คลังเก็บป้ายกำกับ: 4G

dtac เผยความพร้อมของ 5G ย้ำความแตกต่างของความเร็ว, latency และการเชื่อมต่อที่เหนือกว่า 4G

ปัจจุบัน 5G ถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นอีกก้าวของการสื่อสารที่จะสานต่อ 4G ที่ใช้กันอยู่ทั่้วโลก เป็นโครงข่ายโทรคมนาคมแห่งอนาคตที่มีความทันสมัย ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์เพื่อยกระดับศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งภายในงาน Blognone Tomorrow ผู้ให้บริการเครือข่ายอย่าง dtac ได้นำเสนอแนวคิดในการผลักดัน 5G และความพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคถัดไปของเทคโนโลยีการสื่อสาร

No Description

5G ดีกว่า 4G อย่างไร

ดร.เอก จินดาพล ผู้อำนวยการและผู้เชี่ยวชาญพิเศษฝ่ายกลยุทธ์เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารของ dtac กล่าวถึง ประสบการณ์จาก 5G ที่จะดีขึ้นกว่า 4G แบ่งเป็น 3 เรื่อง ได้แก่

  • แบนวิดท์สูงกว่า 4G ถึง 10 เท่า : ความเร็วของ 5G นั้นจะอยู่ในระดับ Gbps ซึ่งหนึ่งในประโยชน์ด้านความบันเทิง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสตรีมมิงวีดีโอความละเอียดระดับ 4K ได้ภายในระยะไม่กี่วินาที
  • latency ต่ำ : ด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยี 5G ทำให้การตอบสนองต่อการสื่อสารหรือรับส่งข้อมูลทำได้รวดเร็ว
  • ปริมาณเชื่อมต่อ : จุดสำคัญของ 5G คือการเตรียมรองรับอุปกรณ์ที่คาดว่าในอนาคตจะมีปริมาณสูงมาก 5G ออกแบบให้เสาสัญญาณแต่ละต้นรองนับจำนวนอุปกรณ์ได้มากแต่แรก

No Description

องค์ประกอบสำคัญของ 5G

จุดเด่นสำคัญของ 5G คือ ทำให้ประสบการณ์การใช้อินเทอร์เน็ตรวดเร็วขึ้น แต่การพัฒนาให้ใช้งานได้จริงเกิดขึ้นจริงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญอีกหลายด้าน ได้แก่

  • Connection Management : อุปกรณ์ที่รองรับกับอินเทอร์เน็ตที่มีจำนวนมากกว่าจำนวนประชากร ฉะนั้นการบริหารจัดการระบบการเชื่อมต่อต่างๆ, การรับส่งสัญญาณให้มีความราบรื่น จำเป็นต้องมีตัวกลางในการจัดสรรสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Advanced Radio : การส่งสัญญาณวิทยุเพื่อรองรับ 5G ต้องใช้เทคนิคใหม่ๆ หลายอย่าง เช่น beam-forming เทคนิคการจัดการกับสัญญาณรบกวน ที่ทำงานคล้ายกับหูฟังแบบลดเสียงรบกวน การทำ beam-forming มีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคลื่นความถี่สูงขึ้น ที่ผ่านมาคลื่นโทรศัพท์มักใช้ย่านความถี่ไม่เกิน 6GHz แต่ใน 5G คิดไปถึง 20-30GHz แล้ว
  • Virtualization : ระบบการจัดการเก่าๆ มักมีระบบแยกกันหลายระบบ แต่ละระบบมีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เป็นของตัวเอง แต่หลังจากนี้เทคโนโลยี Virtualization จะรวบฮาร์ดแวร์ให้เหลือตัวเดียว และซอฟต์แวร์ทำงานบนฮาร์ดแวร์ชุดเดียวกัน ลด latency ของระบบลง

No Description

การพัฒนาต้องมีโร้ดแมปของคลื่นความถี่ที่ชัดเจน

ดร.เอก ย้ำว่า 5G เกิดขึ้นอย่างแน่นอนและรวดเร็ว ซึ่งแนวทางที่จะผลักดัน 5G ให้เกิดขึ้นได้จะต้องมีโร้ดแมปของคลื่นความถี่ที่ชัดเจน โดยความถี่หลักๆ ของ 5G ที่จะเกิดขึ้น ประกอบไปด้วย

  • ความถี่ต่ำกว่า 1GHz คลื่นที่สามารถเข้าถึงตามตึกต่างๆ, ใช้ได้กับ IoT และตามพื้นที่ห่างไกล
  • ความถี่ 1-3GHz ที่ใช้ทั่วไปกับ 2G/3G/4G ในปัจจุบัน
  • ความถี่เกิน 20GHz ขึ้นไป ยิ่งความถี่สูง ยิ่งช่วยให้สัญญาณวิทยุที่ถูกส่งออกจากเสาสัญญาณ ไปถึงภาครับได้ชัดเจนที่สุด

No Description

ความพร้อมของ dtac เพื่อก้าวสู่ 5G

สำหรับ dtac ปัจจุบันได้มีการเตรียมความพร้อมสู่ 5G ด้วยการทดสอบเทคโนโลยีภายใต้คลื่น 2300 MHz, มีการนำ IoT ไปใช้ร่วมกับภาคเกษตรกรรม, ใช้ซอฟต์แวร์ในการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของฮาร์ดแวร์ และสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ผ่านบริษัทสตาร์ตอัพ ในโครงการ dtac accelerate

นับเป็นการวางรากฐานของ dtac ในการก้าวสู่เทคโนโลยี 5G ที่ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และให้ความสะดวกสบายมากขึ้นผ่านบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/104706

Advertisements

AIS Next G อีกระดับความเร็วของอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟน ที่ผสาน 4G และ WiFi กับบทพิสูจน์ความแรงผ่านแอพฯ

อินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการสื่อสารและให้ความบันเทิงในชีวิตประจำวัน ซึ่งปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับระยะเวลาในการใช้งานของผู้คนในยุคนี้ ที่อาจกล่าวได้ว่าแทบจะตลอดเวลา ด้วยพฤติกรรมดังกล่าวแน่นอนว่านำมาซึ่งความคาดหวังของอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเครือข่าย ที่ต้องตอบโจทย์ ทั้งความเร็ว ความเสถียร และใช้งานได้แบบต่อเนื่อง

AIS ถือเป็นผู้บริการเครือข่ายที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมามีการเปิดตัว AIS Next G ที่นำเอาความเร็วของ AIS 4G ADVANCED มารวมกับความเร็วของ AIS SUPER WiFi ทำให้สามารถใช้งานดาต้าได้ในความเร็วที่สูงสุดถึง 1 Gbps

No Description

แต่ในระยะเริ่มแรกของการให้บริการจะใช้ได้เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น อาทิ Galaxy S7 / S7 Edge, Galaxy S8 / S8 Plus, Galaxy S9 / S9 Plus, Galaxy Note 8, Note FE, Galaxy A8 / A8+ และ LG G6 เป็นต้น ซึ่งรุ่นเหล่านี้จะมีเมนูสำหรับเปิดใช้ Next G ติดมากับตัวเครื่องเพื่อใช้งานได้ทันที

ปัจจุบัน AIS พร้อมให้บริการ Next G ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด สามารถใช้งานในจุดที่มีสัญญาณ AIS 4G Advanced และ AIS Super WiFi อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เช่น ตามห้างสรรพสินค้า, คอมมูนิตี้ มอลล์ และมหาวิทยาลัย เป็นต้น และเมื่อเร็วๆ นี้ ยังขยายขอบเขตการใช้งานสู่สมาร์ทโฟน Android ที่เป็นเวอร์ชัน 7.0 ขึ้นไป มีแบรนด์สมาร์ทโฟนที่รองรับเพิ่มเติม เช่น Huawei, Samsung, Oppo, Vivo, Sony, LG และ Xiaomi ซึ่งสมาร์โฟนที่กล่าวมานี้จำเป็นต้องติดตั้งแอพพลิเคชัน Next G สามารถดาวน์โหลดแอพได้ที่ Google Play Store พร้อมสมัครแพ็กเกจสำหรับการใช้งาน โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้เองว่าสมาร์ทโฟนรุ่นที่ใช้อยู่นั้นรองรับ Next G หรือไม่ เพียงกดไปที่ *987# และโทรออก

No Description

ปัจจุบัน AIS มีแพ็กเกจ NEXT G ให้เลือกหลากหลาย รองรับทั้งแบบรายเดือน และแบบแพ็กเกจเสริม สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/nextg

No Description

No Description

พิสูจน์ความเร็ว จากประสบการณ์การใช้งานจริง

No Description

ในการใช้งาน AIS Next G ผ่านแอพ Next G นั้นทำได้ง่ายมาก ทันทีที่ผู้ใช้ติดตั้งแอพเรียบร้อย ให้เชื่อมต่อ AIS SUPER WiFi พร้อมกับเปิด 4G หลังจากนั้นให้เข้าไปที่แอพ Next G กด Turn On เพื่อเปิดใช้งาน หากการเชื่อมต่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย จะมีโลโก้ Next G ปรากฏขึ้นที่แถบด้านบนของหน้าจอ

No Description

สถานที่ที่ทีมงานมาทดสอบความเร็วของ AIS Next G ได้แก่ สยามสแควร์วัน, เอ็มโพเรียม และ JJ Mall โดยตัวอย่างผลการทดสอบ มีดังนี้

ผลทดสอบความเร็ว Next G บริเวณ JJ Mall

No Description

ผลทดสอบความเร็ว Next G บริเวณสยามสแควร์วัน

No Description

ผลทดสอบความเร็ว Next G บริเวณเอ็มโพเรียม

No Description

จากการทดสอบในสามสถานที่ ตามจุดที่มีผู้คนค่อนข้างพลุกพล่าน จะสังเกตเห็นว่าความเร็วของ Next G ที่เกิดขึ้นจากการรวมกันของ AIS 4G ADVANCED กับ AIS SUPER WiFi ทำให้ความเร็วในฝั่งดาวน์โหลดสูงมากกว่า 350 – 450 Mbps ขึ้นไป เหนือกว่าความเร็วของ 4G และ Wi-Fi แบบเดี่ยวๆ ซึ่งความเร็วที่แตกต่างกันไปนี้ขึ้นอยู่สถานที่ และปริมาณของผู้คนที่ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือในขณะนั้นๆ

นอกจากนี้ทีมงานยังทดสอบดาวน์โหลดเกม PUBG Mobile ซึ่งมีขนาดไฟล์ประมาณ 1.4GB ด้วย AIS Next G ผลปรากฏว่าใช้เวลาไปเพียง 1.30 นาที เท่านั้น

No Description

จะสังเกตได้ว่าในการ Test Speed นั้น ระดับความเร็วจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย อาทิ สเปกและเทคโนโลยีภายในของสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่น, ความหนาแน่นของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตตามสถานที่ต่างๆ, ความแรงของสัญญาณ AIS Super WiFi รวมไปถึงสัญญาณรบกวนต่างๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ความเร็วจาก AIS Next G พิสูจน์ให้เห็นว่า สามารถตอบสนองผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว ทันใจ สำหรับสตรีมมิงภาพยนตร์, การดาวน์โหลดหรืออัพโหลดไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ แม้ในเวลาเร่งด่วน ด้วยระยะเวลาที่รวดเร็ว และไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะใช้งานอินเทอร์เน็ตนอกสถานที่แล้วช้า เพราะความเร็วของ AIS Next G เป็นความเร็วที่เหนือกว่าการใช้ 4G หรือ Wi-Fi ปกติอย่างชัดเจน

from:https://www.blognone.com/node/104203

Verizon ประกาศไม่รับ activate มือถือ 3G อีกแล้ว ต้องเริ่มที่ 4G LTE เท่านั้น

Verizon ผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ในสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่า จะไม่รับ activate มือถือที่รองรับแค่ 3G อีกต่อไป จะให้บริการเฉพาะมือถือที่รองรับ 4G LTE ด้วยเท่านั้น

ลูกค้าที่ใช้มือถือ 3G เดิมอยู่ก่อนแล้ว จะใช้ได้จนถึงสิ้นปี 2019 การประกาศล่วงหน้านี้เพื่อให้ลูกค้าเตรียมตัวเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์รุ่นใหม่ที่รองรับ 4G LTE พร้อมกับจะหยุดขายอุปกรณ์ที่รองรับแค่ 3G โดยปัจจุบันทราฟฟิกของ Verizon อยู่บนเครือข่าย 4G LTE เกือบทั้งหมดแล้ว

นอกจากนี้ จากเอกสารหลุดภายในยังเปิดเผยว่า Verizon อาจหยุดให้บริการเครือข่ายกับอุปกรณ์ที่รองรับ LTE รุ่นเก่าบางรุ่น รวมทั้งอุปกรณ์ที่ไม่สนับสนุน HD Voice หรือ VoLTE

ที่มา : Droidlife, ภาพจาก Facebook Verizon

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103917

[รีวิว] เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ง่ายๆ ด้วย 4G LTE Router จาก D-Link

วลีที่ว่า Work Anywhere หรือ ทำงานที่ไหนก็ได้นั่นได้กลายเป็นเรื่องสามัญธรรมดาไปเสียแล้ว แต่อย่างไรก็ตามแม้คุณจะทำงานที่ไหนก็ได้นั้นจำเป็นจะต้องมีอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมต่อกับโลกภายนอกจึงจะถูกต้องอย่างแท้จริง

หลายต่อหลายครั้งที่เราต้องเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ สิ่งสำคัญในการทำงานก็คือเรื่องการใช้งานระบบ Wi-Fi ซึ่งอาจจะผ่านทางฮอตสปอตของโรงแรม หรือ อาจจะเป็นฮอตสปอตผ่านมือถือของเราเอง เป็นต้น แต่ข้อจำกัดที่เจอก็คือว่าฮอตสปอตของโรงแรมบางทีก็จำกัดการใช้งานแค่ 1-2 ดีไวซ์ (ซึ่งน้อยมาก) เพียงแค่ใช้คนเดียวก็ไม่พอแล้ว ส่วนฮอตสปอตผ่านทางมือถือก็มีปัญหา ในแง่ของการโทร เช่น ถ้ากรณีคุณมีสายเข้าหรือต้องใช้สาย สัญญาณอินเทอร์เน็ตจะถูกระงับไปในทันที (บางรุ่น ซึ่งผมเจอมาแล้ว)


D-Link ได้พัฒนาอุปกรณ์ที่น่าสนใจขึ้นมาชื่อว่า D-Link DWR-921 เป็นอุปกรณ์ 4G LTE Router ช่วยให้คุณสามารถกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบ 4G (โดยแปลงเป็นสัญญาณ Wi-Fi ความเร็ว 300 Mbps ตามมาตรฐาน 802.11n ) ให้กับทุกคนได้ใช้งานได้ง่ายมากๆ และที่สำคัญรองรับได้สูงสุดถึง 32 เครื่อง ทำให้หมดปัญหาเรื่องของฮอตสปอตของโรงแรมหรือสถานที่ต่างๆ ที่จำกัดการใช้งานได้แค่ 1-2 ดีไวซ์ออกไป

คุณสมบัติเบื้องต้น

– 2.4GHz up to 300Mbps
– LTE Downlink: Up to 150Mbps
– LTE Uplink: Up to 50Mbps
– 4 x 10/100Mbps LAN, 1 x 10/100Mbps WAN
– 2 x Detachable 3G/4G Antennas
– Supports WAN Failover ( 3G/4G & Wired broadband connection)

รูปร่างหน้าตา

DWR-921 มีลักษณะเหมือนเราท์เตอร์สำหรับโฮมยูสทั่วๆ ไป บอดี้เป็นสีดำพร้อมเสาสัญญาณสองเสา ด้านหน้ามีรายการพร้อมไฟกระพริบแสดงสถานะต่างๆ รายการก็ประกอบด้วย
– SMS
– LAN
– Power
– 2G/3G และ 4G
– WLAN
– ปุ่ม WPS
– ปุ่ม Reset
– สถานะของ Wi-Fi

ส่วนด้านหลังของเครื่องก็จะมีรายละเอียดต่างๆ
– LAN 4 พอร์ต
– WAN 1 พอร์ต
– ช่องใส่ซิม
– ปลั๊กสำหรับอะแดปเตอร์
– ปุ่มเปิดปิด

การติดตั้ง

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าทำไมผลิตภัณฑ์ด้าน Mobile เราท์เตอร์ของ D-Link นี้ ติดตั้งได้ง่ายดายมากเช่นนี้ คือจะบอกว่า คุณแค่ ใส่เสา-เสียบปลั๊ก-ใส่ซิม-เปิดเครื่อง ใช้งานได้แล้ว !!! (ซิมของคุณก็ควรจะใช้งานเน็ตได้อยู่ก่อนแล้วน่ะครับ)

การใช้งาน

เมื่อเราติดตั้งทุกอย่างเสร็จแล้ว ตัว DWR-921 จะส่งสัญญาณ Wi-fi ออกมา ซึ่งใช้ SSID เป็น “DWR-921-BB47” มี Wi-Fi key เป็น “wDQpBEgC” (พูดง่ายๆ ก็คือพาสส์เวิร์ดน่ะแหล่ะ) เพียงแค่คุณเอาเครื่องคอมพิวเตอร์หรือมือถือเชื่อมต่อ SSID เข้าไปก็สามารถใช้งานได้ทันที แต่สำหรับผู้ที่ต้องการคอนฟิกค่าอื่นๆ เพิ่มเติม ก็กระทำได้เช่นกัน โดยทำผ่านทางหน้าบราวเซอร์ โดยเลือกไปที่ http://192.168.0.1/  ยูสเซอร์เนมเป็น admin (สำหรับพาสส์เวิร์ดไม่ต้องใส่อะไร เป็นค่าดีฟอลต์ของเครื่อง) ก็จะเข้าสู่หน้าการคอนฟิกได้โดยง่าย

เราสามารถเปลี่ยนพาสส์เวิร์ดได้ตามต้องการ โดยที่คลิกแถบ Wi-Fi ด้านบน หน้าตาคอนฟิกก็จะเปลี่ยนไป ในกรณีเปลี่ยนพาสส์เวิร์ดเราก็เลือกที่ Wi-Fi Settings โดยเปลี่ยนชื่อ SSID ได้ที่เมนู Wireless Network Name (ค่าปกติเป็น DWR-921-BB47) ส่วนพาสส์เวิร์ดให้เปลี่ยนที่ Pre-Shared Key ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีความยาวอย่างน้อย 8 ตัวอักษร (ค่าดีฟอลต์เป็น wDQpBEgC) แค่นี้คุณก็สามารถเปลี่ยนพาสส์เวิร์ดได้แล้ว

สำหรับการตั้งค่าอื่นๆ ก็มีให้คุณเลือกได้มากมายเรียกได้ว่าครบสำหรับการใช้งานโฮมยูสและธุรกิจย่อมๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ DNS, Application, การทำ URL Filter, การจัดการ MAC Address หรือแม้กระทั่งทำ QoS เป็นต้น

บทสรุป

D-Link DWR-921 ในมุมมองของผม ต้องถือได้ว่าใช้งานได้ยอดเยี่ยมมาก สามารถกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ครอบคลุมมากกว่า Pocket Wi-Fi ทั่วไป รองรับอุปกรณ์ได้สูงถึง 32 เครื่อง การต่อเชื่อมก็ทำได้ง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องแกะฝาหลัง เพราะมีปุ่มใส่ซิมแค่เสียบเข้าไปก็ใช้งานได้ทันที มีค่าคอนฟิกูเรชันให้เลือกใช้มากมาย สำหรับความเร็วเน็ตที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ของผู้ให้บริการนั้นๆ แต่อย่างไรก็ตาม D-Link ยังไม่ได้พัฒนาแอพฯ สำหรับการคอนฟิกขึ้นมา อาจจะทำให้ผู้ที่ใช้มือถือ ถ้าต้องการจะคอนฟิกค่าต่างๆ จำเป็นต้องกระทำผ่านบราวเซอร์ไปก่อนครับ และจากการนำไปใช้นอกสถานที่พบว่าให้สัญญาณได้อย่างดีและทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม!

สำหรับข้อมูลและราคาสามารถติดต่อได้ที่ https://www.facebook.com/DLinkThailandFans/

from:https://www.enterpriseitpro.net/d-link-dwr-921-4g-lte/

Buyer’s Guide – แนะนำวิธีการใช้อินเทอร์เน็ต 4G ต่อคอม ต่อโน้ตบุ๊คเล่นเน็ต ให้เหมือนใช้เน็ตบ้าน แต่ราคาเบา

ในยุคที่อินเทอร์เน็ตแบบ 4G LTE มีพื้นที่คลอบคลุมทั่วประเทศมากกว่าอินเทอร์เน็ตแบบสาย (เน็ตบ้าน) เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสภาพภูมิประเทศ รวมไปถึงข้อจำกัดด้านการจัดการพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้อินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย 4G สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า และถ้าถามว่าอินเทอร์เน็ตแบบไหนมีความสเถียรมากกว่ากัน

ก็ต้องตอบว่าอินเทอร์เน็ตบ้านจะสเถียรกว่า แต่ก็มีต้นทุนในเรื่องของสายสัญญาณ และ ข้อจำกัดต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้บางบ้าน ไม่สามารถใช้งานได้ วันนี้เราจะมานำเสนอวิธีที่ทำให้เราเล่นอินเทอร์เน็ตได้แบบไม่ต้องง้อเน็ตบ้านส่วนจะเป็นอย่างไรไปดูกัน

ถ้าเราใช้อินเทอร์เน็ตบ้านไม่ได้เราก็ต้องย้ายมาใช้อินเทอร์เน็ตแบบ 4G อย่างที่ทุกคนทราบกันว่าราคาอินเทอร์เน็ตแบบ 4G มีราคาที่ถูกลงมากกว่าแต่ก่อน ทำให้เราเห็นโปรโมชันเน็ตไม่อั้น ความเร็วต่างๆ ออกมาเพียบ จึงเป็นหนึ่งในทางออก ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ แต่ก่อนจะไปดูต้องพูดถึงเหตุผลว่าเราติดอินเทอร์เน็ตบ้านทำไม 1.มีราคาที่ถูกกว่า 2.สามารถใช้งานโดยไม่ต้องกังวลเรื่อง Data 3.มีความสถียรที่ดีกว่า 4.มี Latency ที่ดีกว่า และอีกมากมาย แต่บางพื้นที่ก็ใช้งานไม่ได้

ซึ่งถ้าหากไม่มีทางเลือกจริงๆ อินเทอร์เน็ตแบบ 4G ไม่อั้น ความเร็วคงที่ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะ 1.เราสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลว่า Data จะหมดหรือไม่ ทำให้เราดูหนังออนไลน์ โหลดบิต โดยไม่ต้องกังวลว่าซิมจะถูกตัด 2.ราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิด 3.ความเร็วในระดับพอใช้ ซึ่งเหมาะมากสำหรับครที่อยู่หอพัก หรือคอนโด ที่มี Wi-Fi ของตึกไม่ดี รวมไปถึงพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตแบบสายเข้าไม่ถึง

โดยในวันนี้เรามีโปรโมชันจากทางสองค่าย โดยได้เลือกจากที่มีราคาคุ้มค่า และไม่มีข้อจำกัดการใช้งาน รวมไปถึงมีพื้นที่คลอบคลุมมาก และคุณภาพสัญญาณที่ดี แต่อย่างหลังนี้ก็แล้วแต่พื้นที่ มาฝากกันด้วย

โปรโมชันแนะนำ

1.True ซิมเทพ เน็ตไม่อั้น ความเร็ว 4Mbps ไม่จำกัด 4G Unlimited นาน 12 เดือน ราคา 1200-1500 บาท

2. AIS ซิมเน็ต มาราธอน 2,500 บาท (เน็ตไม่อั้นเร็ว 4 Mbps นาน 12 เดือน)

วิธีการนำไปใช้งาน

เมื่อเรามีแหล่งที่มาของอินเทอร์เน็ตแล้ว ต่อไปเราก็ต้องหาอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้กับมัน โดยอุปกรณ์ที่ผมจะนำเสนอในวันนี้มีตั่งแต่ใช้งานง่าย ไปจนถึงใช้งานยาก แล้วแต่เพื่อนๆ จะเลือกได้เลย

1.สมาร์ทโฟนเพียวๆ มีข้อดีคือง่าย ส่วนข้อสังเกต คือตัวสมาร์ทโฟนจะทำงานตลอด ทำให้มีความร้อนสะสม อาจทำให้อุปกรณ์มีอายุสั้นลงได้ และถ้าใช้กระจายสัญญาณ Wi-Fi ตัวสมาร์ทโฟนมีเพียงเสาอากาศขนาดเล็กเท่านั้น ทำให้กำลังส่ง รวมไปถึงประสิทธิภาพเป็นรองวิธีอื่นอยู่มาก

2.Air card เป็นวิธีที่คลาสสิกที่สุดเลยก็ว่าได้หากต้องการใช้อินเทอร์เน็ตแบบไม่ใช้ Wi-Fi กับอุปกรณ์โน๊ตบุ๊ค สำหรับวิธีนี้มีข้อดี คือง่าย แต่ใช้ได้เพียงเครื่องเดียว ทำให้อาจจะไม่สะดวกเมื่อต้องการใช้งานหลายเครื่อง และถ้าไปเลือกซื้อก็ควรเลือกที่เป็น 4G Air card

3.Pocket Wi-Fi เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเนื่องจากมีราคาไม่แพง และมีประสิทธิภาพที่ใช้ได้ ตัวอุปกรณ์ถูกออกแบบมาให้ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่บ้าง เช่น เรื่องจำนวนเครื่องที่รองรับ และ แบตเตอรี่ที่ต้องชาร์จ รวมไปถึงบางรุ่นไม่รองรับการปล่อยคลื่นความถี่ Wi-Fi 5 GHz ซึ่งถ้าต้องการความสามารถทั้งหมดแบบครบๆ อุปกรณ์จะมีราคาที่สูง

4.4G Router เป็นอีกทางเลือกที่คล้ายกับ Pocket Wi-Fi ซึ่งในราคาเท่ากันจะได้ประสิทธิภาพเพิ่มมากกว่า แต่ก็แลกกับการที่ไม่มีแบตเตอรี่ และพกพาออกไปข้างนอกไม่ได้ ส่วนราคามีตั้งแต่ 1000 – 2000 บาท ไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ถ้าไม่ได้ใช้เป็น 4G Router ก็สามารถนำไปใช้เป็น Access Point ในภายหลังได้ด้วย

5. Aircaard + Router วิธีนี้จะมีความคล้ายกับการใช้ 4G Router แต่จะเป็นวิธีการที่เก่ากว่า และต้องใช้ความรู้ด้าน Network ด้วย ซึ่งมีข้อดีคือ สามารถนำอุปกรณ์หลายๆ อย่างมีประยุกต์ใช้งานร่วมกันได้ เช่นการนำของเก่ามาใช้ร่วมกันได้ หรือการ Custom Spec ได้ตามใจต้องการ

6.โน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่รองรับการใส่ซิม วิธีการนี้เป็นวิธีการแบบใหม่ สำหรับโน๊ตบุ๊คสายพกพา หรือสายทำงานเฉพาะทาง ทำให้ตัวเครื่องสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องพึ่ง Wi-Fi รวมไปถึงกระจายสัญญาณให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย เมื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ Hotspot ใน Windows 10

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับวิธีการใช้อินเทอร์เน็ต โดยวิธีการที่นำมานำเสนอในวันนี้ เป็นวิธีการแก้ปัญหาสำหรับใครที่ต้องการจะมีอินเทอร์เน็ตใช้ ในพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตบ้านเข้าไม่ถึง ซึ่งในตอนนี้ราคาของอินเทอร์เน็ตแบบ 4G ก็มีราคาถูกลงมากแล้ว และเมื่อนำมาประเมิณค่ายใช้จ่ายเป็นราคาต่อเดือนก็พบว่าไม่ได้แพงอย่างที่คิด แต่อาจจะไปแพงที่ค่าอุปกรณ์ในส่วนนี้ก็แล้วแต่เพื่อนๆ จะจัดสรรกันนะครับ ส่วนครั้งหน้าจะมีเทคนิคอะไรเกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตมาฝากกันอีกก็รอติดตามกันได้เลย

ภาพ true AIS dtac huawei Netgear

from:https://notebookspec.com/tips-how-to-use-4g-likely-fiber-optic/445519/

ต๊ายยย !! สัญญาณมือถือ 4G แบบ LTE ก็โดนแฮ็กได้แล้วจร้า!!

ทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยจากมหาวิทยาลัย Ruhr-Universität Bochumและ New York University Abu Dhabi พบวิธีการโจมตีเทคโนโลยีสื่อสารแบบ LTE ได้ถึง 3 แบบ

ซึ่งเปิดให้ผู้โจมตีดูดข้อมูลตัวตนผู้ใช้ หรือแม้แต่ข้อมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆ รวมทั้งรีไดเร็กต์ไปยังเว็บไซต์อันตรายได้ด้วยการเปลี่ยนการตั้งค่า DNS

นั่นหมายความว่า ถ้าเครือข่ายมือถือของคุณใช้ 4G LTE แล้ว พึงระวังการถูกแฮ็กข้อมูลจากระยะไกลไว้ให้ดี โดย LTE หรือ Long Term Evolution เป็นมาตรฐานเครือข่ายโทรศัพท์ล่าสุดที่ปัจจุบันถูกนำมาใช้ให้บริการหลายพันล้านคนทั่วโลก ซึ่งมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยถูกพัฒนาขึ้นมากกว่าโปรโตคอลรุ่นเก่าอย่าง GSM มากมาย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีการค้นพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดช่องให้แฮ็กเกอร์เข้าควบคุมการสื่อสาร, แอบฟังการสนทนาหรือแอบดูข้อความสั้น, การส่งข้อความแจ้งเตือนปลอม, ปลอมตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์, หรือแม้แต่แกล้งยิงอุปกรณ์ผู้ใช้เพื่อตัดการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์

สำหรับช่องโหว่ที่พบครั้งนี้ นักวิจัยได้เขียนอธิบายเว็บว่าเป็นการแฮ็กในระดับเลเยอร์ 2 หรือกับโปรโตคอล LTE โดยเฉพาะ โดยช่องโหว่ 2 แบบแรกเป็นแบบแพสซีฟที่ใช้การดูดข้อมูลที่สื่อสารบนคลื่นในอากาศระหว่างสถานีฐานกับโทรศัพท์ของผู้ใช้ แต่ช่องโหว่สุดท้ายที่เปิดให้โจมตีแบบ DNS Spoofing หรือเรียกว่า aLTEr เป็นการโจมตีแบบแอคทีฟหรือ Man-in-the-Middle ที่เข้าควบคุมการสื่อสาร หรือรีไดเร็กต์ผู้ใช้ไปเว็บที่ต้องการได้ดังใจ

ที่มา : Thehackernews

from:https://www.enterpriseitpro.net/4g-lte-network-hacking/

Nokia จับมือ DTAC จัดโปรฯ สุดจี๊ด เอาใจแฟนพันธุ์แท้ Nokia 8110 4G แค่ 990 บาท

ธนเดช ช่วงแก้ววิเศษ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์โนเกียทั่วโลกแต่เพียงผู้เดียว ร่วมกับ อรรคพงศ์ ลินพิศาล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารอุปกรณ์สื่อสาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด หรือดีแทค

จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม เอาใจแฟนพันธุ์แท้สาวกโนเกีย กับ Nokia 8110 4G มือถือรุ่นกล้วยหอมในตำนานยุค 90 ที่กลับมาพร้อมสมาร์ทฟีเจอร์โฟนฟังก์ชั่นสำหรับยุค 4.0 ที่สามารถใช้งานแอปที่คุณชื่นชอบ รับส่งอีเมล์ จัดการข้อมูลต่างๆ และเล่นเกมงู ในราคาเพียง 990 บาท พร้อมแพ็กเกจสุดคุ้ม เน็ตไม่หมด ทบไปเดือนหน้าได้ พิเศษ! ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน รับส่วนลดค่าโทรเพิ่ม 1,500 บาท ตั้งแต่วันนี้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์บริการดีแทคทั่วประเทศ

from:http://www.flashfly.net/wp/221563