คลังเก็บป้ายกำกับ: ANDROID

กูเกิลเพิ่มข้อมูลยืนยันว่าแอปมาจาก Google Play เปิดทางแชร์ APK จากโทรศัพท์สู่โทรศัพท์

กูเกิลประกาศเพิ่มข้อมูลลายเซ็นดิจิตอลในไฟล์ APK เพื่อยืนยันว่าไฟล์นี้เคยกระจายผ่าน Google Play แล้วจริง

แม้จะไม่ได้บอกรายละเอียดชัดเจน แต่ประกาศนี้ก็ระบุว่ากำลังเปิดทางให้นักพัฒนาเข้าถึงผู้ใช้ได้มากขึ้น โอศัยการส่งต่อ APK ในประเทศที่ค่าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีราคาแพง

แนวทางนี้เป็นแนวทางเดียวกับ YouTube Go ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดวิดีโอลงเครื่องและแชร์ให้คนรอบข้างได้ อย่างไรก็ตามกูเกิลยังระบุถึง “ช่องทางอื่นๆ” ที่กูเกิลยินยอม จะสามารถใช้เป็นช่องทางส่งต่อไฟล์ APK โดยที่โทรศัพท์ปลายทางที่รับไฟล์ไปติดตั้งสามารถยืนยันได้ว่าไฟล์นี้ได้รับการตรวจสอบจาก Google Play แล้ว เหมือนกันกับไฟล์ที่โหลดจากสโตร์โดยตรง

ที่มา – Android Developer

alt="upic.me"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103260

Advertisements

สมาร์ทโฟนค่ายไหน? ที่ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทเร็วที่สุด

ระบบปฏิบัติการ Android Oreo ถูกปล่อยออกมาให้สมาร์ทโฟนได้อัพเดทเกือบ 1 ปีแล้ว หลังจากถูกปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2017 แต่ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่ามีอุปกรณ์ที่รันบน Android Oreo เพียง 5.7% เท่านั้น ขณะที่เวอร์ชั่นถัดไปอย่าง Android P ก็กำลังจะถูกปล่อยออกมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

คุณมีอยู่ 2 ทางเลือก หากต้องการใช้สมาร์ทโฟนเวอร์ชั่นใหม่อยู่เสมอ วิธีแรกคือ ซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ที่มาพร้อม Android เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าหลังจากซื้อมาแล้ว จะได้รับการอัพเดทเวอร์ชั่นถัดไป ดังนั้นเราจึงแนะนำทางเลือกที่ 2 นั่นก็คือ เลือกซื้อสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ที่มีแนวโน้มอัพเกรดเวอร์ชั่นใหม่ให้กับอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ และรวดเร็วที่สุด ซึ่งเว็บไซต์ AndroidAuthority ได้รวบรวมมาให้แล้ว 12 แบรนด์ดังต่อไปนี้…

Sony (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 63 วัน)

Nokia (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 95 วัน)

OnePlus (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 90 วัน)

HTC (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 98 วัน)

Asus (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 130 วัน)

Xiaomi (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 131 วัน)

Huawei หรือ Honor (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 163 วัน)

Lenovo หรือ Motorola (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 123 วัน)

Essential (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 204 วัน)

Samsung (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 207 วัน)

LG (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 203 วัน)

Razer (ปล่อย Android Oreo ออกมาให้อัพเดทในเวลา 238 วัน)

ที่มา – AndroidAuthority

from:http://www.flashfly.net/wp/221494

ชมภาพชัดๆของ Motorola One Power สมาร์ทโฟนหน้าจอแหว่งจาก Moto

ก่อนหน้านี้มีการประกาศเปิดตัว Motorola One Power ที่นับเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอแหว่งของค่าย Moto ล่าสุดมีการเปิดภาพจริงของ Motorola One Power ออกมาให้ชม ซึ่งก็ตรงกับภาพหลุดที่ออกมาก่อนหน้านี้ ที่มีหน้าจอมีรอยบาก แบบเดียวกับ iPhone X

นอกจากนี้ด้านหลังยังมาพร้อมกับกล้องเลนส์คู่ ที่มีการวางตำแหน่งเหมือนกับ iPhone พร้อมโลโก้ Moto ที่คาดว่าจะเป็นที่สแกนลายนิ้วมือด้วย นอกจากนี้ด้านล่างยังมีช่องลำโพงคู่ และรองรับ USB-C ด้วย

สเปค Motorola One Power

  • Snapdragon 636
  • แรม 4 GB
  • ความจุ 64GB
  • จอ 6.2 นิ้ว FullHD+
  • สามารถอัพเกรดเป็น Android P ได้
  • กล้องเลนส์คู่ความละเอียด 12MP f/1.8 + 5MP f/2.0
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล f/2.2
  • แบตความจุ 3,780 mAh

ข่าว: ชมภาพชัดๆของ Motorola One Power สมาร์ทโฟนหน้าจอแหว่งจาก Moto มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/06/21/moto-one-power-first-live-images.html

รีวิว OPPO A83 2018 64GB คุ้มด้วยราคาฉลองครบรอบ 10 ปี ถูกแล้วถูกลงได้อีก

OPPO A83 2018 Series พร้อมจำหน่ายในเมืองไทยแล้วนะครับ ซึ่งจะมีมาด้วยกันทั้งหมดสายรุ่นแยกตามระดับของแรมและหน่วยความจำภายในเครื่อง

ที่น่าสนใจคือสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีความพิเศษ เพราะเป็นสมาร์ทโฟนราคาไม่แพงที่เปิดจำหน่ายออกมาในช่วงที่ OPPO มีอายุครบ 1o ปีพอดิบพอดี จึงมีการนำ OPPO A83 2018 Series ที่จำหน่ายในบ้านเรา มาปรับราคาลงเพื่อเป็นการฉลองช่วงเวลาพิเศษดังกล่าวของทาง OPPO ครับ

 

OPPO A83 2018 ที่จำหน่ายในบ้านเรามีทั้งหมดสามรุ่นครับ โดยจะมีเครื่องแรม 4GB + รอม 64GB ซึ่งจะเป็นเครื่องที่ผมได้นำมารีวิวแนะนำกันในบทความนี้  แล้วยังมี A83 (2018) ตัวเลือกอีก 2 รุ่น นั้นคือคือ 3GB + 32GB และ 2GB + 16GB เข้ามาเสริมทัพจำหน่ายกันในราคาพิเศษและโปรโมชั่นแรงๆ อีกด้วย

OPPO A83 2018 เป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ครับ 5.7 นิ้ว ใช้พื้นที่ด้านหน้าได้คุ้มเพราะขอบจอเล็ก จอกว้างชิดขอบข้าง กระจกหน้าจอโค้งมนแบบ 2.5D ความละเอียด HD+ 1440 x 720 พิกเซล อัตราส่วน 18:9 รูปทรงใหม่ตามสมัยนิยมครับ




 

ตัวเครื่องไม่ใหญ่ ถือจับใช้งมือเดียวได้สบายๆ

วัสดุตัวเครื่องด้านหลังคือความเด่นของรุ่น ซึ่งผมคิดว่าปีนี้เป็นปีที่ OPPO กล้าออกแบบและกล้าให้สีกับมือถือของเขามาก ผิวสัมผัสดีครับ เป็น Unibody ทรงโค้ง จับถือง่าย โดยทาง OPPO ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรูปทรงของปีกเครื่องบินครับ ดูวัยรุ่นเพราะสีเด่นมากทีเดียวครับสำหรับสีน้ำเงินโทนนี้ ซึ่งสีที่มีจำหน่ายในบ้านเราจะมีสองสี นั้นคือสีแดงและสีน้ำเงินครับ

มีช่องใส่ซิมแบบ Triple-sim slot สามารถใส่ซิมการ์ดได้สองช่องพร้อมกับ Micro SD card ได้โดยไม่ต้องเลือก เป็น 3G Dual Stand-by เชื่อมต่อ 4G และ 3G ไปพร้อมกันได้ในซิมที่สอง

เห็นตัวแค่นี้แต่แบตเตอรี่ภายในค่อนข้างใหญ่นะครับ  3180 mAh จากการทดสอบใช้ อยู่กับผมได้ทั้งวันครับ เช้าจรดเย็น แม้จะมีการเล่นเกมและเข้าใช้งานต่างๆ ไปด้วยระหว่างวัน แบตถือว่าอึดครับในรุ่นนี้

อุปกรณ์ภายในกล่องก็จะมีที่ชาร์จ สายชาร์จ และมีการติดกระจกกันรอยมาให้ภายในกล่องเลย แต่ไม่มีเคสและหูฟังนะครับ

การใช้งานภายใน

OPPO A83 2018 64GB ตามชื่อรุ่นของมันก็หมายถึง เครื่องรุ่นที่มีแรมขนาด 4GB และหน่วยความจำ 64GB ซึ่งเป็นระดับที่ใช้งานเพียงพอต่อการเล่นเกมและสลับแอพทำงานได้เต็มที่ครับ เข้าออกเกมไม่รีโหลดใหม่ ใช้ CPU mt6763 Octa-core 2.5GHz ทดสอบการเล่นเกมระดับแบบ ROV อาจจะมีกระตุุกแค่แรกๆ ในช่วงเข้าเกม หลังจากนั้นก็เล่นได้แล้วครับ

จะเอามาเล่นเกม FPS 3D แบบ Pub G ก็พอไหวนะครับ แต่ก็อาจจะไม่ลื่นมากเรียกว่าพอเล่นได้

หน่วยความจำภายใน 64GB ถือว่าเยอะครับในคลาสราคานี้  ลงแอพลงเกมได้เยอะ ใส่เพลงใส่หนังได้แบบไม่ต้องพึ่ง Micro SD card

ตัวเครื่อง OPPO A83 2018 64GB ไม่มีที่สแกนลายนิ้วมือนะครับ แต่รองรับการปลดล็อคด้วยใบหน้า ซึ่งทำได้มากกว่าแค่การปลดล็อกเครื่องเข้าใช้งานเท่านั้น เรายังใช้ใบหน้าของเราเพื่อล็อกการเข้าใช้งานแอพพลิเคชั่นบางตัวเป็นพิเศษ หรือแม้แต่ใช้ในการล้อกไฟล์สำคัญไม่ให้คนอื่นที่ยืมเครื่องไปเข้าใช้ได้โดยง่ายครับ

ความแม่นยำของการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้าถือว่าแม่นยำและไวมาก สามารถสแกนหน้าในที่มืดได้ เพราะตัวเครื่องมีฟังก์ชั่นการใช้แสงไฟหน้าจอเพื่อเพิ่มความสว่างในขณะสแกนได้ครับ



 

ระบบภายในเป็นแอนดรอยด์ 7.1 ที่ครอบไว้ด้วย ColorOS 3.2 จึงมีฟังก์ชั่นหลายอย่างของ OPPO ที่น่าสนใจใส่เข้ามาให้ เช่น ฟีเจอร์ O-Share ส่งไฟล์ระหว่างมือถือ OPPO ความเร็วกว่าบลูทูธ 100 เท่า ส่งได้ไวผ่าน Wi-Fi ของเครื่องโดยไม่ต้องมีอินเทอร์เน็ต

มีธีมสโตร์สำหรับเปลี่ยนหน้าการใช้งานให้เป็นลวดลายที่ต้องการ ระบบพื้นที่สำหรับเด็กที่ควบคุมการใช้งานได้ทั้งแอพที่อนุญาตและระยะเวลาการใช้งานครับ






Split-screen การแบ่งหน้าจอการใช้งานแอพฯ พร้อมกัน 2 แอพฯ แถมยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Clone app ที่ทำห้เราสามารถใช้งานแอพฯ แชทได้ 2 บัญชี ในเครื่องเดียวกันด้วย แรมของเครื่องที่มีขนาด 4GB ทำให้ใช้งานสองแอพได้ไม่แลคครับ



สำหรับคนเล่นเกม ตัวเครื่องก็มีระบบ Game acceleration mode เอาไว้ทำให้เราเล่นเกมได้ลื่นขึ้น ต่อเนื่องมากขึ้นไม่มีคนรบกวน เพราะหากมีสายโทรเข้ามาระหว่างอยู่ในเกมเกมก็จะไม่หลุดครับ และเราจะเลือกได้ว่าจะรับสายหรือไม่ผ่านป็อบอัพที่ขึ้นมาด้านบน ฟังก์ชั่นแบบนี้เป็นของสำคัญสำหรับคนเล่นเกมสมัยนี้ไปแล้วนะครับ ^^


กล้องถ่ายภาพ

OPPO A83 2018 64GB เป็นเครื่องราคาเล็กที่ความคุณภาพของกล้องไม่เล็กนะครับ แม้จะไม่ได้เป็นกล้องคู่อภินิหารแบบเครื่องราคาแพงทั่วไป แต่การพื้นฐานของภาพถ่ายที่ได้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีครับ

กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่ใส่ AI Beauty ของ OPPO ซึ่งเป็นระบบจับภาพบุคคลที่เก่งมาก เพราะมันสามารถจำแนกเพศ อายุ สีผิว และเชื้อชาติ แล้วนำมาปรับแต่งใบหน้าได้อย่างเหมาะสม ด้วยจุดจำแนกที่มันจับได้กว่า 200 จุด

ซ้ายปิดโหมดบิวตี้  แต่หน้าผมไม่หล่อไม่ใส ก็เปิดโหมดบิวตี้ช่วยเอาในภาพขวา  ^^


ทำให้ภาพถ่ายบุคคคลของเครื่อง OPPO ในรุ่นหลังๆ สวยงามขึ้นกว่าเดิมอีก ด้วยระบบ AI Beauty ตัวใหม่นี้แหละครับและไม่ใช่จะใช้ได้แค่ตอนถ่ายภาพนิ่งเท่านั้นนะครับ เพราะระบบ Beauty ของ OPPO ใช้งานได้แม้ตอนถ่ายวีดีโอด้วยเช่นกันครับ

แม้จะไม่ใช่เครื่องกล้องคู่ แต่ก็มีโหมด Bokeh effect ซึ่งใช้เข้ามาปรับแต่งให้ภาพมีการเบลอฉากหลังได้เช่นกัน ซึ่งจะบอกว่าพอถ่ายไปแล้วมาดูผลลัพท์ ทำได้แม่นด้วยนะ ^^

กล้องหลัง 13 พิกเซล มาพร้อมโหมดเด็ดของเขาเช่นกัน นั้นคือ Ultra-HD เป็นโหมดที่จะเพิ่มความละเอียดและขนาดภาพที่ถ่ายได้มากขึ้นสูงสุดถึง 50 ล้านพิกเซลครับ

โดยตัวระบบจะทำการเก็บภาพหลายๆ ภาพจากการกดถ่ายครั้งเดียว แล้วนำภาพเหล่านั้นมาประมวลผลรวมเป็นภาพเดียวโดยอัตโนมัติ สร้างเป็นภาพที่มีความละเอียดสูงสุด 50 ล้านพิกเซลนั้นเองครับ

ด้านซ้ายคือส่วนขยายของภาพจากโหมด Ultra-HD ส่วนภาพขวาจากโหมดถ่ายภาพปกติ จะเห็นว่ารายละเอียดในภาพต่างกันมาก โดยเฉพาะส่วนของเงาต้นไม้

ระบบการซูมภาพ X2 ได้จาก UI ของกล้องโดยตรง ซูมภาพได้ง่ายๆ แต่เพียงทัชเดียวครับ แต่ซูมดิจิทัลได้สูงสุด 4 เท่า



ตัวอย่างภาพถ่าย






สรุปท้ายรีวิว

จากราคาเต็ม 7,490 บาท เมื่อดูจากเครื่องและประสิทธิภาพกล้องแล้วจริงๆ ก็คุ้มแล้วครับ แต่มีการปรับราคาลงเหลือ 6,990 บาท ทำให้เจ้า OPPO A83 2018 64GB เป็นรุ่นราคาต่ำกว่าเจ็ดพันบาทที่น่าสนใจมากครับ

ประสิทธิภาพใช้งานเพียงพอ มีสล็อตใส่ซิมแบบสามช่อง หน่วยความจำเยอะ 64GB มีแรมขนาด 4GB เพียงพอต่อการใช้งานต่างๆ สลับแอพหรือสลับเข้าออกเกมไม่รีโหลด แบตเตอรี่อึดใช้ได้ และคุณภาพกล้องทั้งหน้าและหลังถ่ายภาพสวยครับ

ข่าว: รีวิว OPPO A83 2018 64GB คุ้มด้วยราคาฉลองครบรอบ 10 ปี ถูกแล้วถูกลงได้อีก มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/06/20/review-oppo-a83-2018-64gb.html

Honor ชวนฉีกกรอบการถ่ายรูปแบบเดิมๆ สู่มิติใหม่ของภาพผ่านเลนส์มือถือที่ล้ำที่สุด ในกิจกรรม “Exclusive Trip : Beauty in AI with Honor 10” ครั้งแรกในประเทศไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์

ออเนอร์ ชวนฉีกกรอบการถ่ายรูปแบบเดิมๆ สู่มิติใหม่ของภาพผ่านเลนส์มือถือที่ล้ำที่สุด ในกิจกรรม “Exclusive Trip : Beauty in AI with Honor 10” ครั้งแรกในประเทศไทย

 

ออเนอร์ (Honor) แบรนด์สมาร์ทโฟนกลุ่มอี-แบรนด์ระดับแนวหน้าจากประเทศจีน ตอกย้ำความเป็นที่สุดของ “Honor 10” (ออเนอร์ 10) สมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิปที่ดีที่สุดประจำปี 2018 กับกิจกรรมสุดพิเศษ “Exclusive Trip: Beauty in AI with Honor 10” ครั้งแรกในประเทศไทยที่จะพลิกโฉมการถ่ายภาพด้วยมือถือสู่ผลลัพธ์ของภาพ        ที่สวยงามและเหนือชั้นยิ่งกว่าด้วยความเป็นเลิศของนวัตกรรมสุดล้ำ AI 2.0 กับการทดสอบประสิทธิภาพ                          และความอัจฉริยะแห่งการถ่ายภาพของ Honor 10 ร่วมกับช่างภาพมากฝีมือ “ต่อ – ชานนท์ โตเลี้ยง” ที่พร้อมให้คำแนะนำในการสร้างสรรค์ภาพผ่านเลนส์ บันทึกความประทับใจกับภาพความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และคาเฟ่ชั้นนำย่านพุทธมณฑล

 

กิจกรรม “Exclusive Trip: Beauty in AI with Honor 10” จัดขึ้นเพื่อท้าทายความสามารถและประสิทธิภาพในการ             ใช้งานของสมาร์ทโฟนระดับเรือธง Honor 10 ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “Beauty in AI” โดยนอกจากความโดดเด่นของตัวเครื่องด้านหลัง (ฝาหลัง) ที่ทำจากกระจกดีไซน์พิเศษซ้อนทับกัน 15 ชั้น สะกดทุกสายตาด้วยการสะท้อนแสงของสีสัน         ที่ไล่เฉดคล้ายแสงออโรร่า ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามมุมมองของสายตาในทุกๆ 5 องศา ฉีกกรอบสีของมือถือจากสีคลาสสิคเดิมๆ อย่าง สีดำ ขาว ทอง ด้วย 4 โทนสีใหม่เปลี่ยนโลก ไม่ว่าจะเป็น Phantom Blue (สีฟ้าแฟนท่อมบลู) Phantom Green           (สีเขียวแฟมท่อมกรีน) Phantom Grey (สีเทาแฟนท่อมเกรย์) และ Midnight Black (สีดำมิดไนท์แบล็ก) Honor 10 ยังสร้างปรากฏการณ์ให้ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย ด้วยความเหนือชั้นของประสบการณ์การถ่ายภาพที่เหนือกว่าด้วย                       “AI Chipset” ชิปเซ็ตเอไออัจฉริยะและหน่วยประมวลผลพิเศษ NPU ที่ประสานเข้ากับกล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียดสูง             24 + 16 MP ทำให้สามารถตรวจจับและแยกแยะภาพของสิ่งมีชีวิต สภาพแวดล้อม หรือวัตถุต่างๆ ได้กว่า 500 ประเภท                 ใน 22 หมวดหมู่ในขณะที่ถ่ายแบบเรียลไทม์ พร้อมเทคโนโลยี Semantic Image Segmentation ที่ช่วยปรับสมดุลวัตถุ             ภายในภาพ อีกทั้งยังมีระบบการตั้งค่าสำหรับภาพชนิดต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพได้เสมือนถ่ายโดยกล้อง DSLR เหมาะกับการใช้งานทั้งแบบ Indoor และ Outdoor พร้อมใช้งานในทุกสภาวะแสง

 

กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นในลักษณะ One-day trip ซึ่งออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารชั้นนำ                       แห่งย่านพุทธมณฑล – ศาลายาอย่าง Anya’s Place (อัญญาเพลส) พบกับช่างภาพมากฝีมือ “ต่อ – ชานนท์ โตเลี้ยง” เจ้าของฉายา TorCNN ที่มาให้คำแนะนำในการถ่ายภาพด้วย Honor 10 พร้อมโจทย์สุดท้าทายที่ให้ผู้ร่วมทริปได้ครีเอทมุมมองภาพใหม่ๆ ที่มีสไตล์ที่โดดเด่นในสถานที่ต่างๆ โดยเริ่มต้นจากการฝึกถ่ายภาพอาหารให้ดูสวยน่ารับประทาน ต่อเนื่องด้วยการฝึกถ่ายภาพนอกสถานที่ กับกิจกรรม Outdoor workshop ในพื้นที่ที่จัดจ้านด้วยสีสันอย่าง “ชมเฌย สตูดิโอ” สถานที่ท่องเที่ยว  ยอดนิยมในย่านพุทธมณฑล พื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งจะได้ฝึกการถ่ายภาพทั้ง Outdoor portrait การเลือกใช้ Frame, Grid และ Leading line เพื่อทำให้ตัวแบบดูเด่นขึ้น และภาพมีเรื่องราวมากยิ่งขึ้น จากนั้นออกเดินทางสู่คาเฟ่สุดชิลสำหรับคอของหวาน Think Café @ THE BLOC (ธิงค์ คาเฟ่ แอท เดอะ บล๊อก) ถนนราชพฤกษ์ เพื่อร่วมกิจกรรม Indoor workshop ทั้งการถ่ายภาพ Indoor portrait รวมถึงการถ่ายภาพอาหาร และปิดท้ายด้วยการประมวลภาพถ่ายทั้งหมดจากฝีมือการถ่ายภาพของผู้ร่วมทริปด้วย Honor 10 เพื่อค้นหาภาพที่ดีที่สุดของทริป ที่สะท้อนความหมายของ Beauty in AI with Honor 10 ได้ชัดเจนที่สุด

 

เตรียมสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือชั้นยิ่งกว่าของสุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งยุค “Honor 10” ในราคา 13,990 บาท ผ่านช่องทาง    จัดจำหน่ายออนไลน์ที่ LAZADA (ลาซาด้า) (https://bit.ly/2J87n3Z) และที่ร้าน CSC (ซีเอสซี) และ ร้าน TG FONE (ทีจีโฟน) ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

คุณสมบัติเด่นของสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10

ระบบกล้องพร้อมคุณสมบัติ AI 2.0 กล้องหลังคู่ 24 ล้านพิกเซล + 16 ล้านพิกเซล

กล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียดสูง 24 ล้านพิกเซล และ 16 ล้านพิกเซล ผสานการทำงานกับชิปเซ็ต ปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ (AI) และหน่วยประมวลผลพิเศษ Neural Processing Unit (NPU) แบบอิสระ สมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 สามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิต สภาพแวดล้อม หรือวัตถุต่างๆ กว่า 500 แบบ 22 ประเภท อย่างรวดเร็ว อาทิ ท้องฟ้า ต้นไม้ คน หรือน้ำตก และยังสามารถระบุตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ภายในเฟรมภาพได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นภาพอาหาร ท้องฟ้า ต้นไม้ ผน้ำตก ผู้คน หรือแม้แต่ช่วงเวลายามค่ำคืน รวมถึงยังสามารถตรวจจับสถานที่ของวัตถุในภาพได้แบบทันทีอีกด้วย

คุณสมบัติข้างต้นนี้ได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยี Semantic Image Segmentation ที่ออเนอร์พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรก          ซึ่งช่วยให้ออเนอร์ 10 สามารถตรวจจับวัตถุต่างๆ ภายในภาพเดียวกันได้อย่างแม่นยำ อันถือเป็นจุดเด่นที่สุดที่แตกต่างจาก       แบรนด์อื่นๆ ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับคุณสมบัติอันล้ำหน้าของ AI ที่ช่วยปรับตั้งค่าต่างๆ ที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายภาพแต่ละภาพได้แบบเรียลไทม์แล้ว ผู้ใช้ก็สามารถเก็บทุกความภาพความทรงจำได้ในระดับมืออาชีพเพียงกดครั้งเดียว

 

กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล

ไม่เพียงกล้องหลังอัจฉริยะเท่านั้น กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลของออเนอร์ 10 ก็มีคุณสมบัติอัจฉริยะสำหรับการเซลฟี่ของทุกคน ด้วยฟีเจอร์ตรวจจับใบหน้าแบบ 3 มิติ การยกระดับองค์ประกอบ และตรวจจับจุดสำคัญต่างๆ บนใบหน้ากว่า 100 จุด เพื่อให้ได้ภาพถ่ายเซลฟี่ที่สวยงามทุกรายละเอียดในระดับพิกเซล

 

ออเนอร์ 10 ยังมีระบบแสงสตูดิโอด้วยสภาพแสงที่แตกต่างกันหลากหลายรูปแบบ ซึ่งที่ช่วยให้ทุกการถ่ายภาพมีความสมบูรณ์มากที่สุด นอกจากนี้ ยังยกระดับความสามารถด้วยระบบตรวจจับใบหน้าอัจฉริยะที่แม่นยำ ซึ่งการันตีว่าทุกภาพภาพในโหมด “หน้าชัดหลังละลาย” (Bokeh) จะสามารถเก็บรายละเอียดของใบหน้าทุกคนอย่างครบถ้วนและเหมาะสม แม้ถ่ายภาพหมู่ก็ตาม (Groupfie)

 

งานออกแบบที่ล้ำสมัยกว่าใคร

ฝาหลังสะท้อนแสงราวกับออโรร่า พร้อมเปลี่ยนสีสันได้ตามมุมมอง

กระบวนการผลิตฝาด้านหลังของออเนอร์ 10 ที่ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความงดงาม เกิดจากกระบวนการที่ซับซ้อน             ด้วยขั้นตอนการผลิตระดับเวิลด์คลาสและงานวิศวกรรมที่ล้ำสมัย ที่ต้องอาศัยความแม่นยำและความละเอียดอ่อนอย่างสูง        โดยผลิตจากกระจกแบบ 3 มิติ ที่ซ้อนทับกันอย่างประณีตถึง 15 ชั้น เกิดเป็นกระจกดีไซน์พิเศษที่สะท้อนแสงและสีสันไล่เฉดคล้ายแสงออโรร่าในทุกมุมมอง

 

 

 

 

 

 

สีสันที่รังสรรค์โดย The Paris Aesthetics Center

สีสันต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 อาทิ สีฟ้าแฟนท่อมบลูและสีเขียวแฟนท่อมกรีน[1] ล้วนเกิดจากการผสานแนวคิดทางประวัติศาสตร์ศิลปะกับโลกดิจิตอลเข้าด้วยกัน โดยสีสันที่โดดเด่นเหล่านี้พัฒนาขึ้นโดย The Paris Aesthetics Center ที่มีผู้เชี่ยวชาญมากมายคอยช่วยผลักดันให้ทุกความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจต่างๆ กลายเป็นความจริง

 

รวมคุณสมบัติสุดล้ำในหนึ่งเดียว ทั้งหน้าจอออเนอร์ฟูลวิลและเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิกใต้ผิวกระจก

สมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิก โดยฝังไว้ใต้ผิวกระจกด้านหน้า       อีกทั้งยังใช้หน้าจอไร้ขอบขนาด 5.84 นิ้วแบบฟูลวิว ความละเอียดสูงระดับ FHD+ ในอัตราส่วนหน้าจอ 19:9 ซึ่งคิดอัตราส่วนระหว่างหน้าจอกับโครงสร้างสมาร์ทโฟนอยู่ที่ร้อยละ 86

 

ยกระดับประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งาน

 

สมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 มีหน่วยประมวลผลพิเศษ NPU ที่ทำงานแบบอิสระติดตั้งภายในตัวเครื่อง พร้อมด้วยแรม (RAM)             4 กิกะไบต์และหน่วยความจำภายในเครื่อง (ROM) 128 กิกะไบต์ ซึ่งมอบพื้นที่จัดเก็บทุกประสบการณ์สุดตื่นเต้น ทั้งภาพถ่าย ไฟล์งาน หรือติดตั้งแอพลิเคชั่นต่างๆ อย่างล้นเหลือ นอกจากนี้ยังมีระบบออเนอร์ซูเปอร์ชาร์จ (Honor Super Charge3) 5V/4.5A เทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยกับแบตเตอรี่ความจุ 3,400 มิลลิแอมแปร์ต่อชั่วโมง (แบบ typical value) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึงร้อยละ 50 ของความจุภายในเวลา 25 นาที[2]

 

ออเนอร์ 10 ครอบทับด้วยส่วนต่อประสานผู้ใช้อีเอ็มยูไอ 8.1 (EMUI 8.1) ที่ยกระดับทั้งคุณสมบัติและขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ไปอีกขั้น ด้วยหลากหลายคุณสมบัติใหม่ๆ อาทิ คุณสมบัติอีซี่ทอล์ก (Easy Talk) ที่ช่วยลดเสียงรบกวนเมื่ออยู่กลางแจ้งหรือสถานที่ที่มีเสียงดัง หรือเพิ่มความดังของเสียงผู้พูดอัตโนมัติตามความเหมาะสม แม้เสียงเบาบางอย่างกระซิบ

ข่าว: Honor ชวนฉีกกรอบการถ่ายรูปแบบเดิมๆ สู่มิติใหม่ของภาพผ่านเลนส์มือถือที่ล้ำที่สุด ในกิจกรรม “Exclusive Trip : Beauty in AI with Honor 10” ครั้งแรกในประเทศไทย มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/06/20/honor-exclusive-trip-beauty-in-ai-with-honor-10.html

Xiaomi Redmi 6 Pro จะเปิดตัววันที่ 25 มิถุนายน พร้อมเปิดสเปคอย่างเป็นทางการ

ดูเหมือนว่าค่ายมือจากจีนอย่าง Xiaomi จะคึกคัดเป็นพิเศษเพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าเตรียมเปิดตัวมือถือใหม่หลายรุ่น และล่าสุดถือว่าเป็นข่าวด่วนเพราะในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ จะมีการเปิดตัว Xiaomi Redmi 6 Pro ออกมาโดยเป็นข้อมูลจากภาพใบปิดโฆษณาที่ทางค่ายปล่อยออกมา

โดยในใบปิดจะเป็นภาพของสนามฟุตบอลเพื่ออิงกระแสฟุตบอลโลก โดยในสนามจะมีภาพของชุดแข่งของนักเตะ ที่มีการใส่ตัวอักษร และตัวเลขเพื่อบอกใบ้ว่า Xiaomi Redmi 6 Pro  จะมีสเปคอะไรบ้าง โดยจากข้อมูลมันจะมาพร้อมกับระบบ AI และมีหน้าจอสัดส่วน 19:9 ที่จะมาพร้อมกับ ชิป Snapdragon 625 และภาพล่างสุดจะแสดงผลว่ามันจะมาพร้อมกับแบตขนาดใหญ่มากถึง 4,000 mAh

ส่วนราคายังไม่มีการประกาศออกมาตอนนี้ ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าจะมีราคาเท่าไรและจะมีการนำเข้ามาขายในไทยหรือไม่

ข่าว: Xiaomi Redmi 6 Pro จะเปิดตัววันที่ 25 มิถุนายน พร้อมเปิดสเปคอย่างเป็นทางการ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/06/20/xiaomi-redmi-6-pro-to-arrive-officially-on-june-25.html

“AIS” ร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์ “OnePlus” เปิดตัว “OnePlus 6” ขีดสุดแห่งสมาร์ทโฟนดีไซน์ล้ำ ขุมพลัง RAM 8 GB เป็นรายแรกในไทย

เอไอเอส เดินเกมผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนต่อเนื่อง พร้อมมอบประสบการณ์ใช้งานสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ให้คนไทยได้สัมผัสก่อนใคร

ล่าสุด เขย่าวงการกระหึ่มอีกครั้ง ประกาศจับมือเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์กับ OnePlus ผู้นำธุรกิจมือถือระดับโลก ที่สร้างปรากฏการณ์นวัตกรรมสมาร์ทโฟน  สเปกสูงราคาดี มาแล้วทั่วโลก เจ้าของฉายา นักฆ่าเรือธง” ที่คนไทยต่างรอคอย

OnePlus 6

โดยเอไอเอสเป็นผู้ให้บริการรายเดียวในเมืองไทย ที่ร่วมนำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด “OnePlus 6 เข้ามาเปิดตัวและจัดจำหน่ายเป็นครั้งแรก ให้สาวกชาวไทยได้สัมผัสกับสุดยอดสมาร์ทโฟน Hi-end ดีไซน์ล้ำ สปีดขั้นสุดด้วย RAM 8GB 

และความเร็วแรงด้วยขุมพลัง Snapdragon 845 ที่พร้อมตอบไลฟ์สไตล์ชีวิตยุคดิจิทัลสำหรับคอเทคโนโลยีและคอเกมส์ และรองรับเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พร้อมจัดเต็ม ข้อเสนอสุดพิเศษ OnePlus 6 ทุกรุ่นได้รับส่วนลดค่าเครื่อง 3,000 บาท สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือน  เช่น  OnePlus 6 Ram8 GB ROM 128GB เหลือเพียง 16,999 บาท (จากปกติ 19,999 บาท)

เมื่อสมัครแพ็กเกจ AIS Hot Deal 699 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า1,000 บาท พร้อมชมคอนเทนต์ความบันเทิงระดับโลกฟรีตลอด เดือนเต็ม บนแอปฯ AIS PLAY กับแพ็กเกจ Premier Full HD, HOOQ และ VIU (มูลค่ารวม 1,981 บาท)

เอไอเอสเปิดให้จอง “OnePlus 6” ก่อนใคร ทาง AIS Online Store วันที่ 21 มิถุนายน 2561 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป (โดยลูกค้าจะได้รับสินค้าตามที่อยู่จัดส่ง วันที่ 28 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป)

โดยพร้อมวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป ทางออนไลน์ที่ AIS Online Store และ AIS SHOP เซ็นทรัลเวิล์ด ชั้น 4 

โดยลูกค้าที่สนใจสามารถมาทดลองใช้งานและสัมผัสเครื่องจริงได้ที่  AIS SHOPเซ็นทรัลเวิล์ด ชั้น 4

สมาร์ทโฟน OnePlus 6 เป็นสมาร์ทโฟนเรือธง สเปคสูงราคาดี ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งฟีเจอร์และฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนด์มากมาย ในราคาที่คุ้มค่ากว่าสมาร์ทโฟนเรือธงในระดับเดียวกัน โดดเด่น ทรงพลังด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 845 ใหม่ล่าสุด ผนวกกำลังกับระบบปฎิบัติการ Oxygen OS ทำให้การประมวลมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ผนวกกับสปีดขั้นสุดด้วย RAM 8GB ROM 256GB ที่ถือเป็นขีดสุดแห่งความเร็วแรง พร้อมกล้องคู่ Dual Camera 16MP เซนเซอร์ Sony IMX 519 + 20MP เซนเซอร์ Sony IMX 376K  ค่ารูรับแสง f/1.7 ที่ช่วยให้ถ่ายภาพคมชัดยิ่งขึ้น

พร้อมกับระบบกันสั่นที่เหนือระดับ OIS และ EIS หน้าจอใหญ่ 6.28 นิ้ว Full Optic AMOLED 24-bit  คมชัดระดับ FHD+ และสามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดถึง 4K 60 fps ถ่ายวิดีโอสโลว์โมชั่น ในอัตรา 480 fps ความละเอียด 720

รวมทั้งมี Dash charge เทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูง มาในดีไซน์เรียบหรู กระจกแบบพรีเมี่ยม ทำให้เกิดการเล่นแสงและเงา พร้อมกับกระจกหน้าจอ Gorilla Glass 5  สีสันหลากหลายอย่างมีระดับโดย OnePlus 6 สามารถใช้งานบนเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรง ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

OnePlus 6 จาก AIS มีสี Mirror Black และ Midnight Black และมี 3 ขนาด ได้แก่ RAM 6 GB ROM 64 GB, RAM 8 GB ROM 124 GB, RAM 8 GB ROM 256 GB

from:http://mobileocta.com/ais-oneplus-6/