คลังเก็บป้ายกำกับ: ARTIFICIAL_INTELLIGENCE

อินเทลเปิดตัว Neural Compute Stick 2 บอร์ดรันโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ราคา 99 ดอลลาร์

อินเทลเปิดตัว Neural Compute Stick 2 จากบริษัท Movidius บอร์ดรันปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ โดยภายในมี Movidius Myriad X VPU แบบ 16 คอร์ เร็วขึ้นกว่า Movidius Neural Compute Stick รุ่นแรกที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วถึง 8 เท่า

คุณสมบัติหลักๆ Neural Compute Stick 2 มี VPU ใช้รันโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (interference) เป็นหลัก โดยเหมาะกับงานที่ต้องการการรันระบบปัญญาประดิษฐ์ตามเวลาจริง โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับคลาวด์ใดๆ ด้านซอฟต์แวร์ของ Movidius รองรับโมเดลของ TensorFlow และ Caffe

Neural Compute Stick 2 เปิดตัวไปในงาน AI DevCon ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ราคา 99 ดอลลาร์ แพงขึ้นจากรุ่นแรกที่มีราคา 79 ดอลลาร์ แต่ยังไม่ระบุวันวางขาย

ที่มา – Intel

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106420

Advertisements

Andrew Ng เปิดคอร์ส AI สำหรับทุกคนใน Coursera อธิบาย AI ให้ทุกคนเข้าใจได้

Andrew Ng นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งทีม Google Brain และเป็นผู้ก่อตั้ง Coursera ด้วย เปิดคอร์สสอนเรื่อง AI for Everyone ใน Coursera

ตัวคอร์สเปิดรับสำหรับทุกคนที่สนใจ แต่เป้าหมายหลักคือกลุ่มนักธุรกิจที่อยากทำความเข้าใจ AI มากขึ้น รวมทั้งผลของ AI ต่อวงการธุรกิจ มากกว่าจะเจาะกลุ่มคนที่เข้าใจเทคนิคมาก่อนแล้ว

นอกจากจะอธิบายโรงสร้างและการพัฒนา AI แล้ว ยังมีพูดถึงกรณีที่ไม่ประสบความสำเร็จของ AI ด้วย ซึ่ง Andrew Ng บอกว่าไม่ค่อยมีโอกาสพูดเรื่องนี้เท่าไรนัก คนจะได้เห็นภาพว่าจริงๆ แล้ว AI ทำอะไรได้ และไม่ได้บ้าง

No Description
ภาพจาก Andrew Ng

ที่มา – Venture Beat

from:https://www.blognone.com/node/106412

สรุปงานสัมมนา Advancing Beyond the Digital Curve โดย True IDC

True IDC ผู้นำการให้บริการ Data Center และ Cloud Computing แบบครบวงจร ร่วมกับเหล่าพันธมิตร จัดงานสัมมนา Advancing Beyond the Digital Curve พร้อมเชิญเหล่าผู้บริหารจากธุรกิจชั้นนำของไทยรวมแล้วกว่า 70 คน อัปเดตแนวโน้มและเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี 2019 ไม่ว่าจะเป็น Blockchain, Containerized Platform, Artificial Intelligence และ Cybersecurity เพื่อพลิกโฉมธุรกิจของตนสู่ยุค Digital Business

ไม่ใช่แค่พลิกโฉมเทคโนโลยี แต่ CXO ต้องปรับตัวเองด้วย

คุณศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา ประธานกรรมการบริหารของ True IDC กล่าวเปิดในเซสชัน Keynote ของงานสัมมนา ระบุว่า แนวโน้มทางด้านเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญที่ CXO จำเป็นต้องติดตาม แต่การรับทราบถึงแนวโน้มอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ CXO จะต้องรู้วิธีการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นไปพลิกโฉมให้แก่อุตสาหกรรมด้วย เพื่อให้ธุรกิจของตนก้าวขึ้นมาเหนือคู่แข่งหรือคงความเป็นที่หนึ่งต่อไป

“สิ่งสำคัญของการเป็น CXO คือการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่พร้อมปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีในปัจจุบัน เข้าใจถึงผลกระทบของเทคโนโลยีต่างๆ และสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจขององค์กรได้ รวมไปถึงคิดค้นโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดและสร้างโอกาสให้เหนือกว่าคู่แข่ง” — คุณศุภรัฒศ์กล่าว

นอกจากนี้คุณศุภรัฒศ์ยังได้แนะนำเทคโนโลยีที่ CXO ควรจับตามองในปี 2019 โดยอ้างอิงจาก Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ ทั้งหมด 10 ราย ได้แก่ Autonomous Things, Augmented Analytics, AI-Driven Development, Digital Twins, Empowered Edge, Immersive Experience, Blockchain, Smart Spaces, Digital Ethics and Privacy และ Quantum Computing (ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่)

อัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับประเทศไทยในปี 2019

True IDC ได้คัดเลือกเทคโนโลยีที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับประเทศในปี 2019 ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นสำคัญ คือ Blockchain, Cybersecurity, Containerized Platform และ Artificial Intelligence นำเสนอโดยเหล่าพันธมิตรของ True IDC ได้แก่ TBCASoft Inc., Softbank, NetEase, JP Insurance, HBOT.io, BBL และ SCB

Blockchain

TBCASoft Inc. ได้นำเสนอเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งเป็น Distributed Ledger รูปแบบหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีคนกลางที่ไว้ใจได้ (เช่น ธนาคาร) ในการทำธุรกรรมออนไลน์ และผู้ใช้จะมี Ledger เป็นของตนเอง Blockchain มีจุดเด่นที่มีความมั่นคงปลอดภัยและสภาพคล่องทางการเงินสูง จึงเหมาะแก่การนำไปพัฒนาแอปพลิเคชันหลากหลายประเภท เช่น Digital Value Exchange, Identity Management, Asset Management, Rights Management, Contract Management หรือ Supply Chain Management เป็นต้น

ล่าสุด TBCASoft Inc. ร่วมกับ Softbank ในการนำ Blockchain มาพัฒนาแพลตฟอร์มแบบ Cross-carrier สำหรับให้บริการการชำระเงินผ่านมือถือร่วมกับร้านค้าและเหล่าพันธมิตรจากทั่วโลกแบบเรียลไทม์ โดยมีความมั่นคงปลอดภัยสูง สามารถติดตามการทำธุรกรรมย้อนหลังได้ และมีต้นทุนต่ำ เรียกว่า “Cross-carrier Payment System (CCPS)” จนถึงตอนนี้มีสมาชิกใช้งานแล้วกว่า 1,000 ล้านคน

Cybersecurity

Netease ผู้ให้บริการเซอร์วิสออนไลน์ชั้นนำจากประเทศจีน ระบุว่า เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาถึงคือประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัย เนื่องจากถ้าเทคโนโลยีบริการได้ช้าลงหรือหยุดให้บริการ ย่อมทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก สูญเสียรายได้ เสื่อมเสียชื่อเสียง และอาจถูกลูกค้าฟ้องร้องได้

หนึ่งในภัยคุกคามสำคัญที่ต้องพึงระวังคือการโจมตีแบบ DDoS โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค Internet of Things ที่อุปกรณ์ทั้งหลายสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ อุปกรณ์เหล่านี้มักมีความมั่นคงปลอดภัยต่ำจึงตกเป็นเครื่องมือของแฮ็กเกอร์ในการใช้โจมตีแบบ DDoS ไปยังเป้าหมายที่ต้องการ ปัจจุบันนี้การโจมตีแบบ DDoS ขนาด 500G ถือเป็นเรื่องปกติ และบางครั้งอาจมีขนาดใหญ่ถึง 800G หรือ 1T เลยทีเดียว โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคืออุตสาหกรรมเกมออนไลน์และสถาบันการเงิน

Containerized Platform

คุณธนรรถ สังข์เกษม ประธานกรรมการผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของ True IDC ได้ออกมาเปรียบเทียบผลสำรวจด้านการใช้ระบบ Cloud และเครื่องมือสำหรับ DevOps จาก Rightscale ในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่าแนวโน้มการใช้ Hybrid Cloud มีปริมาณเพิ่มขึ้นจาก 67% ในปี 2017 มาเป็น 71% ในปี 2018 ในขณะที่การใช้ Docker และ Kubenetes ก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นว่า Containerized Platfrom กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในยุค Multicloud เนื่องจากสามารถตอบโจทย์การทำงานแบบ Microservices ได้เป็นอย่างดี

True IDC เองก็ให้บริการ Containerized Platform ตามมาตรฐาน Cloud Native Computing Foundation (CNCF) ทั้งในรูปของ On-premise, Private Cloud และ Public Cloud แบบครบวงจร ตั้งแต่การพิจารณาและเลือกใช้แพลตฟอร์มให้เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้า การให้คำปรึกษา ติดตั้ง และดูแลหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าสามารถใช้ Containerized Platform ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อพลิกโฉมธุรกิจของตนได้

Artificial intelligence

Artificial Intelligence หรือ AI อาจกล่าวได้ว่าเป็นเทคโนโลยีเอนกประสงค์ที่ทุกอุตสาหกรรมสามารถนำมาปรับใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจได้ เช่น นำ AI มาผสานรวมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อเพิ่ม Customer Experience, วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าแล้วนำเสนอบริการที่เหมาะสมที่สุด, ตรวจจับการกระทำที่ผิดปกติเพื่อป้องกันการทุจริต หรือทำ Chatbot เพื่อตอบคำถามพื้นฐานของลูกค้า เหล่านี้นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว ยังช่วยลดภาระของพนักงานในการทำงานซ้ำๆ ลงได้อีกด้วย

from:https://www.techtalkthai.com/advancing-beyond-the-digital-curve-by-true-idc/

Xinhua News เปิดตัวผู้ประกาศข่าวเสมือนจริง ผลผลิตจาก AI รายงานข่าวได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักข่าว Xinhua จับมือกับ Sogou เบราว์เซอร์และเครื่องมือค้นหา ในประเทศจีน เปิดตัวผู้ประกาศข่าวเสมือนจริง ที่งาน World Internet Conference โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) สามารถรายงานข่าวได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้ประกาศข่าวเสมือนจริง จะอ่านข่าวตามข้อความที่ถูกป้อนให้ โดยจะขยับริมฝีปากและแสดงสีหน้าท่าทางอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนหน้าตาของผู้ประกาศข่าวเสมือนจริง มีต้นแบบมาจาก Zhang Zhao ซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวของ Xinhua

Michael Wooldridge ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย Oxford บอกกับทาง BBC ว่า เป็นเรื่องยากมากที่ต้องนั่งดูผู้ประกาศข่าวเสมือนจริงนานกว่า 2-3 นาที เนื่องจากวิธีการพูดยังไม่เป็นธรรมชาติ ราบเรียบ ขาดจังหวะและการลงน้ำหนักคำ เหมือนกับมนุษย์

Noel Sharkey ศาสตราจารย์ด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ของมหาวิทยาลัย Sheffield บอกว่าผู้ประกาศข่าวเสมือนจริงของ Xinhua เป็นการเริ่มต้นที่ดี และจะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป แต่ปัญหาคือ อาจจะดูน่าเบื่อออกไปสักหน่อย

ที่มา – DigitalTrends

from:http://www.flashfly.net/wp/234355

New York Times ใช้ Google Cloud จัดเก็บภาพข่าวเก่า และใช้ ML ช่วยค้นหารูปนำมาใช้ง่ายขึ้น

Google Cloud ร่วมมือกับสำนักข่าวเก่าแก่ The New York Times เสนอเทคโนโลยีช่วยจัดการรูปภาพข่าวเก่าๆ ของสำนักข่าวที่มีหลายล้านรูปภาพ ทั้งที่เป็นไฟล์ภาพแล้วและยังไม่เป็นไฟล์ ช่วยให้การค้นหาภาพข่าวเก่าและนำมาใช้นั้นทำได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบัน ภาพที่ไม่ได้เป็นไฟล์ของสำนักข่าวจะถูกเก็บไว้ในล็อกเกอร์ มีการ์ดบอกไว้ว่าเป็นภาพข่าวช่วงไหน แต่ก็ไม่สามารถทำให้เห็นภาพทั้งหมด ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าแต่ละภาพเป็นภาพเกตุการณ์อะไร Google ช่วยแก้ไขด้วยการจัดทำไฟล์เอกสารรูปภาพเหล่านี้ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลความละเอียดสูงบน Cloud Storage และมี API หรือช่องทางเข้าถึงรูปภาพให้ค้นภาพนำมาใช้ได้

No Description

วิธีการทำงานคือ เมื่อรูปภาพถูกฝังลงใน Cloud Storage จากนั้นก็ใช้ Cloud Pub/Sub หรือบริการสื่อสารข้อมูลระหว่างแอพแบบเรียลไทม์ในการทำงานหลายอย่างได้โดยไม่ต้องสร้าง API ขึ้นมาใหม่ โดยรูปภาพจะถูกปรับขนาดโดยใช้บริการ Google Kubernetes Engine (GKE) และข้อมูลเมตาของรูปภาพจะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูล PostgreSQL ที่ทำงานบน Cloud SQL

อย่างไรก็ตาม ลำพังจัดเก็บภาพนั้นยังไม่เพียงพอ ต้องหาบริบทของภาพได้ด้วย The New York Times ใช้ Cloud Vision API ที่สามารถอ่านบริบทรูปภาพและอ่านตัวอักษรหรือบทความที่แปะด้านหลังรูปได้ ถอดออกมาเป็นอักษรดิจิทัล ช่วยให้ค้นหาและเข้าใจเหตุการณ์ของภาพถ่ายได้ดีขึ้น

No Description

ที่มา – Google Blog

from:https://www.blognone.com/node/106342

กรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนจัดประชุมศึกษา AI, สี จิ้นผิง ชี้จีนต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมาคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) จัดประชุมศึกษา (group study) หัวข้อปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ เพื่อวางแผนการแข่งขันของจีนในยุคต่อไป

การประชุมผู้นำพรรค 25 คนมุ่งหาแนวทางว่าพรรคต้องสนับสนุนเทคโนโลยีอะไรเพื่อให้จีนเป็นผู้นำปัญญาประดิษฐ์

สี จิ้นผิง ประธานาธิปดีจีนกล่าวในที่ประชุมว่า AI จะเป็นส่วนสำคัญสำหรับการปฎิวัติทางเทคโนโลยีรอบต่อไป และการสนับสนุนการพัฒนา AI จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อให้จีนคว้าโอกาสนี้ไว้ได้

จีนมีท่าทีสนับสนุนปัญญาประดิษฐเต็มตัวในช่วงหลัง โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาเพิ่งจัดงาน World AI Conference (WAIC) โดยเชิญบริษัททั่วโลกมาแสดงวิสัยทัศน์ด้านปัญญาประดิษฐ์

ที่มา – South China Morning Post

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106324

ซัมซุงเปิดให้นักพัฒนาภายนอกเข้าถึง Bixby ผ่าน SDK แล้ว

หลังประกาศมาตั้งแต่SDC 2017 ปีที่แล้ว วันนี้ในงาน SDC 2018 ซัมซุงประกาศเปิดให้นักพัฒนาภายนอกเข้าถึง Bixby ผ่าน SDK แล้ว ทำใหเราน่าจะได้เห็นอุปกรณ์และแอปอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของซัมซุงทำงานเชื่อมต่อกับ Bixby มากยิ่งขึ้น

ถึงแม้จะดูพัฒนาช้าและไม่ค่อยมีข่าวคราวมากนัก แต่ Eui-Suk Chung หัวหน้าฝ่ายซอฟต์แวร์และ AI ของซัมซุงยืนยันบนเวที SDC 2018 ว่าซัมซุงยังคงจริงจังกับการพัฒนา AI โดยมี Bixby เป็นศูนย์กลาง และบริษัทก็มีเป้าจะลงทุนด้านนี้ไม่ต่ำกว่า 2.2 หมื่นล้านเหรียญภายในปี 2020 และจะจ้างผู้เชี่ยวชาญ AI ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 1 พันคนภายในช่วงเวลาเดียวกัน

ที่มา – CNET

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106303