คลังเก็บป้ายกำกับ: ATT

เตรียมทำใจ AT&T ระบุโทรศัพท์ 5G จะล็อกกับค่ายใช้ข้ามกันไม่ได้ อย่างน้อยก็ในช่วงแรก

Gordon Mansfield รองประธานของ AT&T แสดงความเห็นในงาน Mobile World Congress America ระบุว่าอุปกรณ์ 5G ที่กำลังจะออกมาเร็วๆ นี้ จะไม่สามารถใช้งานข้ามค่ายเหมือน 4G ทุกวันนี้ได้อีกต่อไป และอุตสาหกรรมต้องหาทางเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ต่อไป

ตอนนี้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในสหรัฐฯ เริ่มเตรียมคลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5G ภายในต้นปี 2019 กันแล้ว โดยสามค่ายใหญ่ล้วนใช้คลื่นความถี่ที่ต่างกันมาก โดย Verizon ใช้ 26GHz ส่วน T-Mobile ใช้ 28GHz ร่วมกับ 600MHz ขณะที่ AT&T ใช้ 39GHz

การเปิดใช้คลื่นใหม่ๆ ในย่านมิลลิเมตร (mmWave) เป็นฟีเจอร์สำคัญของ 5G ที่มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ เพื่อให้สามารถใช้คลื่นย่านสูงมากๆ เช่นนี้มีประสิทธิภาพ

Mansfield ระบุว่าอุปกรณ์ 5G ตัวแรกของบริษัทจะเป็น mobile hotspot ที่วางขายภายในปีนี้

ที่มา – PC Magazine

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105293

Advertisements

โอเปอเรเตอร์สหรัฐเสนอวิธีการยืนยันตัวตนแบบใหม่ ใช้พฤติกรรมการใช้มือถือแทนรหัสผ่าน

เรารู้กันดีว่า “รหัสผ่าน” เป็นวิธีการยืนยันตัวตนที่มีช่องโหว่มาก และวงการไอทีก็มีความพยายามหาสิ่งอื่นมาทดแทนรหัสผ่านหลายอย่าง เช่น ไบโอเมตริก หรือสมาร์ทการ์ด

ล่าสุด โอเปอเรเตอร์สหรัฐ 4 รายใหญ่คือ AT&T, Verizon, Sprint, T-Mobile ร่วมกันเปิดตัว Project Verify วิธีการยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือที่เราใช้งานอยู่

แนวคิดของ Verify คือผู้ใช้งานโทรศัพท์แต่ละคนมีข้อมูลที่แตกต่างกันอยู่แล้ว เช่น หมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลในซิมการ์ด หมายเลขไอพี รวมถึงพฤติกรรมการใช้งาน ฯลฯ โอเปอเรเตอร์มองเห็นข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว และสามารถนำมาแยกแยะว่าผู้ใช้แต่ละคนเป็นคนนั้นจริงๆ หรือไม่

รูปแบบการใช้งานเพียงว่าผู้ใช้ติดตั้งแอพ Verify ลงในสมาร์ทโฟน และเมื่อต้องการยืนยันตัวตนในแอพอื่น (ที่รองรับ Verify) ก็สามารถกดยืนยันตัวตนจากในสมาร์ทโฟนได้ทันที งานที่เหลือเป็นของฝั่งโอเปอเรเตอร์ที่จะตรวจสอบและตอบกลับไปยังแอพนั้นๆ ว่าเราเป็นตัวจริงหรือไม่

กลุ่มโอเปอเรเตอร์ยังบอกว่าการยืนยันตัวตนผ่าน Verify ยังอาจนำไปใช้เป็น Second-Factor Authentication ร่วมกับวิธีการยืนยันตัวตนแบบอื่นได้อีกด้วย

Brian Krebs ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยชื่อดัง เจ้าของบล็อก Krebs on Security วิเคราะห์กระบวนการยืนยันตัวตนของ Verify ว่าปัจจัยชี้ขาดจริงๆ คือผู้ใช้งาน “เชื่อมั่น” ในโอเปอเรเตอร์หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาพฤติกรรมของโอเปอเรเตอร์เหล่านี้ก็ทำตัวไม่น่าเชื่อถือ และไม่พยายามปกป้องหรือคุ้มครองผู้ใช้จากการโจมตีหรือการหลอกลวงต่างๆ รวมถึงเคยมีกรณีนำข้อมูลพิกัดของผู้ใช้ไปขายต่อให้บริษัทอื่นๆ อีกด้วย

ที่มา – Project Verify, AT&T, Krebs on Security

from:https://www.blognone.com/node/105268

ซีอีโอ AT&T บอก ถ้า Netflix เป็น Walmart สำหรับคอนเทนต์, HBO ก็เปรียบเป็นห้าง Tiffany

Randall Stephenson ซีอีโอ AT&T ให้สัมภาษณ์พูดถึงธุรกิจสตรีมมิ่ง ในขณะที่ AT&T ได้ก้าวมาเป็นคู่แข่ง Netflix เนื่องจากเป็นเจ้าของ HBO ซึ่ง Stephenson ระบุว่า HBO นั้นจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

Stephenson ยังบอกด้วยว่าถ้าเปรียบ Netflix เป็น Walmart สำหรับหนังซีรีส์ HBO จะเปรียบได้กับห้างหรู Tiffany เขายังบอกด้วยว่า HBO มีคอนเทนต์พรีเมี่ยมมากพอๆ กับเจ้าอื่น

นอกจากจะมี HBO ในมือแล้ว AT&T ยังซื้อ Time Warner เข้ามาช่วงฤดูร้อน และมี CNN ด้วย ทำให้ AT&T มีคอนเทนต์พรีเมี่ยมเยอะและมาจากหลากหลายช่องทาง

No Description
ภาพประกอบจากซีรีส์เรื่อง Westworld จาก Facebook Official

ที่มา – CNBC

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105264

AT&T ซัด 5G ของ Verizon ไม่ใช่ “5G แท้” เพราะไม่ใช้เทคโนโลยีมาตรฐาน

Verizon เพิ่งเปิดตัว Verizon 5G Home เน็ตบ้าน 5G ที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะของตัวเองไปเพียงวันเดียว คู่แข่งรายสำคัญคือ AT&T ก็เปิดฉากโจมตีทันทีว่า “ไม่ใช่ 5G ที่แท้จริง”

Randall Stephenson ซีอีโอของ AT&T ออกมาตั้งคำถามถึงเทคโนโลยีที่ Verizon เลือกใช้งานว่าไม่เป็นมาตรฐาน การอ้างตัวว่าเป็นผู้ให้บริการ 5G รายแรกจึงต้องบอกด้วยว่าไม่ได้ทำตามมาตรฐาน และ AT&T ต่างหากที่จะเป็นผู้ให้บริการ 5G รายแรกที่ใช้อุปกรณ์มาตรฐาน แถมจะให้บริการกับโทรศัพท์มือถือด้วย ไม่ใช่แค่เน็ตบ้าน

เป้าหมายของ AT&T คือให้บริการ “5G ที่แท้” ช่วงปลายปีนี้ โดยเริ่มจาก 6 เมืองในสหรัฐได้แก่ Dallas, Atlanta, Oklahoma City, Charlotte, Raleigh และเมือง Waco ในรัฐ Texas

ที่มา – Bloomberg, ภาพจาก AT&T

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105230

AT&T ร่วมลงทุนกับ Magic Leap พร้อมให้บริการเครือข่ายสำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะวางจำหน่ายปีนี้

AT&T ประกาศเข้าร่วมลงทุนกับ Magic Leap สตาร์ทอัพผู้พัฒนา AR ชื่อดัง โดยทั้งสองบริษัทไม่ได้เปิดข้อมูลเรื่องการเงินในดีลนี้

การลงทุนของ AT&T จะทำให้บริษัทสามารถทำงานร่วมกับทีม Magic Leap ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในส่วนของเครือข่าย, การเผยแพร่คอนเทนต์ และตัวอุปกรณ์เอง ซึ่งดีลนี้มาค่อนข้างพอเหมาะกับที่ Magic Leap วางแผนจะปล่อยสินค้าชิ้นแรกของบริษัท Magic Leap One, Creator Edition ที่คาดว่าน่าจะวางขายจริงได้ในปีนี้ และภายใต้ดีลนี้ AT&T จะได้รับสิทธิ์เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายกับอุปกรณ์ของ Magic Leap แต่เพียงผู้เดียว (ลักษณะคล้ายกับ iPhone รุ่นแรกที่ล็อกกับเครือข่าย AT&T)

Magic Leap เคยถูกวิจารณ์ว่าวิดีโอที่ทำนั้นเกินจริง แต่ล่าสุดทางบริษัทก็เพิ่งระดมทุนรอบใหม่ Series D โดยมี The Public Investment Fund ของรัฐบาลซาอุฯ​และ Temasek ของสิงคโปร์ร่วมลงทุนด้วย การร่วมมือกับ AT&T ครั้งนี้ก็มีเป็นไปได้ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของ Magic Leap น่าจะพัฒนาไปได้ไกลระดับหนึ่งแล้ว

ที่มา – TechCrunch, Fortune

No Description

from:https://www.blognone.com/node/103777

AT&T ซื้อแล้วซื้ออีก รอบนี้ซื้อบริษัทเทคโนโลยีโฆษณา AppNexus

หลังจาก AT&T ปิดดีลใหญ่ซื้อ Time Warner ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2016 ได้สำเร็จ บริษัทก็ยังเดินหน้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง รายล่าสุดที่โดนซื้อคือ AppNexus บริษัทโฆษณาออนไลน์รายใหญ่อีกแห่งหนึ่ง

AppNexus ให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับประมูลซื้อโฆษณาบนเครือข่ายต่างๆ รวมถึงเป็นตลาดซื้อขายโฆษณาแบบ programmatic เองด้วย บริษัทเปิดมาตั้งแต่ปี 2007 ส่วนมูลค่าการซื้อกิจการไม่เปิดเผย แต่ Wall Street Journal อ้างข้อมูลวงในว่าอยู่ที่ 1.6 พันล้านดอลลาร์

alt="AppNexus-NYC-9"

หลัง AT&T ซื้อ Time Warner สำเร็จก็จัดโครงสร้างองค์กรใหม่เป็น 4 หน่วยธุรกิจ (ข้อมูลเพิ่มเติม) โดยมีธุรกิจหนึ่งทำด้าน ads & analytics โดยเฉพาะ และ AppNexus จะเข้ามาอยู่ภายใต้หน่วยธุรกิจนี้ด้วย

AT&T ให้เหตุผลว่าเป็นการซื้อเทคโนโลยีโฆษณา (ad tech) ที่มาช่วยเติมเต็มธุรกิจด้านทีวีแบบเสียเงิน และธุรกิจด้านวิดีโอที่ตัวเองมีอยู่ บริษัทจึงมองหาผู้ให้บริการสาย ad tech ว่ามีใครบ้าง และพบว่า AppNexus โดดเด่นที่สุด จึงตัดสินใจเข้ามาซื้อกิจการ

ที่มา – AT&T, Wall Street Journal

from:https://www.blognone.com/node/103376

AT&T ปิดดีลควบกิจการ Time Warner ได้ HBO, Warner Bros, Turner, CNN เข้าสังกัด

AT&T เสร็จสิ้นกระบวนการควบรวม Time Warner ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2016 แต่ต้องยืดเยื้อมานานเกือบ 2 ปี หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฟ้องหยุดการควบรวม เพราะจะเกิดการผูกขาด

สัปดาห์ที่แล้ว ศาลสหรัฐมีคำตัดสินไม่บล็อคการควบรวมครั้งนี้ ทำให้ AT&T สามารถเดินหน้าปิดดีลได้สำเร็จ

AT&T เป็นเจ้าของเครือข่ายโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ตบ้าน และทีวีดาวเทียมจากการซื้อ DirecTV ในปี 2014 ส่วน Time Warner เป็นเจ้าของช่องทีวีหลายๆ ช่อง เช่น HBO, Warner Bros และบริษัทลูก Turner Broadcasting System (TBS) ซึ่งเป็นเจ้าของช่อง CNN, Cartoon Network, Adult Swim, Boomerang เป็นต้น

การที่ AT&T เป็นทั้งผู้ให้บริการทีวีแบบเสียเงิน และเป็นเจ้าของช่องเองด้วย ทำให้เกิดความกังวลว่า AT&T อาจกีดกันผู้ให้บริการทีวีรายอื่นๆ ด้วยการขึ้นราคาค่าช่องของตัวเอง (อ่านรายละเอียดในข่าวเก่า)

No Description

ฝั่งของ AT&T ประกาศว่าการควบกิจการครั้งนี้ เพื่อรับมือกับวงการสื่อในยุคหลอมรวม ทำให้ AT&T จำเป็นต้องมีอาวุธ 3 อย่างใช้งานร่วมกัน ได้แก่

  • คอนเทนต์พรีเมียม จาก Warner, HOB, Turner รวมถึงคอนเทนต์อื่นๆ ในเครือ
  • ช่องทางเข้าถึงลูกค้าโดยตรง (Direct to Consumer Distribution – D2C) จากทั้งทีวี มือถือ และบรอดแบนด์ ที่มีลูกค้าในมือรวมกัน 170 ล้านคนในภูมิภาคอเมริกาเหนือและละตินอเมริกา
  • เครือข่ายความเร็วสูง ทั้งไร้สายและไฟเบอร์

โครงสร้างใหม่ของ AT&T แบ่งส่วนธุรกิจออกเป็น 4 ส่วนคือ

  • AT&T Communications ดูแลระบบการสื่อสาร ทั้งมือถือและบรอดแบนด์
  • AT&T’s media business ยังไม่ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ แต่เป็นหน่วยธุรกิจที่รวมเอา HBO, Warner, Turner เข้ามาในสังกัด
  • AT&T International ธุรกิจนอกสหรัฐ ได้แก่ มือถือในเม็กซิโก และทีวีแบบเสียเงินในอเมริกาใต้
  • AT&T’s advertising and analytics business ธุรกิจใหม่ด้านโฆษณาและข้อมูล ต่อยอดจากฐานลูกค้าจำนวนมหาศาลของตัวเอง ยังไม่ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการเช่นกัน

หลังการควบกิจการเสร็จสิ้น Jeff Bewkes ซีอีโอของ Time Warner จะลงจากตำแหน่ง และรับบทเป็นที่ปรึกษาในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดย AT&T จะแต่งตั้ง John Stankey มาเป็นซีอีโอของกลุ่มธุรกิจสื่อแทน

ที่มา – AT&T, Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/103139