คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLECARE

AppleCare+ คิดค่าซ่อมแผงหลังกระจก iPhone 8 และ iPhone 8 Plus แพงกว่าค่าซ่อมจอแสดงผล

iphone-8-drop-test

Apple ได้นำวัสดุกระจกกลับมาใช้อีกครั้งใน iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่าโลหะ แต่ไม่ทนทานเท่าโลหะถ้าเกิดทำตกหล่น ดังนั้น การซื้อ AppleCare+ เพื่อคุ้มครอง iPhone จึงมีความจำเป็นมาก และคุณต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มอีกเล็กน้อย หากต้องการขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมทั้งหมด

AppleCare-Plus

ปัจจุบันเจ้าของ iPhone 8 สามารถซื้อความคุ้มครองจาก AppleCare+ ได้ในราคา 129 ดอลล่าร์สหรัฐ (หรือ 149 ดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับ iPhone 8 Plus) แต่ถ้าต้องการขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดกับจอแสดงผล จะต้องจ่ายเพิ่ม 29 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 960 บาท ส่วนความเสียหายอื่นๆ ซึ่งรวมถึงแผงกระจกด้านหลัง จะต้องจ่ายเพิ่ม 99 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 3,280 บาท (ไม่รวมภาษี)

ถ้าคุณอยากรู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากทำ iPhone 8 ตกลงพื้น สามารถชมวีดีโอ Drop Test ได้ที่นี่

ที่มา – The Verge

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=194429

Advertisements

ราคาเปลี่ยนกระจกหลังของ iPhone 8/8 Plus ภายใต้ AppleCare+ แพงกว่าหน้าจอ

หลัง iPhone 8 และ 8 Plus เริ่มวางจำหน่ายในประเทศกลุ่มแรกไปแล้ว ทว่าการรับประกันการซ่อม iPhone ภายใต้ประกัน AppleCare+ ของแอปเปิลระบุบนหน้าเว็บว่าวามเสียหายจากหน้าจอจะคิดค่าบริการที่ 29 ดอลลาร์ ขณะที่ความเสียหายอื่นๆ จะคิดที่ 99 ดอลลาร์ ทำให้ค่าบริการในการเปลี่ยนส่วนที่เป็นกระจกบริเวณฝาหลังของ iPhone 8 จะแพงกว่าส่วนหน้าจอ

ข้อสันนิษฐานนี้ได้รับการยืนยันจากพนักงานของแอปเปิลแล้ว เนื่องจากตัวกระจกจะแนบติดไปกับตัวเครื่องเลยและใช้กาวเยอะกว่าบริเวณหน้าจอมาก โดยก่อนหน้านี้แอปเปิลได้ปรับเพิ่มราคาของประกัน AppleCare+ ของ iPhone รุ่น Plus ที่วางจำหน่ายอยู่ตอนนี้จาก 129 ดอลลาร์ (เท่ารุ่นเล็ก) เป็น 149 ดอลลาร์ ขณะที่ iPhone X จะอยู่ที่ 199 ดอลลาร์

ที่มา – AppleInsider

alt="iPhone 8"

from:https://www.blognone.com/node/95733

AppleCare+ for Mac ขยายระยะเวลาคุ้มครองเป็น 3 ปี ครอบคลุมความเสียหายอีก 2 กรณี

applecare-for-mac

Apple ประกาศขยายระยะเวลาคุ้มครองเหตุการณ์ความเสียหายของ AppleCare+ for Mac ครอบคลุมความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดกับจอแสดงผล หรือ ความเสียหายจากภายนอก โดยมีค่าใช้จ่าย 99 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อหนึ่งเหตุการณ์ และความเสียหายอื่นๆ รวมถึงความเสียหายจากน้ำ จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 299 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อหนึ่งเหตุการณ์ ลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองจากความเสียหายทั้ง 2 กรณี ภายใต้การรับประกันของ AppleCare+ นอกจากนี้ยัง ขยายระยะเวลาคุ้มครองเป็นเวลา 3 ปี นับจากวันที่ซื้อของ Mac

“Mac ทุกเครื่องมาพร้อมกับ การรับประกันแบบ จำกัดระยะเวลา 1 ปี และ บริการช่วยเหลือด้านเทคนิคผ่านทางโทรศัพท์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นเวลา 90 วัน ซึ่งด้วย AppleCare Protection Plan คุณสามารถขยายระยะเวลาคุ้มครองเป็น 3 ปี นับจากวันที่คุณซื้อ Mac และสามารถสอบถามข้อสงสัยได้ครบทุกเรื่องในที่เดียวไม่ว่าจะเป็น Mac, macOS, และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ของ Apple อย่างเช่น แอพรูปภาพ, iMovie, GarageBand และอื่นๆ โดยโทรติดต่อโดยตรงถึงฝ่ายบริการช่วยเหลือด้านเทคนิคที่ได้รับรางวัลของ Apple รวมถึงสามารถนำ Mac ของคุณเข้ารับการซ่อมได้ทั่วโลกด้วยทางเลือกในการขอรับบริการที่แสนสะดวกสบาย”

Apple นำเสนอบริการ AppleCare for Mac มานานแล้ว แต่ด้วยการขยายตัวในปัจจุบันของผู้ใช้ Mac ทำให้ Apple ตัดสินใจเพิ่มความคุ้มครองความเสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจในกกรณีที่เกิดความเสียหายกับน้ำ หรือความเสียหายทางกายภาพ

ที่มา – Apple

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=184709

ตอนนี้เจ้าของ iPhone สามารถซื้อบริการ AppleCare+ ได้ภายในเวลา 1 ปี นับจากวันแรกที่ซื้อ iPhone

applecare-plus-iphone

เว็บไซต์ MacRumors รายงานว่า Apple ได้ขยายระยะเวลาการซื้อบริการ AppleCare+ สำหรับเจ้าของ iPhone ออกไปเป็น 1 ปี นับจากวันแรกที่ซื้อผลิตภัณฑ์ จากเดิมที่มีระยะเวลาให้ซื้อได้ภายใน 60 วัน ทั้งนี้ Apple ยังไม่ได้แก้ไขข้อความระยะเวลาใหม่บนเว็บไซต์ทางการ แต่ MacRumors ยืนยันว่าได้รับข้อมูลโดยตรงจากที่ปรึกษาอาวุโสของ AppleCare

การเปลี่ยนแปลงใหม่นี้ หมายความว่า ลูกค้าที่ซื้อ iPhone สามารถซื้อบริการ AppleCare+ ได้เมื่อไรก็ได้ ตราบเท่าที่ยังอยู่ในเงื่อนไขการรับประกันสินต้าตามปกติ หรือในช่วง 1 ปีแรก เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ Mac และ Apple TV

applecare-plus

นอกจากนี้ ระยะเวลาการซื้อ AppleCare+ ภายในเวลา 1 ปี นับจากวันแรกที่ซื้อ iPhone ยังครอบคลุมลูกค้าเก่า สำหรับผู้ที่ซื้อ iPhone ไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ถึง 1 ปี หรือยังไม่หมดระยะเวลารับประกันตามปกติ ก็สามารถซื้อบริการ AppleCare+ เพื่อขยายระยะเวลาการรับประกันออกไปได้อีก

น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าเงื่อนไขซื้อบริการ AppleCare+ ภายในเวลา 1 ปี จะรองรับเฉพาะลูกค้าในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=177861

AppleCare+ ประกันสำหรับเครื่อง iPhone ในสหรัฐซื้อเพิ่มได้ภายใน 1 ปี

applecare

มีการเปิดเผยล่าสุดได้ระบุถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนระยะเวลาในซื้อประกัน AppleCare+ สำหรับผู้ใช้งานโทรศัพท์ iPhone ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเริ่มนำร่องให้เจ้าเครื่องสามารถเลือกซื้อประกันเครื่องเพิ่มได้ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยอ้างอิงจาก 9to5mac จากแต่เดิมที่จะรับสิทธิ์ในการซื้อประกันเพิ่มเติมดังกล่าวได้เฉพาะภายในช่วง 60 วันแรก นับตั้งแต่การซื้อเครื่องสำเร็จ

โดยประกัน AppleCare+ จะขยายระยะเวลาการรับประกันชิ้นส่วน ค่าแรงช่าง ติดต่อทีมงานเทคนิคเพิ่มออกไปเป็น 2 ปี อันรวมไปถึงอัตราค่าอะไหล่ในการซ่อมแซมชิ้นส่วนที่ครอบคลุมการรับประกันการซ่อมหน้าจอได้ 2 ครั้ง ด้วยวงเงินเพียง 29 เหรียญสหรัฐ หรือความเสียหายส่วนอื่นๆ ของตัวเครื่องครอบคลุมในวงเงิน 99 เหรียญสหรัฐ เป็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้นก่อนคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละมลรัฐ

ผู้ใช้งาน iPhone 6s / 6s Plus และ iPhone 7 / 7 Plus ในประเทศสหรัฐสามารถเลือกซื้อประกัน AppleCare+ ได้เพิ่มเติมในวงเงิน 129 เหรียญสหรัฐ และสำหรับ iPhone SE จะซื้อเพิ่มได้ 99 เหรียญสหรัฐ ตัวเลือกดังกล่าวนี้ทำให้การซื้อประกันเพิ่มของ iPhone ภายในระยะเวลาหนึ่งปีเทียบเท่าได้กับ Mac AppleCare เป็นที่เรียบร้อย


from:http://www.macstroke.com/122858/180317-applecare-plus-warranty-buy-extended-for-iphone-cover-for-oneyear

เงื่อนไขใหม่!! Apple ให้ความคุ้มครอง iPhone ที่เคยส่งซ่อมจากร้านภายนอก ที่ไม่ใช่ตัวแทนของ Apple

iphone-display

นับเป็นข่าวดีสำหรับเจ้าของ iPhone เมื่อ Apple มีการแก้ไขนโยบายการรับประกันสินค้าใหม่ โดยจะให้ความคุ้มครอง iPhone ที่เคยผ่านการซ่อมแซมจอแสดงผลจากบุุคคลที่สาม หรือ ร้านภายนอกที่ไม่ใช่ตัวแทนของ Apple ยังคงอยู่ในเงื่อนไขการรับประกันตามระยะเวลาเดิม คือ 1 ปี หรือนานกว่านั้นสำหรับลูกค้าที่ขยายความคุ้มครองด้วย AppleCare ซึ่งก่อนหน้านี้หากเจ้าของนำ iPhone ไปซ่อมแซมหรือเปลี่ยนจอแสดงผลกับร้านข้างนอก ก็จะหมดประกันในทันที

หาก iPhone หมดระยะเวลาการรับประกันไปแล้ว ยังสามารถขอรับบริการจาก Apple ได้ในราคาพิเศษ และถ้า iPhone เคยเปลี่ยนจอแสดงผลมาจากร้านข้างนอก ก็ยังสามารถขอให้ Apple เปลี่ยนจอแสดงผลใหม่ทีเป็นของแท้ แต่ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง อย่างไรก็ตาม Apple Authorized Service Providers มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการซ่อมแซม หาก iPhone ของลูกค้ามีความผิดปกติที่เกิดจากการนำไปซ่อมแซมผ่านร้านของบุคคลที่สาม

ทั้งนี้ นโยบายใหม่ เริ่มมีผลบังคับใช้กับศูนย์ซ่อมของ Apple ในสหรัฐอเมริกา กับแคนาดา และมีแนวโน้มว่าจะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในอนาคต

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=175128

AppleCare+ สำหรับ iPhone และ Apple Watch ขยายความคุ้มครองกรณีที่แบตความจุต่ำกว่า 80%

เป็นเรื่องยากพอดูเหมือนกันนะครับที่บริษัททางด้านเทคโนโลยีที่มีอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่อยู่ด้วยจะขยายความคุ้มครองในกรณีที่แบตเตอรี่ของอุปกรณ์นั้นมีความสามารถเก็บประจุได้ลดลงไปจากเดิม แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อหล่ะครับว่าทาง Apple เขากล้าทำครับ โดยเมื่อไม่นานมานี้ทาง Apple กับโครงการ AppleCare+ ได้มีการอัพเดทเงื่อนไขของแผนคุ้มครองสำหรับ iPhone, iPad, iPod และ Apple Watch ในกรณีที่แบตเตอรี่ของตัวอุปกรณ์นั้นลดต่ำลงกว่า 80% ของความจุปกติภายในระยะเวลาการประกัน(จากเดิมที่รับประกันในระดับต่ำกว่า 50%)

AppleCare-Apple-Watch-iPhone 600 01

ในความคุ้มครองนี้เมื่อทาง Apple ตรวจพบก็จะทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ให้กับคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใดครับ แต่เงื่อนไขก็คือตัวอุปกรณ์จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการประกันของ AppleCare+ เท่านั้น(รวมถึงอยู่ในช่วงเวลารับประกันด้วย) ในกรณีที่อุปกรณ์ของคุณไม่อยู่ในประกันนั้นคุณก็ต้องเสียค่าเปลี่ยนเองครับ ตัวอย่างเช่น Apple Watch นั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ $79 หรือประมาณ 2,610 บาท และยังมีค่าขนส่งอีก $6.95 หรือประมาณ 230 บาทด้วยครับ

AppleCare+ for iPhone, iPad and iPod

สำหรับโปรแกรม AppleCare+ ของ iPhone นั้นจะขยายระยะเวลารับประกันเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 2 ปีนับจากวันที่ทำการซื้อตัวเครื่องและให้ความคุ้มครองทางด้านอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตัวเครื่อง ถึง 2 เหตุการณ์ในช่วงของประกัน โดยแต่ละครั้งนั้นจะคิดค่าบริการอยู่ที่ $79 หรือประมาณ 2,610 บาท โดยหากไม่มี AppleCare+ แล้วตัวเครื่องจะมีระยะเวลาประกันอยู่ที่ 1 ปี และให้การสนับสนุนทางโทรศัพท์ฟรีเพียงแค่ 90 วันเท่านั้น(ถ้าอยู่ใน AppleCare+ จะได้รับการสนับสนุนในส่วนโทรศัพท์นาน 1 ปี)

หมายเหตุ – อุบัติเหตุในที่นี้หมายถึงการที่เครื่องไม่อยู่ในเงื่อนไขของการประกัน คุณก็จะเสียค่าบริการ เพียงแต่ว่าค่าบริการที่เสียนั้นจะคิดแบบเหมาจ่ายตามด้านบนครับ

AppleCare-Apple-Watch-iPhone 600 02

สำหรับ iPad และ iPod นั้นจะมีเงื่อนไขทางด้านเวลาแบบเดียวกันกับ iPhone ครับ แต่ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงนั้นจะอยู่ที่ $49 หรือประมาณ 1,620 บาท ส่วนในครั้งที่ 2 นั้นจะมีราคาอยู่ที่ $29 หรือประมาณ 960 บาทครับ

AppleCare+ for Apple Watch

Apple-Watch-AppleCare 600 03

ในส่วนของ Apple Watch นั้นการรับประกัน AppleCare+ จะแบ่งตามรุ่นไปครับ โดยราคานั้นก็จะขึ้นอยู่กับว่ารุ่นของ Apple Watch นั้นมีราคาสูงมากน้อยแค่ไหนโดย Apple Watch Sport จะมีราคาอยู่ที่ $49 หรือประมาณ 1,620 บาท ตามมาด้วย Apple Watch ที่มีราคาอยู่ที่ $50 หรือประมาณ 1,650 บาท ส่วน Apple Watch Edition ที่แพงที่สุดนั้นจะมีราคาอยู่ที่ $1,500 หรือประมาณ 49,500 บาทครับ

ในกรณีที่ต้องมีการจ่ายค่าเสียหายที่อยู่นอกเหนือเงื่อนไขการประกันนั้น Apple Watch Sport จะมีราคาอยู่ที่ $69 หรือประมาณ 2,280 บาท ตามมาด้วย Apple Watch ที่มีราคาอยู่ที่ $79 หรือประมาณ 2,610 บาท ส่วน Apple Watch Edition ที่แพงที่สุดนั้นจะมีราคาอยู่ที่ $1,000 หรือประมาณ 33,000 บาทครับ

ทั้งนี้ระยะเวลาในการประกันของ Apple Watch เมื่อซื้อ AppleCare+ เพิ่มนั้น Apple Watch Sport และ Apple Watch จะได้ขยายเวลาจาก 1 ปีไปเป็น 2 ปี ส่วน Apple Watch Edition จะได้รับการขยายเวลาจาก 2 ปี ไปเป็น 3 ปี ซึ่งหากจะว่าไปแล้วก็คงเพียงพอต่อการใช้งานครับเพราะทาง Apple บอกว่า Apple Watch นั้นมีรอบการชาร์จแบตเตอรี่อยู่ที่ 1,000 รอบ ซึ่งหากชาร์จวันละครั้งกว่าจะเสื่อมก็เกือบ 3 ปีได้หล่ะครับ

หมายเหตุ – นอกไปจากที่จะขยายระยะเวลาการประกันแยกในแต่ละประเภทแล้วทาง Apple ยังมีการขายในชุดรวมคู่ดังต่อไปนี้ด้วยครับ

  • Apple Watch Sport + iPhone ราคา $149 หรือประมาณ 4,900 บาท
  • Apple Watch + iPhone ราคา $169 หรือประมาณ 5,500 บาท
  • Apple Watch Edition + iPhone ราคา $1,600 หรือประมาณ 53,000 บาท

ที่มา : macrumors

from:http://notebookspec.com/applecare-for-iphone-ipad-ipod-and-apple-watch-now-covers-batteries-that-retain-less-than-80-of-original-capacity/302154/