คลังเก็บป้ายกำกับ: ANKER

การเลือกซื้ออุปกรณ์สำหรับการชาร์จเร็วให้กับ iPhone X, 8 และ 8 Plus

Fast Charge Set For Iphone X

คำถามสุดฮอตอีกเรื่องหนึ่งสำหรับผู้ใช้งาน iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ในเรื่อง Fast Charge หรือการชาร์จเร็วให้กับ iPhone นั้นจะต้องใช้อะแดปเตอร์ตัวไหนและใช้สายชาร์จแบบไหนกันนะถึงจะเหมาะ วันนี้ผมจะขอสรุปวิธีการง่ายๆ ให้ฟังกันครับ

iPhone, iPad รุ่นไหนรองรับการชาร์จเร็วผ่าน Power Delivery บ้าง?

อุปกรณ์ที่รองรับการชาร์จเร็วอย่างเป็นทางการจาก Apple ได้แก่

  1. iPhone 8 (สูงสุดประมาณ 15W)
  2. iPhone 8 Plus (สูงสุดประมาณ 15W)
  3. iPhone X (สูงสุดประมาณ 15W)
  4. iPad Pro 12.9-inch (2nd generation)
  5. iPad Pro 12.9-inch
  6. iPad Pro 10.5-inch

การเลือกซื้ออุปกรณ์สำหรับการชาร์จเร็วให้กับ iPhone X, 8 และ 8 Plus

iPhone รุ่นปี 2017 มาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จเร็วที่เรียกว่า Power Delivery เรียกย่อๆ ว่า PD ซึ่งอาศัยการส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าผ่านพอร์ต USB-C ดังนั้นหากสิ่งที่จำเป็น 2 สิ่งที่ต้องการในการทำให้ iPhone รุ่นที่รองรับนั้นชาร์จเร็วได้ประกอบด้วย

1. อะแดปเตอร์แบบ USB-C ที่มีเทคโนโลยี Power Deliveryapple 29w usb-c power adapter

อะแดปเตอร์ที่มาพร้อม Power Deliver สังเกตว่าต้องเป็นพอร์ต USB-C มีจำหน่ายทั้งจาก Apple และยี่ห้ออื่นๆ ก็สามารถใช้ได้ตามความต้องการ แนะนำว่าต้องเลือกจำนวน Watt ที่สูงๆ ถ้าของ Apple แนะนำว่าควรซื้อขนาด 29W ขึ้นไป ซึ่งจะซื้อจาก Apple โดยตรงหรือจะหายี่ห้ออื่นๆ ตามเว็บอย่าง Ebay, Amazon ฯลฯ ก็สุดแล้วแต่ แต่อย่างน้อยต้องดูยี่ห้อด้วยว่าผ่านคุณภาพมากน้อยแค่ไหน มีระบบการป้องกันมาให้หรือเปล่า ทั้งนี้แม้ว่า USB-C จะเป็นมาตรฐานสากลที่ใครๆ ก็ผลิตได้แต่ก็ไม่ควรเลือกยี่ห้ออะไรก็ได้ปบบสุ่มสี่สุ่มห้ามาใช้งาน ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้อุปกรณ์ของคุณเสียหายก็เป็นได้

จะซื้ออุปกรณ์มาใช้ทั้งทีควรเลือกของแท้จากผู้ผลิตและเลือกสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน

USB-C Charger จาก Aukey

2. สายชาร์จ USB-C to Lightning

สายชาร์จ USB-C to Lightning สำหรับการเชื่อมต่อจากอะแดปเตอร์ PD เข้า iPhone ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี สำหรับสายที่เป็นทางการนั้นมีเพียง Apple เท่านั้นที่ผลิตออกมาจำหน่าย สำหรับสายจากยี่ห้ออื่นนั้นทาง Apple ยังไม่เปิดลิขสิทธิ์ MFI ของรุ่นนี้ออกมา ดังนั้นหากเห็นสาย USB-C to Lightning ยี่ห้ออื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Apple ให้รู้ไว้เลยว่า “สายเลียนแบบ”

Apple ผลิตออกมาขาย 2 ความยาวได้แก่ 1 และ 2 เมตร ราคาอยู่ที่ 890 และ 1,300 บาทตามลำดับ (ชี้เป้าซื้อสายนี้ที่ Bananastore ของ Com7 ได้ส่วนลดด้วย 1 เมตรราคา 850 บาท ส่วน 2 เมตรราคา 1,240 บาท)

Usb C To Lightning Cable Apple

สามารถสั่งซื้อได้ผ่านเว็บของ Apple หรือตัวแทนจำหน่ายที่เป็นทางการเช่น Studio7, BaNANA, iStudio ฯลฯ

เมื่อมีครบแล้วทั้ง 2 อย่างก็พร้อมสำหรับการชาร์จไฟแบบเร็วให้ iPhone เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ที่บอกว่าชาร์จเร็วนั้นเร็วแค่ไหน?

เร็วกว่าอะแดปเตอร์ที่แถมมาในกล่องประมาณ 3 เท่า (5W vs. 15W) โดยหากใช้ชุดที่แนะนำมานี้ชาร์จไฟให้ iPhone X, 8, 8 Plus นาน 30 นาทีจะได้แบตเตอรีประมาณ 48-50% ตามกราฟด้านล่าง ซึ่งแน่นอนว่าเหมาะสำหรับการประจำกำลังไฟให้ iPhone แบบเร่งด่วน

Iphone X Iphone 8 Fast Charging Study 1

แล้วแอดมินใช้ชุดไหนอยู่สำหรับการชาร์จเร็ว?

Iphone X Fast Charge Set 7916

ชุดที่ผมเลือกใช้คือ สายชาร์จ USB-C to Lightning แท้จาก Apple และอะแดปเตอร์ Anker(ตัวนี้สั่งจากเว็บ amazon) ตัวที่อยู่ในรูปด้านล่าง ชุดนี้กำลังไฟ 30W สามารถชาร์จเร็วให้ iPhone ผ่าน USB-C ได้แล้ว พอร์ตดังกล่าวยังชาร์จ MacBook Pro 2016 ได้ด้วย ยังๆ ยังไม่พอมันยังมาพร้อม USB-A อีก 4 ช่อง เอาไว้ชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มได้อีกถือว่าคุ้มเลย ข้อเสียอย่างเดียวคือมันใหญ่แต่ส่วนตัวแล้วขอบนะซื้อ 1 ได้ถึง 3 พกอันเดียวชาร์จยกแก๊งไปเลย

สำหรับที่ไทยก็ลองหาดูว่ามียี่ห้อไหนที่มีขายแบบนี้บ้างลองเปรียบเทียบราคาและคุณภาพดูนะครับ ซื้อยี่ห้อที่ได้มาตรฐานหน่อยจะได้ไม่เป็นภาระในภายภาคหน้า

สำหรับบทความนี้คงฝากไว้แค่เท่านี้ก่อนไว้เดี๋ยวต่อไปจะแนะนำเรื่องแท่นชาร์จไร้สายให้ได้ทราบกันในโอกาสต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม

from:https://www.iphonemod.net/how-to-buy-adapter-and-cable-for-iphone-fast-charge.html

Advertisements

อุปกรณ์ชาร์จเร็วที่ดีที่สุดสำหรับ iPhone 8 และ iPhone X จะเป็นของ Apple หรือจากผู้ผลิตอื่น?

fast-charger-for-iphone

iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X รองรับการชาร์จเร็ว หรือ Fast Charge ซึ่งช่วยให้ iPhone รุ่นใหม่ สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 – 50% ในเวลาเพียง 30 นาที แต่ต้องซื้ออุปกรณ์ชาร์จเร็วแยกต่างหาก โดยอุปกรณ์มาตรฐานของ Apple ประกอบไปด้วย USB-C Power Adapter ขนาด 29 วัตต์ ราคา 1,700 บาท และสาย USB-C to Lightning Cable ยาว 1 เมตร ราคา 890 บาท

aukey-fast-charger-for-iphone

รวมแล้วต้องจ่ายเพิ่ม 2,590 บาท เพื่อให้ได้อุปกรณ์ชาร์จเร็วของ Apple แต่ก็มีทางเลือกอื่นที่ประหยัด และสามารถใช้งานทดแทนกันได้ อย่าง Anker 30W PowerPort และ Aukey 29W Amp Duo USB Wall Charger อย่างไรก็ตาม ควรใช้สาย USB-C to Lightning Cable จาก Apple เพื่อความปลอดภัยและให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

anker-fast-charger-for-iphone

เว็บไซต์ 9to5mac ได้นำอุปกรณ์ชาร์จเร็วทั้ง 3 จาก Apple, Anker และ Aukey มาทดสอบกับ iPhone 8 รุ่น 64GB โดยเปิดโหมด Airplane ปิดแอพพลิเคชั่นทั้งหมด ยกเว้นแอพ Timer โดยปรับความสว่างของจอแสดงผลไว้ที่ 50% และได้ผลลัพธ์ออกมาดังนี้…

fast-charger-for-iphone-compare

จะเห็นว่าอุปกรณ์ชาร์จเร็วทั้ง 3 ค่าย ไม่ได้ให้ผลที่แตกต่างกันมากนัก ในเวลาชาร์จ 30 นาที อุปกรณ์ชาร์จจาก Apple ให้ระดับแบตเตอรี่มากที่สุด แต่ก็เว้นช่องห่างเพียงเล็กน้อย ดังนั้น ถ้าคุณสามารถซื้ออุปกรณ์ชาร์จเร็วจาก Anker และ Aukey ได้ในราคาที่ถูกกว่า ก็จะช่วยคุณประหยัดเงินไปได้ แต่ถ้าคุณเป็นเจ้าของ MacBook หรือ MacBook Pro รุ่นใหม่ล่าสุด บางทีคุณอาจมี USB-C Power Adapter จาก Apple อยู่แล้ว

ที่มา – 9to5mac

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=195269

รวมอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย สำหรับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

iphone-x-wireless_charging

iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X เป็น iPhone กลุ่มแรกของ Apple ที่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย ถึงแม้หลายอาจจผิดหวังที่ Apple ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ เพราะใช้มาตรฐาน Qi เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไปในตลาด แต่นั่นก็กลายเป็นข้อดีได้เหมือนกัน เพราะเจ้าของ iPhone รุ่นใหม่ สามารถนำไปชาร์จกับอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย Qi ที่พบได้ทั่วไปตามโรงแรม ร้านกาแฟ สนามบิน และในรถยนต์

Apple ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์ชาร์จไร้สายของตัวเองด้วย เรียกว่า AirPower แต่กว่าจะวางจำหน่าย ต้องรอถึงปีหน้า ดังนั้น เราจึงรวบรวมอุปกรณ์ชาร์จไร้สายที่รองรับ iPhone รุ่นใหม่ และสามารถหาซื้อได้ทันทีในตอนนี้

Belkin-Wireless-Charger

Belkin Boost Up Wireless Charging Pad

อุปกรณ์ชาร์จไร้สายจาก Belkin เป็นที่ยอมรับจาก Apple และที่ถูกยกมาให้อยู่ในอันดับต้นๆ เพราะสนับสนุน Fast Wireless Charging กำลังไฟสูงสุด 7.5 วัตต์ นั่นหมายถึง Belkin Boost Up Wireless Charging Pad จะสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ iPhone ได้อย่างรวดเร็วแม้จะเป็นการชาร์จไร้สายก็ตาม และสามารถชาร์จได้แม้ iPhone จะสวมเคสอยู่ (เคสต้องหนาไม่เกิน 3 มิลลิเมตร)

Belkin Boost Up Wireless Charging Pad มีวางจำหน่ายบน Apple Store ราคา 60 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 2,000 บาท

mophie-Wireless-Charger

mophie wireless charging base

อุปกรณ์ชาร์จไร้สายที่ออกแบบมาสำหรับ iPhone รุ่นใหม่โดยเฉพาะ รองรับ Fast Wireless Charging กำลังไฟสูงสุด 7.5 วัตต์ เหมือนกับของ Belkin

mophie wireless charging base มีวางจำหน่ายบน Apple Store ราคา 60 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 2,000 บาท

Anker-Wireless-Charger

Anker Wireless Charger with USB-C

อุปกรณ์ชาร์จไร้สายจาก Anker สนับสนุนพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C สามารถใช้งานกับ Adapter ที่รองรับ Quick Charge 3.0 ช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้น 2 เท่า ใช้ได้กับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X รวมไปถึงสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android ที่รองรับการชาร์จไร้สาย

Anker Wireless Charger with USB-C วางจำหน่ายใน Amazon ราคา 26 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 860 บาท

Spigen-Essential-F301W-Wireless-Charger

Spigen Essential F301W Wireless Charging Pad

อุปกรณ์ชาร์จไร้สายจาก Spigen สนับสนุนการใช้งานร่วมกับ iPhone รุ่นใหม่ รวมถึงสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android รองรับการชาร์จเร็วด้วย Quick Charge 2.0 หรือ 3.0 พร้อมป้องกันสมาร์ทโฟนจากปัญหาความร้อนสูง

Spigen Essential F301W Wireless Charging Pad วางจำหน่ายใน Amazon ราคา 28 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 930 บาท

Spigen-Essential-F300W-Wireless-Charger

Spigen Essential F300W Wireless Charger

อุปกรณ์ชาร์จไร้สายจากรุ่นนี้ ออกแบบมาเป็น Stand ทำให้ผู้ใช้งานมองเห็นจอแสดงผลของสมาร์ทโฟนได้อย่างถนัด และยังฝังขดลวดไว้ถึง 3 จุด จึงสามารถวางสมาร์ทโฟนได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ใช้งานได้กับ iPhone รุ่นใหม่ รวมถึงสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android

Spigen Essential F300W Wireless Charger วางจำหน่ายใน Amazon ราคา 35 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1,160 บาท

Samsung-Wireless-Charger

Samsung Qi Certified Fast Charge Wireless Charging Stand

สุดท้ายคืออุปกรณ์ชาร์จไร้สายจาก Samsung ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีเจ้าของ iPhone อยากหาซื้อมาใช้หรือไม่ แต่ถ้าบ้านใครมีอยู่แล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ เพราะสนับสนุนมาตรฐาน Qi เช่นเดียวกัน

Samsung Qi Certified Fast Charge Wireless Charging Stand วางจำหน่ายใน Amazon ราคา 35 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1,160 บาท

ที่มา – Redmond Pie

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=194359

แล็ปท็อปต้องมี USB Hub จาก Anker มากับ 7 พอร์ต USB 3.0 บวกอีก 3 พอร์ต สำหรับชาร์จแบตสมาร์ทโฟน

Anker-60W-USB-3-Data-Hub

แล็ปท็อปในปัจจุบันโดยเฉพาะอุปกรณ์ประเภทอัลตร้าบุ๊ค ถูกออกแบบให้บางลงเรื่อยๆ เพื่อให้แล็ปท็อปมีขนาดเล็กพกพาสะดวก ซึ่งส่งผลให้พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ถูกลดจำนวนตามลงไปด้วย ดังนั้น Anker จึงได้แนะนำ USB Data Hub ที่มาพร้อมพอร์ต USB ถึง 10 ช่อง โดยแบ่งเป็น USB 3.0 สำหรับถ่ายโอนข้อมูล 7 ช่อง และอีก 3 ช่อง สำหรับใช้ชาร์ตแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟน

พอร์ต USB 3.0 ทั้ง 7 ช่อง รองรับการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูงสุด 5Gbps ส่วนพอร์ตสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟน ใช้เทคโนโลยี PowerIQ จ่ายกระแสไฟฟ้าได้มากถึง 2.1 แอมป์ และมีถึง 3 ช่อง รองรับการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows 8 / 7 / Vista / XP, Mac OS X 10.2 รวมถึง Linux ราคา 39.99 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1,410 บาท

A7515111_ND05

A7515111_ND03

A7515111_TD02

A7515111_ND06

A7515111_ND03

ที่มา – Anker

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=172429

รีวิวอะแดปเตอร์ชาร์จไฟหลายช่อง USB เสียบต่อพร้อมกันทีละหลายอุปกรณ์ จะซื้อตัวไหนดี?

เคยมั้ยครับ? เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด นอนรีสอร์ทหรือโรงแรม แล้วต้องเจอปัญหาในห้องมีปลั๊กไฟมาให้เสียบแค่ 1-2 ช่อง แถมบางทีก็ให้มาในมุมอับ จะเสียบหรือจะต่อพ่วงอะไรก็ลำบาก เราก็เป็นพวกมีของเล่นเพียบ โทรศัพท์ x2, แท็บเลตx 1, กล้อง x1, คอม x1, Powerbank x1 นี่ยังไม่รวมของเพื่อนร่วมห้องอีกนะ ต้องพกอะแดปเตอร์เยอะแยะ จะไปเสียบยังไงให้พอ ถ้าเจอปัญหาเดียวกัน มาลองดูของที่จะแนะนำ + รีวิวชิ้นนี้เลยครับ

อุปกรณ์ชิ้นนี้สำหรับหลายๆคนน่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรอะไรแล้วเพราะเริ่มแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวก็หามาใช้ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว จนตอนนี้หลายๆคนเห็นก็เริ่มสรรหามาใช้ตามๆกันหมดกับเจ้า Multi USB Port Adapter หรืออแดปเตอร์หลายรู (ไม่รู้ว่ามันมีชื่อกลางเรียกว่าอะไรนะ ขอเรียกมันว่า MUP Adapter ละกัน)
โทรศัพท์ x2, กล้อง x2, Powerbank x1 = MUP Adapter ตัวเดียวอยู่
 

ปัญหานี้เป็นอะไรที่หลายๆคนมีเสมอ เวลาจะซื้อของที่เหล่าแบรนด์ใหญ่ไม่ได้ทำออกมาขาย เพราะหลายๆชิ้นก็ดูจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ ส่วนมากก็ถามเพื่อน หรือหาข้อมูลตามเน็ตกัน ซึ่งสำหรับเจ้า Adapter หัวชาร์จ USB หลายหัวนี้ก็น่าจะมีขายกันอยู่หลายยี่ห้อหลายราคาพอสมควร 

เกณฑ์การเลือกซื้อ Travel Adapter ที่ส่วนตัวใช้เลือกนะครับ

  1. มี USB หลายช่อง มากกว่าหรือเท่ากับอุปกรณ์ที่มี (เผื่อแผ่คนอื่นด้วย)

  2. จ่ายไฟแต่ละช่องได้เท่ากัน ไม่แชร์ไฟ (บางชิ้นมี 2 ช่องบอกว่าจ่ายไฟ 2A เมื่อใช้งานจริงไฟจ่ายแชร์กันเหลือช่องละ 1A เท่านั้น ทำให้ชาร์จช้า)

  3. มีฟีเจอร์ Quick Charge (สำหรับคนใช้ iPhone อาจจะไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ แต่สำหรับคนใช้ Android จำเป็นอยู่ เพราะทำให้ชาร์จไฟเร็วขึ้นมาก)

  4. ผลิตภัณฑ์-งานประกอบดูน่าเชื่อถือ (ดูว่าใช้แล้วมันไม่น่าจะไม่ระเบิด ทำเครื่องเสียหาย ถ้ามีรีวิวหรือขายต่างประเทศ ได้รับคำชมมาก่อนก็จะยิ่งโอเค)
 
เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Quick Charge สักหน่อย ปัจจุบันนี้โทรศัพท์แอนดรอยด์ในท้องตลาดหลายๆรุ่นจะมีฟีเจอร์ Quick Charge กันมาหมดแล้วเพื่อลดระยะเวลาในการชาร์จจาก 3-4 ชม. เหลือเพียงแค่ครึ่งเดียว แต่ละยี่ห้อก็จะมีชื่อเรียกวิธีเรียกที่แตกต่างกันออกไป แต่มาตรฐานกลางที่มักจะใช้เรียกกันก็คือ Quick Charge ของทาง Qualcomm เองนั่นแหละ ซึ่งจ่ายไฟ 9V2A ถึง 12V2A ต่างกันไป ทำให้แม้ว่าต่างยี่ห้อต่างรุ่นกัน แต่ถ้ารองรับการชาร์จที่ไฟประมาณนี้ก็มักจะใช้ Quick Charge ที่มากับ MUP Adapter ได้เหมือนกันหมดนะ
 
จากที่เคยมีประสบการณ์ใช้งานมา จะเคยโอเคและประทับใจกับ 2 ยี่ห้อนี้ คือ Anker กับ Aukey เลยขอเลือกเอามาแนะนำให้เอาไปใช้กันดู ทั้งคู่ก็สามารถใช้งานได้ดีไม่แพ้กันเลย เอาไปเสียบใช้งานได้ตามโรงแรมรีสอร์ทได้สบายๆ และเอาไปใช้ที่ประเทศแถบยุโรปก็ได้ครับ เพราะหัวปลั๊กเป็นแบบกลมเนี่ยแหละ ไปดูสเปคของมันกันครับ
 

Anker PowerPort+ 6

  • รองรับ Quick Charge 2.0

  • จ่ายไฟสูงสุด 54W

  • ช่อง USB 5 Ports (1x QC 2.0, 4x USB)

  • รองรับไฟ 100 – 240V

  • จ่ายไฟ 12V/1.5A, 9V/2A, 5V/2A

  • ราคา หาได้ตั้งแต่ 700 – 1400 บาท

Anker PowerPort 5 USB-C

  • ไม่มี Quick Charge 2.0

  • ช่อง USB Type-C x2 จ่ายไฟสูงสุด 5V3A

  • ช่อง USB x4 จ่ายไฟสูงสุด 5V8A (2.4max ต่อพอร์ท)

Aukey

  • รองรับ Quick Charge 2.0

  • จ่ายไฟสูงสุด 54W

  • ช่อง USB 5 Ports (1x QC 2.0, 4x USB)

  • รองรับไฟ 100 – 240V

  • จ่ายไฟ 12V/1.5A, 9V/2A, 5V/2A

  • แถมสาย 20AWG Micro USB Cable

  • ราคา หาได้ตั้งแต่ 700 – 1400 บาท

 ขอแนะนำเพิ่มเติมว่า Adapter ควรจะเลือกใช้แบบที่มีสายต่อไปยังปลั๊กที่ผนังนะครับ อย่าซื้อแบบที่เสียบตรงมานะครับ เพราะเคยลองคือตรงหัวมันแตกหักง่ายมากเลย และใช้งานลำบากกรณีที่บางโรงแรมหรือรีสอร์ทเค้าซ่อนปลั๊กเอาไว้ลึกๆครับ

แบบนี้ไม่เวิร์ค อาจจะถูกกระแทกจนแตกหักเสียหายได้ง่าย

นอกจากนี้ก็อยากจะขอแนะนำตัว Quick Charge สำหรับเสียบใช้ในรถเอาไว้อีกอย่างนะ สะดวกและเวิร์คดีมากเลยล่ะ ^^

ก่อนหน้านี้ถ้าอยากซื้อ Anker หรือ Aukey จะหายากหน่อย แต่เดี๋ยวนี้จะง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะมากแล้ว เห็นใน LAZADA ก็มีขายกันเต็มไปหมด ยังไงก็ไปลองชอปปิ้งเลือกซื้อกันดูเอานะครับ สำหรับเพื่อนคนไหนที่ใช้แบรนด์ไหน รุ่นอะไร ที่นอกเหนือจากสองตัวนี้แล้วสามารถมาแนะนำได้นะครับ แต่ของดบอกชื่อร้านค้านะ เพื่อป้องกันการมาเนียนโฆษณาครับ ^^

from:http://droidsans.com/review-multi-port-usb-adapter

Anker ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมชื่อดังเปิดตัวสาย USB-C to Lightning ,USB Hub และ Power Bank สำหรับ MacBook ใหม่แล้ว

Untitled-1

บริษัท Anker ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมชื่อดังได้ประกาศเปิดหมวดอุปกรณ์เสริม USB-C ใหม่ ที่รองรับการใช้งานกับพอร์ต USB-C ของ MacBook ใหม่หน้าจอ Retina ขนาด 12 นิ้วที่เพิ่งวางจำหน่ายไปสดๆร้อนๆ Chromebook Pixel จาก Google และแท็บเล็ต Nokia N1 รวมถึงอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆในอนาคตที่จะเริ่มใช้พอร์ต USB-C เป็นมาตราฐานใหม่ในอนาคต ซึ่งก็มีทั้งสาย USB ,USB Hub และ Power Bank ดังต่อไปนี้

A7132011_ND01

เริ่มที่สาย USB ที่สาวก iPhone รอคอยนั่นคือสายที่แปลงจาก USB-C เป็นพอร์ต Lightning ในการเชื่อมต่อหรือชาร์จ iPhone บน MacBook ใหม่ได้ทันทีซึ่ง Apple ยังไม่ผลิตออกมาในเวลานี้ หรือจะเป็นสาย USB-C to Micro USB เพื่อเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทั่วไป และสาย USB-C to USB 2.0 สำหรับใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่จาก Power Bank รวมถึงใช้ในการเชื่อมต่อข้อมูล โดยในรุ่นนี้ได้เปิดให้สั่งจองแล้วในราคา 15.99$ ราว 535 บาท และยังมีรุ่น USB 3.0 เตรียมจำหน่ายอีกด้วย

Screen Shot 2558-05-23 at 11.36.28 PM

 

A8305_ND01

สำหรับการเพิ่มพอร์ต USB-C ให้เป็น USB ปกติหลายๆหัวด้วย USB Hub นั้นทาง Anker ก็มีให้เลือกถึง 8 รุ่นโดยตอนนี้ได้เปิดจองแล้วในรุ่น USB-C to 4-Port USB 3.0 Hub ราคา 19.99$ ราว 670 บาทและ USB-C to 3-Port USB 3.0 Hub with Ethernet Adapter ราคา 29.99$ ราว 1,000 บาทแล้ว

Screen Shot 2558-05-23 at 11.36.14 PM

ปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่สำรองก็จะมีให้เลือก 3 รุ่นต่างกันตามความจุได้แก่ PowerCore+ USB-C 10050,PowerCore+ USB-C 20100 และ PowerCore+ USB-C 26800 โดยยังไม่ประกาศราคาออกมา ใครที่สนใจจับจองก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดการสั่งจองได้ที่ ianker 

ที่มา –  ianker

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=120198