คลังเก็บป้ายกำกับ: Battery

แบตเตอรี่ iPhone, iPad, iPod touch ประกัน 3 ปี จริงหรือไม่?

iphone-battery-warranty

ว่ากันด้วยเรื่อง “การรับประกันของแบตเตอรี iPhone, iPad และ iPod touch” ที่หลายคนเข้าใจ “ผิด” อยู่ ณ ขณะนี้คือ “Apple ให้การรับประกันแบตเตอรี 3 ปี” ซึ่งบอกตรงๆ เลยว่าผิดครับผิดมากๆ ด้วยครับ เรื่องจริงเกี่ยวกับการรับประกันของแบตเตอรีของ Apple โดยเฉพาะ iDevice นั้นแท้จริงเป็นเช่นนี้

iphone5-battery-swollen-2

iPhone iPad ประกันแบตเตอรี่แค่ 1 ปี

1. iPhone, iPad, iPod touch ตัวเครื่องรับประกัน 1 ปี นับจากวันที่ซื้อตามบิลและแน่นอนว่า “แบตเตอรี่ก็รับประกัน 1 ปีเช่นกัน”

2. แต่….. กรณีพิเศษสำหรับ iPhone 5 และ iPhone 6s บางเครื่องเท่านั้น ที่ Apple ขยายเวลาการรับประกันให้เป็น 3 สืบเนื่องมาจากคุณภาพของแบตเตอรีที่ผลิตบางล็อตนั้นมีปัญหา ดังนั้น Apple จึงได้เปิดโปรแกรมเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้กับเครื่องดังกล่าว โดยต้องเข้าเงื่อนไขของทาง Apple ที่วางเอาไว้ด้วย

3. การที่ถามว่า iPhone 5 ผม/หนู แบตเตอรี่บวมแบบนั้น แบตเสื่อมแบบนี้ จะเคลมได้ไหม?

ผมตอบแทนไม่ได้นะ สิ่งที่จะบอกได้คือ “ติดต่อที่ศูนย์ที่เราซื้อมาหรือว่า AASP ได้เลย” เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพราะท้ายสุดเขาคือคนรับเรื่องและยื่นเรื่องให้กับเราครับ, โดยต้องเข้าใจก่อนว่า iPhone 5, 6s, 6s Plus ของเรานั้นจะต้องไม่ผ่านการซ่อมมาก่อนไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม เพราะถ้าซ่อมมาแล้ว Apple จะปฎิเสธการให้บริการทันทีครับ

นี่คือเรื่องจริงสำหรับการประกันแบตเตอรี่ของ iPhone, iPad, iPod touch นะครับ

หยุดให้หรือแชร์ข้อมูลเรื่องแบตเตอรี่ iPhone ประกัน 3 ปีเลยครับ

แชร์ออกไปผิดคนอ่านเข้าใจผิดแล้วก็ไปโวยวายพนักงานทั้งของ Apple, Truemove H, AIS, Dtac หรือ AASP เอง ซึ่งผมเข้าใจดีว่า “เขารู้สึกอย่างไร”

11-02_angry_caller

หากมีคนบอกว่า “เครื่องเพื่อนผม/หนู คนนั้นคนนี้ในพันทิป ไม่ใช้ iPhone 5 แต่แบตมีปัญหาก็ยังเคลมได้เลย” ลองไปคุยกับเจ้าตัวเขาหรือยัง?  เขาทำยังไง?  ผมเดาได้อย่างนึงเลยว่า อาจจะไปวีนพนักงานจนเขาตัดปัญหาให้เคลมนั่นเอง แล้วคุณคิดว่าทำแบบนั้นมันถูกไหม? ก็ลองคิดดูนะครับ

ผมรัก Apple, ผู้ให้บริการ และผู้ใช้งาน iDevice ทุกคน เลยเขียนบทความนี้ขึ้นมาครับ หวังว่าอ่านแล้วจะเข้าใจ “ข้อเท็จจริงมากยิ่งขึ้น” ครับ ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยก็ลองสอบถามไปยัง Apple Support ก็ได้ที่เบอร์ 0018004412904 ครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม Apple Battery

from:https://www.iphonemod.net/iphone-battery-warranty-3ry-for-iphone-5-6s.html

Advertisements

อนาคต EV สดใส ฟันธงปี 2025 รถยนต์ไฟฟ้า จะถูกกว่า รถยนต์ใช้น้ำมัน

ด้วยราคาแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้ไม่เกิน 8 ปีนับจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาถูกกว่ารถยนต์ใช้น้ำมันและแก๊สแบบเดิมอย่างแน่นอน 

Photo: Pixabay

อนาคต EV สดใส เมื่อลดต้นทุนเทคโนโลยีได้

งานวิจัยของ Bloomberg เรื่อง New Energy Finance ชี้ว่า ต้นทุนของแบตเตอรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มลดลง ทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาและโซนยุโรปมีราคาถูกกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันและแก๊สแบบเดิม

ตัวเลขจากกราฟชี้ชัดว่า แบตเตอรี่ไฟฟ้าจะมีราคาลดลงอย่างต่อเนื่องกว่า 77% นับตั้งแต่ปี 2016 – 2030 และในช่วงหลังปี 2026 ราคาของรถยนต์ไฟฟ้าจะถูกกว่ารถยนต์แบบเดิม แน่นอนว่าแนวโน้มนี้จะทำให้ผู้คนหันมาสนใจใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น

ตัวเลขแสดงต้นทุนของ EV กับรถยนต์แบบเดิม Source: Bloomberg

Gilles Normand รองประธานอาวุโสของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าในฝรั่งเศส คาดการณ์ว่า ในช่วงต้นของทศวรรษที่ 2020 ราคาของรถยนต์ไฟฟ้าจะเท่าๆ กับรถยนต์แบบเดิม

นอกจากนั้นเขายังบอกอีกว่า “รถยนต์ไฟฟ้าจะมีแนวโน้มการใช้งานที่สูงขึ้นจากการลดต้นทุนของเทคโนโลยี รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ในขณะเดียวกันรถยนต์แบบเดิมจะลดลงจากการมีกฎระเบียบและข้อบังคับมาจำกัดการใช้งาน”

สรุป

แนวโน้มการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV มีสูงขึ้น จากการที่สามารถลดต้นทุนอย่างแบตเตอรี่ไฟฟ้าได้ โดยในปี 2025 คาดการณ์ว่าจะมีราคาที่เท่าๆ กับรถยนต์แบบเดิม และหลังจากนั้นจะมีราคาที่ถูกลงอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะรถยนต์ไฟฟ้าคือหนึ่งในทางเลือกของโลกอนาคตที่ต้องการลดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ที่มา –Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ev-2025-cost/

นักวิจัยเจ๋ง !! คิดค้นแบตเตอรี่ชาร์จไฟจากร่างกายโดยตรง

ทีมนักวิจัยทั้ง 11 คนจาก UCLA และ University of Connecticut ประสบความสำเร็จในการคิดค้นอุปกรณ์กักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่ คือ Supercapacitor ชีวภาพที่สามารถดึงพลังงานไฟฟ้าจากร่ายกายมนุษย์มาเก็บไว้ และส่งต่อไปยังเครื่องมือการแพทย์ที่ฝังอยู่ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้า ได้

Supercapacitor ชีวภาพ เป็นอุปกรณ์ลักษณะคล้ายแบตเตอรี่ ทำมาจากคาร์บอนและโปรตีนเป็นหลัก ประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญที่เรียกว่า “Harvester” ซึ่งทำงานโดยใช้ความร้อนและการเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์ในการดึงประจุไฟฟ้าจากไอออนที่พบในของเหลวของร่างกาย เช่น เลือด น้ำเหลือง หรือปัสสาวะ

ขั้วไฟฟ้าของ Harvester ทำมาจากวัสดุกราไฟต์ที่มีความบางสุดๆ เรียกว่า “กราฟีน (Graphene)” และซ้อนทับด้วยโปรตีนของร่างกายมนุษย์ทีถูกปรับแต่งมา ซึ่งขั้วไฟฟ้าจะรวบรวมพลังงานจากร่างกายมนุษย์ ส่งต่อไปยัง Harvester ซึ่งจะเก็บพลังงานไว้ใช้ในภายหลัง เนื่องจากกราฟีนเป็นแผ่นอนุภาคคาร์บอนที่มีความหนาเพียงอะตอมเดียว ทำให้นักวิจัยสามารถสร้าง Supercapacitor ที่มีความบางสุดๆ แต่สามารถเปลี่ยนรูปและบิดงอให้เข้ากับร่างกายได้ ยกตัวอย่างเช่น Supercapacitor ที่มีความบางเทียบเท่ากับเส้นผมของมนุษย์ จึงเป็นไปได้สูงมากที่งานวิจัยนี้จะถูกนำมาแทนที่แบตเตอรี่ในปัจจุบัน

ข้อดีอีกประการของ Sypercapacitor นี้คือ มันทำมาจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อร่างกายมนุษย์ เช่น กราฟีน ซึ่งประกอบขึ้นมาจากอะตอมของคาร์บอน หนึ่งในธาตุองค์ประกอบหลักในร่างกายของมนุษย์ ในขณะที่เครื่องมือแพทย์ที่ฝังในร่างกายคนในปัจจุบันใช้ทั้งแบตเตอรี่และวัสดุที่เป็นพิษต่อร่างกายเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคตได้

เมื่อเปรียบเทียบกับแบตเตอรี่แล้ว Supercapacitor มีอัตราการประจุและคายไฟฟ้าเร็วกว่า มีความต้านทางภายในต่ำกว่า ความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่า ความเสถียรดีกว่า และสามารถใช้ของเหลวภายในร่างกายเป็นอิเล็คโทรไลต์ได้ ส่งผลให้ทีมนักวิจัยเห็นว่า เครื่องมือแพทช์ที่ฝังในร่างกายควรเปลี่ยนมาใช้ Supercapacitor แบบใหม่นี้ซึ่งสามารถประจุไฟได้ตลอดการใช้งาน ช่วยลดภาระของผู้ป่วยในการที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยๆ

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว เครื่องมือชิ้นแรกที่ควรเปลี่ยนมาใช้ Supercapacitor คือเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้า แต่นักวิจัยคาดหวังว่าเทคโนโลยีที่พวกเขาคิดค้นขึ้นจะสามารถใช้ร่วมกับเครื่องมือแพทย์ในร่างกายส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสมอง ท้อง หรือกระเพาะปัสสาวะ ได้

อ่านผลงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ Ultrathin Graphene – Protein Supercapacitors for Miniaturized Bioelectronics

ที่มาและเครดิตรูปภาพ: https://www.bleepingcomputer.com/news/technology/new-battery-technology-draws-energy-directly-from-human-body/

from:https://www.techtalkthai.com/biological-supercapacitor-draws-energy-from-human-body/

[Battery] แบตเสื่อม แบตหมดไว แบตยังใช้ได้อีกนานมั้ย Windows 10 เช็คได้ ง่ายจริง

สำหรับใครที่ใช้โน้ตบุ๊กอยู่ แล้วเริ่มมีปัญหากับการใช้แบต เช่น แบตหมดไว ชาร์จตั้งนานแต่ได้แค่ไม่กี่เปอร์เซนต์ แบบนี้ควรจะหาวิธีเช็คให้แน่ใจ ซึ่งโดยปกติเราจะดูกันจากไอคอนบน System tray ก็จะเห็นแค่ว่าเหลือเวลาที่จะใช้ได้นานอีกแค่ไหน แต่จะไม่อาจทราบได้ว่า ตอนนี้แบตมีสภาพเป็นอย่างไร วันนี้ Windows 10 มีวิธีในการตรวจเช็คแบตด้วยตัวเอง

Notebook-Batt-3

ขั้นตอนแรกจะเป็นการเรียกฟังก์ชั่นหรือให้ะรบบรายงานเป็นข้อมูลสำเร็จมาให้เราได้ทราบ ขั้นตอนนี้อาจจะดูวุ่นวายกับคำสั่งที่ใช้บน Command Prompt นิดหน่อย แต่ด้วยการปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นของ Windows ใหม่ๆ ก็ทำให้คุณเรียกใช้งานได้สะดวกมากทีเดียว

Check-battery-commamnd prompt-1

1.กดปุ่ม Windows + X ในการเปิดเมนู Power user จากนั้นเลือก “Command Prompt (Admin)”

Check-battery-commamnd prompt-2
2.ให้ไปที่บรรทัดด้านล่าง แล้วพิมพ์คำสั่งต่อลงไปในช่องว่างด้านหลังได้ตามนี้
powercfg /batteryreport /output “C:\battery_report.html”

Check-battery-commamnd prompt-9

3.ระบบจะทำการตรวจเช็คและรายงานออกมาเป็นไฟล์ในชื่อ battery_report.html ไฟล์นี้จะปรากฏอยู่ในพาธไดรฟ์ C: โดยเราสามารถดับเบิลคลิก

Check-battery-commamnd prompt-4

4.ในรายงานนี้จะประกอบไปด้วย Design Capacity, Full Charge Capacity และ Battery capacity history หากคุณมีโน้ตบุ๊กหรือแท็ปเล็ตตัวใหม่ มันจะให้ผลจากการชาร์จที่สูงกว่าความจุพื้นฐานของแบต และตัวเลขเหล่านี้จะลดลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงด้านเคมีภายในแบต

Check-battery-commamnd prompt-5

Check-battery-commamnd prompt-6

5.ในส่วนของ “Battery capacity history” คุณจะสามารถเห็นระดับแบตจากการชาร์จได้อย่างเต็มที่ และลดลงตามเวลาเมื่อเทียบกับ design capacity ถ้าคุณมองเห็นตัวเลขที่ลดลงไปเยอะนั่นอาจหมายถึงแบตเตอรี่อาจมีปัญหาได้เช่นกัน

from:https://notebookspec.com/battery-check-batt-notebook/396909/

ซัมซุงเผยปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบแบตเตอรี่ S8/S8+ ป้องกันซ้ำรอย Note 7

หลังเกิดเหตุอื้อฉาวจากกรณีของ Galaxy Note 7 จนต้องเรียกคืนทั่วโลก ทำให้ Galaxy S8/S8+ ที่ออกตามมาเพื่ออย่างน้อยก็กู้ชื่อเสียงที่เสียหายไปก่อนหน้านี้ ซึ่งซัมซุงเองก็เข้มงวดกวดขันเรื่องการทดสอบและความปลอดภัยของ Gaalaxy S8/S8+ มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของแบตเตอรี่

Sangkyu Lee ผู้บริหารซัมซุงระบุว่ามีการปรับปรุงตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบแบตเตอรี่ให้มีพื้นที่มากขึ้นเป็นต้น รวมไปถึงปรับปรุงซอฟต์แวร์ที่ควบคุมแบตเตอรี่ใหม่เช่นกัน ขณะที่ขั้นตอนการทดสอบและตรวจสอบแบตเตอรี่ก็เข้มงวดขึ้นด้วย โดยซัมซุงได้เปิดเผย 8-Point Battery Safety Check ซึ่งเป็นกระบวนการใหม่ที่ถูกนำมาใช้

8-Point Battery Safety Check ประกอบไปด้วยขั้นตอนการตรวจสอบแบบเดิม แต่ปรับปรุงในรายละเอียดให้มีประสิทธิภาพและเข้มงวดมากขึ้น อาทิ △OCT Test ทดสอบการเปลี่ยนแปลงประจุไฟฟ้า, Durability Test ทดสอบความทดของแบตเตอรี่, X-Ray Test ดูความผิดปกติภายในเป็นต้น ไปจนถึงกระบวนการทดสอบที่ถูกเพิ่มเข้ามา อาทิ Charge/Discharge Test ทดสอบการชาร์จไฟ, TVOC Test ทดสอบการรั่วไหลของแบตเตอรี่ เป็นต้น

นอกจากการทดสอบภายในแล้ว ซัมซุงยังระบุว่า Galaxy S8/S8+ ยังผ่านการทดสอบกับหน่วยงานภาคนอกเพื่อทดสอบความปลอดภัยเพิ่มเติมด้วย

ที่มา – Samsung Newsroom

alt="S8-Battery-Safety_main_2"

from:https://www.blognone.com/node/91861

[PR] แบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แฟร์แบงค์ อลาสกา ที่ซึ่งอุณหภูมิภายนอกสามารถลดลงได้ถึง -52 องศาเซลเซียส ผู้อยู่อาศัยกลัวว่าท่อน้ำประปาของพวกเขาจะแข็งเป็นน้ำแข็งเสียก่อนในขณะที่ไฟฟ้าดับเป็นเวลาหลายชั่วโมง เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพื่อให้มั่นใจว่าเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของอลาสกาจะมีไฟฟ้าใช้ตลอดเวลา

Golden Valley Electric Association ผู้ให้บริการไฟฟ้าในแฟร์แบงค์ รับหน้าที่ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับที่อยู่อาศัยกว่า 90,000 ครัวเรือนในพื้นที่มากกว่า 5,700 ตารางกิโลเมตร ในทศวรรษที่ผ่านมาได้นำระบบแบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟมากที่สุดในโลกหรือที่เรียกว่า Battery Energy Storage Systems (BESS) มาใช้ โดย BESS ซึ่งใช้เทคโนโลยีของเอบีบีนี้ มีหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้าท้องถิ่น โดย BESS สามารถป้องกันการเกิดไฟฟ้าขัดข้องได้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

ระบบแบตเตอรี่สำรองไฟของเอบีบีสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ 46 เมกาวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อบ้านกว่า 12,000 ครัวเรือนเป็นเวลา 7 นาที หรือจ่ายกระแสไฟฟ้า 27 เมกาวัตต์ เป็นเวลา 15 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ใช้ในการเตรียมการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังดีเซลหลังจากไฟฟ้าดับ

ในวันที่ 10 ธันวาคม 2003 ระหว่างการทดสอบกำลังสูงสุดของ BESS  แบตเตอรี่สามารถจ่ายพลังงานได้มากถึง 46 เมกาวัตต์เป็นเวลา 5 นาทีทำให้ได้รับการบันทึกสถิติโดย Guinness World Records ว่าเป็น “แบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟมากที่สุดในโลก”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เอบีบี จำกัด
Tel. 02 665 1000
www.abb.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/biggest-battery-on-earth/

ผลทดสอบชี้ ผู้ผลิตโน้ตบุ๊คประเมินระยะเวลาการใช้แบตเตอรี่เกินจริง

Which? เว็บไซต์ชื่อดังด้านการรีวิวและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลทดสอบแบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊ครวม 7 ยี่ห้อ เกือบ 70 รุ่น เกี่ยวกับแบตเตอรี่และพลังงานที่ใช้ ผลปรากฏว่า โน้ตบุ๊คเกือบทุกรุ่นมีระยะเวลาการใช้งานต่ำกว่าที่ผู้ผลิตระบุไว้ในสเป็ค ที่สำคัญคือเป็นหลักชั่วโมง ไม่ใช่หลักนาที

การทดสอบดังกล่าวใช้เวลาดำเนินการเกือบ 1 ปี โดยทดสอบโน้ตบุ๊คทั้งหมด 7 ยี่ห้อ ได้แก่ Acer 8 รุ่น, Apple 3 รุ่น, Asus 8 รุ่น, Dell 10 รุ่น, HP 12 รุ่น, Lenover 20 รุ่น และ Toshiba 6 รุ่น รวมทั้งสิ้น 67 รุ่น แบ่งการทดสอบออกเป็น 2 รายการ คือ การทดสอบดูวิดีโอและทดสอบเล่นอินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi จนกว่าแบตเตอรี่จะหมด ทำการทดสอบอย่างละ 3 ครั้งแล้วนำมาหาค่าเฉลี่ย

ผลการทดสอบแสดงดังรูปด้านล่าง

จะเห็นว่าโน้ตบุ๊คทุกยี่ห้อยกเว้น Apple มีผลลัพธ์การทดสอบไม่เป็นไปตามสเป็คของแบตเตอรี่ที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ระบุ บางยี่ห้อมีระยะเวลาการใช้งานจริงน้อยกว่าที่เขียนในสเป็คถึง 4 ชั่วโมง

“ผู้ผลิตโน้ตบุ๊คที่โลกสวยที่สุดระบุระยะเวลาในการใช้งานจากแบตเตอรี่สูงเกินจริงถึง 50% หรือมากกว่านั้น ทำให้คุณต้องเสียบสายปลั๊กไฟบ่อยกว่าที่คุณคิดไว้ถึง 2 เท่า” — Jack Turner ผู้เชี่ยวชาญจาก Which? ระบุ

อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตโน้ตบุ๊คได้ออกมาชี้แจงถึงผลการทดสอบดังกล่าว โดยระบุว่าวิธีการประเมินของ Which? ต่างจากที่ผู้ผลิตทดสอบ ทำให้ผลลัพธ์ของการบริโภคพลังงานจากแบตเตอรี่แตกต่างกัน

ที่มา: http://www.which.co.uk/news/2017/03/which-laptop-battery-tests-manufacturers-overstate/

from:https://www.techtalkthai.com/laptop-manufacturers-overstate-battery-life/