คลังเก็บป้ายกำกับ: AKAMAI

3 อันตรายแฝง ที่ทำให้ธุรกิจใน APAC ล่ม !! จากการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล

การแตกแขนงและเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลกลายเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ในหลายบริษัทระดับโลก โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิกที่เป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลที่ก้าวล้ำ จากการศึกษาล่าสุดพบว่า มากกว่า 50 เปอร์เซ็นของบริษัทในเอเชียแปซิฟิกมีกลยุทธ์อย่างเป็นทางการสำหรับขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่ดิจิทัล

แม้ว่าองค์กรส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนไปสู่รูปแบบสู่ดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับนวัตกรรมทางไอทีและกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตาม เป้าหมายขององค์กรและการเลือกใช้เทคโนโลยียังไม่เป็นไปในทางเดียวกันเท่าใดนัก

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ผู้นำธุรกิจแต่ละไลน์ (LoB) ต่างต้องการนวัตกรรมที่รวดเร็ว ค่าใช้จ่ายน้อย แต่ได้ผลตอบแทนสูง ในขณะที่ทีมไอทีต้องเผชิญหน้ากับความกดดันสำคัญในการออกแบบนวัตกรรมของแผนกเพื่อช่วยเหลือผู้นำธุรกิจเหล่านั้น (LoB) เพิ่มกำไรในตลาดที่เปลี่ยนแปลงเพื่อนำหน้าคู่แข่ง ความล้มเหลวเกิดขึ้นเมื่อผู้นำธุรกิจแต่ละไลน์ (LoB) ไม่ได้เชื่อมโยงนวัตกรรมทางไอทีขณะตัดสินใจลงทุนด้านเทคโนโลยี

1. การไม่บรรลุผลตามการเติบโตของธุรกิจคือหนึ่งในสามอันตรายแฝง ที่ทำให้ธุรกิจล่มจากการเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล

บริการสื่อสารและแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต (Over-the-Top (OTT) ในประเทศไทยกำลังบูม พร้อมกับบริการวิดีโอสตรีมมิ่งและออนไลน์ที่ใหลบ่าเข้าสู่ตลาดทั่วเอเชีย รวมทั้งผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งระดับโลกอย่าง Netflix หรือแม้แต่ผู้ให้บริการระดับภูมิภาคอย่าง iFlix ธุรกิจเหล่านี้ต้องการลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างความมั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจแข็งแกร่งเพียงพอที่จะจัดการกับเนื้อหาที่เพิ่มขึ้น และการเผยแพร่ต้องมีคุณภาพดีกว่าทีวี ซึ่งผู้ชมจะเปรียบเทียบว่าสิ่งไหนดีกว่ากัน

อย่างไรก็ตาม การร่วมมือกันระหว่างทีมธุรกิจและไอทียังเต็มไปด้วยความท้าทาย โดยความท้าทายแรก คือการที่ผู้นำทางธุรกิจและไอทีจะต้องมีกลยุทธ์และการจัดลำดับความสำคัญขององค์กรที่แตกต่างกัน ผู้นำไอทีมักจะให้ควาสำคัญการปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานทางไอที ทรัพยากร และการเป็นอิสระจากผู้นำธุรกิจ ที่ต้องการเพียงรักษาฐานลูกค้าไว้ สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า และมอบประสบการณ์การดูแลลูกค้าที่ดีขึ้น เพื่อความคุ้มค่าทางธุรกิจ

การมอบคุณภาพในขนาดที่เหมาะสมและประสบการณ์การดูแลลูกค้าที่ดีขึ้นเป็นกุญแจหลักแก่ธุรกิจทุกรูปแบบในยุคดิจิทัลปัจจุบัน จากการศึกษาของอคาไม วิดีโอสตรีมมิ่งคุณภาพต่ำทำให้ลูกค้าผิดหวังเพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็น รวมถึงคุณภาพแย่ลงอย่างการบัฟเฟอร์ทำให้ 2 ใน 3 ของผู้ชมหยุดใช้บริการทั้งหมด

หากไม่มีการรวมไอทีและธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมแล้ว องค์กรต่างๆ ก็สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่จะสูญเสียความมีตัวตนและส่วนแบ่งทางการตลาดไปภายหลังและเพื่อมอบประสบการณ์แก่ผู้ใช้สูงสุด ทั้งทีมธุรกิจและไอทีต้องทำงานด้วยกัน และให้ความสำคัญกับลูกค้าในทุกธุรกิจที่ทำอย่างเต็มที่

2. อันตรายแฝงอีกหนึ่งอย่างขององค์กรที่เปลี่ยนสู่ดิจิทัลคือการไม่สามารถแตะจุดสูงสุดยอดขายออนไลน์ได้

ผู้คนราว 53 เปอร์เซ็นต์ กดยกเลิกหน้าเว็บที่ใช้เวลาเกิน 3 วินาทีเพื่อดาวน์โหลด นั่นหมายถึงจะไม่มีพื้นที่สำหรับเว็บไซต์ที่ประสิทธิภาพการทำงานแย่ลง หากกล่าวถึงผู้ค้าปลีก นั่นก็หมายถึงมีบาวซ์เรตหรือปริมาณการยกเลิกสินค้าสูงนั่นเอง

จากการเพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีทางดิจิทัลและอุปกรณ์ติดต่อ ตลาดสินค้าเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นตลาดค้าปลีกอีคอมเมิร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยยอดขายประมาณการที่ 2.725 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ภายในปี พ.ศ. 2563

นอกจากการพัฒนาภูมิทัศน์ตลาดค้าปลีก ผู้บริหารแผนกการตลาดส่วนใหญ่มุ่งเน้นขยายความรับผิดชอบไปในด้านอีคอมเมิร์ซ ประสบการณ์การดูแลลูกค้า การขาย และไอที บทบาทและความรับผิดชอบของผู้บริหารแผนกการตลาดและผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงยังคงมีความคลุมเครืออย่างปฏิเสธไม่ได้ ด้วยงบการตลาดที่เพิ่มขึ้น และกระจายไปสู่เทคโนโลยีปัจจุบันผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศไม่ค่อยยอมรับความคิดของผู้บริหารแผนกการตลาดในเชิงความเร็วและลดขั้นการปฏิบัติงานให้น้อยที่สุดขณะที่ผู้บริหารแผนกการตลาดมีความอดทนน้อยในเรื่องมาตรฐานของฟังก์ชั่นเทคโนโลยีและความปลอดภัย

ผู้บริหารแผนกการตลาดมีความสนใจเกี่ยวกับตัวเลือกที่ช่วยให้ได้ผลการตลาดที่ดีขึ้น เช่นกระตุ้นการมีส่วนร่วมในแต่ละแคมเปญเยอะขึ้น ซึ่งอาจทำให้การทำงานของเพจได้รับผลกระทบในขณะที่ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการทำงานของไซต์ที่ยอดเยี่ยมสิ่งเหล่านี้ทำให้เป้าหมายร่วมไม่ไปในทิศทางเดียวกันในการระบุและปรับปรุงประสิทธิภาพของเพจให้ดีขึ้นบนเว็บไซต์เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้ได้มากที่สุด

ทั้งผู้บริหารแผนกการตลาดและผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศต้องหาจุดสมดุลระหว่างการกระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้า เช่นคอนเท้นต์ที่มาพร้อมกับภาพสวยงามขนาดใหญ่ และการมอบประสบการณ์ที่รวดเร็ว ไร้ข้อบกพร่อง และเชื่อถือได้

3. อันตรายแฝงข้อสุดท้ายที่ทำให้ธุรกิจล่มจากความพยายามเปลี่ยนสู่องค์กรสู่ดิจิทัล คือความย่อหย่อนเรื่องความปลอดภัย

แม้ว่าความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จะเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดสำหรับหลายธุรกิจที่เปลี่ยนรูปแบบในโลกออนไลน์ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกล้มเหลวในการปกป้องตนเอง มูลค่าของความสูญเสีย เพิ่มมากขึ้นในทุกขณะมีการคาดการณ์ว่าอาชญากรรมทางไซเบอร์จะส่งผลให้ทั่วโลกเกิดความสูญเสียมากถึงกว่า 2.1 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ภายในปี 2561

การคุกคามทางไซเบอร์หรือการละเมิดทางข้อมูลอยู่ในรูปแบบของการหยุดทำงานและการโจรกรรมข้อมูล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ ชื่อเสียง และที่แย่ที่สุดคือ ความจงรักภักดีแบรนด์ของลูกค้า สำหรับธุรกิจที่มีระบบไอทีเป็นศูนย์กลางก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นตามลำดับ

ความร่วมมือที่ดีขึ้นระหว่างผู้นำทางธุรกิจและไอที จะช่วยลดภัยเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลหรือการลดผลเสีย และลดภัยการคุกคามทางไซเบอร์เพื่อลดความเสียหายทางธุรกิจ

ท้ายที่สุด การเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จจำเป็นที่ผู้มีส่วนได้เสียในองค์กรต้องทลายกำแพงปรับทัศนคติและหันไปร่วมมือกันเพื่อให้ได้ผลลัพท์ทางการตลาดที่มากขึ้น การดำเนินงานที่มีความสอดคล้องในด้านธุรกิจและไอทีนั้น จะทำให้องค์กรได้รับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนสู่ดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และมอบประสบการณที่ดีให้แก่ลูกค้า

ผู้แต่ง : เจสัน แฮทช์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการจัดการสินค้า พัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ อคาไม เทคโนโลยีส์ เอเชีย แปซิฟิค แอนด์ เจแปน

from:https://www.enterpriseitpro.net/apac-business-down-akamai/

Advertisements

Akamai จับมือ IBM เปิดบริการ CDN ให้ใช้งานได้ผ่าน IBM Cloud

Akamai Technologies ผู้ให้บริการ Content Delivery Network (CDN) ชื่อดัง ได้จับมือนำโซลูชันของตนเองผสานเข้ากับบริการ IBM Cloud ภายใต้ IBM Cloud Content Delivery Network เพื่อให้บริการ CDN แก่เหล่าลูกค้าของ IBM อย่างง่ายดายได้แล้ว

Credit: IBM

 

บริการ Cloud CDN นี้เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับ Web และ Mobile Application ที่มีเนื้อหาจำนวนมากเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเหล่าระบบที่ต้องให้บริการเนื้อหาที่เป็นวิดีโอ ซึ่งการจับมือกันระหว่าง Akamai และ IBM ครั้งนี้ ก็ทำให้ IBM เองสามารถตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องครอบคลุมหลายประเทศได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะเดิมที IBM Cloud นั้นมี Data Center อยู่ภายใน 19 ประเทศทั่วโลก แต่ Akamai นั้นมีเครือข่ายอยู่มากถึง 131 ประเทศทั่วโลก

ในขณะเดียวกัน ด้วยแนวโน้มการนำ Mission Critical Application ขึ้นไปไว้บน Cloud มากขึ้น แนวโน้มของการนำ CDN มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ Application เหล่านี้สำหรับสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้แก่ผู้ใช้งานภายในองค์กรนั้นจึงกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา เพราะนอกจาก CDN จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้แล้ว CDN ในปัจจุบันของ Akamai เองก็ยังช่วยเสริม Security ให้กับ Application เบื้องหลังได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถศึกษาและทดลองใช้งานได้ที่ https://www.ibm.com/cloud-computing/bluemix/content-delivery-network ครับ

 

ที่มา: https://www-03.ibm.com/press/us/en/pressrelease/53281.wss

from:https://www.techtalkthai.com/akamai-and-ibm-team-up-to-provide-cdn-on-ibm-cloud/

Akamai เข้าซื้อกิจการ Numinum ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้าน DNS ที่ก่อตั้งโดยผู้ประดิษฐ์ DNS

Akamai Technologies ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Nominum ผู้พัฒนาเทคโนโลยี DNS Solution และก่อตั้งโดย Paul Mockapetris ผู้ประดิษฐ์ DNS

Credit: ShutterStock.com

 

Nominum ก่อตั้งเมื่อปี 1998 และพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเน้นการตอบโจทย์ของการใช้งาน DNS ในรูปแบบต่างๆ เช่น Vantio CacheServer ซึ่งเป็น DNS Caching Server สำหรับตลาด Carrier และ Vantio AuthServe สำหรับให้บริการ BIND DNS Server หรือ Nominum N2 Big Data Connector เพื่อให้นำข้อมูล DNS ส่งต่อไปจัดเก็บและวิเคราะห์ภายในระบบ Big Data Analytics ได้

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ ทาง Akamai คาดว่าจะนำเทคโนโลยีของ Nominum ไปเสริมกับระบบต่างๆ ของตนที่มีอยู่เดิม เช่น Fast DNS ซึ่งเป็น Cloud-based Solution ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยให้กับ DNS เป็นต้น

 

ที่มา: http://www.enterprisenetworkingplanet.com/netsysm/akamai-set-to-acquire-nominum-to-improve-dns.html

from:https://www.techtalkthai.com/akamai-acquires-numinum-dns-technology-provider/

IBM ร่วมมือกับ Akamai ให้บริการ Content Delivery Network บน IBM Cloud Bluemix

IBM ประกาศจับมือกับ Akamai ผู้ให้บริการ Content Delivery Network (CDN) รายใหญ่ของโลก เพิ่มความสามารถการทำ CDN บน IBM Cloud Bluemix

Credit: IBM

ความสามารถในการทำ CDN บน IBM Cloud Bluemix นั้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความเสถียรภาพ ในการทำ content delivery ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ช่วยให้การ deliver content รวดเร็วมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Web content, Mobile apps หรือการทำ Video streaming เป็นต้น

  • Cost-effective turbo boost: คิดเงินแบบ pay-as-you-go bandwidth ใช้เท่าไรจ่ายเท่านั้น
  • Best-of-breed performance: สามารถเลือก scale node ไปยัง regional ต่างๆ ภายใน IBM Cloud Bluemix ได้ เพื่อรองรับ workload ที่เกิดขึ้น
  • Simple configuration: ใช้งานได้ง่าย ยืดหยุ่น มาพร้อมกับระบบ protection และ security threats มั่นใจในเรื่องความปลอดภัย

ปัจจุบัน Akamai มีระบบ CDN ใน Data Centers มากกว่า 2,000 แห่ง ใน 133 ประเทศทั่วโลก

Credit: IBM

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ibm.com/cloud-computing/bluemix/content-delivery-network

ที่มา: https://www-03.ibm.com/press/us/en/pressrelease/53281.wss

from:https://www.techtalkthai.com/akamai-cdn-now-available-on-ibm-cloud-bluemix/

[PR] รายงานสถานะความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2017 / รายงานสถานะความปลอดภัยวิเคราะห์การกลับมาของมัลแวร์ PBOT; การสร้างสุ่มชื่อโดเมนด้วยเทคนิค; ความสัมพันธ์ระหว่างคำสั่งและการควบคุม Mirai และเป้าหมายการโจมตี

รายงานชี้ให้เห็นถึงสถิติการโจมตีทางเว็บไซต์และ DDoS

22 สิงหาคม 2017 Cambridge Mass. จากรายงานสถานะความปลอดภัยไตรมาสที่ 2 ในปี 2017 ที่เผยแพร่โดย Akamai Technologies Inc. ข้อมูลใหม่ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการโจมตีแบบ Distributed Denial of Service (DDoS) และการโจมตีบนเว็บไซต์ได้กลับมาอีกครั้ง  และมัลแวร์ Pbot DDoS มีบทบาทสำคัญสำหรับการกลับมาครั้งนี้ ในฐานะรากฐานสำคัญในการโจมตีแบบ DDoS ที่แข็งแกร่งที่สุด

Akamai ได้สำรวจในไตรมาสที่ 2 เกี่ยวกับกรณีของ Pbot ผู้ประสงค์ร้ายเลือกใช้รหัส PHP อายุนานหลายสิบปี เพื่อสร้างการโจมตีแบบ DDoSครั้งรุนแรงที่สุด ผู้โจมตีสามารถสร้าง Botnet DDoS ขนาดเล็ก แต่สามารถปล่อยการโจมตี DDoS ในอัตรา 75 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps)  ที่น่าสนใจคือ Botnet Pbot ประกอบไปด้วยโหนดขนาดเล็กจำนวน 400 ตัว แต่ยังสร้างการโจมตีระดับมหึมาได้

อีกประเด็นเกี่ยวกับ “เรื่องเก่าเล่าใหม่” ได้รับการอธิบายโดยการวิเคราะห์การใช้งานของการสร้างสุ่มชื่อโดเมนด้วยเทคนิค (DGA) ในโครงสร้างพื้นฐานการควบคุมและสั่งการมัลแวร์ (C2) ของทีมวิจัยภัยคุกคามของ Akamai แม้จะเปิดตัวพร้อมกับ Conficker Worm ในปี 2008 DGA ยังคงเป็นวิธีการสื่อสารที่ถูกใช้งานบ่อยสำหรับมัลแวร์ในยุคปัจจุบัน ทางทีมได้พบว่าเครือข่ายที่ได้รับความเสียหาย สร้างอัตรา DNS lookup ที่มากกว่าเครือข่ายปลอดมัลแวร์ถึงประมาณ 15 เท่า สิ่งนี้สามารถอธิบายได้ว่าเป็นผลลัพธ์ของการเข้าถึงโดเมนที่สุ่มสร้างขึ้นโดยมัลแวร์บนเครือข่ายที่ติดมัลแวร์ เมื่อโดเมนส่วนใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยไม่มีการลงทะเบียน การพยายามเข้าถึงโดเมนเหล่านั้นทั้งหมดอาจก่อให้เกิดสัญญาณรบกวนจำนวนมากได้ การวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมของเครือข่ายที่ติดมัลแวร์และเครือข่ายที่ปลอดมัลแวร์คือหนึ่งในวิธีที่สำคัญในการระบุกิจกรรมของมัลแวร์

เมื่อมีการค้นพบ Botnet Mirai เมื่อกันยายนปีที่แล้ว Akamai คือหนึ่งในเป้าหมายแรก แต่แพลตฟอร์มของบริษัทยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันการโจมตีของ Botnet Mirai ตั้งแต่นั้นมา นักวิจัยของ Akamai ได้ใช้ข้อมูลของ Mirai จากการค้นพบ เพื่อเรียนรู้หลายๆ แง่มุมที่แตกต่างกันของ Botnet ในไตรมาสที่สองนี้ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน C2  นักวิจัยของ Akamai มั่นใจในการบ่งชี้ว่า Mirai ซึ่งเหมือนกับ Botnet ชนิดอื่นๆ มีส่วนร่วมในการที่ DDoS กลายเป็นสิ่งที่สามารถผลิตได้ง่าย ในขณะที่ตัวโหนด C2 ของ Botnet ได้รับการสำรวจว่าได้กระทำ “การโจมตีแบบเฉพาะ” ต่อ IP ที่ถูกเลือก จำนวนที่มากไปกว่านั้นถูกบันทึกว่ามีส่วนร่วมในการโจมตีแบบ “จ่ายต่อครั้ง” ในสถานการณ์ลักษณะนี้ ตัวโหนด Mirai C2 ได้รับการสำรวจว่าโจมตี IP ในระยะเวลาสั้นๆ หยุดการทำงาน และกลับมาอีกครั้งเพื่อโจมตีเป้าหมายใหม่

“ผู้โจมตีจะสังเกตุจุดอ่อนขององค์กร ยิ่งองค์กรอันเป็นที่รู้จัก และยิ่งมีความเสี่ยงมากเท่าใด เหล่าผู้โจมตีจะยิ่งทุ่มเทพลังและทรัพยากรเพื่อโจมตีมากเท่านั้น” ผู้สนับสนุนด้านความปลอดภัยอาวุโส Martin McKeay กล่าว “เหตุการณ์แบบ Botnet Mirai การแสวงหาผลประโยชน์ที่ใช้งานโดย WannaCry และ Petya การกลับมาอย่างต่อเนื่องของการโจมตีแบบ SQLi และการกลับมาอีกครั้งของ Pbot เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีจะไม่เพียงเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือใหม่ๆ แต่ยังจะกลับมาใช้เครื่องมือเก่าๆ ที่ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ”

ตามขั้นตอน:

ประเด็นการค้นพบที่สำคัญต่างๆ จากรายงานได้แก่:

  • จำนวนตัวเลขของการโจมตีแบบ DDoS ในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้น 28 เปอร์เซ็นต์อัตราไตรมาสต่อไตรมาส และลดลงในอีกสามไตรมาสต่อมา
  • เหล่าผู้โจมตี DDoS มีความมุ่งมั่นมาก ในการโจมตีเป้าหมายโดยเฉลี่ย 32 ครั้งต่อไตรมาส บริษัทเกมแห่งหนึ่งถูกโจมตีเป็นจำนวน 558 ครั้ง หรือประมาณ 6 ครั้งต่อวันโดยเฉลี่ย
  • อียิปต์คือประเทศต้นกำเนิดที่จำนวน IP แอดเดรสถูกใช้ในการโจมตีรูปแบบ DDoS มากที่สุดในโลกหรือ 32 เปอร์เซ็นต์จากอัตราทั่วโลก เมื่อไตรมาสที่แล้ว สหรัฐอเมริกาถือครองตำแหน่งนั้น และอียิปต์ยังไม่ติดหนึ่งในห้า
  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการโจมตี DDoS ลดลงในไตรมาสนี้ จำนวนตัวเลขของ IP แอดเดรสที่มีส่วนร่วมในการโจมตี DDoS จำนวนมากลดลง 98 เปอร์เซ็นต์จาก 595,000 เหลือ 11,000
  • อัตราการเกิดของการโจมตีบนเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ในอัตราไตรมาสต่อไตรมาส และ 28 เปอร์เซ็นต์ในอัตราปีต่อปี
  • การโจมตีรูปแบบ SQLi ถูกใช้มากกว่าครึ่ง (51 เปอร์เซ็นต์) บนเว็บไซต์ในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 44 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสที่แล้ว เป็นตัวเลขเกือบ 185 ล้านการเตือนแค่จากในไตรมาสที่สองนี้

ดาวน์โหลดรายงานสถานะความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2017 ได้ฟรีที่ http://akamai.me/2i9vrdz และดาวน์โหลดตารางและกราฟรวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่ http://akamai.me/2w6mI1v

ระเบียบวิธี

รายงานสถานะความปลอดภัยไตรมาสที่ 2 ในปี 2017 ของ Akamai รวบรวมข้อมูลการโจมตีจากโครงสร้างของ Akamai ทั่วโลกและนำเสนอการวิจัยของทีมงานหลายทีมทั้งบริษัท รายงานนี้มอบการวิเคราะห์ของ Cloud Security ณ ปัจจุบันและสถานการณ์ภัยอันตราย รวมไปถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มการโจมตีโดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมมาจากแพลตฟอร์มอัจฉริยะของ Akamai ผู้สนับสนุนรายงานสถานะความปลอดภัยได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยจากทั่วทั้ง Akamai รวมไปถึง Security Intelligence Response Team (SIRT) หน่วยทีมวิจัยภัยคุกคาม การรักษาความปลอดภัยทางข้อมูล และกลุ่ม Custom Analytics

###

เกี่ยวกับ Akamai

Akamai ที่เป็นแพลตฟอร์มการส่งมอบด้วยระบบคลาวด์ที่น่าเชื่อถือที่สุดและใหญ่ที่สุดในโลก ได้ช่วยให้ลูกค้าสามารถให้บริการประสบการณ์ดิจิตอลที่ดีและปลอดภัยที่สุดในทุกอุปกรณ์ ทุกเวลา และทุกสถานที่ Akamai เป็นแพลตฟอร์มที่มีการกระจายตัวอย่างมหาศาลและเหนือชั้นกว่าใครด้วยเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 200,000 เซิร์ฟเวอร์ใน 130 ประเทศ ซึ่งให้ประสิทธิภาพและการปกป้องอันยอดเยี่ยมแก่ลูกค้า พอร์ตโฟลิโอประสิทธิภาพของเว็บและอุปกรณ์มือถือ ความปลอดภัยบนคลาวด์ การเข้าใช้งานขององค์กร และโซลูชันการส่งมอบวิดีโอของ Akamai ถูกสนับสนุนโดยการบริการลูกค้าแบบพิเศษ และการติดตามแบบ 24/7 หากคุณต้องการเรียนรู้ว่าเหตุใดสถาบันการเงิน ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซ ผู้ให้บริการสื่อและความบันเทิง และองค์กรรัฐจึงเชื่อถือ Akamai โปรดเยี่ยมชม http://www.akamai.com, blogs.akamai.com หรือ @Akamai ทาง Twitter

from:https://www.techtalkthai.com/akamai-security-report-2017-second-quarter/

Gartner’s Magic Quadrant สำหรับ Web Application Firewall ประจำปี 2017 – F5 และ Akamai ติด Leader แล้ว

หลังจากที่ Imperva ผู้ให้บริการโซลูชัน WAF ชื่อดังครองตำแหน่ง Leader บน Gartner’s Magic Quadrant ทางด้าน Web Application Firewall แต่เพียงผู้เดียวมานานถึง 3 ปีติดต่อกัน ล่าสุดปี 2017 นี้ F5 และ Akamai ได้ครองตำแหน่ง Leader ร่วมกับ Imperva แล้ว โดย F5 มาเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย Imperva และ Akamai

Gartner ให้คำนิยาม WAF ไว้ว่า เกิดขึ้นจากความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการปกป้องเว็บแอพพลิเคชันทั้งที่ใช้งานภายในและภายนอก โดย WAF สามารถติดตั้งเพื่อป้องกันระบบเว็บบน Data Center หรือให้บริการผ่านระบบคลาวด์ในรูปของ as-a-Service ได้ ซึ่ง WAF ในปัจจุบันควรปกป้องเว็บแอพพลิเคชันและ API จากการโจมตีหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาอย่างยิ่งการโจมตีแบบ Injection และ DoS ระดับแอพพลิเคชัน ที่สำคัญคือควรมีเทคนิคในการตรวจจับสิ่งผิดปกติอื่นๆ นอกเหนือจาก Signature เพียงอย่างเดียว

WAF เป็นอุปกรณ์สำหรับป้องกันเว็บแอพพลิเคชันที่ถูกติดตั้งด้านหน้า Web Servers เพื่อป้องกันการโจมตี, ติดตามการใช้งาน และเก็บ Log ทั้งเว็บที่ใช้งานภายใน และเปิดให้ผู้อื่นเข้าถึงได้ WAF ส่วนใหญ่จะติดตั้งได้ในรูปของ In-line หรือ Reverse Proxy แต่ในปัจจุบันสามารถติดตั้งได้ในรูปของ Transparent Proxy, Bridge หรือ Out-of-Band เป็นต้น อย่างไรก็ตาม Gartner ระบุว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ WAF ในรูปของบริการระบบ Cloud (Cloud-based WAF Service) เริ่มเป็นตัวเลือกที่นิยมมากขึ้นสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นโมเดลเป็น Subscription และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา รวมไปถึงบริการบนระบบ Cloud มีการอัปเดตแพตช์และฟีเจอร์ต่างๆ รวดเร็วกว่าการใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ปกติ

สำหรับ Magic Quadrant ของ Gartner ทางด้าน Web Application Firewall ปี 2017 นี้ มีผู้ครองตำแหน่ง Leader รวมทั้งสิ้น 3 ราย ได้แก่ F5, Imperva และ Akamai โดยที่ F5 มี Ability to Execute สูงที่สุด แสดงให้เห็นว่าโซลูชันของ F5 ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันได้เป็นอย่างดีและมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูง ในขณะที่ Imperva มี Completeness of Vision สูงที่สุด ซึ่งชี้ให้เห็นว่า Imperva มีวิสัยทัศน์และการออกแบบเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับแนวโน้มภัยคุกคามทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้ดีที่สุด

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านผลวิเคราะห์ฉบับเต็มผ่านช่องทางของ Imperva ได้ที่: https://www.imperva.com/ld/web-application-firewall-magic-quadrant-2017.asp

from:https://www.techtalkthai.com/gartner-mq-waf-2017/

Akamai เปิดตัว Web Application Protector ชูจุดเด่นด้านป้องกัน Web & DDoS Attacks

Akamai ผู้ให้บริการเครือข่าย CDN และ Cloud Security ชั้นนำของโลก ประกาศเปิดตัวโซลูชันใหม่ Web Application Protector ซึ่งผสานรวมคุณสมบัติของ Web Application Firewall และ DDoS Mitigation ไว้ในโซลูชันเดียว พร้อมบริหารจัดการผ่านระบบ Cloud ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้าน CapEx และลดความเสี่ยงของการให้บริการเว็บแอพพลิเคชันแก่ลูกค้าในยุคดิจิทัล

ภัยคุกคามบนเว็บแอพพลิเคชันทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล หลายองค์กรเริ่มให้บริการผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น เว็บแอพพลิเคชันจึงเป็นช่องทางสำคัญที่องค์กรทั่วโลกต่างเลือกใช้เพื่อให้บริการลูกค้า ส่งผลให้ดึงดูดแฮ็คเกอร์เข้ามาโจมตีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเว็บแอพพลิเคชันเสมือนเป็นหน้าตาของบริษัท เมื่อมีปัญหาหรือใช้งานไม่ได้ย่อมส่งผลกระทบต่อลูกค้าเป็นวงกว้าง ทำให้แฮ็คเกอร์มักโจมตีเพื่อดิสเครดิต หรือเรียกค่าไถ่เพื่อให้ไม่เจอการโจมตีอีก ที่สำคัญคือเว็บแอพพลิเคชันมักเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายหลังบ้าน เช่น ฐานข้อมูล จึงเป็นช่องทางยอดนิยมที่แฮ็คเกอร์เลือกใช้เพื่อเจาะเข้าถึงระบบเครือข่ายภายในขององค์กร

นอกจากนี้ การโจมตีแบบ DDoS ในปัจจุบันก็ยังดำเนินการได้ง่าย เพียงแค่เข้า Dark Web (ตลาดมืดออนไลน์) ก็สามารถซื้อบริการ DDoS-as-a-Service ที่พร้อมล่มเว็บไซต์ได้ในราคาต่ำกว่า $40 ต่อชั่วโมง แต่ผลกระทบที่องค์กรได้รับกลับคิดเป็นมูลค่ามหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียรายได้จากการที่ไม่สามารถให้บริการได้ การสูญเสียผลิตภาพในการให้บริการ การสูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้า และที่สำคัญที่สุดคือการสูญเสียชื่อเสียงขององค์กร

“98% ขององค์กรระบุว่า เว็บแอพพลิเคชันของตนเคยถูกแฮ็คในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีเพียง 2% เท่านั้นที่ยืนยันว่าไม่เคยถูกแฮ็ค” — สถิติจาก The Cost of Web Application Attakcs, Ponemon Institute, 2015

ปกป้องเว็บแอพพลิเคชันด้วย Web Application Protector จาก Akamai

เพื่อปกป้องเว็บแอพพลิเคชันจากภัยคุกคามและการโจมตีแบบ DDoS ในปัจจุบัน Akamai จึงเปิดตัว Web Application Protector ที่ผสานรวมคุณสมบัติของ Web Application Firewall และ DDoS Mitigation บนระบบ Cloud ไว้ด้วยกัน ซึ่งมีจุดเด่นที่สามารถป้องกันภัยคุกคามได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นช่องโหว่จาก OWASP Top 10 เช่น SQL Injection, Cross-site Scripting และ CSRF หรือการทำ Web Defacement เพื่อทำลายชื่อเสียงองค์กร รวมไปถึงการโจมตี DDoS ทั้งระดับ Application และ Network Layer ขนาดใหญ่ระดับหลักร้อย Gbps

จุดเด่นสำคัญของ Web Application Protector คือ ให้บริการทั้งระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เว็บแอพพลิเคชัน ซึ่งคุณสมบัติที่น่าสนใจประกอบด้วย

  • ปกป้องเว็บแอพพลิเคชันจากช่องโหว่บน OWASP Top 10 และ DDoS ระดับหลายร้อย Gbps
  • เป็น 1 ใน 6 PCI Service Provider ระดับ 1 ซึ่งพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานตามมาตรฐาน PCI-DSS ให้แก่ผู้ใช้บริการ
  • อัปเดต Rule สำหรับปกป้องเว็บแอพพลิเคชันโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งปรับแต่ง Rule ให้ “ดีที่สุด” เพื่อลดปัญหา False Positive
  • Threat Intelligence ขนาดใหญ่ที่รวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้บริการของ Akamai กว่า 6,000 รายทั่วโลก และ Log กว่า 600,000 รายการต่อวินาที ทำให้มั่นใจว่าข้อมูลภัยคุกคามล่าสุดจะถูกแชร์และอัปเดตไปยังผู้ใช้บริการทุกคน
  • เซิร์ฟเวอร์ให้บริการทั่วโลกกว่า 220,000 เครื่อง ครอบคลุม 120 ประเทศรวมประเทศไทย ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าสามารถเข้าใช้บริการได้เร็วที่สุด และมั่นคงปลอดภัยที่สุด
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้บริการด้วยการทำ Caching และ Content Optimization รวมไปถึงขยายระบบให้พร้อมรองรับการให้บริการในช่วงที่ลูกค้าใช้บริการหนาแน่นโดยอัตโนมัติ
  • บริหารจัดการง่ายผ่านระบบ Cloud ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้าน CapEx ของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

คุณสมบัติเกือบเทียบเท่า Kona Site Defender แต่บริหารจัดการง่ายกว่า

Web Application Protector ต่างจาก Kona Site Defender (โซลูชัน Web Application Firewall และ DDoS Mitigation หลักของ Akamai) ตรงที่ ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ 3 ขั้นตอน บริหารจัดการได้ง่ายแม้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และอัปเดต Rules ซึ่งผ่านการกลั่นกรองโดยนักวิเคราะห์จาก Akamai ให้โดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับธุรกิจระดับ SME ที่มีทรัพยากรบุคคลด้านความมั่นคงปลอดภัยจำกัด อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและการปรับแต่งนโยบายรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับแอพพลิเคชันเฉพาะแต่ละแบบ สามารถอัปเกรดไปใช้ Kona Site Defender ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องออกแบบระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยใหม่

ฮาร์ดแวร์ในห้อง Data Center VS. บริการบนระบบ Cloud

หลายบริษัทเลือกใช้โซลูชัน WAF และ DDoS Mitigation แบบติดตั้งในห้อง Data Center เนื่องจากต้องการ “ความเป็นเจ้าของ” และคิดว่าสามารถบริหารจัดการได้ง่าย แต่สิ่งที่ตามมากลับกลายเป็นค่าใช้จ่ายทั้ง CapEx และ OpEx ที่เพิ่มสูงขึ้น และประสิทธิภาพที่ถูกจำกัด ขยายระบบออกไปได้ยาก นอกจากนี้ การป้องกันการโจมตีแบบ DDoS บนอุปกรณ์เหล่านั้นเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าอุปกรณ์ไม่ได้เป็นระบบฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง และบริษัทมีลิงค์อินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่เพียงพอ

ตรงกันข้าม Cloud-based WAF และ DDoS Mitigation อย่าง Web Application Protector ที่สามารถตอบโจทย์การรับมือกับ DDoS ได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก Akamai ใช้ประโยชน์จากระบบ CDN ขนาดใหญ่ในการตรวจสอบและฟิลเตอร์ DDoS Traffic และ HTTP Request ที่ไม่น่าไว้วางใจก่อนที่จะเข้าถึงระบบเครือข่ายของบริษัท ทำให้มั่นใจได้ว่าเว็บแอพพลิเคชันจะมั่นคงปลอดภัยสูงสุด พิสูจน์จากความสามารถในการรับมือกับ Volumetric DDoS ขนาดใหญ่หลักหลายร้อย Gbps ได้อย่างไร้ปัญหา นอกจากนี้การเป็นบริการบนระบบ Cloud ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ลงได้อีกด้วย

Akamai ร่วมกับ WIT พร้อมให้บริการโซลูชัน Web Application Protector ในประเทศไทย

Akamai ได้จับมือเป็นพันธมิตรร่วมกับ บริษัท เวิลด์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (WIT) ผู้มีประสบการณ์ในการติดตั้งและวางระบบ IT Infrastructure มานานกว่า 27 ปี และมีทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญสูง ทำให้มั่นใจได้ว่า สามารถให้คำปรึกษาและบริการโซลูชัน Web Application Protector ของ Akamai แก่ผู้ใช้ในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์

จนถึงวันนี้ Akamai ได้ให้บริการ CDN และโซลูชันบนระบบ Cloud แก่องค์กรที่มีชื่อเสียงทั่วโลกมากกว่า 1,000 ราย เช่น Standard Chartered, Cathay Pacific, KKBOX, Adobe และ IBM ซึ่งในไทยเอง ด้วยความสนับสนุนจาก WIT ก็ได้ให้บริการแก่บริษัทชั้นนำทั่วประเทศมากกว่า 10 แห่ง ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อีเมล marketing@wit.co.th หรือโทร 02-237-3555

from:https://www.techtalkthai.com/akamai-introduces-web-application-protector/