คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLE

แอปเปิลประกาศชื่อ Apple Campus แห่งใหม่: Apple Park, ตั้งชื่อหอประชุม Steve Jobs

หลังใช้เวลาก่อสร้างกันมาหลายปีจนใกล้เสร็จสมบูรณ์ Apple Campus 2 หรือสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของแอปเปิลทรงจานบินก็ได้ชื่อใหม่อย่างเป็นทางการแล้วว่า Apple Park

ขณะที่กระบวนการย้ายพนักงานกว่า 12,000 คนไปยัง Apple Park จะเริ่มในช่วงเดือนเมษายนนี้ และจะใช้เวลาราว 6 เดือน โดยกระบวนการก่อสร้างอาคารอื่นๆ จะยังคงดำเนินต่อไปตลอดช่วงซัมเมอร์นี้

alt="apple-park-photo-1-building-trees"

นอกจากนี้ภายในแคมปัสใหม่ยังมีหอประชุมขนาด 1,000 ที่นั่งที่แอปเปิลตั้งชื่อให้ว่า Steve Jobs Theater เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้งแอปเปิล ที่จะมีอายุครบ 62 ปีในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ด้วย

alt="apple-park-photo-2-theater"
Steve Jobs Theater

Apple Park ถูกออกแบบมาให้เป็นอาคารสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งนอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับพนักงานแอปเปิล มีเพียง Apple Store และร้านคาเฟ่เท่านั้นที่เปิดให้บริการกับบุคคลภายนอก

ที่มา – Apple Newsroom

http://www.apple.com/newsroom/embed/videos/?embedvideoid=1487723199912

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/90334

Advertisements

บริการย้อม AirPods จากสีขาวให้มีสีสันกว่า 58 สีสำหรับผู้ที่ไม่อยากมีสีซ้ำใครจาก ColorWare

ColorWare บริษัทที่รับย้อมสีสินค้าไอทีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความไม่ซ้ำใคร ล่าสุดได้ปล่อยของอีกครั้ง เพราะแฟนๆ Apple เรียกร้องให้มีการทำสี AirPods ให้เป็นสีอื่นจากสีขาวล้วน มาเป็นสีอื่นบ้าง

 

 

ซึ่งก็มีบริษัทที่ทำสี JetBlack ออกมาสนองความต้องการของแฟนๆ แต่ก็เหมือนจะยังไม่สนองต่อความต้องการของคนที่ชอบสีสันจี๊ดๆ มากกว่าขาวดำแบบคลาสสิค ทาง ColorWare เลยจัดการปล่อยของให้แฟนๆ ได้สนองนีดของตัวเองถึง 58 เฉดสี โดยสามารถระบุได้ด้วยว่าต้องการแบบผิวมันเงาเมทัลลิค หรือผิวด้าน

ชุบ iPhone พี่ก็ทำมาแล้ว แค่ AirPods อันเล็กๆ ทำไมจะทำไม่ได้ และยังเลือกได้อีกด้วยว่าอยากให้ทั้งสองข้างสีเดียวกันหรือคนละสี และยังมีบริการย้อมสีเคสสำหรับเก็บ AirPods ส่วนราคาก็ไม่ได้เล็กๆ นะจ๊ะ ราคาย้อมสีราคานี้คือมีตัว AirPods ให้ อยู่ที่ราคา $289 หรือประมาณ 10,200 บาทไทย ส่วนอยากจะย้อมเคสด้วยก็เพิ่มอีก $30 ประมาณ 1,100 บาท รวมเบ็ดเสร็จ $319 หรือประมาณ 11,300 บาท ค่าสนองตัณหา

สนใจเข้าไปส่องได้ที่  : ColorWare

ที่มา : 9to5mac.com

from:https://www.appdisqus.com/2017/02/23/airpods-colorware-58-color.html

Apple ประกาศชื่อทางการของยานแม่ว่า Apple Park พร้อมตั้งชื่อโรงละครว่า Steve Jobs Theater เปิดทำการเมษายนนี้

Apple-park-flashfly

วันนี้ Apple®ประกาศว่า Apple Park ซึ่งเป็นแคมปัสแห่งใหม่ของบริษัทบนเนื้อที่ 175 เอเคอร์ จะพร้อมเปิดให้พนักงานเข้าไปทำงานได้ในเดือนเมษายนนี้ การเคลื่อนย้ายคนมากกว่า 12,000 คนเข้าไปทำงานจะใช้เวลานานกว่า 6 เดือน และการก่อสร้างอาคารและสวนจะดำเนินต่อไปจนถึงฤดูร้อน

Apple Park สร้างขึ้นตามจินตนาการของ Steve Jobs เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของความคิดสร้างสรรค์และความร่วมมือ โดยเปลี่ยนพื้นที่หลายไมล์ที่ลาดด้วยยางมะตอยให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวใจกลางหุบเขา Santa Clara Valley โดยแคมปัสรูปวงแหวนซึ่งอาคารหลักมีพื้นที่ 2.8 ล้านตารางฟุตประกอบไปด้วยแผงกระจกโค้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

apple-park-photo-1-building-trees

Steve จะมีอายุครบ 62 ปีในวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้หากเค้ายังมีชีวิตอยู่ เพื่อเป็นการรำลึกถึง Steve และอิทธิพลที่ยั่งยืนของเค้าที่มีต่อ Apple และโลกใบนี้ โรงละครที่ Apple Park จะได้รับการตั้งชื่อว่า Steve Jobs Theter โดยหอประชุมขนาด 1,000 ที่นั่ง มีโครงสร้างเป็นกระบอกแก้วสูง 20 ฟุต กว้าง 165 ฟิตรองรับหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์โลหะแห่งนี้จะเปิดให้บริการภายในปีนี้ Steve Jobs Theater ตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดภายใน Apple Park สามารถมองเห็นทุ่งหญ้าและอาคารหลัก

“วิสัยทัศน์ของ Steve สำหรับ Apple คงอยู่กับเรามาถึงทุกวันนี้ Steve ตั้งใจที่จะสร้าง Apple Park ให้เป็นบ้านของนวัตกรรมสำหรับเจเนอเรชั่นใหม่” Tim Cook CEO ของ Apple กล่าวและเสริมว่า “สถานที่ทำงานและสวนได้รับการออกแบบเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมและเอื้อประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เราประสบความสำเร็จในการทำให้อาคารนี้เป็นหนึ่งในอาคารที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในโลกและแคมปัสจะใช้แต่พลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้”

apple-park-photo-2-theater

“Steve ได้รับความมีชีวิตชีวาและแรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ของ California ซึ่งประกอบไปด้วยแสงไฟและการขยายตัวอย่างกว้างขวาง เป็นที่ที่เค้าชอบใช้ความคิด Apple Park บันทึกจิตวิญญาณของเค้าได้เป็นอย่างดีจนน่าประหลาดใจ” Laurene Powell Jobs กล่าวและเสริมว่า “เค้าคงจะอำนวยพรให้แคมปัสที่ออกแบบอย่างเจิดจรัสนี้รุ่งเรื่อง อย่างที่เชื่อแน่ว่าคนใน Apple จะเป็น”

apple-park-photo-4-building-closeup

“Steve ลงแรงมากในการพัฒนาและสนับสนุนสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นและสร้างสรรค์ เราจึงใช้การออกแบบ วิศวกรรมและสร้างแคมปัสใหม่ของเราด้วยความกระตือรือร้นและแนวคิดหลักในการออกแบบเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ของเรา” Jony Ive, Chief Design Officer ของ Apple กล่าวและเสริมว่า “การออกแบบที่เชื่อมต่ออาคารอันทันสมัยเข้ากับสวนก่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมแบบเปิดอันน่ามหัศจรรย์ช่วยให้คนทำงานสร้างสรรค์งาน ร่วมมือกัน และทำงานร่วมกัน เราโชคดีมากที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสถาปนิกชั้นนำ Foster + Partners มาหลายปี”

Apple Park ยังประกอบด้วยศูนย์รองรับผู้มาเยือน Apple Store® และคาเฟ่ที่เปิดรับลูกค้าจากภายนอก, สถานออกกำลังกายขนาด 100,000 ตารางฟุตสำหรับพนักงาน, สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการวิจัยและพัฒนาที่มีความปลอดภัย และ Steve Jobs Theater สวนมีลู่สำหรับการเดินและวิ่งความยาว 2 ไมล์สำหรับพนักงาน พร้อมสวนผลไม้ ทุ่งหญ้า และทะเลสาบภายในพื้นที่ว่างตรงกลางของวงแหวน

งานออกแบบที่ทำร่วมกับ Foster + Partners นั้น Apple Park ได้เปลี่ยนพื้นที่ที่เคยเป็นลานลาดด้วยยางมะตอย คอนกรีต ทุ่งหญ้าและต้นไม้ที่แห้งตายกว่า 9,000 ต้นบนเนื้อที่ 5 ล้านตารางฟิตให้กลายเป็นสถานที่ที่ใช้แต่พลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยหลังคาแผงโซล่า 17 เมกะวัต ทำให้ Apple Park เป็นสถานที่ติดตั้งแผงพลังงานโซล่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นอาคารที่ใช้การระบายอากาศธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องทำความร้อนหรือเครื่องปรับอากาศเป็นเวลาถึง 9 เดือนในหนึ่งปี

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=174947

Apple เพิ่มเมนูแจ้งแอพพลิเคชั่นที่อาจใช้งานไม่ได้บน iOS ตัวปัจจุบันใน iOS 10.3 Beta 3

วันนี้ Apple ปล่อยอัพเดต iOS 10.3 Beta 3 ให้กับ Public Developer แล้ว โดยนอกจากการปรับปรุงเรื่องความเสถียรแล้วยังเพิ่มหนึ่งฟีเจอร์ที่จะแจ้งแอพพลิเคชั่นที่อาจมีผลกับการใช้งานบน iOS ตัวปัจจุบันให้กับผู้ใช้งานได้รับทราบด้วย โดยหากคลิกไปที่ชื่อแอพพลิเคชั่นนั้นๆ ระบบจะเปิดหน้า App Store ขึ้นมาเพื่อพาไปยังหน้าข้อมูลของแอพพลิเคชั่นนั้นว่าๆ ได้มีการอัพเดตครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่เพื่อให้ผู้ใช้งานได้พิจารณาว่าจะยังคงฝืนติดตั้งต่อไปหรือไม่

โดยการเพิ่มฟีเจอร์นี้ขึ้นมาถือเป็นเรื่องดีต่อทั้งทางฝั่งผู้ใช้งานและนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพราะเป็นที่รู้กันว่าตั้งแต่ iOS10 เปิดตัวมา หลายๆ คนเจอปัญหาความไม่เสถียรในการใช้งาน โดยส่วนหนึ่งนั้นเป็นผลมาจากการที่แอพพลิเคชั่นที่เคยใช้งานไม่ได้มีการอัพเดตให้รองรับ iOS10 การเพิ่งการแจ้งเตือนนี้ทำให้ช่วยผู้ใช้งานตัดสินใจได้มากยิ่งขึ้นว่ายังจะใช้แอพพลิเคชั่นตัวปัญหาต่อไปหรือไม่ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้นักพัฒนาไม่ทอดทิ้งการพัฒนาปรับปรุงแอพพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่องด้วยหากต้องการรักษาฐานผู้ใช้งานเอาไว้

ใครที่อัพเดต iOS10.3 Beta 3 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายการแอพพลิเคชั่นที่อาจไม่รองรับหรือใช้งานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพบน iOS ล่าสุดของคุณได้ผ่านทาง Settings > General > Applications

from:https://www.appdisqus.com/2017/02/22/apple-released-ios103-beta3.html

ภาพหลุดบัตรเชิญงานเปิดตัว iPhone 8 สื่อถึงเทคโนโลยี Wireless Charging และอาจใช้คลื่น Ultrasonic จาก uBeam

iphone8-invite

โดยปกติแล้ว iPhone รุ่นใหม่จะได้รับการเปิดตัวในเดือนกันยายน ซึ่งยังเหลือเวลาอีก 7 เดือน แต่ล่าสุดมีคนเชื่อว่า Apple ได้เตรียมออกแบบบัตรเชิญเอาไว้แล้ว และมีการแชร์ภาพหลุดออกมาแล้วด้วย ในบัตรเชิญของ Apple มักจะสื่อถึงคุณสมบัติใหม่อยู๋เสมอ และในปีนี้ดูเหมือนจะชัดเจนเกินไป แหล่งข่าวเชื่อว่าบัตรเชิญนี้ได้สื่อถึงเทคโนโลยี Wireless Charging หรือ iPhone 8 จะมากับระบบชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพูดถึงเทคโนโลยี Wireless Charging กับ iPhone 8 แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า Apple จะสร้างความแตกต่างจากระบบเดิมที่มีใช้งานอยู่แล้วอย่างไร เคยมีข่าวลือว่า iPhone 8 อาจใช้เทคโนโลยีจากบริษัท Energous ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนได้ โดยไม่ต้องวางไว้บน Wireless Charging Pad แต่ต้องอยู่ในรัศมี 15 ฟุต หรือ 4.5 เมตร จากอุปกรณ์ปล่อยพลังงาน และอีกกระแสหนึ่งเชื่อว่า Wireless Charging ของ iPhone 8 อาจไม่มีอะไรแตกต่างจากของเดิมในท้องตลาด แต่ล่าสุดแหล่งข่าวเชื่อว่า อาจจะใช้เทคโนโลยีของ uBeam

iphone-8-wireless-charging

เราเคยนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยี Wireless Charging ของ uBeam ไว้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2016 เนื่องจากมีรายงานว่า Apple ได้ซื้อตัววิศวกรจาก uBeam เพื่อให้มาช่วยพัฒนาอุปกรณ์ชาร์จไร้สายสำหรับ iPhone และ iPad ในอนาคต และล่าสุด Meredith Perry ซีอีโอของ uBeam ก็ได้สาธิตการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายให้กับสื่อมวลชนได้เห็น เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (ตามคลิปวีดีโอด้านล่าง)

บริษัท uBeam ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 ด้วยผู้หญิงเก่ง 2 คน และได้พัฒนาเทคโนโลยี Wireless Charging ที่เหมือนหลุดมาจากโลกอนาคต โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์ผ่านคลื่นอัลตร้าโซนิค โดยตัวส่งคลื่น จะทำหน้าที่คล้ายลำโพง แต่แทนที่เราจะได้ยินเสียง มันกลับส่งคลื่นความถี่สูงออกมาแทน ซึ่งคลื่นนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยง คลื่นอัลตร้าโซนิค จะถูกยิงไปยังอุปกรณ์ที่ต้องการชาร์จแบตเตอรี่โดยตรง โดยอุปกรณ์ดังกล่าวต้องได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีเก็บเกี่ยวพลังงานซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ uBeam

เทคโนโลยีการชาร์จด้วยคลื่นอัลตร้าโซนิคของ uBeam สามารถนำไปใช้ได้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกชนิด ตั้งแต่ กล้องถ่ายรูป, โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, แล็ปท็อป หรือแม้แต่นาฬิกาข้อมือ, พัดลมขนาดเล็ก, โคมไฟก็รองรับ

ที่มา – iPhone13

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=174817

พบฟีเจอร์ Find my AirPods ใน iOS 10.3 beta 3 ช่วยตามหาหูฟังไร้สาย

airpods

Apple เริ่มปล่อยระบบปฏิบัติการ iOS 10.3 beta 3 ให้ผู้ใช้งานได้อัพเดทแล้ว ซึ่งยังเป็นเวอร์ชั่นทดสอบสำหรับนักพัฒนา อีกทั้งยังมีการปล่อย watchOS 3.2 และ tvOS 10.2 ออกมาพร้อมกันด้วย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ iOS เวอร์ชั่นใหม่มีการเพิ่มฟีเจอร์ Find my AirPods เข้ามาแล้ว

Find-my-AirPods

ฟีเจอร์ Find my AirPods ไม่ได้เพียงแค่แสดงตำแหน่ง AirPods ที่ทำหายไปบนแผนที่ แต่ยังสามารถส่งสัญญาณเสียงให้คุณได้ยินอีกด้วย ซึ่งมันทำงานได้ดีมาก ถ้าหากคุณหา AirPods ไม่เจอ ทั้งที่จำได้ว่ามันอยู่ในห้องของคุณ หรืออาจจะหล่นไปใต้เตียง (ชมวีดีโอสาธิตการใช้งานด้านล่าง)

สำหรับ watchOS 3.2 ได้นำฟีเจอร์ Theater Mode เข้ามาใช้แล้ว ส่วน tvOS 10.2 แหล่งข่าวยังไม่ทราบคุณสมบัติใหม่

ที่มา – AppleInsider

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=174814

Apple กำลังล็อบบี้นักกฎหมายให้ยกเลิกกฎผู้ใช้มีสิทธิซ่อมสินค้าของตัวเองในรัฐเนแบรสกา

ปัจจุบัน รัฐเนแบรสกา (Nebraska) ในสหรัฐฯ มีกฎหมายหนึ่งที่ผู้ใช้มีสิทธิซ่อมของตัวเองได้หรือ right to repair ซึ่งตอนนี้ Apple กำลังล็อบบี้นักกฎหมายของทางรัฐให้ยกเลิกกฎหมายนี้เสีย ด้วยเหตุผลที่ว่าการซ่อมแบบที่ไม่ได้รับอนุญาตจะทำให้รัฐเป็นแหล่งชุมนุมของแฮกเกอร์

กฎหมาย right to repair ปัจจุบันมีการบังคับใช้ในแปดรัฐ คือ Nebraska, New York, Tennessee, Wyoming, Minnesota, Kansas, Illinois และ Massachusetts ซึ่งบังคับให้ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องทำให้อุปกรณ์สามารถซ่อมได้โดยผู้ใช้ทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญที่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้รับซ่อมที่ได้รับอนุญาตจากบริษัทด้วย และทางบริษัทต้องทำคู่มือเพื่อสำหรับการซ่อมด้วย

กฎหมาย right to repair นั้นยังกำหนดให้ผู้ผลิตต้องให้เครื่องมือทางซอฟต์แวร์เพื่อข้ามผ่านการล็อกที่ทำให้ไม่สามารถซ่อมเครื่องได้ เช่นปัญหา Error 53 ที่ทำให้ iPhone ไม่สามารถใช้งานได้เพราะไปซ่อม iPhone จากร้านที่ไม่ได้รับการรับรอง จะต้องไม่เกิดขึ้นภายใต้กฎหมายดังกล่าว

Lydia Brasch ผู้ซึ่งสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้กล่าวว่า Apple ได้ส่งตัวแทนเข้ามาคุยและยืนกรานว่าหากให้ผ่านกฎหมายนี้ จะทำให้รัฐ Nebraska เป็นแหล่งซ่องสุมของผู้กระทำเจตนาไม่ดี ซึ่ง Brasch ให้ความเห็นว่า พวกเขา (Apple) กล่าวถึงแต่ส่วนของโทรศัพท์ แต่ความต้องการซ่อมสินค้าเทคโนโลยีนั้นรวมถึงสินค้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไปอย่างอื่นด้วย สิ่งที่พวกเขาบอกคือพยายามให้เรากลัวเทคโนโลยี แต่คุณไม่ต้องกลัวเทคโนโลยี คุณควรจะกลัวคนที่พยายามปกปิดไม่ให้คุณรู้ในสิ่งที่พวกเขารู้ต่างหาก

Kyle Wiens ซีอีโอของ iFixit ให้ความเห็นว่าชิ้นส่วนที่เป็นอิสระต่อกันไม่ควรติดปัญหาอย่าง Error 53 ซึ่งออกแบบให้ไม่สามารถซ่อมแซมได้ ซึ่งถ้ามองไปยังกฎหมาย right to repair ด้านรถยนต์ของรัฐ Massachusetts นั้น ก็ไม่ได้เปิดช่องให้ขโมยหรือแฮกเกอร์ย้ายไปยังรัฐนั้นแต่อย่างใด

ที่มา – Motherboard

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/90271