คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLE

ชมภาพถ่ายจาก iPhone 8 Plus vs. Samsung Galaxy Note8 ยกที่ 1

Iphone 8 Plus Vs Note 8 Stand Hero

ไฮไลท์ของข่าวนี้คือการนำภาพถ่ายที่ได้จาก iPhone 8 Plus และ Samsung Galaxy Note 8 มาให้ผู้อ่านได้ชมกันว่าเมื่อเทียบแต่ละมุมในสภาวะแสงและองค์ประกอบเดียวกันใครจะวินในครั้งนี้

ชมภาพถ่ายจาก iPhone 8 Plus  vs. Samsung Galaxy Note 8

Iphone 8 Plus Vs Note 8 Stand

กล้อง iPhone 8 Plus ถือว่าเป็นกล้องสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ อ้างอิงจากผลคะแนนการทดสอบจาก DxOMark ที่ทำคะแนนได้มากถึง 94 คะแนนแซงหน้า Android Smartphone หลายรุ่นในท้องตลาดถือว่าเป็นก้าวกระโดดสำหรับกล้อง iPhone เป็นอย่างมาก….

แต่ผลคะแนนที่ออกมานั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการพิจารณาเท่านั้น ในตารางยังไม่มีผลคะแนนของ Samsung Galaxy Note 8 มาให้ชม อาจจะเพราะยังทดสอบไม่เสร็จ(มั้ง) ส่วนวันนี้ทีมงาน iPhoneMod ขอนำภาพถ่ายจากกล้อง iPhone 8 Plus เทียบกับ Samsung Galaxy Note 8 มาให้ทุกท่านได้ชมจะได้ช่วยให้การตัดสินใจของแต่ละท่านได้ง่ายขึ้น

การถ่ายทำครั้งนี้สถานที่เดียวกัน เวลาเดียวกันมุมมองเดียวกันใช้โหมด Auto ทั้งหมด ปรับลดแสงตามความเหมาะสมและขอเทียบภาพกลางแจ้งและภาพยามค่ำคืนให้ชมก่อนนะครับ ส่วน Portrait หน้าชัดหลังเบลอ, ภาพแสงน้อยและวิดีโอขอติดไว้ก่อนนะเอาไว้ชมยกที่ 2 ครับ

ก่อนเริ่มชมภาพเราไปดูสเปคของกล้องทั้งสองรุ่นกันครับ

สเปคกล้อง iPhone 8 Plus

Iphone 8 Plus Back Camera 1011284

  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 12 MP, เลนส์มุมกว้า f/1.8 OIS, เลนส์ซูม f/2.8
  • ระบบโฟกัสออโต้แบบ Phase detection autofocus
  • มี 2x optical zoom
  • บันทึกวิดีโอสูงสุด 4K (60fps, 30fps, 24fps), 1080P (240fps, 60fps, 30fps), 720P 30fps พร้อมถ่ายรูปไปด้วยตอนถ่ายวิดีโอได้
  • รองรับไฟล์ HIEF สำหรับภาพถ่ายและ HEVC สำหรับวิดีโอและรองรับมาตรฐาน .H264
  • กล้องหน้า 7 MP, f/2.2
  • โหมด Portrait ถ่ายภาพบุคคล
  • โหมด Lighting Portrait ปรับแสงสำหรับการถ่ายภาพบุคคล
  • ข้อมูลเพิ่มเติม Apple, Phonearena

สเปคกล้อง Samsung Galaxy Note 8

Samsung Galaxy Note 8 (2)

  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 12 MP, เลนส์มุมกว้าง 28mm, f/1.7, เลนส์ซูม 56mm, f/2.8 มาพร้อม OIS ทั้งสองกล้อง
  • ระบบโฟกัสออโต้แบบ Phase detection autofocus
  • มี 2x optical zoom
  • บันทึกวิดีโอสูงสุด 4K 30fps, 1080P 60fps, 720P 240fps พร้อมถ่ายรูปไปด้วยตอนถ่ายวิดีโอความละเอียด 8MP, มีระบบแตะเพื่อโฟกัส, ตรวจจับใบหน้าและรายยิ้มได้
  • กล้องหน้า 7 MP, f/2.2
  • โหมด Live Focus หน้าชัดหลังเบลอแบบรีลไทม์ปรับได้ตามต้องการ
  • ถ่ายภาพแบบ Pro Mode ได้
  • ข้อมูลเพิ่มเติม Samsung, Phonearena

ภาพถ่าย iPhone 8 Plus vs. Galaxy Note 8

ภาพที่จะได้ชมภ่ายด้วย 2 บุคคลคือผมเอง Apple Fanboy ส่วนเพื่อนผมอีกคนเป็น Samsung Fanboy ดังนั้นพวกเราจึงพยายามถ่ายให้ใกล้เคียงกัน มุมเดียวกันและใช้โหมด auto เดียวกันให้ใกล้เคียงมากที่สุดครับ ผลจะเป็นอย่างไรนั้นไปชมด้วยตาคุณเองได้เลย ปล. ภาพมันจะเยอะๆ หน่อยนะ

ภาพทั้งหมดไม่ได้ปรับแสงเพิ่มเติมใดๆ เพียงแค่ย่อขนาดให้เหลือความกว้าง 1920px และใส่ลายน้ำเพิ่มเติมเข้าไปเท่านั้นบีบอัดไฟล์ให้เล็กลงโดยรักษาความละเอียดไว้ที่ 95%  เพื่อให้รายละเอียดภาพยังคงอยู่ให้มากที่สุด

ภาพที่ 1 ทางในสวน

Img 0025 Img 0667

ภาพที่ 2 ส้มสีเลือด

Img 0033 Img 0658

ภาพที่ 3 ส้ม ส๊ม ส้ม

Shot On Iphone 8 Plus 17Shot On Galaxy Note8 174

ภาพที่ 4 ผักสีม่วง

Shot On Iphone 8 Plus 12 Shot On Galaxy Note8 182

ภาพที่ 5 พริกหยวก

Shot On Iphone 8 Plus 22 Shot On Galaxy Note8 167

ภาพที่ 6 โถงสถานี

Shot On Iphone 8 Plus 39 Shot On Galaxy Note8 142

ภาพที่ 7 ไปไหนดี

ถ่ายด้วยเลนซูม 2X optical

Shot On Iphone 8 Plus 47

Shot On Galaxy Note8 136

ภาพที่ 8 ที่นี่ Central

ภาพนี้ฟ้าจริงๆ จะใกล้เคียงกับ iPhone 8 Plus ส่วน Note 8 จะเพิ่ม saturation ของฟ้าขึ้นมามากกว่าปกติ (ผมกำลังเพื่อนพูดถึงเรื่องนี้กันตอนถ่ายครับ)

Shot On Iphone 8 Plus 52 Shot On Galaxy Note8 130

ภาพที่ 9 ย้อนแสง

รูปนี้ iPhone ขึ้น Auto HDR มาให้ส่วน Note 8 ก็เช่นกัน

Shot On Iphone 8 Plus 62 Shot On Galaxy Note8 124

ภาพที่ 10 Broadway

Shot On Iphone 8 Plus 66Shot On Galaxy Note8 117

ภาพที่ 11 ตึก Harry Potter

Shot On Iphone 8 Plus 119 Shot On Galaxy Note8 102

ภาพที่ 12 The University of Sydney

Shot On Iphone 8 Plus 133 Shot On Galaxy Note8 92

ภาพที่ 13 พลบค่ำ

Shot On Iphone 8 Plus 140 Shot On Galaxy Note8 83

ภาพที่ 14 Smoke Free

Shot On Iphone 8 Plus 156Shot On Galaxy Note8 73

ภาพที่ 15 ใต้เงามืดมีหลอดไฟ

Shot On Iphone 8 Plus 163 Shot On Galaxy Note8 68

ภาพที่ 16 สี่แยกแห่งโดม

Shot On Iphone 8 Plus 169 Shot On Galaxy Note8 60

ภาพที่ 17 ใต้สะพานเหล็ก

Shot On Iphone 8 Plus 181

Shot On Galaxy Note8 44

ภาพที่ 18 สวนแห่งพระจันทร์

Shot On Iphone 8 Plus 200 Shot On Galaxy Note8 26

ภาพที่ 19 Lunar Park

Shot On Iphone 8 Plus 214

Shot On Galaxy Note8 20

ภาพที่ 20 Sydney Deck

Shot On Iphone 8 Plus 225 Shot On Galaxy Note8 14

ลงให้ชมกันก่อนในรอบแรกสำหรับภาพในช่วงกลางวัน พลบค่ำและกลางคืน ดูความสามารถของกล้องจากสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นว่าทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน

กล้อง Note 8 ทำได้ดีมาตลอดอยู่แล้วยังรักษาระดับคุณภาพได้ดีเรื่อยๆ ชอบส่วนที่เลนส์มุมกว้าง (wide angle) เก็บรายละเอียดได้เยอะกว่าคู่แข่งแล้วก็เรื่อง Dual OIS ด้วยนะ (เดี๋ยวต้องไปรอต่อยกับ iPhone X อีกที) ส่วนของ iPhone 8 Plus เองตอนแรกผมคิดว่ากล้องจะพอๆ กับ iPhone 7 Plus แต่เอาจริงๆ มันดีขึ้นเยอะโดยเฉพาะในเรื่องการเก็บรายละเอียดและเรื่องของ Dynamic Range ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับตัว A11 Bionic ด้วยหรือเปล่ามันดูเหมือน Auto HDR นั้นทำให้ภาพดูไม่เวอร์เกินจริงเกินไป

ประสบการณ์ที่ได้จากการลองกล้องจากสมาร์ทโฟนทั้ง 2 คือ การถ่ายที่สนุกขึ้น ถ่ายง่ายขึ้นและรายละเอียดมาเต็ม iPhone 8 Plus นั้นกดชัตเตอร์ปั๊บรูปจะเซฟเลยซึ่งถือว่าเร็วมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ส่วน Note 8 นั้นมีโหมด 16:9 ให้เปิดปิดอย่างง่ายทำให้เวลาถ่ายรูปนั้นจะดูเต็มจอและสวยงามประโยชน์จากจอ Super AMOLED (แต่ในการทดสอบนี้ผมใช้อัตราส่วน 4:3 นะครับ)

ความเห็นทิ้งท้ายสำหรับ iPhone 8 Plus สักหน่อยในช่วงถ่ายกลางคืนทาง Apple รอบนี้ปรับ Exposure มาให้เหมือนเกินไปสัก 0.5-1 stop (EV+0.5- EV+1) เพราะตอนที่ผมถ่ายสถาวะแวดล้อมจริงๆ จะมืดกว่าที่เห็นในจอและต้องลดค่าแสงลงมานิดนึงจะพอดีครับ แต่โดยรวมในเรื่องถ่ายกลางคืนของ iPhone นั้นพัฒนาขึ้นเยอะเลย (ปรบมือให้ครับ)

Note 8 ผมไม่คอมเมนต์มาก ชมตามภาพได้เลยเพราะผมเองไม่ได้ใช้ Samsung บ่อย เครื่องนี้ก็ยืมเพื่อนมา ไม่ต้องท้วงนะว่าทำไมถ่ายได้แค่นี้ เพราะส่วนใหญ่ผมไม่ได้ถ่ายเองและเราสู้กันแค่ Auto Mode เท่านั้น ไม่ได้ใช้ Pro Mode แต่อย่างใด ขืนใช้ Pro Mode ยังไง Note 8 ก็ชนะ (ฮ่าๆๆ)

เอาหละติดไว้แค่นี้ก่อนไว้เดี๋ยวจะลองถ่าย Portrait รวมทั้งกล้องหน้ามาให้ชมกันในตอนถัดไปและเรื่องวิดีโอด้วยนะ อดใจรอแล้วกันนะ ช่วงนี้ผมอัปงานได้ยากมากเพราะอินเทอร์เน็ตที่นี่ช้ากว่าไทยมากๆ (ที่ออฟฟิตบ้านผมใช้ 200/100Mbps แต่ที่นี่อัปโหลดไม่ถึง 1Mbps คิดดูละกัน :P) เลยลงงานให้ดูช้าหน่อย

เพื่อนๆ ชอบตัวไหนกันบ้างแสดงความเห็นกันได้นะ

ขอบคุณ Samsung Mobile ประเทศไทย สำหรับเครื่อง Note 8 ในการทดสอบครั้งนี้(ผมขอยืมเพื่อนผมมาใช้อีกทีนะ แต่ก็ขอบคุณไปทางนั้นเลยเพราะถ้าไม่งั้นก็คงไม่ได้เครื่องมาลองทดสอบให้ชมกัน)ง

วันนี้ละไปก่อนแล้วพบกันในตอนที่หน้านะครับ

ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

from:https://www.iphonemod.net/iphone-8-plus-vs-note-8-camera-comparison.html

Advertisements

ไม่ได้อ่านผิด… ค่าซ่อมกระจกหลัง iPhone 8/8 Plus ภายใต้ AppleCare+ อยู่ที่ $99 แพงกว่าหน้าจอที่ราคา $29

iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เป็นมือถือรุ่นล่าสุดของทางแอปเปิลและได้ปรับดีไซน์ให้หลังเครื่องมาใช้เป็นกระจกเพื่อรองรับ Wireless Charge ได้ และแน่นอนว่าพอเป็นกระจก เมื่อทำตกก็มีโอกาสที่จะร้าวหรือแตกได้ ต่างจากโลหะแบบเดิมที่อย่างมากก็เป็นรอย แต่รู้มั้ยครับว่าแม้จะใช้บริการประกัน AppleCare+ ของทางแอปเปิลแล้ว ค่ากระจกหลังของ iPhone 8/8 Plus ก็แรงเอาเรื่อง แรงกว่าหน้าจอเครื่องซะอีก

ค่าใช้จ่ายในการซ่อมภายใต้บริการ AppleCare+ นั้นระบุไว้ว่าการซ่อมหน้าเครื่องของ iPhone 8/8 Plus นั้นจะอยู่ที่ $29 (ประมาณ 1,000 บาท) ต่อครั้ง แต่ค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ จะคิดที่ $99 (ราว 3,500 บาท) ทำให้เกิดความสงสัยว่าหมายถึงกระจกหลังด้วยหรือเปล่า ทาง AppleInsider จงได้สอบถามทางแอปเปิลไปแล้วก็ได้ความว่าเป็นไปตามที่คิดครับ  แอปเปิลระบุว่ากระจกหลังใช้กาวปริมาณมากในการแปะกับตัวเครื่องและการประกอบกระจกหลังนั้นจะแนบสนิทเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเครื่องเลย ทำให้ค่าอะไหล่ในส่วนนี้แพง

บริการ AppleCare+ นั้นเป็นบริการประกันที่มีให้บริการอยู่ไม่กี่ประเทศครับ (ผมเข้าใจว่าเฉพาะประเทศที่มี Apple Store ตั้ง, ถ้าข้อมูลผิดแย้งได้นะครับ) โดยมีค่าสมัครขึ้นกับรุ่นที่ต้องการการรับประกันมีราคาคือ

  • iPhone 8 ราคา $129 (ราว 4,600 บาท)
  • iPhone 8 Plus ราคา $149 (ราว 5,300 บาท)
  • iPhone X ราคา $199 (ราว 7,100 บาท)

ถ้าราคาซ่อมกระจกหลังของ iPhone 8/8 Plus อยู่ที่ $99 แล้วล่ะก็ เดาว่าของ iPhone X ก็อาจจะอยู่ใกล้ๆ กันหรืออาจจะแพงกว่าได้ครับ เพราะฉะนั้นแล้วใครที่เลือกจะซื้อ iPhone ปีนี้ใช้ ก็ขอให้ถือเครื่องระวังหน่อยแล้วกัน เพราะนี่ขนาดผูกกับ AppleCare+ ยังซ่อมราคานี้ ถ้าซ่อมราคาเต็มๆ น่าจะเจ็บตัวเอาเรื่องครับ

 

ที่มา: AppleInsider

from:https://droidsans.com/iphone-8-iphone-8-plus-glass-back-cost-higher-than-screen/

Apple ประกาศวางจำหน่าย iPhone 8 และ iPhone 8 Plus อีก 30 ประเทศในวันที่ 29 กันยายนนี้

หลังจากที่ Apple ได้วางจำหน่าย iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ไปเรียบร้อยในกลุ่มประเทศแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ล่าสุดก็ได้ประกาศรายชื่อีก 30 ประเทศในยุโรปและตะวันออกลางที่ได้เป็นเจ้าของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 29 กันยายนเป็นต้นไปดังนี้

iPhone-8-water-resistant-001

ประเทศอันดอร์รา, บาห์เรน, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, บัลแกเรีย, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณรัฐเช็ก, เอสโตเนีย, กรีซ, กรีนแลนด์, เกิร์นซีย์, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, เกาะแมน, เจอร์ซีย์, คอซอวอ, คูเวต, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, มัลดีฟส์, มอลตา, โมนาโก, โปแลนด์, กาตาร์, โรมาเนีย, รัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย, สโลวะเกีย และสโลวีเนีย

สำหรับประเทศไทยยังคุงต้องลุ้นต่อไปว่าจะได้วางจำหน่าย iPhone 8 และ iPhone 8 Plus พร้อมในกลุ่มประเทศต่อไปช่วงต้นเดือนตุลาคมหรือไม่ ซึ่งทางทีมงาน @flashfly จะรีบนำมารายงานให้ทราบก่อนใครทันที

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=194383

ราคาเปลี่ยนกระจกหลังของ iPhone 8/8 Plus ภายใต้ AppleCare+ แพงกว่าหน้าจอ

หลัง iPhone 8 และ 8 Plus เริ่มวางจำหน่ายในประเทศกลุ่มแรกไปแล้ว ทว่าการรับประกันการซ่อม iPhone ภายใต้ประกัน AppleCare+ ของแอปเปิลระบุบนหน้าเว็บว่าวามเสียหายจากหน้าจอจะคิดค่าบริการที่ 29 ดอลลาร์ ขณะที่ความเสียหายอื่นๆ จะคิดที่ 99 ดอลลาร์ ทำให้ค่าบริการในการเปลี่ยนส่วนที่เป็นกระจกบริเวณฝาหลังของ iPhone 8 จะแพงกว่าส่วนหน้าจอ

ข้อสันนิษฐานนี้ได้รับการยืนยันจากพนักงานของแอปเปิลแล้ว เนื่องจากตัวกระจกจะแนบติดไปกับตัวเครื่องเลยและใช้กาวเยอะกว่าบริเวณหน้าจอมาก โดยก่อนหน้านี้แอปเปิลได้ปรับเพิ่มราคาของประกัน AppleCare+ ของ iPhone รุ่น Plus ที่วางจำหน่ายอยู่ตอนนี้จาก 129 ดอลลาร์ (เท่ารุ่นเล็ก) เป็น 149 ดอลลาร์ ขณะที่ iPhone X จะอยู่ที่ 199 ดอลลาร์

ที่มา – AppleInsider

alt="iPhone 8"

from:https://www.blognone.com/node/95733

iOS 11 กินแบตขึ้นกว่า iOS10 ถึง 60% โดยประมาณ

หลังจากที่ Apple เปิดอัพเดต iOS11 กันไป หลายต่อหลายคนก็ออกมาพูดถึงปัญหาบั๊กต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับ iOS11 นี่ทั้งบน iPad และ iPhone กันมากมาย แต่หนึ่งในประเด็นที่เป็นปัญหาและสร้างความหงุดหงิดใจให้ผู้ใช้มากที่สุดก็คือเรื่องของอัตราการกินแบตเตอร์รี่ที่ไวขึ้นอย่างน่าใจหายนั่นเอง

วันนี้ Wandera ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่น่าจะช่วยให้หลายๆ คนที่ยังไม่ได้ทำการอัพเดต iOS11 ได้ลองตัดสินใจชะลอกันอัพเดตออกไปก่อน โดยข้อมูลที่ว่านั้นเป็นการเก็บสถิติจากผู้ใช้งานเครือข่ายของต้นทั้งสิ้น 50,000 รายที่ใช้ iPhone และ iPad ไล่ไปจากกลุ่มที่ใช้งานปานกลางทั่วไปและกลุ่มที่ใช้งานหนัก ผลปรากฏว่า iOS11 นั้นกินแบตเตอร์รี่มากกว่า iOS10 แบบมหาโหด ซึ่งคิดเป็นมากกว่าสองเท่าของแบตเตอร์รี่ที่ใช้งานในเวลาเท่ากันบน iOS10 เลยทีเดียว

เมื่อลงลึกลงไปถึงตัวเลขพบว่าผู้ใช้งาน iPhone เคยใช้งานตัวเครื่องบน iOS10 ได้เฉลี่ยที่ 240 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่เมื่ออัพเดตมาเป็น iOS11 นั้น ผู้ใช้งานจะสามารถใช้งานได้เฉลี่ยเหลือเพียง 96 นาทีเท่านั้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงประมาณ 60% เลยทีเดียว

wandera-battery-report.jpeg

“ในอีกนัยหนึ่งก็คือ iOS 10 นั้นกินแบตเตอร์รี่ประมาณ 0.006958% ต่อวินาที ในขณะที่ iOS 11 นั้นกินแบตเตอร์รี่ที่ 0.01739% ต่อวินาที” Wandera อธิบายไว้ในรายงาน

Wandera คาดว่าสาเหตุหลักของการกินแบตเตอร์รี่ในครั้งนี้น่าจะมาจากรูปแบบการอินเด็กซ์แบบใหม่ของ Spotlight ที่ Apple นำมาใช้ใน iOS11 นั้นเอง และส่วนหนึ่งเกิดจากการที่คนอยากทดลองเล่นฟังก์ชั่นต่างๆ ใน iOS11 ที่ตนเพิ่งอัพเดตไป แต่นั้นก็ยังไม่ใช่ปัญหาที่ควรจะทำให้เกิดอัตราการสิ้นเปลืองแบตเตอร์รี่ที่สูงขึ้นถึง 60% อยู่ดี และเพราะเหตุนี้ Wandera จึงออกคำแนะนำให้ผู้ใช้งาน iPhone, iPad อย่าเพิ่งอัพเดตระบบของตัวเองก่อนหากยังไม่ได้ทำ และรอจนกว่า Apple จะมีการอัพเดตแก้ไขออกมา

iphone8-iphone8plus.jpeg

น่าแปลกใจที่เราไม่ได้ยินรายงานเรื่องการกินแบตเตอร์รี่เกิดขึ้นกับ iPhone ตัวใหม่อย่าง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เลย ซึ่งเท่าที่เห็นก็มีเพียงรายงานของเครื่องรุ่นก่อนหน้าที่ทำการอัพเกรดขึ้นมาเป็น iOS11 เท่านั้น แต่ ณ ตอนนี้คงได้ข้อสรุปแล้วว่าใครยังไม่อยากเป็นเสือปืนไว แอละสามารถรอได้ก็ควรตัดใจรอการอัพเดตเพิ่มเติมจาก Apple ก่อนดีกว่าแล้วค่อยอัพเดตต่อไป

from:https://www.appdisqus.com/2017/09/25/ios-11-drained-60-percent-more-of-battery-than-ios10.html

Apple โพสต์วิดีโอ 8 สิ่งที่น่าสนใจใน iPhone 8

Iphone8 8thing Cover

ช่วงวันเปิดขาย iPhone 8 Apple ก็ได้โพสต์วิดีโอโฆษณาโปรโมท 8 สิ่งที่น่าสนใจใน iPhone 8 เป็นการอธิบายฟีเจอร์เด่นและฟีเจอร์ใหม่ใน iPhone 8

8 things to love about iPhone 8

วิดีโอโปรโมทตัวนี้มีชื่อว่า 8 things to love about iPhone 8 โดย Apple ได้เผยแพร่ผ่าน YouTube

Iphone8 8thing 1

สำหรับ 8 สิ่งที่น่าสนใจในวิดีโอที่โปรโมท มีดังนี้

  1. ตัวเครื่องวัสดุกระจกที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน
  2. โหมดถ่ายภาพบุคคล Portrait Lighting
  3. ชาร์จไร้สาย (Wireless Charging)
  4. ชิพ A11 Bionic ทรงพลังมากที่สุดในสมาร์ทโฟน
  5. สมาร์ทโฟนที่มีกล้องดีที่สุด
  6. กันน้ำกันฝุ่นแบบ IP67
  7. หน้าจอ Retina HD Display แบบใหม่
  8. รองรับ AR

ชมวิดีโอ

Apple เปิดขาย iPhone 8, iPhone 8 Plus ในกลุ่มประเทศแรกเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา โดย Tim Cook เผยว่าขายได้ดีในวันแรก และทางทีมงาน iPhonemod.net ก็มีพรีวิวให้ชมกันหลายจุด

Iphone8plus Mod T 1

from:https://www.iphonemod.net/8-things-to-love-about-iphone-8-video.html

คนไทยที่ได้ซื้อ iPhone 8 คนแรกที่สิงคโปร์ ชี้แจงทุกประเด็นหลังถูกดึงเป็นดราม่า

Screen Shot 2560-09-25 at 11.38.10

จากกรณีที่คนไทยวัย 20 ปีได้ซื้อ iPhone 8 กับ iPhone 8 Plus เป็นคนแรกที่ Apple Orchard Road ประเทศสิงคโปร์เพื่อมอบให้เป็นของขวัญสำหรับครอบครัวในประเทศไทย หลังจากที่กลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยจนในที่สุดก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ ล่าสุดก็ได้ออกมาเปิดใจผ่านเพจดัง Drama Addict เป็นครั้งแรกพร้อมชี้แจงทุกประเด็นหลังถูกดึงเป็นดราม่า โดยมีข้อความดังต่อไปนี้

Varis-Sinthopruangchai

ผมเป็นคนที่ซื้อไอโฟนในข่าวนะครับ
ก่อนอื่นขอขอบคุณทุกคอมเม้นนะครับที่มีทั้ง “คำชี้แนะ” + “ความเห็นที่เป็นประโยชน์” และต้องขอโทษที่ผมทำให้เกิดข่าวที่วุ่นวายขึ้นโดยที่ตัวผมเองก็เพิ่งจะทราบเรื่องจากเพื่อนๆ
ผมอยากจะไขข้องสงสัยต่างๆครับ
1. ทำไมต้องไปเอาไอโฟนเครื่องแรก , ต่อคิวนานไหม เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม?
ตอบ: ผมไม่ได้ไปต่อคิวข้ามคืนนะครับ พอดีผมจองเอาไว้ทางเว็บไซต์แล้วแอปเปิ้ลแจ้งให้ไปรับของที่ร้าน พอถึงเวลาผมก็ได้ตามนัดตอน 7:45 , ร้านเปิด 8:00. แล้วทางร้านก็เรียกผมเข้าไปครับ ถึงจะเป็นวันศุกร์แต่ผมไม่มีคลาสและทางมหาลัยจะหยุด1 อาทิดให้นิสิตอ่านหนังสือสอบผมเลยถือโอกาสมารับเครื่องได้ครับ และได้โอกาสกลับไทยด้วยครับ

2. ซื้อไปทำไม ทำไมซื้อ เลยเครื่องแรก เงินมาจากไหน? ตอบ : ผมกะว่าจะซื้อไปให้เป็นของขวัญคุณพ่อครับ ที่เกิดวันที่11 ตุลา ตอนแรกผมแค่ซื้อภายในวันนั้นเพื่อเอากลับไปให้ครับ เพราะปีนี้ผมต้องเรียนอยู่ที่ Singapore ครับ แต่ไม่คิดว่าจะได้เป็นคิวแรก จุดประสงค์หลักคือเอาไปเป็นของขวัญครับเพราะผมคงไม่ได้อยู่ตอนช่วงงานวันเกิดพ่อปีนี้ และประจวบเหมาะที่ว่าวันออกขายตรงกับวันหยุดยาวของทางมหาลัยผมเลยตัดสินใจจองเพือซื้อครับ. ด้านเงินผมใช้บัตรเครดิตเสริมรูดไปแล้วกลับไทยผมได้คืนเงินให้กับคุณพ่อแล้วครับ ที่มาของเงินคือ ผมมีบัญชีออมเงินฝากประจำธนาคารออมสิน ที่เพิ่งปิดบัญชีไปก่อนไปแลกเปลี่ยน เลยคิดว่าจะนำเงินส่วนนี้มาใช้ครับ สำหรับผม ” คุณค่าของของไม่ได้เกี่ยวกับราคาแต่คือความตั้งใจของคนที่อยากให้ครับ” แล้วเงินส่วนนี้ผมก็ถือว่าเก็บไว้ซื้อของขวัญให้พ่อกับแม่อยู่แล้วครับ โดยปกติทุกๆปีผมกับน้องจะหารเงินกันซื้อมือถือให้คุณแม่ รอบนี้ผมเลยอยากเอากลับมาให้คุณพ่อครับ *เงินออมผมแบ่งมาจากค่าขนมรายเดือนนะครับพอดีผมเรียนfinance เลยมีการกระจายเงินตามที่ต่างๆ บางส่วนเอาไว้ลงทุน ใช้จ่าย แต่ส่วนนี้ คือ สำหรับ “ของขวัญ” ครับ

3. ทำไมไม่เอาเงินไปทำอย่างอื่น ตั้งใจเรียนดีกว่าไหม ทำไมถึงต้องรีบขนาดนี้
ตอบ: ผมถือว่าสิ่งที่ผมทำ”มีคุณค่าทางจิตใจ” ตอนเอาไปให้คุณพ่อ ท่านตื่นเต้นมากๆ แค่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ ส่วนเรื่องเรียนการซื้อมือถือกลับไปผมไม่ได้โดดเรียน+ ทิ้งเรียนนะครับเพราะไม่มีคลาส+เป็นวันหยุด ตอนกลับไทยผมยังเอาtextbook กลับมาอ่านเตรียมสอบเลยครับ ส่วนเรื่องเรียนผมเต็มที่ตลอดอยู่แล้วครับ ผมไม่อยากให้คนมองว่า “มีโอกาสที่ดีแล้วไม่ยอมใช้หรือพยายาม, ที่ทุกคนชอบพูดว่าเด็กที่มีฐานะดีมักจะถูกspoil ผมอยากจะลบคำสบประมาทนี้ให้ได้ครับ”

4. ฝากเรื่องสุดท้ายนะครับ ผมต้องขอโทษด้วยที่ข่าวที่ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้ “ดัง” ต้องทำให้หลายๆคนไม่พอใจ และถ้าผมทำอะไรผิดไปหรือทำให้ใครไม่พอใจต้อง”ขออภัย”ทุกคนด้วยนะครับ

5. *ภาพต่างๆ นักข่าวหลายๆคนเค้า “แนะนำ” ให้ผมโพสท่านะครับ สามารถถามนักข่าวได้เลยครับ ผมต้องวิ่งออกจากร้านapple ตั้งสาม-สี่ รอบครับ ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายกันนะครับ
ขอบคุณมากๆนะครับ

ที่มา –  DramaAdd 

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=194320