คลังเก็บป้ายกำกับ: BOOKS

ชื่อ iBooks กลับมาเหมือนเดิม, AirPlay 2 ยังไม่กลับมาใน iOS 11.3 Beta 4

Books

Apple ปล่อยอัปเดต iOS 11.3 Beta 4 สำหรับนักพัฒนาโดยชื่อ iBooks กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ดังนั้น Apple อาจยังไม่ Redesign แอปตัวนี้ในเร็วๆ นี้

Books > iBooks

ใน iOS 11.3 Beta 3 ก่อนหน้านี้จุดเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่เกิดขึ้น คือ ชื่อ iBooks เปลี่ยนเป็น Books ทำให้สื่อต่างประเทศคาดการณ์ว่า Apple จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานของแอป iBooks ใหม่

Ios 11 3 Beta 4 Ibooks Airplay 2 1

แต่ใน iOS 11.3 Beta 4 ตัวล่าสุดที่ Apple ปล่อยมานั้น Books เปลี่ยนเป็น iBooks เหมือนเดิม สื่อต่างประเทศคาดว่า iBooks จะเป็นชื่อแอปใน iOS 11 ส่วน Books จะเป็นชื่อแอปใน iOS 12

AirPlay 2 ยังไม่กลับมา

นอกจากนั้น AirPlay 2 ฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สามารถส่งออกเสียงเพลงไปยังหลายอุปกรณ์ได้ยังไม่กลับมาใน iOS 11.3 Beta 4 ซึ่งฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มี Apple TV หลายเครื่องและลำโพง HomePod หลายตัว จะสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ ส่วนฟีเจอร์นี้จะกลับมาใน iOS 11.3 Beta ตัวหน้าหรือไม่ ติดตามกันต่อไป

Ios 11 3 Beta 4 Ibooks Airplay 2 2

ที่มา – 9to5mac

from:https://www.iphonemod.net/books-rename-to-ibooks-ios-11-3-beta-4.html

Advertisements

Apple กำลังออกแบบแอพ Books ให้เรียบง่ายขึ้น พร้อมยกเครื่องร้านหนังสือครั้งใหญ่

หลังจาก Apple ปล่อย iOS 11.3 เวอร์ชั่น Beta ออกมา ทำให้เราทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยกับแอพพลิเคชั่น “iBooks” เพราะมีการเปลี่ยนชื่อแอพให้สั้นลงอีก เรียกว่า “Books” แต่ความจริง แอพ Books กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนชื่อแอพเท่านั้น

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Apple กำลังจะเปลี่ยนแปลงแอพ Books ครั้งใหญ่ เรียกได้ว่ายกเครื่องใหม่ เพื่อแข่งขันกับตลาดอีบุ๊กที่ Amazon ครองความยิ่งใหญ่อยู่ในตอนนี้ และมีการเตรียมตัวมาสักพักแล้ว เริ่มจากซื้อตัว Kashif Zafar มาทำหน้าที่ Global Head of iBooks ซึ่งเขาเคยเป็นรองประธานอาวุโสจาก Audible (ธุรกิจ Audio Book ของ Amazon) และก่อนหน้านั้นยังเป็นรองประธานคอนเท้นต์ Barnes & Noble ดูแลในส่วนเครื่องเครื่องอ่านอีบุ๊ก Nook

Bloomberg พบว่า Apple กำลังปรังปรุงแอพพลิเคชั่น iBooks ครั้งใหญ่ในรอบหลายปี เริ่มจากเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Books เหมือนกับที่เคยเปลี่ยน iTunes เป็น Apple Music หรือเปลี่ยน iTunes Podcasts เป็น Apple Podcasts นอกจากนี้ยังออกแบบอินเทอร์เฟซใหม่ให้เรียบง่ายขึ้น ทั้งหน้าตาแอพและร้านหนังสือออนไลน์ก็จะได้รับการออกแบบใหม่ด้วยเช่นกัน

คาดว่าแอพพลิเคชั่น Books โฉมใหม่ จะพร้อมใช้งานเมื่อ Apple ปล่อย iOS 11.3 เวอร์ชั่นสมบูรณ์ออกมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม 2018)

ที่มา – Bloomberg

from:http://www.flashfly.net/wp/206406

อยากเจ๋งแบบเจ้าพ่อ Virgin Group ลองอ่าน 3 เล่มที่ Richard Branson แนะนำดูอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ Brand Inside ได้แนะนำหนังสือจากเจ้าพ่อ Virgin Group อย่าง Richard Branson ไปรอบหนึ่งแล้ว มาคราวนี้เพื่อฉายมุมมองที่มากกว่าเดิมของ Entrepreneur คนนี้ ลองมาอ่านอีก 3 เล่มที่เขาแนะนำกัน

ภาพจาก Flickr ของ Jarle Naustvik

1984 โดย George Orwell

นิยายสุดขลังที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1950 และเหตุที่ Richard Branson เลือกเล่มนี้ขึ้นมา เพราะเขาต้องการเตือนสติตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า การมีชีวิตอยู่นั้นต้องตื่นตัว และระมัดระวังเรื่องต่างๆ อยุ่ตลอดเวลา เพราะอาจมี Big Brother ตัวละครในเรื่องที่เป็นฝั่งรัฐบาล เฝ้ามองอยู่จริงๆ ก็ได้

Cosmos โดย Carl Sagan

การอ่านเล่มนี้จะทำให้คุณเหมือนท่องไปในโลกอวกาศช่วงเกิดจักรวาลเมื่อหลายหมื่นปีก่อน ผ่านการเล่าเรื่องของนักท่องอวกาศนาม Sagan และทำให้รู้ว่าการโดดเดี่ยวเป็นอย่างไร รวมถึงการตัดสินใจทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราคนเดียวจะผ่านพ้นไปได้หรือไม่ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน

Start With Why โดย Simon Sinek

สำหรับหนังสือเล่มนี้จำกล่าวถึงทฤษฎีการทำธุรกิจที่ประกอบด้วย What, How และ Why เพื่อค้นหาหัวใจของ Entrepreneur เองว่าอยากทำธุรกิจตัวนั้นจริงๆ หรือไม่ เพราะทุกอย่างจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่ได้อยากทำ และถ้าเข้าใจแล้ว การจะไปถึงจุดหมายที่ตั้งก็คงไม่ใช่เรื่องยาก

ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 11-27 ส.ค. มีงานลดหนังสือภาษาอังกฤษ Big Bad Wolf ที่ฮอลล์ 9 อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ซึ่งหนังสือ 3 เล่มข้างต้น รวมถึงหนังสือที่ทาง Brand Inside แนะนำไปก่อนหน้านี้ ก็คงจะอยู่ในลิสต์ลดราคาเช่นกัน ดังนั้นใครที่อยากมีแนวคิดแบบเจ้าพ่อ Virgin Group ก็อย่าลืมไปหาซื้อกันได้เลย

อ้างอิง // Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/richard-branson-must-read-list/

ตลาดหนังสือในจีนเตรียม Shift หลังประชากรในประเทศอ่านบน Digital Platform เกินครึ่ง

การอ่านเป็นพื้นฐานในการเพิ่มพูนความรู้ให้กับประชากรในประเทศ ยิ่งปัจจุบัน Digital Content ต่างๆ เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่าเดิม ดังนั้นคงไม่แปลกที่วิวัฒนาการของการอ่านในประเทศจีนจะไปในฝั่งดิจิทัลมากขึ้น ผ่านยอดการเติบโตถึง 8 ปีซ้อน

ภาพจาก Flickr ของ Institute of Network Cultures

อ่านหนังสือดิจิทัล 3.21 เล่ม/ปี

จากการสำรวจของ Chinese Academy of Press and Publication พบว่า ในปี 2559 ประชากรชาวจีนในประเทศมีถึง 79.9% ที่เป็นคนอ่านหนังสือ ผ่านการอ่านเกิน หรือเทียบเท่าค่าเฉลี่ยที่ 7.78 เล่ม/คน/ปี ซึ่งค่าเฉลี่ยนี้เพิ่มขึ้นจากปี 2558 เล็กน้อยอีกด้วย ผ่านการอ่านหนังสือแบบเล่ม 4.65 เล่ม และแบบ E-Book อีก 3.21 เล่ม

และถ้าเจาะไปที่การอ่านผ่าน Digital Platform เช่น Smartphone, Tablet รวมถึงตามหน้าเว็บไซต์ของคอมพิวเตอร์ จะพบว่ามีถึง 68.2% ของประชากรที่เริ่มอ่านรูปแบบนี้แล้ว โดยเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับปี 2558 และเป็นการเติบโตของการอ่านผ่านวิธีนี้ถึง 8 ปีติดต่อกัน ผ่านการอ่านกว่า 57.22 นาที/วัน

ขณะเดียวกันการอ่านผ่าน Smartphone ของชาวจีนยังมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 74.4 นาที/วัน เพิ่มขึ้น 12.19 นาทีเมื่อเทียบกับปี 2558 ที่น่าสนใจคือการอ่านบทความบน WeChat ที่ใช้เวลาถึง 26 นาที/วัน และในชานเมืองก็มีการอ่านบทความ และข่าวสารบนโลกออนไลน์ใกล้เคียงกับคนในเมืองอีกด้วย

ภาพ pexels

สื่อเก่าอยู่ลำบากถ้าไม่ Go Online

ทางฝั่งสือดั้งเดิม โดยเฉพาะกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ที่มียอดความนิยมในการอ่านลดลงเรื่อยๆ สังเกตจากการอ่านหนังสือพิมพ์ของชาวจีนในประเทศมีเพียง 13.15 นาที/วัน ลดลง 3.86 นาทีจากปี 2558 ส่วนการอ่านนิตยสารก็ลดลดเหลือ 6.61 นาที/วัน ลดลงจากปี 2558 ราว 2.22 นาทีเช่นเดียวกัน

ดังนั้นหากสื่อดั้งเดิมไม่นำเนื้อหาไม่ปล่อยบนโลกออนไลน์ การจะดำรงธุรกิจต่อไปก็คงยาก แต่การนำเนื้อหาต่างๆ ขึ้นไปแล้ว การปรับปรุงให้เข้ากับโลกออนไลน์ก็จำเป็น เพราะหากเอาเนื้อหาขึ้นไปเฉยๆ ความน่าอ่านก็คงไม่มี และผู้บริโภคก็เลือกที่จะอ่านบนช่องทางอื่นๆ ในโลกออนไลน์ที่มีจำนวนมากแทน

สรุป

ตลาดสื่อสิ่งพิมพ์ และหนังสือคงต้องปรับตัวกันครั้งใหญ่ จะอยู่นิ่งๆ ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว และเชื่อว่าเทรนด์นี้จะไหลเข้ามาสู่ประเทศไทยเร็วขึ้นแน่นอน เพราะปัจจุบัน Smartphone และอินเทอร์เน็ตที่ค่อนข้างพร้อม ทำให้ผู้บริโภคออนไลน์กันมากขึ้น เหลือเพียงแต่รอคอนเทนต์ดีๆ เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการ

อ้างอิง // People Daily, China Internet Information Center

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/books-goes-digital-platform-in-china/

ชวนอ่าน: ทำความรู้จักกับหนังสือ 5 เล่มที่ช่วยพัฒนาทักษะการโน้มน้าวใจให้เก่งขึ้น

ศาสตร์แห่งการโน้มน้าวใจ คืออีกเรื่องที่จำเป็นในตอนนี้ เพราะหากคิดการใหญ่ การจะทำคนเดียวก็ลำบาก แต่ถ้าหาคนมาช่วย แล้วใช้ หรือบริหารไม่เป็นก็จบ ดังนั้นอย่ารอช้า ลองหาหนังสือ 5 เล่มนี้มาอ่านกันเลยดีกว่า

ภาพ pixabay.com

Crystallizing Public Opinion โดย Edward Bernays

ด้วยสื่อในปัจจุบันที่เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่องโทรทัศน์, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ รวมถึงสื่อออนไลน์ และแบรนด์สินค้า, บริการ หรือตัวบุคคลเองก็อยากมีพื้นที่บนสื่อเหล่านั้น คงไม่แปลกที่ยุคนี้จะมี PR Agency เกิดขึ้นมาจำนวนมากเช่นกัน เพราะผู้เล่นรายนี้สามารถจับคนที่อยากเป็นข่าว กับคนที่อยากเขียนข่าวมาเจอกันได้

ซึ่งผู้แต่งหนังสือเล่มนี้คือคนนิยามคำว่า Public Relations ตั้งแต่ปี 1923 มาพร้อมๆ กับที่หนังสือเล่มนี้ออก ดังนั้นการหาเล่มนี้มาอ่านก็จะช่วยสร้างการโน้มน้าวใจกับผู้อื่นเพื่อทำสิ่งต่างๆ ให้ตนเองได้ง่ายขึ้น เพราะมีหลักการเบื้องต้นในการทำประชาสัมพันธ์อยู่ในมือ

The Crowd: A Study of the Popular Mind โดย Gustav Le Bon

เล่มนี้อาจจะเก่าไปซักนิด แต่ถ้าใครได้หามาอ่านได้ก็คงช่วยเพิ่มทักษะการโน้มน้าวใจได้ไม่น้อย เพราะเล่มนี้มีอิทธิพลต่อความคิดของ Sigmund Freud จิตแพทย์คนแรกๆ ของโลก ในการสร้างทฤษฎีต่างๆ และทฤษฎีเหล่านั้นก็ถูกนำมาปรับใช้ในยุคปัจจุบันด้วย

โดยเฉพาะกับเทคนิคการล้างสมองคนหมู่มากเพื่อให้ทำการอะไรบางอย่าง ทำให้หากใครที่จำเป็นต้องมีอำนาจ และสั่งการให้คนหมู่มากทำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เล่มนี้น่าจะช่วยให้งานเหล่านั้นเสร็จเร็วขึ้น เพราะผู้สั่งมีพลังในการโน้มน้าวใจ จนผู้ถูกสั่งไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองกระทำนั้นถูกบังคับ

Trust Me, I’m Lying: Confessions of a Media Manipulator โดย Ryan Holiday

ถ้าเปรียบ Crystallizing กับ The Crowd เป็นตำราชั้นครูในยุคก่อน Trust Me เล่มนี้ก็เปรียบเหมือนตำรายุคใหม่ ที่จะกล่าวถึงการโน้มน้าวใจผ่านโลกดิจิทัล เพราะผู้เขึยนคืออดีตผู้บริหารด้านการตลาดของแบรนด์เสื้อผ้า American Apparel ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจในโลกดิจิทัลช่วงศตวรรษที่ 20

และเพื่อให้เข้ากับยุคดิจิทัล หนังสือเล่มนี้จึงใส่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความเร็วไว้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการกระจายข่าวสารบนโลกออนไลน์ และทำเงินให้ได้อย่างรวดเร็วจากช่องทางนั้น ซึ่งกลุ่ม Startup น่าจะเหมาะกับเรื่องนี้ เพราะหากมีไอเดียพลั่งพลู แต่เงินน้อย การมีทักษะโน้มน้าวใจให้นักลงทุนซื้อไอเดีย เพื่อนำเงินมาต่อยอดก็เป็นเรื่องจำเป็น

ภาพ pixabay.com

Age of Propaganda: The Everyday Use and Abuse of Persuasion โดย Anthony Pratkanis และ Elliot Aronson

กว่า Anthony Pratkanis และ Elliot Aronson เขาทั้งสองได้ศึกษามุมมอง และแนวคิดของอาชีพที่ต้องอาศัยทักษะการจูงใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นนักโฆษณา, นักการเมือง, นักขาย, นักการตลาด รวมถึงทนายความที่ไม่เคยแพ้ใคร เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผล และสร้างข้อมูลพิสูจน์เรื่องการโน้มน้าวที่แท้จริงต้องทำอย่างไรบ้าง

The Attention Merchants: The Epic Scramble to Get Inside Our Heads  โดย Tim Wu

หลังจากอ่านเรื่องทฤษฎีกันไปทั้งหมดแล้ว คราวนี้ลองมาอ่านเป็นนิยายกันบ้าง เพราะเรื่อง The Attention Merchants ผู้เขียนได้สอดแทรกข้อมูลเรื่องใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ซึ่งธุรกิจใดที่อยู่ได้ การโน้มน้าวใจก็คือเรื่องจำเป็น

ทั้งนี้ทุกเรื่องที่กล่าวมายังไม่มีแปลเป็นภาษาไทย แต่บางเล่มสามารถสั่งซื้อผ่านร้านหนังสือภาษาอังกฤษ เช่น Kinokuniya หรือ Asia Books ได้ รวมถึงหากต้องการอ่านแบบดิจิทัลก็สามารถดาวน์โหลดผ่าน Play Books หรือ Kindle ได้เช่นกัน

อ้างอิง // 5 books that will help you become more persuasive

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/5-books-for-persuasion/

พบกับหนังสือ 11 เล่มที่ Barrack Obama อดีตประธานาธิบดีสหรัฐชวนให้ทุกคนต้องอ่าน

รู้หรือไม่? อดีตประธานาธิบดีหมาดๆ อย่าง Barack Obama ก็เป็นหนอนหนังสือเช่นกัน แล้วถ้าอยากเก่ง และวางตัวได้ดีแบบเขา ทำไมไม่ลองมาศึกษาผ่านหนังสือ 11 เล่มที่เขาแนะนำให้ลูกสาวเขาอ่านกันล่ะ

ภาพ pixabay.com

1.The Naked and the Dead โดย Norman Mailer

เล่มนี้ติดหนังสือนวนิยายภาษาอังกฤษยอดเยี่ยม 100 อันดับแรกของศตวรรษที่ 20 ดังนั้นคงไม่แปลกที่อดีตประธานาธิบดีจะแนะนำให้อ่าน เพราะมันอ้างอิงถึงเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่สร้างเหตุการณ์จำลองที่กองทหารอเมริกันต้องไปขับไล่ญี่ปุ่นที่หมู่เกาะสมมติ Anopopei และถ้าใครสนใจ หนังสือเล่มนี้ก็เคยทำเป็นภาพยนตร์ในชื่อเรื่องเดียวกันอีกด้วย

2.One Hundred Years of Solitude โดย Gabriel Garcia Marquez

ส่วนเล่มนี้จะเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของครอบครัว Buendia โดยจะเล่าเรื่องของความคัดแย้งระหว่างการอยู่โดดเดี่ยว และการโหยหาความรัก ความเข้าใจ ซึ่งทั้งสองเรื่องสะท้อนถึงการเป็นอยู่ในชีวิตยุคสมัยปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

**เล่มนี้มีแปลเป็นภาษาไทยชื่อเรื่อง หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว พิมพ์โดยสำนักพิมพ์สามัญชน**

3.The Golden Notebook โดย Doris Lessing

อยากสร้างแรงบันดาลใจเหรอ ลองเล่มนี้เลย เพราะเล่มนี้จะเป็นนวนิยายที่กล่าวถึงสาวชื่อ Anna ที่เป็นนักเขียนที่โด่งดัง และจดบันทึกอยู่ 4 เล่ม ประกอบด้วยเล่มสีดำที่เกี่ยวกับชาวแอฟริกัน, เล่มสีแดงที่เกี่ยวกับการเมือง, เล่มสีเหลืองที่เกี่ยวกับหญิงแกร่ง และเล่มสีฟ้าที่เป็นบันทึกส่วนตัวของเธอ จนกระทั่งเธอพบรักกับหนุ่มอเมริกัน เธอจึงเอาเนื้อหาทั้ง 4 เล่มมารวมกัน กลายเป็น Golden Notebook

**ไม่มั่นใจว่าสำนักพิมพ์กำมะหยี่แปลไทยเสร็จเรียบร้อยหรือไม่ เพราะเริ่มโครงการแปลตั้งแต่ปี 2556 แล้ว**

4.The Woman Warrior โดย Maxine Hong Kingston

เล่มนี้กล่าวถึงชีวิตของสาวเชื้อสายจีน-อเมริกัน ที่ดำรงชีวิตอยู่บนขนบธรรมเนียมจีน, ครอบครัวของเธอ และชีวิตในวัยเด็กที่คงปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมที่นั่นได้ลำบาก

5.The Underground Railroad โดย Colson Whitehead

ชีวิตคนผิวสีมันขมขื่นขนาดไหน เล่มนี้เล่าให้ฟังได้ดี เพราะจะเล่าเกี่ยวกับสาวชื่อ Cora ทาสในไร่ฝ้ายแห่งหนึ่งของรัฐจอร์เจีย ว่าต้องพบเจอเรื่องอะไรบ้าง และทำไมเธอถึงต้องหนีออกมา และหนีโดยทางรถไฟใต้ดินตามชื่อเรื่องอีกด้วย แต่ตอนจบจะเป็นอย่างไรต้องติดตามกัน

6.Gilead โดย Marilynne Robinson

เหตุการณ์หลังสงครามกลางเมืองช่วงศตวรรษที่ 20 เป็นอย่างไร เล่มนี้เล่าไว้โดยละเอียด ผ่านสายตาของคน 3 ยุคสมัย ทำให้มีความคิดต่างกันอย่างชัดเจน และความเป็นชนอเมริกันที่ปลูกฝังกันมานานจะหายไปหรือไม่ เล่มมีนี้คำตอบ

7.Three-Body Problem โดย Cixin Liu

ชอบนวนิยายแนววิทยาศาสตร์เหรอ เรื่องนี้เล่าได้สุดๆ ไปเลย เพราะเกริ่นถึงเรื่องการปฏิวัติทางวัฒนธรรมของจีน แต่ไม่ใช่แค่ล่มสลาย เพราะในเรื่องมีหน่วยทหารลับได้ลักลอบส่งสัญญาณติดต่อกับเอเลี่ยนนอกโลก เพื่อให้ทางนั้นเข้ามาบุกโลก โดยอาศัยจุดแตกหักของชาวเมือง

8.Gone Girl โดย Gillian Flynn

ใครเป็นสายภาพยนตร์ก็คงคุ้นเคยกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่ถ้าใครไม่เคยดู แนะนำให้อ่านเอาก็ได้ โดยเล่มนี้เป็นนวนิยายสืบสวนสอบสวน เล่าถึงสามีที่จู่ๆ วันหนึ่งภรรยาของเขาก็หายไป และเหมือนชายหนุ่มคนนั้นจะตกเป็นแพะรับบาป เพราะถูกเข้าใจว่าเป็นคนฆ่าภรรยาของเขาเอง แต่เรื่องจะจบลงอย่างไร ไปอ่านกันเองดีกว่า

**เล่มนี้มีแปลเป็นภาษาไทยชื่อเรื่อง เล่นซ่อนหาย พิมพ์โดยสำนักพิมพ์น้ำพุ**

9.Fates and Furies โดย Lauren Groff

เล่มนี้จะเล่าเรื่องชีวิตหลังการแต่งงาน ว่าจะต้องพบเจออะไรบ้าง และการจะหาพาร์ทเนอร์ที่คุยได้ทุกอย่างรู้เรื่อง รวมถึงผ่านพ้นปัญหาต่างๆ ไปด้วยกันมันยากขนาดไหน ที่สำคัญเล่มนี้ได้เล่าถึงวิธีแก้ปัญหา และเผยความลับเรื่องกลเม็ดต่างๆ ในการจัดการปัญหาหัวใจให้อยู่หมัด เพื่อชีวิตคู่ที่ยั่งยืน

10.Song of Solomon โดย Toni Morrison

เป็นเรื่องของคนผิวสีอีกเล่ม ที่อดีตประธานาธิบดีคนนี้เลือกมา เพราะมันเล่าถึงชายหนุ่มผิวสี Macon “Milkman” Dead III ที่ดำรงชีวิตในรัฐมิชิแกน ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ที่สำคัญเล่มนี้ยังได้ถูกบรรจุให้เป็นหนังสือนวนิยายภาษาอังกฤษ 25 เล่มยอดเยี่ยม ประจำศตวรรษที่ 20 อีกด้วย

11.A Bend in the River โดย V.S. Naipaul

เล่มนี้จะเล่าถึงชาวอินเดียนคนหนึ่งที่เติบโตในเมืองเล็กๆ ในประเทศโลกที่สาม ตั้งแต่เด็กจนโต แต่เขาคนนี้ไม่ได้อยู่เฉยๆ สามารถปรับตัวการใช้ชีวิตบนโลกที่ไม่คุ้นเคยได้เป็นอย่างดี

อ้างอิง // 11 books President Obama thinks everyone should read

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/11-books-that-obama-recommended/

4 เล่มนี้จะทำให้ภาวะผู้นำ และการทำธุรกิจของคุณเปลี่ยนไปตลอดกาล

การอ่านหนังสือตลอดเวลาเป็นอีกนิสัยของผู้นำ รวมถึงนักธุรกิจพันล้านตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน แต่หากอ่านอะไรที่ไม่ได้เสริมสร้างตัวเอง ก็เท่ากับเสียเวลาไปเปล่าๆ ดังนั้นลองมารู้จักกับหนังสือ 4 เล่มที่ช่วยเสริมภาวะผู้นำ และยกระดับธุรกิจกัน

ภาพ pixabay.com

1.Team of Rival โดย Doris Kearns Goodwin

หนังสือเล่มนี้จะเกี่ยวกับประวัติของ Abraham Lincoln ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา โดยฉายภาพในเรื่องมุมมอง และการปฏิบัติตัวเพื่อเข้ากับสิ่งต่างๆ รอบตัว และพยายามใช้สิ่งเหล่านั้นในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตนเองด้วย ซึ่ง Bill Creelman ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ Spindrift Beverage บอกว่า หนังสือเล่มนี้สามารถนำแนวคิดต่างๆ มาปรับใช้กับการบริหาร และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรได้เลยทีเดียว

2.Thinking Fast and Slow โดย Daniel Kahneman

ใครอยากศึกษาเกี่ยวกับเรื่องจิตวิทยา เล่มนี้ค่อนข้างเหมาะ เพราะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการทดลองในรูปแบบต่างๆ ของพฤติกรรมมนุษย์ เพื่อตอบคำถามว่าทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น หรือทำไมถึงตัดสินใจแบบนี้ ซึ่งหากผู้บริหารรู้เรื่องพวกนี้ทั้งหมด ก็คงเข้าใจกลุ่มคนระดับปฏิบัติการ หรือระดับบริหารด้วยกันได้ไม่ยาก

3.Siddhartha โดย Hermann Hesse

เคร่งเครียดกับการงานมาเยอะ หนังสือเล่มนี้ก็ช่วยได้ เพราะให้ข้อมูลเกี่ยวกับหนทางสู่ความสุข และการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ซึ่งในหนังสือก็จะกล่าวถึงเรื่องความสวยงาม, เงินทอง และเรื่องที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตในมุมต่างๆ ด้วย ซึ่ง Abdur Chowdhury เจ้าของร่วม Aura เล่าให้ฟังว่า สามารถอ่านได้เรื่อยๆ ไม่มีวันจบ เพราะช่วยให้จิตใจสงบนิ่งได้ทันใด

4.The ONE Thing: The Surprisingly Simple Truth Behind Extraordinary Results โดย Gary Keller

ส่วนเล่มนี้จะเล่าถึงการใช้ชีวิตทุกๆ วัน เพื่อเป้าหมายทียิ่งใหญ่ พร้อมกับลืมเรื่องต่างทิ้งไปให้หมด เพื่อสร้างการเดินหน้าที่แท้จริง แต่จะทำอย่างนั้นได้ ต้องจริงจังตั้งแต่สิ่งเล็กๆ เพราะสิ่งที่เล็กที่สุด เมื่อนำมารวมกันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ และเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็เช่นกัน

อ้างอิง // These 4 Books Changed These Leaders’ Lives and Businesses for the Better

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/4-books-for-leader-and-business/