คลังเก็บป้ายกำกับ: BROWSER

Chrome รองรับระบบแจ้งเตือนของ Windows 10 แล้ว กำลังทยอยเปิดให้ใช้งาน

ของใหม่อย่างหนึ่งของ Windows 10 ตั้งแต่รุ่นแรกที่ออกในปี 2015 คือระบบแจ้งเตือน (notification) ของตัวระบบปฏิบัติการเอง ที่แสดงรวมกันในจุดเดียวคือแถบ Action Center ด้านขวามือของหน้าจอ

ปัจจุบันมีแอพหลายตัวเริ่มรองรับระบบแจ้งเตือนแบบใหม่นี้ ยกเว้นแต่ Chrome ที่ยังใช้ระบบแจ้งเตือนของตัวเองอยู่

Chrome 68 รุ่นเสถียรล่าสุด เริ่มรองรับระบบแจ้งเตือนของ Windows 10 แล้ว โดยยังเป็นการทยอยเปิดให้ผู้ใช้ทีละส่วนเริ่มใช้งานอยู่ ตอนนี้ตัวเลขอยู่ที่ราว 50% และยังไม่มีข้อมูลว่าจะเปิดครบทุกคนเมื่อใด

Peter Beverloo นักพัฒนาในทีม Chrome ระบุว่าการเปลี่ยนมาใช้ระบบแจ้งเตือนของ Windows 10 ทำให้อัตราการคลิกลดลงเล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้ใช้ยังไม่คุ้นเคย

ที่มา – Thurrott

No Description

from:https://www.blognone.com/node/104450

Advertisements

Microsoft Edge รองรับ Web Authentication ล็อกอินเว็บด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่รหัสผ่าน

ไมโครซอฟท์ประกาศว่า Microsoft Edge รองรับฟีเจอร์ Web Authentication (WebAuthn) ตามสเปกของ W3C เปิดให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยวิธีการยืนยันตัวตนแบบอื่นที่ไม่ใช่รหัสผ่าน เช่น ใบหน้า ลายนิ้วมือ PIN หรืออุปกรณ์ยืนยันตัวตนที่เป็น FIDO2

การที่ไมโครซอฟท์มีระบบยืนยันตัวตน Windows Hello ฝังมากับ Windows 10 อยู่แล้ว ทำให้สามารถต่อยอด Windows Hello กับ Microsoft Edge ได้ทันทีโดยผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เมื่อเจอกับหน้าจอเว็บไซต์ที่เปิดให้ยืนยันตัวตนผ่าน Web Authentication เราจะเห็นหน้าจอของ Windows Hello ขึ้นมาให้ยืนยันตัวตนทันที

ฟีเจอร์นี้เปิดใช้แล้วกับ Microsoft Edge บน Windows Insider build 17723 ส่วนผู้ใช้ทั่วไปก็รอ Windows 10 อัพเดตตัวหน้า (Redstone 5) ที่จะออกปลายปีนี้

No Description

เบราว์เซอร์ตัวอื่นที่รองรับ Web Authentication แล้วคือ Chrome 67 ขึ้นไป และ Firefox 60 ขึ้นไป (Firefox ยังไม่รองรับการยืนยันตัวตนที่เป็น FIDO2) ส่วนเว็บไซต์ที่รองรับ Web Authentication แล้วคือ Dropbox (อ้างอิง)

ที่มา – Windows Blog

from:https://www.blognone.com/node/104202

Google Chrome มาแล้วบน Daydream พร้อมโหมดปรับวิดีโอบนเว็บให้เหมาะกับ VR

Google นำ Chrome ลงแพลตฟอร์ม Daydream แล้ว โดยรองรับทั้งอุปกรณ์ทั้งสองรุ่นคือ Google Daydream View และ Lenovo Mirage Solo โดยผู้ใช้อุปกรณ์ที่รองรับสามารถเปิดใช้งาน Chrome และเข้าเว็บทั่วไปบนอุปกรณ์ VR ได้ทันที

ฟีเจอร์ของ Chrome บน Daydream มีตั้งแต่ฟีเจอร์ทั่วไปเหมือนแพลตฟอร์มอื่น เช่น ค้นหาด้วยเสียง, โหมดท่องเว็บแบบไม่ระบุตัวตน, บันทึกลงบุ๊กมาร์ก ส่วนฟีเจอร์เฉพาะ Daydream เช่น cinema mode ที่จะปรับวิดีโอทั่วไปบนเว็บให้เหมาะกับการใช้งานบน VR

สำหรับผู้ใช้ทั่วไปสามารถอัพเดต Chrome บน Android เป็นเวอร์ชันล่าสุดจาก Google Play ก็สามารถเปิดใช้งาน Chrome จากหน้าโฮมของอุปกรณ์ Daydream ได้เลย

ที่มา – Google

from:https://www.blognone.com/node/104201

Opera ไอพีโอเข้าตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq แล้ว

วันนี้ หุ้นของบริษัท Opera Ltd. เจ้าของเว็บเบราว์เซอร์ Opera ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ของสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังยื่นเอกสารเตรียมขายหุ้นไอพีโอเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยใช้สัญลักษณ์ซื้อขายว่า OPRA

ในรายงาน F-1 นั้นเผยว่าเมื่อปีที่แล้ว Opera มีรายได้จากการดำเนินงาน 128.9 ล้านดอลลาร์ และคิดเป็นกำไรสุทธิ 6.1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแม้ว่าส่วนแบ่งตลาดของ Opera จะไม่ได้สูงมากเท่าเบราว์เซอร์อื่นแต่ก็มากพอที่จะทำรายได้ โดยปัจจุบันมีผู้ใช้ราว 182 ล้านคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Opera อย่างน้อยหนึ่งชิ้นในทุก ๆ เดือน

Opera Ltd. นั้นคือส่วนธุรกิจที่อยู่ภายใต้บริษัท Opera Software เดิม ซึ่งตอนหลังกลุ่มทุนจีนเข้ามาซื้อเฉพาะส่วนธุรกิจฝั่งคอนซูเมอร์ออกไปเท่านั้น ส่วนบริษัท Opera Software เดิมเปลี่ยนชื่อเป็น Otello

ความท้าทายของ Opera คือรายได้ส่วนใหญ่มาจากดีลกับเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่อย่าง Google และ Yandex ที่จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้เป็นเสิร์ชเอนจินหลักในเบราว์เซอร์ แต่ทางบริษัทก็ยังมีรายได้จากโฆษณาและไลเซนส์ต่าง ๆ ด้วย

ราคาไอพีโอของ Opera อยู่ที่ 12 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดตามที่บริษัทคาดว่าจะขายที่ราคา 10-12 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยในการขายหุ้นไอพีโอนี้บริษัทระดมทุนได้ 115 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหลังจากเปิดให้ซื้อขายแล้วหุ้น Opera ก็มีราคาเปิดที่ 14.34 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มสูงขึ้น 19.5%

ที่มา – TechCrunch

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/104177

Chrome 70 จะขึ้นป้าย Not Secure สีแดง หากกรอกข้อมูลลงเว็บที่ไม่ได้เข้ารหัส HTTPS

ต่อเนื่องจากข่าว Chrome 68 เริ่มกาหัวเว็บ HTTP เป็น “Not secure” ทั้งหมด กูเกิลออกมาประกาศแล้วว่าในอีก 2 รุ่นถัดไปคือ Chrome 70 ที่จะออกในเดือนตุลาคม ถ้าหากผู้ใช้ป้อนข้อมูลลงในฟอร์มบนหน้าเว็บแบบ HTTP คำว่า Not secure สีเทาจะแสดงเป็นสีแดงด้วย เพื่อเตือนให้ผู้ใช้ทราบว่าข้อมูลนั้นจะถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตโดยไม่เข้ารหัส

นอกจากนี้กูเกิลยังจะนำคำว่า Secure ออกไป (เพราะ HTTPS กลายเป็นเรื่องปกติสามัญ) ในเดือนกันยายนด้วย

กูเกิลเผยสถิติว่าหลังประกาศเดินหน้า HTTPS เมื่อสองปีก่อน ทำให้ทราฟฟิกที่เป็น HTTPS มีสัดส่วนสูงขึ้นมาก

  • Chrome บน Android เดิมมีทราฟฟิก HTTPS เป็นสัดส่วน 42% ตอนนี้เพิ่มเป็น 76%
  • Chrome OS เดิมมีทราฟฟิก HTTPS เป็นสัดส่วน 67% ตอนนี้เพิ่มเป็น 85%
  • เว็บไซต์ยอดนิยม Top 100 เดิมทีใช้ HTTPS เป็นดีฟอลต์ 37% ตอนนี้เพิ่มเป็น 83%

ที่มา – Google

No Description

from:https://www.blognone.com/node/104098

Chrome/Firefox ซิงก์ประวัติท่องเว็บบน Windows Timeline ได้แล้ว ผ่านส่วนเสริม

Windows 10 April 2018 Update มีฟีเจอร์ใหญ่อย่าง Timeline ที่ดูล้ำสมัย แต่ในการใช้งานจริงยังไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก เพราะแอพยังรองรับน้อย และส่วนใหญ่เป็นแอพของไมโครซอฟท์เอง

แอพกลุ่มที่น่าจะใช้ประโยชน์จาก Timeline ได้มากที่สุดย่อมเป็นเว็บเบราว์เซอร์ แต่ก็ยังมีแค่ Edge เพียงตัวเดียวที่รองรับ ทำให้มีคนสร้างส่วนเสริมสำหรับ Chrome/Firefox ขึ้นมาเพื่อให้รองรับ Timeline ด้วย

ส่วนเสริมนี้ชื่อว่า Windows Timeline Support (Chrome, Firefox) หน้าที่ของมันคือส่งข้อมูลแท็บที่เราเปิดอยู่ในขณะนั้น ไปยัง activity history ของระบบ เพื่อให้เรียกใช้งานได้ผ่านหน้า Timeline (Win+Tab) ผู้ใช้จำเป็นต้องล็อกอินส่วนเสริมด้วย Microsoft Account เพื่อซิงก์ข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์

ส่วนเสริมนี้เปิดซอร์สโค้ดบน GitHub ใครที่กลัวเรื่องข้อมูลส่วนตัวก็สามารถไปตรวจสอบโค้ดกันได้เอง

ที่มา – Neowin

No Description

No Description

คลิปอธิบาย Windows Timeline

from:https://www.blognone.com/node/103858

Site Isolation บน Chrome 67 เปิดใช้งานดีฟอลต์แล้ว กินแรมเพิ่ม 10-13%

Google ประกาศว่าฟีเจอร์ Site Isolation ที่จะแยกโพรเซสตามโดนเมนเว็บ เพื่อป้องกันการโจมตีแบบ Speculative Execution อย่าง Spectre ได้เปิดใช้งานเป็นค่าดีฟอลต์แล้วบน Chrome 67

ฟีเจอร์นี้อาจจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย แต่ด้วยการที่ Chrome ต้องแยกโพรเซสมากยิ่งขึ้นทำให้จะกินแรมเพิ่มขึ้นราว 10-13% ในทุกๆ ระบบปฏิบัติการทั้ง Windows, Mac และ ChromeOS ซึ่งทาง Google ระบุว่ากำลังปรับปรุงและลดผลกระทบ (กับการใช้แรม) ที่เกิดจากฟีเจอร์นี้ให้ได้มากที่สุด

Google ระบุด้วยว่า Site Isolation จะมาบน Chrome บนแอนดรอยด์ด้วยใน Chrome 68 โดยจะต้องสั่งเปิดเองก่อนจาก chrome://flags/#enable-site-per-process.

ที่มา – Google Security Blog

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103816