นใคร เชื่อว่าคำถามนี้ทุกคนคงทราบคำตอบกันดี แต่การกลับมาที่มหาวิทยาลัยอีกครั้งเพื่อกล่าว Speech แก่บัณฑิตที่กำลังจะจบการศึกษาในปีนี้ ได้กลายเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจและถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก กับหลาย ๆ ข้อคิดที่เขาได้ฝากไว้ ซึ่งแง่คิดที่โดนใจแขกรับเชิญของเรามากที่สุดมี 3 ข้อ ได้แก่

  • การทำดีกับผู้อื่นเป็นสิ่งที่จำเป็น (จริง ๆ นะ)
  • หน้าที่ของคนเจเนอเรชันนี้ (Millennials) นอกจากการทำตามเป้าหมายของตัวเองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งคือการช่วยคนอื่นหา “Sense of Purpose” ของตัวเองให้เจอด้วย
  • การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเราก่อน (Change starts local)

10. การเติมเต็มตัวเองด้วยแนวคิด Ikigai

คุณสุธีรพันธุ์ดึงแนวคิด Ikagai มาเป็นหัวข้อสุดท้ายของการพูดคุยในวันนี้ กับการเติมเต็มตัวเองที่ลงลึกได้มากกว่าความสุขแบบทั่วไป ซึ่งทุกจุดทุกความสัมพันธ์ในแผนภูมินี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับชีวิตได้จริง (สามารถฟังในคลิปย้อนหลังได้ช่วงนาทีที่ 1.35.00 ค่ะ)

ส่วนสาเหตุที่นำแผนภูมิ Ikigai มาปิดท้ายนั้น เชื่อว่าผู้ฟังในงานจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของความเป็นพี่ ที่อยากฝากให้คนรุ่นต่อไปนำข้อคิดนี้ไปพัฒนาตัวเอง และหาสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งที่ตนเองถนัดให้เจอ โดยที่สิ่งที่รักนั้นต้องทำประโยชน์ให้กับโลก และสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองอย่างยั่งยืนด้วย ซึ่งสุดท้ายแล้ว ชีวิตมนุษย์ก็อาจมีแค่นี้จริง ๆ ก็ได้ค่ะ ขอบคุณทุกท่านสำหรับการมาเยือน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน พบกันใหม่กับ Digital Matters ครั้งที่ 11 ในปี 2018 นะคะ

 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/12/10-best-experienced-for-digital-people-2017/