คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLE_WATCH

เปิดโหมดสีเทา (Greyscale) บน Apple Watch ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้หรือไม่

Enable Grayscale Apple Wath Save Battery Cover

โหมด Greyscale ทั้งบน iPhone, iPad และ Apple Watch ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยผู้บกพร่องทางสายตาหรือตาบอดสีสามารถใช้งานบนหน้าจอที่แสดงผลเป็นสีเทาได้สะดวกมากขึ้น แต่รู้ไหมว่าโหมด Greyscale บน Apple Watch ยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ด้วย เพราะอะไรนั้นมาชมกันเลย

โหมดสีเทา (Greyscale) ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ Apple Watch ได้หรือไม่?

ด้วยหน้าจอของ Apple Watch ใช้เทคโนโลยี OLEDs เหมือนกับ iPhone X ด้วยคุณสมบัติของหน้าจอ OLEDs สามารถเปล่งแสงเองได้เมื่อได้รับพลังงานไฟฟ้า โดยไม่ต้องอาศัยแสง Backlight หรือแสงสีดำ จึงทำให้ไม่มีการจ่ายไฟในบริเวณที่เป็นแสงสีดำสนิท กล่าวคือ การจ่ายไฟไม่ต้องจ่ายทุกพิกเซลบนหน้าจอ แต่จะยกเว้นส่วนที่ดำสนิทนั่นเอง จึงทำให้ประหยัดไฟมากกว่า

Enable Grayscale Apple Wath Save Battery 2

สรุปก็คือ โหมดสีเทา (Greyscale) บนหน้าจอ Apple Watch ช่วยให้ประหยัดไฟได้ เนื่องจากหน้าจอจะปรับจุดที่มีสีเข้มให้เป็นโทนสีดำ จึงทำให้การจ่ายไฟบนหน้าจอทั้งหมดน้อยลง

วิธีเปิดโหมดสีเทา (Grayscale) บน Apple Watch

ไปที่แอป Watch บน iPhone > ทั่วไป (General) > ตัวช่วยการเข้าถึง (Accessibility) > เปิด ระดับสีเทา (Grayscale)

Enable Grayscale Apple Wath Save Battery 1

หน้าจอบน Apple Watch ก็จะถูกปรับจากโทนสีปกติให้เป็นโทนสีเทาทันที

Enable Grayscale Apple Wath Save Battery 3

เห็นได้ว่า โหมดสีเทาหรือ Grayscale นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีตาบอดสีแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่อีกด้วย เอาไว้ใช้ในเวลาที่เราต้องเดินทางไกลเป็นระยะเวลานานๆ แต่ก็ไม่อยากเปิดโหมดประหยัดพลังงาน หากแบตเตอรี่ไม่ต่ำมาก ก็สามารถเปิดใช้โหมดสีเทา (Grayscale) ช่วยได้ แต่ก็จะไม่ประหยัดแบตเตอรี่เท่ากับการเปิดโหมดประหยัดพลังงาน

from:https://www.iphonemod.net/enable-grayscale-apple-wath-save-battery.html

Advertisements

เผยคอนเซ็ปต์ Apple Watch Series 4 ขยายจอแสดงผลให้กว้างขึ้น (มีคลิป!!)

Concept Creator สร้างคอนเซ็ปต์ Apple Watch Series 4 ออกมาให้ชมกันแล้ว โดยเรนเดอร์ผลงานออกมาอย่างสมจริง ด้วยดีไซน์ที่อยู่บนพื้นฐานคำทำนายของ Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์จาก TF International Securities

Ming-Chi Kuo เชื่อว่า Apple Watch Series 4 จะมีให้เลือก 2 ขนาด คือ 1.57 นิ้ว (39.9 มิลลิเมตร) และ 1.78 นิ้ว (45.2 มิลลิเมตร) ขณะที่รุ่นปัจจุบันมีขนาด 38 มิลลิเมตร และ 42 มิลลิเมตร พร้อมปรับปรุงเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

ถึงแม้จอแสดงผลจะใหญ่ขึ้น แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ Apple จะยังคงรักษาขนาดตัวเรือนไว้เท่าเดิม ทำให้ Apple Watch รุ่นใหม่ จะมีขอบจอแสดงผลที่บางลง

คาดว่า Apple Watch Series 4 จะได้รับการเปิดตัวทางการ พร้อมกับ iPhone และ iPad Pro รุ่นใหม่ ภายในเดือนกันยายนนี้

ที่มา – Concept Creator

from:http://www.flashfly.net/wp/224056

แนะนำ 4 แอปนับแคลอรี่ สำหรับติดตามการลดน้ำหนักบน Apple Watch

Calorie Counter App For Apple Watch

สำหรับใครที่กำลังลดน้ำหนักและต้องควบคุมอาหาร รวมถึงบันทึกการออกกำลังกาย เพื่อติดตามผลการลดน้ำหนักให้ได้ผล วันนี้ทีมงานมีแอปติดตามการกินและการออกกำลังกาย ที่จะเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักมาฝากกันค่ะ

ทุกแอปที่ทีมงานจะแนะนำต่อไปนี้ เป็นแอปสำหรับการบันทึกข้อมูลการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายในแต่ละวัน แนะนำให้ผู้ใช้กรอกส่วนสูง น้ำหนัก และอายุก่อน รวมถึงเป้าหมายน้ำหนักที่ต้องการลดหรือเพิ่มและวันที่สำเร็จเป้าหมาย เพื่อให้แอปสามารถคำนวณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสม

แนะนำ 4 แอปสำหรับติดตามการลดน้ำหนัก บน Apple Watch

Lost It!

Count Calorie Lost It Apple Watch

Lost It! เป็นแอปสำหรับการบันทึกจำนวนแคลอรี่จากอาหารที่เราทานในแต่ละมื้อ และยังซิงค์ข้อมูลการนับก้าวเดินจากแอป Health ที่วัดผลจาก Apple Watch มาแสดงในแอปให้อัตโนมัติ การติดตามผลของน้ำหนักตัว ไม่สามารถบันทึกบน Apple Watch ได้ ต้องบันทึกบน iPhone เท่านั้น

การใช้งานบน Apple Watch ใช้งานได้ง่าย เพียงแตะที่หน้าจอเพื่อเพิ่มมื้ออาหารหรือจำนวนแคลอรี่ของอาหารที่เราทาน สำหรับคนที่ลดน้ำหนัก พยายามอย่าทานให้เกินแคลอรี่ที่แอปกำหนด นอกจากนี้แอปยังแสดงจำนวนสารอาหารที่เราได้รับ โดยวิเคราะห์จากประเภทอาหารที่เราทาน และยังสามารถดูสรุปรายสัปดาห์ได้อีกด้วย แต่หากต้องการดูแบบละเอียด ก็เปิดดูในแอปบน iPhone ได้เลย

สามารถดาวน์โหลดแอปได้ที่ Lost It!

FatSecret

Count Calorie Fat Secret Apple Watch

สิ่งที่น่าสนใจของ FatSecret คือมีการแสดงข้อมูลการลดน้ำหนักของผู้อื่นที่ใช้แอป Fat Secret บน iPhone ถือว่าช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการแข่งขันการออกกำลังกายได้ดี บรรลุเป้าหมายได้ไว

การใช้งาน FatSecret บน Apple Watch ถือว่าใช้งานได้ง่ายเช่นกัน แต่ข้อจำกัดคือ อาหารที่มีให้เลือกบน Apple Watch ต้องเคยเลือกในแอปบน iPhone มาก่อน ซึ่งผู้ใช้อาจจะต้องเริ่มต้นใช้งานแอปบน iPhone ก่อนถึงจะมาใช้บน Apple Watch และไม่สามารถบันทึกน้ำหนักประจำวันบน Apple Watch ได้ ต้องไปบันทึกบน iPhone เท่านั้น

บนหน้าจอ Apple Watch จะมีการบอกตัวเลขแคลอรี่ที่ร่างการต้องการต่อวันชัดเจน เมื่อเราเพิ่มมืออาหารไป เลขแคลอรี่ก็จะถูกเปลี่ยนให้ลดลง เพื่อบอกว่าแคลลอรี่จากอาหารที่เราจะรับประทานต้องไม่เกินเลขที่แสดง

สามารถดาวน์โหลดแอปได้ที่ FatSecret

MyNetDiary

Count Calorie Mynetdiary Apple Watch

สำหรับ MyNetDiary ก็เป็นการบันทึกมืออาหาร ซึ่งบน Apple Watch ก็มีอาหารให้เลือกหลากหลายประเภท รวมถึงบันทึกการดื่มน้ำ (ในแอปอื่นจะต้องซื้อภายในแอป) สามารถจัดการข้อมูลทุกอย่างบน Apple Watch ได้เลย

โดยเฉพาะการบันทึกน้ำหนักประจำวันบน Apple Watch ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาที่เราชั่งน้ำหนัก ก็สามารถแตะเมนูการบันน้ำหนักบน Apple Watch ได้เลย

บน iPhone ยังมีตัวช่วยวิเคราะห์ หลังจากที่เราบันทึกมื้ออาหารมากกว่า 400 แคลอรี่ ตัวช่วยวิเคราะห์ก็จะช่วยคาดการณ์และให้คำแนะนำว่าการลดน้ำหนักของเราจะต้องเป็นไปในทิศทางไหน แอปนี้ถือว่าครบเครื่องและใช้งานได้ง่าย

สามารถดาวน์โหลดแอปได้ที่ MyNetDiary

Monitor Your Weight

Count Calorie Monitoryouweight Apple Watch

สำหรับคนที่ต้องการเน้นการใช้ง่ายจริงๆ ไม่ต้องมีการบันทึกมื้ออาหาร เนื่องด้วยอาจจะไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกที่จะบันทึกในทุกๆ มือ แนะนำเป็นแอป Monitor Your Weight ที่บันทึกเฉพาะน้ำหนักตัวแต่ละวัน เพื่อติดตามผลการลดน้ำหนักของเราว่าคืบหน้าหรือไม่

แต่ตัวแอปเองก็มีการคำนวณแคลอรี่ที่ร่างกายของเราต้องการต่อวันมาให้ เพื่อเป็นข้อมูลแนะนำให้เราควบคุมการทานอาหารไม่ให้เกินตามแคลอรี่ที่กำหนด บางคนอาจจะไม่จำเป็นต้องบันทึกแคลอรี่ตลอดเวลา แต่อาจจะประมาณการจากการรับประทานอาหารที่เราพอจะทราบแคลอรี่อยู่แล้ว ก็ทานไม่ให้เกิน และใช้ใช้ตัว Monitor Your Weight ในการบันทึกน้ำหนักในแต่ละวัน ก็ถือว่าง่ายเลยทีเดียว

สามารถดาวน์โหลดแอปได้ที่ Monitor Your Weight

ใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ ก็สามารถเลือกใช้แอปตามไลฟ์สไตล์ของตนเองได้เลย แอปเหล่านี้อาจจะไม่ได้คำนวณหรือเก็บข้อมูลแม่นยำที่สุด เช่น อาหารกับจำนวนแคลอรี่ที่อาจจะไม่รองรับกับอาหารไทย แต่เราก็สามารถนับแคลจากอาหารที่เรากิน และอ้างอิงอาหารอื่นๆ ในแอปที่มีจำนวนแคลใกล้เคียงกัน

สำหรับการเก็บข้อมูลการออกกำลังกายในบางแอป แนะนำให้ผู้ใช้เปิดการอนุญาตแอปกับแอปสุขภาพให้เรียบร้อย เพื่อให้ Apple Watch สามารถอ่านและเขียนข้อมูลไปยังแอปเหล่านี้ได้อัตโนมัติ เราจะได้ไม่ต้องกรอกจำนวนแคลอรี่ในการออกกำลังกายเอง

from:https://www.iphonemod.net/calorie-counter-app-for-apple-watch.html

Apple Watch ค้าง ไม่ทำงาน เปิดไม่ติด ไม่ชาร์จ ทำอย่างไร

Apple Watch Not Working Problem Fix

ปัญหา Apple Watch ไม่ทำงาน เปิดไม่ติด ไม่ชาร์จ อาจจะพบทั่วไป อาจจะเกิดขึ้นในบางคน แน่นอนว่าการใช้เครื่องอย่างต่อเนื่องในระยะเวลานาน เครื่องก็อาจจะเกิดปัญหาที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน เรามาดูคำแนะนำจาก Apple กันเลยว่าหาก Apple Watch ไม่ทำงาน จะต้องทำอย่างไรบ้าง

Apple Watch ค้าง ไม่ทำงาน เปิดไม่ติด ไม่ชาร์จ ทำอย่างไร

1. ชาร์จ Apple Watch

สิ่งแรกที่ต้องทำ ถ้าเครื่องของเราเปิดไม่ติด มีหน้าจอดำสนิท ให้นำ Apple Watch ไปชาร์จบนแท่นเป็นเวลา 30 นาที และลองกดปุ่ม Power ด้านข้างเช็คดูว่ามีไอคอนการชาร์จขึ้นบนหน้าจอหรือไม่

Apple Watch Not Working Problem Fix 1

ถ้าไฟเข้าจะมีรูปไอคอนการชาร์จสีเขียวแสดงขึ้นมา รอให้ Apple Watch ชาร์จจนเต็ม ก็สามารถเปิดใช้งานเครื่องโดยกดปุ่ม Power ค้างไว้ แต่ถ้าแบตเตอรี่เหลือน้อยหรือกำลังจะหมด ไอคอนจะแสดงเป็นสีแดง

2. รีสตาร์ททั้ง iPhone และ Apple Watch

หาก Apple Watch ของเราค้าง ไม่ตอบสนองการทำงาน หรือการทำงานมีความผิดปกติ แนะนำว่าให้รีสตาร์ททั้ง iPhone และ Apple Watch โดยการปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่

Apple Watch Not Working Problem Fix 2

การรีสตาร์ท iPhone และ Apple Watch ให้กดปุ่ม Power ค้างไว้จนเครื่องแสดงปุ่มปิดเครื่องในเลื่อนไปทางขวา รอจนกว่าหน้าจอจะดับ จากนั้นก็กดปุ่ม Power ค้างไว้อีกครั้ง จนกว่าไอคอน Apple จะแสดงขึ้นมา เพื่อเปิดเครื่องใหม่

3. บังคับรีสตาร์ท iPhone และ Apple Watch

หากเราลองทำในข้อที่ 2 เพื่อรีสตาร์ทแล้ว แต่เครื่องยังไม่ตอบสนองและไม่สามารถปิดเครื่องได้ ก็ให้ทำการบังคับรีสตาร์ท (Force Restart) ทั้ง iPhone และ Apple Watch

Apple Watch Not Working Problem Fix 3

บน Apple Watch ผู้ใช้ต้องกดปุ่ม Digital Crown และปุ่ม Power พร้อมกันค้างไว้ประมาณ 10 วินาที จนกว่าเครื่องจะแสดงไอคอน Apple ส่วนการบังรีสตาร์ท iPhone แต่ละรุ่นจะไม่เหมือนกัน รับชมตามหัวข้อด้านล่างได้เลย

4. ยกเลิกการจับคู่ Apple Watch แล้วจับคู่ใหม่

หากเครื่องยังทำงานไม่ปกติ เช่น ดาวน์โหลดแอปมายัง Apple Watch ไม่เสร็จในระยะเวลาที่นานมาก ลองรีสตาร์ทแล้วก็ไม่หาย ก็ให้ทำงานยกเลิกการจับคู่ Apple Watch เพื่อให้ระบบทำการเคลียร์และตั้งค่าการใช้งานใหม่ทั้งหมด

Apple Watch Not Working Problem Fix 4

โดยไปที่แอป Watch > แตะแท็บนาฬิกาของฉัน > แตะไอคอน i > เลือก ยกเลิกจับคู่กับ Apple Watch

5. ลบ Apple Watch หลังยกเลิกจับคู่

เมื่อยกเลิกจับคู่เรียบร้อยแล้ว บนหน้าจอ Apple Watch จะกลายเป็นการตั้งค่าภาษาของเครื่อง และจะมีตัวเลือกสำหรับรีเซ็ต ให้แตะเลือก ลบข้อมูลเนื้อหาและการตั้งค่าทั้งหมด เพื่อเคลียร์ข้อมูลของแอปและการตั้งค่าต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในการทำงาน

Apple Watch Not Working Problem Fix 5

6. จับคู่ Apple Watch กับ iPhone อีกครั้ง

เมื่อเลิกจับคู่และลบเนื้อการการตั้งค่าแล้ว ก็จับคู่ Apple Watch กับ iPhone อีกครั้ง พร้อมดาวน์โหลดข้อมูลสำรองล่าสุดมาด้วย ระหว่างจับคู่แนะนำว่าให้ Apple Watch อยู่ใกล้กับ iPhone และควรชาร์จแบตเตอรี่ของทั้ง 2 เครื่องไว้

Apple Watch Not Working Problem Fix 6

และนี่ก็เป็นขั้นตอนเบื้องต้นที่เราสามารถทำได้ด้วยตนเองหากพบปัญหา ให้ลองทำตามขั้นตอนดังกล่าวอย่างเป็น Step  ตั้งแต่ข้อแรกก่อน และควรตรวจสอบด้วยว่าเครื่องได้อัปเดตซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วหรือยัง ถ้ายังให้ทำการอัปเดตให้เรียบร้อย

หากทำแล้วเครื่องยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ แนะนำให้นำเครื่องไปเช็คยังศูนย์บริการหรือ iCare เพื่อหาสาเหตุและซ่อมให้เรียบร้อย

ขอบคุณ Apple

from:https://www.iphonemod.net/apple-watch-not-working-problem-fix.html

Apple ปล่อยอัปเดต watchOS 5 beta 4 สำหรับนักพัฒนา เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพ Wakie-Talkie

Watchos 5 Beta 4 Developer Update

Apple ได้ปล่อยอัปเดต watchOS 5 beta 4 ให้นักพัฒนาได้อัปเดตแล้ว เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานจากเวอร์ชันก่อนหน้าให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการทำงานของแอป Wakie-Talkie

Apple ปล่อยอัปเดต watchOS 5 beta 4

Watchos 5 Beta 4 Developer Update 1

watchOS 5 beta 4 มาพร้อมกับเลข Build Number 16R5322d การอัปเดตครั้งนี้เน้นปรับปรุงการทำงานของแอป Wakie-Talkie

สิ่งใหม่ใน watchOS 5 beta 4

  • รูปไอคอนแอป Wakie-Talkie จะไม่แสดงบนหน้าปัดนาฬิกาตลอดเวลา แต่จะแสดงเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อเรายกข้อมือดู Apple Watch หลังจากนั้นก็จะหายไป
  • มีการปรับให้แอป Wakie-Talkie ไม่ทำงาน เมื่อเปิดโหมดห้ามรบกวน (Do not disturb) หมายความว่าผู้ติดต่อจะไม่สามารถติดต่อเราได้ หากอยู่ในโหมดห้ามรบกวน

Watchos 5 Beta 4 Developer Update 2

หากทีมงานได้ทดสอบแล้วพบสิ่งใหม่ก็จะรายงานให้ทราบอีกครั้ง ผู้ใช้ Apple Watch สามารถติดตามข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับ watchOS และ Apple Watch ทั้งหมดได้ที่ watchOS หรือ Apple Watch

from:https://www.iphonemod.net/apple-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%95-watchos-5-beta-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b1.html

Apple ปล่อยอัปเดต watchOS 5 beta 4 สำหรับนักพัฒนา เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพ Wakie-Talkie

Watchos 5 Beta 4 Developer Update

Apple ได้ปล่อยอัปเดต watchOS 5 beta 4 ให้นักพัฒนาได้อัปเดตแล้ว เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานจากเวอร์ชันก่อนหน้าให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการทำงานของแอป Wakie-Talkie

Apple ปล่อยอัปเดต watchOS 5 beta 4

Watchos 5 Beta 4 Developer Update 1

watchOS 5 beta 4 มาพร้อมกับเลข Build Number 16R5322d การอัปเดตครั้งนี้เน้นปรับปรุงการทำงานของแอป Wakie-Talkie

สิ่งใหม่ใน watchOS 5 beta 4

  • รูปไอคอนแอป Wakie-Talkie จะไม่แสดงบนหน้าปัดนาฬิกาตลอดเวลา แต่จะแสดงเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อเรายกข้อมือดู Apple Watch หลังจากนั้นก็จะหายไป
  • มีการปรับให้แอป Wakie-Talkie ไม่ทำงาน เมื่อเปิดโหมดห้ามรบกวน (Do not disturb) หมายความว่าผู้ติดต่อจะไม่สามารถติดต่อเราได้ หากอยู่ในโหมดห้ามรบกวน

Watchos 5 Beta 4 Developer Update 2

หากทีมงานได้ทดสอบแล้วพบสิ่งใหม่ก็จะรายงานให้ทราบอีกครั้ง ผู้ใช้ Apple Watch สามารถติดตามข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับ watchOS และ Apple Watch ทั้งหมดได้ที่ watchOS หรือ Apple Watch

from:https://www.iphonemod.net/watchos-5-beta-4-developer-update.html

ราคาเคลม iPhone, iPad, Apple Watch ที่ศูนย์ Apple อัปเดต 17 ก.ค. 2561

Idevice Replacement Price Aasp Thailand Jan2018

หากอุปกรณ์ iPhone, iPad, Apple Watch และ iPod touch มีปัญหาและต้องการเคลมประกันที่ศูนย์ Apple Authorized Service Provider เรียกสั้นๆ ว่า AASP วันนี้เรามีราคาอัปเดตล่าสุดมาให้ชม โดยการเคลมดังกล่าวนั้นจะมีทั้งการเปลี่ยนอะไหล่บางส่วนและการเปลี่ยนทั้งเครื่อง

iPhone, iPad, Apple Watch, iPod touch มาพร้อมการรับประกัน 1 ปี

ข้อควรทราบ

  • อุปกรณ์ Apple มีประกันมาพร้อมตัวเครื่องนาน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อเครื่องมา หากเกิดอาการผิดปกติทางด้วยฮาร์ดแวร์ เช่น เปิดไม่ติด, ชาร์จไม่เข้า, กล้องไม่โฟกัส, หน้าจอเป็นจุดหรือเป็นเส้น ฯลฯ โดยสาเหตุไม่ได้มาจากอุบัติเหตุ อาการเหล่านั้นจะเคลมฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • หากอุปกรณ์เกิดอุบัติเหตุเช่น เครื่องตก, จอแตก, โดนความชื้นเข้าภายในเครื่อง, เครื่องบิดงอเพราะนั่งทับ ฯลฯ อาการเหล่านั้นจะอยู่ “นอกประกัน” จะไม่อยู่ภายใต้การรับประกัน ดังนั้นหากจะต้องเคลมกับศูนย์จะมีค่าใช้จ่ายที่ผู้ใช้งานจะต้องเป็นผู้ออก
  • พิเศษ iPad, iPod touch, Apple TV สามารถซื้อ AppleCare Protection Plan เพิ่มได้อีก 1 ปี เมื่อรวมประกันของเดิมจะได้ทั้งหมด 2 ปี ส่วน iPhone, Apple Watch นั้นยังไม่สามารถซื้อประกันเพิ่มในไทยได้

สรุปราคาเคลม iPhone, iPad, iPod touch ที่ศูนย์ Apple อัปเดต 17 กรกฎาคม 2561

ราคาเคลม Iphone

เคลม iPhone แบบเปลี่ยนทั้งเครื่อง (อัปเดต 6 ม.ค. 61)

  • iPhone 5, 5c, 5s – 10,500
  • iPhone SE – 11,500
  • iPhone 6 – 11,900
  • iPhone 6 Plus – 13,500
  • iPhone 6s – 13,500
  • iPhone 6s Plus – 14,900
  • iPhone 7 – 14,500
  • iPhone 7 Plus – 15,500
  • iPhone 8 – 15,900
  • iPhone 8 Plus – 18,500
  • iPhone X – 25,900

แบบเปลี่ยนเฉพาะหน้าจอ (อัปเดต 6 ม.ค. 61)

  • iPhone 5, 5c, 5s, SE, 6 – 5,000
  • iPhone 6 Plus – 5,500
  • iPhone 6s, 7, 8 – 6,000
  • iPhone 6s Plus, 7 Plus, 8 Plus – 7,000
  • iPhone X – 12,500

ราคาเปลี่ยนแบตเตอรี่ iPhone (อัปเดต 6 ม.ค. 61)

  • iPhone 5, 5c, 5s – 2,900
  • iPhone SE, 6, 6 Plus – 1,000
  • iPhone 6s, 6s Plus, 7, 7 Plus – 1,000

ราคาเคลม Ipad

เคลม iPad แบบเปลี่ยนทั้งเครื่อง (อัปเดต 17 ก.ค. 61)

  • iPad 4/5/6 – 10,500
  • iPad mini 1/2 – 7,500
  • iPad mini 3/4 – 12,500
  • iPad Air – 9,700
  • iPad Air 2 – 11,700
  • iPad Pro 9.7-inch – 17,000
  • iPad Pro 10.5-inch – 21,400
  • iPad Pro 12.9-inch – 27,000

ราคาเปลี่ยนแบตเตอรี่ iPad (อัปเดต 17 ก.ค. 61)

  • ทุกรุ่น 4,500

ราคาเคลม Apple Watch

เคลม Apple Watch แบบเปลี่ยนทั้งเครื่อง

  • Apple Watch 1/Sport 1 อะลูมิเนียม – 7,500
  • Apple Watch Series 1/2 สแตนเลสสตีล – 9,900
  • Apple Watch Series 2 อะลูมิเนียม – 8,900
  • Apple Watch Series 3 GPS อะลูมิเนียม – 9,500
  • Apple Watch Series 3 Cellular อะลูมิเนียม – 12,900
  • Apple Watch Series 3 Cellular สแตนเลสสตีล – 14,700

ราคาเปลี่ยนแบตเตอรี่ Apple Watch

  • ทุกรุ่น 3,900

ราคาเคลม Ipod Touch

เคลม iPod (อัปเดต 6 ม.ค. 61)

iPod ยังไม่อัปเดตราคาการเปลี่ยนตัวเครื่องใหม่ มีเพียงการเปลี่ยนอะไหล่เฉพาะส่วนคือแบตเตอนี่เท่านั้น ราคาเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ iPod เป็นดังนี้ครับ

  • iPod Nano (7th gen) – 2,700
  • iPod touch (4th, 5th, 6th gen) – 3,500
  • iPod Classic 160G (Late 2009) – 3,500

เคลมได้ที่ไหนบ้าง

สามารติดต่อได้ที่ตัวแทนซ่อมกับทาง Apple ได้เลยเช็คสาขาของแต่ละที่ได้ตามลิงก์ด้านล่าง

หมายเหตุ

  • โครงการเปลี่ยนแบตเตอรี่ในราคาพิเศษ 1,000 บาท มีผลตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2561 นี้เท่านั้น

ข้อมูลโดยทีมงาน iPhoneMod.net

from:https://www.iphonemod.net/assp-thaialnd-price-update-july-2018.html