คลังเก็บป้ายกำกับ: Amazon

Amazon เริ่มวางจำหน่าย Meal Kits ชุดส่วนประกอบอาหารตามแต่ละเมนู

การแข่งขันของผู้ให้บริการสั่งของสดแบบออนไลน์ในสหรัฐเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากผู้ให้บริการที่มากจำนวนขึ้น ซึ่งแต่ละเจ้าก็พยายามเข็นความแตกต่างและโดดเด่นของตัวเองออกมาเรื่อยๆ

อย่างล่าสุด Amazon เริ่มให้บริการสั่ง Meal Kits ชุดส่วนประกอบอาหารที่มาในลักษณะกล่อง จะมีส่วนประกอบของแต่ละเมนูมาให้ครบสำหรับการปรุงโปรตีน เครื่องเตียงและซอส พร้อมสูตรและวิธีทำให้ครบ

เว็บไซต์ GeekWire ที่ทดลองใช้บริการแล้วบอกว่าตอนนี้มีเมนูอยู่ราว 17 เมนู รวมถึงมีเมนูสำหรับมังสวิรัติด้วย ขณะที่ของก็สดและมีส่วนประกอบหรือเครื่องปรุงที่มากกว่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเจ้าอื่นในเมนูเดียวกัน

อย่างไรก็ตามบริการนี้เหมือนจะยังอยู่ในช่วงทดลองให้บริการก่อนเท่านั้น

ที่มา – GeekWire

alt="amazonmealkit2"

alt="amazonmealkit3"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/94079

Advertisements

Amazon เผยสถิติปุ่ม Dash มีคนกดเฉลี่ย 4 ครั้งต่อนาที, ยอดสั่งซื้อช่วง Prime Day สูงขึ้น 70%

ปุ่มกดสั่งสินค้า Amazon Dash Button นั้นเปิดตัวมาตั้งแต่ 2015 และ Amazon ก็ได้เผยสถิติเกี่ยวกับปุ่มดังกล่าวล่าสุดว่า ปัจจุบันมีคนกดปุ่ม Dash เฉลี่ย 4 ครั้งต่อนาที

Dean Siefert หัวหน้าฝ่ายบริการ Dash และ Dash Replenishment Services กล่าวว่า Amazon สามารถขายผงซักฟอกไปได้กว่า 900 ตันผ่านการกดปุ่ม Dash หรือคิดเป็นน้ำหนักเท่ากับปลาวาฬสีน้ำเงิน 8 ตัว และยิ่งในช่วง Prime Day นั้นมียอดสั่งซื้อ Dash สูงขึ้นกว่า 70% จากปีที่แล้ว มีออร์เดอร์กว่าหนึ่งแสนครั้ง ปุ่มที่เป็นที่นิยม เช่น Tide, Bounty, Cascade, Charmin ซึ่งเป็นสินค้าที่ผู้ใช้ต้องซื้อบ่อย ๆ

นอกจากตัวปุ่ม Dash แล้ว Amazon ยังมี Dash Replenishment API สำหรับนักพัฒนาให้นำไปใช้งาน เช่น เครื่องซักผ้าสั่งผงซักฟอกโดยอัตโนมัติเมื่อใกล้หมดโดยไม่ต้องกดปุ่ม หรือ Illy ก็กำลังพัฒนาให้เครื่องชงกาแฟสั่งวัตถุดิบเองได้เมื่อใกล้หมด

ปัจจุบัน Amazon มีแบรนด์สินค้าเข้าร่วมการปุ่ม Dash กว่า 600 แบรนด์ และประกาศพาร์ทเนอร์เพิ่มอีก 5 แบรนด์ ได้แก่ Luvs, Pampers, Bounce, Dreft และ Unstopables

ที่มา – Digital Trends

No Description

from:https://www.blognone.com/node/94078

จับตาโมบายคอมเมิร์ซเปลี่ยน เมื่อ Amazon แจ้งเกิด “Spark” ฟีดเรื่องราวและภาพเพื่อการช็อปปิ้ง

Amazon เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซอเมริกันเปิดตัวบริการใหม่ชื่อ Amazon Spark อย่างเป็นทางการในสหรัฐฯ โดยเปิดให้ชาวอเมริกันทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับภาพและเรื่องราวที่ผู้ชมสามารถคลิกซื้อสินค้าออนไลน์ได้สะดวก ภาพเหล่านี้มองแล้วคล้ายกับ Instagram เพราะรูปแบบการแสดงในลักษณะฟีดข่าว ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถคอมเมนต์หรือคลิก “smile” ให้รูปที่ชื่นชอบได้ แต่ก็จะชนช้างกับ Pinterest เต็มเหนี่ยวจนอาจทำให้วงการโมบายคอมเมิร์ซเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

กลุ่มเป้าหมายหลักของ Amazon Spark คือสมาชิกบริการ Prime โดยสื่อมวลชนเชื่อว่าเป้าหมายสำคัญคือการสร้างช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าของ Amazon ได้ง่ายขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้ค้าปลีกจำนวนหนึ่งได้เริ่มทดสอบ Amazon Spark มานานหลายเดือนแล้ว กระทั่งมีการเปิดตัวให้ผู้ใช้ Amazon Spark สามารถโพสต์เรื่องราว ไอเดีย ภาพ รวมถึงวิดีโอสินค้าที่ชื่นชอบได้เสรีในขณะนี้

การแจ้งเกิด Amazon Spark มีโอกาสทำให้วงการโมบายคอมเมิร์ซเปลี่ยนแปลง เพราะ Spark อาจเป็นคู่แข่งสำคัญของ Pinterest นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวนี้ของ Amazon สะท้อนว่าบริษัทต้องการนำสินค้าในร้านออนไลน์มาเชื่อมกับกิจกรรมบนโลกโซเชียล เพื่อดึงให้ผู้ชมกลับเข้ามาซื้อสินค้าบน Amazon วิธีนี้จะทำให้ความรู้สึกชื่นชอบของชาวโซเชียลเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินยอดขายได้ง่ายทันใจ

จุดที่น่าสนใจของ Spark คือ Amazon เปิดให้ผู้ใช้เลือกกลุ่มเรื่องหรือสินค้าที่สนใจเฉพาะทางหรือนิชอย่างเรื่องราวของแมว (Cats), กลุ่มสินค้า Internet of Things, กลุ่ม BBQ ซึ่งเมื่อเริ่มใช้งาน ระบบจะถามความสนใจอย่างน้อย 5 ประเภทเพื่อเป็นเกณฑ์ในการรับข่าวสาร ผู้สนใจมากกว่า 5 ประเภทสามารถเลือกเพิ่มเติมได้ จากกลุ่มสินค้าทั่วไป เช่น Books, Style & Fashion, Technology, Home Décor, Music, Fitness และ Toys & Games และอื่นๆ

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า Amazon จะขีดเส้นวันที่ 30 ก.ค. เพื่อเริ่มอนุญาตให้ผู้ใช้แชร์บทความรีวิวสินค้าที่เคยเขียนไว้จากโปรไฟล์ของแต่ละคนขึ้นสู่ Spark คาดว่าจะมีการขยายรูปแบบเนื้อหาให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยผู้ที่จะเริ่มต้นใช้งาน Amazon Spark ต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน Amazon ไว้ในโทรศัพท์มือถือ ยังรองรับไอโฟนเท่านั้นในขณะนี้ (ไม่รองรับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์)

ที่มา: TechCrunch

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/07/amazon-spark-shoppable-feed/

Amazon เปิดตัว Spark โซเชียลเน็ตเวิร์คสำหรับการช้อปปิ้ง

Amazon เปิดตัวฟีเจอร์โซเชียลเน็ตเวิร์คสำหรับการช้อปปิ้งในชื่อ Spark เพื่อให้ผู้ใช้โพสต์ภาพสินค้าหรือข้อมูลต่าง ๆ เป็นไอเดีย (ลักษณะคล้ายกับ Pinterest) และสามารถดูรายละเอียดสินค้าได้

ฟีเจอร์ Spark สามารถใช้งานได้ผ่านแอพ Amazon บนมือถือ โดยหลังจากที่ผู้ใช้เริ่มต้นใช้งานครั้งแรก จะต้องเลือกสิ่งที่สนใจอย่างน้อย 5 อย่าง จากนั้น Amazon จะนำข้อมูลไปสร้างฟีดสินค้า, ไอเดีย และรูปภาพ โดยผู้ใช้สามารถโพสต์, กด smiles (เหมือนกับ like บน Facebook) และคอมเมนต์โพสต์ได้ หากโพสต์ใดมีสินค้าที่มีขายใน Amazon อยู่ จะมีรูปถุงช้อปปิ้งปรากฏขึ้นมา สามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดได้ทันที

สำหรับฟีเจอร์ดังกล่าว ผู้ใช้ Amazon ทั่วไปสามารถดูฟีดได้เท่านั้น หากต้องการคอมเมนต์, smile หรือโพสต์ข้อความ จะต้องเป็นสมาชิก Amazon Prime เท่านั้น และฟีเจอร์นี้ยังเปิดให้ใช้เฉพาะแอพ Amazon บนมือถือ ยังไม่มีบนเดสก์ท็อป

ที่มา – TechCrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/94068

เมื่อปลาใหญ่ Amazon บุกธุรกิจส่งชุดวัตถุดิบอาหาร แย่งตลาดปลาเล็ก Blue Apron ในวันที่เริ่มแย่

ในวันที่หุ้นของ Blue Apron สตาร์ทอัพส่งชุดวัตถุดิบทำอาหารแบบเดลิเวอรี่เริ่มร่วงลง Amazon ก็เตรียมเข้ามาเล่นในตลาด meal kit นี้บ้าง เริ่มจากไปจดสิทธิบัตรสโลแกน แถมย้อนไปไม่นานก็เพิ่งซื้อ Whole Foods Market มาอีก

Photo: Amazon.com

เมื่อปลาใหญ่ลงเล่น จ่อกินรวบ แล้วใครจะสู้ได้?

หลังจากที่ Blue Apron สตาร์ทอัพส่งชุดวัตถุดิบทำอาหารแบบเดลิเวอรี่ (meal kit delivery) มีมูลค่าต่ำลงจนอาจจะสูญเสียสถานะความเป็น “ยูนิคอร์น”

Times รายงานว่าในวันจันทร์ที่ผ่านมา หุ้น IPO ของ Blue Apron ร่วงลงมาถึง 11.8% เหลือ 6.49 เหรียญ

Amazon ก็ได้ส่ง Amazon Meal Kits ลงสู่ตลาดเช่นกัน โดยใช้โอกาสนี้ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับสำนักงานสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกา โดยใช้สโลแกน “We do the prep. You be the chef.” (เราจัดเตรียมให้ ส่วนคุณเป็นคนทำ[อาหาร]) ดูหลักฐานการจดสิทธิบัตรของ Amazon ที่นี่

Photo: Amazon.com

แม้ว่าตลาดส่งชุดทำอาหารเดลิเวอรี่ จะมี Blue Apron ที่ครองตลาดอยู่ก่อนหน้าแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้ที่ Amazon ได้ซื้อกิจการ Whole Foods Market ทำให้ Amazon ได้เปรียบมากขึ้นในการเข้ามารุกในตลาดส่งชุดทำอาหารเดลิเวอรี่

Photo: Amazon.com

ถ้าย้อนไปดูในช่วงที่ผ่านมา สตาร์ทอัพอย่าง Blue Apron ต้องทำงานด้านการตลาดอย่างหนัก เนื่องจากชื่อแบรนด์ยังไม่แข็งแรง ในไตรมาสที่ผ่านมา Blue Apron ใช้เงินไปกว่า 61 ล้านเหรียญ (1 ใน 4 ของรายได้) ในการทำการตลาดบนออนไลน์ พอดคาสต์ และในที่อื่นๆ

แต่เมื่อมองดู Amazon ที่แบรนด์แข็งแกร่ง ประกอบกับเพิ่งซื้อ Whole Foods Market มาหมาดๆ และยังเป็นเจ้าในเรื่องการส่งของอีก การลงเล่นในตลาดนี้จึงได้เปรียบอย่างมาก

ดูจากปัจจัยทั้งหมดแล้ว แทบไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ปลาเล็กคงต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพราะไม่อย่างนั้นก็อาจจะต้องเตรียมตัวลาวงการไว้ได้เลย

ที่มา – Venturebeat

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/amazon-go-meal-kit-blue-apron/

Amazon เตรียมปล่อยแอป Anytime ร่วมแจมตลาดแชท ชูจุดเด่นรวมทุกฟีเจอร์ของทุกค่ายไว้ในแอปเดียว

ทุกวันนี้แอปแชทก็มีมากมายหลายค่ายเต็มไปหมด ทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งเอเชียทั้งที่เรารู้จักและไม่รู้จักรวมๆกันเป็น 10 – 20 แอปได้ ส่วนแอปที่เป็นที่นิยมที่สุดในโลกก็คือค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook Messenger และ WhatsApp หรือถ้าในบ้านเราก็ไม่พ้นแอปสุดฮิตมีดีที่สติ๊กเกอร์อย่าง LINE Messenger และวันนี้เรากำลังจะได้เห็นแอปแชทตัวใหม่จาก Amazon ที่รวมฟีเจอร์เด่นๆ จากหลายๆแอปเข้าไว้ในแอปเดียว กับ Anytime

แอปแชทแต่ละแอปก็จะมีความสามารถหรือจุดเด่นที่ต่างกันออกไป อย่างเช่น สติ๊กเกอร์, เกม, การแชร์รูป, Video Call, Voice Call, การใช้ฟิลเตอร์หรือการใส่หน้ากากตลกๆ ใน Video Call, ส่ง SMS ฯลฯ ซึ่งฟีเจอร์ที่กล่าวมานี้บางแอปก็มีบางแอปก็ไม่มี แต่ Anytime ของ Amazon นี้บอกว่าจะมีทุกฟีเจอร์ที่บอกมาเลย

โดย Anytime จะมีฟีเจอร์ต่างๆ ดังนี้

  • ค้นหาเพื่อนจากชื่อ ไม่ต้องใช้เบอร์โทรศัพท์
  • คุยแบบส่วนตัว และสามารถใช้การเข้ารหัสเพื่อเพิ่มความปลอดภัย (ในกรณีที่คุยกันเรื่องธุรกิจ และอาจมีการเอ่ยถึงเลขบัญชี)
  • ใช้งานได้ทั้ง PC, Android และ iOS
  • แชร์รูป วีดีโอ ทั้งกลุ่มง่ายๆด้วยการใช้ @mentions
  • โทรด้วยเสียงหรือวีดีโอด้วยคุณภาพระดับสูงฟรีๆ
  • ส่งไฟล์ GIF, sticker, emoji ในแชทได้
  • ใส่ฟิลเตอร์ เอฟฟเคท์ หน้ากาก ในรูปหรือวีดีโอได้
  • เล่นเกมตัวต่อตัว หรือเล่นแข่งกันทั้งกลุ่มได้
  • ตั้งชื่อเล่นให้เพื่อนในกลุ่ม หรือเปลี่ยนสีของตัวหนังสือเพื่อนแต่ละคนได้
  • แชร์ตำแหน่ง, เพลงที่กำลังฟัง, สั่งอาหารด้วยกัน, แชร์ค่าอาหารด้วยกัน ฯลฯ
  • แชทกับบริการต่างๆ ทั้งจองโต๊ะร้านอาหาร, จองห้องโรงแรม หรือจะซื้อขายผ่าน Anytime ก็ได้

จากทุกฟีเจอร์ที่กล่าวมาดูเหมือนว่า Anytime จะรวบรวมฟีเจอร์ของหลายๆแอปเข้าไว้ด้วยกัน ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า เมื่อ Anytime เปิดให้ใช้กันทั่วโลกแล้ว จะสามารถแบ่งสัดส่วนความนิยมมาจากเจ้าตลาดอย่าง Messenger, Whatsapp หรือ LINE ในบ้านเราได้รึเปล่า

 

ที่มา : Androidauthority

from:https://droidsans.com/anytime-messaging-app-by-amazon/

[ลือ] ใครๆ ก็ต้องมีแอพแชต แม้แต่ Amazon ก็เตรียมเปิดตัวแอพ Anytime

TechCrunch รายงานว่า Amazon เตรียมเปิดตัวแอพสำหรับสนทนาโดยเฉพาะในชื่อว่า Anytime โดยมีทั้งบนสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, พีซี ไปจนถึงสมาร์ทวอทช์ สำหรับคุณสมบัติก็มีครบทุกอย่างพื้นฐานที่แอพแนวนี้มี ข้อความ, วิดีโอ, ฟิลเตอร์, สติกเกอร์ ที่เพิ่มเติมคือความสามารถเชื่อมต่อกับบริการของ Amazon

สาเหตุที่ข้อมูลนี้ออกมาก็เพราะ Amazon ได้ทำแบบสำรวจความเห็นผู้ใช้บางส่วนต่อแอพดังกล่าว ซึ่งมีการเปิดเผยรายละเอียดการทำงานของแอพ Anytime อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตว่าเอกสารชุดนี้มีการสะกดคำผิดจึงไม่แน่ใจว่าเชื่อถือได้แค่ไหน

ตัวแทนของ Amazon ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับข่าวดังกล่าว

ที่มา: TechCrunch

alt="Anytime by Amazon"

from:https://www.blognone.com/node/93964