คลังเก็บป้ายกำกับ: Article

สรุปสถิติเม็ดเงินโฆษณาอเมริกาปี 2016 – โฆษณาดิจิทัลแซงหน้าทีวีแล้ว

ภาพประกอบจาก Pexels

สมาคมโฆษณาอินเทอร์แอคทีฟ หรือ Interactive Advertising Bureau (IAB) ออกรายงานสถิติโฆษณาในสหรัฐอเมริกาประจำปี 2016 ผลคือเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัล แซงหน้าโฆษณาผ่านทีวีแล้ว

เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลเติบโต 22% แตะ 2.6 ล้านล้านบาท

มูลค่าโฆษณาดิจิทัลทั้งหมดในปี 2016 คือ 72.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท) โตขึ้น 22% จากปี 2015

ถ้าดูอัตราการเติบโตของโฆษณาดิจิทัลย้อนหลัง เทียบกับปีก่อนๆ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2006-2016) อัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 16%

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลแซงทีวีแล้ว

เรารู้กันอยู่ว่าดิจิทัลต้องแซงทีวีสักวัน และมันก็เกิดขึ้นแล้วในปี 2016 โดยเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลจากตัวเลขของ IAB คือ 72.5 พันล้านดอลลาร์

ส่วนเม็ดเงินโฆษณาผ่านทีวีในสหรัฐอเมริกา จากสถิติของ eMarketer ระบุว่าอยู่ที่ 71.3 พันล้านดอลลาร์ ส่วนตัวเลขของอีกสำนักคือ Magna (ในเครือ IPG) อยู่ที่ 67 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ถ้าอ้างอิงตัวเลขของ Nielsen เม็ดเงินโฆษณาทีวีรวมทั้งหมด (ฟรีทีวีและเคเบิลทีวี) ยังอยู่ที่ 84.7 พันล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นฟรีทีวี 59 พันล้านดอลลาร์, เคเบิลทีวี 25.7 พันล้านดอลลาร์

โฆษณาผ่านโมบายล์กินครึ่งตลาดดิจิทัล เติบโตแรงที่สุด 77% ต่อปี

ในจำนวน 72.5 พันล้านดอลลาร์นี้ ตอนนี้เกินครึ่ง (51%) ของเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลเป็นการโฆษณาผ่านอุปกรณ์พกพาแล้ว การเติบโตของ Mobile Ads ในปี 2016 เรียกได้ว่าก้าวกระโดด คือเพิ่มขึ้นถึง 77% จากปี 2015

ถ้าเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อนคือปี 2012 ต้องบอกว่า Mobile Ads เติบโตขึ้นกว่า 10 เท่า จาก 3.4 พันล้านดอลลาร์มาเป็น 36.6 พันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

ถ้าเปรียบเทียบหมวดย่อยของเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัล จะเห็นว่า Mobile มาแรงแซงทุกสิ่ง ในขณะที่การโฆษณาผ่าน Search และ Banner มีแนวโน้มของสัดส่วนที่ลดลงอย่างชัดเจน ส่วนโฆษณาแบบวิดีโอเติบโตขึ้นเล็กน้อย

การปรับตัวของโฆษณาแบบ Search/Banner เองก็มุ่งเข้าสู่ Mobile มากขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Desktop Search มีมูลค่าลดลง 13% ส่วน Desktop Banner ลดลง 1%

ถ้าพิจารณาดูเฉพาะโฆษณาแบบวิดีโอ อัตราการเติบโตที่ 53% ต่อปี รายได้รวม 9.1 พันล้านดอลลาร์ ถ้าแยกดูเฉพาะวิดีโอบนมือถือ เติบโตถึง 145% ส่วนวิดีโอบนเดสก์ท็อปเติบโตช้ากว่าที่ 16%

อุตสาหกรรมที่ทุ่มเงินโฆษณาออนไลน์มากที่สุด 10 อุตสาหกรรมแรก คือ ค้าปลีก, การเงิน, ยานยนต์, โทรคมนาคม, ท่องเที่ยว, สินค้าอุปโภคบริโภค, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์-คอมพิวเตอร์, สื่อ, ยาและสุขภาพ และบันเทิง

ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จาก IAB และ Ad Age

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/iab-digital-ads-revenue-2016/

Advertisements

United เลิกบังคับผู้โดยสารสละที่นั่ง เพิ่มวงเงินชดเชยเป็น 10,000 ดอลลาร์

จากดราม่า United Airlines ลากผู้โดยสารลงจากเครื่อง จนเกิดวิกฤตด้านภาพลักษณ์องค์กรอย่างหนัก แต่หลังจาก United กลับไปซุ่มเงียบทำการบ้านครั้งใหญ่ วันนี้ก็มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 10 ข้อ ที่จะปรับปรุงการให้บริการของสายการบินให้ดียิ่งขึ้น

มาตรการ 10 ข้อของ United มีดังนี้

  1. จำกัดการใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มาช่วยเฉพาะงานด้านการรักษาความปลอดภัยเท่านั้น
  2. เลิกบังคับให้ผู้โดยสารต้องเสียสละที่นั่งบนเครื่องบินโดยไม่ยินยอม ยกเว้นเป็นกรณีมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเท่านั้น
  3. เพิ่มเงินชดเชยผู้โดยสาร กรณียินยอมสละที่นั่งไม่ขึ้นเครื่อง (voluntary denied boarding) สูงสุด 10,000 ดอลลาร์
  4. ตั้งทีมดูแลผู้โดยสาร เพื่อหาหนทางการเดินทางอื่นให้ผู้โดยสาร เช่น พาไปยังสนามบินใกล้เคียง ซื้อตั๋วสายการบินอื่นให้ หรือ เลือกการคมนาคมทางบกให้แทน
  5. พนักงานของ United ที่จะต้องขึ้นเครื่อง ต้องยืนยันเก้าอี้โดยสารของตัวเองอย่างน้อย 60 นาทีก่อนเครื่องออก
  6. เพิ่มการฝึกอบรมพนักงานประจำปี
  7. สร้างระบบอัตโนมัติ ที่ช่วยหาอาสาสมัครที่ยินดีจะเปลี่ยนแผนการเดินทาง
  8. ลดปริมาณของที่นั่งแบบ overbooking ลง
  9. เพิ่มอำนาจให้พนักงานสามารถแก้ปัญหาลูกค้าหน้างานได้มากขึ้น
  10. ในกรณีกระเป๋าสัมภาระหาย (สายการบินยืนยันว่าหายถาวร) สายการบินจะจ่ายเงินชดเชยทันที 1,500 ดอลลาร์ โดยผู้โดยสารไม่ต้องมีหลักฐานแสดงมูลค่าของสัมภาระใดๆ (ถ้าสัมภาระมูลค่ามากกว่า 1,500 ดอลลาร์ ยังต้องแสดงหลักฐาน)

United บอกว่ามาตรการบางข้อเริ่มบังคับใช้แล้ว และจะดำเนินงานตามแผนทั้ง 10 ข้อภายในสิ้นปี 2017 นี้

Oscar Munoz ซีอีโอของ United ยอมรับว่าสายการบินทำงานไม่ได้ตามมาตรฐานของตัวเอง และต้องขอโทษอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม การกระทำสำคัญกว่าคำพูด และ United ต้องการแสดงให้เห็นว่ามาตรการเหล่านี้จะแก้ไขปัญหาได้

ประกาศอย่างเป็นทางการดูได้จาก United และ Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/united-airlines-new-policy/

วิธีแปลงไฟล์ PDF เป็นไฟล์ Word โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมช่วย

สำหรับคนที่กำลังหาวิธีแปลงไฟล์ PDF เป็นไฟล์ Word (.doc, .docx) สำหรับเปิดเพื่อแก้ไขหรือคัดลอกข้อมูลในไฟล์ดังกล่าว วันนี้ผมมีเครื่องมือมาแนะนำ เป็นเครื่องมือสำหรับช่วยแปลงไฟล์แบบออนไลน์ชื่อว่า PDF Candy เป็นเว็บไซต์จัดการไฟล์ PDF ได้หลายอย่าง แต่ฟีเจอร์แรกที่ผมจะแนะนำในตอนนี้เป็นการแปลงไฟล์ PDF เป็นไฟล์ Word

วิธีการง่ายๆ ครับ เริ่มจากเข้าไปที่เว็บไซต์ https://pdfcandy.com กดที่ไอค่อน PDF to Word

จากนั้นจะมายังหน้าเลือกไฟล์ PDF สามารถเลือกไฟล์จากในเครื่องเรา หรือไฟล์ที่อยู่ใน Google Drive, Dropbox ก็ได้ครับ

ไฟล์ PDF ต้นฉบับก่อนแปลง

เมื่อเลือกไฟล์มาแล้ว ตัวเว็บก็จะทำการแปลงให้อัตโนมัติ

เมื่อแปลงเสร็ตแล้วจะมีปุ่มสีเขียวๆ ขึ้นมาให้กดดาวน์โหลด

จะได้ไฟล์ Word ที่เป็นนามสกุล .doc สามารถนำมาเปิดด้วยโปรแกรม Microsoft Word ได้ตามปกติ

หมายเหตุ : การแปลงไฟล์ PDF เป็นไฟล์ Word จะยังคงไม่ได้ไฟล์ Word ที่เปิดต้นฉบับโดยสมบูรณ์ โดยเฉพาะไฟล์ที่เป็นภาษาไทย มักจะมีปัญหากับตัววรรณยุกต์ ต้องคอยตามแก้ให้ถูกต้องอีกทีนะครับ แต่ถ้าเป็นภาษอังกฤษจะได้ผลที่ค่อนข้างสมบูรณ์กว่าภาษาไทย

from:http://www.9tana.com/node/pdf-to-word-doc/

หนังสือพิมพ์ออนไลน์ Huffington Post รีแบรนด์ตัวเอง ใช้ชื่อใหม่ HuffPost

The Huffington Post เว็บไซต์ข่าวออนไลน์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ประกาศรีแบรนด์ตัวเองใหม่เป็น HuffPost แทน หลังใช้ชื่อเดิมมานาน 12 ปี

Huffington Post
หน้าเว็บใหม่และโลโก้ใหม่ของ HuffPost

Lydia Polgreen บรรณาธิการของเว็บไซต์ อธิบายเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่า ผู้อ่าน The Huffington Post ก็นิยมเรียกชื่อเว็บไซต์ย่อๆ ว่า HuffPost กันมานานแล้ว เพราะสั้นกว่า เรียกสะดวกกว่า การเปลี่ยนชื่อจาก Huffington Post มาเป็น HuffPost จึงเป็นการทำให้เป็นทางการเท่านั้น ผู้อ่านคุ้นเคยกับชื่อนี้อยู่แล้ว

The Huffington Post ก่อตั้งโดย Arianna Huffington นักหนังสือพิมพ์เชื้อสายกรีก ที่แต่งงานกับนักการเมืองสหรัฐ Michael Huffington แต่ภายหลังหย่าขาดจากกัน และเธอยังใช้นามสกุลอดีตสามีอยู่ เมื่อเธอก่อตั้งหนังสือพิมพ์ออนไลน์ในปี 2005 เธอจึงใช้นามสกุลของเธอมาเป็นชื่อหนังสือพิมพ์

ในปี 2011 บริษัทเว็บพอร์ทัล AOL เข้าซื้อกิจการ The Huffington Post ด้วยมูลค่า 315 ล้านดอลลาร์ ตัวของ Arianna Huffington ยังนั่งเป็นผู้บริหารต่อมาอีกหลายปี จนกระทั่งในปี 2016 เธอประกาศเกษียณอายุจากตำแหน่ง เพื่อหันไปทำสตาร์ตอัพด้านสุขภาพแทน

การเปลี่ยนชื่อจาก Huffington Post มาเป็น HuffPost น่าจะสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงขององค์กรหลังผู้ก่อตั้งแยกทางจากไป เพื่อไม่ให้ยึดติดกับบุคลิกของตัวผู้นำจนเกินไป

ในโอกาสที่ HuffPost เปลี่ยนชื่อรีแบรนด์ ทางเว็บไซต์ยังปรับดีไซน์ให้ตรงใจกับผู้บริโภคมากขึ้น เน้นจุดเด่นขององค์กรเดิมที่เปรียบเสมือน “แทบลอยด์” บนอินเทอร์เน็ตให้มากเข้าไปอีก

ข้อมูลจาก HuffPost

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/%e0%b9%89huffington-post-rebrand/

แก้ปัญหาเมื่อสัญญาณมือถือขึ้น AIS-T | AIS แล้วเล่นเน็ตไม่ได้

สำหรับคนที่ใช้เครือข่ายมือถือของ AIS ไม่ว่าจะเป็นแบบเติมเงินหรือแบบรายเดือน ตั้งแต่เมื่อตอนต้นปี หลายคนน่าจะสังเกตได้ว่าบางทีมือถือจะโชว์ชื่อเครือข่ายแปลกๆ จากปกติขึ้นแค่ AIS, AIS 4G แต่ขึ้นเป็น AIS-T | AIS ซึ่งสาเหตุที่ขึ้นแบบนี้เพราะทาง AIS ได้เช่าเสาสัญญาณร่วมกันกับ TOT (ตัว T นั่นก็ย่อมาจาก TOT นั่นเอง) นั่นหมายความว่าถ้าหน้าจอมือถือเราโชว์ชื่อเครือข่ายว่า AIS-T | AIS แสดงว่าตอนนั้นเครื่องเราไปจับกับเสาของ TOT อยู่

สำหรับบางคนที่มีปัญหาว่าไปจับสัญญาณ AIS-T แล้วจะเล่นเน็ตผ่านซิมไม่ได้ (แต่ยังคงเล่น WiFi ได้ปกติ) วิธีแก้ก็คือ ให้ทำการเปิด การโรมมิ่งข้อมูล (data roaming) ในส่วนของการตั้งค่ามือถือของเราก่อนครับ ถึงจะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ปกติ

from:http://www.9tana.com/node/fix-ais-t/

แจ็ค หม่า “โลกต้องอยู่อย่างเจ็บปวดไปอย่างน้อย 30 ปี” จากผลพวงโลกยุคอินเทอร์เน็ต

แจ็ค หม่า (Jack Ma) ประธานกลุ่มบริษัท Alibaba กล่าวในงานสัมมนาผู้ประกอบการ ที่เมืองเจิ้งโจว ประเทศจีน ย้ำว่าทุกคนในสังคมต้องเตรียมพร้อมรับความเจ็บปวด จากผลกระทบของการรุกคืบของอินเทอร์เน็ต ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ซึ่งน่าจะกินเวลานานหลายทศวรรษ

เขากล่าวว่าสิ่งที่โลกต้องเปลี่ยนคือระบบการศึกษา สอนให้คนมีความสามารถที่จะทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ปัญหาจากการผลกระทบในอนาคตเบาลง “ใน 30 ปีข้างหน้า ผู้คนในโลกจะเจ็บปวดมากกว่ามีความสุข ความขัดแย้งในสังคมจะเกิดขึ้นมากจากผลกระทบของอินเทอร์เน็ต ที่เกิดในทุกอุตสาหกรรม ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวัน”

วาทะของแจ็ค หม่า คราวนี้น่าจะเป็นประเด็นใหญ่ได้อีกครั้ง เขายังพูดถึงกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารดั้งเดิมว่า ต้องปรับตัวโดยทำให้การเข้าถึงสินเชื่อไปสู่คนทุกระดับชั้นในสังคม และยังบอกว่าธุรกิจดั้งเดิมที่ได้รับผลกระทบ ต้องเลิกโจมตีอินเทอร์เน็ตได้แล้ว เพราะธุรกิจอินเทอร์เน็ตอย่าง Taobao ก็สร้างงานใหม่หลายล้านอัตรา

แจ็ค หม่า ยังเตือนว่าปัญหาใหญ่ในอนาคตของโลก คือการที่คนมีอายุยืนมากขึ้น ขณะเดียวกับ A.I. หรือปัญญาประดิษฐ์ก็ฉลาดขึ้นมาก ทำให้แรงงานมีในระบบมากขึ้น แต่ตำแหน่งงานลดลง ทางออกที่แจ็ค หม่า เสนอคือให้เครื่องจักรทำเฉพาะงานที่คนไม่สามารถทำได้เท่านั้น หรือหาวิธีให้คนทำงานร่วมกับเครื่องจักร ไม่ใช่แทนที่

ที่มา: Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/jack-ma-world-pain-from-internet-disruption/

Tencent คาดหวังให้ร้านค้าทุกแห่งในจีนรองรับ WeChat Pay ภายในสองปี

 

Zhang Ying รองประธานบริษัท Tencent Holdings Ltd. เจ้าของแอพแชท WeChat กล่าวภายในงานสัมมนาที่ฮ่องกงว่า ทางบริษัทคาดหวังให้ระบบ WeChat Pay ระบบจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ภายในแอพ WeChat ใช้งานกับร้านค้าทุกแห่งในจีนได้ภายในสองปี

ปัจจุบัน WeChat เป็นแอพแชทซึ่งเป็นที่นิยมมากในประเทศจีน จากรายงานประจำปีของ Tencent เผยว่าปัจจุบันมีผู้ใช้ WeChat แบบ monthly active กว่า 889 ล้านบัญชี และจำนวนผู้ใช้แบบ active กว่า 8.06 พันล้านบัญชี ดังนั้น WeChat Pay ซึ่งเป็นบริการของ WeChat จึงมีฐานผู้ใช้ที่แข็งแกร่งมาก ๆ ในประเทศจีน

การที่ผู้บริหารระดับสูงของ Tencent ออกมาประกาศดังนี้ แสดงว่า WeChat Pay ถูกวางแผนแล้วว่าในอนาคตจะต้องเติบโตอีกมาก ทั้งในด้านฐานผู้ใช้และจำนวนร้านค้า และน่าจะทำให้จำนวนผู้ใช้ระบบจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ในจีนสูงขึ้นเช่นกัน

ปัจจุบัน ในจีนมีบริการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสองเจ้าใหญ่ ๆ คือ Alipay และ WeChat Pay ซึ่งตอนนี้ทั้งสองบริการก็ได้บุกประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับพาร์ทเนอร์จำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการรองรับนักท่องเที่ยวจากจีนที่กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นในไทย ซึ่งบริการทั้งสองก็มาจากบริษัทใหญ่ของจีน ซึ่งในอนาคตก็ต้องรอดูกันยาว ๆ ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

ที่มา – Reuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/tencent-expect-wechat-pay-to-accept-in-every-chinese-store/