คลังเก็บป้ายกำกับ: BROWSER

Chrome 70 ออกแล้ว ไม่บังคับล็อกอินบัญชีกูเกิลที่เบราว์เซอร์, รองรับวิดีโอ AV1

กูเกิลออก Chrome 70 Stable สำหรับเดสก์ท็อป มีฟีเจอร์ใหม่หลายอย่าง การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เพิ่มตัวเลือกปิดการใช้งาน Chrome sign-in หรือการล็อกอินเข้า Chrome ด้วยบัญชีกูเกิล หลังเริ่มบังคับใช้งานใน Chrome 69 และโดนวิจารณ์อย่างหนัก

Chrome 70 มีสถานะการล็อกอินที่ตัวเบราว์เซอร์ 3 แบบ (ตามภาพ) คือ

  • ไม่ล็อกอินเลย (signed out)
  • ล็อกอิน แต่ไม่ซิงก์ (signed in, not syncing)
  • ล็อกอินและซิงก์ (signed in and syncing)

No Description

No Description

ของใหม่อย่างอื่นได้แก่

No Description

ที่มา – Chrome Releases, VentureBeat

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105907

Advertisements

กูเกิล, ไมโครซอฟท์, มอซิลล่า, แอปเปิล ประกาศแผนหยุดรองรับ TLS 1.0, 1.1 ต้นปี 2020

กูเกิล, ไมโครซอฟท์, มอซิลล่า, และแอปเปิล สี่ผู้ผลิตเบราว์เซอร์สำคัญประกาศแผนการหยุดรองรับการเชื่อมต่อ TLS 1.0 และ 1.1 มีกำหนดที่เดือนมีนาคม 2020

TLS 1.0 ออกมาตั้งแต่ปี 1999 และกำลังจะครบรอบ 20 ปีในต้นปีหน้า ขณะที่โปรโตคอลใหม่ๆ เช่น HTTP/2 นั้นบังคับว่าต้องใช้ TLS 1.2 ขึ้นไป ส่วน TLS 1.3 ก็นิ่งแล้วแนะคงมีการใช้งานมากขึ้นในเร็วๆ นี้

เซิร์ฟเวอร์ส่วนมากในตอนนี้รองรับการเชื่อมต่อทุกรูปแบบตั้งแต่ TLS 1.0 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม การเชื่อมต่อจริงนั้นมักกลายเป็น TLS 1.2 แทบทั้งหมดแล้ว ไมโครซอฟท์ระบุว่าการเชื่อมต่อบน Edge นั้นเป็น TLS 1.2 ถึง 99.28% ส่วนแอปเปิลก็ระบุว่าสูงถึง 99.6%

ด้านกูเกิลระบุว่าองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยสูงอาจพิจารณายกเลิก TLS 1.0/1.1 ได้เองด้วยการตั้งนโยบาย “SSLVersionMin” เป็น “tls1.2” ขณะที่องค์กรที่จำเป็นต้องซัพพอร์ตการเชื่อมต่อแบบเก่านั้น Chrome จะเปิดตัวเลือกให้ถึงเดือนมกราคม 2021

ที่มา – Google Security Blog, WebKit, Windows Blog, Mozilla

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105873

Opera Touch ลง iPhone แล้ว, มาพร้อมระบบซิงก์ข้อมูล / ใช้งานง่ายแม้ถือโทรศัพท์มือเดียว

หลังจากที่เปิดให้ฝั่งแอนดรอยด์ได้ใช้มาตั้งแต่เดือนเมษายน Opera Touch เว็บเบราว์เซอร์สำหรับอุปกรณ์พกพาจากค่าย Opera ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ให้สามารถใช้งานบนโทรศัพท์ได้คล่องตัวมากขึ้น ก็ได้ฤกษ์ออกเวอร์ชัน iOS ให้ผู้ใช้ iPhone ดาวน์โหลดไปใช้กันเป็นที่เรียบร้อย

และเช่นเดียวกับเวอร์ชันแอนดรอยด์ Opera Touch สำหรับ iPhone นั้นยังคงมาพร้อมกับฟีเจอร์อำนวยความสะดวกหลายอย่าง ทั้ง Opera Flow ที่จะช่วยซิงก์และแชร์ข้อมูลกับ Opera Desktop บนเครื่องพีซี ไปจนถึงปุ่ม Fast Action Button ที่เป็นผลจากการออกแบบ UI ใหม่ให้ใช้งานง่ายแม้จะถือโทรศัพท์ด้วยมือข้างเดียว

ภาพตัวอย่างหน้าโฮม, Fast Action Button และ Opera Flow
No Description

รายละเอียดฟีเจอร์ที่น่าสนใจพอสรุปได้ดังนี้

  • ตัวเบราว์เซอร์จะเปิดหน้าค้นหาเว็บขึ้นมาให้ทุกครั้งที่เริ่มใช้งาน ช่วยให้การสืบค้นข้อมูลต่างๆ บนโทรศัพท์ทำได้สะดวกและรวดเร็ว
  • Fast Action Button ปุ่มเรียกเมนูแบบใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงฟังก์ชั่นสำคัญๆ ของเบราว์เซอร์ได้ง่ายแม้ใช้เพียงมือเดียว
  • แชร์รูปภาพ, วิดีโอ, โน้ตหรือลิงก์ ระหว่าง Opera Touch และ Opera Desktop ได้ผ่านฟีเจอร์ Flow โดยในส่วนของการตั้งค่าก็เพียงแค่ต้องใช้ Opera Touch สแกน QR Code ที่อยู่ปรากฏบน Opera Desktop เท่านั้น Flow ก็จะพร้อมใช้งานในทันที

ภาพตัวอย่างการใช้งาน Opera Flow
No Description

  • และเมื่อได้ตั้งค่า Flow ให้กับ Opera Touch เรียบร้อยแล้ว แท็บล่าสุดที่ผู้ใช้เปิดไว้บน Opera Desktop จะได้รับการซิงก์และแสดงผลบนหน้าโฮมของ Opera Touch ให้โดยอัตโนมัติ

ท่านใดสนใจเข้าไปดาวน์โหลด Opera Touch สำหรับ iPhone ได้แล้วที่ App Store ครับ

ที่มา – Opera blogs

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105846

Vivaldi ออกเวอร์ชัน 2.0, ซิงก์ข้อมูลข้ามเครื่องได้แล้ว

Vivaldi เบราว์เซอร์ทางเลือกเพื่อผู้ใช้ power user ออกอัพเดตใหญ่เป็นเวอร์ชัน 2.0 เมื่อประมาณปลายเดือนที่แล้ว โดยมาพร้อมกับการปรับปรุงหลายอย่างทั้งในส่วนของตัวแบ่งการเปิดแท็บ (tab tiling), แถบช่วยเข้าถึงเว็บอย่างรวดเร็ว (web panels)

และยังได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายเครื่องน่าจะรอกันมานานอย่าง ระบบซิงก์ข้อมูลข้ามเครื่อง รายละเอียดของใหม่ในแต่ละส่วนพอสรุปได้ดังนี้

  • เพิ่มระบบซิงก์ข้อมูลข้ามเครื่องผ่าน Vivaldi account โดยจะสามารถเลือกซิงก์ข้อมูลได้ทั้ง บุ๊คมาร์ค, Speed Dials, พาสเวิร์ด, ข้อมูลกรอกแบบฟอร์ม, ประวัติการเข้าเว็บ, ส่วนเสริมไปจนถึงโน้ต

alt="Vivaldi 2.0 Sync"

  • ปรับปรุงตัวแบ่งการเปิดแท็บ (tab tiling) yncให้ผู้ใช้สามารถลากเพื่อปรับขนาดได้เอง ช่วยให้การเปิดแท็บขึ้นมาดูพร้อมกันๆ ทีหลายละแท็บใช้ได้ง่ายและยืดหยุ่นขึ้นมาก

alt="Vivaldi 2.0 Resizable Tab Tiling"

  • ปรับตัวช่วยสลับแแท็บอย่างรวดเร็ว (tab cycler – คีย์ลัด Ctrl + Tab) ให้สามารถปรับแต่งเพื่อแสดงผลแท็บออกมาเป็นรายการแทนที่จะแสดงผลภาพ thumbnail ของแต่ละแท็บแบบเดิม
  • ปรับปรุงแถบเข้าถึงเว็บอย่างรวดเร็ว (web panels)
    • สามารถตั้งค่าให้ลอยทับหน้าจอหลักแทนที่การขยับหน้าจอหลักออกไปทางขวาแบบของเดิม
    • ช่วยแนะนำเว็บไซต์ที่ต้องเข้าใช้งานบ่อยๆ เข้ามาเป็นตัวเลือก เมื่อคลิกปุ่ม + เพื่อเพิ่มหน้าเว็บบน web panel

alt="Vivaldi 2.0 Floating Web Panels"

สนใจสามารถดาวน์โหลด Vivaldi เวอร์ชัน 2.0 ได้ที่นี่ ส่วนท่านที่ติดตั้งไว้แล้วก็สามารถกดเช็กอัพเดตจากตัวโปรแกรมได้ครับ

ที่มา – Vivaldi blog via MSPoweruser

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105775

Chrome for Android เตรียมเลิกซัพพอร์ต Jelly Bean (4.1-4.3) ขั้นต่ำต้องเป็น KitKat (4.4)

มีคนไปพบว่าโค้ดของ Chrome for Android ถูกแก้ไขโดยเลิกซัพพอร์ต Android Jelly Bean (เวอร์ชัน 4.1-4.3) และระบบปฏิบัติการเวอร์ชันเก่าที่สุดที่รองรับคือ KitKat (4.4)

กูเกิลยังไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ ในเรื่องนี้ และยังไม่มีข้อมูลว่าจะเริ่มบังคับใช้เมื่อไร แต่ส่วนแบ่งตลาดของ Jelly Bean ก็ลดลงมาก เหลือประมาณ 3.5% ของผู้ใช้ Android ทั้งหมด (แต่ถ้าคิดเป็นจำนวนเต็มจากจำนวนเครื่องหลักพันล้าน ก็ยังเยอะอยู่ดี)

หาก Chrome for Android เลิกซัพพอร์ต Jelly Bean ทางออกของผู้ใช้คงต้องเป็นเบราว์เซอร์ตัวอื่นๆ เช่น Firefox for Android ที่ยังซัพพอร์ต Jelly Bean อยู่

Android Jelly Bean เวอร์ชัน 4.1 เปิดตัวในปี 2012 ส่วนเวอร์ชันสุดท้ายคือ 4.3 ออกในปี 2013

ที่มา – xda, Android Police

No Description

ภาพจาก Google

from:https://www.blognone.com/node/105707

Firefox Focus ออกอัพเดต: เปลี่ยนเอนจินเป็น GeckoView บน Android, เพิ่ม Siri Shortcut สำหรับ iOS 12

Mozilla ออกอัพเดตเบราว์เซอร์ที่เน้นความเป็นส่วนตัว Firefox Focus โดยมีการปรับดีไซน์ใหม่ให้เหมาะกับ Android Pie ทั้งไอคอนใหม่, ช่อง URL ใหม่ และมนูการตั้งค่าที่เรียบง่ายขึ้น ส่วนเวอร์ชัน iOS ก็มีการปรับปรุงให้รองรับ iOS 12 ด้วยเช่นกัน

นอกจากดีไซน์ใหม่แล้ว Firefox Focus บน Android ได้เปลี่ยนเอนจินของเบราว์เซอร์ไปใช้ GeckoView ซึ่งเป็นเอนจินบนอุปกรณ์พกพาที่ Mozilla พัฒนาเองแทน Android WebView ที่ใช้อยู่เดิม โดยตัว GeckoView มีการนำเทคโนโลยีจากเอนจินใหม่บน Firefox Quantum มาใช้งานด้วย ซึ่งแม้ว่าผู้ใช้งานจะยังไม่สังเกตเห็นอะไรได้มากนัก แต่การเปลี่ยนเอนจินนี้ก็เปิดทางให้ Mozilla พัฒนาฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวบนเอนจินได้อีกมากในอนาคต

ส่วนฟีเจอร์อื่น ๆ ที่มาพร้อมกับอัพเดตครั้งนี้ เช่น

  • Siri Shortcut สำหรับผู้ใช้ iOS 12
  • ฟีเจอร์แนะนำระบบต่าง ๆ ในหน้าโฮม เพื่อให้ผู้ใช้ได้ใช้งานระบบต่าง ๆ ของ Firefox Focus ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบแนะนำนี้จะไม่รบกวนผู้ใช้
  • ฟีเจอร์แนะนำการค้นหาที่จะแสดงผลการค้นหาขึ้นมาระหว่างพิมพ์การค้นหา แต่เนื่องจาก Firefox Focus เป็นเบราว์เซอร์ที่เน้นความเป็นส่วนตัว ฟีเจอร์นี้จึงถูกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น สามารถเข้าไปเปิดได้ที่การตั้งค่าของแอพ > Search และเลือก Get search suggestions

ที่มา – Mozilla, VentureBeat

No Description
ภาพจาก Mozilla

from:https://www.blognone.com/node/105619

Chrome 70 เพิ่มระบบ Permission ให้ส่วนขยาย ผู้ใช้กำหนดได้ว่ารันเฉพาะเว็บใดบ้าง

ช่วงหลังกูเกิลมีนโยบายคุมเข้มส่วนขยายของ Chrome มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ปิดไม่ให้ติดตั้งส่วนขยายนอก Chrome Web Store และ แบนส่วนขยายบางตัวที่แอบฝังสคริปต์

ล่าสุดกูเกิลขยับไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มระบบ Host Permission ให้กับส่วนขยาย โดยผู้ใช้สามารถกำหนดได้ว่าจะให้ส่วนขยายอ่าน/เขียนข้อมูลบนเว็บไซต์ใดบ้าง สามารถเลือกได้ 3 ระดับคือ ทุกเว็บไซต์, เฉพาะเว็บไซต์ปัจจุบันที่เปิดอยู่ หรือ ทำงานเมื่อคลิกเท่านั้น

กูเกิลให้เหตุผลของการเพิ่มระบบ Host Permission ว่าสิทธิการอ่าน/เขียนเว็บไซต์ อาจทำให้ผู้ใช้ทำบางอย่างพลาดโดยไม่ตั้งใจ (เช่น แปลภาษาอัตโนมัติบนทุกเว็บไซต์) หรือส่วนขยายบางตัวใช้ช่องโหว่นี้ไปในทางที่ผิด จึงเพิ่มระบบนี้เข้ามาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานของส่วนขยายได้ละเอียดขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลใน Chrome 70

No Description

ในโอกาสเดียวกัน กูเกิลยังปรับกระบวนการรีวิวส่วนขยายก่อนขึ้น Chrome Web Store ใหม่ บังคับว่าโค้ดของส่วนขยายต้องอ่านเข้าใจได้ เพราะมีส่วนขยายประสงค์ร้ายหลายตัว พยายามทำโค้ดให้อ่านไม่ออกเพื่อพรางโค้ดส่วนที่ประสงค์ร้ายเอาไว้ แต่กูเกิลยังอนุญาตถ้าหากทำ minify โค้ดในบางระดับ เช่น ตัดช่องว่างหรือตัวขึ้นบรรทัดใหม่

นอกจากนี้ Chrome Web Store ยังจะเริ่มบังคับใช้ระบบ 2-step verification ในปี 2019 เพื่อป้องกันนักพัฒนาโดนขโมยบัญชี Store ไปแอบฝังโค้ดประสงค์ร้าย รวมถึงเริ่มใช้ไฟล์ Manifest เวอร์ชันใหม่ที่ละเอียดกว่าเดิม ครอบคลุมถึงเรื่องสิทธิการเข้าถึงด้วย

ที่มา – Chromium Blog

from:https://www.blognone.com/node/105601