คลังเก็บป้ายกำกับ: ARTIFICIAL_INTELLIGENCE

Adobe สร้าง AI ช่วยเช็คได้ว่ารูปไหนถูกตัดต่อมาบ้าง

Adobe พัฒนาปัญญาประดิษฐ์โดยใช้ machine learning ศึกษาภาพจำนวนมากจนสามารถตรวจสอบได้ว่าภาพแต่ละภาพนั้นผ่านการตัดต่อหรือไม่

วิธีที่มันใช้เพื่อการวิเคราะห์เพื่อจำแนกว่าภาพเหล่านั้นมีการตัดต่อหรือไม่ ก็คือการวิเคราะห์ noise ในภาพถ่าย ภาพแต่ละภาพนั้นจะมีรูปแบบลักษณะของ noise ที่แตกต่างกันจนสามารถใช้จำแนกภาพได้ และแม้แต่บริเวณต่างๆ ในภาพเดียวกัน ก็ยังมีรูปแบบของ noise ที่แตกต่างกันด้วย

ปัญญาประดิษฐ์ของ Adobe สามารถตรวจสอบของภาพที่ผ่านการตัดต่อได้ 3 แบบ คือการเพิ่มวัตถุเข้าไปในภาพ (splicing), การทำซ้ำวัตถุในภาพ (copy move) และการลบบางสิ่งบางอย่างออกจากภาพ (removal)

No Description

ระบบของ Adobe สามารถตรวจหาการเพิ่มวัตถุในภาพถ่ายได้โดยการตรวจสอบว่าพื้นที่ส่วนใดในภาพที่มีรูปแบบของ noise แปลกแยกจากพื้นที่ข้างเคียง หรือในกรณีที่มีการทำซ้ำวัตถุในภาพแล้วเคลื่อนย้ายไปวางตำแหน่งอื่น มันก็จะพบได้เนื่องตรวจสอบ noise เจอว่ามีรูปแบบซ้ำกับบริเวณอื่นในภาพ ส่วนการลบบางอย่างออกจากภาพนั้นจะถูกตรวจสอบได้เพราการลงสีหรือวาดขึ้นมาใหม่นั้นจะไม่มี noise ให้เห็น (หากใช้เทคนิคการนำเอาภาพส่วนอื่นมาปิดทับก็จะตรวจเจอได้อยู่ดี)

No Description

No Description

ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดที่เราจะคาดหวังได้จากปัญญาประดิษฐ์ของ Adobe นี้ก็เห็นจะไม่พ้นเรื่องการตรวจสอบข้อมูลภาพข่าวต่างๆ ว่ามีความถูกต้องจริงแค่ไหน มีการแต่งเติมตัดต่อเพื่อบิดเบือนข้อมูลของข่าวสารหรือไม่ และไม่แน่มันอาจได้รับการนำไปประยุกต์ใช้กับงานนิติวิทยาศาสตร์ได้ด้วย

ที่มา – Adobe Blog, เอกสารงานวิจัย

from:https://www.blognone.com/node/103344

Advertisements

Adobe ใช้ Machine Learning ช่วยตรวจสอบรูปภาพที่ถูกตัดต่อหรือผ่านการรีทัชมาแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกกำลังกังวลเกี่ยวกับเครื่องมือ AI ใหม่ๆ ที่สามารถแก้ไขรูปภาพหรือวีดีโอได้อย่างง่ายดาย และความกังวลก็เพิ่มสูงขึ้นเมื่อมีการแชร์เนื้อหาที่บิดเบือนความจริงในโลกโซเชี่ยล ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการตรวจสอบความจริง

Adobe เป็นหนึ่งในบริษัทที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้เป็นเครื่องมือในการตกแต่งภาพ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานแก้ไขรูปภาพได้ง่ายขึ้น แต่อีกส่วนหนึ่งก็พยายามพัฒนาเครื่องมือไว้ตรวจสอบด้วยเช่นกัน

ล่าสุด Adobe ได้เปิดเผยงานวิจัยในงานประชุม CVPR (Computer Vision and Pattern Recognition) แสดงให้เห็นถึงการใช้เทคโนโลยี Machine Learning มาช่วยในการตรวจสอบความถูกต้องของสื่อดิจิตอล

ประโยชน์ของ Machine Learning ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบรูปภาพดิจิตอลที่ผ่านการตกแต่งแก้ไขมาแล้ว ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว โดย Machine Learning ของ Adobe สามารถตรวจสอบรูปภาพที่ผ่านการแก้ไขได้ 3 รูปแบบ คือ Splicing รูปภาพที่เกิดจาก 2 ชิ้นส่วนมารวมกัน, Cloning การคัดลอกรูปภาพแล้ววางซ้ำในภาพเดียวกัน และ Removal การลบวัตถุออกจากรูปภาพ

เครื่องมือ AI ของ Adobe จะมีประโยชน์อย่างมากในอนาคต สำหรับการตรวจสอบรูปภาพดิจิตอลที่อาจมีการปลอมแปลงขึ้นมาอย่างสมจริง เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลในโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ระบบ Machine Learning ของ Adobe ยังอยู่ในกระบวนการวิจัยและพัฒนาเท่านั้น

ที่มา – The Verge

from:http://www.flashfly.net/wp/221828

Bing เพิ่มฟีเจอร์ Visual Search เข้าใจและแสดงข้อมูลของภาพได้ คล้าย Google Lens

Microsoft ขยายฟีเจอร์การค้นหาภาพ Visual Search ให้กับแอพ Bing เป็นการนำ AI เข้ามาช่วยทำความเข้าใจและแสดงข้อมูลของภาพนั้นๆ ได้ โดยไม่ต้องพิมพ์คีย์เวิร์ดใดๆ

การใช้ Visual Search ผ่านแอพ Bing คือเปิดกล้องมาแล้วส่องไปที่อะไรก็ตาม แอพจะแสดงข้อมูลจากรูปภาพนั้นให้เรา เช่น ประเภทของดอกไม้ หรือแม้กระทั่งการแสดงภาพสิ่งของที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เป็นต้น

Microsoft ไม่ได้ระบุเพิ่มเติมว่า Visual Search สามารถทำอะไรได้อีกบ้าง แต่ลักษณะการทำงานในเบื้องต้นคล้ายกับ Google Lens

จุดแตกต่างคงอยู่ที่ Google Lens ในปัจจุบันมีทั้งแอพแยกเฉพาะ และฟีเจอร์ที่อยู่ในแอพ Assistant และ Photos ซึ่งทำได้ทั้งแสดงข้อมูลจากรูปภาพให้ เช่น แยกแยะพันธุ์พืช, สุนัข, แมว, ข้อมูลร้านอาหาร, แปลข้อความในภาพ

ที่มา : Microsoft

No Description

from:https://www.blognone.com/node/103316

แต่งหน้าตามดาราในเสี้ยววินาที นักวิจัยปัญญาสร้างประดิษฐ์ลอกการแต่งหน้าไปลงหน้าใครก็ได้

เมื่อปีที่แล้วทีมงาน Tencent เคยนำเสนอปัญญาประดิษฐ์สำหรับลบการแต่งหน้าออกจากภาพ ในปีนี้ที่งาน CVPR ก็มีการนำเสนอปัญญาประดิษฐ์สำหรับ “ลอก” การแต่งหน้าจากภาพต้นแบบไปลงหน้าใครก็ได้

การทำงานขั้นแรกจะแยกภาพส่วนสำคัญ เช่น ตา, คิ้ว, ปาก, จมูก จากนั้นนำภาพแต่ละส่วนเข้าโมเดลสร้างภาพการแต่งหน้า โดยใส่ทั้งภาพใบหน้าเป้าหมาย และใบหน้าของแบบที่แต่งหน้าเสร็จแล้วไปพร้อมกัน ภาพที่ได้จะเป็นภาพ delta หรือเฉพาะการแต่งหน้า เพื่อนำไปเติมลงในภาพต้นฉบับและได้ใบหน้าที่แต่งหน้าเสร็จแล้ว

การสร้างชุดข้อมูลอาศัยวิดีโอสอนแต่งหน้าบน YouTube ที่ผู้สอนมักมีทั้งภาพหน้าสดและภาพแต่งหน้าเสร็จแล้วอยู่บนวิดีโอ ทีมงานแยกภาพก่อนและหลังกว่าพันชุด เพื่อฝึกโมเดลนิวรอนแบบ dilated residual networks (DRN)

อีกหน่อยเห็นภาพดาราบนอินสตาแกรมก็เซลฟี่ตัวเองให้แต่งหน้าแบบเดียวกันได้ทันที หรือเจ้าสาวทั้งหลายไปเห็นพอร์ตของช่างแต่งหน้าก็ทดลองได้ก่อนว่าเหมาะกับตัวเองไหม

ที่มา – Princeton

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/103291

ปัญญาประดิษฐ์แสดงท่วงท่าของการเล่นดนตรีจากเสียงเพลงได้แล้ว

ทีมวิจัยจากเฟซบุ๊ก, มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, และมหาวิทยาลัยวอชิงตัน รายงานถึงการสร้างปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างตัวการ์ตูนแทน (avatar) ที่เล่นดนตรีได้สมจริง เพียงแค่ใส่เสียงดนตรีไปอย่างเดียวเท่านั้น

ปัญญาประดิษฐ์นี้เป็นแบบ LSTM ที่รับเสียงดนตรีและให้ค่าลักษณะของมือและแขนที่ควรจะเป็น จากนั้นจึงนำโครงแขนนี้ไปกำหนดท่าทางให้กับโมเดลสามมิติได้

ข้อมูลอาศัยวิดีโอดนตรีใน YouTube ที่มีความยาวพอสมควร และมีเครื่องดนตรีชิ้นเดียว และกล้องไม่ขยับตลอดวิดีโอ จากนั้นสร้างภาพโครงแขนและมือจากประมาณการในวิดีโอ ได้ชุดข้อมูลลักษณะแขนและมือออกมาคู่กับเสียงดนตรี นำมาฝึกเครือข่ายนิวรอนแบบ LSTM

เมื่อได้โมเดลแล้วจึงนำมาสร้างโครงแขนและมือจากดนตรี และทำ avatar จากซอฟต์แวร์ ARKit

แนวทางนี้พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยอื่นที่สามารถสร้างภาพการขยับปากจากเสียงพูดได้ แต่ในงานนี้เป็นการสร้างท่าทางแทน อย่างไรก็ดีงานวิจัยยังมีข้อจำกัดอยู่มาก เพราะข้อมูลตั้งต้นใช้วิดีโอ YouTube แทนที่จะเป็นวิดีโอที่ถ่ายทำมาเฉพาะ ทำให้มีข้อมูลไม่เท่ากัน เช่นภาพนักเปียโน มือข้างซ้ายมักถูกมือขวาบังไว้ และท่าทางนอกจากมือก็ยังไม่สามารถทำนายด้วยโมเดลได้

ที่มา – Audio to Body Dynamics

from:https://www.blognone.com/node/103290

กสิกรประกาศใช้ AI วิเคราะห์และนำเสนอสินเชื่อ SME ผ่านแอป K PLUS รับเงินภายใน 1 นาที

ธนาคารกสิกรไทยประกาศการนำเสนอสินเชื่อ SME บนมือถือผ่านแอป K PLUS ไม่ต้องใช้หลักประกัน ไม่ต้องยื่นเอกสาร คลิ๊กปุ๊บรับเงินภายใน 1 นาที โดยทางธนาคารใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการเงินของลูกค้า

คุณสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยระบุว่าที่ผ่านมา อุปสรรคในการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่ม SME คือการไม่มีหลักประกัน, ไม่มีข้อมูลการเงินเพียงพอ, ไม่มีการวางแผนใช้เงิน รวมถึงขั้นตอนการขอสินเชื่อที่ต้องเตรียมเอกสารเยอะและระยะเวลาในการทำเรื่องที่นาน บริการนี้ของกสิกรไทยจึงจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ

alt="S__15761483"

ส่วนโมเดลการพิจารณาสินเชื่อโดยใช้ AI นั้นจะวิเคราะห์จากข้อมูลทางด้านการเงินในอดีตของลูกค้า เช่น ข้อมูลเงินฝาก การใช้เครดิต เครดิตบูโร รวมถึงข้อมูลจากแอป K PLUS ขณะที่การใช้ AI ก็จะช่วยให้ธนาคารรู้ด้วยว่าจะต้องนำเสนอสินเชื่อให้ใคร เวลาไหนและให้เท่าไหร่ จึงเหมาะสมและเพียงพอกับลูกค้า SME ด้วย

คุณสุรัตน์เผยด้วยว่า ธนาคารได้เสนอสินเชื่อ SME บนมือถือ ผ่าน K PLUS .ให้กับลูกค้า SME ไปตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปรากฎว่าลูกค้ากว่า 76% สนใจและตอบรับข้อเสนอของธนาคาร

alt="WARI-2106180034"

สำหรับขั้นตอนในการยื่นสินเชื่อมีเพียง 3 ขั้นตอน เมื่อผู้ประกอบการได้รับแจ้งข้อเสนอสินเชื่อในเมนู Life PLUS บน K PLUS คือ เลือกเงื่อนไข, รอธนาคารอนุมัติ และกดคลิ๊กตกลงรับสินเชื่อ จากนั้นเงินจะโอนเข้าบัญชีลูกค้าทันทีภายใน 1 นาที วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท

alt="S__15761488"

ทั้งนี้ผู้ประกอบการ SME จะต้องมีการเดินบัญชีกับทางการธนาคารอย่างสม่ำเสมอและมีวินัยการเงินที่ดี จึงจะมีโอกาสได้รับข้อเสนอสินเชื่อจากธนาคารผ่านทาง K PLUS เพื่อนำไปต่อยอดและสร้างโอกาสทางธุรกิจต่อไป

from:https://www.blognone.com/node/103286

Facebook เผยแพร่งานวิจัย แก้ไขภาพถ่ายที่คนเผลอหลับตาได้ด้วย AI

Facebook เผยแพร่งานวิจัย ของระบบในการแก้ไขภาพถ่าย ที่ผู้ถูกถ่ายภาพเผลอหลับตา โดยสามารถเติมดวงตาเข้าไปได้ด้วย AI อาศัยข้อมูลพื้นฐานจากภาพถ่ายอื่นประกอบ ซึ่งแตกต่างจากงานแก้ไขภาพแบบอื่น ที่มักอาศัยองค์ประกอบโดยรอบในภาพ แต่หากคนในภาพหลับตาแล้ว ก็จำเป็นต้องใช้ข้อมูลอดีตมาช่วย

วิธีการแก้ไขภาพนี้อาศัยเครือข่ายแบบ Generative Adversarial Networks (GAN) ทำให้เรียนรู้ได้ว่าดวงตาที่ควรนำไปใส่ในภาพที่ต้องการแก้ไข เป็นของใคร และควรปรับสี และรูปทรงให้เข้าภาพนั้นอย่างไร

ดาวน์โหลดเปเปอร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

ที่มา: TechCrunch

alt="Facebook"

from:https://www.blognone.com/node/103252