คลังเก็บป้ายกำกับ: Amazon

Amazon เปิดศึกแข่งกับ Etsy เพิ่มพื้นที่ขายของแฮนด์เมดสำหรับงานแต่งงานโดยเฉพาะ

Amazon เปิดศึกแข่งกับ Etsy เพิ่มพื้นที่ขายของแฮนด์เมดสำหรับงานแต่งงาน ในขณะที่ Etsy เจอความกดดันเรื่องยอดซื้อขายลดลง

Amazon มีแพลตฟอร์มของแฮนด์เมดหรือ Handmade at Amazon มาตั้งแต่ปี 2015 โดยล่าสุดเพิ่มการค้นหาเฉพาะเจาะจงมาที่ของแฮนด์เมดสำหรับงานแต่งงานโดยเฉพาะ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะอุตสาหกรรมการจัดงานแต่งมีมูลค่าสูงมาก ทาง Amazon เองก็ปรับปรุงระบบให้สามารถติดตามสินค้า มีนโยบายคืนสินค้าภายใน 180 วัน และมีร้านขายของบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นด้วย

การเปิดตัวในวงการงานแต่งเกิดขึ้นระหว่างที่ Etsy เจอความกดดันเรื่องยอดซื้อขายบนแพลตฟอร์มลดลง และมีร้านขายของที่ไม่ใช่แฮนดืเมดเข้ามาในแพลตฟอร์มด้วย เส้นกั้นระหว่าง Etsy กับร้านขายของทั่วไปเริ่มจางลง ทำให้บรรดาร้านค้าคิดว่ามาขายสินค้าที่ Amazon ดีกว่าเพราะมีฐานผู้ใช้เยอะกว่า

No Description

ที่มา – Techcrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/92705

Advertisements

James Gosling ผู้สร้าง Java เข้าทำงานกับ Amazon Web Services

James Gosling บิดาแห่งภาษา Java เคยทำงานกับกูเกิลเป็นระยะเวลาสั้นๆ จากนั้นย้ายไปทำงานกับบริษัทหุ่นยนต์ใต้น้ำ Liquid Robotics

ล่าสุดเขาประกาศใน Faecbook ของตัวเองว่าย้ายไปอยู่กับ Amazon Web Services แล้ว แต่ก็ไม่ได้บอกว่าอยู่ในตำแหน่งอะไร ทาง AWS ยืนยันข่าวว่า Gosling มาจริง แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยว่าทำงานตำแหน่งไหนเช่นกัน

ที่มา – James Gosling, VentureBeat, ภาพจาก James Gosling

No Description

from:https://www.blognone.com/node/92635

ศึกษา 4 ธุรกิจค้าขายนำ AI ต่อยอดการเติบโต พร้อมหลุดพ้นจาก Retail Apocalypse

AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป หลังจากกลุ่มธุรกิจค้าขายเริ่มนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาสร้างธุรกิจให้เติบโต พร้อมหลุดพ้นจากยุค Retail Apocalypse ซึ่งนี่คือ 4 ธุรกิจที่น่าศึกษาในการนำ AI มาใช้งาน

Starbucks Debuts Voice Ordering | Starbucks Newsroom

Starbucks

Starbucks เริ่มเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภค และเปิดให้ลูกค้าสั่งสินค้าจากภายนอกร้าน ก่อนที่จะเลือกสาขาในการไปรับเครื่องดื่มที่สั่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกควบคุมโดย AI หรือระบบปัญหาประดิษฐ์ภายใน Application ที่ชื่อว่า My Starbucks Barista เพียงแค่เปิด Application และกดปุ่มเพื่อพูดเครื่องดื่มที่ต้องการเข้าไป ตัวระบบก็จะประมวลเสียงเป็นคำสั่ง และส่งไปยังสาขาที่ใกล้เคียงเพื่อทำเครื่องดื่มเอาไว้

ซึ่งการเปิดให้สั่งเครื่องดื่มจากอกร้าน ทำให้ลดปัญหาการเข้าคิวเพื่อไปสั่ง และชำระเงิน โดยปัจจุบันการชำระเงินผ่าน Smartphone ของ Starbucks ในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 25 ของรูปแบบการชำระเงินทั้งหมด มากกว่านั้น 2 ใน 3 ของผู้สมัครสมาชิกกับ Starbucks กว่า 8 ล้านราย ต่างใช้ Application ในการชำระเงินอย่างน้อย 1 ครั้ง/เดือน และ 1 ใน 3 ของจำนวนนี้ใช้วิธีการสั่งสินค้าจากนอกร้าน ทำให้ลดปัญหาการเข้าคิวได้มาก

Cosabella

แบรนด์ชุดชั้นใน Cosabella ใช้ AI ในการทำการตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจ และความเข้าใจของสินค้าแก่ผู้บริโภค ภายใต้แพลตฟอร์ม Emarsys ตั้งแต่เดือนต.ค. 2559 ซึ่งตั้งแต่วันนั้น ตัวแบรนด์ก็มีผู้สมัครรับข่าวสารทางอีเมลเพิ่มขึ้นทันที และสร้างยอดขายจากช่องทางนี้เพิ่มถึง 60% แสดงให้เห็นการตลาดอย่างถูกต้องในการสร้างการขายจาก Online สู่ Offline ได้อย่างดี

สำหรับ Emarsys คือระบบ AI ที่จะส่งส่วนลดเฉพาะบุคคลไปยังผู้ที่สมัครสมาชิกรับข่าวสารทางอีเมล และอิงจากพฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าตามเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งเมื่อยิงส่วนลดถูกจุด โอกาสที่จะขายสินค้าไปให้ผู้บริโภคที่ตรงกันก็มีสูง และนั่นเท่ากับการยอมลดราคาเพียงเล็กน้อย เพื่อสร้างยอดขายเพิ่ม แถมอาจได้มากกว่าแค่สินค้าลดราคาจากผู้บริโภค ก็ทำให้การลงทุนระบบครั้งนี้คุ้มค่าเลยทีเดียว

Lowe’s

กลุ่มผู้ขายสินค้าเกี่ยวกับที่พักอาศัยก็สามารถลงทุนในเรื่อง AI ได้เช่นกัน อย่าง Lowe’s ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจนี้ก็ใช้หุ่นยนต์ในการตรวจจับการใช้บริการภายในสาขามากว่า 2 ปี ภายใต้ชื่อ LoweBot เพื่อช่วยให้ผู้เข้ามาใช้บริการสามารถหาสินค้าได้ง่ายขึ้น ซึ่ง LoweBot แต่ละตัวจะมีหน้าที่ตอบคำถามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ต้องการอยู่ที่ไหน รวมถึงการออกแบบในพื้นที่ต่างๆ และตัวหุ่นยนต์ก็จะตอบกลับมาเป็นภาษาเหมือนที่มนุษย์ใช้พูดกันอยู่จริงๆ

นอกจากนี้ตัว LoweBot ยังติดตั้งอุปกรณ์สแกนสินค้าแบบสามมิติ ทำให้สามารถช่วยเหลือผู้ใช้งานภายในสาขาได้อย่างดียิ่งขึ้นด้วย มากกว่านั้นตัวหุ่นยนตืยังช่วยพนักงานภายในสาขาบริหารสต๊อกสินค้าได้ดียิ่งขึ้น เพราะเวลามีลูกค้ามาสอบถามสินค้า ตัวหุ่นยนต์ก็จะเข้าไปสแกนตามเชลฟ์วางต่างๆ และเมื่อสินค้านั้นหายไป ก็จะแจ้งแผนกสต๊อกให้เติมสินค้าในทันทีอีกด้วย

ภาพโดย SounderBruce (Own work) [CC BY-SA 4.0 (http://creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0)%5D, via Wikimedia Commons

Amazon

Amazon Go ร้านจำนหน่ายอาหาร และของใช้ภายในบ้านของกลุ่ม Amazon ที่ใช้ AI ในการบริหารจัดการทั้งหมด และยกเลิกรูปแบบเดิมของร้านค้า ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนา AI มาใช้งาน ผ่านการใช้เซ็นเซอร์ต่างๆ ติดตามการหยิบสินค้าของผู้บริโภคจากชั้นวางต่างๆ และสินค้าเหล่านั้นจะถูกบรรจุใส่ใน Virtual Cart หรือตะกร้าจำลองใน Application ของ Amazon Go และจะคิดเงินอัตโนมัติเมื่อลูกค้าเดินออกจากร้านไปแล้ว

ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าขาดการเเชื่อมต่อระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Deep Learning, Sensor Fusion และ computer Vision โดยปัจจุบันมีสาขา Amazon Go อยู่ 1 แห่งที่ Seattle และทาง Amazon ก็มีแผนที่จะเปิดกว่า 2,000 สาขา หากเทคโนโลยีนี้เดินหน้าไปด้วยดี

อ้างอิง // Inc.

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/retail-ai-go-together/

LinkedIn จัดอันดับ 50 บริษัทที่น่าทำงานด้วยที่สุด: Alphabet, Amazon, Facebook ติดท็อป 3

LinkedIn เผยอันดับ 50 บริษัทในสหรัฐที่น่าทำงานด้วยที่สุดประจำปีที่แล้ว นำมาโดย Alphabet, Amazon, Facebook, Salesforce และ Uber ใน 5 อันดับแรก

ส่วนอันดับ 6-10 ได้แก่ Tesla, Apple, Time Warner (บริษัทแม่ Warner Bros, HBO), Walt Disney และ Comcast NBC Universal

ขณะที่บริษัทไอทีอื่นๆ อย่าง Airbnb อยู่อันดับ 11, Netflix อันดับ 12, Dell อันดับ 14, ทวิตเตอร์อันดับ 17, VISA อันดับ 19, Adobe อันดับ 24, Oracle อันดับ 26, Cisco อันดับ 28, Verizon อันดับ 29, Fitbit อันดับ 32, Yelp อันดับ 35, Lyft อันดับ 38, Pandora อันดับ 40, Dropbox อันดับ 42, Gartner อันดับ 43, Box อันดับ 47 และ Square อันดับ 49

วิธีการประเมินของ LinkedIn คร่าวๆ คือดูจากจำนวนของคนที่เข้าไปดูตำแหน่งงานและยื่นใบสมัคร, ดู engagement ต่างๆ จากคนนอก, ผู้เชี่ยวชาญ ต่อโปรไฟล์หรือคอนเทนท์ของบริษัท ไปจนถึงดูจากว่าพนักงานแต่ละคนทำงานอยู่ที่บริษัทนั้นนานแค่ไหน (ดู methodology เต็มๆ ได้ที่นี่)

ที่มา – LinkedIn

from:https://www.blognone.com/node/92562

ร้านหนังสือทำไม่ได้ Amazon Charts จัดอันดับหนังสือรายสัปดาห์ตามปริมาณการอ่าน

อันดับหนังสือขายดีช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านหนังสือ แบบเดียวกับร้านขายซีดีเพลง แต่ฟีเจอร์ล่าสุดของเจ้าพ่ออีบุ๊กอย่างอเมซอนก็เปิดตัว Amazon Charts จัดอันดับหนังสือที่อ่านมากที่สุด และที่ขายดีที่สุด

ฝั่งธุรกิจขายเพลงอาจจะเห็นการจัดอันดับแบบเดียวกันมาก่อนแล้ว เพราะบริการสตรีมเพลงนั้นมักไม่ต้องการการซื้อล่วงหน้าก่อนฟังจริง ขณะที่ฝั่งอีบุ๊กต้องซื้อก่อนจึงเปิดอ่าน ทำให้มีอันดับแยกกันระหว่างอันดับการซื้อ ซึ่งอาจจะซื้อไปดองไว้ก่อน หรือยังอ่านเล่มก่อนหน้าไม่จบ

การจัดอันดับทั้งสองอันต่างกันพอสมควร เช่นหมวด non-fiction อันดับที่อ่านมากที่สุดคือ “The Subtle Art of Not Giving a F*ck” ขณะที่อันดับขายดีอันดับหนึ่งคือ “Astrophysics for People in a Hurry”

ที่มา – Amazon Charts

upic.me

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/92545

Amazon อัพเดตแท็บเล็ตตระกูล Fire: เพิ่มรุ่นสำหรับเด็กให้ Fire HD 8, Fire 7 บางและเบาลง

Amazon ได้ประกาศอัพเดตแท็บเล็ตตระกูล Fire ทั้ง Fire 7, Fire HD 8 ดังนี้

Fire HD 8 เพิ่มรุ่นสำหรับเด็กหรือ Kids Edition เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถควบคุมบุตรหลายได้ด้วยบริการ FreeTime Unlimited ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 2.99 ดอลลาร์ต่อเดือน โดยผู้ปกครองสามารถจำกัดการเข้าถึงของลูกได้ทุกหมวดหมู่ ตั้งแต่เกม, หนังสือ ไปจนถึงวิดีโอและเว็บไซต์ รวมถึงสามารถดูพฤติกรรมของลูกได้ด้วย

ราคาของ Fire HD อยู่ที่ 129.99 ดอลลาร์ มีให้เลือกสีเหลือง, ชมพู และฟ้า พร้อมบริการ FreeTime Unlimited เป็นเวลา 1 ปี, การันตี worry free คือ Amazon จะมอบอุปกรณ์ให้ใหม่ถ้าพบความเสียหายโดยไม่มีคำถามอื่นใดเพิ่มเติม เป็นเวลา 2 ปี

No Description

(ภาพ Amazon Fire HD 8 Kids Edition)

ส่วน Fire HD 8 รุ่นปกติจะลดราคาจาก 89.99 เหลือ 79.99 ในขณะที่สเปคทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม

นอกจาก Fire HD 8 แล้ว Fire 7 จะปรับปรุงให้บางและเบาลง พร้อมกับปรับปรุงหน้าจอให้แสดงคอนทราสต์ได้ดียิ่งขึ้น และแสดงข้อความได้ชัดเจนกว่าเดิม โดย Fire 7 จะยังคงราคาเดิมที่ 49.99 ดอลลาร์ ส่วน Fire HD 10 นั้นยังไม่มีอัพเดตใด ๆ

No Description

(ภาพ Amazon Fire 7)

ถัดไปคือฟีเจอร์ผู้ช่วยส่วนตัว Alexa จะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้แท็บเล็ต Fire ในสหราชอาณาจักรสามารถใช้งานได้แล้ว หลังจากจำกัดให้เฉพาะสหรัฐฯ มาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยแท็บเล็ตเครื่องใหม่ที่แกะกล่องจะมาพร้อม Alexa ส่วนเครื่องเดิมจะอัพเดตซอฟต์แวร์ให้

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/92513

Amazon Alexa เตรียมเพิ่มฟีเจอร์การแจ้งเตือนให้ skill

Amazon เตรียมนำฟีเจอร์การแจ้งเตือนมาลง Alexa คือให้อุปกรณ์ที่รัน Alexa ไม่ว่าจะเป็น Echo ของ Amazon เองหรืออุปกรณ์จากนักพัฒนารายอื่น รับการแจ้งเตือนจาก skill ของ Alexa ได้

Alexa ไม่ได้เป็นการประกาศการแจ้งเตือนออกมาทันทีเมื่อได้รับการแจ้งเตือนมา แต่จะมาเป็นเสียงเตือน (เหมือนโทรศัพท์มือถือ) กับเปลี่ยนสีของแสงวงแหวนเป็นเขียว (ส่วนอุปกรณ์ที่ไม่มีไฟสี อาจใช้วิธีแสดงไฟแจ้งเตือนในรูปแบบอื่นแทน) เพื่อเป็นการแจ้งเตือนผู้ใช้ก่อน เมื่อผู้ใช้ต้องการทราบรายละเอียดให้เรียกถาม Alexa ก็จะอ่านรายละเอียดการแจ้งเตือนให้ฟัง

ฟีเจอร์ดังกล่าวนั้นมีไว้เพื่อเติมเต็มระบบส่งข้อความของ Alexa และตอนนี้ skill จากนักพัฒนาภายนอกที่เริ่มรองรับฟีเจอร์ดังกล่าวก็มี AccuWeather, The Washington Post, Just Eat และ Life360 ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวจะเริ่มเปิดให้ใช้งานจริงในปลายเดือนนี้ ส่วนนักพัฒนาทั่วไปสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อ API พร้อมให้ใช้ได้ที่นี่

ที่มา – The Next Web, The Verge

No Description

from:https://www.blognone.com/node/92484