คลังเก็บป้ายกำกับ: Acer

พาชม Predator Thronos บัลลังก์เกมมิ่ง ได้ทุกอย่างครบจบในราคา 3-4 แสนบาท

Acer ได้ยกระดับเก้าอี้เกมมิ่งไปอีกขั้นด้วย Predator Thronos ชุดเก้าอี้เกมมิ่งแบบเคบินในงาน IFA 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งตัวเก้าอี้มาพร้อมกับที่แขวนหน้าจอ 27 แบบโค้งสูงสุดถึง 3 หน้าจอและ Predator Orion พีซีเกมมิ่งตัวท็อปของ Predator

ทาง Acer ประเทศไทยได้นำชุด Predator Thronos มาวางจำหน่ายในไทยแล้วด้วย และทาง Blognone ก็มีโอกาสได้ไปทดลองนั่งทดลองเล่นมาแล้วด้วยครับ

No Description

อย่างที่กล่าวไปว่า Predator Thronos ไม่ใช่แค่เก้าอี้แต่เป็นเหมือนเคบินส่วนตัวสำหรับเกมเมอร์ฮาร์ดคอร์ เพราะจัดเต็มมาให้ทั้งกลไกลในการปรับองศาเก้าอี้ ที่วางเท้า ตัวแขวนหน้าจอที่เปิดปิดได้ เป็นต้น วัสดุของตัวเคบินเป็นโลหะ หนักราว 220 กก. มีไฟสี RGB รอบๆ สามารถปรับได้ รวมถึงมีไฟสีขาวด้านบนเก้าอี้ สามารถเปิดปิดเองได้เช่นกัน

ตัวเก้าอี้เป็นเก้าอี้ ergonomic มีวัสดุเป็นหนังแบบ Polyurethane ค่อนข้างนิ่มและสบาย ที่รองคอก็ออกมาแบบรองรับคอเวลาลงไปนั่งจริงๆ โดยด้านหลังของเก้าอี้บริเวณที่เป็นสะโพกจะฝังตัวเบสท์ของลำโพงเอาไว้ด้วย ซึ่งจะทำให้เก้าอี้สั่นไปตามจังหวะเสียงเบสต์ของเกมโดยอาศัยซอฟต์แวร์ควบคุม สามารถสั่งปิดได้หากไม่ชอบ

No Description

ด้านซ้ายบริเวณที่วางแขนเป็นปุ่มปรับตำแหน่งต่างๆ ของเก้าอี้ ไล่จากบนลงล่าง

No Description

  • ปุ่มเปิดปิดเคบิน

เมื่อกดเปิด ถาดวางคีย์บอร์ดและตัวแขวนหน้าด้านบน จะถูกเปิดขึ้นอย่างช้าๆ สำหรับการลุกนั่งหรือเข้าออกจากเก้าอี้ และหากระดับองศาของเก้าอี้ถูกปรับเป็นนอนอยู่ เมื่อกดปุ่มเปิดเคบิน องศาของเก้าอี้ก็จะถูกปรับลงมาสู่ตำแหน่งเริ่มต้นด้วย

No Description

  • ปุ่มปรับระดับองศาการนอนของเก้าอี้

สามารถปรับให้เก้าอี้นอนได้สูงสุด 140 องศา ซึ่งเมื่อปรับองศาเก้าอี้ ที่พักเท้าจะถูกเปิดออกมา และองศาของตัวแขวนหน้าจอก็จะปรับตามด้วย ทำให้หากนั่งเล่นแล้วเมื่อยก็สามารถนอนเล่นเกม หรือกระทั่งนอนงีบไปเลยก็ได้ เพราะอย่างที่กล่าวไป เก้าอี้และที่รองคอสบายมาก

No Description

  • ปุ่มปรับระดับที่วางเท้า

สำหรับกรณีที่ไม่ได้ปรับองศาเก้าอี้ แต่อาจรู้สึกเมื่อย Thronos ก็มีที่วางเท้าให้

No Description

  • ปรับปรับองศาของที่แขวนหน้าจอ

สามารถปรับได้ตลอด ได้ว่าจะนั่งหรือจะนอน ให้เหมาะสมกับระดับองศาการมองของแต่ละคน

No Description

  • ปุ่มเปิดปิดถาดวางคีย์บอร์ด สำหรับการเข้าออก

ในส่วนของชุดอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับเก้าอี้ก็มี Predator Orion ที่ในอนาคตจะสามารถสั่ง custom ได้อิสระ แต่ตอนนี้จะขายเป็นรุ่น PO9-600 ที่มาพร้อมซีพียู Core i7-8700K แรม DDR4 32GB, M.2 PCIe 512GB + HDD 1TB 7200rpm, DVD-RW, GeForce GTX 1080 พร้อมคีย์บอร์โและเม้าส์ Predator ให้ในชุด ราคาเฉพาะ Orion คือ 109,900 บาท

ขณะที่หน้าจอในอนาคตก็จะสามารถสั่งได้เช่นกัน แตตอนนี้เป็นรุ่น Predator Z271Ubmiphzx จอโค้งขนาด 27 นิ้ว WQHD รองรับ G-Sync รีเฟรชเรทที่ 165Hz, Response Time 1ms มีลำโพง 7W ให้ในตัว

No Description

Acer ประเทศไทยระบุว่า Predator Thronos ไม่ได้มีวางขายทั่วไปแต่ต้องสั่งจองเท่านั้น ราคาสุทธิยังไม่กำหนดแต่คาดว่าจะอยู่ที่ราวๆ 3-4 แสนบาท (หากเปิดให้ custom ก็จะแตกต่างกันไปอีกตามที่เลือก) โดยทาง Acer จะดูแลให้ทั้งการขนส่ง ประกอบและประกันหลังการขาย

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105967

Advertisements

4 แบรนด์ดังมุ่งสู่อนาคต หันมาหนุนธุรกิจ E-Sport

เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่า E-Sport เข้ามาในไทยตั้งแต่ปี 2543 แล้ว  แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้เฟื่องฟูนัก นั่นเป็นเพราะการเล่นเกมส์อาจไม่เวิร์คสำหรับมุมมองผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของเงิน ทำให้วงการ E-Sport ต้องอาศัยเม็ดเงินสนุบสนุนจากการโฆษณาและขอสปอนเซอร์เป็นหลัก ต่างจากปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันแบบจริงจังและมีหลายแบรนด์ที่โดดเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนใน E-Sport ลองมาดูกันมีแบรนด์ไหนบ้างเข้ามาเล่นในสนามนี้

Major Cineplex

Major Group ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงภาพยนตร์มาอย่างยาวนาน แม้กระแสคนดูหนังในโรงยุคนี้ไม่บูมเมื่อในอดีต ทีมบริหารเมเจอร์กรุ๊ปส์เองก็ยอมรับว่า “ต้องปรับตัว” ให้เข้ากระแส และได้จัดทำโรงภาพยนตร์เพื่อรองรับการแข่งขัน E-Sport เป็นแห่งแรกของโลก

โดยได้ตั้งอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า Esplanade Cineplex รัชดา ด้วยความร่วมมือระหว่างเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และ Dell (เดลล์) ผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเกมมิ่ง ที่มาร่วมสนับสนุนอุปกรณ์การเล่น และสร้าง Alternative Content เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือก นอกจากการชมภาพยนตร์  รวมทั้งมีการกำหนดกลุ่มลูกค้าหลักเป็นหน่วยงานหรือองค์กรที่ต้องการจัดกิจกรรมการแข่งขันด้าน E-sports

ทั้งนี้ ศูนย์ในรูปแบบอีสปอร์ตมีอีกแห่งหนึ่งที่ห้างพันทิปพลาซ่าที่มีรูปแบบการให้บริการคล้ายกัน แน่นอนว่าเมเจอร์ชูจุดเด่นในเรื่องของ การรองรับการแข่งขันด้าน E-sports อย่างครบวงจร ด้วยอุปกรณ์ชั้นนำไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาดใหญ่ เครื่องฉาย 4K  ระบบเสียง ระบบอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 1,000 GB สามารถรองรับผู้เข้าแข่งขันได้ 72 คน พร้อมผู้ชมอีก 200 คน

และมองเผื่อไว้ว่า หากไม่มีใครมาจัดการแข่งขันหรืออีเว้นท์ ก็ยังคงนำโรงดังกล่าวมาฉายภาพยนตร์ตามปกติได้ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางขยายรายได้ของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ที่มีการตั้งเป้ารายได้จากโรงภาพยนตร์ E-sports ไว้ที่ปีละ 12 ล้านบาท

Burirum United

ใครจะไปคาดคิดว่า Burirum United (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) สโมสรฟุตบอลอาชีพที่น่าสนใจอีกรายหนึ่งของเมืองไทย  ภายใต้การบริหารของอดีตนักการเมืองชื่อดังอย่าง เนวิน ชิดชอบ จะสนใจวงการอีสปอร์ต จนปั้นทีม E-Sport เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการตลาดแบรนด์บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

จากความเชื่อที่ว่า E-Sport จะสามารถเข้าถึงคนได้จำนวนมาก เปิดรับชมได้ทุกที่ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีคนดูกว่า 10 ล้านคนแล้ว  โดยยังคงให้ฟุตบอลยังคงเป็นธุรกิจหลัก เพียงแต่มองว่า E-Sport มีการเติบโตมหาศาล และมีฐานแฟนที่เยอะพอๆ กับฟุตบอล ทำให้เป็นกีฬาขยายแบรนด์ได้  และพร้อมจะแตกไลน์ธุรกิจอย่างสินค้าที่ระลึกได้อีกด้วย

นอกจากนั้นยังมีเป้าหมายที่ใหญ่ที่ชัดเจน มุ่งไปไกลให้ถึงระดับชิงแชมป์โลก ด้วยการจัดตั้ง “อีสปอร์ตอะคาเดมี” เพื่อสอนลูกหลานคนไทยที่ชอบเล่นเกม และอยากพัฒนาไปสู่การเป็นนักกีฬา E-Sport อาชีพ ให้เหมือนกับนักฟุตบอลอาชีพ รวมไปถึง “อีสปอร์ต สเตเดียม” ที่จะใช้จัดการแข่งขันนัดต่างๆ

ลองอ่านแนวคิดของคุณเนวิน เพิ่มเติมได้ที่นี่

AIS

จะไม่มีแบรนด์ใหญ่อย่างรายนี้ก็คงจะไม่ได้ เพราะ AIS เคยประกาศตัวว่าจะสนับสนุนทุกเรื่องที่เป็นดิจิทัลและเทรนด์ในอนาคต ด้วยการประเดิมจัดรายการ “Thailand PVP E-Sports Championship Powered by AIS”  เพื่อสนับสนุนการแข่งขัน E-Sport และผลักดันเกมเมอร์ของไทยสู่การแข่งในระดับโลก

โดยรูปแบบจะเป็นการแข่งขันเกมส์ ROV และ DOTA 2  เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านบาท (DOTA2 600,000 บาท, ROV 1,000,000 บาท) จากนั้น จะเข้าสู่การแข่งขันระดับภูมิภาคที่ชื่อว่า “PVP E-Sports Championship” ที่ประเทศสิงคโปร์ (และแน่นอนว่าทีมไทยคว้าแชมป์เกม ROV ได้แก่ ทีมALPHA X จากประเทศไทยคว้าเงินรางวัล 40,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐไปเรียบร้อย)

สำหรับรูปแบบการแข่งขันที่เกิดขึ้นนั้น มาจากการจับมือของพาร์ทเนอร์ของ AIS กับ สิงเทล กรุ๊ป ประเทศสิงคโปร์ และโอเปอเรเตอร์ในเครืออีก 6 ประเทศ นอกจากนั้น ยังมีพันธมิตรในวงการเกมระดับชั้นนำของโลกอย่าง Garena, Razer, Bliazzard และ Mineski Event Team

ทั้งนี้ AIS ได้นำเอาเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่เป็นจุดแข็ง มาเชื่อมโยงเข้ากับเรื่อง E-Sport ด้วยประเด็นของซิมโทรศัพท์ที่ให้เล่นเกม ROV ได้แบบไม่เสียค่าเน็ตและแจกไอเท็มฟรี นอกจากนั้นยังมีวิดีโอการแข่งขันเกมร่วมกับเหล่า Game Caster ของไทย ที่ดูย้อนหลังผ่านแอป AIS Play และกล่อง AIS PLAY BOX ได้ เรียกว่าเอาใจคอเกมขั้นสุด

Acer

แม้ว่าในไทยจะเพิ่งเห็นการเปิดตัวคอมพิวเตอร์ โน้ตบุคหรืออุปกรณ์สำหรับคอเกม แต่ที่จริงแล้ว ACER เรียกได้ว่าเป็นผู้สนับสนุนวงการ E-Sports มาสักพักหนึ่งแล้ว สำหรับในไทยก็มีการจับมือกับสมาคมไทยอีสปอร์ต (TESA) มาเป็นเวลากว่า 4 ปี ล่าสุดมีการจัดงาน “Predator League Thailand 2019” เพื่อคัดนักกีฬา จากเกม Dota 2 และ Player Unkown’s Battlegrounds (PUBG) เพื่อลุ้นเงินรางวัลมูลค่า 460,000 บาท

โดยการแข่งขันที่จัดขึ้นมีมากกว่า 1,900 คน จาก 320 ทีมในเกม PUBG และ 64 ทีม ในเกม DOTA2 และจะคัดทีมที่ชนะเป็นตัวแทนประเทศไทย  เพื่อแข่งขันกับประเทศอื่นในเอเชียแปซิฟิก ในการแข่งขัน “Asia Pacific Predator League 2019” ที่ไทยจะได้เป็นเจ้าภาพ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019

ก่อนหน้านี้ ทาง ACER ได้มีการร่วมมือจัดการแข่งขันอีสปอร์ตในฐานะผู้จัดงาน เพื่อคัดเลือกนักกีฬามาแล้วหลายรายการอย่าง Acer Dota 2 Road to AGES, Esport 2017 World Championship BUSAN 9th ด้วย

แม้ว่า ภาพของ เด็กติดเกมส์จะเป็นมุมมองที่ยังคงไม่สวยงามสำหรับคนยุคเก่า แต่การสนับสนุน E-Sport อย่างจริงจังของแบรนด์ น่าจะช่วยดึงเรื่องภาพลักษณ์ของ E-Sport มีแนวทางที่ดีข้ึน รวมทั้งอาจเป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้ติดเกมส์แบบไม่มีเป้าหมาย แต่นำพาตัวเองไปเป็นนักกีฬา E-Sport ระดับทีมชาติให้เป็นจริงได้ รวมทั้งในวันนี้ E-Sport ได้กลายเป็นกีฬาสาธิตแข่งขันในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18  แล้ว จึงไม่น่าแปลกเลยที่หลายๆ แบรนด์จะหันมาลงทุนและสนับสนุนเส้นทางแห่งอนาคตนี้อย่างจริงจัง

อ้างอิง:

http://www.majorcineplex.com/news/dell-gaming-esports-cinema

https://esports.ais.co.th/

https://www.buriramunited.com/main_news/detail/505

 

 

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/10/e-sport-business-support/

Acer – คว้ารางวัล ‘The Most Powerful Brand 2018’ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 กับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งที่สุด

เอเซอร์ตอกย้ำภาพผู้นำนวัตกรรมไอที

คว้ารางวัล ‘The Most Powerful Brand 2018’ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 

จากการวิจัยจัดอันดับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งที่สุด

โดยภาควิชาการตลาด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Acer คอมพิวเตอร์ ประเทศไทย รับรางวัล The Most Powerful Brands of Thailand 2018” แบรนด์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดใน กลุ่มคอมพิวเตอร์ รางวัล The Most Powerful Brands of Thailand เป็นรางวัลเกิดจากการจัดทำโครงการวิจัยโดยภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

โดยวัดผลสำรวจจากผู้บริโภคทั่วประเทศรวม 12,400 ตัวอย่างทั่วประเทศ การวิจัยนี้มุ่งเน้นให้เห็นถึงการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและทรงพลังด้วยการนำปัจจัยที่เป็นกุญแจของการสร้างแบรนด์ 3 ด้านหลักได้แก่ การมุ่งเน้นลูกค้า ขีดความสามารถขององค์กร และการสร้างคุณค่าร่วม การรับรางวัล The Most Powerful Brands of Thailand 2018”

ในครั้งนี้เอเซอร์ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคต่อเนื่องกันเป็นครั้งที่ 4 โดยมีนายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนายการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัล จาก ศาตราจารย์ ดร. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ณ อาหารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

from:https://notebookspec.com/pr-acer-the-most-powerful-brand-2018/457688/

สัมภาษณ์ Jason Chen ซีอีโอผู้พลิกฟื้น Acer ให้กลับมาเติบโต สวนกระแสธุรกิจพีซีขาลง

Blognone สัมภาษณ์คุณ Jason Chen ซีอีโอของ Acer เนื่องในโอกาสมาเยือนไทย กับประเด็นการพลิกฟื้นธุรกิจของ Acer ให้กลับมาเติบโตและทำกำไรในช่วงที่ธุรกิจพีซีซบเซา ด้วยท่าไม้ตายที่เน้นตลาดเกมมิ่ง และการสร้างความแตกต่างด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อน

นอกจากนี้คุณ Jason ยังเผยวิสัยทัศน์ของบริษัท Acer ในอนาคต ว่าจะขยายกิจการไปยังธุรกิจที่ไม่ใช่พีซี ทั้ง VR, IoT, Smart City เพื่อสร้างอาณาจักร Acer Group ยุคใหม่ที่มีหลายบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

No Description

ปูพื้นประวัติ Jason Chen ก่อนมารับตำแหน่งซีอีโอ Acer

ถึงแม้แบรนด์ Acer เป็นที่รู้จักอย่างดีทั่วโลก แต่ผู้บริหารของ Acer กลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ดังนั้นก่อนเข้าสู่บทสัมภาษณ์ของคุณ Jason จึงต้องปูพื้นก่อนเล็กน้อย

Acer ในช่วงหลังปี 2010 เป็นต้นมามีผลประกอบการไม่ดีนัก ทั้งจากปัจจัยเรื่องตลาดพีซีขาลงและการบริหารภายในเองด้วย ส่งผลให้ในปี 2013 ซีอีโอ J.T. Wang ต้องลาออก และผู้ก่อตั้งบริษัทคือ Stan Shih ต้องกลับมานั่งเก้าอี้นี้ชั่วคราว

ช่วงปลายปี 2013 Stan Shih ก็ดึงตัวเอา Jason Chen ผู้บริหารของ TSMC มาเป็นซีอีโอแทน โดย Chen เริ่มงานช่วงต้นปี 2014 และยังคงดำรงตำแหน่งนี้มาโดยตลอด

คุณ Jason Chen เคยทำงานในวงการผลิตชิปมายาวนาน โดยอยู่กับ Intel เป็นเวลา 14 ปี และ TSMC อีก 7 ปี ก่อนจะย้ายมารับตำแหน่งซีอีโอของบริษัทคอมพิวเตอร์อย่าง Acer

Blognone เคยสัมภาษณ์คุณ Jason มาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2014 ช่วงที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน

No Description

ภารกิจแรก กอบกู้วิกฤต Acer

คุณ Jason เล่าให้ฟังว่าตอนเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ คนก็ตั้งคำถามว่าเขาจะพลิกฟื้นสถานการณ์ของ Acer กลับมาได้อย่างไร แต่มาถึงตอนนี้ ตัวเลขผลประกอบการชี้ให้เห็นชัดเจนว่า Acer กลับมาอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม

ถ้าดูจากผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปี 2018 รายได้เติบโต 9% และกำไรหลังหักภาษีแล้วโตถึง 261% ถือเป็นผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ที่ดีที่สุดในรอบ 8 ปี

หากย้อนดูตัวเลขผลประกอบการรายปีของ Acer ไปตั้งแต่ปี 2013 จะเห็นว่ารายได้ตกลงมาโดยตลอด แต่ช่วงปี 2013 ขาดทุนหนัก ในขณะที่ช่วงปี 2017 เริ่มกลับมาทำกำไรแล้ว และถ้าดูกราฟของปี 2018 จะเห็นว่าทั้งรายได้และกำไรเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน

ข้อมูลอ้างอิง Slide Q2 2016, Slide Q2 2018, Annual Report 2017

No Description

รายได้ (Net Sales) รายไตรมาส ระหว่างปี 2014-2016

No Description

รายได้ (Net Sales) รายไตรมาส ระหว่างปี 2016-2018

No Description

กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) รายไตรมาส ระหว่างปี 2014-2016

No Description

กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) รายไตรมาส ระหว่างปี 2016-2018

No Description

ยุทธศาสตร์ของ Acer คืออะไร?

คุณ Jason เล่าว่ากลยุทธ์ธุรกิจทั่วไป ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหนก็ตาม มีทางเลือกเพียง 3 ข้อใหญ่ๆ คือ

  1. First to Market เป็นเจ้าแรกที่เข้าสู่ตลาด ข้อดีคือมาก่อน คนรู้จักก่อน แต่ข้อเสียคือต้องทำให้ตลาดรู้จักผลิตภัณฑ์ของเราด้วย ดังนั้นต้องมีพลังทางการตลาดเยอะพอที่จะครองโมเมนตัมอันดับหนึ่งไว้ได้ต่อเนื่อง ไม่ให้รายอื่นมาช่วงชิงจังหวะไป
  2. Second to Market เข้าตลาดเป็นเจ้าที่สอง ใช้เทคโนโลยีเดียวกับรายแรก แต่มาทีหลังต้องทำให้ใหญ่กว่า และชิงจังหวะจากรายแรกที่แรงตก ซึ่งที่ผ่านมาเราเห็นมาบ่อยครั้ง ที่รายแรกไม่สามารถครองตลาดได้ถาวร และเสียตลาดให้กับผู้เล่นที่มาทีหลัง
  3. Cost Minimization อันดับการเข้าตลาดหลังจากนั้นไม่สำคัญแล้ว กลายเป็นเรื่องต้นทุนแทน ว่าใครบีบต้นทุนได้ต่ำกว่า ขายราคาถูกกว่า ก็แย่งตลาดจากรายที่มาก่อนไปได้

ที่ผ่านมา Acer ใช้แนวทาง Cost Minimization มาตลอด แต่หลังจาก Jason เข้ามาเป็นซีอีโอ เขาเปลี่ยนมาใช้หลัก First to Market แทน โดยให้ความสำคัญกับทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) และการตลาด (marketing) ควบคู่กันไป

No Description

พลิกฟื้นด้วยเกมมิ่ง เคล็ดลับคือ R&D ด้านการระบายความร้อนที่เหนือกว่า

Acer ประสบปัญหาว่าตลาดพีซีอยู่ในช่วงขาลง คนซื้อพีซีกันน้อยลง ทำให้ Acer ต้องมองหาเซกเมนต์ใหม่ที่กำลังเติบโตมาทดแทน ซึ่งก็ชัดเจนว่าเป็นตลาดของเกมมิ่งพีซีที่กำลังมาแรงในช่วงหลัง

แต่ตลาดเกมมิ่งเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตพีซีทุกรายมองเห็นตรงกัน คำถามถัดมาคือ Acer จะสร้างความแตกต่างได้อย่างไร

คุณ Jason เล่าว่าเขาเติบโตมาจากบริษัทผลิตชิป มองเห็นมาโดยตลอดว่าผู้ผลิตชิปในโลกนี้มีเพียงไม่กี่เจ้า และผู้ผลิตพีซีก็ใช้ชิปตัวเดียวกันจาก Intel, AMD, NVIDIA เหมือนๆ กัน จึงเป็นคำถามคาใจของเขามาโดยตลอดว่าจะสร้างความแตกต่างได้อย่างไร

เมื่อเขาย้ายฝั่งมากุมทิศทางของบริษัทผู้ผลิตพีซี เขาจึงเดินหน้าตอบข้อสงสัยนี้ และได้คำตอบว่านวัตกรรมที่สร้างความแตกต่างคือระบบระบายความร้อน (system thermal)

ในโลกที่ผู้ผลิตพีซีทุกรายใช้ชิปตัวเดียวกัน ผู้ที่สามารถระบายความร้อนได้ดีที่สุ ย่อมทำให้ได้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในขนาดที่เล็กที่สุด ทำให้เขาปรับกระบวนการ R&D ภายในบริษัท จุดที่เน้นอย่างชัดเจนคือ “พัดลมระบายความร้อน”

Acer เป็นรายแรกที่ใช้พัดลมโลหะแทนพลาสติกอย่างที่ใช้กันทั่วไป การที่พัดลมเป็นโลหะที่แข็งแรงกว่าพลาสติกทำให้ใบพัดสามารถมีขนาดเล็กลงได้มากกว่าเดิม เพิ่มจำนวนใบพัดได้เป็น 2 เท่า ระบายความร้อนได้ดีกว่าเดิม

No Description

ปัจจุบันพัดลมโลหะแบรนด์ Aeroblade 3D พัฒนามาจนถึงยุคที่สี่แล้ว และมีประสิทธิภาพดีกว่าพัดลมพลาสติกราว 29%

คลิปการทำงานของพัดลม Aeroblade 3D รุ่นปี 2018

นวัตกรรมด้านการระบายความร้อนอีกตัวคือการแก้ปัญหาใช้พัดลมไปนานๆ แล้วฝุ่นจับ ทำให้ระบายความร้อนได้ยาก ทางแก้ของ Acer คือออกแบบให้พัดลมหมุนกลับทิศ (reverse direction) เพื่อเป่าฝุ่นออกได้ ซึ่ง Acer เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า DustDefender

No Description

ช่วงหลัง Acer ยังพัฒนาเทคโนโลยีระบายความร้อนใหม่ๆ เช่น LiquidLoop หรือการระบายความร้อนด้วยของเหลว (liquid cooling pipe) เพื่อลดการใช้งานพัดลม ผลคืออุปกรณ์สายบางเบาสามารถยัด Core i7 และจีพียูลงไปได้โดยไม่ต้องมีพัดลมเลย เทคโนโลยีนี้ยังถูกนำไปใช้กับพีซีตั้งโต๊ะแบบ All-in-One ที่มีพื้นที่ระบายความร้อนจำกัดด้วย ไม่ได้ใช้แค่เพียงโน้ตบุ๊กอย่างเดียว

เทคโนโลยีระบายความร้อนเหล่านี้ทำให้สินค้ากลุ่มเกมมิ่ง และโน้ตบุ๊กสายบางเบา (thin & light) ของ Acer แตกต่างจากคู่แข่ง ปัจจุบัน Acer ไปได้ดีมากในตลาดเกมมิ่ง ยอดขายเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดเกมมิ่งในภาพรวม และเป็นอันดับ 1 หรือ 2 ในตลาดเกมมิ่ง 33 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

เมื่อถามว่าเทคโนโลยีใดสำคัญที่สุดต่อ Acer ในตอนนี้ คุณ Jason ก็ตอบอย่างไม่ลังเลว่าเป็นเทคโนโลยีด้านระบายความร้อนนี่แหละ

R&D อย่างเดียวไม่พอ การตลาดก็สำคัญ

นอกจากปัจจัยด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว คุณ Jason ย้ำกว่าการตลาดก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเขาใช้คำว่าต้องสร้าง “เครื่องจักรด้านการตลาดที่ทรงพลัง” (powerful marketing engine) เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก

Jason เล่าว่าทุกวันนี้ Acer เลือกจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวสินค้าเพียงปีละ 2 ครั้ง แบ่งเป็นงานที่นิวยอร์กในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม และเวทีงาน IFA ที่เบอร์ลินช่วงประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งงานล่าสุดคือ IFA 2018 ที่เพิ่งจัดไปหมาดๆ และต้องแข่งสร้างความสนใจกับแบรนด์อื่นๆ ที่แถลงข่าวในวันเดียวกันด้วย ผลคือ Acer ก็ประสบความสำเร็จในแง่การเป็นที่พูดถึง (วัดจาก Twitter)

แนวทางการออกสินค้าของ Acer ในช่วงหลังจึงเป็น First to Market หรือการออกสินค้าในกลุ่มใหม่ๆ ได้เป็นรายแรก หรือเป็นผู้บุกเบิกตลาดนั้นๆ ให้เป็นที่รู้จัก ตัวอย่างที่คนจดจำกันได้ดีคือ Acer Predator 21X เกมมิ่งโน้ตบุ๊กจอยักษ์ 21 นิ้ว หนัก 8.5 กิโลกรัม ผลิตออกมา 10,000 ตัวก็ขายหมดเกลี้ยง

No Description

ส่วนสินค้าใหม่ที่เปิดตัวในปี 2018 และได้รับความสนใจสูง ได้แก่ Predator Triton 900 ที่เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก convertible ตัวแรก และ Predator Thronos “เก้าอี้เล่นเกม” ที่ไม่ได้เป็น VR แต่ก็ให้ประสบการณ์สมจริง

แผนการตลาดด้านเกมมิ่งก็ใช้แบรนด์ Predator ทำตลาดอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ อย่างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเองก็เป็นสปอนเซอร์จัดการแข่งขันอีสปอร์ตสำหรับผู้เล่นกลุ่มกึ่งโปร รายการ Asia Pacific Predator League 2019 ที่คราวนี้ วนมาจัดที่กรุงเทพ

ส่วนสินค้าที่ไม่ใช่ฝั่งเกมมิ่ง ก็มีโน้ตบุ๊กตระกูล Swift ที่เน้นความบางเบาระดับ “ที่สุดในโลก” ทั้ง Swift 7 ที่เน้นความบาง และ Swift 5 ที่เน้นความเบา หรือสินค้ากลุ่ม Chromebook ที่ Acer ก็ทำได้ดีเช่นกัน เติบโตไปพร้อมกับกระแสความนิยม Chromebook ในภาคการศึกษา

ก้าวต่อไปของ Acer สยายปีก สร้างกลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย อยู่ได้อย่างยั่งยืน

คุณ Jason เล่าถึงแผนการเติบโตของ Acer ในขั้นถัดไป ไอเดียหลักคือคำว่า Multiple Business Engine for Long-term Sustainability หรือการมีธุรกิจหลากหลายประเภท เพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

เขาย้ำว่า Acer จะยังทำธุรกิจพีซีต่อไปเช่นเดิม เพราะเป็นธุรกิจหลักของบริษัท และยืนยันว่าต่อให้ตลาดพีซีล่มสลายลงไป Acer จะเป็นรายสุดท้ายที่ยังยืนหยัดอยู่ในตลาดนี้

ส่วนตลาดเกมมิ่งที่ไปได้สวย ก็จะต่อยอดด้วยธุรกิจเกี่ยวเนื่องกัน ได้แก่ ธุรกิจด้าน VR และธุรกิจด้านคอนเทนต์ ซึ่ง Acer ใช้วิธีเข้าไปลงทุนในบริษัท StarVR และจับมือเป็นพันธมิตรกับ IMAX ลงทุนด้าน VR ในตลาดภาพยนตร์บางเรื่อง

คุณ Jason บอกว่าแนวทางในการเปิดตลาดใหม่ๆ ของ Acer มีอยู่ 2 ปัจจัย คือต้องเลือกตลาดที่ใหญ่พอที่จะคุ้มการทำธุรกิจ (bigger enough to matter) แต่ในอีกด้านต้องเล็กพอที่จะไปแข่งแล้วเป็นผู้ชนะ (small enough to win)

อีกตลาดที่ Acer กำลังพยายามเข้าไปคือ IoT กับ Smart City ที่เป็นคำใหญ่ๆ และต้องเลือกว่าจะเจาะเซกเมนต์ไหนจากหลักการข้างต้น ตลาดที่บุกเข้าไปแล้วได้แก่

  • AOPEN บริษัทด้าน Digital Signage หรือป้ายดิจิทัล เป็นบริษัทลูกที่แยกไปขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และ Acer เพิ่งไปซื้อกิจการกลับมาเมื่อปี 2017 แล้วพลิกฟื้นธุรกิจให้กลับมามีกำไรได้สำเร็จ
  • Pawbow อุปกรณ์สมาร์ทโฮมสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เพราะมองว่าคนยุคนี้รักสัตว์มาก กำลังซื้อสูง สินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงขายดี บริษัทนี้เป็นสตาร์ตอัพที่ Acer ไปซื้อกิจการมาและช่วยทำการตลาดให้ (Pawbo เข้ามาทำตลาดในไทยแล้ว)
  • Smart Parking บริการช่วยหาที่จอดรถริมถนน ตอนนี้เปิดบริการเฉพาะในไต้หวัน เป็นสตาร์ตอัพอีกรายที่ซื้อกิจการมา โดย Acer นำเทคโนโลยี IoT มาใช้ร่วมกับแอพบนมือถือ พบว่าเทคโนโลยีไม่ยาก แต่ทำเงินจากคอนซูเมอร์โดยตรงได้ยาก Acer จึงซื้อบริษัทนี้มา แล้วเปลี่ยนไปเซ็นสัญญากับรัฐบาล หาเงินจากส่วนแบ่งรายได้ค่าจอดรถแทน เป็นความได้เปรียบของบริษัทใหญ่ที่ทำโครงการระดับนี้ได้
  • Smart City เน้นเรื่องการส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT กลับขึ้นคลาวด์ โดยใช้เทคโนโลยี LoRa ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสมาร์ทมิเตอร์ ทั้งไฟฟ้าและประปา เพื่อลดการใช้แรงคนไปจดมิเตอร์ทุกเดือน โครงการด้าน Smart City นี้กำลังคุยกับหลายๆ จังหวัดในไทยด้วย

สินค้าที่น่าสนใจที่คุณ Jason นำมาโชว์คือ “ลูกประคำดิจิทัล” ที่เกิดจากการที่เขาสั่งเลิกทำสมาร์ทโฟนแบรนด์ Acer เพราะไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ และมอบหมายให้ไปศึกษาตลาดใหม่ๆ ที่น่าสนใจมา จากนั้นทีมวิจัยของ Acer ในไต้หวัน พบว่า “วัด” มีความต้องการใช้ลูกประคำเพื่อนับและทำสมาธิ จึงพัฒนาลูกประคำที่ใช้เซ็นเซอร์ไจโร ช่วยนับจำนวนลูกประคำที่นับได้ และเชื่อมโยงกับสมาร์ทโฟนได้ (ชาร์จไร้สายด้วย)

สินค้าตัวนี้ Acer ไม่ขายปลีก แต่ใช้วิธีทำตัวเป็นผู้ผลิต OEM ขายให้กับวัดในไต้หวันแทน โดยแต่ละวัดสามารถมีแบรนดิ้งของตัวเองได้ เลือกวัสดุเองได้ หลังปล่อยออกไปแล้ว พบว่าธุรกิจนี้ดีกว่าสมาร์ทโฟนมาก คนว้าวมาก เหตุเพราะแก้ปัญหาได้ตรงจุด และใช้ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของ Acer มาเป็นจุดแข็งต่อยอดได้

No Description

No Description

คุณ Jason สรุปเป้าหมายของ Acer Group ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จะต้องมีบริษัทลูกขายหุ้น IPO เข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ให้ได้หลายๆ บริษัท และแต่ละบริษัทต้องมีความเชื่อมโยง ต้องมี synergy ระหว่างกัน เรียกว่า Acer ต้องเป็น company generates companies สร้างบริษัทลูกใหม่ๆ ขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง

เขายังย้ำว่าความยั่งยืน (sustainability) เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะธุรกิจเทคโนโลยีมีไดนามิกสูง มีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต่อให้อยู่ในธุรกิจมายาวนาน แต่ถ้ารอบเทคโนโลยีเปลี่ยน ก็อาจล้มตายไปได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ดังนั้น Acer Group ต้องมองเรื่องความหลากหลายของธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับกลุ่มบริษัทได้ในระยะยาว

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105431

AMD Promotion – กติกาการร่วมสนุกกิจกรรม “Acer Nitro Special” ซื้อแล้วลงทะเบียน รับ SSD 120GB ฟรี !!!

กติกาการร่วมสนุกกิจกรรม “Acer Nitro Special”

AMD Promotion เพียงซื้อสินค้า Acer ตามรุ่นที่ระบุ ไม่ว่าจะเป็น Acer Nitro 5 ที่เป็น Gaming Notebook หรือ Acer Nitro 50 ที่เป็น Gaming Desktop โดยเป็นรุ่นที่ใช้ชิปประมวลผล AMD จากนั้นลงทะเบียนสินค้าด้วยบัญชี Facebook ของตนเอง เพื่อรับ WD SSD Green 120 GB M.2 มูลค่า 1,490 บาท ฟรี !!!

สินค้ารุ่นที่ระบุ ได้แก่

Notebook

  • AN515-42-R7EB (NH.Q3RST.001)

Desktop

  • N50-100-R58G1TMGi/T001 (DG.E0RST.001)
  • TC-380-R58G1T00Mi/T001 (DT.BBGST.001)
  • TC-380-R38G1T00MGi/T003 (DT.BBGST.003)

หมายเหตุ เก็บใบกำกับภาษีและอีเมลยืนยันสิทธิ์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการรับรางวัล

ของรางวัล

  • WD SSD Green 120 GB M.2 มูลค่า 1,490 บาท

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการรับรางวัล

  • สงวนสิทธิ์นี้สำหรับลูกค้าบุคคลที่ซื้อสินค้าตราเอเซอร์เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ ภายในราชอาณาจักรไทยผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ถูกแต่งตั้งโดยเอเซอร์เท่านั้น และทางลูกค้าต้องทำการลงทะเบียนสินค้าด้วยบัญชี Facebook ของตนเอง ภายในระยะเวลากิจกรรม
  • ระยะเวลาการร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน – 24 ตุลาคม 2561
  • ชื่อผู้โชคดีที่แสดงบนสำเนาบัตรประชาชนจะต้องเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อที่ใช้ลงทะเบียนใน Acer Privilege และแบบฟอร์มการรับสิทธิ์
  • กรณีที่ให้บุคคลที่ 3 รับ cash back แทน กรุณาใช้ชื่อบุคคลที่ 3 ในการลงทะเบียน Acer Privilege และแบบฟอร์มการรับสิทธิ์
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เฉพาะชาวไทยที่ถือบัตรประชาชนไทยและบัญชีธนาคารในประเทศไทยเท่านั้น
  • ผู้โชคดีต้องทำการยืนยันสิทธิ์ภายใน 5 วัน มิเช่นนั้นถือว่าสละสิทธิ์
  • ผู้โชคดีจะต้องตกลงยอมรับเงื่อนไข และข้อกำหนดว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมดถูกต้อง โดยเอเซอร์จะไม่รับผิดชอบในทุกกรณี หากข้อมูลการลงทะเบียนไม่ครบถ้วนและถูกต้องสมบูรณ์
  • ผู้โชคดีจะต้องเก็บหลักฐานการซื้อสินค้า ใบกำกับภาษี และอีเมลยืนยันการลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิ์
  • หากไม่สามารถนำหลักฐานการซื้อสินค้า ใบกำกับภาษี และอีเมลยืนยันการลงทะเบียนมาแสดงหรือมีหลักฐานไม่ครบถ้วน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขในการร่วมกิจกรรม
  • บริษัทฯจะจัดส่งของรางวัลทางไปรษณีย์ ภายใน 7 วันทำการ หลังจากตรวจสอบเอกสารว่าถูกต้องครบถ้วนแล้ว
  • ลูกค้าสามารถนำเครื่องและของรางวัลเข้ามาใช้บริการอัพเกรดได้ที่ศูนย์บริการเอเซอร์ 10 แห่ง ทั่วประเทศไทย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแสดงหน้าจอการลงทะเบียน Acer Privilege ต่อเจ้าหน้าที่เอเซอร์ ภายในระยะเวลาแคมเปญ
  • เมื่อผู้รับรางวัลเข้าร่วมสนุกกับกิจกรรม ทางบริษัทฯถือว่าผู้ได้รับรางวัลยินยอมให้มีการถ่ายทำเพื่อประชาสัมพันธ์แคมเปญในสื่อต่างๆ โดยภาพถ่ายของผู้ที่ได้รับรางวัลถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ และสามารถนำไปใช้เผยแพร่เพื่อการประชาสัมพันธ์รายการของบริษัทฯได้โดยตลอดและจะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น
  • พนักงานและครอบครัวของบริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด บริษัทในเครือ รวมถึงบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดรายการในครั้งนี้ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมรายการ
  • คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาดและสิ้นสุด

เอเซอร์ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยน หรือยกเลิกกิจกรรมที่ได้ประกาศบนเว็บไซต์ของเอเซอร์ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยผู้ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้เข้าใจและตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนด วิธีการ และข้อควรระวังที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว หากมีเหตุขัดข้องประการใด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ www.facebook.com/AcerThailand หรือ อีเมล ath.contactus@acer.com และศูนย์บริการเอเซอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2153-9600 วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลาทำการ 8:30-18:00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

from:https://notebookspec.com/amd-promotion-acer-nitro-special-buy-notebook-free-ssd/456766/

Acer – เปิดตัวหน้าจอ Gaming Monitor XZ1 ความละเอียด 2K รองรับ FreeSync 144 Hz พร้อม HDR10 ตัวแรกๆ ของโลก

หากจะพูดถึงหน้าจอ Gaming Monitor แล้ว สิ่งหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลย คือ อัตตรา Refresh Rate ระดับ 144 Hz ขึ้นไป ในตอนแรกการใช้งานหน้าจอประเภทนี้จะพบกับปัญหาภาพฉีดขาดขณะใช้งาน เนื่องจากการ์ดจอทำงานไม่สัมพันธ์กันกับหน้าจอ เลยทำให้ผู้ผลิตการ์ดจอต้องพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การทำงานในส่วนนี้ราบรื่นขึ้นอย่าง Nvidia G-Sync หรือ AMD FreeSync แต่วันนี้ได้มีอีกหนึ่งสิ่งถูกเพิ่มเข้ามาเป็นมาตรฐานใหม่ ส่วนจะเป็นอะไรไปติดตามชมกันครับ

Acer ได้เปิดตัวหน้าจอ Gaming Monitor รุ่น XZ1  หน้าจอขนาด 27 นิ้ว (XZ271U) และรุ่นหน้าจอขนาด 31.5 นิ้ว (XZ321QU) แบบจอโค้ง ที่ใช้พาแนลจอแบบ VA ความละเอียด 2K (2560 x 1440) อัตราส่วน 16:9 พร้อมกับเทคโนโลยี AMD FreeSync รองรับ Refresh Rate สูงสุดที่ 144 Hz 1 ms และมีความเที่ยงตรงของค่าสีที่ 85% NTSC รองรับ HDR10 เป็นรุ่นแรกๆ ของโลก ในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อที่มีมาให้ประกอบไปด้วย DisplayPort 1.2, mini DisplayPort 1.2, และ HDMI 2.0 จำนวนสองช่อง

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับลำโพงขนาด 7 วัตต์ และ USB 3.0 Type-A hub ด้วย ในส่วนของขาตั้งสามารถปรับขึ้นลงได้ และราคาของรุ่นหน้าจอขนาด 27 นิ้ว จะอยู่ทีประมาณ 17,000 บาท และราคาของรุ่นหน้าจอขนาด 31.5 นิ้ว จะอยู่ทีประมาณ 18,000 บาท  ส่วนวันวางจำหน่าย และราคาที่แน่นนอนยังไม่มีข้อมูลในตอนนี้ และส่วนข้อมูลวันวางจำหน่าย และราคาในประเทศไทย ถ้ามีข้อมูลอะไรอัพเดทเราจะรีบมาบอกเพื่อนๆ นะครับ

ที่มา techpowerup

from:https://notebookspec.com/acer-announces-xz1-series-of-freesync-curved-gaming-monitors-va-wqhd/456668/

ลองจับ Acer Swift 7 (Late 2018) โน้ตบุ๊กที่บางที่สุดในโลก ขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อน 15%

ในงาน IFA 2018 ที่เบอร์ลินเมื่อเดือนที่แล้ว Acer เปิดตัวโน้ตบุ๊กสายบางเบาตัวท็อปที่สุดของบริษัทคือ Swift 7 รุ่นใหม่ของปี 2018 ซึ่งเคลมว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่บางที่สุดในโลก มีความหนาไม่ถึง 10 มิลลิเมตร

Swift 7 ตัวนี้เป็นการอัพเกรดจาก Swift 7 รุ่นต้นปี 2018 ที่เปิดตัวในงาน CES 2018 โดยมีความหนาของตัวเครื่องเท่าๆ กับของเดิม แต่ลดขนาดของขอบรอบจอลง จนจอภาพมีพื้นที่ถึง 92% ของตัวเครื่อง ทำให้ขนาดกว้าง x ยาวของเครื่องลดลงจากรุ่นก่อน 15%

ผมมีโอกาสได้ลองจับ Swift 7 ตัวนี้เป็นเวลาสั้นๆ ระหว่างการสัมภาษณ์ผู้บริหารของ Acer ที่มาเยือนประเทศไทย เลยนำภาพเปรียบเทียบของ Swift 7 รุ่นใหม่ปี 2018 (ซ้าย) กับรุ่นเก่าปี 2018 (ขวา) มาเทียบกันให้ดูครับ

No Description

ลองนำเครื่องมาวางทับกันแล้ว เห็นความแตกต่างมากทีเดียว

No Description

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของ Swift 7 (ทั้งสองรุ่น) คือคีย์บอร์ดไม่มีแถวบนที่เป็นปุ่ม Esc, F1-F12 ต้องใช้วิธีกด Fn ร่วมกับแถวที่เป็นปุ่มตัวเลขแทน

Acer Swift 7 ตัวนี้เป็นโน้ตบุ๊กที่ “บางที่สุด” แต่ไม่ใช่โน้ตบุ๊กที่ “เบาที่สุด” ซึ่งเป็นของน้องชาย Acer Swift 5 ที่น้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม แต่มีขนาดหนากว่า

ตรงนี้ Acer อธิบายว่าการออกแบบโน้ตบุ๊กให้บาง จำเป็นต้องใช้วัสดุที่แข็งแรงซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักที่มากกว่า ดังนั้นต้องเลือกสักอย่างระหว่างความเบาและความบาง ทำให้ Acer เลือกตอบโจทย์ลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มโดยการออกสินค้า 2 ตัวแยกไปเลยนั่นเอง

ส่วนรีวิวจริงจังต้องรอเครื่องจาก Acer Thailand อีกสักระยะหนึ่งครับ

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105430