คลังเก็บป้ายกำกับ: Article

คอเกม ROV รู้กันไหม? เราเสียเน็ตไปเท่าไหร่? ในศึกไต่แรงค์ 5V5

ผลสำรวจจาก ETDA เผยคนไทยใช้เน็ตเล่นเกมติดอันดับ top ten กิจกรรมยอดนิยมบนโลกออนไลน์ โดยเฉลี่ยแล้วเล่นเกมวันละเกือบ 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังพบว่าเกมบนมือถือที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันจะเน้นไปเกมประเภทลอบสังหาร วางกลยุทธ์ และการเล่นกันเป็นทีม

สำหรับคอเกมที่ชอบการตีป้อม ลอบสังหาร วางกลยุทธ์ ROV คือเกมที่เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน คอเกม ROV หลายๆคนอาจเคยสงสัยว่าเล่น ROV แบบ 5V5 ซักหนึ่งเกมจะใช้ดาต้าเน็ตมากน้อยแค่ไหน? วันนี้ LINE MOBILE ซิมมือถือ โทร แชท เล่นเน็ต ชวนแฟนๆ ROV ลองนำฮีโร่ในแต่ละสายมาเล่นแบบ 5V5 1 เกม และคำนวณค่าเฉลี่ย “กินเน็ต” ออกมา กับการเล่นฮีโร่ครบทุกสาย จะใช้เน็ตเท่าไร? ไปดูกัน

Line Mobile

สายแทงค์ “ทาร่า” ฆ้อนยักษ์จอมถึก

ระยะเวลาการเล่นประมาณ 21 นาที/ใช้เน็ตไป ประมาณ 30 MB

สายซัพพอร์ท เลือกเล่น “Chaugnar” ช้างปีศาจ หัวร้อน

ระยะเวลาการเล่นประมาณ 20 นาที/ใช้เน็ตไป ประมาณ 20 MB

สายแครี่ เลือกเล่น “ยอน” จอมยิงไกลธนูปักเข่า

ระยะเวลาการเล่นประมาณ 15 นาที/ใช้เน็ตไป  ประมาณ 10 MB

ผลที่ลองเล่นฮีโร่ครบทุกสายในเกมจะเห็นว่าถ้าเล่นแบบชิลๆ ROV จะกินเน็ตในระกับปานกลางโดยเฉลี่ยจะใช้ดาต้าเน็ตราว 10-30MB/เกม ซึ่งถ้าขยับมาเป็นสายแทงค์และสายซัพพอร์ทก็จะกินเน็ตมากขึ้นมาอีกหน่อย  หรือหากใครเป็นเซียนเกมนี้ และฟอร์มทีมเป็นอย่างดี ลองคำนวณคร่าวๆ ว่าหากฝันจะไต่แรงค์ถึงระดับ Conqueror (แบบชนะรัวๆ ไม่คิดจะเเพ้เลย!] ก็จะต้องเล่นทั้งหมด 87 แมทช์ เฉลี่ยต่อแมทช์ใช้เวลาเล่น 15-20 นาที จนไต่ถึงระดับ Conqueror ก็น่าจะใช้เวลาเล่น 20-30 ชั่วโมง เบ็ดเสร็จน่าจะต้องใช้เน็ตที่มากถึง 24 – 36GB เลยทีเดียว

เช่นเดียวกันกับ LINE MOBILE ที่ออกแบบแพ็กเกจ Unlimited มาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานและคอเกมให้สามารถเล่นเน็ตได้ไม่จำกัดความเร็วสูงสุด ในราคาที่เบาสุดๆ หรือทำความรู้จักกับ LINE MOBILE ได้ที่ https://th.linemobile.com/th/

from:http://mobileocta.com/does-the-rov-know-how-do-we-lose-the-net-in-the-battle-5v5/

Advertisements

เจ้าของ TikTok ขึ้นแท่นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก แซงหน้า Uber เป็นที่เรียบร้อย

“โอ้ นานานา … โอ้ นานานา” ถ้าคุ้นหูกับคำเหล่านี้ ก็แสดงว่าคุณเป็นหนึ่งใน “แมส” ที่แท้จริง เพราะนี่คือหนึ่งในเพลงประกอบของวิดีโอใน TikTok แอพพลิเคชั่นที่ขึ้นแท่นเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นเบอร์ 1 ของโลกแล้วในปัจจุบัน

TikTok
TikTok Photo: Shutterstock

เจ้าของ TikTok ขึ้นแท่นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นเบอร์ 1 ของโลก

TikTok แอพพลิเคชั่นยอดนิยมจากจีน ที่ให้ผู้ใช้งานบันทึกวิดีโอสั้นๆ 15 วินาที และมีเจ้าของชื่อว่า Bytedance เป็นสตาร์ทอัพมาแรงจากจีน

ไม่นานมานี้ เจ้าของ TikTok ได้รับเงินลงทุนจาก SoftBank ผ่านกองทุน SoftBank Vision Fund ด้วยมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ ทำให้มีมูลค่ากิจการที่พุ่งทะยานไปถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ขึ้นแท่นเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นเบอร์ 1 ของโลก แซงหน้า Uber แชมป์เก่าที่มีมูลค่ากิจการอยู่ที่ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์

ความยอดนิยมของ TikTok กระจายไปทั่วโลก ดูได้จากการขึ้นเป็นแอพยอดนิยมจากการดาวน์โหลดบนระบบ iOS ทั่วโลกในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา

  • ปัจจุบัน TikTok มีผู้ใช้งานต่อวันตกอยู่ที่ 500 ล้านคนต่อเดือน
  • ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นถึงอายุประมาณ 20 ปี
  • ผู้ใช้งานหลักยังคงเป็นชาวจีน คิดเป็ร 4 ใน 5 ของผู้ใช้งานทั้งหมด แต่ปัจจุบันกำลังแพร่หลายไปในประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน

เบื้องหลัง TikTok คือเทคโนโลยี AI

เบื้องหลังความบันเทิงของแอพพลิเคชั่นอย่าง TikTok คือการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่และวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เช่น ถ้าชอบดูอะไรบ่อยๆ แล้วกด “like” เพื่อแสดงความชื่นชอบ ก็จะได้เห็นสิ่งนั้นซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูสัตว์เลี้ยง ดูการแต่งหน้า หรือดูการเต้น ระบบหลังบ้านของ TikTok จะส่งคอนเทนต์ประเภทนั้นๆ มาเพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้งานอยู่ในแอพพลิเคชั่นให้นานขึ้น

รายได้หลักของ TikTok คือโฆษณา

รายได้หลักของ TikTok มาจากโฆษณา (Ads) เพราะนอกจากตัวแอพพลิเคชั่นที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่ทุกวันแล้ว อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ กลุ่มผู้ใช้งานที่ค่อนข้างชัดเจน คือเป็นวัยรุ่นและอายุไม่เกิน 20 ปี ทำให้นักการตลาดต่างสนใจที่จะมาลงโฆษณาใน TikTok

TikTok ขึ้นแท่นยูนิคอร์น สะท้อนภาพสตาร์ทอัพจีนบูม

จากรายงานของบริษัทวิจัย CB Insights ระบุว่า สตาร์ทอัพยูนิคอร์น (ระดับพันล้านเหรียญ) ในปัจจุบัน เป็นสตาร์ทอัพจีนถึง 287 ราย หรือคิดเป็น 30% ของโลก ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีเพียง 135 รายเท่านั้น

Zhang Yiming ซีอีโอของและผู้ร่วมก่อตั้ง ByteDance เจ้าของ TikTok บอกว่า การเติบโตของ TikTok สะท้อนให้เห็นว่า “เราไม่ได้แค่ลอกเลียนโมเดลทางธุรกิจจากคนอื่นๆ นอกประเทศจีน แต่เราพัฒนาตัวเอง และขยายธุรกิจของเราไปสู่เวทีระดับโลก”

อ้างอิงข้อมูล – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/tiktok-world-most-valuable-unicorn/

อนาคตของวงการโฆษณา อาจไม่มี Agency เป็นตัวกลางอีกต่อไป หลังแบรนด์ใหญ่ประกาศทำสื่อเอง

เมื่อแบรนด์ระดับโลกหลายแห่ง เริ่มเท Agency โฆษณา แล้วหันมาทำสื่อโฆษณาด้วยตัวเอง ล่าสุด Bayer ขอเวลา 2 ปีในการสร้างทีมงานของตนเองขึ้นมา

หรือว่านี่คือช่วงเวลาของการนับถอยหลังให้กับวงการ Agency โฆษณา?

สื่อ Agency โฆษณา ออนไลน์
Photo: Shutterstock

เมื่อแบรนด์ใหญ่ลดบทบาท Agency โฆษณา แล้วหันมาทำเอง

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว สำหรับการหันมาทำโฆษณาเองของแบรนด์ระดับโลก เนื่องจากมีแต่ได้กับได้ ได้ทั้งลดต้นทุนการเงิน ได้ทั้งความยืดหยุ่นในการทำงาน และที่สำคัญเทคโนโลยีในยุคนี้เอื้อเป็นอย่างมากให้แบรนด์ทำสื่อเองได้ ไม่ต้องมี Agency เป็นคนกลางอีกต่อไป

ยกตัวอย่างเช่น United Airlines สายการบินรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่ได้จ้างทีมผลิตคอนเทนต์วิดีโอมาจากบริษัทอื่น เพื่อผลิตวิดีโอเป็นของตัวเอง ไม่ต้องพึ่ง Agency ผลปรากฏว่าได้ผลดี มียอดชมสูง และแม้ว่า Facebook จะลด Reach อย่างไร ก็ไม่จำเป็นต้องสน เพราะได้ลดต้นทุนส่วนนั้นจากการจ้างคนกลางออกไปแล้ว

หรืออีกหนึ่งตัวย่างคือยักใหญ่อีคอมเมิร์ซระดับโลกอย่าง Amazon ที่ตอนนี้ได้เริ่มตัดคนกลางอย่าง Agency ออกไปจากวงโคจรของการทำโฆษณาแล้ว โดย Amazon จะทำการตลาดกับแบรนด์โดยตรงไปยังผู้บริโภค ในวงการเขาเรียกวิธีการลักษณะนี้ว่า direct-to-consumer หนึ่งในเหตุผลที่น่าสนใจของการทำการตลาดแบบใหม่ รองประธานฝ่ายขายโฆษณาและการตลาดของ Amazon เคยบอกไว้ว่า “Amazon จะเข้าไปช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขาย การจัดการสินค้า รวมถึงโปรโมชั่นของแบรนด์ได้อย่างครบวงจร”

Bayer
Bayer Photo: Shutterstock

กรณีศึกษา Bayer: แบรนด์ใหญ่ที่ประกาศทำสื่อเองในปี 2020

ล่าสุด บริษัทอุตสาหกรมเคมีและยารายใหญ่ระดับโลกอย่าง Bayer ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการของ Monsanto ด้วยมูลค่า 2 ล้านล้านบาท หรือ 63,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้ประกาศว่า ในปี 2020 จะทำสื่อโฆษณาเอง ไม่จ้าง Agency อีกต่อไปแล้ว

Josh Palau รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ดิจิทัลและแพลตฟอร์มของ Bayer บอกว่า เหตุผลที่เราต้องการทำสื่อโฆษณาเอง เป็นเพราะถ้าเราต้องการนำหน้าตลาด เราจำเป็นต้องมีทีมที่เก่งกาจ และไม่ใช่เก่งแค่เชิงกลยุทธ์ แต่ต้องเก่งในแง่ชั้นเชิงต่างๆ อย่างเช่นการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ดังนั้นการมีทีมสื่อการตลาดที่เป็นของตัวเอง ย่อมตอบโจทย์มากกว่าการใช้ทีม Agency จากนอกบริษัทอีกต่อหนึ่ง

แม้ว่าที่ผ่านมา Bayer จะใช้ Agency โฆษณา แต่หลังจากนี้บริษัทจะเปลี่ยนผ่านไปสู่การทำสื่อโฆษณาเอง (media in-house) โดยมีขั้นตอนดังนี้คือ

  • ขั้นที่ 1: ในต้นปี 2019 Bayer จะเริ่มจากการจ้างคนในวงการโฆษณาเข้ามาร่วมสร้างทีมสื่อในบริษัท แต่ในช่วงแรกจะยังใช้ Agency อย่าง MightyHive มาช่วยทำในส่วนการขายก่อน เพราะทีมจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
  • ขั้นที่ 2: หลังจากนั้น 1 ปี คือในปี 2020 Bayer เชื่อว่าทีมงานของตัวเองจะขยายไปถึงหลัก 20 คน และสามารถที่จะยืนได้ด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นจากแผนนี้ จึงได้ประกาศไว้ว่าในปี 2020 Bayer จะมีทีมสื่อโฆษณาของตัวเองโดยที่ไม่ต้องจ้าง Agency อีกต่อไป

ในยุคที่แบรนด์สามารถทำการตลาดกับผู้บริโภคได้โดยตรง คนที่ต้องปรับตัวจึงไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคนกลางอย่าง Agency ที่ต้องสร้างความโดดเด่นในตลาดและหาจุดเด่นเพื่อยืนอยู่ให้ได้ต่อไปในวงการ

ออฟฟิศ Agency การตลาด โฆษณา
Photo: Shutterstock

อ้างอิงข้อมูล Bayer – Digiday

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/the-future-of-media-agency/

นักการตลาดต้องรู้ งบโฆษณาออนไลน์ครึ่งปีแรก 2018 โตแรง วิดีโอมา ส่วน Ads บนมือถือคือดาวเด่น

แม้จะเป็นตัวเลขในสหรัฐอเมริกา แต่สะท้อนภาพของตลาดโฆษณาออนไลน์ในระดับโลก ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา งบโฆษณาออนไลน์เติบโต 23% ทำมูลค่าเฉียด 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ด้านรูปแบบการยิงโฆษณาบนมือถือมาแรง ส่วนวิดีโอเติบโตดี

ADVERTISING โฆษณา
Photo: Shutterstock

งบโฆษณาออนไลน์ครึ่งปีแรก เกือบ 5 หมื่นล้านเหรียญ มือถือมาแรงสุด

รายงานของสมาคมโฆษณาออนไลน์ (IBA) ของ PwC บริษัทที่ปรึกษารายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา งบโฆษณาเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 23% (year on year) และมีมูลค่าทั้งหมด 4.95 หมื่นล้านดอลลาร์

ส่วนรูปแบบการยิงโฆษณาบนมือถือหรือสมาร์ทโฟนมาแรงที่สุด คิดเป็น 63% ของมูลค่าทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีเพียง 54% เท่านั้น

นอกจากนั้น อีกหนึ่งรูปแบบการโฆษณาที่มาแรงคือ การขายโฆษณาโดยตรงของแบรนด์ไปยังลูกค้า (direct-to-consumer brands) เนื่องจากเทคโนโลยีในยุคนี้เอื้อต่อการทำโฆษณาโดยตรงกับลูกค้า ไม่ต้องผ่านคนกลาง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Amazon ที่ตอนนี้หันมาทำโฆษณาโดยตรงกับแบรนด์ ไม่ผ่าน Agency แล้ว อ่านประเด็นนี้เพิ่มเติมได้ที่ หมดยุค Agency โฆษณา? Amazon หันมาทำ Ads โดยตรงกับแบรนด์ ไม่ผ่านคนกลาง

ส่วนรูปแบบการโฆษณาผ่านวิดีโอ เติบโตดี เพราะครึ่งปีที่ผ่านมามีการเติบโตสูงขึ้น 35% มีมูลค่าสูงถึง 7 พันล้านดอลลาร์ และแน่นอนการยิงโฆษณาวิดีโอบนมือถือครองสัดส่วนสูงสุดที่ 60%

ในขณะที่โฆษณาออนไลน์แบบเสียงเติบโตสูงขึ้น 31% มีมูลค่า 935 ล้านดอลลาร์ และสุดท้ายคือรายได้ของโฆษณาบนโซเชี่ยลมีเดีย เติบโตขึ้น 38% และมีมูลค่า 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์

  • โดยสรุปแล้ว ภาพรวมของโฆษณาออนไลน์ของสหรัฐอเมริกาในครึ่งปีแรก 2018 ยังเติบโตดี

ส่วนในฝั่งยุโรป ต้องจับตามองว่า กฎหมาย GDPR ทีมีผลประกาศใช้แล้วจะกระทบต่อรายได้และภาพรวมของวงการโฆษณาออนไลน์อย่างไรบ้าง

ข้อมูล – Techcrunch

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/digital-ads-first-half-2018-growth/

รวมข้อคิด-คำคมของ “Stan Lee” ตำนานผู้สร้าง Marvel ที่จากไปในวัย 95 ปี

จักรวาล Marvel ร่ำไห้กับการจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับของตำนานคนสำคัญแห่งวงการ Comics เมื่อวันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2018 ด้วยวัย 95 ปี

Stan Lee (สแตน ลี) มีชื่อเต็มว่า Stanley Martin Lieber เขาเคยเป็นทั้งบรรณาธิการบริหาร นักเขียนการ์ตูน ผู้พิมพ์โฆษณา โปรดิวเซอร์ โดยเขาผู้ร่วมสร้างตัวละครฮีโร่ขวัญใจอย่างเช่น Spider-Man, Hulk, Iron-Man, Thor, Fantastic Four, X-Men, Doctor Strange, Black Panther ฯลฯ แต่บทบาทที่ทุกคนรู้จักกันดีคือ Cameo ที่เขาไปปรากฏตัวในภาพยนตร​ฮีโร่ Marvel จนเป็นภาพคุ้นชินตา และผู้ชมต่างรอคอยเพื่อจะดูฉากของเขา

บทความนี้ขอพาไปเก็บตกข้อคิด-คำคมของ Stan Lee เพื่อระลึกถึงตำนานแห่งวงการ และเป็นบทเรียนสำหรับผู้อ่านทุกท่าน

Stan Lee สแตน ลี
Stan Lee Photo: Shutterstock

อย่าดูถูกคุณค่าของงานที่เราทำ

ประโยคที่โด่งดังที่สุดของลี คือการพูดถึงความหมายในอาชีพของเขา การสร้างความบันเทิงเป็นสิ่งที่ดี

  • “ผมเคยรู้สึกอับอาย เพราะเป็นเพียงแค่นักเขียนหนังสือคอมิกส์ ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังสร้างสะพาน หรือไม่ก็กำลังคิดค้นยารักษาโรค และหลังจากนั้น ผมก็ตระหนักได้ว่า ความบันเทิงเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญของชีวิตผู้คน เพราะถ้าขาดสิ่งนี้ไป พวกเขาอาจคุ้มคลั่ง/ไม่เป็นสุข ผมรู้สึกว่าถ้าคุณกำลังสร้างความบันเทิงให้กับผู้คนได้ คุณก็กำลังทำสิ่งที่ดี”

ใช้พลังเพื่อค้นพบตัวเอง สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้คนอื่น เพราะเราอยู่ในโลกที่หลากหลาย

นิตยสาร Forbes ระบุว่า สิ่งที่เราควรเรียนรู้จากผลงานของลี คือการที่ลีสร้างตัวละครที่มีบุคลิกที่ชัดเจนและมีความเป็นมนุษย์สูง หมายความว่า ผิดพลาดได้ ฮีโร่ทุกตัวของลีไม่สมบูรณ์แบบ และที่สำคัญฮีโร่ของลีไม่ใช้พลังที่มีเพื่อกำจัดศัตรูเท่านั้น หากแต่ใช้พลังนั้นค้นหาตัวตนของตัวเอง และแสดงความรับผิดชอบต่อคนอื่น สร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆ เพื่อสังคม

  • “ผมมักจะนำเอาตัวละครที่เป็นคนกลุ่มน้อยเข้าไปอยู่ในเรื่อง บางครั้งก็เป็นฮีโร่ด้วยซ้ำ เพราะเราอาศัยอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลาย ในความจริงแล้ว นี่คือโลกที่หลากหลาย และเราต้องเรียนรู้ที่จะอาศัยอยู่ในโลกอย่างสันติและเคารพผู้อื่น”

ฮีโร่ไม่ได้มีไว้ปล่อยพลังเท่านั้น แต่ฮีโร่คือคนที่ห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของคนอื่น และพร้อมเสมอที่ออกไปช่วยใครก็ตาม โดยไม่สนว่าจะได้รางวัลตอบแทนหรือไม่

  • “การช่วยเหลือผู้อื่นมันเป็นเรื่องที่เรียบง่ายมาก มันเป็นสิ่งที่สมควรทำหรือต้องทำอยู่แล้ว และเพราะมันเป็นเรื่องถูกต้องที่ควรทำ ทำอย่างไม่ต้องมีข้อสงสัยใดๆ นี่แหละนิยามของคำว่าซุปเปอร์ฮีโร่ที่แท้จริง
Stan Lee แสตน ลี
Stan Lee Photo: Shutterstock

ถามว่าทำงานอย่างไร: ไม่มีหรอกแรงบันดาลใจ มีแต่ไอเดียกับเดดไลน์เท่านั้น!

  • “ผมไม่มีหรอกแรงบันดาลใจ ผมมีแต่ไอเดีย ไอเดียกับเดดไลน์เท่านั้น”

ลีเคยให้สัมภาษณ์ไว้ครั้งหนึ่งว่า เขารู้ว่าตัวเองมีไอเดีย และเขารู้ว่าเขาทำได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีเดดไลน์มากำหนดงานที่ทำ เขาก็ไม่ลงมือทำ เพราะจะทำให้เขาเสียเวลาดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ หรือออกไปเดินเล่น เพราะฉะนั้น ถ้ามีงานมาบอกว่า คุณต้องส่งพรุงนี้นะ ลีจะลุกขึ้นมาทำ ทำด้วไอเดียที่เขามีภายใต้เดดไลน์ที่กำหนด นี่คือตัวตนในการทำงานของลี

Stan Lee สแตน ลี
Stan Lee Photo: Shutterstock

เกษียณไปทำไม ก็ยังทำงานสนุกอยู่

  • “ผมไม่เห็นจะต้องการเกษียณอายุการทำงาน ตราบเท่าที่ยังสนุกกับมันอยู่”

ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ปู่ลีได้ไปปรากฎตัวในฐานะ Cameo คือ Venom ที่เพิ่งลงโรงฉายไปในเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง

Excelsior!

  • ลีเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “คุณรู้ไหม คำขวัญประจำตัวผมคือ ‘Excelsior’ มันเป็นคำเก่าแก่ที่แปลว่า ‘ก้าวขึ้นไปและก้าวต่อไปสู่ความยิ่งใหญ่’ มันเป็นคำที่อยู่บนตราประทับของรัฐนิวยอร์ก จงก้าวต่อไปและก้าวไปข้างหน้า และถ้ามันถึงเวลาที่จะต้องจากไป มันก็เป็นเรื่องของเวลา ไม่มีสิ่งใดอยู่ยั้งยืนยงตลอดไป”

ข้อมูล – The GuardianForbesWired

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/stan-lee-marvel-co-founder-quote/

ลูกค้า TrueMove H รับเงินคืน 50% ไม่อั้น เมื่อซื้อแพ็กเสริมแบบไม่เกิน 7 วัน ถึงสิ้นปีนี้!!

 

เปย์ปังส่งท้ายปี!! ลูกค้า TrueMove H รับเงินคืนฟรี 50% ไม่อั้น! ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เมื่อซื้อแพ็กเน็ตไม่เกิน 7 วัน ส่งความสุขแบบเต็มสปีด จัดเต็มต่อเนื่องไม่อั้น ทั้งลูกค้าเติมเงินและรายเดือน ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2561 นี้เท่านั้น!!

โปรโมชั่นใหม่จาก TrueMove H พิเศษสำหรับลูกค้าทั้งระบบเติมเงินและรายเดือน ที่ต้องการเพิ่มความเร็วเน็ตทรู เพียงเลือกซื้อแพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ตแบบไม่เกิน 7 วัน แพ็กใดก็ได้ รับไปเลยเงินคืน 50% ของราคาแพ็กเกจที่เติม แบบไม่จำกัดจำนวนครั้้ง

truemove H

โดยลูกค้าทรูมูฟ เอช ระบบเติมเงิน (Prepaid) สามารถซื้อได้ทุกช่องทาง เช่น แอป TrueMoney Wallet, เว็บไซต์ topping.truemoveh.com ,USSD หรือช่องทางอื่นๆ ดีที่สุดต้องซื้อที่แอป TrueMoney Wallet หรือเว็บ topping.truemoveh.com

ส่วนลูกค้าทรูมูฟ เอช ระบบรายเดือน (Postpaid) จำกัดการซื้อเฉพาะผ่านช่องทางแอป TrueMoney Wallet และเว็บ topping.truemoveh.com โดยชำระด้วย TrueMoney Wallet หรือชำระรวมกับบิลทรูเท่านั้น

สำหรับแพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ตแบบไม่เกิน 7 วัน มีให้เลือกหลายรูปแบบตามความต้องการ ซึ่งแพ็กเกจสมัครเน็ตทรูที่น่าสนใจจะมีอะไรบ้างนั้น ลองมาดูกันดีกว่า

แพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ตแบบไม่เกิน 7 วัน คืนเงินไม่อั้น 50%  สำหรับระบบเติมเงิน ได้แก่

  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 10Mbps 7 วัน 250 บาท
  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 512Kbps 7 วัน 89 บาท
  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 4Mbps 7 วัน 150 บาท
  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 2Mbps จากปกติ 1Mbps 7 วัน 100 บาท
  • เน็ตเต็มสปีด 5GB 7 วัน 99 บาท
  • เน็ตเต็มสปีด 1GB 7 วัน 79 บาท
  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 10Mbps 2 วัน 59 บาท
  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 6Mbps 2 วัน 49 บาท
  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 4Mbps 2 วัน 39 บาท
  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 10Mbps 1 วัน 42 บาท
  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 6Mbps 1 วัน 34 บาท
  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 4Mbps 1 วัน 29 บาท
  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 2Mbps จากปกติ 1Mbps  วัน 25 บาท
  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 512Kbps 1 วัน 22 บาท
  • เน็ตต่อเนื่อง 512Kbps 500MB 1 วัน 15 บาท
  • เน็ตเต็มสปีด 500MB 1 วัน 15 บาท

แพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ตแบบไม่เกิน 7 วัน สำหรับระบบรายเดือน ได้แก่

  • เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 6Mbps 7 วัน 150 บาท
  • เน็ตเต็มสปีด 16GB จากปกติ 8GB 7 วัน 149 บาท
  • เน็ตเต็มสปีด 2GB 7 วัน 49 บาท
  • เน็ตเต็มสปีด 3GB จากปกติ 1.5 GB 1 วัน 39 บาท
  • เน็ตเต็มสปีด 400MB 1 วัน 15 บาท

ทั้งนี้ แพ็กเกจเสริมแบบ 7 วัน เงินคืนจะหมดอายุ  7 วัน ส่วนแพ็กเกจเสริมแบบไม่ถึง 7 วัน เงินคืนจะหมดอายุ 3 วัน โดยยอดเงินคืนจะไม่รวมกับยอดเงินในบัญชี TrueMoney Wallet ปกติ และสามารถนำไปใช้ซื้อแพ็กเน็ตได้อย่างเดียว ซึ่งลูกค้าสามารถนำไปซื้อเน็ต เพื่อฟินเต็มอิ่มมีเน็ตแบบต่อเนื่องไม่อั้น ไม่ต้องง้อใคร เป็นการส่งท้ายปีดีๆ ในปีนี้

3 ขั้นตอนง่ายๆ รับ ใช้ และเช็คเงินคืน

ใช้งานผ่านแอป TrueMoney Wallet

1. รับเงินคืนทันที! เข้า TrueMoney Wallet เมื่อซื้อแพ็กเสริมทุกช่องทาง ยังไม่มี TrueMoney Wallet ดาวน์โหลดที่นี่

2. ใช้เงินคืนก่อนหมดอายุ ซื้อแพ็กเสริม ผ่านแอป หรือ เว็บ tmvh.co/wallet เงินหมดอายุใน 3 วัน หรือ 7 วัน รีบใช้ซะ (เงินคืนจำกัดการใช้งานเฉพาะซื้อแพ็กเสริมเท่านั้น)

3. เช็คยอดเงินคืน เข้าเมนู ฉัน  > รายละเอียดบัญชีของฉัน > เงินคืนจากทรูมูฟ เอช

3 ขั้นตอนง่ายๆ รับ ใช้ และเช็คเงินคืน

ใช้งานผ่านเว็บ topping.truemoveh.com

1. รับเงินคืนทันที! เข้า TrueMoney Wallet เมื่อซื้อแพ็กเสริมทุกช่องทาง ยังไม่มี TrueMoney Walletกดสมัครที่นี่

2. ใช้เงินคืนก่อนหมดอายุ ซื้อแพ็กเสริม ผ่านเว็บ topping.truemoveh.com เงินหมดอายุใน 3 วัน หรือ 7 วัน รีบใช้ซะ (เงินคืนจำกัดการใช้งานเฉพาะซื้อแพ็กเสริมเท่านั้น)

3. เช็คยอดเงินคืนผ่านเว็บ tmvh.co/wallet คลิกเมนู เงินคืนทรูมูฟ เอช

ย้ำอีกทีว่า ลูกค้า TrueMove H ทั้งเติมเงินและรายเดือนที่สนใจ สามารถสมัครเน็ตทรูเพื่อรับโปรสุดคุ้มเปย์ปังได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้เท่านั้น!!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.truemoney.com

from:http://mobileocta.com/truemove-h-topping-promotion-cashback-50-percent/

สรุปยอดขาย 11.11 ของ Alibaba ทะลุ 2.13 แสนล้านหยวน คิดเป็นเงินไทย 1 ล้านล้านบาท!

ยอดขายรวมสุทธิของ Alibaba ในเทศกาลวัน 11.11 มูลค่า 2.135 แสนล้านหยวน (เงินไทย 1 ล้านล้านบาท)
ยอดขายรวมสุทธิของ Alibaba ในเทศกาลวัน 11.11 มูลค่า 2.135 แสนล้านหยวน (เงินไทย 1 ล้านล้านบาท)

สรุปยอดขายในเทศกาลวัน 11.11 ของ Alibaba

Alibaba ปิดยอดขายในเทศกาลวัน 11.11 ประจำปี 2018 ไปด้วยมูลค่ายอดขายรวม 2.13 แสนล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1 ล้านล้านบาท นับเป็นยอดขายสุทธิที่สูงที่สุดตั้งแต่มีเทศกาลวันคนโสดขึ้นมาในประวัติศาสตร์

ในปีนี้ยอดขายของ Alibaba ในวัน 11.11 ได้สร้างสถิติใหม่หลายอย่าง ได้แก่

  • 2 นาทีแรกหลังเทศกาลเริ่มต้นขึ้น Alibaba ทำยอดขายถึง 1 หมื่นล้านหยวน ขึ้นแท่นเป็นสถิติใหม่ ทำยอดขายไวที่สุดเป็นประวัติการณ์
  • หลังจากนั้นเพียง 1 ชั่วโมง 47 นาที Alibaba ทำยอดขายรวมสูงถึง 1 แสนล้านหยวน
  • ผ่านไป 16 ชั่วโมง Alibaba ทุบสถิติเก่าของปี 2017 ร่วงทันที เมื่อมียอดขายรวมอยู่ที่ 1.69 แสนล้านหยวน
  • เข้าสู่ชั่วโมงที่ 22 ของวัน Alibaba ทำยอดขายเกิน 2 แสนล้านหยวน
  • ยอดการเดลิเวอรี่สินค้ายังไม่จบรอบวัน Alibaba รายงานว่า มียอดสูงกว่า 1 พันล้านครั้งทั่วโลก

แดเนียล จาง ซีอีโอและว่าที่ประธานของ Alibaba คนต่อไป บอกว่าเหตุผลที่ทำให้ปีนี้ Alibaba มียอดขายสูงเป็นประวัติการณ์ นอกจากพลังของบริษัทในเครือของ Alibaba ที่ขนทัพมาเสริมเทศกาลวัน 11.11 เป็นเพราะ “ปีนี้เราโชคดีมาก และเทศกาลวัน 11.11 ตรงกับช่วงวันหยุดพอดี ซึ่งการช้อปปิ้งไปด้วยกันได้ดีกับวันหยุด ทำให้ยอดขายของเราพุ่งแรงตั้งแต่เช้า ปีนี้ถือว่าเราประสบความสำเร็จอย่างมาก”

แดเนียล จาง ซีอีโอและว่าที่ประธานของ Alibaba คนต่อไป
แดเนียล จาง ซีอีโอและว่าที่ประธานของ Alibaba คนต่อไป

สิ่งที่น่าสนใจของ Alibaba ในงาน 11.11 ปีนี้ Alizila รายงานว่า มีการนำเอาระบบ IoT และ Blockchain เข้ามาใช้ในการจัดส่งสินค้าในเทศกาลวัน 11.11 เพื่อใช้ในการติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์

ยอดขายรวมทั้งวัน หน่วยเงินด้านซ้ายเป็นหยวน ด้านขวาเป็นดอลลาร์
ยอดขายรวมทั้งวัน หน่วยเงินด้านซ้ายเป็นหยวน ด้านขวาเป็นดอลลาร์
ยอดขายรวมสุทธิของ Alibaba ในเทศกาลวัน 11.11 มูลค่า 2.135 แสนล้านหยวน (เงินไทย 1 ล้านล้านบาท)
ยอดขายรวมสุทธิของ Alibaba ในเทศกาลวัน 11.11 มูลค่า 2.135 แสนล้านหยวน (เงินไทย 1 ล้านล้านบาท)

รายงานจากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/alibaba-gmv-all-day-11-11-new-record/