คลังเก็บป้ายกำกับ: Baidu

Ford จับมือร่วมทดสอบรถไร้คนขับในจีนกับ Baidu เป็นเวลา 2 ปี

Ford และ Baidu ประกาศความเป็นพันธมิตรในโปรเจ็ค Baidu-Ford L4 Autonomous Vehicle Test ซึ่งกินระยะเวลา 2 ปี เพื่อนำรถยนต์ไร้คนขับมาทดสอบวิ่งบนถนนร่วมกัน โดยมีเป้าหมายคือรถไร้คนขับระดับ 4 ตามมาตรฐาน SAE International

รถยนต์ของ Ford จะถูกติดตั้งด้วยระบบ Virtual Driver System จากโครงการ Apollo ของ Baidu ขณะที่การทดสอบจะเริ่มในช่วงปลายปีนี้ โดยจะทดสอบวิ่งบนถนนในกรุงปักกิ่งเป็นหลัก และอาจนำไปทดสอบวิ่งในเมืองอื่นๆ เพิ่มเติมหากกฎหมายเอื้ออำนวย

Ford ระบุด้วยว่าความร่วมมือนี้ช่วยให้บริษัทมีโอกาสนำเสนอโซลูชันไร้คนขับในจีนมากยิ่งขึ้นด้วย

ที่มา – Ford

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106209

Advertisements

Baidu ไตรมาส 3/2018 รายได้เติบโตจาก Feed ข่าว และแพลตฟอร์ม AI DuerOS

Baidu บริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีน รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 รายได้รวม 4.11 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1.80 พันล้านดอลลาร์

Robin Li ซีอีโอ Baidu กล่าวว่าผลประกอบการไตรมาสนี้มีจากการเติบโตทุกส่วนโดยเฉพาะรายได้จาก Feed ที่เพิ่มสูงจากจำนวนทราฟิกที่เพิ่มขึ้นมา เช่นเดียวกับรายได้จากธุรกิจวิดีโอของ Baidu ส่วนแพลตฟอร์ม AI ของบริษัท DuerOS ก็มีอุปกรณ์ที่ลงใช้งานแล้วมากกว่า 141 ล้านเครื่อง และโครงการรถยนต์ไร้คนขับ Apollo ก็อยู่ในการทดสอบระดับ 4 ใน 10 เมืองของจีน

Li ยังตอบคำถามเรื่องที่กูเกิลมีแผนกลับมาทำตลาดเสิร์ชในจีนอีกครั้ง โดยเขาบอกว่าบริษัทที่ไม่ได้มีรากฐานมาจากในจีน ไม่น่าจะแข่งขันกับบริษัทของจีนเองได้ดีนัก

ที่มา: Baidu และ Reuters

alt="Baidu"

from:https://www.blognone.com/node/106181

Baidu สร้างปัญญาประดิษฐ์แปลภาษาเกือบทันที ไม่ต้องรออินพุตจบประโยค

Baidu รายงานสถาปัตยกรรมปัญญาประดิษฐ์สำหรับแปลภาษา STACL (Simultaneous Translation with Anticipation and Controllable Latency) ที่สามารถแปลประโยคได้ต่อเนื่อง โดยรอประโยคอินพุตเพียง 3-5 คำเท่านั้น คล้ายกับล่ามมืออาชีพที่สามารถแปลได้แทบทันที

ความยากของการแปลภาษาโดยที่อินพุตยังไม่จบประโยคอยู่ที่โครงสร้างประโยคแต่ละภาษาอาจจะต่างกันมาก เช่น ภาษาจีนนั้นกริยาอาจจะอยู่ท้ายประโยคทำให้ไม่สามารถแปลได้อย่างแม่นยำหากไม่เห็นทั้งประโยค เพราะภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยนั้นกริยาอยู่หลังประธาน STACL อาศัยการคาดเดาคำล่วงหน้า แต่แทนที่จะคาดเดาจากภาษาต้นฉบับเหมือนมนุษย์ที่เวลาฟังภาษาใดก็จะคิดล่วงหน้าว่าผู้พูดกำลังจะพูดคำอะไรเป็นคำถัดไป STACL จะพยายามคาดเดาคำในภาษาที่กำลังแปล โดยสามรถปรับพารามิเตอร์การรอคำอินพุต เช่น wait-3 ก็จะเป็นการรออินพุต 3 คำก่อนจะเริ่มแปล

ภายในของ STACL เป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ดัดแปลงมาอีกที โดยใช้โมเดล RNN ที่ทำขึ้นเอง กับโมเดล Transformer ของกูเกิล

ผลทดสอบของของ Baidu แสดงให้เห็นว่าการแปลภาษาอังกฤษไปเยอรมันนั้นหากรอคำอินพุตมากพอสมควร เช่น เกิน 5 คำขึ้นไปคุณภาพคำแปลก็จะใกล้เคียงกับการแปลทั้งประโยคมาก ขณะที่การแปลภาษาจีนเป็นอังกฤษนั้นการรอคำอินพุตให้มากขึ้นช่วยเพิ่มคุณภาพการแปลได้มากกว่า

ล่ามแบบแปลทันทีนั้นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญสูง และล่ามหนึ่งคนมักสามารถทำงานต่อเนื่องได้ไม่เกิน 30 นาทีเท่านั้นก่อนที่ความผิดพลาดจะสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ดี STACL เองก็ยังจำกัดกว่ามนุษย์อยู่มาก

ที่มา – Baidu Research

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106059

iQiyi แพลตฟอร์มวิดีโอเบอร์หนึ่งของจีน เลิกแสดงตัวเลขยอดวิว แก้ปัญหาการปั่นวิว

iQiyi แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งรายใหญ่ที่สุดของจีน ประกาศยกเลิกการแสดงจำนวนยอดวิวของวิดีโอบนแพลตฟอร์ม โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้แพลตฟอร์มมีการแนะนำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด

โดย iQiyi บอกว่าการแสดงตัวเลขยอดวิวทำให้เกิดการพยายามปั่นตัวเลข ซึ่งทำให้คอนเทนต์ที่ไม่ดีมีโอกาสถูกแนะนำขึ้นมา โดยระบบจะเปลี่ยนมาใช้สิ่งที่เรียกว่า Heat Value มาใช้ในการแนะนำวิดีโอที่ได้รับความนิยม ซึ่งวัดจากจำนวนแชร์, คอมเมนต์, ไลค์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ดีกว่าการใช้เลขยอดวิวอย่างเดียว

iQiyi ซึ่งมี Baidu เป็นเจ้าของ เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งคล้ายกับ Netflix นั่นคือมีคอนเทนต์ที่ผลิตเอง แต่ระบบก็เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถอัพโหลดรายการเข้ามาได้ คล้ายกับ YouTube การประกาศเปลี่ยนแปลงนี้จึงส่งผลให้ผู้ผลิตคอนเทนต์หลายรายออกมาแสดงความไม่พอใจ และมองว่าการใช้ Heat Value ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และจะยังพบการปั่นตัวเลขอยู่ดี

ที่มา: The Verge

alt="IQiyi"

from:https://www.blognone.com/node/105055

Baidu เปิดตัว EZDL เครื่องมือเทรนโมเดล machine learning โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

Baidu เปิดตัว EZDL เครื่องมือสำหรับการสร้าง, ออกแบบ และดีพลอยโมเดล AI โดยไม่ต้องใช้การเขียนโค้ดเลย

EZDL ของ Baidu รองรับ machine learning หลายรูปแบบ ตั้งแต่การจำแนกรูปภาพ, การตรวจหาวัตถุ และการจำแนกเสียง ซึ่งเครื่องมือนี้มีกลุ่มเป้าหมายคือธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่ง Youping Yu ผู้จัดการทั่วไปของฝ่าย AI ของ Baidu กล่าววว่าเครื่องมือนี้มีจุดประสงค์ที่จะทำลายกำแพงเพื่อให้ทุกคนเข้าถึง AI ได้

การเทรนโมเดลของ EZDL จะต้องการภาพตั้งแต่ 20-100 ภาพ หรือเสียงมากกว่า 50 ไฟล์ที่มีการ label เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะต้องใชเ้วลาในการเทรนโมเดลตั้งแต่ 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมง และโมเดลที่สร้างขึ้นมานี้สามารถนำไปดีพลอยบนคลาวด์และเข้าถึงผ่าน API หรือจะดาวน์โหลดมาเป็น SDK ที่รองรับ IOS, Android หรือระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ก็ได้ โดย Baidu ยืนยันว่ามากกว่าสองในสามของโมเดลจะมีคะแนนความแม่นยำมากกว่า 90%

Yu ยกตัวอย่างสองบริษัทที่เริ่มใช้เครื่องมือนี้ คือ Idcool เว็บไซต์แต่งบ้านใช้ทำโมเดลระบุดีไซน์และสไตล์ของห้อง โดยมีความแม่นยำอยู่ที่ 90% และมีบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่งใช้ทำโมเดลระบุสัญญาณของการบุกรุกจากแพทเทิร์นของเสียงที่ผิดปกติ

ที่มา – VentureBeat

No Description
ภาพโดย Jon Russell / Flickr (CC BY-SA 2.0)

from:https://www.blognone.com/node/105010

ซีอีโอ Baidu มั่นใจหาก Google กลับมาจีนจะต้องพ่ายแพ้ แต่ชาวเน็ตจีนกลับไม่คิดเช่นนั้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีรายงานว่า Google กำลังจะกลับไปเปิดให้บริการในจีน ซึ่งจะถือเป็นการชนกับเจ้าถิ่นเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ในจีนอย่าง Baidu ตรง ๆ

ล่าสุด Robin Li ซีอีโอของ Baidu ได้ออกมากล่าวผ่านบัญชี WeChat แสดงความมั่นใจว่า Baidu พร้อมแข่งกับ Google โดย Li กล่าวว่าบริษัทจีนนั้นแข็งแกร่งขึ้นมากหลัง Google ถอยออกจากตลาดจีน ซึ่งทำให้เขาเชื่อมั่นว่าถ้า Google กลับมาอีกครั้ง Baidu จะเป็นผู้ชนะ

Google เคยเปิดให้บริการในจีนมาก่อน แต่หลังจากที่บริษัทหยุดให้บริการไปในปี 2010 ก็ทำให้ส่วนแบ่งเสิร์ชเอนจินในจีนเป็นของ Baidu เกือบทั้งหมด โดยปัจจุบัน Baidu มีส่วนแบ่งกว่า 70% ของตลาดเสิร์ชเอนจินของจีน ซึ่งข่าวการมาของ Google ก็ทำให้หุ้นของ Baidu ร่วงลงถึง 7.7%

แม้ว่า Li จะมั่นใจมาก แต่จากผลโพลบน Weibo ที่ถามว่าถ้าเกิด Google กลับมาแล้วคนจีนจะเลือกใช้อะไร ผู้ใช้เกิน 80% ตอบว่า Google แถมมีผู้ใช้บางคนคอมเมนท์ในโพสต์ของ Li ด้วยว่าทันทีที่ Google กลับมาให้บริการในจีนพวกเขาก็พร้อมใช้งานและลบ Baidu ทิ้ง

ที่มา – The Verge

No Description
ภาพโดย Jon Russell / Flickr (CC BY-SA 2.0)

from:https://www.blognone.com/node/104439

ระบบจดจำใบหน้าของคุณช้าเกินไปใช่หรือไม่ ชุด Baidu Face Recognition Kit วางขายแล้วเริ่ม 310 ดอลลาร์

T-Firefly ผู้ผลิตบอร์ดพัฒนาอุตสาหกรรมในจีนเปิดตัวชุด Baidu Face Recognition Kit ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าชุดกันสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นตรวจจับใบหน้า

ตัวบอร์ดเป็นแท็บเล็ตใช้ชิป RK3399 คอร์ A72 2 คอร์และ A53 4 คอร์ กราฟิก Mali-T860 4 คอร์ แรม 2GB หน้าจอ 10.1 ความละเอียด 1280×800 พิกเซล ซอฟต์แวร์เป็น Android 7.1

ความพิเศษบอร์ดชุดนี้คือมันให้เลือกติดตั้งกล้องได้ 3 แบบ ได้แก่กล้องเดี่ยวธรรมดา (310 ดอลลาร์, กล้องคู่ (440 ดอลลาร์), และกล้อง 3 มิติ (470 ดอลลาร์)

ในแง่ซอฟต์แวร์มันใช้กับชุดพัฒนา Offline Face Recognition SDK ของ Baidu ได้ โดยเป็นชุดพัฒนาตรวจจับใบหน้าประสิทธิภาพสูง สามารถตรวจจับใบหน้าได้ภายใน 100ms และค้นหาใบหน้าจากฐานข้อมูล 10,000 ใบหน้าได้ภายใน 400ms ค่าใช้ซอฟต์แวร์นั้นฟรี 2 อุปกรณ์นาน 3 เดือน หลังจากนั้นเดือนละ 299 หยวนต่ออุปกรณ์ หากใช้จำนวนมาเหลือ 199 หยวนต่อเดือน

สั่งได้แล้ววันนี้ ควรระวังว่าเอกสร SDK นั้นเป็นภาษาจีนอย่างเดียว

ที่มา – CNX Software

No Description

from:https://www.blognone.com/node/104017