คลังเก็บป้ายกำกับ: ANDROID

ลองเล่น Samsung DeX เปลี่ยน Android บนมือถือเป็นระบบปฏิบัติการ Desktop เต็มตัว

ฟีเจอร์ใหม่ของ Galaxy S8 ที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยคือ Samsung DeX (Desktop eXperience) แปลงโทรศัพท์เป็นโหมด Desktop ใช้งานกับจอภาพ เมาส์ และคีย์บอร์ด ราวกับว่าเป็นพีซีจริงๆ โดยต้องต่อผ่านอุปกรณ์เสริม docking

กล่าวโดยสรุปคือ DeX คือการเปลี่ยน Android ให้เป็น Desktop OS อย่างแท้จริง รูปแบบจะคล้าย Windows 10 Continuum ของไมโครซอฟท์มากที่สุด (ถ้ายังไม่ถูกโลกลืม) แต่จะต่างจากแนวทางของกูเกิล ที่พยายามหลอมรวม Android เข้ากับ Chrome OS แทน

ผมมีโอกาสลองจับ Samsung DeX เป็นระยะเวลาสั้นๆ ในเดโมของซัมซุงที่งานแถลงข่าวเปิดตัว ได้ผลลัพธ์มาดังนี้ครับ

alt="Samsung DeX"

DeX Dock

อุปกรณ์สำคัญของ DeX คือ docking station ที่คอยเชื่อมระหว่างตัวสมาร์ทโฟน Galaxy S8 (ซึ่งคงรวมถึงรุ่นอื่นในอนาคตด้วย) เข้ากับเมาส์และคีย์บอร์ด หน้าตามันเป็น dock วงกลมตามภาพ

alt="Samsung DeX"

ตัวสมาร์ทโฟน Galaxy S8 จะวางตั้งบน dock โดยเสียบเข้ากับพอร์ต USB Type-C ส่วนฐานของ dock ประกอบด้วยพอร์ตเชื่อมต่อหลายอย่าง

  • HDMI สำหรับต่อจอภาพ
  • USB-C สำหรับเป็นสายไฟเลี้ยง dock
  • USB x2 สำหรับต่อเมาส์และคีย์บอร์ด (ในภาพเป็นการต่อเมาส์-คีย์บอร์ดไร้สายด้วย)
  • มีพอร์ต Ethernet สำหรับต่อเครือข่าย

เนื่องจาก dock ยึดกับพื้นโต๊ะไว้แน่น เลยไม่มีภาพครบทุกมุมนะครับ

alt="Samsung DeX"

alt="Samsung DeX"

ราคาของ DeX dock ยังไม่เปิดเผยในตอนนี้

ขั้นตอนการใช้งาน DeX

ถ้าเราเสียบต่อสายทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว แค่นำ Galaxy S8 เสียบเข้าบน dock รอสักครู่ (หลายอึดใจ) เราจะเห็นหน้าจอเดสก์ท็อปโผล่ขึ้นมาเองเลย

UI ของ DeX

ก่อนอื่นต้องบอกว่า DeX คือ Android ทั้งตัว เป็นระบบปฏิบัติการตัวเดียวที่รันอยู่ใน Galaxy S8 (ตอนนี้คือ Android 7.0 Nougat) แต่ถูกซัมซุงนำมาโมให้สามารถแสดงผลแบบเดสก์ท็อปได้ด้วย โดยสลับตำแหน่ง UI บางจุดให้ต่างไปจากบนมือถือหรือแท็บเล็ต

ถ้าจะให้เทียบ มันน่าจะคล้ายกับตอน Android 3.0 Honeycomb ที่กูเกิลโมหน้าตาของ Android บนแท็บเล็ตให้ต่างไปจากมือถือเยอะมาก และก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก จนตอนหลังต้องปรับหน้าตาให้กลับมาคล้ายๆ กันแทน

กรณีของ DeX อาจต่างไปตรงที่ว่ามันออกแบบมาสำหรับเดสก์ท็อป ยึดหน้าตาแบบเดียวกับระบบปฏิบัติการเดสก์ท็อป ผู้ใช้น่าจะทำความคุ้นเคยได้อย่างรวดเร็ว

UI หลักของ DeX ก็คือเดสก์ท็อปที่เห็นภาพพื้นหลัง มีหน้าต่าง มีไอคอน และมีแถบ taskbar ที่ขอบจอด้านล่าง หน้าตาไม่ต่างอะไรกับ Windows 10, macOS หรือแม้กระทั่ง Chrome OS

alt="Samsung DeX"

ถ้าซูมกันให้ดูละเอียดเข้าไปอีก ที่มุมซ้ายล่าง ประกอบด้วยปุ่ม 3 ปุ่มหลักของระบบในกรอบสีดำ เรียงจากซ้ายไปขวาคือ Launcher, Task Switcher, Home/Desktop จากนั้นที่เหลือคือไอคอนของแอพที่รันอยู่ในขณะนั้น ถ้าเราปิดแอพตัวนั้น ไอคอนก็จะหายไป

alt="Samsung DeX"

เมื่อกดปุ่ม Launcher ก็จะมีหน้าของ App Launcher โผล่ขึ้นมาให้เห็น มีแต่ไอคอนเหมือน Chrome OS อันนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน

alt="Samsung DeX"

ปุ่ม Task Switcher ก็จะแสดงแอพที่รันล่าสุดขึ้นมาแบบ thumbnail เหมือนกับบน Android ปกติ แต่หน้าตาจะคล้ายกับการกด Alt+Tab บน Windows (จริงๆ แล้ว DeX มี taskbar ให้อยู่แล้ว หน้าจอนี้ก็ไม่ค่อยจำเป็นนัก)

alt="Samsung DeX"

สุดท้ายคือปุ่ม Home ที่กดแล้วก็จะย่อทุกหน้าต่าง แสดงเดสก์ท็อปแบบโล่งๆ

alt="Samsung DeX"

มุมด้านขวาล่างจะเป็น Status Bar ที่ประกอบด้วยการแจ้งเตือน, ไอคอนสถานะ, ปุ่ม toggle ต่างๆ, รวมถึงแสดงวันที่และเวลา

alt="Samsung DeX"

Notification จะถูกแสดงขึ้นมาเป็นแถบแนวตั้ง คล้ายกับของ Windows 10

alt="Samsung DeX"

ปุ่ม Toggle เปลี่ยนการตั้งค่าต่างๆ ก็แสดงเป็นป๊อปอัพขึ้นมาแทนการสไลด์จากบนลงล่าง

alt="Samsung DeX"

เราสามารถเรียก on-screen keyboard ขึ้นมาได้ด้วย แม้ว่ามี physical keyboard เสียบต่ออยู่แล้ว

alt="Samsung DeX"

แอพที่รองรับ

ในเครื่องเดโมของซัมซุง มีแอพที่รองรับการแสดงผลแบบเป็นหน้าต่างบน DeX อยู่หลายตัว ที่ซัมซุงไปเจรจาเป็นพันธมิตรเอาไว้ เช่น

  • แอพของซัมซุงเองอย่าง E-mail, Browser
  • YouTube
  • แอพชุด Microsoft Office บน Android คือ Word, Excel, PowerPoint
  • Adobe Reader และ Lightroom

ในทางทฤษฎีแล้ว แอพบน Android ทุกตัวควรจะรันบน DeX ได้ทั้งหมด เพียงแต่จะปรับแต่งมาเพื่อหน้าจอใหญ่ได้ดีแค่ไหน ก็คงขึ้นกับนักพัฒนาของแต่ละแอพที่ต้องปรับให้รองรับด้วย

แอพดีเด่นคงหนีไม่พ้น Excel ที่จะทำให้เราสามารถแก้สเปรดชีทบนมือถือ ได้ราวกับว่าทำบนพีซีจริงๆ (แน่นอนว่ามันเป็น Excel บน Android ความสามารถก็ย่อมไม่เท่า Excel 2016 อยู่ดีนะครับ)

alt="Samsung DeX"

Word ก็มา

alt="Samsung DeX"

Adobe Acrobat

alt="Samsung DeX"

YouTube, PowerPoint และ E-mail

alt="Samsung DeX"

ความเจ๋งอีกอย่างของมันคือสามารถใช้ท่ากดปุ่ม Win+ลูกศรซ้ายขวา บนคีย์บอร์ด เพื่อทำท่า Snap จัดหน้าต่างคู่กัน ได้แบบเดียวกับ Windows 10 ด้วย

alt="Samsung DeX"

ยังไม่รองรับการพิมพ์ภาษาไทย

ข่าวร้ายของคนไทยที่สนใจ DeX คือตอนนี้มันยังไม่รองรับ layout คีย์บอร์ดภาษาไทย สำหรับการต่อคีย์บอร์ดภายนอกนะครับ ตอนที่เราสั่งเพิ่มภาษาในคีย์บอร์ดแบบ physical จะเจอเฉพาะภาษา Turkish เท่านั้นที่เป็นตัว T

เรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรังของ Android มายาวนาน (เป็นมาตั้งแต่ต้นน้ำ AOSP) และต้องแก้ด้วยการใช้แอพคีย์บอร์ด 3rd party บางตัว (ทุกตัวต้องเสียเงิน) ผมแจ้งให้ทีมงานของซัมซุงประเทศไทยรับทราบปัญหาแล้ว และหวังว่าจะได้เห็นการแก้ไขก่อนนำมาขายในประเทศไทย ช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม

alt="Samsung DeX"

สรุป

Samsung DeX ถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจมาก ตัว UI ทำได้ค่อนข้างดี ที่เหลือคงมีแค่ว่าแอพดังๆ บน Android จะรองรับมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น ถ้าซัมซุงผลักดัน DeX เต็มที่ ความฝันที่เราจะได้เห็น “ไม่ต้องพกคอม เอามือถือไปทำงานเครื่องเดียวก็พอ” เป็นจริงคงอีกไม่ไกล และน่าจะเกิดก่อนแผนการของไมโครซอฟท์แน่นอน

No Description

from:https://www.blognone.com/node/91280

Advertisements

ค้นพบศักยภาพใหม่จาก ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8 สมาร์ทโฟนไร้ขีดจำกัด

บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เผยโฉม กาแลคซี่ เอส 8 ออกสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ฉีกกฏข้อจำกัดเดิมๆ ของสมาร์ทโฟน ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่งดงามไร้กรอบ ไร้ปุ่มโฮม หน้าจอแสดงผลแบบไร้กรอบช่วยเพื่อประสบการณ์การดื่มด่ำในอรรถรสได้อย่างเต็มเปี่ยม กาแลคซี่ เอส 8  ยกระดับของความสะดวกและการใช้งานสมาร์ทโฟนให้สูงขึ้นอีกระดับ พร้อมขยายโลกทัศน์ของความเป็นไปได้อย่างไร้ขอบเขต

ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8 เปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการออกแบบสมาร์ทโฟนรวมถึงบริการอันหลากหลายเพื่อเปิดแนวทางใหม่ให้กับการสัมผัสประสบการณ์บนโลกใบนี้นายดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัทซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าว กาแลคซี่ เอส 8 คือเจตจำนงของเราที่จะนำความเชื่อมั่นและไว้วางใจกลับคืน โดยการกำหนดนิยามใหม่ให้กับขีดจำกัดของความปลอดภัย และสร้างความสำเร็จใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนของซัมซุง

เห็นโลกกว้างขึ้นเพื่อประสบการณ์มากขึ้น

กาแลคซี่ เอส 8 ได้ถูกพัฒนาขึ้นบนมรดกความคิดของซัมซุงในการออกแบบอุปกรณ์ที่มีดีไซน์สวยล้ำ จอภาพไร้กรอบ พร้อมการใช้งานที่ครบครัน จอภาพไร้กรอบสองขนาด คือ 5.8 นิ้วสำหรับกาแลคซี่ เอส 8 และ 6.2 นิ้วกับกาแลคซี่ เอส 8+  ผ่านการออกแบบพื้นผิวด้านหน้าที่เรียบลื่น ไร้ปุ่มโฮมและเหลี่ยมมุมให้สัมผัสต้องสะดุด มอบประสบการณ์การชมที่ช่วยให้สามารถดื่มด่ำกับภาพได้เต็มตาอย่างแท้จริง โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง อีกทั้งยังช่วยให้การใช้งานแบบพร้อมกัน (Multi-tasking) มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น การออกแบบที่กะทัดรัดของกาแลคซี่ เอส 8  มอบความคล่องตัวในการใช้งานด้วยมือเดียว เสริมความทนทานและสัมผัสที่เปี่ยมคุณภาพด้วยผิวกระจก Corning® Gorilla® Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

พื้นฐานสำคัญของสมาร์ทโฟนตระกูลกาแลคซี่

นอกเหนือไปจากนวัตกรรมการออกแบบที่ใหม่ฉีกกฏแล้ว ซัมซุงยังมอบเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งกล้องประสิทธิภาพสูง รวมถึงคุณสมบัติต่างๆ ที่ผู้ใช้งานชื่นชอบอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น อาทิ

·       กล้องประสิทธิภาพสูง กล้องหน้า F1.7 พร้อมระบบออโต้โฟกัสอัจฉริยะความละเอียด 8MP และกล้องหลัง F1.7 Dual Pixel ความละเอียด 12MP เหมาะกับการใช้งานแม้ในสภาพแสงน้อย พร้อมระบบประมวลผลภาพที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ให้การซูมและการป้องกันภาพเบลอมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

·       ประสิทธิภาพสูง ด้วยการใช้ระบบประมวลผล 10nm เป็นครั้งแรกของวงการ ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8  จึงอัดแน่นไปด้วยความสามารถและการเชื่อมต่อที่ทรงพลัง ช่วยเร่งความแรงและส่งประสิทธิภาพให้สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังรองรับ gigabit LTE และ gigabit Wi-Fi ที่ช่วยให้สามารถดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วในระดับที่สูงถึง 1 กิกะบิตต่อวินาที โดยไม่ต้องคำนึงว่าไฟล์จะมีขนาดเท่าใด

·       สุดยอดความบันเทิง กาแลคซี่ เอส 8 เป็นสมาร์ทโฟนรายแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก UHD Alliance ที่มาพร้อมการแสดงผลแบบ MOBILE HDR PREMIUM™ ดังนั้น ในเวลาที่คุณดูหนังเรื่องโปรดผ่าน กาแลคซี่ เอส 8คุณจะสามารถสัมผัสประสบการณ์แห่งสีสันและคอนทราสต์ที่บรรเจิดได้อย่างที่ผู้สร้างภาพยนตร์ถ่ายทำมา นอกจากนี้ ยังมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ก้าวไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีกราฟฟิกที่คมชัดและเหนือกว่าในทุกรายละเอียด พร้อมติดตั้ง Game Pack ที่มีเกมให้เลือกมากมาย รวมถึงเกมต่างๆ ที่รองรับ Vulkan API

·       ความปลอดภัยบนสมาร์ทโฟนระดับโลก ด้วย ซัมซุง นอกซ์ (Samsung Knox) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยเกรดเทียบเท่าของกองทัพ รวมถึงเทคโนโลยีไบโอเมตริกร่วมด้วยอีกหลายอย่าง อาทิ ระบบสแกนลายนิ้วมือ ระบบสแกนม่านตา และระบบตรวจจับใบหน้า ให้ผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบการตรวจสอบตัวตนได้ตามความต้องการ

กาแลคซี่ เอส 8 ยังมาพร้อมคุณสมบัติขั้นพื้นฐานทั่วไปของอุปกรณ์ในตระกูลกาแลคซี่ ที่ทุกคนต่างชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น

·       มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น IP68

·       รองรับ MicroSD ความจุสูงสุดถึง 256GB

·       การแสดงผลแบบ Always-on

·       ความสามารถรองรับการชาร์จแบตเตอรี่ไว และการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย

รูปแบบใหม่ในการปฏิสัมพันธ์กับสมาร์ทโฟน

Bixby เป็นอินเตอร์เฟซอัจฉริยะที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้เครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยปุ่ม Bixby ใหม่ คุณจะสามารถเข้าถึงการใช้งาน Bixby ได้อย่างสะดวกง่ายดาย สามารถเลือกดู เลือกใช้บริการ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงใช้เสียง การสัมผัส หรือการพิมพ์ข้อความได้ เมื่อเปิดใช้ฟังก์ชั่นสั่งงานด้วยเสียงของ Bixby ระบบจะทำการเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ หลายตัวของซัมซุง อาทิ กล้องถ่ายรูป รายนามผู้ติดต่อ แกลเลอรี่ ข้อความ และการตั้งค่า โดยมีแผนการที่จะเพิ่มความสามารถให้ใช้กับแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ได้มากขึ้นในอนาคต ทั้งที่เป็นแอพพลิเคชั่นของซัมซุงเอง และของที่อื่น ความสามารถในการรับรู้บริบทของ Bixby จะช่วยให้สามารถมอบความช่วยเหลือที่ถูกทางมากยิ่งขึ้น ผ่านการเรียนรู้จากลักษณะการใช้งานในอดีตของผู้ใช้ ทั้งเรื่องความสนใจ กิจกรรมและสถานที่ประจำของผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานสามารถเลือกซื้อ เลือกหาภาพ และดูรายละเอียดต่างๆ ของสถานที่ใกล้เคียงได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีจำภาพของ  Bixby และเมื่อระบบรอบเคียงของ Bixby ขยายวงกว้างขึ้น มันจะสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ แอพพลิเคชั่น และบริการต่างๆ ได้ผ่านอินเตอร์เฟซตัวนี้เพียงตัวเดียว เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับรูปแบบชีวิตที่สะดวกเรียบง่าย

มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า

กาแลคซี่ เอส 8  มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วย เกียร์ วีอาร์ (Gear VR) ใหม่ด้วยระบบควบคุมจาก โอคูลัส (Oculus) ช่วยให้สามารถควบคุมการใช้งานได้ง่ายด้วยมือเพียงข้างเดียว เมื่อเข้าสู่โหมดอินเตอร์แอคทีฟเสมือนจริง ระบบควบคุมนี้จะสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวได้ดีกว่าเดิม และ กาแลคซี่ เอส 8  ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเกียร์ 360  (Gear 360) ใหม่เพื่อมอบประสบการณ์ภาพความละเอียดในระดับ 15MP และวีดีโอ 4K แบบ 360 องศา

ขุมพลังจากระบบประมวลผลของกาแลคซี่ เอส 8   ช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้งานให้ดียิ่งขึ้น ด้วยโซลูชั่นเฉพาะ Samsung DeX ที่จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของคุณให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป Samsung DeX จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแสดงและแก้ไขข้อมูลได้โดยตรงจากมือถือ ช่วยให้การทำงานผ่านสมาร์ทโฟนมีความรวดเร็ว และอัจฉริยภาพมากยิ่งขึ้น  

นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่อุปกรณ์ได้ถูกออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือ IoT มีเพิ่มมากขึ้นในท้องตลาด ทำให้การเชื่อมต่อกับเครือข่ายต่างๆ  ซับซ้อนมากขึ้น แต่ Samsung Connect จะสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เพราะ Samsung Connect สามารถช่วยให้ผู้ใช้เปิดการตั้งค่าอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหลายที่รองรับการใช้งาน IoT ได้อย่างรวดเร็วผ่านกระบวนการตั้งค่าเพียงสามขั้นตอน ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อทุกอุปกรณ์เข้าด้วยกันได้ผ่านแอพพลิเคชั่นประสานงานเพียงตัวเดียว  

กาแลคซี่ เอส 8  ยังมาพร้อมบริการ Samsung Health ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ ขยายขอบเขตของรูปแบบบริการที่ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายมากที่สุดตัวหนึ่งของซัมซุงสู่ผู้ใช้งานกว่า60 ล้านคนต่อเดือน และ 11 ล้านคนต่อวันทั่วโลก Samsung Health รวบรวมบริการหลากหลาย อาทิ การดูแลสุขภาพทางไกล (ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น) โค้ชส่วนตัว และการเชื่อมต่อสื่อสังคมซึ่งถือเป็นการกำหนดนิยามใหม่ให้กับเรื่องฟิตเนส และการดูแลรักษาสุขภาพให้ต่างไปจากที่คุ้นเคย

ผู้ใช้กาแลคซี่ เอส 8  สามารถเก็บกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้านได้เลย เพราะ Samsung Pay จะสามารถแปลงโทรศัพท์ให้กลายเป็นกระเป๋าเงินดิจิตอลที่สามารถใช้งานได้แทบทุกที่แทนบัตรเดบิตและบัตรเครดิตได้ทันที ด้วยความร่วมมือจากธนาคารพันธมิตรกว่า 870 แห่งทั่วโลก ณ วันนี้ จึงมีการทำธุรกรรมผ่าน Samsung Pay แล้วกว่า 240 ล้านรายการ

หูฟังทรงประสิทธิภาพใหม่จาก AKG by Harman ที่มอบคุณภาพเสียงไม่เป็นสองรองใคร จะมีมาพร้อมทันทีในกล่องอุปกรณ์เสริม หูฟังนี้ได้รับการออกแบบอย่างผสมผสานเพื่อให้สอดรับกับช่องหูได้อย่างลงตัว สวมใส่สบาย สามารถกำจัดเสียงรบกวนได้ดีกว่า และผลิตมาจากวัสดุผสมโลหะและเส้นใยผ้าที่สามารถป้องกันปัญหาสายพันกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8 จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน เป็นต้นไป และจะมีให้เลือกในหลากสีสดใส ไม่ว่าจะเป็น Midnight Black, Orchid Gray, Arctic Silver, Coral Blue และ Maple Gold

สามารถดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ goo.gl/hqjQrm

from:http://mobileocta.com/discover-new-potential-from-the-samsung-galaxy-s8-smartphones-without-limits/

เปิดตัว Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ มาพร้อมจอไร้กรอบแบบ Quad HD+, ไร้ปุ่มโฮม, กันน้ำได้ และเซ็นเซอร์สแกนม่านตา

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วสำหรับ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Galaxy S Series ที่มาพร้อมดีไซน์โฉมใหม่หมดจด อัดแน่นด้วยสเปกใช้งานที่ล้ำสมัย และตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างลงตัวมากขึ้น

รูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกของ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ มีดีไซน์ที่เหมือนกันต่างกันที่ขนาด โดย Samsung Galaxy S8  มาพร้อมขนาด 148.9 x 68.1 x 8.0 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 155 กรัม หน้าจอขอบโค้งทั้ง 2 ด้านแบบ Super AMOLED ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+ 2960 x 1440 พิกเซล

ส่วน Samsung Galaxy S8+ มาพร้อมขนาด 148.9 x 68.1 x 8.0 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 155 กรัม หน้าจอแสดงผลขอบโค้งทั้ง 2 ด้านแบบ Super AMOLED ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+ 2960 x 1440 พิกเซล ทั้ง 2 รุ่นครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และตัดปุ่มโฮมออกไป

สำหรับสเปกของ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ ที่เหมือนกันคือ ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core โดยใข้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 835, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 540 หรือ Samsung Exynos 9 Series 8895, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G71 MP20, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.0 Nougat นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลข LED, เทคโนโลยี Dual Pixel และรูรับแสง f/1.7 ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/1.7 รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนม่านตา, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, กันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP68, ฟีเจอร์ Bixby ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำงานคล้ายกับ AI Assistant, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE with VoLTE และใช้แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh สำหรับรุ่น Galaxy S8 กับความจุ 3,500 mAh สำหรับรุ่น Galaxy S8+ พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วทั้ง 2 รุ่น

ทั้งนี้ ตัวเครื่อง Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ มีให้เลือก 5 สีด้วยกันคือ สีดำ Midnight Black, สีเทา Orchid Gray, สีฟ้า  Coral Blue, สีเงิน Arctic Silver และสีทอง Maple Gold ส่วนราคา Samsung Galaxy S8 อยู่ที่ 750 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 26,300 บาท และ Galaxy S8+ อยู่ที่ 850 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 29,800 บาท โดยทั้ง 2 รุุ่นจะมาพร้อมชุดหูฟัง AKG by Harman ในกล่อง และวางจำหน่ายแยกในราคา 99 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 3,500 บาท และทั้ง 2 รุ่นจะเริ่มเปิดพรีออเดอร์หรือสั่งจองตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ก่อนจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 เมษายนเป็นต้นไป

 

ที่มา : Fonearena

from:http://mobileocta.com/samsung-galaxy-s8-and-galaxy-s8-with-quad-hd-display-water-resistant-body-iris-scanner-announced/

รีวิวแรกจับ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8 plus (ภาคแรก)

เปิดตัวมาแล้วอย่างเป็นทางการครับ สำหรับ Samsung Galaxy S8 และ s8+ ตกลงก็เปิดตัวออกมากันสองรุ่นครับ เพื่อนๆ ได้ดูการเปิดตัวกันมาหรือเปล่า ก็ต้องบอกว่า โดดเด่นมากในด้านการออกแบบ ด้านหน้าด้านหลังโค้งมน เครื่องบางแต่กล้องด้านหลังมีความนูนน้อยมากแทบไม่รู้สึก ดูพรีเมี่ยมมากๆ ครับ เพราะการดีไซด์ตอนนี้ของ Samsung มาถึงยุคที่ไร้ขอบ ไร้ปุ่มบนพื้นที่ด้านหน้า เอาพื้นที่แทบจะทั้งหมดมาใช้เป็นจอแสดงผลได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีเลยครับ แม้แต่โลโก้ของแบรนด์เองก็ถูกเอาออกไปด้วยเช่นกัน มุมขอบของเครื่องสามารถผลิตได้โค้งมนขึ้น เป็นการป้องกันมุมกระทบตกกระแทกได้มากกว่าเดิม วัสดุตัวเครื่องหลักใช้อลูมิเนียมและกระจก กระจกจอเป็น  Gorilla Glass 5 ทั้งหมดของเครื่องหนาแค่ 8.1 มิลลิเมตร

โดย Galaxy S8 และ S8+ มีขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้วและ 6.2 นิ้วตามลำดับ ซึ่งผมจะบอกว่าหน้าจอใหญ่ขนาดนี้แต่ตัวเครื่องของมันเล็กกว่าเครื่องขนาดหน้าจอ 5.5 ซะอีกครับ


Galaxy S8 และ S8+ ยังคงมาตรฐานการผลิต IP68 แบบกันน้ำอยู่เช่นเคยครับ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมาใช้พอร์ตเชื่อมต่อใต้เครื่องเป็นแบบ USB Type C แล้วในรุ่นนี้ครับ จากที่ลองถือจับใช้ตัวเครื่อง Galaxy S8 และ S8+ มีการออกแบบที่ดีกว่า S7 Edge ขึ้นมากครับ ข้างจอที่โค้งลงมาไม่เกะกะ ถือได้เต็มมือ และย้ำอีกทีว่ามันมีขนาดเล็กมากกกกก เมื่อดูจากหน้าจอที่ใหญ่เต็มตา เมื่อวางเทียบใกล้ๆ เครื่องสมาร์ทโฟนหน้าตาแบบมาตรฐานในปัจจุปันก็ต้องบอกว่าดูล้ำยุคกว่าเยอะเลยละครับ




รองรับสองซิมการ์ดแบบไฮบริด ซิมที่สองต้องเลือกใช้ระหว่าง Micro SD card หรือซิมการ์ดที่สอง

สัดส่วนของหน้าจอ S8 และ S8+ จะมาในสัดส่วน 18.5 : 9 บนความละเอียดสูงสุดระดับ QuadHD และอนุญาตให้ปรับค่าความละเอียดของหน้าจอได้ด้วยตัวเราเองด้วยครับ ซึ่งเมื่อคิดสัดส่วนของหน้าจอต่อพื้นที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง จะคิดเป็นพื้นที่เกือบ 84% เป็นตัวเลขที่ไม่เคยมีมาก่อนครับ

Galaxy S8+ หน้าจอ 6.2 นิ้วแต่เครื่องเล็กแค่นี้เองครับ


ด้วยสัดส่วนหน้าจอที่มีความเป็น Widescreen กว่าเดิมมากๆ และหน้าจอแสดงผลที่แทบจะกลืนพื้นที่ด้านหน้าเครื่องทั้งหมด ทำให้การรับชมภาพหรือวีดีโอบน Galaxy S8 และ S8+ ของจริง ได้อารมณ์ที่แปลกใหม่มากๆ มีมิติมุมมองกว้าง โดยเฉพาะผมคิดว่าถ้าเอาภาพยนต์ที่มีอัตตราส่วนแบบ 21:9 มาเล่นบนจอแบบนี้ ก็จะได้พื้นที่แสดงผลภาพมากขึ้นด้วยครับ จากที่ทดสอบใช้เปิดหน้าแอพพลิเคชั่นด้วยการที่มันมีหน้าจอแบบนี้ ทำให้มีพื้นที่การอ่านแบบแนวตั้งมากขึ้นด้วย ซึ่งทาง Samsung มีการใส่ไอคอนสำหรับสลับแอพให้แสดงผลได้แบบ 16:9 หรือจะเอาแบบ 18.5:9 ให้เต็มอัตตราส่วนแสดงผลของจอได้ครับ

เทียบความต่างของโหมด 16:9 และแบบโหมด 18.5:9


Samsung Galaxy S8 และ S8+ สามารถปรับลดความละเอียดหน้าจอลงได้ด้วยถ้าไม่ได้รับชมหนังหรือไม่อยากใช้เพราะอยากถนอมแบตเตอรี่ครับ


การใช้งานภายในและฟังก์ชั่น

นอกจากการออกแบบตัวเครื่องพัฒนาขึ้นอย่างมากแล้ว ระบบการใชงานภายในของ Galaxy S8 และ S8+ ก็มาพร้อมกับหน้าใช้งานที่เป็น UX ตัวใหม่ ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้บนเครื่องที่ไร้ปุ่มควบคมด้านหน้าเครื่อง ออกแบบให้เราสามารถเรียกใช้งานฟังก์ชั่นแค่เพียงสะบัดนิ้ว เช่นการเรียกหน้ารวมแอพพลิเคชั่นก็แค่สไลด์นิ้วจากล่างขึ้นบนหรือจากบนลงล่างก็ได้เช่นกัน โดยการออกแบบสีสันและหน้าตาของ UI ใหม่ทั้งหมดครับ มีการแยกแสดงสีของไอคอนตามประเภทของแอพเอาไว้ให้เราด้วย เช่นแอพสำหรับการติดต่อสื่อสารก็จะเป็นสีเขียวเป็นต้นครับ




การย่อหน้าจอลงมาเพื่อใช้งานมือเดียว ก็แค่สไลด์นิ้วจากมุมล่างหน้าจอหรือกดปุ่มโฮมสามครั้งเท่านั้นครับ

ใช่ครับ เมื่อกี้ผมพูดถึงปุ่มโฮม มันยังมีอยู่ครับ เพราะจริงๆ แล้วเจ้า Galaxy S8 และ Galaxy S8+ มีปุ่มโฮมอยู่เช่นเดิมครับ ไม่ได้ไปไหน แต่ถูกซ่อนไว้ใต้กระจกจออีกชั้นหนึ่งทำให้เรามองไม่เห็น แต่เราก็ยังสามารถกดใช้งานได้เช่นเดิมแถมยังเป็นปุ่มโฮมที่รองรับแรงกดสัมผัสที่แตกต่างกันได้ด้วย แค่มันมีหน้าที่ในการใช้งานบางอย่างที่เปลี่ยนไป เพราะมันไม่ใช่ปุ่มสำหรับการสแกนนิ้วอีกแล้วครับ

เพราะที่สแกนนิ้วมือถูกย้ายมาไว้ที่ด้านหลัง ข้างๆ กล้องถ่ายภาพและที่สแกนชีพจร มันสามารถใช้งานเป็นที่สแกนนิ้วเพื่อปลดล็อกด้านความปลอดภัยต่างๆ ของเครื่อง และปลดล็อกเครื่องได้โดยไม่ต้องกดปลุกหน้าจอขึ้นมาก่อน รวมทั้งใช้งานในการสั่งงานบางอย่างได้ด้วย เช่นการสไลด์นิ้วผ่านที่สแกนลายนิ้วมือจะเป็นการเรียกแถบการแจ้งเตือนลงมาใช้งานเป็นต้นครับ

ระบบรักษาความปลอดภัยของ S8 และ S8+ ไม่ได้มีแต่การสแกนลายนิ้วเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะว่าในที่สุดระบบ iris scan หรือการสแกนม่านตาก็มีมาให้เราได้ใช้งานจริงๆ แล้วใน Galacy S8 และ S8+ ครับ แค่เราเปิดจอขึ้นมา ตัวเครื่องก็พร้อมสแกนตาเราเพื่อเข้าใช้งานได้ทันที มีความแม่นยำสูงมาก สแกนได้ไวมาก แทบยังไม่ทันลืมตาเลย 555 ซึ่งทั้งการสแกนม่านตาสามารถใช้ปลดล็อกใช้งานได้ความปลอดภัยในทุกอย่างได้ไม่ต่างกับการสแกนนิ้วครับ ปลดล็อกเข้าใช้งานเครื่อง ซื้อแอพ หรือใช้งานร่วมกันกับ Samsung Pay เป็นต้น





ทดสอบแล้วว่าเราสามารถเปิดใช้ได้ทั้งสแกนลายนิ้วมือและการสแกนม่านตาพร้อมกันทั้งคู่ครับ จะล็อกอินเข้าใช้ด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่สะดวก

ความสามารถอื่นๆ ที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy S ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม เช่น Alway On Display, Secure Folder, Samsung Pay, Game launcher, Galaxy Gift และฟีเจอร์ที่ใช้งานกับขอบโค้งของเครื่องต่างๆ สมเป็นเจ้าแห่งฟังก์ชั่นและแอพพลิเคชั่นบริการ


บริเวณขอบเครื่องทำอะไรได้มากมายครับ ใช้ในการแจ้งเตือน อ่านข่าว ไอคอนลัด ซึ่งทั้งหมดกำหนดตั้งได้และสามารถดาวน์โหลดมาเพิ่มเติมได้ด้วยครับจากในสโตร์ของระบบ




ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจใน Galaxy S8 และ S8+
แนะนำให้รู้จักกับ “Bixby” ผู้ช่วยส่วนตัวน้องใหม่จาก Samsung แต่น้องเขายังพูดไทยไม่ได้นะครับ – – น่าเสียดาย เพราะเจ้า Bixby นี้มีความสามารถหลายอย่างที่มันทำได้อย่างน่าสนใจ โดยทาง Samsung ได้ใส่ปุ่มเรียกใช้เจ้า Bixby เพิ่มเข้ามาที่ข้างเครื่องเป็นพิเศษเอาไว้ด้วย




ความสามารถของเจ้า Bixby หลักๆ ก็มีประมาณ 4 ประเภทด้วยกันครับ แรกเลยคือ Bixby Vision เป็นความสามารถที่มันแฝงตัวทำงานอยู่ในแอพพลิเคชั่นกล้อง เป็นความสามารถในการแสกนค้นหาข้อมูลของสิ่งของที่ปรากฏอยู่บนภาพที่เราถ่ายหรือก็คือการค้นหาข้อมูลด้วยภาพนั่นเองครับ เจ้า Bixby จะสามารถระบุได้ว่าสิ่งที่มันเห็นอยู่คืออะไร และจะพาเราไปยังแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน เช่นเมื่อเราถ่ายภาพของเล่นหรือเครื่องดื่ม เจ้า Bixby ก็จะถามขึ้นมาว่าต้องการให้มันค้นหาแหล่งช็อปปิ้งหรือแหล่งข้อมูลของสิ่งที่เราถ่ายอยู่หรือไม่ครับ โดยจะอิงจากฐานข้อมูลของ Amazon, Pinterest หรือ Vine เป็นต้น

Bixby Home เป็นการรวมสิ่งที่เราใช้งานบ่อย มีความจำเป็น และจะนำมาแสดงรวมไว้ในหน้าเดียวให้เราเรียกใช้สิ่งเหล่านี้ได้ง่ายๆ ครับ
Bixby  Reminder คือความสามารถในการแจ้งเตือนตามกำหนดการต่างๆ ที่เราตั้งค่าไว้
Bixby voice การสั่งงานผ่านเสียง เพื่อให้มันทำงานบางอย่างให้กับเรา เช่นการส่งข้อความ การติตต่อสื่อสารกับบุคคลที่เราระบุสั่งงานด้วยเสียง เจ้า Bixby จะจัดการทำานให้กับเราได้ทันทีครับ
ซึ่ง Bixby จะสามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่อเรามีการสมัคร Samsung Account และมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเอาไว้ครับ

Samsung Galaxy S8 และ S8+ ยังมาพร้อมกับระบบมัลติวินโดวและความสามารถตัวใหม่ ที่เราสามารถทำการปักหมุดบางส่วนของหน้าแอพพลิเคชั่นขึ้นไปแสดงไว้ด้านบนของจอภาพได้ด้วยครับ อาจจะนำไปใช้ในกรณีอย่างเช่น ข้อความจากอีเมลหรืออะไรก็ตามที่เราต้องการให้มันแสดงผลเอาไว้ตอนเราเปิดใช้อีกแอพพลิเคชั่นหนึ่งขึ้นมา

มีการแจ้งเตือนด้วยสีไฟเมื่อมีการติดต่อเข้ามา ตอนนี้แจ้งเตือนได้แม้จะหงายเครื่องไว้ด้วยครับ จะแสดงสีบริเวณขอบหน้าจอเพื่อแจ้งให้เราทราบแม้เราจะเปิดแอพพลิเคชั่นหรือเล่นเกมอยู่ได้ครับ


มีระบบการจัดการเครื่องและดูแลความปลอดภัยใส่เข้ามาให้ครับ ไม่ต้องติดตั้งแอพกำจัดไฟล์ขยะหรือป้องกันไวรัสเพิ่มเติม ซึ่งในหน้าการบำรุงรักษานี้ จะเป็นหน้าที่เราเข้ามาตรวจดูแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานแบตเตอรี่แบบผิดปกติได้ด้วยครับ



กล้องถ่ายภาพ

กล้องถ่ายภาพของ Galaxy S8 กล้องหลัง 12 ล้าน Dual pixel มาพร้อมระบบกันสั่น จับภาพเคลื่อนไหวได้ดีแน่นอนเพราะทุกพิกเซลช่วยกันจับภาพร่วมกัน เป็นเทคโนโลยีต่อยอดจาก Galaxy S7 ที่ยอดเยี่ยมในเรื่องกล้องอยู่แล้ว ให้ดีขึ้นไปอีก รวมถึงระบบ Enhanced Image Processing การปรับภาพด้วยการวัดแสงอัตโนมัติด้วยตัวมันเอง ใช้วิธีการเก็บภาพหลายภาพมารวมซ่อนสร้างภาพเพียงหนึ่งให้คมชัดได้กว่าเดิมครับ รองรับการถ่ายวีดีโอ UHD และ FHD 60 fps และฟังชั่นการถ่ายหลายตัวใส่เข้ามาให้เช่นเดิมครับ



กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล มีการเพิ่มฟังก์ชั่นเลือกจุดโฟกัสได้แบบชัดลึกชัดตื้นเหมือนกล้องหลังแล้วครับ พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่ใส่เข้ามาให้เล่นกันสนุก เช่นสติ๊กเกอร์และลายน้ำใหม่ๆ


ตัวอย่างภาพถ่ายบางส่วน





ในเรื่องของประสิทธิภาพความแรงของเครื่อง ผมว่าคงไม่ต้องห่วงแล้วละครับ หน่วยประมวลผล Exynos 8895 ผลิตภายใต้เทคโนโลยีระดับ 10 นาโนตัวแรกของโลก แรมขนาด 4GB หน่วยความจำภายใน 64GB และเพิ่มหน่วความจำได้อีก 256 GB พร้อมแบตเตอรี่ขนา่ด 3,000 และ 3,500 mAh ตามลำดับ เรื่องความแรงและประสิทธิภาพเกินจะใช้แน่นอน
มาดูระบบเสียงของ Galaxy S8 และ S8+ เป็นระบบ UHQ Audio 32 bit มาพร้อมหูฟังที่รองรับกันจาก AKG แถมมาให้ภายในกล่องเลยครับ และความสามารถของ S8 สามารถเชื่อมต่อกับหูฟังหรือลำโพงบลูทูธภายนอกได้สองอุปกรณ์พร้อมกันด้วยครับ อยากฟังอะไรไม่ต้องแย่งกัน ส่งเสียงออกพร้อมกันได้ถึงสองตัว


สุดท้ายแล้วสำหรับบทความ ทิ้งท้ายไว้กับอุปกรณ์เสริมไฮไลค์ Samsung DeX เจ้านี้คือตัวเด็ดครับ อุปกรณ์เสริมที่จะกลายร่าง Galaxy S8 ให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์เดสท็อปได้ทันที เพราะ DeX คือด็อกกิ้งที่เอาไว้เชื่อมต่อกับเครื่องสมาร์ทโฟน Samsung และนำภาพไปแสดงผลในรูปแบบของคอมพิวเตอร์เดสท็อป เปลี่ยนสมาร์ทโฟนของเราให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ใช้งานที่บ้านได้ในพริบตา สามารถต่อกับคีย์บอร์ด เมาท์ หน่วยความจำภายนอก และนี่คืออุปกรณ์เสริมที่นับว่าเป็นตัวเด็ดควรซื้อหามาใช้อย่างที่สุดเลยครับ


เหล่านี่ก็เป็นสิ่งที่เรารีบนำมาฝากกันในเรื่องของตัวเครื่องและฟังก์ชั่นภายในที่น่าสนใจ สำหรับเรื่องประสิทธิภาพการทำงานในด้านอื่นๆ ข้อดีข้อเสียต่างๆ และตัวอย่างภาพถ่ายแบบเต็มๆ ก็สามารถติดตามได้ในรีวิวภาคสรุปจากทาง APPDISQUS ในเร็วๆ นี้นะครับ

from:https://www.appdisqus.com/2017/03/29/handon-review-samsung-galaxy-s8-s8plus.html

Facebook ปล่อยฟีเจอร์ Stories ลงในแอพหลัก และเพิ่ม Camera Effects ให้ถ่ายรูปสนุกยิ่งขึ้น

Facebook-Stories-24hrs

Facebook ประกาศอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ ในแอพพลิเคชั่นหลัก Facebook Stories ซึ่งเคยอัพเดทให้ใช้งานใน Instagram มาแล้วก่อนหน้านี้ และได้รับเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการลอกเลียนจุดเด่นของ Snapchat โดยคอนเท้นต์ที่ผู้ใช้งาานแชร์ออกไปจะหายไปเองภายในเวลา 24 ชั่วโมง

Facebook-Stories

พร้อมกันนี้ แอพพลิเคชั่น Facebook ยังได้เพิ่ม Camera Effects คล้ายกับที่พบใน Messenger ช่วยให้ผู้ใช้งานเพิ่มฟิลเตอร์ แทรกสติกเกอร์ สวมหน้ากาก และ แต่งภาพให้สนุกยิ่งขึ้น พิเศษ!! มีเอฟเฟกต์จากภาพยนตร์เรื่อง Power Rangers มาให้ใช้งานด้วย

camera-platform-ios

camera-platform-android1

คุณสมบัติใหม่ของ Facebook จะเริ่มอัพเดทให้กับผู้ใช้งานทั่วโลกในเร็วๆ นี้ รองรับทั้งอุปกรณ์ iOS และ Android สามารถดาวน์โหลดหรืออัพเดทฟรี!! ผ่าน App Store หรือ Play Store

ที่มา – Facebook

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=178865

OPPO เตรียมวางจำหน่าย OPPO R9s เวอร์ชั่นสีเขียวสด ในวันที่ 1 เมษายนนี้

หลังจากปล่อย OPPO R9s เวอร์ชั่นสีแดงสดไปเมื่อคริสต์มาสปีที่ผ่านมา ล่าสุด OPPO ก็เตรียมวางจำหน่าย OPPO R9s เวอร์ชั่นสีเขียวสด Fresh Green ออกมาเพิ่มอีกสีต้อนรับวัน April Fool’s Day ในวันที่ 1 เมษายนนี้

สำหรับ OPPO R9s ถือเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนของ OPPO ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประเทศจีนเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งบ้านเราก็เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยก่อนหน้านี้ตัวเครื่องมีให้เลือก 4 สีด้วยกันคือ สีดำ สีทอง สีชมพูโรสโกลด์ และสีแดงซึ่งเป็นสีที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศจันเท่านั้น ส่วนสีเขียวสด Fresh Green จะเป็นสีใหม่ล่าสุดที่ออกมาชนกับ Huawei P10 เวอร์ชั่นสีเขีนวนั่นเอง

ทั้งนี้ สเปกภายในของ OPPO R9s เวอร์ชั่นสีเขียวสด Fresh Green ยังคงเหมือนกับเวอร์ชั่นสีอื่นๆ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 1 เมษายนนี้ ด้านราคายังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีราคาอยุ่ที่ 2,799 หยวนหรือประมาณ 14,000 บาท ส่วนจะนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราหรือนั้นต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา : gizchina

from:http://mobileocta.com/fresh-green-oppo-r9s-goes-sale-april-1st/

วิธีการดูงานเปิดตัว Samsung Galaxy S8 Unpacked 2017 สดผ่านทุกช่องทางพร้อมลิงก์

นับถอยหลังอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้เราจะได้ชมงานเปิดตัว Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ กันอย่างเป็นทางการแล้วจาก Samsung ภายใต้ชื่องานที่เป็นธรรมเนียมตามมาทุกปีคือ Unpacked 2017 โดยงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่มหาครนิวยอร์กและลอนดอน ทั้งนี้ AppDisqus ไม่พลาดที่จะนำมาย่อยสรุปให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกแน่นอนหลังจากงานเปิดตัวจบลง

แต่ใครก็ตามที่อดรนทนไม่ไหว อยากดูสดไปพร้อมๆ กันก็สามารถติดตามได้ผ่านทางช่องทางเหล่านี้เลย

ทั้งนี้สำหรับทาง Youtube นั้น AppDisqus จะคาบลิงก์มาบอกกันอีกครั้งหลังจากที่มีข้อมูลแล้ว

 

 

from:https://www.appdisqus.com/2017/03/29/how-to-watch-samsung-unpacked-2017.html