คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLE

Apple โอเพ่นซอร์สระบบฐานข้อมูล FoundationDB แล้ว

Apple ได้ประกาศโอเพ่นซอร์สระบบฐานข้อมูล FoundationDB อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ซื้อบริษัทมาตั้งแต่ปี 2015

FoundationDB นั้นเป็นฐานข้อมูลแบบกระจายตัวที่ถูกออกแบบมาให้จัดการกับข้อมูลเชิงโครงสร้างปริมาณมากทั่วคลัสเตอร์ของเซิร์ฟเวอร์ ตัวระบบจัดการข้อมูลเป็น ordered key-value store และใช้ระบบ ACID transactions สำหรับการดำเนินงานทุกอย่างเพื่อการันตี integrity ของข้อมูลเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ซึ่งปัจจุบัน Apple ใช้ FoundationDB เป็นระบบเบื้องหลังของ iCloud ในการจัดการข้อมูลของผู้ใช้

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดซอร์สโค้ดของ FoundationDB ซึ่งอยู่บน GitHub ของ Apple ได้ ส่วนวิธีติดตั้งดูได้จากเว็บไซต์ FoundationDB

ที่มา – VentureBeat, 9to5Mac, FoundationDB

No Description

from:https://www.blognone.com/node/101639

Advertisements

Tim Cook บอกเอง การรวม macOS เข้ากับ iOS ไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก

Tim Cook ซีอีโอแอปเปิล ให้สัมภาษณ์กับ The Sydney Morning Herald ถึงประเด็นที่มีข่าวลือว่า macOS จะรวมเข้ากับ iOS บน iPad โดยเขามองว่าการทำแบบนี้ เป็นการลดทอนคุณค่าของสิ่งหนึ่งเพื่ออีกสิ่งหนึ่ง เพราะทั้ง Mac และ iPad ต่างเป็นอุปกรณ์ที่น่าทึ่งทั้งคู่ เนื่องจากแอปเปิลผลักดันทั้งสองผลิตภัณฑ์ไปในทิศทางที่ควรจะเป็น การรวมสองสิ่งนี้ทำให้เราต้องเสียข้อดีบางอย่างไป

เขายังเสริมว่า ในมุมของแอปเปิลการทำแบบนี้มีข้อดีคือทำให้บริษัทบริหารจัดการง่ายขึ้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แอปเปิลจะเลือกทำ เราควรให้ประสิทธิภาพสูงสุดกับเครื่องมือ เพื่อให้คนใช้งานมันได้เต็มที่มากกว่า

สุดท้ายเมื่อถามว่าปัจจุบันเขาใช้ Mac หรือ iPad เป็นหลัก คำตอบคือใช้ Mac เวลาทำงาน ส่วน iPad ใช้เวลาอยู่บ้านและเดินทาง

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าแอปเปิลเตรียมรวม App Store ของ iOS และ macOS เข้ามาด้วยกัน เพื่อให้แอพของ iOS ใช้งานบน macOS ซึ่งตามข่าวคาดว่าจะมีการเปิดตัวคุณสมบัติดังกล่าวในงาน WWDC ปีนี้

ที่มา: The Sydney Morning Herald

alt="Tim Cook"

from:https://www.blognone.com/node/101638

รีวิว & แกะกล่อง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus (PRODUCT)RED

Apple เปิดตัวและวางจำหน่าย iPhone 8 และ iPhone 8 Plus (PRODUCT)RED Special Edition ซึ่งเป็น iPhone เจเนอเรชั่นใหม่ในสีแดงสุดโดดเด่น โดยวันนี้โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมตัวเครื่องแบบกระจกสีแดงที่งดงาม พร้อมด้วยแถบอะลูมิเนียมที่เข้ากัน และด้านหน้าสีดำที่เรียบหรูดูดี

สำหรับใครที่กำลัง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus (PRODUCT)RED ตัวเครื่องสีแดงสด ด้านหน้าสีดำ ที่ดูดีกว่า iPhone (PRODUCT)RED รุ่นก่อน ๆ ล่าสุด DetroitBORG ปล่อยรีวิว & แกะกล่อง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus (PRODUCT)RED ตัวเครื่องจริง ออกมาให้ชมกันแล้ว ใครที่กำลังจะซื้อลองแวะมาชมรีวิวกันก่อนว่าจะสวยงามแค่ไหนกัน

ที่มา – DetroitBORG

from:http://www.108blog.net/iphone-8-and-8-plus-productred-unboxing-review/

Faviconographer แอปฯ เพิ่มแท็บ Favicons สำหรับ Safari บน Mac

สำหรับใครที่ใช้ macOS และอยากให้ Safari แสดง Favicons ของแต่ละเว็บบนแท็บรวมถึงแสดง Favicons ในส่วนของ Bookmarks ขอแนะนำแอปฯ Faviconographer ที่จะช่วยเพิ่ม Favicons ได้อย่างง่ายดาย

โดยปกติแล้วแท็บ Safari แสดง Favicons ของเว็บที่กำลังเปิด สำหรับบางคนที่จำเว็บไซต์จากสัญลักษณ์ Favicons สามารถติดตั้งแอปฯ Faviconographer เพื่อให้แท็บของ Safari แสดง Favicons ได้ และสามารถเลือกใช้โชว์ Favicons ที่ Favorites Bar ได้อีกด้วย 

สำหรับใครที่สนใจดาวน์โหลด Faviconographer ไปลองใช้งานกันได้เลย หากติดตั้งแล้วใช้งานได้ไม่ได้ อย่าลืมไปติ๊กเลือกอนุญาตให้ Faviconographer ใช้งานได้ที่ Security & Privacy >Privacy > Accessibility

from:http://www.108blog.net/faviconographer-tab-favicons-in-safari-for-mac/

แอปเปิ้ลแจ้งจดรหัสสินค้ากับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซียหลายรายการ คาดปีนี้ iPhone ออกใหม่ 3 รุ่น

มีข่าวออกมาว่าแอปเปิ้ลได้ทำการจดรหัสสินค้ากับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซียหลายรายการ ทั้งหมดเป็นรหัสสินค้าของ iPhone รุ่นใหม่ที่เก็งกันว่าปีนี้จะออกมาถึง 3 รุ่นด้วยกัน

มีข้อมูลจากเว็บ consomac.fr ตอนนี้แอปเปิ้ลได้ยื่นจดรหัสสินค้ากับ Eurasian Economic Commission (EEC) – สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย แล้วดังนี้ A1920, A1921, A1984, A2097, A2098, A2099, A2101, A2103, A2104, A2105 และ A2106 โดยทั้งหมดที่แจ้งจดไปแอปเปิ้ลระบุว่าเป็น iPhone ที่ใช้ iOS 11 

 

 

พอข่าวนี้ออกมาช่วงก่อนงาน WWDC 2018 ต้นเดือน มิ.ย. ส่วนนึงก็เลยเก็งกันว่าในงานนี้อาจจะได้เห็น iPhone เปิดตัวก็เป็นได้ 

ทั้งนี้ข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone ในปีนี้คาดว่าจะมีออกมา 3 รุ่นด้วยกันได้แก่รุ่นหน้าจอ 5.8 นิ้ว และ 6.5 นิ้ว จะเป็นหน้าจอ OLED แล้วก็ยังมีหน้าจอ 6.1 นิ้วเป็นหน้าจอ LED 

นอกจากนั้นยังมีการพูดถึงว่าดีไม่ดี iPhone SE รุ่นใหม่ก็อาจจะออกมาในเร็ว ๆ นี้ด้วยเหมือนกัน 

ถามว่าการแจ้งจดรหัสกับ ECC แบบนี้มีความแม่นว่าจะมีสินค้าใหม่ออกมาเร็ว ๆ นี้จริงหรือมั่วชัวร์หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าจริงครับ โดยทุกครั้งที่มีข่าวว่าแอปเปิ้ลแจ้งจดรหัสสินค้ากับ ECC อีกแค่แป๊บเดียวก็เปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่แล้ว อย่างล่าสุดมีการพบรหัสสินค้าที่แอปเปิ้ลแจ้งจดไว้เมื่อเดือน ก.พ. พอเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาแอปเปิ้ลเปิดตัว iPad 9.7 นิ้ว หรือถ้าย้อนไปปีที่แล้วพบการจดรหัสสินค้าก่อนงาน WWDC 2017 พอถึงวันงานแอปเปิ้ลเปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ ก็เลยเป็นเรื่องน่าจับตาว่าการแจ้งจดรหัสสินค้าในกลุ่ม iPhone เร็วขนาดนี้หมายถึงว่า iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้หรือไม่

สำหรับงาน WWDC 2018 จะจัดขึ้นในวันที่ 4-8 มิ.ย. นี้

ที่มา : macrumors.com

from:http://www.siampod.com/2018/04/19/apple-registers-new-unreleased-iphone-models-in-eurasia/

แอปเปิลจดทะเบียน iPhone ใหม่หลายรุ่นก่อนงาน WWDC เดือนมิถุนายนนี้

WWDC ที่จะจัดขึ้นช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้น่าจะมีการเปิดตัว iPhone ใหม่อย่างน้อยก็ 2 รุ่นและอาจถึง 3 รุ่นตามข่าวลือ ทว่าล่าสุดแอปเปิลได้จดทะเบียน iPhone หลายรุ่นกับ Eurasian Economic Commission (ECC) คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจของยูเรเชีย (ยุโรปตะวันออกบางประเทศ + รัสเซีย)

การจดทะเบียนอุปกรณ์ใหม่เป็นไปตามกฎหมายของรัสเซีย ที่ต้องจดทะเบียนอุปกรณ์ทุกชิ้นที่มีการเข้ารหัสหรือมีเครื่องมือเข้ารหัส โดยเลขโมเดลของ iPhone ที่จดมี 11 รุ่นซึ่งไม่ตรงกับโมเดลที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน ซึ่งก็คาดว่าน่าจะหนีไม่พ้น iPhone รุ่นที่จะเปิดตัวในงาน WWDC ที่จะถึงนี้ เพราะปีที่แล้ว แอปเปิลก็จดทะเบียน MacBook รุ่นใหม่กับ EEC ก่อนจะเปิดตัวในงาน WWDC 2017

ที่มา – MacRumors

No Description

from:https://www.blognone.com/node/101615

Notebook Scoop – สรุปผลสำรวจความพึงพอใจต่อบริการหลังการขายในแต่ละแบรนด์ อะไรดีที่สุด ??? – บทความแปล

การที่จะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรานั้นหลายท่านอาจจะมองที่สเปคและราคาเป็นหลัก ทว่าในความเป็นจริงแล้วนั้นสิ่งที่เราควรนำมาใช้ในการพิจารณาการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องนั้นไม่ได้มีเพียงแค่นั้นครับเพราะการให้บริการหลังการขายก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ในวันนี้นั้นเราจึงอยากจะนำบทความจากทาง NotebookCheck มาให้ทุกท่านได้ศึกษากันครับว่าบริการหลังการขายนั้นสำคัญต่อการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องมากแค่ไหน

โดยเมื่อไม่นานมานี้นั้นทาง NotebookCheck ได้ทำการสำรวจความพึงพอใจของบริการหลังการขายจากผู้ใช้จริงซึ่งได้มีการสัมภาษณ์ข้อมูลจากผู้ใช้บริการกว่า 1000 คนว่าบริการหลังการขายของโน๊ตบุ๊คที่พวกเขาใช้นั้นดีมากน้อยแค่ไหนและได้ทำการสรุปไว้อย่างน่าสนใจซึ่งข้อมูลดังกล่าวนี้นั้นจะสามารถช่วยให้เราสามารถที่จะนำมาใช้ในการพิจารณาเพื่อเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ได้ครับ

สาเหตุหนึ่งที่ทาง NotebookCheck ได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาก็คือการให้ความใส่ใจกับผู้บริโภคที่ผ่านข้อมูลจากทาง NotebookCheck ครับ โดยในปีๆ นึงนั้นทาง NotebookCheck จะได้รับโน๊ตบุ๊ค(รวมไปถึงสมาร์ทโฟน) จากทางบริษัทผู้ผลิตซึ่งมีจำนวนเป็นพันๆ เครื่องเลยมทีเดียว อย่างไรก็ตามเครื่องที่ทาง NotebookCheck ได้มีการรีวิวไปนั้นจะเป็นเครื่องที่ใช้ในด้านการทดสอบรีวิวเท่านั้นซึ่งบางเครื่องนั้นก็มีปัญหาในการใช้งานจนทาง NotebookCheck เองต้องร้องไปทางบริษัทเพื่อขอเครื่องใหม่มาใช้ในการรีวิว

ด้วยความที่ทาง NotebookCheck นั้นเป็นเว็บไซต์ชั้นนำในการนำเสนอข้อมูลของโน๊ตบุ๊ค(รวมถึงสมาร์ทโฟน) ซึ่งการขอเครื่องใหม่เอามาใช้ในการทดสอบนั้นเป็นไปโดยง่ายทาง NotebookCheck เองจึงไม่มีปัญหาในการที่จะขอเครื่องใหม่เพื่อนำมาทำการทดสอบและรีวิวให้เราๆ ท่านๆ ได้อ่านกัน ทว่ากับผู้บริโภคทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ นั้นการบริการหลังการขายอาจจะไม่เหมือนกับสื่อที่นำเสนอทำให้ทาง NotebookCheck นั้นมีความคิดที่จะทำการสำรวจความพึงพอใจต่อบริการหลังการขายสำหรับผู้บริโภคจริงออกมาครับ

จำนวนผู้ที่เข้ามาตอบแบบสอบถามความพึงพอใจดังกล่าวนี้นั้นมีจำนวนอยู่ที่ราวๆ 1400 คนครับ โดยผู้ใช้ที่เข้ามาตอบแบบสอบถามนี้นั้นจะไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะเป็นผู้ใช้ที่อยู่ในส่วนใดของโลก(แบบสอบถามนั้นอยู่ในรูปแบบภาษาอังกฤษและเยอรมัน) และในตัวแบบสอบถามนั้นจะประกอบไปด้วยคำถามหลัก 13 คำถามซึ่งคำถามเหล่านี้เป็นคำถามแบบปรนัยที่มีคำตอบหลายคำตอบให้ผู้ใช้ได้เลือกโดยจะเป็นการให้คะแนน 1 -5 ตามระดับความพึงพอใจจริงโดยที่การตอบคำถามเหล่านี้นั้นทางผู้ตอบเป็นอาสาสมัครที่เข้ามาทำแบบสอบถามเองและไม่มีการให้รางวัลใดๆ ในการตอบครับ

สำหรับผู้ที่เข้ามาทำการตอบคำถามส่วนใหญ่นั้นจะเป็นผู้ใช้ในยุโรปอันประกอบไปด้วยประเทศเยอรมนี, ออสเตรียหรือสวิสเซอร์แลนด์ เป็นหลัก โดยบริษัทผู้ผลิตที่อยู่ในแบบสอบถามดังกล่าวนี้จะมีทั้งหมด 10 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนั้นผู้ที่เข้ามาทำแบบสอบถามดังกล่าวนี้จัใช้โน๊ตบุ๊คของทางบริษัท Dell, Lenovo, Asus, Apple, HP และ Acer เป้นส่วนใหญ่ทำให้เราเห็นได้ว่าในประเทศโซนยุโรปนั้นจะนิยมเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คจาก 6 บริษัทดังกล่าวนี้เป็นส่วนใหญ่ครับ

จากสถิตของการตอบแบบสอบถามนั้นพบว่าบริษัท Dell, HP และ Lenovo จะเป็น 3 ผู้ผลิตที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่เลือกใช้โน๊ตบุ๊คในการใช้งานทางด้านธุรกิจ สำหรับบริษัท MSI, Acer และ ASUS นั้นจะเป็นบริษัทที่ผู้ใชในระดับทั่วไปเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คของทั้ง 3 บริษัทมาใช้งาน อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นมีข้อมูลที่น่าสนใจอย่างยอกผู้ใช้งานโน๊ตบุ๊คของทาง Apple ราวๆ 30% ที่ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่าพวกเขาใช้งานโน๊ตบุ๊คของทาง Apple ในการทำงานทางด้านธุรกิจครับ(ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะทาง Apple เองนั้นไม่ได้มีการวางจำหน่าย MacBook ในส่วนของตลาดสำหรับการใช้งานทางด้านธุรกิจแต่ MacBook นั้นจะเน้นกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและผู้ใช้ระดับมืออาชีพมากกว่า)

อีกข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือผู้ใช้ Dell จำนวนมากเลือกที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะทำการยืดเวลาการรับประกันเครื่องให้ยาวนานมากขึ้น ซึ่งที่เป็นเช่นนี้นั้นน่าจะมาจากการที่ทาง Dell เองเป็นบริษัทที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายและการให้บริการหลังการขายที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถที่จะให้บริการลูกค้าได้อย่างจริงจังมากกว่าบริษัทอื่นๆ เช่นเดียวกับทาง Apple ซึ่งมีการให้บริการซื้อประกันหลังการขายที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกันโดยผู้ใช้งานโน๊ตบุ๊คจากทาง Apple มากถึง 1 ใน 3 เลือกที่จะขยายบริการหลังการขายและประกันมากกว่าบริษัทอื่นๆ ครับ

หมายเหตุ – จริงๆ แล้วนั้นทางผู้ผลิตอย่าง Toshiba, Lenovo และ HP ก็มีการขายระยะเวลาหลังจากขายสำหรับผู้บริโภคด้วยเช่นเดียวกันแต่ปริมาณของผู้

จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามแยกตามทวีป

ปริมาณผู้ตอบแบบสอบถามแยกตามบริษัทผู้ผลิต

จำนวนผู้ใช้งานในประเภทการทำงานทางด้านธุรกิจเทียบกับปริมาณผู้ใช้ทั่วไปในแต่ละแบรนด์

จำนวนผู้ใช้งานที่ซื้อปรันกับเพิ่มเทียบกับผู้ที่ไม่ซื้อประกันเพิ่มในแต่ละแบรนด์

การให้การสนับสนุนหลังการขายผ่านทางโทรศัพท์

ในกรณีที่เกิดปัญหากับการใช้งานนั้นขั้นแรกสุดที่ผู้ใช้โดยปกติมักจะใช้ในการติดต่อกับทางบริษัทเพื่อขอบริการให้การสนับสนุนหลังการขายก็คือการโทรเข้าไปหา Call Center ของบริษัทนั้นๆ ครับ สำหรับการประเมินที่ทาง NotebookCheck ใช้ในแบบสอบถามในครั้งนี้นั้นก็ประกอบไปด้วย ระยะเวลาในการรอสายเพื่อที่จะได้คุยกับพนักงาน(ที่เป็นคนจริงๆ), คำอธิบายของพนักงานเข้าใจได้ง่ายและสามารถปฎิบัติตามเพื่อการแก้ไขในขั้นต้นและอัตราการแก้ไขที่สำเร็จโดยการใช้คำอธิบายที่ได้รับจากทาง Call Center ซึ่งผลนั้นเป็นไปดังกราต่อไปนี้ครับ

ระยะเวลาในการรอสายเพื่อที่จะได้คุยกับพนักงานจริงสำหรับผู้บริโภคทั่วไป(1 คือนานมาก ไปจนถึง 5 คือใช้เวลารอสั้น) ซึ่งพบว่า Lenovo, HP และ ASUS เป็นบริษัทที่ใช้เวลาในการรอสายนานมากที่สุด

ระยะเวลาในการรสายสำหรับผู้บริโภคทั่วไปเทียบกับผู้ใช้งานทางด้านธุรกิจพบว่าผู้ใช้บริโภคทั่วไปของ Lenovo ต้องรอสายนานมากที่สุด

อัตราความเข้าใจง่ายในคำอธิบายสำหรับการแก้ไขปัญหาผ่านทาง Call Center โดย 5 เข้าใจง่ายมาไปจนถึง 1 ที่เข้าใจยาก พบว่าคำอธิบายของทาง HP, ASUS, Lenovo และ Microsoft อธิบายได้เข้าใจยากที่สุด

อัตราความเข้าใจง่ายของคำอธิบายในการแก้ไขปัญหาสำหรับบริษัท Dell, HP และ Lenovo เทียบระหว่างผู้บริโภคทั่วไปและผู้ใช้ในระดับธุรกิจพบว่า Lenovo เป็นบริษัทที่ผู้บริโภคทั่วไปและผู้ใช้ในระดับธุรกิจเข้าใจได้ยากที่สุด

อัตราการแก้ไขปัญหาสำเร็จผ่านการพูดคุยกับ Call Center พบว่า Lenovo ประสบความสำเร็จน้อยที่สุดตามมาด้วย HP,Microsoft และ ASUS

อัตราการแก้ไขปัญหาสำเร็จผ่านการพูดคุยกับ Call Center เทียบระว่างผู้บริโภคทั่วไปกับผู้ใช้ในระดับธุรกิจ พบว่า Lenovo เป็นบริษัทที่มีอัตราการแก้ไขปัญหาได้สำเร็จผ่านทาง Call Center ยากที่สุดทั้งผู้ผู้บริโภคทั่วไปและผู้ใช้ในระดับธุรกิจ

ระยะเวลาที่เครื่องโน๊ตบุ๊คจะเกิดปัญหาขึ้นมาจนผู้ใช้ต้องการบริการหลังการขายในการแก้ไขปัญหา

หัวข้อนี้นั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญในลำดับต้นๆ ที่เราควรใส่ใจในการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องหนึ่งเลยทีเดียวครับ หลายๆ ท่านอาจจะเคยพบปัญหาว่าเมื่อหมดระยะเวลาการรับประกันแล้วทันในนั้นเครื่องโน๊ตบุ๊คสุดรักสุดหวงก็เกิดปัญหาเข้ามาแบบไม่หยุดไม่หย่อนจนต้องเดินเข้าศูนย์บริการเป็นว่าเล่น ซึ่งแน่นอนครับว่าการเดินเข้าศูนย์หลังจากที่หมดระยะเวลารับประกันของแต่บริษัทไปแล้วนั้นสิ่งที่ตามมาให้ปวดตับก็คือค่าบริการที่โดนคิดตั้งแต่ค่าเปิดเครื่องยาวไปจนถึงค่าชิ้นส่วนที่ต้องเสียเมื่อเครื่องมีปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์เกิดขึ้น

เอาเป็นว่ามาดูกันดีกว่าครับว่าอัตราการเกิดปัญหาขึ้นในระยะเวลารับประกันของแต่ละผู้ผลิตนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง โดยในกราฟข้างบนนี้นั้นจะบ่งบอกถึงอัตราการเกิดปัญหาของตัวเครื่องในระยะเวลารับประกัน(รวมไปจนถึงระยะเวลาการขยายประกันที่ผู้บริโภคต้องเสียเงินเพื่อซื้อเพิ่ม) โดยสีนำเงินนั้่นหมายถึงเกิดปัญหาขึ้นในระยะเวลารับประกัน ส่วนสีแดงนั้นหมายถึงเกิดปัญหาขึ้นในระยะเวลาที่มีการรับประกันซึ่งได้มีการขยายเพิ่มเติมจากการซื้อประกันเพิ่มและสีส้มหมายเกิดปัญหาขึ้นในระยะเวลารับประกันตามปกติ

จากกราฟนั้นจะเห็นได้ว่า Apple และ HP มีอัตราการเกิดปัญหาในระยะเวลารับประกันน้อยที่สุดซึ่งระยะเวลาการรับประกันเครื่องตามปกติของทั้ง 2 บริษัทดังกล่าวนี้จะอยู่ที่ 1 ปีเท่านั้นแต่ทว่าทั้ง 2 บริษัทนี้นั้นดันมีอัตราเครื่องเสียในระยะเวลาที่มีการขยายประกันมากที่สุดปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เปิดเฉพาะในโซนยุโรปเท่านั้นแต่เป็นกันทั่วโลกจึงทำให้มีคำพูดเล่นๆ กันว่า Apple และ HP วางยาเอาไว้เพื่อที่จะให้ผู้ใช้ซื้อประกันเพิ่มขึ้นครับ สำหรับ MSI และ ASUS นั้นจะมีระยะเวลาในการรับประกันปกติอยู่ที่ 2 ปี สำหรับ Medion ซึ่งในโซนยุโรปนั้นจัดจำหน่ายโดย Aldi/Hofer จะมีระยะเวลาการรับประกันตามปกติอยู่ที่ 3 ปีซึ่งมากกว่าในบริษัทอื่นๆ ครับ

กราฟเปรียบเทียบอัตราการเกิดปัญหาของโน๊ตบุ๊คทางด้านธุรกิจกับโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้บริโภคทั่วไปของบริษํท Dell, HP และ Lenovo

สำหรับการเปรียบเทียบอัตราการเกิดปัญหาของเครื่องระหว่างผู้บริโภคทั่วไปกับผู้ใช้ในระดับธุรกิจนั้นทาง NotebookCheck ได้ทำการเปรียบเทียบแค่ 3 บริษัทเท่านั้นคือ Dell, HP และ Lenovo โดยพบว่า HP เป็นบริษัทที่เครื่องของผู้บริโภคทั่วไปและผู้ใช้ในระดับธุรกิจเกิดปัญหาขึ้นในช่วงที่มีการขยายระยะเวลารับประกันออกไปพอๆ กัน ส่วนอัตราการเกิดปัญหาของผู้ใช้ในระดับธุรกิจของทั่ง 3 บริษัทนั้นพบว่าเกิดปัญหาขึ้นมากกว่าผู้บริโภคทั่วไปครับ

ขั้นตอนในการส่งโน๊ตบุ๊คเข้าศูนย์เพื่อทำการซ่อม(รวมไปถึงการให้บริการในรูปแบบ on-site)

ในกรณีที่การโทรศัพท์ผ่านทาง Call Center ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาของตัวเครื่องที่เกิดได้นั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมาก็คือการที่เราต้องนำตัวเครื่องส่งศูนย์เพื่อทำการซ่อมครับ โดยทาง NotebookCheck นั้นได้ถามผู้ใช้เกี่ยวกับความยากของขั้นตอนในการส่งเครื่องเพื่อที่จะให้ศูนย์นำไปซ่อมว่ายากมากน้อยแค่ไหน โดยคะแนน 1 นั้นหมายถึงการส่งเครื่องเพื่อเข้าศูนย์ซ่อมนั้นมีความยุ่งยากซับซ้อนมากที่สุดส่วนคะแนน 5 นั้นหมายความว่าการส่งเครื่องเพื่อเข้าศูนย์ซ่อมนั้นมีความสะดวกสบายมากที่สุดซึ่งผลนั้นเป็นไปตามกราฟทางข้างล่างนี้ครับ

ผลนั้นพบว่าผู้บริโภคนั้นค่อนข้างที่จะดพึงพอใจต่อขั้นตอนการส่งเครื่องโน๊ตบุ๊คเพื่อเข้าทำการซ่อม โดยแต่ละบริษัทนั้นได้คะแนน 4 – 5 อยู่ในระดับที่เกิน 75% ของจำนวนผู้เข้าร่วมการทดสอบทั้งหมด ตรงนี้นั้นทำให้เราเห็นได้ว่าเกือบจะทุกบริษัทนั้นให้ความสำคัญในเรื่องของขั้นตอนการส่งเครื่องเข้าซ่อมมากเลยทีเดียวครีบ

แบะเช่นเดียวกันกับผู้ใช้งานทางด้านธุรกิจที่จะเห็นได้ว่าการส่งเครื่องเพื่อเข้าทำการซ่อมในศูนย์นั้นมีความซับซ้อนค่อนข้างที่จะน้อย โดยหาดูดีๆ แล้วนั้นจะเห็นได้ว่าคะแนนของผู้ใช้งานทางด้านธุรกิจนั้นจะมีความพึงพอใจในการส่งเครื่องเข้าซ่อมมากกว่าผู้บริโภคทั่วไปอยู่พอสมควรครับ

ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการรอเครื่องที่ถูกส่งเข้าศูนย์เพื่อทำการซ่อม

เชื่อว่าทุกท่านไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคทั่วไปหรือผู้ใช้ทางด้านธุรกิจต่างก็ไม่อยากจะรอคอยนานมากนักในการส่งเครื่องเข้าศูนย์เพื่อซ่อม ดังนั้นแล้วการบริหารจัดการเวลาในการซ่อมนั้นจึงถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ ในแบบสอบถามนี้นั้นกราฟสีน้ำเงินจะหมายถึงใช้เวลาซ่อมเพียง 1 วัน, สีแดงใช้เวลาในการซ่อมอยู่ในช่วง 3 วัน, สีส้มใช้เวลาซ่อมอยู่ในช่วงระยะเวลา 7 วัน, สีเขียวใช้เวลาซ่อมอยู่ในช่วงระยะเวลา 14 วัน ส่วนสีม่วงนั้นคือใช้เวลานานมากกว่า 14 วันครับ

จากกราฟนั้นจะเห็นได้ว่าระยะเวลาที่ใช้ในการซ่อมเครื่องโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้บริโภคทั่วไปนั้นทาง Dell และ Apple จะใช้ระยะเวลาในการซ่อมเครื่องน้อยมากที่สุด ส่วนทาง ASUS และ Lenovo นั้นพบว่าจะใช้ระยะเวลาในการซ่อมเครื่องนานที่สุดครับ

เมื่อลองมาเทียบในส่วนของผู้บริโภคทั่วไปกับผู้ใช้งานทางด้านธุรกิจนั้นจะพบได้ผู้ใช้งานทางด้านธุรกิจนั้นจะได้รับการบริการซ่อมเครื่องที่เร็วกว่าผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งที่ผลเป็นเช่นนี้นั้นก็ไม่น่าแปลกใจมากเท่าไรเนื่องจากว่าหลายๆ บริษัทต่างก็ให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานทางด้านธุรกิจมากกว่าผู้บริโภคทั่วไปอันเนื่องมาจากว่าผู้ใช้งานทางด้านธุรกิจนั้นมักจะมีสัญญาระหว่างบริษัทผู้จัดจำหน่ายและบริษัทผู้ซื้ออยู่ครับ

ความพึงพอใจหลังการซ่อม

เมื่อส่งเครื่องเข้าศูนย์เพื่อนำไปซ่อมแล้วการได้เครื่องกลับมาแล้วสามารถที่จะใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่เกิดอาการเสียจนต้องส่งเครื่องเข้าซ่อมใหม่ถือว่าเป้นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ในเรื่องอื่นๆ เลยครับ จากแบบสอบถามนั้นพบว่า Lenovo, Microsoft, Medion, ASUS และ HP นั้นผู้บริโภคไม่ค่อยที่จะพอใจหลังจากได้เครื่องกลับมาแล้วเท่าไรนัก

มาดูความพึงพอใจผู้ใช้ทางด้านธุรกิจของทั้งทาง Dell, HP และ Lenovo เทียบกับผู้บริโภคทั่วไปนั้นจะเห็นได้ว่าผู้ใช้ทางด้านธุรกิจจะมีความพึงพอใจมากกว่าผู้บริโภคทั่วไปครับ ตรงจุดนี้นั้นทำให้เห็นได้ว่าทั้ง 3 บริษัทนั้นจะให้ความสำคัญกับทางผู้ใช้ทางด้านธุรกิจมากกว่าผู้บริโภคทั่วไปครับ

อัตราการส่งเครื่องกลับไปซ่อมอีกครั้งกับปัญหาเดิมๆ

การส่งเครื่องเพื่อกลับไปซ่อมเมื่อเจอปัญหาเดิมๆ นั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เห็นประสิทธิภาพโดยรวมของตัวผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดีครับ โดยจากกราฟนั้นจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่แล้วนั้นทุกๆ บริษัทที่อยู่ในแบบสอบถามนี้สามารถที่จะซ่อมเครื่องให้ผู้ใช้ได้ครั้งเดียวก็ไม่เกิดปัญหาขึ้นมาจนต้องส่งกลับไปซ่อมอีก จะมียกเว้นก็แค่ Lenovo, ASUS และ  Medion ที่เกิดปัญหาเดิมซ้ำจนต้องส่งเครื่องกลับไปซ่อมอีกครั้งหนึ่งครับ

เช่นเดียวกันกับผู้ใช้งานทางด้านธุรกิจที่พบว่า Lenovo นั้นมีอัตราการส่งซ่อมมากกว่า 1 ครั้งมากที่สุด ทำให้เห็นได้ครับว่าทาง Lenovo นั้นมีอัตราการแก้ไขข้อผิดพลาดได้ในครั้งแรกต่ำกว่า 50 % ซึ่งด้วยอัตราดังกล่าวนี้นั้นถือว่าส่งผลไม่ค่อยดีต่อภาพลักษณ์ของทาง Lenovo อยู่พอสมควรครับ

ความพอใจโดยรวมต่อการใช้บริการหลังการขาย

และแล้วก็มาถึงข้อสรุปกันครับ โดยจากข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านมานั้นก็สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนครับว่า Lenovo และ Medion นั้นกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตที่มีอัตราผู้พึงพอใจหลังการขายน้อยที่สุดโดยพบว่าทั้ง 2 บริษัทดังกล่าวนั้นได้คะแนนความพึงพอใจโดยรวมมากกว่า 50% อยู่ที่ 1 เท่านั้น หลับกันแล้วในส่วนของ Schenker/XMG และ Apple กลับเป็นบริษัทที่มีคะแนนความพึงพอใจอยู่ในระดับ 5 เกิน 50% ครับ

ทั้งหมดทั้งมวลนี้นั้นน่าจะเพียงพอต่อการพิจารณาบริการหลังการขายได้เป็นอย่างดีครับว่าบริษัทใดที่น่าไว้วางใจมากที่สุด อย่างไรก็ตามแล้วนั้นก็ยังมีคนอยู่จำนวนไม่น้อยที่เมื่อซื้อเครื่องไปแล้วสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานโดยไม่จำเป็นที่จะต้องส่งเข้าศูนย์เพื่อซ่อมไปจนกระทั่งผู้ที่ไม่พบปัญหาเลย เรื่องดังกล่าวทั้งหมดนี้จะหลีกเลี่ยงได้เมื่อบริษัทต่างๆ นั้นมีการ QC เครื่องที่ดีครับ

หมายเหตุ – ซึ่งจากประสบการณ์การใช้งานทั้ง Lenovo, ASUS และ MSI ของตัวผมเองนั้นพบว่ามีแค่ ASUS ที่ต้องส่งศูนย์เพื่อนำเครื่องไปซ่อมนอกจากนั้นแล้วก็ไม่เจอปัญหาในการใช้งานเลยครับ)

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/notebook-service-and-support-satisfaction-survey-who-has-the-best-laptop-service/437717/