คลังเก็บป้ายกำกับ: 2017

พิมพ์เขียวพิชิต social media สำหรับปี 2017 (infographic)

วันนี้นักการตลาดหลายคนต้องหัวหมุนกับการจัดการบัญชีโซเชียลหลายค่ายในเวลาเดียวกัน เพื่อพิชิตศึกครั้งนี้ เราขอเชิญทุกคนไปพบกับ infographic ที่จะเป็นทางลัดให้ทุกคนมีตัวช่วยปฏิบัติภารกิจ อย่างน้อยก็ในปีนี้

infographic นี้เป็นผลการรวบรวมของ MarketingProfs ซึ่งยึด 6 โซเชียลยอดฮิตเป็นหลัก ทั้ง Facebook, Twitter, YouTube, Instagram, LinkedIn และ Pinterest

หนึ่งในข้อมูลสำคัญจาก infographic คือตัวเลขขนาดภาพในแต่ละแพลตฟอร์ม คีย์ลัดที่ผู้ใช้สามารถกดจากคีย์บอร์ดเพื่อให้ระบบแสดงผลได้ทันใจ ยังมีคำแนะนำเรื่องเวลาที่เหมาะสมในการโพสต์คอนเทนต์ของแต่ละค่าย รวมถึงประมวลคุณสมบัติบริการใหม่ในทั้ง 6 แพลตฟอร์ม

อีกข้อมูลที่น่าสนใจคือแนวโน้มหรือเทรนด์ของแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น Facebook ที่มีอัตราการชมวิดีโอถ่ายทอดสดมากขึ้น หรือบน Twitter ที่จะมีรายงานสถานการณ์สดให้ชมหนาตายิ่งขึ้น ยังมีการพยายามเจาะตลาดกลุ่มผู้ชายมากขึ้นบน Pinterest และเนื้อหาโฆษณาหรือ branded content ที่มีจำนวนมากขึ้นบน YouTube

สำหรับ Instagram รายงานระบุว่าวันนี้จำนวนเครื่องมือด้านธุรกิจหรือ Business Tool ของ Instagram เพิ่มมากขึ้นจนทำให้นักการตลาดสามารถวิเคราะห์และสร้างโฆษณาได้จากในแอปพลิเคชัน Instagram เลย ขณะที่ LinkedIn อาจมีการเปลี่ยนแปลงอื่นตามนโยบายการควบรวมกับ Microsoft

infographic ยังแนะนำเคล็ดลับสำหรับการเขียนหัวข้อเรื่องที่ดึงดูดใจชาวโซเชียล เช่น การใช้ตัวเลข หรือตัวหนา เพื่อเขียนข้อความที่จูงใจอย่าง “9 ขั้นตอนสุดง่ายเพื่อชีวิตวันนี้ที่สำเร็จยิ่งขึ้น” หรือ “25 น้องหมาน่าทึ่งที่ควรเปิดชมทันที”

ที่มา: PRDaily

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/08/2017-social-media-info/

Advertisements

Gartner’s Magic Quadrant สำหรับ Web Application Firewall ประจำปี 2017 – F5 และ Akamai ติด Leader แล้ว

หลังจากที่ Imperva ผู้ให้บริการโซลูชัน WAF ชื่อดังครองตำแหน่ง Leader บน Gartner’s Magic Quadrant ทางด้าน Web Application Firewall แต่เพียงผู้เดียวมานานถึง 3 ปีติดต่อกัน ล่าสุดปี 2017 นี้ F5 และ Akamai ได้ครองตำแหน่ง Leader ร่วมกับ Imperva แล้ว โดย F5 มาเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย Imperva และ Akamai

Gartner ให้คำนิยาม WAF ไว้ว่า เกิดขึ้นจากความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการปกป้องเว็บแอพพลิเคชันทั้งที่ใช้งานภายในและภายนอก โดย WAF สามารถติดตั้งเพื่อป้องกันระบบเว็บบน Data Center หรือให้บริการผ่านระบบคลาวด์ในรูปของ as-a-Service ได้ ซึ่ง WAF ในปัจจุบันควรปกป้องเว็บแอพพลิเคชันและ API จากการโจมตีหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาอย่างยิ่งการโจมตีแบบ Injection และ DoS ระดับแอพพลิเคชัน ที่สำคัญคือควรมีเทคนิคในการตรวจจับสิ่งผิดปกติอื่นๆ นอกเหนือจาก Signature เพียงอย่างเดียว

WAF เป็นอุปกรณ์สำหรับป้องกันเว็บแอพพลิเคชันที่ถูกติดตั้งด้านหน้า Web Servers เพื่อป้องกันการโจมตี, ติดตามการใช้งาน และเก็บ Log ทั้งเว็บที่ใช้งานภายใน และเปิดให้ผู้อื่นเข้าถึงได้ WAF ส่วนใหญ่จะติดตั้งได้ในรูปของ In-line หรือ Reverse Proxy แต่ในปัจจุบันสามารถติดตั้งได้ในรูปของ Transparent Proxy, Bridge หรือ Out-of-Band เป็นต้น อย่างไรก็ตาม Gartner ระบุว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ WAF ในรูปของบริการระบบ Cloud (Cloud-based WAF Service) เริ่มเป็นตัวเลือกที่นิยมมากขึ้นสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นโมเดลเป็น Subscription และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา รวมไปถึงบริการบนระบบ Cloud มีการอัปเดตแพตช์และฟีเจอร์ต่างๆ รวดเร็วกว่าการใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ปกติ

สำหรับ Magic Quadrant ของ Gartner ทางด้าน Web Application Firewall ปี 2017 นี้ มีผู้ครองตำแหน่ง Leader รวมทั้งสิ้น 3 ราย ได้แก่ F5, Imperva และ Akamai โดยที่ F5 มี Ability to Execute สูงที่สุด แสดงให้เห็นว่าโซลูชันของ F5 ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันได้เป็นอย่างดีและมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูง ในขณะที่ Imperva มี Completeness of Vision สูงที่สุด ซึ่งชี้ให้เห็นว่า Imperva มีวิสัยทัศน์และการออกแบบเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับแนวโน้มภัยคุกคามทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้ดีที่สุด

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านผลวิเคราะห์ฉบับเต็มผ่านช่องทางของ Imperva ได้ที่: https://www.imperva.com/ld/web-application-firewall-magic-quadrant-2017.asp

from:https://www.techtalkthai.com/gartner-mq-waf-2017/

“DAAT Day 2017” พร้อมแล้ว ในธีม “Digital Day 4.0” 29 สิงหาคมนี้

คนดิจิทัลเตรียมตัวพบงานสัมมนาดิจิทัลยักษ์ใหญ่แห่งปี “DAAT Day 2017 – Digital 4.0” โดยในปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ณ Centara Grand & Bangkok Convention Centre at Central World พร้อมเหล่าวิทยากรชั้นนำผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing หลากหลายด้าน ทั้งในและต่างประเทศเพื่ออัปเดทเทรนด์ประจำปีที่จะเป็นประโยชน์ต่อวงการสื่อสารการตลาดดิจิทัลไทย

โดยงาน DAAT Day 2017 มาพร้อมธีม Digital 4.0 พร้อมวิทยากรชั้นนำมากมายที่จะเข้าร่วมในงานดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น

  • คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Team Lead Innovation Lab PTT and ExpresSo ในหัวข้อ Design Thinking: Innovation Framework
  • คุณผรินทร์ สงฆ์ประชา Chief Executive, Nasket Retail ในหัวข้อ Designer VS Innovator
  • คุณ Phuwarat Norchoovech, Financial Planning Analysis, Airbnb ในหัวข้อ Data Science and Marketing
  • คุณณัชพล ไตรวงศ์วรนาถ Senior Manager/Corporate Business, LINE Company (Thailand) Limited ในหัวข้อ LINE Beacon
  • คุณชิตพล มั่งพร้อม ซีอีโอและผู้ก่อตั้งแสนรู้ (Zanroo) ในหัวข้อ From local to regional and what’s next?
  • คุณยุทธนา บุญอ้อม ประธาน GAN5555 ในหัวข้อ Creative Brands talk
  • คุณแดน ศรมณี Content Business & Marketing Director, LineTV ในหัวข้อ Viewership Battlefield in the edge of overwhelm content
  • Digital Ad Spending Report 2017

โดยในปีนี้มีการจัด 4 เวทีแยกตามความสนใจเช่นเคย ได้แก่เวทีหลัก (คับคั่งด้วยวิทยากรต่างประเทศ) เวทีครีเอทีฟ เวทีมีเดีย และเวทีนวัตกรรมและเทคโนโลยี สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.daatday.com

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/08/daat-day-2017/

iPhone ลดราคาพร้อมรับของแถมจุใจที่งาน Big C Big Bang Mobile Sale 2017

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 105

เริ่มแล้วมหกรรมลดราคาสมาร์ทโฟนทั้ง iPhone และ Android รุ่นอื่นๆ อีกมากมายพร้อมของแถมที่ขนมาลดราคากันมาอย่างจุใจ วันนี้ทีมงานจะพาไปทัวร์งาน Big C Big Bang Mobile Sale 2017 จะมีอะไรบ้างนะที่น่าสนใจ เผื่อจะได้ของแถมติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง พร้อมแล้วไปชมกันครับ

iPhone ลดราคาพร้อมรับของแถมที่งาน Big C Big Bang Mobile Sale 2017

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 105

งาน Big C Bing Bang Mobile Sale เป็นรายการที่ทางห้างสรรพสินค้า Big C (บิ๊กซี) ได้จัดขึ้น โดยนำสินค้าสมาร์ทโฟนยี่ห้อต่างๆ มาจัดโปรโมชั่นลดราคาพร้อมของแถมอีกเพียบและให้สิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์ทั้ง Apple, Samsung, Huawei, Oppo, Vivo, Nokia, Nubia ฯลฯ ขนมาลดกันในงานนี้ครับ

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 116

ไฮไลท์ในงาน Big C Big Bang Mobile Sale 2017

ความน่าสนใจของงานครั้งนี้เท่าที่ผมลองเดินและได้สอบถามข้อมูลจากพนักงานขายพอจะสรุปได้เป็นประเด็นดังนี้ครับ

  • สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่แบรนด์ดังลดราคาทั้ง Apple, Samsung, Huawei, Oppo, Vivo, Nokia, Nubia
  • ซื้อสมาร์ทโฟนพร้อมรับของแถมเพียบ! ทั้งขาตั้งกล้อง, ชุดหูฟัง, อุปกรณ์เสริมกันรอย ฯลฯ
  • ซื้อสมาร์ทโฟนพร้อมรับส่วนลด 4,000 บาท สำหรับซื้อสมาร์ททีวี Samsung, Panasonic และ Toshiba
  • ผ่อนสมาร์ทโฟนนานสูงสุด 18 เดือน
  • Film กระจกนิรภัยพร้อมรับการประกันจอแตก 6 เดือน
  • ส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 4,000 บาทเมื่อซื้อโทรศัพท์ พร้อมสมัคร Package รายเดือน AIS หรือ TRUE
  • iPhone รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 6,000 บาทเมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจ
  • รับ SIM เติมเงินจาก AIS ฟรี พิเศษ “รับโบนัสโทรฟรี 24% เมื่อเติมเงินครั้งแรก 50 – 200 บาท ภายใน 7 วัน หลังจากเปิดใช้ซิม พร้อมทั้งรับโบนัสค่าโทรเพิ่ม 5 บาท เมื่อเติมเงินครั้งต่อไปทุกๆ 100 บาท
  • ดูภาพยนตร์และซีรีย์ดัง กับ HOOQ  ฟรี 3 เดือน มูลค่ารวม 357 บาท
  • รับสิทธิ์ ส่วนลด 50% ในการแลกซื้อลำโพงบลูทูธ JBL รุ่นที่ร่วมรายการ

ว่าแล้วไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันเลยละกันครับเริ่มต้นด้วยการสำรวจโปรโมชั่น iPhone ก่อนเลย

โปรโมชั่น iPhone

มีให้เลือกทั้งเครื่องเปล่าและซื้อพร้อมแพ็กเกจ เช่น

  • iPhone 6S Plus ราคาพิเศษ 21,900 บาท จากราคาปกติ 26,500 บาท แถมฟรีพัดลมมินิแฟน มูลค่า 499 บาท
  • iPhone 6 32GB ราคาพิเศษ 13,500 บาทจากราคาปกติ 17,500 บาท
  • สินค้า iPhone รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 6,000 บาทเมื่อซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจ รายเดือน TrueMove H และจ่ายค่าบริการล่วงหน้า ตามเงื่อนไขที่กำหนด

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 113 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 112

ชมสมาร์ทโฟน Android รุ่นใหม่พร้อมโปรโมชั่น

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 98Big C Big Bang Mobile Expo 2017 96

ที่งานนี้มีสินค้าสมาร์ทรุ่นใหม่รุ่นดังอย่าง Nokia 3, Nokia 5, Nokia 6, Samsung J7 Pro, Samsung J7 Core,   VIVO V5s Black, OPPO R9s Black , Moto Z2 Play มาวางจำหน่ายด้วย หลยๆ คนอาจจะคิดว่าใน Big C ไม่น่าจะมีของรุ่นใหม่(ผมเคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน) แต่กลายเป็นว่าพอมาดูก็รู้ว่า เออ… รุ่นใหม่ก็มีขายเยอะเหมือนกันนะ

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 26 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 32 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 22 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 13 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 14

หลายรุ่นที่นำมาจัดโปรโมชั่นและที่สำคัญซื้อสมาร์ทโฟนแล้วยังได้ของแถมพรีเมี่ยมอีกหลายอันเลยทีเดียว

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 37

ตัวอย่างของแถมพรีเมี่ยมที่จะได้พร้อมการซื้อสมาร์ททโฟนอาทิเช่น รับฟรีลำโพง JBL Bluetooth ราคา 2,490 บาท, ชุดของขวัญ (Premium Gift Set) มูลค่า1,290 บาท หรือจะเป็นขาตั้งกล้อง Tripod camera มูลค่า 490 บาทเมื่อซื้อสินค้าในแต่ละรุ่นที่ร่วมรายการ (สามารถสอบถามรายละเอียดที่จุดขายเพิ่มเติมได้ครับ)

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 76 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 77 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 79 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 80 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 86

โปรโมชั่นที่ผมคิดว่าโดนใจในงานนี้ คือ

ซื้อสมาร์ทโฟนพร้อมรับส่วนลด 4,000 บาท สำหรับซื้อสมาร์ททีวี Samsung, Panasonic และ Toshiba

ยิ่งช่วงนี้มีข่าวว่า Apple TV รุ่นต่อไปจะรองรับความละเอียด 4K ด้วยก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเลยที่จะอัปเดตทีวีให้พร้อมโดยการซื้อทีวีความละเอียด UHD หรือว่า 4K มาใช้งาน ในงานนี้เราซื้อสมาร์ทโฟนแล้วยังได้ส่วนลดถึง 4,000 บาทเพื่อนำไปซื้อทีวีได้ด้วยมีให้เลือก 3 ยี่ห้อคือ Samsung, Panasonic และ Toshiba ส่วนลดขนาดนี้ถือว่าเยอะเอาการทีเดียวซึ่งหาไม่ได้จากร้านทั่วไป

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 43 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 39 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 54 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 55

Big Service ใน Big C ก็บริการให้คำปรึกษาสมาร์ทโฟนด้วย

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 90

ซื้อของในห้างใช่ว่าจะซื้อแล้วก็จบไป พนักขายส่วนสมาร์ทโฟนของ Big C แจ้งว่า

วันก่อนมีพระมาซื้อมือถือเครื่องละไม่ถึง 1,000 บาท เป็น Android ผมก็สมัครบัญชีให้ใหม่หมดทั้งอีเมลเพื่อให้ใช้ Google Play Store ได้ และดาวน์โหลดแอปพลิเคชันพื้นฐานให้

นี่ก็เลยทำให้รู้ว่าที่นี่ก็มีบริการแบบนี้ให้ลูกค้าเช่นกัน

ผ่อนได้หรือเปล่า?

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 73

Big C เข้าใจลูกค้าชาวไทยจัดโปรผ่อนนาน กับบัตรเครดิต Big C Aeon และบัตรเงินผ่อน BigC Aeon 0% สูงสุดนาน 18 เดือน 😲 สำหรับสมาร์ทโฟน Samsung และ Huawei  หรือจะผ่อนสบายๆ กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ 0% นาน 10 เดือน เริ่มต้น 629 บาทต่อเดือน 😌 สำหรับสมาร์ทโฟน OPPO/VIVO/Lenovo/Moto
ส่วน iPhone นั้นได้สิทธิ์ผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน

สินค้า Clearance Sale และอุปกรณ์เสริมลดราคาที่น่าสนใจ

ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่นำมาลดล้างสต๊อกและของดีเอามาลดราคาทั้งอุปกรณ์เสริมอย่างลำโพงจาก JBL คุณภาพเสียงดีก็มีลดด้วยที่งานนี้

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 123Big C Big Bang Mobile Expo 2017 121

อันนี้เด็ดสำหรับสำหรับใครที่สนใจสมาร์ทโฟนถูกๆ พร้อมค่าโทร ในงานมี True Lenevo A1000 ราคา 890 บาท รับฟรี Sim เติมเงินจาก TrueMove H พร้อมรับค่าโทร + อินเทอร์เน็ตมูลค่า 3,600 บาท รับฟรีเดือนละ 900 นาน 4 เดือนอีกด้วยนะ

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 64

ส่วนนี่เป็น Clearance รุ่นอื่นๆ

Big C Big Bang Mobile Expo 2017 66 Big C Big Bang Mobile Expo 2017 67

งาน Big C Big Bang Mobile Sale 2017 จัดที่ไหนบ้าง?

ผู้ที่สนใจสามารถเดินชมงานได้ที่ Big C ทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ – 14 สิงหาคม 2560

from:https://www.iphonemod.net/big-c-big-bang-mobile-sale-2017.html

[PR] ซิสโก้เผยรายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้ประจำกลางปี 2560 คาดการณ์การโจมตีรูปแบบใหม่ “Destruction of Servicec (DeOS)” มีการขยายตัวและส่งผลกระทบของภัยคุกคามเพิ่มขึ้น

อุตสาหกรรมหลักต้องปรับปรุงการรักษาความปลอดภัย ขณะที่เทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยี
ส่วนปฏิบัติการถูกรวมเข้าด้วยกัน

กรุงเทพฯ, 26 กรกฎาคม 2560 – ซิสโก้ (NASDAQ: CISCO) เผยแพร่รายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้ประจำกลางปี 2560 (2017 Midyear Cybersecurity Report – MCR) ซึ่งระบุถึงพัฒนาการที่รวดเร็วของภัยคุกคามและการโจมตีหลากหลายรูปแบบที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังคาดการณ์เกี่ยวกับการโจมตีแบบ “Destruction of Service” (DeOS) ที่มุ่งเป้าไปที่การทำลายระบบเพื่อไม่ให้ผู้ถูกโจมตีสามารถกู้คืนระบบหรือกู้คืนข้อมูลได้ นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของ Internet of Things (IoT) ส่งผลให้อุตสาหกรรมหลักๆ ดำเนินงานผ่านระบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ช่องทางการโจมตีและผลกระทบจากภัยคุกคามเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

การโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เช่น กรณีของ WannaCry และ Nyetya แสดงให้เห็นถึงการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและผลกระทบในวงกว้างของการโจมตี ซึ่งอาจดูเหมือนมัลแวร์เรียกค่าไถ่ทั่วไป แต่ที่จริงแล้วมีอานุภาพทำลายล้างเพิ่มขึ้นอย่างมาก  กรณีดังกล่าวบ่งบอกถึงการโจมตีรูปแบบใหม่ที่ซิสโก้เรียกว่า Destruction of Service (DeOS)  ซึ่งอาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงจนทำให้องค์กรธุรกิจไม่สามารถกู้คืนระบบที่ใช้ในการดำเนินงานได้เลย

Internet of Things ขยายโอกาสใหม่ๆ ให้แก่อาชญากรไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีจุดอ่อนด้านความปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลให้การโจมตีทางไซเบอร์มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น การใช้บ็อตเน็ต IoT ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เผยให้เห็นว่า คนร้ายอาจกำลังวางรากฐานสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบรุนแรงเป็นวงกว้างจนอาจทำให้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตหยุดชะงัก

การประเมินประสิทธิภาพของระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อรับมือกับการโจมตีเหล่านี้ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง โดยซิสโก้ได้ทำการตรวจสอบติดตามความคืบหน้าในการลดระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจจับภัยคุกคามหลังจากที่ถูกโจมตี หรือ “Time to Detection” (TTD)  ทั้งนี้ องค์กรต่างๆ จำเป็นที่จะต้องตรวจจับภัยคุกคามให้ได้เร็วที่สุด เพื่อจำกัดพื้นที่ปฏิบัติการของการโจมตี และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบุกรุกเครือข่ายขององค์กร  ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 เป็นต้นมา ซิสโก้สามารถลด TTD โดยเฉลี่ยจาก 39 ชั่วโมงให้เหลือเพียง 3.5 ชั่วโมงในช่วงระยะเวลาตั้งแต่พฤศจิกายน 2559 ถึงพฤษภาคม 2560  ตัวเลขนี้อ้างอิงข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยของซิสโก้ที่ติดตั้งไว้ภายในองค์กรต่างๆ ทั่วโลก

สถานการณ์ภัยคุกคาม: เทคนิคที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและลดลง

คณะนักวิจัยด้านความปลอดภัยของซิสโก้ได้เฝ้าดูพัฒนาการของมัลแวร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 และพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในแง่ของเทคนิคการแพร่กระจาย การหลีกเลี่ยง และการบุกรุก กล่าวอย่างเฉพาะเจาะจงก็คือ ซิสโก้พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นที่ผู้โจมตีจะหลอกล่อให้เหยื่อคลิกที่ลิงค์หรือเปิดไฟล์เพื่อเรียกใช้งานมัลแวร์  นอกจากนี้ยังมีการพัฒนามัลแวร์แบบไม่มีไฟล์ที่ฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำ และยากแก่การตรวจจับหรือตรวจสอบ เพราะมัลแวร์จะถูกลบออกเมื่อมีการรีสตาร์ทอุปกรณ์  ยิ่งไปกว่านั้น คนร้ายพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ระบุตัวตนและไม่มีการรวมศูนย์ เช่น บริการพร็อกซี่ Tor เพื่อซ่อนเร้นกิจกรรมสั่งการและควบคุม

ซิสโก้พบว่าการใช้ชุดเครื่องมือเจาะระบบมีแนวโน้มลดลง ขณะที่วิธีการโจมตีแบบเดิมๆ เริ่มถูกนำกลับมาใช้:

  • อีเมลสแปมมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากคนร้ายหันไปใช้วิธีการแบบเดิมๆ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้จริงอย่างเช่นอีเมล เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์และสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม  นักวิจัยด้านภัยคุกคามของซิสโก้คาดการณ์ว่าจำนวนอีเมลสแปมที่มีไฟล์แนบที่เป็นอันตรายจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถานการณ์ของชุดเครื่องมือเจาะระบบมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
  • สปายแวร์และแอดแวร์ ซึ่งบุคลากรฝ่ายรักษาความปลอดภัยมักจะมองว่าสร้างความรำคาญมากกว่าที่จะก่อให้เกิดอันตราย เป็นรูปแบบของมัลแวร์ที่จะคงอยู่และก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กร  ซิสโก้ได้ดำเนินการศึกษาวิจัย โดยสุ่มตัวอย่างบริษัท 300 แห่งในช่วงระยะเวลา 4 เดือน และพบว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างมีการติดเชื้อสปายแวร์ 3 สายพันธุ์หลัก  ทั้งนี้ ในสภาพแวดล้อมขององค์กร สปายแวร์สามารถขโมยข้อมูลของผู้ใช้และข้อมูลของบริษัท ลดทอนสถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์ และเพิ่มโอกาสในการติดมัลแวร์
  • พัฒนาการของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ เช่น การเติบโตของบริการ Ransomware-as-a-Service เพิ่มความสะดวกให้แก่คนร้ายในการดำเนินการโจมตี ไม่ว่าคนร้ายจะมีความชำนาญมากน้อยเพียงใดก็ตาม  มัลแวร์เรียกค่าไถ่ก่อให้เกิดข่าวคราวมากมายตามสื่อต่างๆ และมีการรายงานว่ามัลแวร์ประเภทนี้สร้างรายได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ให้แก่คนร้ายในช่วงปี 2559  อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนสำหรับบางองค์กรที่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่า แต่ไม่ได้ปรากฏเป็นข่าวคราวมากนัก นั่นคือ อีเมลเชิงหลอกลวงทางธุรกิจ หรือ Business Email Compromise (BEC) ซึ่งเป็นการโจมตีแบบวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) โดยมีการส่งอีเมลเพื่อล่อหลอกให้องค์กรโอนเงินให้แก่คนร้าย  การโจมตีวิธีนี้สร้างผลตอบแทนให้แก่คนร้ายอย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยในช่วงเดือนตุลาคม 2556 ถึงธันวาคม 2559 มีการโจรกรรมเงินมากถึง 5.3 พันล้านดอลลาร์ผ่านการโจมตีแบบ BEC ตามข้อมูลจากศูนย์ร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต

อุตสาหกรรมต่างๆ เผชิญปัญหาความท้าทายร่วมกัน

ปัจจุบัน กลุ่มอาชญากรพัฒนาการโจมตีให้มีความซับซ้อนและรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ จึงต้องรับมือกับความท้าทายในการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานเพื่อก้าวให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป  ขณะที่เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology – IT) และเทคโนโลยีส่วนปฏิบัติการ (Operational Technology – OT) ผสานรวมเข้าด้วยกันบน Internet of Things องค์กรต่างๆ ก็ประสบปัญหาเรื่องความซับซ้อนของระบบและความสามารถในการตรวจสอบ  ในการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัย (Security Capabilities Benchmark Study) ซิสโก้ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารฝ่ายรักษาความปลอดภัยเกือบ 3,000 คนใน 13 ประเทศ และพบว่าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทีมงานด้านการรักษาความปลอดภัยต้องรับมือกับการโจมตีที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายๆ องค์กรจำเป็นต้องใช้แนวทางการรักษาความปลอดภัยในลักษณะตั้งรับมากขึ้น

  • มีองค์กรเพียง 2 ใน 3 ที่ดำเนินการตรวจสอบการแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัย และในบางอุตสาหกรรม (เช่น การแพทย์ และคมนาคมขนส่ง) ตัวเลขนี้อยู่ที่ระดับเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์
  • แม้กระทั่งในอุตสาหกรรมที่มีการตอบสนองรวดเร็วที่สุด (เช่น การเงิน และการแพทย์) องค์กรธุรกิจก็สามารถป้องกันการโจมตีที่รู้จักได้ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์
  • กรณีการเจาะระบบก่อให้เกิดแรงกระตุ้นในระดับหนึ่ง กล่าวคือ ในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ เมื่อเกิดปัญหาการเจาะระบบขึ้น ก็จะมีการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยบางส่วนในองค์กรต่างๆ อย่างน้อย 90 เปอร์เซ็นต์ และในบางอุตสาหกรรม (เช่น คมนาคมขนส่ง) มีการตอบสนองที่รวดเร็วน้อยกว่า โดยอยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ

ประเด็นสำคัญสำหรับแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมมีดังนี้:

  • ภาครัฐ – ในบรรดาภัยคุกคามที่มีการตรวจสอบ 32 เปอร์เซ็นต์ถูกระบุว่าเป็นภัยคุกคามจริง แต่มีเพียง 47 เปอร์เซ็นต์ของภัยคุกคามจริงเท่านั้นที่ได้รับการแก้ไขในท้ายที่สุด
  • ค้าปลีก – องค์กรธุรกิจ 2 ใน 3 สูญเสียรายได้เนื่องจากการโจมตีในช่วงปีที่ผ่านมา โดยราว 1 ใน 4 สูญเสียลูกค้าหรือโอกาสทางธุรกิจ
  • การผลิต – 40 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรฝ่ายรักษาความปลอดภัยในอุตสาหกรรมการผลิตระบุว่า ตนเองไม่มีกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยที่เป็นทางการ หรือไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐาน เช่น ISO 27001 หรือ NIST 800-53
  • สาธารณูปโภค – บุคลากรฝ่ายรักษาความปลอดภัยระบุว่า การโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย (42 เปอร์เซ็นต์) และภัยคุกคามขั้นสูงแบบต่อเนื่อง (Advanced Persistent Threat หรือ APT) (40 เปอร์เซ็นต์) เป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับองค์กร
  • การแพทย์ – 37 เปอร์เซ็นต์ของสถานพยาบาลระบุว่า การโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายก่อให้เกิดความเสี่ยงในระดับที่สูงต่อองค์กร

คำแนะนำจากซิสโก้สำหรับองค์กรต่างๆ

เพื่อรับมือกับผู้โจมตีที่ใช้เทคโนโลยีก้าวล้ำเพิ่มมากขึ้น องค์กรต่างๆ จำเป็นที่จะต้องปรับใช้แนวทางเชิงรุกเพื่อป้องกันการโจมตี โดยกลุ่มธุรกิจการรักษาความปลอดภัยของซิสโก้มีคำแนะนำดังนี้: 

  • การดูแลโครงสร้างพื้นฐานและแอพพลิเคชั่นให้ทันสมัย เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่หรือจุดอ่อนที่มีอยู่
  • ลดความยุ่งยากซับซ้อนด้วยระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร จำกัดการลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ทำงานแยกออกจากกัน
  • เปิดโอกาสให้ผู้บริหารเข้ามามีส่วนร่วมแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยง ผลตอบแทน และข้อจำกัดด้านงบประมาณอย่างรอบด้าน
  • กำหนดดัชนีชี้วัดที่ชัดเจน และใช้ดัชนีดังกล่าวเพื่อตรวจสอบและปรับปรุงแนวทางการรักษาความปลอดภัย
  • ตรวจสอบการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยสำหรับพนักงาน โดยเปรียบเทียบระหว่างการฝึกอบรมตามหน้าที่การทำงาน กับการฝึกอบรมทั่วไปที่ใช้กับทุกคน
  • สร้างสมดุลระหว่างมาตรการรักษาความปลอดภัยกับการตอบสนองที่ฉับไว อย่าใช้วิธี “ตั้งค่าครั้งเดียวและใช้งานได้ตลอด” สำหรับการควบคุมหรือกระบวนการด้านการรักษาความปลอดภัย

สำหรับรายงาน MCR ประจำปี 2560 มีการเชิญกลุ่มพันธมิตรด้านเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัย 10 รายให้เข้าร่วมแบ่งปันข้อมูล เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยคุกคาม  พันธมิตรที่ร่วมจัดทำรายงานฉบับนี้ได้แก่ Anomali, Flashpoint, Lumeta, Qualys, Radware, Rapid7, RSA, SAINT Corporation, ThreatConnect และ TrapX  เครือข่ายพันธมิตรด้านเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยของซิสโก้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในวิสัยทัศน์ของซิสโก้สำหรับการนำเสนอระบบรักษาความปลอดภัยที่เรียบง่าย เปิดกว้าง และทำงานแบบอัตโนมัติให้แก่ลูกค้า

คำกล่าวสนับสนุน

“การโจมตีที่เกิดขึ้นล่าสุด เช่น กรณีของมัลแวร์ WannaCry และ Nyetya แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนร้ายมีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้นในแง่ของการออกแบบวิธีการโจมตี  ขณะที่องค์กรส่วนใหญ่ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยหลังจากที่เกิดปัญหา ธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ยังคงต้องแข่งขันและรับมือกับผู้โจมตีอย่างต่อเนื่อง  ประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยเริ่มต้นด้วยการปิดช่องว่างที่มีอยู่และทำให้การรักษาความปลอดภัยกลายเป็นภารกิจสำคัญของธุรกิจ”

นายสตีฟ มาร์ติโน รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยสารสนเทศของซิสโก้

“ความยุ่งยากซับซ้อนยังคงเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางความพยายามของหลายๆ องค์กรในการรักษาความปลอดภัย  เห็นได้ชัดว่าการลงทุนในผลิตภัณฑ์แบบติดตั้งเฉพาะจุดที่ไม่สามารถผนวกรวมเข้าด้วยกันตลอดหลายปีที่ผ่านมาเปิดโอกาสให้คนร้ายสามารถค้นพบจุดอ่อนที่ถูกมองข้ามหรือช่องโหว่ในการรักษาความปลอดภัยได้อย่างง่ายดาย  เพื่อลดระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจจับและจำกัดผลกระทบของการโจมตี แวดวงอุตสาหกรรมจำเป็นที่จะต้องปรับใช้แนวทางเชิงสถาปัตยกรรมแบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบและจัดการอย่างทั่วถึง และช่วยให้ทีมงานฝ่ายรักษาความปลอดภัยสามารถแก้ไขปัญหาช่องว่างและจุดอ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นายเดวิด ยูเลวิทช์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจการรักษาความปลอดภัยของซิสโก้

เกี่ยวกับรายงาน

รายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้ประจำกลางปี 2560 ของซิสโก้ตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลภัยคุกคามล่าสุดที่เก็บรวบรวมโดยหน่วยงาน Cisco Collective Security Intelligence  รายงานฉบับนี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมและแนวโน้มทางด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในช่วงครึ่งแรกของปี พร้อมด้วยคำแนะนำที่ใช้งานได้จริงสำหรับการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัย  รายงานนี้อ้างอิงข้อมูลรายวันที่ได้รับจากระบบตรวจวัดระยะไกลที่ติดตั้งไว้อย่างกว้างขวางกว่า 4 หมื่นล้านจุด  นักวิจัยของซิสโก้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวกรองที่ได้รับเพื่อกำหนดแนวทางป้องกันแบบเรียลไทม์สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา ซึ่งจะถูกจัดส่งในทันทีให้แก่ลูกค้าของซิสโก้ในทุกที่ทั่วโลก

ทรัพยากรสนับสนุน

วิดีโอการสนทนากับผู้บริหารกลุ่มธุรกิจการรักษาความปลอดภัยของซิสโก้ สตีฟ มาร์ติโน: รายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้ประจำกลางปี 2560

รายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้ประจำกลางปี 2560 ของซิสโก้

บล็อกของซิสโก้: รายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้ประจำกลางปี 2560 ของซิสโก้ชี้ ภัยคุกคามก่อให้เกิดผลกระทบเพิ่มมากขึ้น

กราฟิกในรายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้ประจำกลางปี 2560 ของซิสโก้

ติดตามซิสโก้บน Twitter @CiscoSecurity

ถูกใจ Cisco Security บน Facebook

###

เกี่ยวกับ ซิสโก้

ซิสโก้ (NASDAQ: CSCO) เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีที่ทำงานกับอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1984 บุคลากรของเรา ผลิตภัณฑ์ และ พันธมิตรช่วยเหลือสังคมเชื่อมต่อโอกาสทางดิจิตอลอย่างปลอดภัย ดูข่าวและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับซิสโก้ได้ที่ newsroom.cisco.com และติดตามข่าวสารของซิสโก้บนทวิตเตอร์ที่ @Cisco

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-2017-midyear-cybersecurity-report-rising-of-deos/

กลุ่มมิตรผลลุย “Techsauce Global Summit 2017” เฟ้นหาสตาร์ทอัป Bio-Based

ถือเป็นอีกหนึ่งความพิเศษของงานสัมมนาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง Techsauce Global Summit 2017 กับการเข้าร่วมเป็นครั้งแรกของบริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจน้ำตาลอย่าง “มิตรผล” ซึ่งทีมผู้บริหารตั้งเป้ามามองหาสตาร์ทอัปที่มีนวัตกรรมด้าน Bio-Based ใน 5 สาขาได้แก่ Bio-Based Chemical, Bio-Based Material, Bio-Fertilizer, Food for the Future และ Feed for the Future พร้อมโอกาสในการร่วมมือกับกลุ่มมิตรผลในการต่อยอดผลงานด้านอุตสาหกรรมการเกษตรต่อไปด้วย

คุณประวิทย์ ประกฤติศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพลังงาน กลุ่มมิตรผลเผยว่า “ทุกวันนี้ สิ่งที่เราเห็นคือ ทุกบริษัทไม่สามารถอยู่ได้ด้วย Business Model เดิม ๆ และทุกบริษัทต้องทำเหมือนกันคือต้องหา High Value Products และหารายได้จากส่วนนั้นให้ได้ ส่วนเส้นทางในการสร้างนั้นคือเราต้องทำเรื่อง Innovation ให้มากขึ้น ซึ่งมันไม่ง่าย มันต้องใหม่ และขายได้ มันต้องมองลูกค้า มองเทคโนโลยี และมองตลาดไปพร้อม ๆ กัน”

คุณประวิทย์ ประกฤติศรี

โดยเหตุผลที่ทำให้บริษัทต้องมุ่งไปในด้านพลังงานนั้นมาจากปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติด้านพลังงาน ตลอดจนปัญหาสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งนำไปสู่การลงทุนในธุรกิจรูปแบบใหม่อย่าง Bio-Based กันมากขึ้น ดังเช่นสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานได้ริเริ่มนโยบาย Energy 4.0 ด้วยการต่อยอดพืชพลังงานด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยคาดว่าแผนลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมชีวภาพในระยะ 10 ปีจะมีมูลค่า 4 แสนล้านบาท โดยในระยะที่ 1 (ปี 2560 – 2561) จะมีเม็ดเงินลงทุนมากถึง 51,000 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มมิตรผลเองนั้น ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาด้าน Innovation มาโดยตลอด แบ่งได้เป็นสามระดับได้แก่ ระดับ In-House (เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด), ระดับ Joint Venture และการเปิด Open Innovation ให้บุคคลภายนอกเสนอไอเดียเข้ามา แต่ที่น่าสนใจคือ ในการเปิด Open ให้บุคคลภายนอกได้เสนอแนวคิดเมื่อปีที่ผ่านมานั้น พบว่ามีไอเดียที่น่าสนใจมากมายกว่า 300 ผลงาน (แต่มีการคัดเลือกจนได้ผลงานที่คาดว่ามีโอกาสทางธุรกิจ 3 ผลงาน) ซึ่งจุดนี้ ทำให้ทางกลุ่มมิตรผลมองว่า หากขยายโอกาสไปสู่เวทีสัมมนาระดับโลกเช่น Techsauce Global Summit 2017 ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สตาร์ทอัป ตลอดจนภาคธุรกิจระดับต่าง ๆ ทั่วโลกเข้าร่วมนั้น ก็อาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะได้พบเจอสตาร์ทอัปด้าน Bio-Based ที่สามารถก้าวต่อไปกับกลุ่มมิตรผลได้นั่นเอง

นั่นจึงเป็นที่มาการจัดเวที Private Pitching Stage ของกลุ่มมิตรผลในงานสัมมนาดังกล่าวในวันที่ 29 กรกฎาคม 2560 ซึ่งคุณประวิทย์กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าสตาร์ทอัปด้าน Bio-Based นั้นมีน้อย แต่หลังจากได้เปิดตัวกับเวที Techsauce Global Summit 2017  แล้วก็พบว่า จริง ๆ มันก็มี ส่วนเหตุผลว่าทำไมต้อง Bio-Based  เพราะมิตรผลไม่ว่าอย่างไรก็ต้องปลูกอ้อย และผลิตน้ำตาล แต่สิ่งที่มิตรผลกำลังจะก้าวต่อไปคือ Bio-Based ซึ่งเราไม่มีสูตรสำเร็จ เพราะมันจำเป็นต้องมีการรีเสิร์ช ทำวิจัย”

“การที่เราจับมือกับ Techsauce เนื่องจากเป็นเวทีที่ทำเรื่องของดิจิทัลเยอะมากและได้รับความสนใจในวงกว้าง เพียงแต่รูปแบบของเราคงไม่เหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ เพราะเราอยากดูความเป็นไปได้ใน 5 ตัวก็คือ Bio-Chemicals, Bio-Material, Bio-Fertilizer, Food for the Future และ Feed for the Future  เป็นหลัก ซึ่งเราพบว่า สตาร์ทอัปไต้หวันเป็นอีกกลุ่มที่มีความสามารถมากในแง่ Bio-Fertilizer ก็อยากให้สตาร์ทอัปที่เข้ามาในงานได้มานั่งคุยกัน”

ทั้งนี้เป็นที่แน่ชัดว่า กลุ่มมิตรผลไม่มีแผนจะตั้งกองทุน แต่จะพิจารณาเป็นรายโปรเจ็คว่ามีโอกาสในการสเกลได้หรือไม่ พร้อมกันนั้น คุณประวิทย์ได้เผยถึงข้อแตกต่างระหว่างสตาร์ทอัปไทยกับต่างชาติเอาไว้อย่างน่าสนใจนั่นคือ เรื่องของเครื่องมือที่ต่างประเทศนั้นไฮเทคกว่า

“เครื่องมือฝรั่งดีกว่าเรา เฉพาะแค่เครื่องมือในการถอดรหัส DNA ที่ต่างประเทศมีขนาดเท่าสนามบาสเก็ตบอล สำหรับใช้ถอดรหัส แต่ของเราไม่ได้เท่าเขา ดังนั้นมันจึงต้องอาศัยเครือข่าย ฝากคนนั้นคนนี้ทำได้ไหม ฝากคนนี้ทำ ได้ไหม” 

“ทำไมต้องถอดรหัส เป็นเพราะเทรนด์ในตอนนี้ก็คือ ทั่วโลกพยายามเลียนแบบ Natural Product ซึ่งการเลียนแบบนั้นใช้การถอดรหัส DNA แต่เทคโนโลยีเหล่านี้ต้องใช้คอมพิวเตอร์ คนทำไม่ไหว นั่นจึงเป็นที่มาว่าเราสู้เขาไม่ได้ในเรื่องเครื่องมือ แต่ในด้านความสามารถอื่น ๆ ถ้าเจอกันตัวต่อตัว ผมว่าคนไทยไม่แพ้นะ และเราก็มีเทคโนโลยีบางตัวที่เหนือกว่าด้วย เช่น เรามียีสต์ที่แข็งแรงกว่า เพราะมันคือยีสต์ที่มาแย่งกินน้ำตาล”

ทั้งนี้ กลุ่มมิตรผลมองว่า ธุรกิจด้าน Bio-Based มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของกลุ่มฯ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ สำหรับผู้บริโภคและคู่ค้า เกิดเป็นช่องทางรายได้ใหม่ที่จะผลักดันให้เกิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด หรือเป็น S-Curve ตัวใหม่นั่นเอง

โดยงานสัมมนาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง Techsauce Global Summit 2017 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 29 กรกฎาคม ณ โรงแรมเซ็นทาคาแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมคาดหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 6,000 คน จากทุกภาคส่วน ทั้งสตาร์ทอัประดับโลก, Venture Capitalists, Angel Investors ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ เช่น 500 Startups, Samsung, Facebook, Dentsu Inc., EY, Idea Tokyo และ HP

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/07/mitrphol-bio-based-startup-techsauce-global-summit-2017/

ปีนี้ Prime Day คว่ำ Black Friday ขึ้นแชมป์วันขายดีสุดในประวัติศาสตร์ Amazon

ถือเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Amazon เพราะ Prime Day ซึ่งกินเวลา 30 ชั่วโมงช่วง 10-11 กรกฎาคมที่ผ่านมา น่าเสียดายที่ Amazon ไม่เปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัด ระบุเพียงว่ามีการเติบโต 60% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ไม่เพียง Black Friday แต่ Prime Day ในปีนี้สามารถแซง Cyber Monday ขึ้นแชมป์วันที่มียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ Amazon ได้สำเร็จ โดย Prime Day นั้นเป็นอีเวนต์ประจำปีที่ Amazon จะลดราคาสินค้าหลายรายการแก่สมาชิก Amazon Prime

เหตุที่ทำให้ยอดจำหน่ายในอีเวนต์ Prime Day ปีนี้มีตัวเลขเพิ่มขึ้นเกินว่า 60% คือเพราะสมาชิกใหม่ที่สมัครเป็น Amazon Prime มากขึ้น จุดนี้ Amazon ย้ำว่ายอดสมัครสมาชิกใหม่ในวัน Prime Day ก็มีจำนวนมากกว่าทุกวันเช่นกัน

ในขณะที่ Amazon ไม่ยอมเปิดเผยจำนวนสมาชิก Prime รายใหม่ว่าเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเท่าใดในวัน Prime Day ปีนี้ ข้อมูลระบุว่าสินค้ายอดฮิตที่ขายดีที่สุดในวันดังกล่าวคือลำโพงฝังผู้ช่วยส่วนตัว Alexa รุ่นใหม่อย่าง Echo Dot โดยสินค้าที่ชาวอเมริกันนิยมซื้อมากที่สุดคือหม้อแรงดัน Instant Pot และชุดทดสอบ DNA ยี่ห้อ 23andMe DNA test เพื่อให้ผู้ทดสอบได้ทราบข้อมูลโภชนาการและรูปแบบออกกำลังกายที่เหมาะกับแต่ละคน

ในภาพรวม Amazon ระบุเพียงว่ามีการคลิกซื้อจำนวนหลายสิบล้านครั้งโดยสมาชิก Prime ในวัน Prime Day ปีนี้ เบื้องต้น สำนัก JP Morgan ออกมาประเมินเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าช่วงเทศกาลจับจ่ายปลายปีที่ผ่านมานั้นทำรายได้สุทธิให้ Amazon มากกว่า 1 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 55% จากวัน Prime Day ปีที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า รายได้สุทธิของ Amazon ในปลายปีนี้ก็จะเพิ่มขึ้นอีกอย่างก้าวกระโดด

ที่มา: Reuters

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/07/amazon-prime-day-record-breaking/