คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLE

รวม 20 อันดับมือถือที่อัตราส่วนหน้าจอต่อเครื่อง (Screen-to-Body Ratio) มากที่สุด

ช่วงนี้สมาร์ทโฟนในเริ่มทำหน้าจอมากันพยายามจะไร้ขอบกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยค่าที่เอามาใช้คำนวณว่าเครื่องไหนหน้าจอใหญ่เต็มจอแค่ไหนก็จะเป็น Screen-to-Body Ratio หรือ อัตราส่วนขนาดหน้าจอต่อเครื่อง นั่นเอง ซึ่งวันนี้ใครทำออกมาได้มากที่สุด แต่ละรุ่นจะสวยแค่ไหน วันนี้เรารวบรวมมาให้ดูกันครับ

  รุ่น ขนาดหน้าจอ อัตราส่วน  Screen-to-body Ratio
OPPO Find X 6.42 inches 19.5:9 93.8 percent
vivo NEX 6.59 inches 19.3:9 91.24 percent
Essential PH-1 5.71 inches 19:10  84.9 percent
Samsung Galaxy S9 Plus 6.2 inches 18.5:9  84.2 percent
Samsung Galaxy S9 5.8 inches 18.5:9  83.6 percent
Asus Zenfone 5 or 5Z 6.2 inches 19:9  83.6 percent
Xiaomi Mi Mix 6.2 inches 17:9  83.6 percent
Samsung Galaxy Note 8 6.3 inches 18.5:9  83.2 percent
iPhone X 5.8 inches 19.5:9  82.9 percent
LG G7 ThinQ 6.1 inches 19.5:9  82.6 percent
Huawei P20 Pro 6.1 inches 18.7:9  82 percent
Xiaomi Mi Mix 2S 5.99 inches 18:9  81.9 percent
Xiaomi Mi 8 6.21 inches 19:9 81.3 percent
LG V30 6 inches 18:9  81.2 percent
Nokia 8 Sirocco 5.5 inches 16:9  81.1 percent
Huawei Mate 10 Pro 6 inches 18:9  80.9 percent
Xiaomi Mi Mix 2 5.99 inches 18:9  80.8 percent
OnePlus 5T 6.01 inches 18:9  80 percent
LG G6 5.7 inches 18:9  78.6 percent
HTC U11 Plus 6 inches 18:9  78 percent

เป็นยังไงครับมือถือที่ใช้อยู่ติดอันดับรึเปล่า และใช้งานกันได้ดีไม่มีปัญหาใช่มั้ยเอ่ย

from:https://droidsans.com/top-20-body-ratio-smartphone/

Advertisements

Apple ถูกปรับเงินราว 218 ล้านบาท ในออสเตรเลีย จากกรณีเกิดบั๊ก Error 53 ใน iPhone

Apple ถูกศาลรัฐบาลกลางในออสเตรเลียสั่งปรับเงินเป็นจำนวน 9 ล้านดอลล่าร์ออสเตรเลีย หรือราว 218 ล้านบาท จากกรณีเจ้าของ iPhone และ iPad หลายรายได้รับผลกระทบจาก Bug หรือ ข้อผิดพลาด Error 53 ในปี 2016

คำสั่งดังกล่าวมาจากหน่วยงาน ACCC (Australian Competition and Consumer Commission) เป็นตัวแทนผู้บริโภคในออสเตรเลียฟ้องร้อง Apple หลังจากได้รับรายงานว่าอุปกรณ์ iOS ของพวกเขาพบข้อผิดพลาด Error 53

Error 53 เกิดขึ้นจากเจ้าของ iPhone และ iPad นำอุปกรณ์ไปเปลี่ยนปุ่มโฮมกับร้านค้าของบุคลลที่สาม ทำให้อุปกรณ์ iOS กลายเป็นที่ทับกระดาษ ไม่สามารถอัพเดทหรือกู้คืนได้ ก่อนที่ Apple จะออกซอฟต์แวร์ iOS 9.2.1 มาแก้ไข Error 53 ให้ภายหลัง

อย่างไรก็ตาม เจ้าของ iPhone และ iPad จำนวนมากไม่พอใจที่ Apple ไม่มีการประกาศเตือนเกี่ยวกับข้อผิดพลาด Error 53 และไม่มีการแจ้งเกี่ยวกับการส่งอุปกรณ์ iOS ไปซ่อมแซมกับร้านค้าของบุคลลที่สาม จะส่งผลให้อุปกรณ์หยุดการทำงาน

ตัวแทน ACCC ยังกล่าวว่า ผู้บริโภคหรือเจ้าของอุปกรณ์ iOS ควรมีสิทธิ์ที่จะส่งอุปกรณ์ของพวกเขาไปซ่อมแซมกับร้านค้าของบุคคลที่สามได้ ตราบเท่าที่การซ่อมแซมไม่ส่งผลกระทบกับระบบของอุปกรณ์ ซึ่งศาลฯ ในออสเตรเลีย ก็นำเสนอให้ Apple นำแนวทางนี้ไปใช้เป็นนโยบายกับบริษัทฯ ในอนาคต

ที่มา – 9to5mac

from:http://www.flashfly.net/wp/221440

iPhone SE 2 อาจจะยังไม่พร้อมในปี 2018 หลังผู้ผลิตเคสและอุปกรณ์เสริมได้รับข้อมูล

ก่อนหน้านี้ไม่นานเราเคยรวบรวมข้อมูลของ iPhone SE 2 เอาไว้รอบนึงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือต่างๆ ของสเปคและฟีเจอร์, ภาพเรนเดอร์หลายๆ ภาพ รวมถึงวิดีโอที่อ้างว่าเป็นตัวเป็นๆ ของ iPhone SE 2 แต่ล่าสุดก็ได้มีข้อมูลที่น่าจะเป็นไปได้ออกมาจาก Olixar บริษัทพัฒนาเคสและอุปกรณ์เสริมมือถือชื่อดัง ว่าในปี 2018 นี้ เราน่าจะไม่ได้เห็น iPhone SE 2 เปิดตัว

ข้อมูลล่าสุดจาก Olixar แจ้งว่า ได้รับข่าววงในจากวงการสมาร์ทโฟนที่เชื่อถือได้ว่า Apple จะไม่เปิดตัว iPhone SE 2 ในปีนี้แน่นอน นั่นทำให้ Olixar หยุดสายพานการผลิตอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของ iPhone SE 2 ทันทีที่ได้ทราบข่าว

ถ้าลองคิดดูกันแล้ว มันก็เป็นไปได้จริงๆ ที่เราจะไม่ได้เห็นการเปิดตัวของ iPhone SE 2 ในเร็วๆ นี้ หรือในปี 2018 นี้ เพราะนอกจากพวกข่าวหลุดข่าวลือ รวมทั้งภาพคอนเซ็ปท์และภาพเรนเดอร์ของตัวเครื่อง หรือเคสจากแหล่งข่าวต่างๆ มากมาย…สุดท้ายแล้วเราไม่เคยได้ข้อมูลอะไรจาก Apple เลยซักข่าวเดียว 

แต่ถึงแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้สูงที่เราจะไม่ได้เห็น iPhone SE 2 เปิดตัวในปีนี้ ก็ยังมีข่าวลือหนาหู (ลืออีกแล้ว..) ออกมาว่า ปี 2018 นี้ Apple เตรียมจะเปิดตัว iPhone รุ่นเล็กราคาถูกที่มีหน้าจอแบบ LCD ขนาดใหญ่แทน หรือ Apple อาจจะไปเน้นที่ iPhone รุ่นใหม่ที่มีหน้าจอใหญ่และมีราคาถูกลงกันแน่ เพราะตอนนี้เทรนด์มือถือหน้าจอใหญ่ก็กำลังมาแรงซะด้วย

 

ที่มา : Gizchina, Phonearena

from:https://droidsans.com/apple-iphone-se-2-not-coming-this-year/

โปรโหด iPhone SE 32GB ราคา 7,990 บาท โทร+เน็ต+WiFi ฟรี 1 ปี ไม่ติดสัญญา

Truemove H ออกโปรโมชั่น Prepay Smart Value สำหรับ iPhone SE โดยเฉพาะ โดยลดค่าเครื่อง 8,000 บาท เหลือ 1,900 บาท แต่ต้องซื้อซิมแบบเติมเงินที่สมัครแพ็กเกจ Buffet Net Plus ราคา 6,090 บาท รวมแล้วจ่ายในราคา 7,990 บาท หรือมองในภาพรวมก็คือลดไปเกือบ 2,000 บาท จากราคาเต็มๆ แต่ได้เป็นซิมที่สามารถเล่นเน็ต 1Mbps ไม่จำกัด โทรฟรีในเครือข่ายไม่จำกัด และ WiFi ไม่อั้น 1 ปีเต็ม ซึ่งไม่ติดสัญญาหรือมีข้อผูกมัดการใช้งาน แถมยังมีโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 4 เดือนอีกด้วย ซื้อได้ที่ True Shop ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ก.ค. 2561

iPhone SE มาพร้อมจอภาพ Retina ขนาด 4 นิ้ว, ชิพ A9 พร้อมสถาปัตยกรรม 64 บิต ระดับเดสก์ท็อป, เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ Touch ID, กล้องความละเอียด 12 เมกะพิกเซล, กล้อง FaceTime HD พร้อม Retina Flash, Live Photos, 4G LTE และ Wi-Fi , iOS 11 (และรองรับ iOS 12)

สเปค iPhone SE

• จอภาพ Retina ขนาด 4 นิ้ว (แนวทแยง) ความละเอียด 1136 x 640
• กล้องความละเอียด 12MP พร้อม Focus Pixels และแฟลช True Tone
• ชิพ A9 ที่มีโปรเซสเซอร์ร่วม M9 สำหรับประมวลผลการเคลื่อนไหวผสานรวมอยู่ในตัว
• บันทึกวิดีโอ 4K ที่ 30 fps และวิดีโอสโลว์โมชั่นที่ 240 fps
• กล้อง FaceTime HD พร้อม Retina Flash
• เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ Touch ID
• 4G LTE สูงสุด 150 Mbps และ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac
• iOS 10 และ iCloud
• มีให้เลือกทั้งสีโรสโกลด์ สีเงิน สีทอง และสีเทาสเปซเกรย์

 

from:http://www.9tana.com/node/iphone-se-32gb-7990/

iOS 12 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ เพื่อช่วยชีวิตเจ้าของ iPhone ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา

Apple ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่จะรวมไว้ใน iOS 12 แต่ยังไม่พร้อมให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้อัพเดท จนกว่าจะถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ (กันยายน – พฤศจิกายน 2018) โดยฟีเจอร์ดังกล่าวจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน สามารถเข้าถึงตำแหน่งของ iPhone โดยอัตโนมัติเมื่อ iPhone เครื่องนั้นมีการโทรออกไปยัง 911

Apple ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า HELO (Hybridized Emergency Location) ช่วยระบุตำแหน่งของ iPhone ได้อย่างแม่นยำ เมื่อมีการโทรไปยังบริการฉุกเฉิน แต่ข้อมูลตำแหน่งของ iPhone ไม่สามารถส่งไปยังศูนย์บริการ 911 ได้โดยตรง จึงต้องมีบริษัทจากบุคคลที่สามเข้ามาช่วย นั่นก็คือ RapidSOS

RapidSOS จะทำงานร่วมกับ PSAP (Public Safety Answering Point) เพื่อส่งพิกัด iPhone ที่โทรมายัง 911 ไปยังทีมช่วยเหลือฉุกเฉินได้อย่างแม่นยำ และปลอดภัย โดย Apple ให้สัญญาว่า RapidSOS จะเข้าถึงตำแหน่งของ iPhone ได้ เมื่อผู้ใช้งานโทรไปยัง 911 เท่านั้น

ทั้งนี้ iOS 12 รองรับกับ iPhone 5s, iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE, iPhone 7, iPhone 7 Plus, iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์และบริการดังกล่าว สนับสนุนการใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ที่มา – 9to5mac

from:http://www.flashfly.net/wp/221367

เผยช่องโหว่บน Apple macOS ทำข้อมูลใน Encrypted Hard Drive รั่วทาง Cache

เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้าน Security ได้ออกมาเปิดเผยถึงช่องโหว่บน Apple macOS ที่เป็นที่รู้กันในวงแคบๆ มาเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ปี ว่าสามารถมีการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสบน macOS ได้ผ่านทาง Cache

 

Credit: ShutterStock.com

 

ถึงแม้ Apple macOS จะมีความสามารถในการเข้ารหัส Hard Disk หรือ Partition ที่ต้องการเอาไว้เพื่อปกป้องข้อมูลความลับต่างๆ เอาไว้ได้ แต่ระบบ Finder และ QuickLook บน macOS นั้นกลับสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นและนำเนื้อหาบางส่วนมาสร้าง Preview และบันทึกเอาไว้บน Hard Drive ที่ไม่ได้มีการเข้ารหัสใดๆ เอาไว้ได้ ทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลความลับดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นๆ จาก Cache ที่ถูกสร้างมาสำหรับทำ Preview นี้แทนได้

ช่องโหว่นี้เป็นที่รู้จักในวงการผู้เชี่ยวชาญด้าน Forensics มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 8 ปี โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลอยู่ที่ http://osxdaily.com/2010/07/25/filevault-and-quicklook-leak-some-information-from-encrypted-volumes/, http://iacis.org/iis/2014/10_iis_2014_421-430.pdf และ https://az4n6.blogspot.com/2016/10/quicklook-thumbnailsdata-parser.html ซึ่งล่าสุดก็มีเหล่าผู้เชี่ยวชาญออกมาเขียนถึงช่องโหว่ดังกล่าวนี้ใน Blog ที่ https://wojciechregula.blog/your-encrypted-photos-in-macos-cache/ และ https://objective-see.com/blog/blog_0x30.html เพื่อแจ้งเตือนเหล่าผู้ใช้งานให้ทราบถึงประเด็นดังกล่าว

 

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/apple/macos-breaks-your-opsec-by-caching-data-from-encrypted-hard-drives/

from:https://www.techtalkthai.com/apple-macos-flaws-leaking-data-in-encrypted-container-via-its-cache/

iOS 12 ช่วยให้เจ้าของ iPhone แชร์พิกัดกับเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินได้แม่นยำและรวดเร็ว เมื่อโทรไปยัง 911

Apple แนะนำฟีเจอร์ใหม่ที่จะถูกรวมไว้ในระบบปฏิบัติการ iOS 12 ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของ iPhone สามารถแชร์ตำแหน่งปัจจุบัน ไปยังเจ้าหน้าที่ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้น เมื่อโทรไปยัง 911 ช่วยลดขั้นตอนในการรับสาย นั่นหมายถึงการช่วยเหลือฉุกเฉินจะไปถึงอย่างรวดเร็วและตรงจุด

Apple ใช้เทคโนโลยี HELO (Hybridized Emergency Location) ในการระบุตำแหน่ง iPhone โดยใช้เสาสัญญาณโทรศัพท์ กับ GPS หรือ WiFi Access Points ทำงานร่วมกับระบบของ RapidSOS ซึ่งจะส่งข้อมูลตำแหน่งไปยังศูนย์บริการของ 911 และเพื่อความเป็นส่วนตัว พิกัดของ iPhone จะถูกแชร์เมื่อผู้ใช้งานโทรไปยัง 911 เท่านั้น

ทั้งนี้ ฟีเจอร์แชร์ตำแหน่งผ่านการโทรไป 911 จะใช้งานได้ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ iOS 12 ที่จะปล่อยออกมาให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้อัพเดทในปลายปีนี้

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/221351