คลังเก็บป้ายกำกับ: ANDROID

XOutOf10 เปลี่ยนสมาร์ทโฟน Android ให้จอแหว่งเหมือน iPhone X

Xoutof10 App Cover

ถึงแม้ว่า iPhone X จะมีหน้าจอแหว่งจนหลายคนเอาไปแซว แต่ก็ยังมีนักพัฒนาอารมณ์ดีมองเห็นโอกาส สร้างแอปพลิเคชันบน Android ที่มีชื่อว่า XOutOf10 เพื่อที่ว่าจะได้สัมผัสอารมณ์นั้นอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องรอไอโฟนสิบเปิดตัวหรือจ่ายเป็นเงินสูงถึง $999

68747470733a2f2f692e696d6775722e636f6d2f72706b583530772e706e67

XOutOf10

สำหรับแอปพลิเคชันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่เข้าไปดาวน์โหลดใน Play Store หรือใครจะต้องการเป็นไฟล์ APK ก็สามารถเข้าไปติดตั้งเองได้เช่นกัน นอกจากนี้โค้ดทั้งหมดก็ได้เผยแพร่อยู่ใน GitHub โดยสามารถใช้ได้ตั้งแต่ระบบปฏิบติการ Android 4.0 ขึ้นไป (Android 8.0 Oreo อาจมีปัญหาเล็กน้อยจาก API ของทาง Google)

เอาไปใช้กับ iPhone จีน (Android) ก็ได้อยู่นะ!

from:https://www.iphonemod.net/xoutof10-android-iphonex.html

Advertisements

โซนี่ จัดโปรดีต่อใจ! ขนทัพสุดยอดสมาร์ทโฟนและแกตเจ็ต ลดกระหน่ำในงาน TME 2017

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ส่งโปรโมชั่นสุดพิเศษพร้อมของแถมสุดคุ้ม ดีต่อใจ!ในงาน “Thailand Mobile Expo 2017” ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 1 ตุลาคม 2560  ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่บูธโซนี่บริเวณ Plenary Hall 

โซนี่

พบกับสินค้าไฮไลท์มากมาย นำทัพโดยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด Xperia™ XZที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีการสแกนภาพ มิติแบบเรียลไทม์ (3D Creator) และครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงระดับโลกจากโซนี่ โดยวางจำหน่ายครั้งแรกในเมืองไทยที่งานนี้ในราคา 22,990 บาท พร้อมรับฟรี! หูฟังบลูทูธ รุ่น SBH55 มูลค่า 2,990 บาท

พิเศษสุด! เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนโซนี่ทุกรุ่น รับสิทธิ์ดูซีรี่ส์บน HOOQ นานสูงสุด3 เดือน ฟรี! พร้อมรับของแถมและสิทธิพิเศษอีกมากมายสำหรับสาวกไอทีโดยเฉพาะ

 Sony

นอกจากนี้ โซนี่ยังนำเสนอสมาร์ทโฟนเรือธงแห่งปี XperiaTM XZ Premium ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีหน้าจอ 4K HDRขนาด 6 นิ้ว และกล้อง Motion Eye™ พร้อมฟังก์ชั่นการถ่ายวีดีโอ Super Slow Motion ที่ทุกคนกล่าวขวัญ

และ XperiaTM XAUltra สมาร์ทโฟนสุดคุ้มกับสเปกจัดเต็มด้วยเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพคุณภาพสูงในราคาที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ พร้อมของแถมอุปกรณ์เสริมระดับไฮเอนด์อีกมากมายจุใจ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าเป้สุดเท่ กระเป๋าสะพายสุดชิค เคสมือถือระดับพรีเมี่ยม ฟิล์มกันรอย ฯลฯ และสินค้าไอทีราคาโปรโมชั่นที่คอไอทีพลาดไม่ได้ ณ บูธโซนี่ในงานนี้เท่านั้น

พบสินค้าในกลุ่มเครื่องเสียงพกพาพร้อมโปรโมชั่นสุดเร้าใจ

  • Extra Bass ลำโพงไร้สายรุ่นล่าสุดที่สามารถเชื่อมต่อกับลำโพงได้มากถึง 10 เครื่อง พร้อมโชว์แสงไฟเสมือนในคอนเสิร์ตสำหรับหนุ่มสาวที่ชอบปาร์ตี้โดยเฉพาะ
  • พิเศษ !!! เมื่อซื้อลำโพงรุ่น XB40, XB30, XB20 และ HG1 รับฟรีทันที! เคสลำโพงสุดเท่
  • หูฟังไร้สายรุ่นMDR-1000X ลดสูงสุด 3,000 บาท โดดเด่นด้วยระบบตัดเสียงรบกวนที่ยอดเยี่ยม และหูฟัง h.earรุ่น 100ABN และ 100AAP มีราคาพิเศษ พร้อมรับฟรีกล่องหูฟังสีสันสดใสมูลค่า 990 บาท
  • เอาใจคนรักการออกกำลังกายด้วย Sports Walkman รุ่น NW-WS623 ราคาโปรโมชั่น ที่มีเทคโนโลยีบลูทูธNFC และกันน้ำ พร้อมกระบอกน้ำวอล์คแมน รุ่น Limited Edition  และรุ่น NW-WS413 จำหน่ายราคาพิเศษเพียง2,990 บาท เฉพาะในงานนี้เท่านั้น

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อศูนย์บริการลูกค้าโซนี่ โทรศัพท์ 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.sony.co.th

from:http://mobileocta.com/sony-xperia-promotion-thailand-mobile-expo-2017/

พรีวิว Pomo Melon Rilakkuma สมาร์ทโฟนสำหรับเด็ก เพื่อการเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกออนไลน์อันโหดร้าย!

สมาร์ทโฟนสำหรับการเตรียมพร้อมสำหรับเด็ก เพื่อให้เด็กเรียนรู้และปรับการใช้งานให้เหมาะสมก่อนเข้าสู่แห่งสังคมออนไลน์ของผู้ใหญ่ Pomo Melon Rilakkuma เป็นสมาร์ทโฟนเด็กที่ได้ลิขสิทธิ์แท้จากทาง San-X มีจุดเด่นคือเป็นสมาร์ทโฟนที่สามารถควบคุมการใช้งานและดูแลจากพ่อแม่ระยะไกล ได้โดยผ่านแอพพลิเคชั่นที่รองรับทั้งระบบ Android และ iOS

จุดประสงค์เพื่อการคัดกรองด้านความปลอดภัย ทั้งในด้านสื่อที่ไม่เหมาะสม และการหลอกลวงจากบุคคลภายนอก เพราะตัวเครื่องสามารถควบคุมรายชื่อติดต่อทั้งการโทรเข้าโทรออก และการติดต่อเข้ามาจากคนแปลกหน้า เพื่อป้องกัน SMS หรือการติดต่อล่อลวงที่ลูกๆ เราอาจจะยังไม่เข้าใจ และหลงเชื่อได้โดยความรู้ไม่เท่าทันนั้นเองครับ




การมาของสมาร์ทโฟนสำหรับเด็ก คือการเตรียมพร้อมที่ควรมากๆ ครับสำหรับผู้ปกครองที่คิดจะส่งมือถือเข้าสู่มือลูกๆ  เพราะโลกทุกวันนี้มันก้าวไปไว และส่งผลต่อตัวเด็กที่กำลังโตมาในยุคนี้โดยตรง

ตามสถิติปัจจุบัน มีเด็กมากถึง 73% ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สมาร์ทโฟนก่อนวัน จนเกิดอาการขาดสมาธิ สมาธิสั้น กระทบถึงทั้งด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจครับ

ตัวเครื่องของ Pomo Melon Rilakkuma  เป็นสมาร์ทโฟนขนาดเล็กครับ การทำงานส่วนใหญ่จะโดนครอบทับไว้ด้วย UI ลวดลายและธีม RelaxKuma ของทาง Pomo ที่ผู้ปกครองที่มีรหัสผ่าน ถืออำนาจในการจัดการเครื่องได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกติดตั้งแอพพลิเคชั่นลงเครื่อง

การควบคุมการใช้งานแอพพลิเคชั่นได้ตามช่วงเวลา หรือกำหนดเป็นจำนวนครั้งในการใช้งานแต่ละวัน สามารถเช๋็คย้อนหลังได้ว่า ลูกๆ ของเรา ใช้งานแอพพลิเคชั่นใดไปบ้าง และใช้ไปนานเท่าไหร่ครับ

มีฟังก์ชั่นการแจ้งตำแหน่งเครื่องพ่อแม่ ให้ลูกๆ ได้ดูว่า พ่อแม่ตอนนี้อยู่ที่ไหนได้ครับ

 

ฟังก์ชั่นการใช้งาน

  1. กำหนดเวลาการใช้งานของแอพพลิเคชั่น

ผู้ปกครองสามารถกำหนดแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสมสำหรับเด็ก รวมถึงกำหนดเวลาการใช้งาน โดยสามารถกำหนดเป็นช่วงเวลา จำนวนครั้ง หรือ จำนวนชั่วโมงของการใช้งานแต่ละแอพพลิเคชั่น

  1. โทรผ่านอินเตอร์เน็ต

ผู้ปกครองสามารถกำหนดเบอร์โทรเข้า และโทรออก โดยคนในครอบครัว และเบอร์ที่ได้กำหนดสามารถโทรเข้า POMO Rilakkuma Kids Phone ได้เท่านั้น เบอร์ที่นอกเหนือจากที่กำหนดไม่สามารถโทรเข้าได้

  1. กรุ๊ปแชท

สมาชิกในครอบครัวสามารถติดต่อกันในหนึ่งกรุ๊ปแชทเพื่อความสะดวกในการสื่อสารกับเด็กๆมากยิ่งขึ้น

  1. ส่งข้อความ

เพื่อความปลอดภัยของเด็ก ผู้ปกครองสามารถกำหนดการใช้งานของการส่งข้อความ และสามารถดูข้อความย้อนหลัง ทั้งนี้เด็กๆ ยังสามารถส่งข้อความเข้ากรุ๊ปแช็ทครอบครัวได้อีกด้วย

  1. แชร์รูปภาพ และวีดีโอ

เด็กๆ สามารถแชร์ช่วงเวลาดีๆ โดยส่งภาพถ่ายหรือวีดีโอให้ผู้ปกครอง

  1. ระบบ GPS ติดตามโลเคชั่น

ผู้ปกครองสามารถค้นหาตำแหน่งปัจจุบันของเด็ก โดย POMO Rilakkuma Kids Phone ถูกออกแบบมาโดยเพิ่มความแม่นยำมากยิ่งขึ้นโดยทำงานร่วมกันระหว่าง Wi-Fi GPS และ AGPS

7. กำหนดพื้นที่ปลอดภัยของเด็ก

ผู้ปกครองสามารถกำหนดพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็กได้ด้วยตนเอง โดยจะมีการแจ้งเตือนมายังแอพพลิเคชั่นเมื่อเด็กออกจากพื้นที่ที่กำหนด

  1. กดปุ่ม SOS แจ้งผู้ปกครองเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน

ระบบโทรฉุกเฉินเมื่อเด็กต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สามารถกดปุ่ม SOS เพื่อโทรหาผู้ปกครองได้ทันที

Pomo Melon Rilakkuma เปิดจำหน่ายจำนวนจำกัดแค่เพียง 5,000 เครื่องในสี่ประเทศ รวมถึงประเทศไทย เปิดจำหน่ายในราคา 4,990 บาทครับ ซึ่งสามารถสั่งซื้อได้ทางหน้าแฟนเพจของ Pomo House

 

from:https://www.appdisqus.com/2017/09/25/preview-pomo-melon-rilax-kuma.html

รีวิว : Nokia 8 สมาร์ทโฟนเรือธง ดีไซน์เรียบหรู สเปกเทพ พร้อมกล้องเลนส์ ZEISS ในราคาไม่ถึงสองหมื่น

การกลับมาของ Nokia ภายใต้การทำตลาดของ HMD Global และหันมาใช้ระบบปฎิบัติการ Android เริ่มต้นด้วยสมาร์ทโฟนระดับล่างและกลางอย่าง Nokia 3, 5 และ 6 ซึ่งได้การตอบรับจากสาวก Nokia ทั่วโลกเป็นอย่างดี

และล่าสุดได้เปิดตัว Nokia 8 สมาร์ทโฟนเรือธงตัวแรกของค่าย โดยมาพร้อมกับกล้องเลนส์คู่ที่พัฒนาร่วมกับ Carl Zeiss ผู้ผลิตเลนส์ชั้นนำระดับโลก และอัดแน่นด้วยฟังก์ชันการใช้งานครบครัน มาดูกันว่าจะมีฟีเจอร์อะไรเด็ด ที่น่าสนใจกันบ้างในรีวิว Nokia 8 กันเลยดีกว่า

Nokia 8

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องแพ็คเกจจิ้งของ Nokia 8 เป็นกล่องกระดาษแข็งขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่ ด้านหน้ากล่องมาพร้อมด้านหน้าเครื่อง Nokia 8 อยู่บนรูปคนจับมือกันตามคอนเซ็ปต์ดั้งเดิมของแบรนด์ Nokia ในสโลแกน Connecting People และโลโก้ตัวอักษร Nokia

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะเห็นตัวเครื่อง Nokia 8 พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ อะแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟ, สายดาต้าลิงค์ USB Type-C, ชุดหูฟังสเตอริโอ, เข็มจิ้มซิมการ์ด คู่มือการใช้งาน และใบรับประกันสินค้า

รูปลักษณ์ดีไซน์

Nokia 8 ยังคงรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่คล้ายกับ Nokia 6 รุ่นก่อนหน้านี้ แต่ดูเพรียวบางกว่า ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะอลูมิเนียมขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody โดยผ่านกระบวนการผลิตด้วยเครื่องจักร การปรับสภาพผิว และการขัดเงา 40 ขั้นตอนอย่างแม่นยำ ด้วยขนาด 151.5 x 73.7 x 7.9 มม. และน้ำหนัก 160 กรัม ถือจับได้กระชับพอดีมือ


รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องเป็นกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass ขอบโค้ง 2.5D โดยด้านบนเริ่มจากซ้ายไปขวามีเลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เลนส์ ZEISS, ช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ปรับแสง และเซ็นเซอร์ปรับหมุนหน้าจออัตโนมัติ ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด QHD 1440 x 2560 พิกเซล ขนาด 5.3 นิ้ว

ใต้หน้าจอตรงกลางมีปุ่มโฮมแบบสัมผัสที่ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือลงไปด้วย นอกจากนี้ที่ด้านข้างทั้ง 2 ด้านของปุ่มโฮมยังมีปุ่มย้อนกลับ กับปุ่ม Recent Apps ที่มีไฟเรืองแสงเวลาใช้นิ้วแตะใช้งาน

พลิกมาด้านหลังเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะพื้นผิวด้าน โดยมีแถบเส้นเสาอากาศอยู้ด้านบนและด้านล่าง ส่วนตรงกลางด้านบนสุดมีช่องไมโครโฟน ถัดลงมีเลนส์กล้องดิจิทัลคู่ Dual Camera ความละเอียด 13 พิกเซล พร้อมโลโก้ Zeiss, เซ็นเซอร์ และไฟแฟลชคู่ dual Tone LED และตรงกลางมีตัวอักษรโลโก้ Nokia

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด และการ์ดหน่วยความจำ microSD Card แบบไฮบริด โดยช่องแรกใส่ซิมแบบนาโน ส่วนช่องสองใส่ซิมแบบนาโน กับ microSD Card (ต้องเลือกสลับใช้งาน)

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม.

ด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

สเปก Nokia 8
ขนาด 151.5 x 73.7 x 7.9 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 160 กรัม
หน้าจอ IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด QHD 1440 x 2560 พิกเซล ขนาด 5.3 นิ้ว พร้อมกระจกกันรอย Gorilla Glass 5 ขอบโค้ง 2.5D
หน่วยประมวลผล Octa Core (4×2.5 GHz Kryo & 4×1.8 GHz Kryo), ชิปเซ็ท Snapdragon 835, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 540
RAM 4GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB
microSD Card รองรับสูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังคู่เลนส์ ZEISS ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (สี + OIS) + 13 ล้าน(ขาวดำ), 1.12um, รูรับแสง f/2.0, 76.9˚, PDAF, ระบบหาช่วง IR, แฟลชโทนคู่ กล้องหน้าเลนส์ ZEISS ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.0
ระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, GPS, Bluetooth 5,0, NFC, USB Type-C
รองรับระบบ 4G LTE band 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 20, 28, 38, 39, 40, 41 และ 3G 850/900/1900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 3,090 mAh
ราคา 19,500 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

Nokia 8  รันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.1.1 Nougat แบบ Pure Android ไม่มี UI อะไรมาครอบทับ เมื่อปลดล็อกหน้าจอจะมีมาให้เพียงหน้าเดียว โดยด้านล่างมี APP Shortcut สำหรับใช้งานบ่อยๆ และเมื่อสไลด์หน้าจอขึ้นมาจะเข้าสู่หน้ารวมแอปที่ประกอบไปด้วยแอปฯ ต่างๆ ที่ครบครัน

แอป Google มีมาให้อย่างครบครัน และเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยการเข้าไปที่หน้า Home screen แล้วปัดหน้าจอไปทางขวามือ

มาพร้อมฟีเจอร์ Motion เคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิด หรือการพลิกเครื่องคว่ำลงเมื่อไม่อยากรับสาย หรือหยิบเครื่องขึ้นมาเสียง ringtone จะเบาลงได้

รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ โดยติดตั้งบนปุ่มกดโฮม

รองรับการเชื่อมต่อต่างๆ อย่างครบถ้วน

รองรับการใช้งาน 2 SIM สามารถตั้งค่าเลือกใช้งานเครือข่าย 3G/4G ได้ทั้ง 2 SIM และรองรับ 4G VoLTE

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้ครบ

ด้านการถ่ายภาพ

Nokia 8  มาพร้อมกล้องหลังคู่เลนส์ ZEISS พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual Tone LCD โดยกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (ถ่ายภาพสี +ระบบกันสั่น OIS) กล้องรองความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (ถ่ายภาพขาวดำ) ระบบโฟกัสแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus), ระบบหาช่วง IR และรูรับแสง f/2.0

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4160 x 3120 พิกเซล พร้อมโหมด HDR, ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ และเือกโหมดการถ่ายได้ 3 แบบคือ ถ่ายแบบสี ถ่ายด้วยกล้องคู่ และถ่ายแบบขาวดำ รวมทั้งมีโหมด Dual-Sight ที่เรียกว่า Bothie ทำให้ผู้ใช้งานสามารถ่าย Live Stream แยกหน้าจอทั้งกล้องหน้าและหลังในเวลาเดียวกันได้ ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด UHD 4K

ส่วนกล้องหน้าเลนส์ ZEISS ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้างขนาด 78.4 องศา, ระบบโฟกัสแบบ PDAF และรูรับแสง f/2.0 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด UHD 4K

Nokia 8 เป็นโทรศัพท์รุ่นแรกที่มีคุณสมบัติเสียง Nokia OZO ที่เก็บและกระจายเสียงได้ 360° ในตัวเครื่อง ทำให้ได้เสียงที่มีคุณภาพ มีทิศทาง และมีความชัดเจนมากกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นปกติตัวอื่นๆ โดยจะทำงานร่วมกันกับไมค์ทั้งสามตัวรอบเครื่อง เพื่อคัดเสียงที่สมควรจะโฟกัสลงในไฟล์ และระบุทิศทางได้แม่นยำกว่าเดิม

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

Nokia 8 มาพร้อมหน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa core, (4 2.5GHz Qualcomm Kryo CPU + 4 1.8GHz Kryo) โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 835, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 540. RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

จากการลองทดสอบโดยเล่นเกมแบบ 3 มิติที่มีภาพกราฟิกสูงๆ อย่างเกม Implosion และ Injustice 2 ปรากฏว่าสามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีสะดุด หรืออาการหน่วงให้เห็นเลย รวมถึงการใช้งานทั่วไปก็ทำได้ดี แม้ว่าจะใช้เวลาในการโหลดเกมนานไปนิดนึง

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Nokia 8 ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Nokia 8 ผ่านแอป Geekbench

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่มีขนาดความจุ 3,090 mAh ทดสอบโดยลองใช้งานเชื่อมต่อกับเครือข่าย 3G/4G และ Wi-Fi ใช้งานอินเทอร์เน็ต เล่นเกม และใช้งานทั่วไป ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 10-12 ชั่วโมง แต่ถ้าดูคลิปวิดีโอผ่าน YouTube หรือเล่นเกมก็อาจจะหมดไวขึ้น

นอกจากนี้ยังมีโหมดประหยัดพลังงานอย่าง Battery saver ที่ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานได้นานขึ้นประมาณ 15% และยังรองรับการชาร์จเร็ว Quick Charge อีกด้วย

บทสรุป

Nokia 8 ถือเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงระบบปฎิบัติการ Android รุ่นแรก ที่มีดีไซน์เรียบง่าย ยังไม่มีอะไรที่โดดเด่นเหนือสมาร์ทโฟนเรือธงค่ายอื่นๆ แม้จะดูเรียบๆ แต่ก็มีจุดเด่นที่วัสดุที่ใช้นั้นมีมาตรฐานระดับสูงเลยทีเดียว รวมถึงสเปกภายในเครื่องที่แรง

และไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ กล้องที่ด้านหน้าและหลังใช้เลนส์ที่พัฒนาร่วมกับ Zeiss พร้อมลูกเล่นที่ทำให้ Nokia 8 ดูโดดเด่นขึ้นมาทันที นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบเสียง Nokia Ozo ที่เก็บและกระจายเสียงได้ 360° ดยรวมแล้วจัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่ง 

ทั้งนี้ Nokia 8 มี 4 ให้เลือกคือ Polished Blue, Steel, Tempered Blue และ Polished Copper โดยราคาอยู่ที่ 19,500 บาท 

from:http://mobileocta.com/new-set-of-players-for-football-playstation4-fifa-18-will-be-available-september-29th-2/

เปิดตัว Meizu M6 มาพร้อมจอ 5.2 นิ้ว, RAM 3GB, รองรับ 4G VoLTE และรัน Android Nougat ในราคาเบาๆ

Meizu แบรนด์มือถือจากแดนมังกร ประกาศเปิดตัว Meizu M6  สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล M Series ภาคต่อจากรุ่น M5 ที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อน โดยการอัปเกรดสเปกให้ดีขึ้น ในราคาประหยัดเหมือนเดิม

Meizu M6

สเปก Meizu M6

ตัวเครื่อง Meizu M6 ใช้วัสดุที่ทำจากโพลีคาร์บอเนตเป็นหลัก ยกเว้นกรอบรอบเครื่อง และแถบเส้นเสาอากาศที่ทำจากโลหะ ด้วยขนาด 148.2 x 72.8 x 8.3 มม. และน้ำหนัก 143 กรัม หน้าจอแสดงผลขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด HD 1280 x 720 พิกเซล ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D

ขับเครื่องด้วยหน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core (4 x 1.5GHz A53 + 4 x 1.0GHz A53) โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek MT6750, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali T860, RAM 2GB/3GB, หน่วยความจำภายใน 16GB/32Gb เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย Flyme OS 6.0

นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED, เทคโนโลยีโฟกัสภาพแบบ PDAF และรูรับแสง f/2.2 ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.0

รวมทั้งรองรับ 2 SIM, รองรับ 4G VoLTE, WiFi 802.11 a/b/g/n (2.4GHz/5GHz), Bluetooth 4.1 LE, GPS / GLONASS และแบตเตอรี่ความจุ 3,070 mAh

ทั้งนี้ ตัวเครื่อง Meizu M6 มีให้เลือก 4 สีคือ Moonlight Silver, Champagne Gold, Matte Black และ Electric Blue colors โดยมีราคาอยู่ที่ 699 หยวนหรือประมาณ 3,495 บาท สำหรับรุ่น RAM 2GB, หน่วยความจำภายใน 16GB

และ 899 หยวนหรือประมาณ 4,495บาท สำหรับรุ่น RAM 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB และจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 25 กันยายนนี้

ที่มา : Fonearena

 

from:http://mobileocta.com/meizu-m6-with-5-2-inch-display-3gb-ram-fingerprint-sensor-4g-volte-announced/

HMD Global ยืนยัน Nokia 8 เวอร์ชั่น RAM 6GB, ROM 128GB พร้อมวางจำหน่ายเดือนตุลาคมนี้

สื่อเยอรมันเผยว่า HMD Global ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า Nokia 8 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมี 2 เวอร์ชันด้วยกันคือ รุ่น RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB ซึ่งวางจำหน่ายแล้ว ส่วนรุ่น RAM 6GB. หน่วยความจำภายใน 128GB นั้นจะเปิดตัวและวางจำหน่ายในเดือนตุลาคมนี้ 

Nokia 8

หลังจากที่มีข้อมูลของ Nokia 8 เวอร์ชั่น RAM 6GB, หน่วยความจำภายใน 128GB ผ่านการรับรองจาก FCC หรือคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ล่าสุดทาง HMD Global ก็ได้ยืนยันว่าสมาร์ทโฟนดังกล่าวจะเปิดตัวในยุโรป ที่ประเทศเยอรมันในวันที่ 20 ตุลาคมนี้

โดยจะมีให้เลือกเพียงสีเดียวคือ สีฟ้า Polished Blue และราคาอยู่ที่ 669 ยูโรหรือประมาณ 26,400 บาท ซึ่งแพงกว่ารุ่น RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB ถึง 90 ยูโรหรือประมาณ 3,500 บาท

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกอื่นของ Nokia 8 เวอร์ชั่น RAM 6GB, หน่วยความจำภายใน 128GB เหมือนรุ่นปกติ ส่วนจะวางจำหน่ายในตลาดอื่นๆ นอกจากยุโรปด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่ข้อมูลเผยออกมาในตอนนี้

ที่มา : Gizmochina

from:http://mobileocta.com/hmd-global-confirms-nokia-8-6gb-ram-version-128gb-rom-will-be-available-this-october/

หลุดพิมพ์เขียว OPPO R13 คาดมาพร้อมหน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-Edge) และกล้องหลังคู่

ปีนี้ถือเป็นปีที่บรรดาค่ายมือถือต่างเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมหน้าจอแบบ Full Screen ออกมาแข่งขันกัน ไม่ว่าจะเป็น Samsung, LG, Xiaomi, Vivo รวมถึง Apple ที่เพิ่งเปิดตัว iPhone X

ล่าสุดค่ายมือถือแดนมังกรอย่าง OPPO ก็กำลังเตรียมแผนที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมจอไร้ขอบ (Edge to Edge) แบบ Full Screen ด้วยเหมือนกันในชื่อรุ่น OPPO R13

OPPO R13

สื่อต่างประเทศรายงานว่า OPPO มีแผนที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล R Series ซึ่งคาดว่าจะเป็นรุ่น OPPO R13 หรือ R12 Plus ตามชื่อรุ่นในภาพพิมพ์เขียวที่หลุดออกมา โดยจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ OPPO ที่มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบ (Edge to Edge) แบบ Full Screen และในพิมพ์เขียวนั้นก็มีข้อมูลสเปกให้เห็นกันอีกด้วย

สำหรับพิมพ์เขียวของ OPPO R13 ที่หลุดออกมานั้น เผยให้เห็นตัวเครื่องด้านหน้าและด้านหลัง โดยด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอไร้ขอบความละเอียด QHD 2560 x 1440 พิกเซล ขนาด 6 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9

เหนือหน้าจอเป็นตำแหน่งวางเลนส์กล้องหน้า ช่องลำโพงเสียง และเซ็นเซอร์ต่างๆ  และใต้หน้าจอมีปุ่มโฮม พร้อมปุ่มย้อนกลับ และปุ่มเมนู ซึ่งเหลือพื้นที่ในส่วนนี้เพียงนิดเดียว ด้านหลังติดตั้งกล้องเลนส์คู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ส่วนสเปกในพิมพ์เขียวคาดว่า OPPO R13 ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 835, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 540, RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 64GB/128GB

นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล + 12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual Tone LED, รองรับระบบกันสั่น OIS, PDAF และบันทึกวิดีโอระดับ 4K และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยออกมานี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทาง OPPO ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันต่อไป

ที่มา : igeekphone

from:http://mobileocta.com/leaked-oppo-r13-blueprint-comes-with-a-borderless-screen-edge-to-edge-and-dual-back-camera/