คลังเก็บป้ายกำกับ: Amazon

Amazon ร่วมกับ Best Buy นำ Fire TV Edition วางขายในสหรัฐฯและแคนาดา

Amazon ร่วมกับ Best Buy นำ Fire TV Edition วางขายในร้านค้าในสหรัฐฯและแคนาดา ในระยะแรก Best Buy จะขายสมาร์ททีวีในแบรนด์ Insignia และ Toshiba

ก่อนหน้านี้ Amazon จับมือกับบริษัท Seiki , Westinghouse Electronics และ Element Electronics ในการให้แบรนด์เหล่านี้ขายสมาร์ททีวี 4K ที่มีแพลตฟอร์ม Amazon Fire TV ติดมาด้วย ล่าสุดก็จับมือกับ Best Buy เพื่อตีตลาดลูกค้าในอเมริกาเหนือ

No Description
ภาพจาก Shutterstock

ที่มา – Amazon

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/101657

Advertisements

Amazon เปิดช่องทางผู้ใช้สอนทักษะให้ Alexa ได้ด้วยตัวเอง แม้เขียนโปรแกรมไม่เป็น

Amazon เปิดตัว Alexa Skill Blueprints โปรแกรมที่ให้เจ้าของสามารถสอนผู้ช่วย Alexa ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมเป็น

วิธีการคือ เข้าไปที่ blueprints.amazon.com. ผู้ใช้จะเห็นทักษะต่างๆ เป็น 4 หมวด คือ Fun & Games, At Home, Storyteller, Learning & Knowledge ซึ่งในแต่ละหมวดหมู่มีทักษะแยกย่อยออกไปอีก

No Description

ในแต่ละหัวข้อทักษะ จะมีช่องเติมให้ผู้ใช้สร้างทักษะเองได้ง่ายๆ ยกตัวอย่างชุดคำตอบที่ Alexa ตอบผู้ใช้เป็นปกติ ผู้ใช้เข้าไปเปลี่ยนคำตอบให้เป็นที่ถูกใจของตัวเองโดยเฉพาะได้ โดยเช้าไปที่หัวข้อ Custom Q&A จะปรากฏชุดคำตอบ สามารถพิมพ์ข้อความเปลี่ยนได้จากเว็บไซต์เลย

No Description

เช่นทักษะเล่านิทาน ผู้ใช้เขียนนิทานลงในช่องที่ระบบวางไว้ให้ได้เลย โดยหน้าจอมีข้อความนิทานพื้นฐานวางไว้ให้แล้ว นอกจากนี้ยังมีจุดให้เว้นระยะ มีจุดให้สร้างเสียงตื่นเต้น ซาวด์เอฟเฟกต์ด้วย (ต้องพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ในภาพนี้ลองพิมพ์ข้อความเฉยๆ)

No Description

อีกตัวอย่างคือทักษะตอบคำถาม หรือ Flashcards มีประโยชน์มากเมื่อบุตรหลาน ต้องการทบทวนบทเรียน ผู้ใช้เข้าไปสร้างชุดคำถาม คำตอบได้ง่ายๆ โดยกดเพิ่มการ์ด และเปลี่ยนหัวข้อถามตอบไปเรื่อยๆ

ในเว็บไซต์มีทักษะหลายสิบอย่าง ผู้ใช้เข้าไปลองเล่นได้ แต่ Alexa ยังรอบรับแค่ภาษาอังกฤษ และมีแค่ลูกค้าสหรัฐฯที่ใช้ Alexa Skill Blueprints นี้ได้

ที่มา – Amazon

from:https://www.blognone.com/node/101641

Amazon เอาใจนักช็อปทั่วโลก ซื้อของผ่านแอพฯ ด้วยเงินบาทได้แล้ววันนี้ ภายใต้แนวคิดเปิดประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศ

ลูกค้าทั่วโลกสามารถเลือกซื้อและจัดส่งผลิตภัณฑ์กว่า 45 ล้านรายการไปยังประเทศของตนผ่านประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศ (International Shopping experience)

สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งแบบ iOS และ Android โดยประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศ (International Shopping experience) มีให้บริการ 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ สเปน จีน โปรตุเกสแบบที่ใช้ในบราซิล และเยอรมัน

และสามารถใช้ได้กับสกุลเงิน 25 สกุล รวมทั้งเงินบาท ทั้งนี้ ภาษาและค่าเงินอื่น ๆ จะถูกเพิ่มเติมในปี 2018

AMAZON

Amazon เปิดตัวประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศบนแอพช็อปปิ้งของ Amazon (Amazon Shopping App) ทำให้ลูกค้าต่างชาติในประเทศไทยสามารถค้นหาและะสั่งซื้อสินค้าจากกว่า 45 ล้านรายการที่สามารถจัดส่งจากประเทศสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศของตนได้

ประสบการณ์นี้มีให้บริการทั้งบนเบราว์เซอร์และแอพบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในแอพ Amazon Shopping App สำหรับทั้งระบบ iOS และ Android ประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศจะมีให้บริการช็อปปิ้งใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ สเปน จีนเยอรมัน และโปรตุเกสที่ใช้ในบราซิล

โดยลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้จาก 25 สกุลเงินรวมทั้งเงินบาท ทำให้ลูกค้าในประเทศไทยสามารถใช้บริการ Amazon และเลือกซื้อสินค้าในสกุลเงินท้องถิ่นของตนได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ลูกค้าสามารถเลือกจากตัวเลือกการจัดส่งที่แตกต่างกัน และความเร็วในการจัดส่งขึ้นอยู่กับความเร็วที่ลูกค้าต้องการ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม ไปที่ www.amazon.com/international-shopping-help

“เรามักจะสร้างนวัตกรรมโดยนึกถึงลูกค้าของเรา และการเปิดตัวในวันนี้ เราตั้งใจจะทำให้ประสบการณ์การช็อปปิ้งบนโทรศัพท์มือถือดียิ่งขึ้นและสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับลูกค้าของเราที่อาศัยอยู่นอกสหรัฐฯ” Samir Kumar รองประธานฝ่ายการส่งออกและการขยายตัวของ Amazon กล่าว  “ลูกค้าได้ร้องขอวิธีง่าย ๆ ในการค้นหาและซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสามารถจัดส่งได้เท่านั้นกับเรา ซึ่งประสบการณ์การ   ช็อปปิ้งระหว่างประเทศ (International Shopping experience) ช่วยแก้ปัญหาความต้องการของลูกค้าในด้านนี้ และทำให้การค้นหาร้านค้าและการจัดส่งผลิตภัณฑ์กว่า 45 ล้านรายการไปยังกว่าร้อยประเทศทั่วโลกเป็นไปได้ ”

ในขั้นเริ่มต้นลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอพ Amazon Shopping ฟรีได้จาก Apple App Store หรือ Google Play Store เพื่อเปิดประสบการณ์ International Shopping โดยทันทีโดยอ้างอิงจากตำแหน่งของพวกเขา ลูกค้าที่มีแอพ Amazon Shopping อยู่แล้วจะต้องเข้าสู่การตั้งค่าภายในแอพ โดยเลือก ‘ประเทศ & ภาษา’ และเลือก ‘International Shopping หรือ การช็อปปิ้งระหว่างประเทศ’ ในตัวเลือกประเทศ ลูกค้าสามารถตั้งค่าภาษาและสกุลเงินตามใจชอบเพื่อเพลิดเพลินกับประสบการณ์การช็อปปิ้งที่กำหนดได้เอง และสามารถเปลี่ยนตำแหน่งของพวกเขาได้ตลอดเวลาเพื่อเลือกดูผลิตภัณฑ์ที่สามารถถูกจัดส่งไปยังสถานที่เลือกไว้

ประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างประเทศจะแสดงค่าใช้จ่าย ค่าจัดส่ง และค่าประมาณการการนำเข้าสินค้า ไว้อย่างชัดเจน โดย Amazon ได้ร่วมมือกับบริษัทจัดส่งสินค้าเพื่อช่วยดูเรื่องพิธีการศุลกากรในนามของลูกค้าแล้ว ดังนั้นลูกค้าจึงไม่ต้องกังวลเรื่องเหตุการณ์ไม่คาดฝันในระหว่างที่สั่งซื้อหรือระหว่างจัดส่ง ลูกค้าจะสามารถค้นหาและซื้อสินค้าในหลายหมวดเช่น หมวดอิเล็กทรอนิคส์ หนังสือ เสื้อผ้า รองเท้า ของเล่น และอื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปดูที www.amazon.com/global

from:http://mobileocta.com/amazon-to-shoppers-around-the-world-buy-through-the-app-with-the-baht-today/

5 วิธีสำคัญในการตั้งค่า AWS Amazon S3 ไม่ให้ข้อมูลรั่ว

นอกจากข่าวแฉในบ้านเราแล้ว AWS Amazon S3 ยังตกเป็นข่าวฉาวเรื่องข้อมูลรั่วไหลอีกมากมายในช่วงเดียวกันนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณี Deep Root Analytic (โปรไฟล์ของคนสหรัฐฯ ที่ลงคะแนนเสียงกว่า 198 ล้านคน), Nice Systems (บันทึกลูกค้ากว่า 14 ล้านราย), หรือแม้แต่ตัวตลาดหุ้นดาวน์โจนเอง (ที่ทำข้อมูลลูกค้าหลายล้านรั่วออกมา) ทั้งหมดนี้เก็บข้อมูลไว้ในบั๊กเก็ต Amazon S3 และพูดให้ถูกก็คือ “จงใจเปิดแฉต่อสาธารณะ” โดยไม่ล็อกรหัสอะไรเลย

ท่ามกลางเสียงโจมตีส่วนหนึ่งไปยัง AWS ว่าไม่ปลอดภัย (เลิกใช้มัน งู้นงี้ ขอตีวัวกระทบคราดบ้างอะไรบ้าง) เหล่ากูรูจึงทนไม่ได้ต้องขอเคลียร์ ก่อนอื่นระลึกก่อนว่าคลาวด์อเมซอนนี่เป็นแบบ “Serverless” (ไม่มีอะไรให้เลย อยากใส่แอพอยากโปรแกรมอะไรก็ทำได้เต็มที่ พูดอีกอย่างคือจะดีจะเลวก็ขึ้นกับคนใช้ทั้งสิ้น)

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญก็ได้โอกาสแนะนำวิธีใช้ S3 ไม่ให้รั่วไว้ดังต่อไปนี้

1. ไม่ต้องทำอะไร

ใช่ เพราะการตั้งค่าโดยดีฟอลต์ของ AWS นั้นมีระบบความปลอดภัย มีตั้งรหัสมากมายไว้ให้คุณตั้งแต่แรกอยู่แล้ว (ที่รั่วเพราะไปทะลึ่งปลดมันเพราะรำคาญหรือเปล่า) เรียกว่าบั๊กเก็ตที่ให้บริการนี้ถูกเซ็ตเป็นไพรเวทโดยดีฟอลต์ ซึ่งคุณต้องไปตั้งค่าให้สิทธิ์อนุญาตหลายขั้นตอนเพื่อเปิดให้คนอื่นนอกจากเจ้าของบัญชีหรือเจ้าของข้อมูลเข้าถึงได้

2. ศึกษาเรื่องการแบ่งกันรับผิดชอบของ AWS ให้ดี

สำหรับคนที่ยังมองว่าอเมซอนไม่ปลอดภัย ให้ลืมตามองความเป็นจริงว่า คลาวด์มีหลายประเภทตั้งแต่ IaaS, PaaS, และ SaaS ซึ่งจะเอาคลาวด์ที่เก็บข้อมูลเฉยๆ อย่าง Dropbox หรือ Google Drive ที่เป็นคลาวด์ที่จัดทุกอย่างแม้กระทั่งซอฟต์แวร์ให้คุณ (SaaS) มาเปรียบเทียบกับคลาวด์ที่ให้แค่โครงสร้างพื้นฐานขั้นต้น (IaaS) อย่าง AWS ไม่ได้ สรุปคือ เรื่องของความปลอดภัยของตัวข้อมูลที่ไล่ตั้งแต่สาเหตุหรือช่องโหว่จากระบบปฏิบัติการหรือการเข้ารหัสการสื่อสารขึ้นมายังแอพนั้นเป็นความรับผิดชอบของ “ตัวผู้ใช้” เอง ไม่เกี่ยวกับอเมซอน

3. เวลาจะเก็บข้อมูลขึ้นคลาวด์ S3 ต้องคิดถึงอะไรบ้าง?

สิ่งที่คุณต้องตัดสินใจมี 3 ประเด็นคือ 1) จะเก็บข้อมูลไหนบ้าง และเก็บอย่างไร(คือจะใช้กี่บั๊กเก็ต แล้วตั้งชื่อคีย์กำกับอย่างไรบ้าง) 2) จะเข้ารหัสข้อมูลไหม? 3) จะให้สิทธิ์ใครเข้าถึงบ้าง? ซึ่งทั้งหมดนี้อเมซอนมีฟีเจอร์มากมายช่วยอำนวยความสะดวกอยู่แล้ว ทีนี้เราจะมาศึกษาวิธีการให้สิทธิ์คนอื่นอย่างปลอดภัยในประเด็นที่ 3) กัน

4. วิธีการให้สิทธิ์คนอื่นเข้าถึง มี 4 วิธีด้วยกัน ได้แก่

• โพลิซี IAM ใช้ให้สิทธิ์เข้าถึงแก่ผู้ใช้, กลุ่มผู้ใช้, หรือบทบาทต่างๆ ที่ถูกมอบหมายแก่ทรัพยากรอื่นในคลาวด์อยู่แล้ว ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัยเพราะทำตามหลักการให้สิทธิ์น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น ที่ว่าง่ายเพราะ IAM เป็นการกำหนดสิทธิ์จากศูนย์กลางของคลาวด์
• โพลิซีบนบั๊กเก็ตนั้นๆ ที่บังคับใช้กับบั๊กเก็ตและคีย์ข้อมูลที่อยู่ข้างใน สะดวกในการตั้งค่ากรณีที่อิงกับข้อมูลแต่ละบั๊กเก็ตหรือคีย์อย่างจำเพาะ ซึ่งคล้ายกับใช้คลาวด์เก็บข้อมูลแบบชาวบ้านเหมือนดร็อปบ็อกซ์หรือกูเกิ้ลไดรฟ์เลย (ขอเพียงช่วยเช็คการตั้งค่าให้รอบคอบ)
• Access Control List (ACL) เอาไว้กำหนดความปลอดภัยในการเข้าถึงแบบละเอียด เช่น การให้ข้อยกเว้นเพิ่มเติมจากโพลิซี IAM หรือบนบั๊กเก็ตที่ตั้งไว้ก่อนหน้า ซึ่งถ้าใช้งานกันแบบเบสิกแล้วแทบจะไม่ต้องแตะแอคเซสลิสต์พวกนี้เลย ยกเว้นที่ต้องตั้งค่าขั้นสูงเพื่อใช้แอพบางกรณีเท่านั้น
• การยืนยันตนผ่านสตริงที่ร้องขอ หรือการเข้าถึงผ่าน URL เหมือนการแชร์ข้อมูลผ่านลิงค์ ที่ใครมีลิงค์ก็เข้าถึงข้อมูลที่ตั้งค่าไว้ได้ โดยตั้งได้ทั้งสิทธิ์ที่แค่ดูหรือสามารถปู้ยี่ปู้ยำข้อมูลในบั๊กเก็ตได้ หรือแม้แต่กำหนดช่วงเวลาที่อนุญาตหรือให้สิทธิ์เข้าถึงแค่ครั้งเดียว (ที่มักเป็นช่องทางทำข้อมูลรั่วมากที่สุดแล้วถ้าตั้งค่าแชร์ลิงค์กันอย่างมักง่าย)
ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ คุณแทบไม่มีความจำเป็นต้องเซ็ตการเข้าถึงแบบ “พับลิก” บนบั๊กเก็ตใดๆ เลย ขอแค่ขยันใส่ใจตั้งค่าการเข้าถึงแบบละเอียดผ่านวิธีต่างๆ ข้างต้นอย่างรัดกุมเท่านั้น สรุปอีกครั้งคือ ถ้าไม่ได้ต้องการพับลิกข้อมูล เช่น ดึงข้อมูลจากบั๊กเก็ตมาแสดงบนเว็บสแตติกทั่วไปแล้ว อย่าเซ็ตเป็นพับลิกเด็ดขาด อย่าฆ่าตัวตายอย่า “มักง่าย”

5. ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงที่ตั้งไว้

Amazon S3 จัดหลายวิธีที่ให้คุณควบคุมการเข้าถึงข้อมูลตามความสะดวก ซึ่งคุณควรเข้ามาตรวจเช็คเป็นประจำ (เหมือนที่คุณเช็คหน้าโปรไฟล์เฟซบุ๊กแบบพับลิกว่าคนนอกเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นบ้างไหมนั่นล่ะ) และเมื่อเร็วๆ นี้ อเมซอนก็ไล่ตรวจเช็คบั๊กเก็ตที่เปิดพับลิกหราแบบไม่ล็อกอะไรแล้วส่งเมล์แจ้งเตือนให้เจ้าของรู้ตัวแบบรัวๆ ด้วย ถ้าเกิดคุณรู้ตัวหรือได้เมล์ดังกล่าว ก็ควรไล่เช็คตั้งแต่โพลิซีตามบั๊กเก็ต, ACL บนแต่ละคีย์, การเปิดยืนยันตนผ่านสตริงหรือลิงค์สำหรับแต่ละคีย์, รวมไปถึงผู้ใช้และโพลิซีของแต่ละ IAM ด้วย

aws s3

สรุปอีกครั้ง อเมซอนไม่ผิด คุณจะหาคลาวด์ IaaS ดีๆ แบบนี้จากไหนอีกที่รับประกันความอายุมั่นขวัญยืนของข้อมูลได้ถึง 99.999999999% และอัพไทม์มากถึง 99.99%แถมคุ้มค่าใช้จ่ายเอามากๆ อีกทั้งมีฟีเจอร์และลูกเล่นมากมายอย่าง Amazon Athena (สำหรับ Query ข้อมูล), Amazon Quicksight (สำหรับทำเวอร์ช่วลข้อมูล), และ Amazon Glacier (สำหรับสำรองข้อมูลระยะยาว) ยังไม่นับรวมทูลตรวจเช็คการตั้งค่าอย่าง AWS Config, AWS CloudTrail, และ Amazon CloudWatch Events เอาว่ามันจะดีหรือจะรั่วก็อยู่ที่คุณจะรั่วเองหรือเปล่า (หมดสงกรานต์แล้วน่าหายเมาหายรั่ว หันมาเช็คการตั้งค่าตัวเองกันดีกว่า)

ที่มา : https://read.acloud.guru/how-to-secure-an-s3-bucket-7e2dbd34e81b

from:https://www.enterpriseitpro.net/aws-amazon-s3/

ฝรั่งมาไทยก็กดซื้อของส่งไปบ้านได้ Amazon ให้กดสั่งสินค้าได้แม้ตัวอยู่อีกประเทศ

Amazon อัพเดตแอปพลิเคชั่นให้สามารถสั่งสินค้าส่งไปยังที่บ้านได้แม้ตัวอยู่อีกประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถซื้อของด้วยสกุลเงินบาทได้ด้วย คนต่างชาติที่อยู่ในไทยก็กดซื้อของส่งไปที่บ้านได้

แอปเวอร์ชั่นใหม่มีบริการ 5 ภาษาคือ อังกฤษ, สเปน, จีน, เยอรมัน, บราซิล ซื้อของได้ทั้ง 25 สกุลเงิน ผู้ใช้สามารถตั้งค่าภาษา ประเทศที่จะจัดส่ง รวมทั้งสกุลเงินได้ที่เมนูตั้งค่าตามรูปภาพตัวอย่างด้านล่าง

No Description

ที่มา – Business Wire

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/101589

Amazon ซุ่มเปิดตัว Internet เบราว์เซอร์บนแอนดรอยด์ ยังดาวน์โหลดได้ในวงจำกัด

Amazon เปิดตัวเว็บเบราว์เซอร์บนแอนดรอยด์อย่างเงียบๆ ในชื่อ Internet ซึ่ง Amazon คุยว่าเร็ว, เบาและเป็นส่วนตัว ด้วยขนาดแอปเพียง 2MB โดยตอนนี้เปิดให้ดาวน์โหลดเฉพาะในอินเดียเท่านั้น รองรับแอนดรอยด์ 5.0 ขึ้นไป

Amazon ระบุในคำบรรยายแอปว่า Internet จะไม่มีการขอ permission หรือเก็บข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เหมือนเบราว์เซอร์อื่นๆ ขณะที่หน้าแรกของ Internet ค่อนข้างคล้าย Chrome บนแอนดรอยด์ คือมีตัวเลือกหน้าเว็บและ Trending News มาให้

ที่มา – Google Play via TechCrunch

alt="Amazon-Internet-browser-796x419"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/101587

Amazon เปิดตัว ‘Lite’ ในอินเดีย

Amazon เปิดตัวแอพพลิเคชั่นบนเว็บแอนดรอยด์ไปแล้ว เพื่อช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลบนมือถือและความเร็วในการเชื่อมต่อดีขึ้น โดยบราว์เซอร์นี้จะใช้ชื่อที่ระบุคุณสมบัติว่า “Internet: fast, lite and private” บน Google Play รวมทั้งแอบกัดคู่แข่งไว้เล็กๆ ว่า “lighter than the competition.”

แน่นอนว่าคำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจากสิ่งที่พูด เพราะเมื่อเทียบกับขนาดของคู่แข่งแล้ว ‘lite’ ถือว่ายังเบากว่า เช่น Chrome มีขนาด 21MB, Edge 54.5MB, Firefox 19.9MB, Opera 14.7MB ส่วน Lite มีขนาดไม่ถึง 2MB

คำอธิบายบน Google Play บอกว่าเว็บเบราเซอร์นี้เป็น “Private” เนื่องจากไม่ได้ขออนุญาตในการเก็บข้อมูลเหมือนเว็บเบราเซอร์อื่นๆ และดูเหมือนว่าจะเปิดให้ใช้งานบนมือถือส่วนตัว เช่น Firefox ที่จะบล็อกการติดตามเว็บไซต์

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้มีการบันทึก Tab ส่วนตัว เพื่อให้คุณเรียกดูซ้ำได้โดยไม่ต้องบันทึกประวัติการเข้าชม รวมทั้งยังแสดงตัวอย่าง Tab เต็มหน้าจออัตโนมัติและโปรแกรมอ่านข่าวด้วย

สิ่งบ่งชี้ที่บอกว่าเปิดให้ใช้งานเฉพาะชาวอินเดียเท่านั้น เป็นเพราะคำอธิบายของแอปในหน้าแรกได้บันทึกว่า คุณจะได้รับข่าวสาร ความบันเทิงจากแหล่งข้อมูลชั้นนำ รวมทั้งกีฬายอดนิยมในอินเดีย รวมทั้ง การส่ง Feedback การใช้งานกลับไปยัง Google Play ระบุให้ส่งไปที่ Amazon India ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ นอกจากเบราเซอร์แล้ว ยังมีการเปิดแอพ Kindle Lite ในอินเดียอีกด้วย

Facebook ก็เคยมีแอพเวอร์ชั่น Lite ออกมาทดลองตลาด เช่น Facebook Lite, Messenger Lite เพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานที่มีการเข้าถึงและเชื่อมต่อข้อมูลที่จำกัด หรือแม้แต่ Google ก็เคยออกแอพบนมือถือที่ชื่อ “GO” เพื่อให้คนใช้งาน Gmail Go ในอุปกรณ์ที่ติดตั้งได้บางอย่าง เช่น Youtube Go, Go Files, Google Go, Google Maps และ Google Assistant Go เป็นต้น

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ Amazon ไม่ได้ใช้กลยุทธ์แบบเดียวกันนี้ในการนำเสนอ “Lite” แต่สร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาแทน และเป้าหมายของเบราเซอร์คือการนำเสนอทางเลือกให้แก่ผู้ใช้งานในอินเดีย แต่ก็ยังไม่ได้พร้อมใช้งานใน Amazon App Store ในอินเดีย รวมทั้งยังไม่ได้ส่งคำขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแอปใหม่นี้เช่นกัน เรียกได้ว่าก็ยังงงกันอยู่ว่า ตกลงจะเปิดทดสอบระบบหรือให้ใช้งานจริงกันแน่

Source: Techcrunch

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/04/amazon-lite-web/