คลังเก็บป้ายกำกับ: BUSINESS

Marriott ทดสอบ Alexa, Siri ให้ลูกค้าควบคุมเครื่องใช้ในห้องพักด้วยเสียง

ถือเป็นโรงแรมที่นำร่องดึงระบบผู้ช่วยส่วนตัวมาใช้กับห้องพักเพื่อยกภาพลักษณ์โรงแรมยุคใหม่ที่เหนือกว่ารายอื่น โดย Marriott International ประกาศใช้โรงแรม Aloft ของตัวเองในบอสตันเพื่อทดสอบระบบทั้ง Alexa และ Siri ก่อนจะวัดผลและลงมือปรับใช้กับห้องพักในพื้นที่อื่นต่อไป

ความเคลื่อนไหวของ Marriott นี้ถูกรายงานใน Bloomberg แน่นอนว่าข่าวนี้ไม่เพียงแสดงถึงอิทธิพลของระบบ digital personal assistant หรือระบบผู้ช่วยส่วนตัว แต่ยังเป็นเกมสร้างแบรนด์ที่แฝงนัยด้านการตลาดไว้ด้วย

ตามรายงานของ Bloomberg เจ้าพ่อโรงแรมใหญ่ Marriott คาดว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะเริ่มให้บริการระบบผู้ช่วยของค่ายใดในโรงแรมเครือ Marriott ช่วงกลางปีนี้ โดยจะพิจารณาแผนขยายบริการสู่โรมแรมอื่นในเครือเช่นเดียวกัน

ผลคือลูกค้าผู้เข้าพักกับ Marriott จะสามารถใช้ระบบผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ AI ในการเอ่ยปากให้เปิดไฟ เปิดม่าน ปรับอุณหภูมิ หรือเปิดทีวี เรียกว่าเป็นการนำประสบการณ์ใหม่เข้ามาสู่โรงแรมที่นอกเหนือจากความหรูหราและบรรยากาศโดยรวม

สิ่งที่น่าสนใจจากข่าวนี้ คือผู้ชนะที่ Marriott เลือกให้บริการผู้ช่วยส่วนตัวในโรงแรม ก็จะเป็นผู้ได้รับผลดีจากความเคลื่อนไหวนี้ด้วย เนื่องจากผู้เข้าพักอาจเป็นผู้ที่ไม่เคยได้สัมผัสเทคโนโลยีสั่งการด้วยเสียงมาก่อน ดังนั้นหากได้รับความประทับใจจากการเข้าพักห้องที่รองรับเทคโนโลยีนี้ ก็มีโอกาสสูงที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีจากค่ายเดียวกันที่บ้าน

ที่มา: MarketingDive

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/03/marriott-voice-hotel-rooms/

Advertisements

ห้างอังกฤษโชว์ “วิเคราะห์ลูกค้าจากรอยเท้า” พบแม่นยำสูง 95%

เราคงเคยได้ยินถึงการนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ใบหน้ามาใช้ในร้านค้าปลีกของหลาย ๆ ประเทศเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ตัวตนของลูกค้ากันมาบ่อยแล้ว แต่ในอังกฤษ มีรายงานจาก BBC ระบุว่า ร้านค้าปลีกบางแห่งได้มีการนำอีกเทคโนโลยีหนึ่งเข้ามาใช้งาน และสามารถวิเคราะห์ลูกค้าได้ผลแม่นยำไม่แพ้กัน นั่นคือการวิเคราะห์จาก “รอยเท้า” ของลูกค้า

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บรรดาร้านค้าปลีกยุคใหม่ต่างต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขาได้รู้จักตัวตนของลูกค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อจะได้ไล่ตามร้านค้าออนไลน์ที่มีข้อมูลเหล่านั้นแน่นปึ้กมานานแล้วให้ทัน โดยในปี 2015 มีการสำรวจชิ้นหนึ่งจาก Computer Services Corporation พบว่า 25% ของร้านค้าปลีก และ 59% ของร้านเสื้อผ้าแฟชั่นในอังกฤษ มีการใช้งานซอฟต์แวร์ Facial Recognition กับลูกค้าที่เข้ามาที่ร้าน

แต่ Duncan Mann ซีอีโอของ Hoxton Analytics กลับมีไอเดียที่แหวกแนวออกไป แถมยังประสบความสำเร็จอย่างมากด้วย นั่นก็คือ การที่เขาเสนอเทคโนโลยีวิเคราะห์รอยเท้าของลูกค้าแทน

Shoes being captured by sensors

โดยทางบริษัทได้ติดกล้องไว้เหนือพื้นประมาณ 50 เซนติเมตร สำหรับจับรอยเท้า เพื่อวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของลูกค้าในร้าน

ข้อมูลที่ได้จากรองเท้านั้น ไม่เพียงแต่บ่งบอกว่าผู้สวมเพศอะไร อายุเท่าไร แต่ยังสามารถบอกได้ถึงฐานะทางสังคมของพวกเขาด้วย แถมความแม่นยำในการวิเคราะห์ว่าผู้สวมเป็นเพศอะไรยังสูงถึง 80% ซึ่งเหนือกว่าซอฟต์แวร์จดจำใบหน้าเสียอีก
นอกจากร้านค้าปลีกแล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวน่าจะถูกใจห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตไม่แพ้กัน เพราะธุรกิจเหล่านี้จะได้ข้อมูลจริงของลูกค้าว่าเข้ามาแล้วเป็นจำนวนเท่าไร (ความแม่นยำ 95%) แถมยังชี้เฉพาะลงไปได้ลึกมาก เช่น จำนวนลูกค้าผู้ชายที่เข้ามาชมภาพยนตร์ภายในห้างเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา 
นอกจากนั้นแล้ว ยังสามารถใช้วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของผู้เข้าชมงานสัมมนา – นิทรรศการแบบเรียลไทม์ได้ด้วย และยังวิเคราะห์ได้ว่า จุดไหนของฮอลล์ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานมากที่สุด
 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/03/footfall-analytic-british-customer-hoxton/

SAP เตรียมลงทุน 1200 ล้านบาทใน enterprise startups

SAP ประกาศตั้งกองทุน SAP.iO เพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพผู้พัฒนา product ที่มีการใช้แพลตฟอร์มหรือ API ของ SAP

กองทุน SAP.iO จะมีการลงทุนเบื้องต้นที่ $35 ล้านเหรียญหรือ 1200 ล้านบาทไทยในสตาร์ทอัพที่พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อองค์กรโดยเน้นสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยี machine learning, IoT, และ big data นอกจากนี้ SAP ยังมีแผนในการตั้งโปรแกรม startup accelerator ระยะเวลา 13-16 สัปดาห์ในเมืองชั้นนำด้านเทคโนโลยี ได้แก่ ซานฟรานซิสโก เบอร์ลิน นิวยอร์ค และเทล อาวีฟ

SAP วางแผนที่จะลงทุนใน 10 ถึง 15 บริษัทภายในปีแรก และ 25 ถึง 30 บริษัทในปีถัดมา โดยการลงทุนจะแบ่งเป็นการลงทุนใน seed round ครั้งละประมาณ 8.75 ล้านบาท และจะมีการลงทุนเพิ่มเติมในการระดมทุน series A สตาร์ทอัพที่จะรับการลงทุนจาก SAP จะถูกขอให้ใช้แพลตฟอร์มหรือ API ของ SAP

โดยสตาร์ทอัพรายแรกที่ได้รับเงินทุนจาก SAP.iO คือ Parable Sciences (Paradata) ผู้สร้าง SaaS big data analytics ซึ่ง SAP กล่าวว่าเป็นแพลตฟอร์มที่มีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่ SAP กำลังทำอยู่ในระบบ supply chain และ procurement เป็นอย่างมาก

 

ที่มา: https://venturebeat.com/2017/03/23/sap-to-invest-35-million-in-early-stage-enterprise-startups/

from:https://www.techtalkthai.com/sap-launces-sap-io-to-fund-enterprise-startups/

ปิดดีล! Cisco ซื้อกิจการ AppDynamics เสร็จแล้วที่มูลค่า 129,500 ล้านบาท

การเข้าซื้อกิจการของ AppDynamics โดย Cisco ได้เสร็จสิ้นลงแล้วที่มูลค่า 3,700 ล้านเหรียญหรือราวๆ 129,500 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบัน Cisco สามารถนำเสนอโซลูชัน IT Monitoring ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับล่างสุดของ IT Infrastructure ขึ้นมาจนถึงระดับของ Application ได้แล้ว

Credit: ShutterStock.com

 

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ AppDynamics ต้องล้มเลิกแผนการเข้า Initial Public Offering (IPO) ไป และเมื่อนำศักยภาพของ Cisco และ AppDynamics มารวมกัน ก็ทำให้ทั้งสองสามารถสร้างระบบ IT Monitoring ที่ครอบคลุมทั้ง Network, Data Center, Security และ Application ได้ในหนึ่งเดียว รองรับต่อการมาของ Digital Transformation ที่ระบบ IT Infrastructure และ Application จะมีบทบาทเป็นอย่างมากต่อทุกๆ ธุรกิจ

ในขณะเดียวกัน Partner ของ Cisco เองก็จะสามารถนำเสนอโซลูชันที่กว้างขึ้นได้ ด้วยการ Integrate ระบบตรวจสอบการทำงานของ IT Infrastructure และ Application เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ถัดจากนี้ไป Developer กับ Network Engineer คงได้เถียงกันน้อยลงแล้วครับว่า Application มีปัญหาเพราะระบบเครือข่ายหรือไม่

 

ที่มา: http://www.crn.com/news/networking/300084278/cisco-closes-3-7-billion-acquisition-of-appdynamics-to-build-the-next-software-franchise.htm?itc=hp_todays_news

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-completes-appdynamics-acquisition/

LINE ประกาศกลยุทธ์ 2017 ก้าวสู่ Mobile Portal รวมทุกอย่างบนแพลตฟอร์มเดียว

เป็นอีกแพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ในยุค Mobile-first กับ LINE  ล่าสุด ได้ออกมาประกาศความสำเร็จปี 2016 ของแพลตฟอร์มแล้วจากการตั้งเป้าว่าจะเป็นมากกว่าแชท (Beyond Chat) ผ่านบริการ LINE TV, LINE MAN, LINE GAME และ LINE Stickers พร้อมประกาศกลยุทธ์หลักของปี 2017 นั่นคือการพุ่งเป้าสู่ Mobile Portal ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้มากขึ้น

คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย เผยในการจัดงานแสดงวิสัยทัศน์ประจำปี 2017 ของ LINE ประเทศไทยว่า “ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญเป็นอันดับสองของ LINE ด้วยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือที่สูงถึง 94% โดยในปี 2016 LINE ตั้งเป้าในการเป็นมากกว่าแชทหรือ ‘Beyond Chat’ และต่อยอดธุรกิจสติกเกอร์ ซึ่งได้รับความสำเร็จมากมาย อาทิ

• LINE TV สร้างการเติบโตของยอดวิวที่เพิ่มขึ้น 136% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างปรากฏการณ์ของซีรี่ส์ที่เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ อย่าง ‘I HATE YOU I LOVE YOU,’ ‘ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์,’ และ O-Negative
• LINE MAN บริการใหม่ซึ่งประกอบไปด้วยแมสเซนเจอร์ สั่งซื้ออาหารและของสะดวกซื้อ ที่เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนพฤษภาคม 2559 ด้วยจำนวนผู้ใช้งานสูงถึง 400,000 คน พร้อมจำนวนร้านอาหารมากกว่า 20,000 ร้านตั้งแต่สตรีท ฟู้ด ไปจนถึงภัตตาคาร ทำให้ LINE MAN ขึ้นสู่อันดับ 1 บริการส่งอาหาร ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
• LINE GAME ครองอันดับ 1 ตลาดเกมมือถือในประเทศไทย
• LINE STICKERS ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยจำนวนสติกเกอร์ดาวน์โหลดที่สูงกว่า 500 ล้านเซ็ต แสดงให้เห็นว่า สติกเกอร์ยังคงเป็นเครื่องมือสื่อสารที่คนไทยนิยมใช้ในการแสดงความรู้สึก

นอกจากนี้แล้ว LINE ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน Best Brand ในประเทศไทย และได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่คนอยากทำงานด้วยเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทยด้วย และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา LINE ตระหนักดีว่า ประเทศไทยเป็น “Mobile First Country” ด้วยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือที่สูงถึง 44 ล้านคน หรือประมาณ 2 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า โทรศัพท์มือถือเป็นศูนย์กลางของโลกดิจิตอล เนื่องจากคนไทยเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตครั้งแรกผ่านทางสมาร์ทโฟนมากกว่าคอมพิวเตอร์ ด้วยเหตุนี้ LINE จึงตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางของสมาร์ทโฟนหรือที่เรียกว่า “Mobile Portal” เพื่อช่วยให้ชีวิตคนไทยง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น


“สำหรับ LINE เป้าหมายของเราคงไม่ใช่การเติบโตของผู้ใช้งานแบบก้าวกระโดดอีกแล้ว แต่เป้าหมายของเราคงเป็นว่า จะทำอย่างไรให้ผู้ใช้บริการของ LINE อยู่กับเรานานขึ้น ทำอย่างไรให้เราสามารถสร้างบริการที่ใหญ่เท่ากับแชทได้ ซึ่งจากตอนนี้ยังมีเรื่องของแชทบอทที่เริ่มมา และพันธมิตรของเราที่เห็นแล้วว่า แชทบอทได้ผลขนาดไหน ก็เชื่อว่าจะมีการเปิดตัวบริการใหม่ ๆ ตามออกมาอย่างต่อเนื่องแน่นอน”

ทั้งนี้ กลยุทธ์ของ LINE ในปี 2017 มาจาก 4 ปัจจัยหลักในการใช้ชีวิต ได้แก่ Communication, Content, Services และ Commerce

• การติดต่อสื่อสาร (Communication) จากผลสำรวจของ Nielsen พบว่า คนไทยใช้เวลาเฉลี่ยบนสมาร์ทโฟนสูงถึง 234 นาทีต่อวัน โดย 1 ใน 3 ของเวลาการใช้งานสมาร์ทโฟน หรือประมาณ 70 นาทีต่อวัน ถูกใช้บนแพลตฟอร์ม LINE เราจึงไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาบริการเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ

• คอนเทนต์ (Content) ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ เพลง และสิ่งพิมพ์ ต่างถูกย้ายมาอยู่บนโลกออนไลน์ โดยคนไทยใช้เวลาดูวิดีโอออนไลน์สูงถึง 133 นาทีต่อวัน หรือคิดเป็น 2 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 65 นาทีต่อวัน จากรายงานของสมาคมโฆษณาดิจิทัล ประเทศไทย (DAAT) พบว่า งบโฆษณาบนช่องทางดิจิตอลจะเติบโตขึ้นกว่า 30% ในปีนี้ และเพื่อเป็นการตอบรับกับเทรนด์ดิจิตอลที่เกิดขึ้น LINE TV เตรียมสร้างสีสันด้วยการเปิดตัวคอนเทนต์กลุ่มใหม่ทั้งกีฬา (Sports) และความงาม (Beauty) เพิ่มขึ้นจากละคร (Drama), บันเทิง (Entertainment), เพลง (Music), อนิเมชั่น (Animation) และถ่ายทอดสด (LIVE) พร้อมกันนี้ยังวางแผน ขยายพันธมิตรรายใหญ่ต่างๆ อาทิ ช่อง 8, พีพีทีวี, ไทย ไฟท์ และจีบัน นอกจากนี้ยังมี LINE TODAY ที่เพิ่งเปิดตัวไปภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี ด้วยฟีเจอร์ “News Tab” ที่ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารง่ายขึ้น พร้อมตั้งเป้าขึ้นสู่อันดับ 1 แพลตฟอร์มข้อมูลข่าวสารบนมือถือ โดยจะเริ่มสร้างรายได้ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

• บริการ (Services) ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นรวมทั้งสิ้นประมาณ 2.2 – 2.6 ล้าน แอปพลิเคชัน ในขณะที่จำนวนแอปพลิเคชันเฉลี่ยที่คนส่วนใหญ่ดาวน์โหลดมีเพียง 32 แอปพลิเคชันต่อหนึ่งอุปกรณ์เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นมีเพียง 3 – 5 แอปพลิเคชันที่ถูกใช้งานในแต่ละวัน

 

ด้วยเหตุนี้ LINE จึงพัฒนา Chat BOT ขึ้นมาเพื่อใช้ทดแทนแอปพลิเคชันด้วยการเข้าถึงบริการต่างๆ ได้จาก LINE เพียงที่เดียว โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็น Chat BOT ของ LINE เอง เช่น LINE FINANCE หรือจากพาร์ทเนอร์ เช่น Uber และ Wongnai รวมถึงแบรนด์ต่างๆ อาทิ Citibank, FWD, Lazada, Krungthai AXA, Maybank, Shell และ Uniliver

 

• การขายสินค้าและบริการ (Commerce) ปัจจุบันการขายสินค้าออนไลน์หรือ e-commerce ยังคงมีสัดส่วน
ที่เล็กมากเพียง 3.8% ของมูลค่าการค้าปลีกทั้งหมด LINE จึงมองเห็นโอกาสในการเชื่อมต่อโลกออฟไลน์
และออนไลน์ หรือที่เรียกว่า บริการในรูปแบบ O2O (Offline to Online) เราจึงมีการเปิดตัว Beacon ซึ่งร้านค้าต่างๆ สามารถติดตั้ง Beacon เพื่อให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์และมอบคูปองโปรโมชั่นต่างๆ เมื่อลูกค้า มาใช้บริการที่ร้านค้า นอกจากนี้ยังมี LINE MAN ที่ขยายรูปแบบการให้บริการจากแมสเซนเจอร์ สั่งซื้ออาหาร และของสะดวกซื้อ ไปสู่บริการรับส่งพัสดุ (Postal) โดยการจับมือกับ Alpha เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน

“ในฐานะผู้นำด้านแพลตฟอร์มบนมือถือและเป้าหมายการเป็น ‘Mobile Portal’ LINE ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเซอร์วิส และโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน และเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต พร้อมทั้ง สานต่อพันธกิจในการเชื่อมต่อข้อมูล ผู้ใช้ และบริการให้ใกล้กันมากขึ้น ภายใต้แนวคิด ‘Closing the Distance’ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบดิจิตอล อีโคโนมี่ (Digital Economy) ในประเทศไทย” นายอริยะกล่าวทิ้งท้าย

 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/03/line-strategy-2017-mobile-portal/

“Google-YouTube”โดนแบน หลังฉายโฆษณาลูกค้าในคอนเทนต์หัวรุนแรง

Google ตกที่นั่งลำบากรอบใหม่ หลังสื่อยักษ์ใหญ่ของอังกฤษอย่าง The Guardian, BBC, Transport for London, บริษัทสื่อโฆษณาชั้นนำ Havas และรัฐบาลอังกฤษ ประกาศขึ้นแบล็กลิสต์ “Google – YouTube” พร้อมถอดโฆษณาออกจากระบบแล้ว

ที่มาของการตัดสินใจนี้เกิดจากการที่ผู้ลงโฆษณากับ Google พบว่า โฆษณาของตนเองนั้นได้เผยแพร่อยู่ในคอนเทนต์ที่สุ่มเสี่ยงกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ เช่น คอนเทนต์หัวรุนแรง เหยียดผิว รวมถึงคลิปที่สร้างประเด็นด้านศาสนา ฯลฯ

ที่หนักกว่านั้นคือรัฐบาลอังกฤษเตรียมออกหมายเรียก Google เข้าพบเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ดี รายงานจากรอยเตอร์ระบุว่า Yannick Bollore ซีอีโอของ Havas บริษัทแม่ในฝรั่งเศสออกมาเผยว่า การตัดสินใจถอดโฆษณาออกจากแพลตฟอร์มของ Google นั้นเป็นการตัดสินใจของบริษัทลูกในอังกฤษเท่านั้น ส่วนในบริษัทแม่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายใด ๆ แต่บริษัทก็ได้เรียกร้องให้ Google หาทางออกเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวให้ได้โดยเร็วที่สุดเช่นกัน

สำหรับ The Guardian ระบุว่า โฆษณาของบริษัทนั้นเป็นการซื้อผ่านโปรแกรม DoubleClick AdX เพื่อโปรโมตให้ผู้บริโภคสมัครสมาชิกกับทาง The Guardian อย่างไรก็ดี บริษัทมาพบภายหลังว่า โฆษณาของตนเองนั้นฉายอยู่ในคลิป ๆ หนึ่งบน YouTube ซึ่งมีเนื้อหาเหยียดผิว รวมถึงชาวมุสลิม ผลคือ David Pemsel ซีอีโอของ The Guardian ได้ออกมายืนยันแล้วว่าจะไม่มีการลงโฆษณากับ Google -YouTube จนกว่า Google จะสามารถการันตีได้ว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

นอกจากนั้น Pemsel เผยด้วยว่า ตัวเขานั้นพร้อมที่จะชวนแบรนด์อื่น ๆ และบริษัทโฆษณาให้หยุดลงโฆษณากับ Google ด้วยเช่นกัน เว้นแต่ Google จะการันตีได้ว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

สำหรับประเด็นร้อนนี้ ทาง Google ก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า ที่ผ่านมา บริษัทมีแนวทางที่ชัดเจนในการกำหนดว่าจะวางโฆษณาชิ้นใด ณ จุดใดบ้าง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ลงโฆษณา และผู้ใช้งานได้ อย่างไรก็ดี ก็ต้องยอมรับว่ามันอาจมีข้อผิดพลาดได้บ้าง ซึ่งผลก็คือ โฆษณาอาจไปปรากฏในที่ที่ไม่ควรอยู่ แต่เราขอสัญญาว่าเราจะทำให้ดีขึ้น และจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย รวมถึงการพัฒนาวิธีการควบคุมการแสดงผลคอนเทนต์ของแบรนด์สำหรับนักโฆษณาต่อไป

โดยผู้ที่ออกมาให้คำมั่นสัญญาคือ Ranan Harris กรรมการผู้จัดการของ Google UK ที่บอกว่า Google จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเร็ว ๆ นี้ โดยจะให้แบรนด์สามารถควบคุมได้มากขึ้นว่าโฆษณาของพวกเขาจะปรากฎอยู่ในจุดใดบน YouTube และ Google

สำหรับ Havas UK นั้นแต่ละปีมีการใช้เงินโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Google – Youtube ประมาณ 500 ล้านปอนด์ ซึ่งลูกค้ามีทั้ง Dominos, Emirates และ BBC เลยทีเดียว

ที่มา: MarketingLand

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/03/google-youtube-show-ads-after-extremist-content/

[App.th] Apartmentery ยาแก้ปวดหัว สำหรับกิจการอพาร์ทเม้นท์ และ หอพัก

กิจการอพาร์ทเม้นท์ และ หอพัก เป็นกิจการที่หลายคนมองว่าเป็นธุรกิจ “เสือนอนกิน” คือเจ้าของลงทุนครั้งเดียว แล้วแทบไม่ต้องทำงานอีกเลย ทุกๆ เดือนนั่งนับเงินอย่างเดียว

แต่ลองนึกดูว่าเมื่อเรามีห้องในความดูแลเกิน 20 ห้องขึ้นไป แล้วต้องทำเรื่องพวกนี้ทุกเดือน
1) จดเลขมิเตอร์น้ำ เลขมิเตอร์ไฟฟ้า เพื่อคำนวณค่าเช่าห้อง
2) ทำใบแจ้งหนี้ และ ใบเสร็จรับเงิน แจกผู้เช่าทุกห้อง
3) ทำบัญชี ตรวจสอบว่าผู้เช่าท่านไหนจ่ายค่าเช่าแล้ว ท่านไหนยังไม่จ่าย

คำว่าเสือนอนกินก็จะไม่จริงเท่าไหร่แล้ว น่าจะเป็นนอนปวดหัวมากกว่า นี่ไม่ต้องพูดถึงหอพักที่มีห้องเกิน 100 ห้องนะครับ

แต่เราสามารถลดความปวดหัวจากเรื่องเหล่านี้ได้ หากมีระบบบริหารจัดการที่ดีพอ
วันนี้ผมจึงมาแนะนำเว็บแอปพลิเคชัน Apartmentery (อพาร์ทเม้นท์เทอรี่) ที่ผมและทีมงานพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น ยาแก้ปวดหัว สำหรับเจ้าของหรือผู้ดูแลหอพักครับ

Apartmentery คืออะไร

คือ เว็บแอปพลิเคชัน ที่ช่วยบริหารจัดการกิจการหอพัก มีความสามารถหลักๆ คือ

1) ฟีเจอร์ช่วยบริหารห้อง และ บันทึกการจองห้องของผู้พัก

2) ฟีเจอร์บันทึกเลขมิเตอร์น้ำ มิเตอร์ไฟฟ้า พร้อมระบบค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าขั้นต่ำ

3) ฟีเจอร์การออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ทั้งแบบออนไลน์ (ส่งอีเมลถึงผู้พักโดยตรง) และ แบบออฟไลน์ (พิมพ์ออกมาเป็น A4 หรือ A5) โดยจะคำนวณค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า อัตโนัมัตจากเลขที่บันทึกไว้ให้ด้วย

alt="Receipt"

4) มีระบบปฎิทินรายงาน เพื่อบอกผู้ดูแลหอพักว่าวันไหน ควรต้องทำอะไร
เช่น ปฎิทินรายงาน : การย้ายเข้า/ย้ายออก และ ปฎิทินรายงาน : กำหนดออกใบแจ้งหนี้

alt="InvoiceCalendar"

5) มีแดชบอร์ดเพื่อบอกว่า ผู้ดูแลหอพักต้องทำอะไรบ้างใน “วันนี้”

alt="Dashboard"

6) เนื่องจากเป็นเว็บแอพลิเคชัน จึงใช้งานได้ทุกที่ ทุกอุปกรณ์ (cross-platform) และจะมีการแสดงผลแบบ responsive แล้วแต่ขนาดของหน้าจอบราวเซอร์

7) รองรับหอพักหลายสาขา (multi-branch) และ ผู้ใช้หลายท่าน (multi-user)

เสียค่าบริการหรือไม่

ตอนนี้เราให้บริการฟรี ยังไม่มีกำหนดเก็บค่าบริการครับ เนื่องจากมีเงินทุนสนับสนุนจำนวนหนึ่ง

ในอนาคตหากมีการคิดค่าบริการก็น่าจะถูกมาก และ น่าจะคิดเป็น subscription model (เช่น 600 บาทต่อปี) ยกเว้นแต่ว่าเราจะเจอวิธีการคิดค่าบริการที่ถูกกว่า ดีกับผู้ใช้งานมากกว่า ก็จะใช้วิธีนั้นครับ

ต้องมีกี่ห้องถึงควรใช้งาน

ส่วนตัวคิดว่าหากมีห้องเกิน 10 ห้องก็ถือว่าควรใช้งานแล้ว เพราะจะเห็นความแตกต่างทันทีว่าลดเวลาและความผิดพลาดจากการทำแบบ manual เอง

โดยปัจจุบันผู้ใช้ในระบบเรามีตั้งแต่ผู้ที่มีไม่ถึง 10 ห้อง จนถึงผู้ใช้ที่มีมากกว่า 500 ห้องครับ

สิทธิพิเศษสำหรับผู้อ่าน Blognone

ข้อนี้คิดนานมาก เพราะเนื่องจากเรายังให้บริการฟรีอยู่ เลยยังไม่รู้จะหาสิทธิ์พิเศษอะไรให้

ตอนนี้จึงให้ได้แค่ หากใครเป็นผู้ใช้งานจาก Blognone รบกวนอีเมลเข้ามาแจ้งเป็นกรณีพิเศษที่ support@apartmentery.com ด้วยครับ และเราสัญญาว่า

  • หากมีการคิดค่าบริการในอนาคต เราจะมีส่วนลดพิเศษให้ผู้ใช้ที่มาจาก Blognone
  • หากท่านต้องการ เรายินดีจะคุยกับผู้ใช้ Blognone โดยใช้ technical term แบบจัดเต็ม ไม่กั้ก ไม่เสียเวลา เนื่องจากความรู้ทางเทคนิคของผู้อ่านเว็บนี้สูงกว่าผู้ใช้ทั่วไปอยู่แล้ว

ใครเป็นผู้ดูแล หรือ เจ้าของหอพัก ที่สิงอยู่ในเว็บนี้ ก็อยากให้ทดลองใช้กันดูครับ
และหากใครมีคำแนะนำเรื่องฟีเจอร์ หรือ พบปัญหาอะไร สามารถแจ้งเข้ามาผ่านคอมเมนท์ในหน้านี้ได้โดยตรงเลยนะครับ

สมัครใช้งานได้ที่ : https://apartmentery.com

from:https://www.blognone.com/node/91042