คลังเก็บป้ายกำกับ: Amazon

เมาวนไป ร้านค้า Amazon Go จะมีขายเบียร์และไวน์ด้วย

เป็นข่าวดีของสายเมาจริงๆ ทาง Amazon ยืนยันกับเว็บไซต์ Recode ว่า จะขายเบียร์และไวน์ใน Amazon Go ด้วย

Amazon Go คือร้านสะดวกซื้อ คอนเซปต์คือ หยิบของและออกไปได้เลยไม่ต้องต่อแถวจ่ายเงิน โดยจะมีใบเสร็จเรียกเก็บเงินผ่านแอพพลิเคชั่นอีกที ลูกค้าต้องสแกนมือถือยืนยันตัวตนว่าเป็นสมาชิก Amazon ตรงทางเข้าร้าน ทาง Amazon มีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Just Walk Out มีเซ็นเซอร์ และปัญญาประดิษฐ์คอยติดตามของในชั้นวางว่ามีอะไรหายไปบ้าง ถึงจะเรียกเก็บเงินลูกค้าได้แม่นยำ

อย่างไรก็ตามถ้าซื้อเบียร์และไวน์ จะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจบัตร แม้ร้านเป็นระบบอัตโนมัติก็จะมีข้อยกเว้นเรื่องการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

Amazon Go เปิดเป็นที่แรกที่ออฟฟิศ Amazon ในซีแอตเทิล จนถึงตอนนี้ยังจำกัดลูกค้าแค่ในกลุ่มพนักงาน Amazon เท่านั้น

No Description

ที่มา – Recode

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/90327

Advertisements

Amazon ปรับลดมูลค่าสินค้าส่งฟรี หลังโดน Walmart โต้กลับ

ใครที่ติดตามเรื่องของ Amazon และ Walmart มาตลอดต้องบอกว่าเป็นการแข่งขันของ 2 ยักษ์ใหญ่จากโลกออนไลน์และโลกออฟไลน์ที่สนุกและน่าติดตามมาก

ก่อนหน้านี้ Amazon ได้เปิดตัวบริการ Amazon Prime บริการส่งด่วนแบบที่ต้องสมัครสมาชิกมีค่าใช้จ่ายรายเดือนประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อปี โดยต้องสั่งสินค้าเป็นมูลค่า 49 ดอลลาร์

ทาง Walmart ได้ออกมาโต้กลับด้วยบริการ ShippingPass ส่งฟรีภายใน 2 วัน โดยไม่มีค่าธรรมเนียมสมาชิก เพียงสั่งซื้อสินค้ามูลค่ารวมเกิน 35 ดอลลาร์ขึ้นไป เล่นเอา Amazon Prime หงายไปเหมือนกัน

มาคราวนี้ Amazon เลยต้องปรับลดราคาขั้นต่ำสินค้าที่จะส่งฟรีลงมาที่ 35 ดอลลาร์เช่นกัน แต่ถ้าจะให้ส่งด่วน ยังต้องสมัครบริการ Amazon Prime อยู่เช่นเดิม ก่อนหน้านี้ Amazon ปรับมูลค่าสินค้าที่ต้องสั่งซื้อเป็น 49 ดอลลาร์ เนื่องมาจากต้นทุนค่าขนส่ง (logistics) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจากข้อมูลในอดีตพบว่า ต้นทุนขนส่งของ Amazon เพิ่มขึ้น 33% ในปีเดียว

ดังนั้นจะให้บริการส่งฟรีอย่างเต็มที่ก็คงทำไม่ได้ เว้นแต่ว่า Amazon กลัวว่า Walmart จะแย่งลูกค้าจากบริการนี้ไปได้ ซึ่งการแข่งขันยิ่งรุนแรงเท่าไร ก็เป็นผลดีต่อเงินในกระเป่าของผู้บริโภคมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับในประเทศไทย ก็เคยมีการแข่งขันขนส่งฟรีอย่างหนักมาแล้ว สั่งซื้อของราคา 9 บาทส่งฟรีถึงที่ เล่นเอาคนสั่งของยังงงว่า แค่ต้นทุนค่ามาส่งก็สูงกว่าราคาสินค้าแล้ว แม้ตอนนี้โปรโมชั่นนั้นจะหมดไปแล้ว แต่การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ จะยังคงรุนแรงต่อไปเรื่อยๆ แน่นอน ใครที่ชอบช้อปปิ้งตามติดโปรโมชั่นไว้ให้ดี

ที่มา: Engadget

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/amazon-walmart-competition/

Amazon จดสิทธิบัตรร่อนสินค้าที่ส่งผ่านโดรนกลางอากาศด้วยร่มชูชีพ

Amazon ได้เริ่มให้บริการส่งสินค้าผ่านโดรนอัตโนมัติที่ไม่ต้องมีคนควบคุมไปแล้ว และทาง Amazon ก็ดูท่าว่าจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ หลังจากที่ทางบริษัทได้จดสิทธิบัตรเกี่ยวกับการส่งสินค้าลงสู่พื้นดินโดยใช้ร่มชูชีพ, การอัดอากาศ และปีกสำหรับการร่อนลง

ปัจจุบัน การส่งสินค้าผ่านโดรนของ Amazon ยังคงต้องใช้การลงจอดของโดรนเพื่อปล่อยสินค้าลงสู่พื้นดิน ซึ่งในบางสถานการณ์นั้นก็สุ่มเสี่ยงต่อตัวโดรน อย่างเช่นเมื่อมีสัตว์เลี้ยงอยู่ใกล้บริเวณที่โดรนลงจอด ทำให้ตัวโดรนอาจเกิดความเสียหายได้

สำหรับวิธีใหม่ที่ Amazon ได้จดสิทธิบัตรไว้และน่าจะนำมาใช้งานกับโดรนในอนาคต คือตัวโดรนจะอยู่เหนือพื้นที่ที่ต้องการให้ส่งของลง และปล่อยสินค้าลงอย่างนุ่มนวลที่สุด โดยจะดูจากทางลง และจะส่งสัญญาณไปยังตัวเทคโนโลยีในโดรนว่าจะเลือกส่งอย่างไรให้สิ่งของไม่บอบช้ำ

นอกจากวิธีการส่งสินค้าหลากหลายผ่านโดรนแล้ว Amazon ก็ยังมีการจดสิทธิบัตรคลังสินค้าเป็นเรือบินลอยฟ้าด้วยเช่นกัน และคลังสินค้าลอยฟ้านี้ก็จะใช้งานโดรนในการส่งสินค้าไปยังพื้นที่ใกล้เคียง

ที่มา – Digital Trends

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/90116

Amazon เปิดตัว Amazon Chime แพลตฟอร์มการจัดประชุมออนไลน์สำหรับองค์กร

Amazon เปิดตัว Amazon Chime แพลตฟอร์มการสื่อสารที่ปลอดภัยและง่ายต่อการใช้งาน สามารถจัดประชุมออนไลน์ในรูปแบบเสียงและวิดีโอ สนทนาผ่านระบบแชท และส่งข้อมูล ให้กับผู้ใช้ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

จุดเด่นของ Amazon Chime มีดังนี้

  • จัดประชุมออนไลน์ด้วยภาพและเสียงคมชัด และ reconnect อัตโนมัติเมื่อสายหลุด
  • มีแอปพลิเคชันสำหรับทั้งโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ ทำให้มีความคล่องตัวสูง
  • ใช้งานทุกฟังก์ชั่นผ่านแอปพลิเคชันเดียว ข้อมูลจะถูก sync กับทุก device ที่ได้ล็อคอินไว้
  • ทุกข้อความจะไม่ถูกเก็บไว้ในเครื่อง และจะผ่านการ encrypt
  • มีระบบจำกัดผู้เข้าร่วมประชุม และสามารถตั้งค่า Amazon Chime ให้สอดคล้องกับ login policy ขององค์กรที่มีอยู่แล้วได้

แพลตฟอร์มดังกล่าวเปิดให้ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน ผ่านแอปพลิเคชันในระบบปฏิบัติการ Android, iOS, Mac และ Windows หลังจากนั้นสามารถเลือกใช้งานต่อได้ทั้งแบบฟรีและเสียค่าบริการรายเดือน

 

ที่มา: https://chime.aws

from:https://www.techtalkthai.com/amazon-introduces-chime/

Amazon เปิดตัว Amazon Chime โซลูชันวิดีโอคอนเฟอเรนซ์สำหรับภาคธุรกิจ

Amazon เปิดตัว Amazon Chime โซลูชันสำหรับการติดต่อสื่อสารในองค์กรสำหรับภาคธุรกิจผ่าน AWS ซึ่งมีฟีเจอร์หลักๆ คล้ายกับของทั้ง Hangouts และ Skype for Business อย่าง VoIP, Vidoe Conference, Screen Sharing, File Sharing และ Instant Messaging

Amazon Chime รองรับการใช้งานทั้งบนแอนดรอยด์, Mac, iOS และวินโดวส์ มี 3 เวอร์ชันให้ใช้งานคือ Basic Edition ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย รองรับวิดีโอคอลและวอยซ์คอลแบบ 1 ต่อ 1 ขณะที่บันทึกแชทต่างๆ จะถูกเก็บเอาไว้ 30 วัน

ถัดมาเป็น Plus Edition คิดค่าบริการเดือนละ 2.5 เหรียญต่อยูสเซอร์ เพิ่ม Screen Sharing, ระบบ Remote Desktop Control และการเข้าถึงระบบหลังบ้าน จำนวนผู้เข้าร่วมวิดีโอคอลหรือวอยซ์คอลยังคงจำกัดอยู่แค่ 2 คนแต่เพิ่มปริมาณการเก็บบันทึกการพูดคุยเป็น 1 GB ต่อยูสเซอร์

และสุดท้ายคือ Pro Edition ค่าบริการเดือนละ 15 เหรียญต่อยูสเซอร์ ได้ฟีเจอร์ทั้งหมดทั้งนัดหมายการประชุมล่วงหน้า บันทึกการประชุมและวิดีโอคอลหรือวอยซ์คอลแบบกลุ่มได้สูงสุด 100 คน โดยตอนนี้ Amazon เปิดให้ทดลองใช้ Pro Edition ฟรี 30 วัน

ที่มา – Amazon Chime via Amazon

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/90048

Amazon ท้าชน Victoria’s Secret หลังเตรียมขายแบรนด์ชุดชั้นในของตัวเอง ราคาเริ่มต้นแค่ 350 บาท

เรียกว่า Amazon ได้รุกตลาดแฟชั่นเต็มตัวแล้ว เพราะหลังจากเปิดตัวแบรนด์สินค้าแฟชั่น 7 แบรนด์ในปีก่อน ก็เตรียมส่งแบรนด์สินค้าชุดชั้นในราคาประหยัดเข้ามาทำตลาดอีกด้วย


ภาพ pixabay.com

350 บาท ตีตลาด Victoria’s Secret

ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า Amazon จะวางจำหน่ายสินค้าชุดชั้นในแบรนด์ตัวเองในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยราคาสินค้าจะอยู่ราว 10 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 350 บาท ซึ่งมีราคาต่ำกว่าชุดชั้นในของแบรนด์ระดับโลก Victoria’s Secret ที่จำหน่ายชุดละ 40 ดอลลาร์ หรือราว 1,400 บาท และไม่ใช่ครั้งแรกที่ยักษ์ใหญ่ E-Commerce รายนี้จำหน่ายแบรนด์ชุดชั้นในของตนเอง เพราะได้จำหน่ายชุดชั้นใน House Brand ชื่อ Iris & Lilly ในประเทศอังกฤษมาระยะหนึ่งแล้ว

สำหรับการเปิดจำหน่ายชุดชั้นใน ถือเป็นการรุกตลาดสินค้าแฟชั่นอย่างเต็มตัวของ Amazon หลังจากเห็นโอกาสของผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นผ่านออนไลน์มากขึ้น แม้ส่วนใหญ่ยังนิยมการลองสินค้า หรือสอบถามคุณภาพกับพนักงานขายก่อนซื้อสินค้าก็ตาม ที่สำคัญการรุกตลาดแฟชั่นครั้งนี้ Amazon ยังตตั้งเป้าเป็นทางเลือกแรกๆ ในการซื้อสินค้าแฟชั่นของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา ผ่านการตั้งราคาที่สมเหตุสมผลกับคุณภาพเช่นกัน


แบรนด์ Iris & Lilly ที่จำหน่ายในอังกฤษ

สรุป

การเดินหน้าทำตลาดสินค้าแฟชั่นของ Amazon ถือเป็นการรุกตลาดที่เข้มข้นอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้มีความแข็งแกร่งในเรื่อง E-Commerce ทุกด้าน แต่ด้วยสินค้าแฟชั่นอาจยังทำได้ไม่ตอบโจทย์มากนัก ดังนั้นการเข้าไปอุดช่องว่างเรื่องนี้ เพื่อก้าวสู้บริษัท E-Commerce ยักษ์ใหญ่อย่างยั่งยืนจึงเป็นอีกแผนที่สำคัญ

อ้างอิง // Amazon wants to start selling its own $10 bras

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/amazon-selling-bras/

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา – คินเดิล 1, 2, DX ไม่สามารถลงทะเบียนใหม่ได้แล้ว

ประมาณต้นเดือนที่ผ่านมา มีผู้ใช้งานคินเดิลรุ่นเก่าจำนวนหนึ่งโวยวายในเว็บบอร์ดต่างประเทศว่า คินเดิลของตนเองไม่สามารถลงทะเบียนได้ ซึ่งมีทั้ง Kindle 2 และ Kindle DX อาการเหมือนมีการปิดกั้นความสามารถในการลงทะเบียนเครื่องรุ่นเก่าๆ อย่าง รุ่น 1, รุ่น 2 รวมไปถึง DX อย่างเงียบๆ ทำไม่สามารถลงทะเบียน (register) รวมถึงไม่สามารถปลดการลงทะเบียนเครื่อง (deregister) จากตัวเครื่องได้ แต่ถ้าเครื่องยังคงผูกบัญชีไว้อยู่ ก็ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ โหลดหนังสือผ่าน 3G, หรือ sync ได้ตามปกติ

ดังนั้นเครื่องที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ ถ้ามีการทำ factory reset จะไม่สามารถใช้บริการ Whispernet ได้ทั้งหมด ผูกบัญชีใหม่บนเครื่องไม่ได้ โหลดหนังสือผ่าน 3G ไม่ได้ ถึงแม้จะพยายามลงทะเบียนผ่านหน้าเว็บไซต์ แต่ตัวเครื่องก็จะไม่รับรู้สถานะ ยังคงเป็นเครื่องเปล่าที่ไม่ผูกบัญชีอยู่ดี เมื่อมีการสอบถามไปยัง Support ก็ได้รับจดหมายตอบกลับแบบคลุมเครือแต่ไม่ปฏิเสธ

ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่อเมซอนเองไม่มีการประกาศแจ้งเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ไม่มีการระบุเครื่องที่ได้รับผลกระทบ หรือคำอธิบายอย่างเป็นทางการ ซึ่งทำให้เดาได้ว่า การใช้งาน 3G บนอุปกรณ์รุ่นต่อจากนั้นอาจได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันในเวลาต่อไปก็เป็นได้

เอาเป็นว่า ระหว่างที่รอประกาศอย่างเป็นทางการจากอเมซอน ตอนนี้ใครที่ถือ Kindle รุ่นแรก รุ่นที่สอง รวมไปจนถึง DX/DXG อยู่ และยังใช้งานได้ดีอยู่ ให้หลีกเลี่ยงการทำ factory reset และการถอดบัญชีออก (deregister) เพราะอาจจะผูกบัญชีใหม่ในเครื่องไม่ได้อีกแล้วครับ หรือไม่ก็ทำสำเนาไฟล์อีบุ๊คผ่านทางสาย USB ทิ้งไว้ก่อน

ที่มา: The eBook Reader Blog, The Digital Reader, Kindle Forum

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/90000