คลังเก็บป้ายกำกับ: Amazon

Amazon ทำบริการสั่งอาหารจากร้านส่งถึงบ้าน จับมือ Olo ที่มีเครือข่ายร้านอาหารทั่วสหรัฐ

Amazon สร้างแรงสะเทือนวงการค้าปลีกตอนเข้าซื้อ Whole Foods และกำลังรุกหนักขึ้นอีกขั้นในตลาดร้านอาหาร ล่าสุดจับมือกับ Olo ทำบริการส่งอาหารจากร้านอาหารในพื้นที่ใกล้เคียงถึงบ้าน

Olo คือผู้ให้บริการเทคโนโลยีสั่งซื้ออาหารและส่งถึงที่ ทำบริการแก่แบรนด์ร้านอาหารกว่า 200 แบรนด์ในสหรัฐฯ ครอบคลุมร้านอาหารประมาณ 40,000 แห่ง

ตลาดอาหารในสหรัฐฯมีมูลค่ามหาศาล (1.5 ล้านล้านดอลลาร์) ในตลาดนี้มีทั้งร้านค้าปลีกและร้านอาหารเป็นส่วนหนึ่งด้วย ด้วยมูลค่าตลาดระดับนี้่ย่อมดึงดูดความสนใจ Amazon เป็นธรรมดา

Amazon เคยทำบริการคล้ายกันนี้มาก่อนแล้วคือ บริการ Prime Now สำหรับลูกค้า Amazon Prime ที่จ่ายค่าสมาชิกปีละ 99 ดอลลาร์ ส่งทั้งสินค้าและอาหารถึงบ้าน

No Description

ที่มา – Bloomberg

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/95715

Advertisements

ระบบ Amazon ผิดพลาด ลูกค้าสุดงงได้รับเมลแจ้งเตือนของขวัญเบบี๋กำมะลอ

ลูกค้าสุดงงตัวเองยังไม่มีลูกน้อยกลอยใจ แต่กลับได้รับอีเมลจาก Amazon เตือนว่ามีผู้หวังดีซื้อของขวัญต้อนรับเบบี๋อย่างอบอุ่น ในอีเมลมีการใส่ปุ่มคลิกเพื่อติดตามของขวัญทุกชิ้น ด้าน Amazon ออกมาขออภัยแล้วว่าเป็นความผิดพลาดของระบบ ทำให้มีการส่งอีเมลแจ้งเตือนที่ไม่ถูกต้อง

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับบริษัทที่มีข้อมูลการซื้อสินค้าจำนวนมหาศาลในมืออย่าง Amazon แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่ทุกบริษัทควรระวัง เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์เสียหายแถมยังถูกล้อเลียนในวงกว้าง

สำหรับกรณีนี้ สำนักข่าว GeekWire หยิบมาล้อโดยยืนยันว่า สำนักข่าวขนาดเล็กอย่าง GeekWire ยังไม่พร้อมมี “little GeekWires” ลูกน้อยหอยสังข์ในเร็ววัน แม้ GeekWire จะได้รับอีเมลจาก Amazon ว่ามีผู้ปรารถนาดีซื้อของขวัญให้เบบี๋แล้ว ซึ่งเมื่อ GeekWire คลิกที่ข้อความขอบคุณ “thank you” (แหม จะไม่รับก็ไม่ได้) ก็พบว่าระบบได้แสดงหน้าเพจบริการ Baby Registry ของ Amazon

ไม่เพียงข้อผิดพลาด กรณีที่เกิดขึ้นยังดูเหมือนว่าเป็นอีเมลล่อลวงที่ไม่น่าเชื่อถือ ขณะเดียวกันก็ยังถูกเชื่อมไปถึงข่าวก่อนหน้านี้ของ Amazon ที่ส่งจดหมายสินค้าเด็กอ่อนไปยังบ้านของวัยรุ่นอเมริกันรายหนึ่งจนทำให้ผู้ปกครองของเธอทราบว่าเธอตั้งครรภ์ ประเด็นนี้ทำให้ Amazon ถูกล้อเลียนว่า “หรือ Amazon กำลังรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้”

รายงานระบุว่า อีเมลผิดพลาดของ Amazon ถูกส่งไปให้ลูกค้าหลายราย ในที่สุด Amazon ออกมาชี้แจงแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การหลอกลวง ไม่ใช่แผนการตลาด แต่เป็นข้อบกพร่องทางเทคนิก

โฆษก Amazon ตอบ GeekWire ว่าบริษัทไม่ได้ตั้งใจส่งอีเมลแจ้งเตือนของขวัญก่อนหน้านี้ และ Amazon ขออภัยสำหรับความสับสนที่อาจเกิดขึ้น จุดนี้ GeekWire วิเคราะห์คำที่ Amazon ใช้ “we are notifying affected customers” แสดงว่าลูกค้าที่ได้รับผลกระทบนั้นมีจำนวนมากกว่า 1 ดังนั้นหากใครได้รับการแจ้งเตือนเบบี๋ที่ผิดพลาด โปรดมั่นใจว่าอีเมล (ไม่ใช่ของขวัญนะจ้ะ) ที่กำลังถูกส่งไป

ล่าสุด ผู้ได้รับอีเมลผิดพลาดเริ่มได้รับเมลใหม่ที่ใช้หัวเรื่องว่า “Oops! We’re sorry, we made a mistake.” หัวเรื่องและอีเมลยอมรับผิดตรงไปตรงมาพร้อมขออภัย แต่ก็ทำให้ความเชื่อมั่นใน Amazon เรื่องข้อความแจ้งว่าสินค้ากำลังถูกส่งไปนั้นสั่นคลอนอยู่ดี

ที่มา: Geekwire

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/09/amazon-baby-registry/

โปรดิวเซอร์ Stranger Things เตรียมทำผลงานใหม่ให้ Amazon Studios

Stranger Things ซีรีส์ที่เรียกเสียงฮือฮาและเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้แก่ Netflix และซีซั่นสองที่คนทั่วโลกรอคอยกำลังจะมาถึงในเดือนตุลาคมนี้ แฟนๆ Stranger Things อาจสนใจเมื่อรู้ว่าคนเขียน และโปรดิวเซอร์คือ Justin Doble เตรียมทำผลงานใหม่แล้ว คราวนี้ไปเซ็นสัญญากับ Amazon แทน

ยังไม่มีรายละเอียดใดเกี่ยวโปรเจกต์เผยออกมา และ Justin Doble ก็เป็นเพียงหนึ่งในโปรดิวเซอร์มือดีที่เซ็นสัญญากับ Amazon ยังมี Shonda Lynn Rhimes โปรดิวเซอร์เรื่อง Off the Map, How to Get Away with Murder และมี Robert Kirkman หนึ่งในผู้สร้าง The Walking Dead

Amazon มีกลยุทธ์ใหม่ [จะทำซีรีส์ให้ดังเทียบได้กับ Game of Thrones (https://www.blognone.com/node/95393) ดูจากรายชื่อผู้สร้างที่เซ็นสัญญาด้วยแล้ว ถือเป็นก้าวที่น่าจับตามองมากทีเดียว

No Description
ภาพประกอบจาก Facebook Stranger Things

ที่มา – TechCrunch

from:https://www.blognone.com/node/95626

เอเจนซีใหญ่ชี้ Amazon เป็นแพลตฟอร์มที่ต้อง “ใส่ใจ” มากที่สุด

หากเอ่ยชื่อ Amazon, Facebook และ Google คงต้องบอกว่าทั้งสามแพลตฟอร์มนี้ได้ก้าวขึ้นมามีอิทธิพลต่อแบรนด์มากเป็นอันดับต้นของโลกแล้ว โดยต่างมีจุดได้เปรียบเสียเปรียบแตกต่างกันไป แต่สำหรับนักการตลาดแล้ว เอเจนซีรายใหญ่อย่าง WPP ชี้ว่า Amazon น่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่อันตรายที่สุด

เหตุที่กล่าวเช่นนั้นอาจเป็นเพราะว่า Amazon เป็นแพลตฟอร์มที่โดดเด่นในด้าน e- Commerce ในระดับโลก การเช็คราคาสินค้าจาก Amazon เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อต่างทำเป็นกิจวัตร หรือบางคนหากไปพบสินค้าที่ถูกใจแล้วจากเว็บอื่น พวกเขาก็จะกลับมาเช็คราคาจาก Amazon อีกทีหนึ่งเหมือนกัน

หนึ่งในหลักฐานสนับสนุนคือรายงานจาก Kenshoo ในหัวข้อ Amazon: The Big E-Commerce Marketing Opportunity for Brands ที่พบว่า 56% ของผู้บริโภคจะเข้า Amazon ก่อนถ้าต้องการช้อปออนไลน์  และ 22% ก็มักจะเลือกซื้อเสร็จสรรพอยู่ใน Amazon ไม่ไปเยี่ยมเยียนเว็บอื่นอีก นอกจากนั้น ยังมีถึง 51% ที่ไปพบสินค้าถูกใจจากเว็บอื่นแล้ว ก็ยังต้องกลับมาเช็คจาก Amazon อีกครั้งด้วย

ในด้านการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ก็พบว่า สำหรับผู้ที่ใช้เสิร์ชเอนจินเลือกใช้ Amazon เป็นที่สอง (72%) คือเป็นรองแค่ Google เท่านั้น (85%) และอันดับสามคือ eBày

ส่วนผู้ที่สนใจเสิร์ชหาสินค้าใน Social media ก็แน่นอนว่าไปที่ Facebook เป็นหลัก (27%)

นอกจากตัวเลขดังกล่าวแล้ว ความเห็นจากซีอีโอ WPP อย่าง Martin Sorrell ก็เผยถึงทั้งสามแพลตฟอร์มอย่างตรงไปตรงมา โดยมองว่า ทั้งสามเจ้าล้วนเป็น “frenemies”ของ WPP ทั้งสิ้น แต่ Google นั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นมิตรมากที่สุด และ Amazon เป็นมิตรน้อยที่สุด แถม Amazon ยังเป็นภัยต่อ Google ด้วยเช่นกัน เนื่องจาก Amazon นั้นแข็งแกร่งมากในโลกแห่ง e-Commerce ที่ต่อให้ผู้ซื้อมาเสิร์ชหาข้อมูลบน Google แต่เมื่ออยู่บน Amazon แล้ว พวกเขากลับอยู่ในสถานะที่พร้อมจะซื้อซึ่ง Google อาจยังทำในจุดนี้ไม่ได้ดีเท่านั่นเอง

ที่มา: Marketingdive

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/09/amazon-role-for-brand/

Amazon Web Services ปรับวิธีคิดเงิน EC2 จากรายชั่วโมงเป็นรายวินาที

Amazon Web Services ประกาศเปลี่ยนวิธีคิดเงินของบริการหลายตัว ได้แก่ Elastic Compute Cloud (EC2), Elastic Block Store (EBS), Elastic MapReduce (EMR) และ AWS Batch จากรายชั่วโมง มาเป็นตามวินาที (Per-Second Billing)

AWS จะเริ่มคิดเงินเป็นวินาทีตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคมนี้ในทุก AWS Region โดยกรณีของ EC2 จะมีผลเฉพาะเครื่องที่เป็นลินุกซ์เท่านั้น ไม่มีผลกับเครื่องที่เป็นวินโดวส์หรือลินุกซ์บางดิสโทรที่ยังคิดเป็นรายชั่วโมง นอกจากนี้การคิดเงินเป็นวินาทีจะมีขั้นต่ำ 1 นาทีแรก และราคาที่แสดงบนหน้าเว็บของ AWS จะยังแสดงเป็นรายชั่วโมง แต่การลงบิลจะเปลี่ยนมาคำนวณเป็นรายวินาที

คู่แข่งทั้ง Azure และ Google Cloud Platform ใช้วิธีคิดเงินเป็นนาทีมาสักระยะแล้ว ในขณะที่ AWS ข้ามจากรายชั่วโมงมาเป็นวินาทีเลย

ที่มา – AWS Blog

No Description

from:https://www.blognone.com/node/95588

CIRP รายงาน Amazon Echo ครองส่วนแบ่งตลาด 76% ส่วน Google Home อยู่ที่ 24%

บริษัท Consumer Intelligence Research Partners (CIRP) ได้ออกรายงานผลวิจัยยอดขายของผลิตภัณฑ์ลำโพงพร้อมผู้ช่วยส่วนตัวว่า ตอนนี้ Amazon Echo กำลังนำมาเป็นที่หนึ่งด้วยส่วนแบ่ง 76% ของตลาดสหรัฐฯ ตามมาด้วย Google Home ที่ 24%

CIRP คาดการณ์ว่า Amazon Echo นั้นสามารถขายได้ถึง 15 ล้านเครื่องทั่วสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่ 10.7 ล้านเครื่อง​ โดยปัจจุบัน Echo Dot ซึ่งเป็นรุ่นเล็กของ Echo วางขายที่ราคา 49.99 ดอลลาร์ สามารถกินส่วนแบ่งไปได้ครึ่งหนึ่งของ Echo เครื่องใหญ่

ในด้านการใช้งานนั้น CIRP ได้สำรวจและพบว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่นั้นใช้อุปกรณ์เหล่านี้ฟังเพลงมากที่สุด ตามมาด้วยการถามคำถาม, ตั้งปลุกหรือจับเวลา และควบคุมเทคโนโลยีบ้านอัตโนมัติ

ที่มา – GeekWire

No Description

Amazon Echo ภาพจากเว็บไซต์ Amazon

from:https://www.blognone.com/node/95586

C by GE Sol หลอดไฟอัจฉริยะพร้อม Alexa วางจำหน่ายแล้วที่ราคา 200 ดอลลาร์

หากใครยังจำได้ เมื่อปลายปีที่แล้ว GE เปิดตัวหลอดไฟพร้อม Alexa โดยตอนนี้ก็ถึงเวลาที่หลอดไฟอัจฉริยะจาก GE จะวางขายแล้ว

หลอดไฟนี้มีชื่อว่า C by GE Sol ถือเป็นหลอดไฟที่มีระบบผู้ช่วยส่วนตัว Alexa อยู่ภายในเป็นตัวแรกที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด ตัวโคมไฟเป็นหลอดไฟที่สามารถปรับเฉดสีขาวได้ ตั้งแต่โทนขาว (daylight) ไปจนถึงโทนเหลือง (warm) มีแถบสีน้ำเงินและแดงภายในวงแหวนของหลอดไฟ เพื่อเป็นการแสดงเวลาแทนเข็มสั้นและเข็มยาว และเมื่อเรียก Alexa ขึ้นมาจะมีเอฟเฟคแสดง

ตัวฐานของหลอดไฟนั้นเป็นไมโครโฟนและลำโพง เพื่อให้ผู้ใช้สั่ง Alexa ให้ทำงานได้ตามต้องการ โดย C by GE Sol สามารถสั่งคำสั่งของ Alexa ได้ทุกอย่างเหมือนกับ Amazon Echo บนตัวหลอดไฟมีปุ่มสำหรับปิดเสียง Alexa, เปิดหลอดไฟ, ปรับความดังของเสียง และปรับความสว่างของหลอดไฟ ซึ่งสิ่งที่เพิ่มมาจาก Alexa ปกติก็มีคำสั่งปรับไฟ เช่น ลดแสง, เพิ่มแสง, ปรับโทนแสง ฯลฯ

สำหรับราคาของหลอดไฟ C by GE Sol นี้อยู่ที่ 199.99 ดอลลาร์ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จากเว็บไซต์ C by GE

ที่มา – Digital Trends

No Description

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/95581