คลังเก็บป้ายกำกับ: BUSINESS

Apple ร่วมมือกับ GE นำแอปแพลตฟอร์ม Predix (IoT) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมมาลง iPhone และ iPad

Apple Enviroment Solar

Apple และ GE ประกาศร่วมมือเป็นพันธมิตร พัฒนาแอปที่นำข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Predix (IoT) ในภาคอุตสาหกรรมของ GE มาสู่ iPhone และ iPad

Apple ร่วมมือกับ GE นำแอปแพลตฟอร์ม Predix (IoT) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมมาลง iPhone และ iPad

ถือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของ Apple ที่ได้ร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง GE (General Electric) ในการร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อใช้บน iPhone, iPad

Apple Industrial

Apple และ GE จะปล่อย Predix SDK บน iOS สำหรับนักพัฒนาในวันที่ 26 ต.ค. 2017 นี้ เพื่อนำแพลตฟอร์มดังกล่าวไปพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลด้านอุตสาหกรรม

สำหรับแอปพลิเคชันนั้นจะพัฒนาโดยอ้างอิงข้อมูลมาจากแพลตฟอร์ม Predix (IoT : Internet of Things) ที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์หรือเครื่องจักรในงานด้านอุตสาหกกรรมได้ เช่น ระบบการแจ้งเตือนความผิดพลาดของกังหันลมผลิตไฟฟ้า เป็นต้น

Apple Enviroment

GE จะเลือกใช้ iPhone และ iPad เป็นอุปกรณ์พกพามาตรฐาน และยังสนับสนุนให้พนักงานของตนกว่า 330,000 คนทั่วโลกเลือกใช้ Mac อีกด้วย ในขณะเดียวกัน Apple จะสนับสนุนให้ลูกค้าและนักพัฒนาของตนเลือกใช้ Predix ของ GE เป็นแพลตฟอร์มระบบวิเคราะห์ IoT สำหรับภาคอุตสาหกรรม

ประโยชน์สำคัญที่จะได้รับจากการร่วมมือระหว่าง Apple และ GE ในการพัฒนาแอปพลิเคชันครั้งนี้ คือ จะมีแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับ IoT และอุตสาหรกรรมมากขึ้น ทำให้มีโอกาสในการสร้างโซลูชั่นที่สามารถพลิกโฉมการทำงานได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ที่มา – Apple Newsroom

from:https://www.iphonemod.net/apple-ge-partner-industrial-apps-to-iphone-and-ipad.html

Advertisements

ก้าวต่อไปของ SoftBank คือ อภิมหากองทุน Vision Fund ลงทุนสายเทคฯ ตั้งเป้าไว้เฉียด 30 ล้านล้านบาท

เป็นที่รู้กันว่า บริษัทไหนที่ SoftBank ไปลงทุนด้วย เรียกได้ว่ามีอนาคตที่สดใสแน่นอน หลังจากนี้ SoftBank จะรุกหนักในธุรกิจสายเทคฯ อีก ซีอีโอตั้งเป้ากองทุน Vision Fund ไว้หลายขั้น แต่ขั้นสุดอยากให้ถึง 8.8 แสนล้านเหรียญ นี่มันอภิมหากองทุนชัดๆ

Photo: flickr.com by MIKI Yoshihito

ขยายกองทุน Vision Fund เฟส 2-3-4 ตั้งเป้าลงทุนเพิ่มเป็น 10 เท่าตัว

Masayoshi Son ซีอีโอของ SoftBank ที่ไม่นานมานี้เพิ่งไปให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ไว้ว่า “หุ่นยนต์ AI จะทำให้โลกนี้สามัคคีกันมากขึ้น” 

ล่าสุด เขาได้ไปให้สัมภาษณ์ Nikkei Asian Review ไว้ว่า “กองทุน Vision Fund ที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้ถึง 88,000 ล้านเหรียญ (2.9 ล้านล้านบาท) เป็นเพียงแค่ขั้นแรกเท่านั้น หลังจากนี้จะขยายสเกลกองทุนให้ใหญ่ขึ้น โดยจะทำเป็นกองทุน Vision Fund 2, 3 และ 4 ในทุกๆ 2-3 ปี”

จากข้อมูล SoftBank ลงทุนกับธุรกิจสายเทคโนโลยีทั่วโลกไปแล้วกว่า 1 แสนล้านเหรียญ (3.3 ล้านล้านบาท) แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงภาคแรกของการลงทุนเท่านั้น ภาคต่อจากนี้จะยิ่งใหญ่อลังการกว่าเดิมอีก ซีอีโอได้พูดไว้ชัดเจนว่า “เรากำลังสร้างกลไกที่จะมาเพิ่มความสามารถในการระดมทุน จากแต่เดิม 88,000 ล้านเหรียญที่ได้ทำไปแล้ว เราจะทำให้กองทุนใหญ่ถึงขนาด 880,000 ล้านเหรียญ”

เรียกได้ว่าเป็นแผนที่จะเพิ่มทุนจากเดิมถึง 10 เท่า คิดเป็นตัวเลขคือ กองทุน Vision Fund ตัวแรกที่ทำไปมีมูลค่าคิดเป็นเงินไทย 2.9 ล้านล้านบาท กองทุนเป้าหมายในความคิดของซีอีโอ SoftBank คือกว่า 29 ล้านล้านบาท เป็นมูลค่าที่สูงมาก

เมื่อเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป โฆษกของ SoftBank ได้มาออกมายืนยันแล้วว่าเป็นคำพูดของ Son ซีอีโอของ SoftBank จริง

อย่างไรก็ตาม SoftBank วางแผนจะลงทุนในบริษัทสายเทคโนโลยีอีกกว่า 1,000 แห่งทั่วโลกภายใน 10 ปีนี้

ที่มา – Recode

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/softbank-huge-vision-fund-tech/

Cisco เผยแผนซื้อกิจการ Perspica ผู้พัฒนา IT Operations Analytics นับเป็นบริษัทที่ 200 ที่เข้าซื้อ

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Cisco ได้เข้าซื้อกิจการ AppDynamics เพื่อเปิดบริการ Cloud Application Monitoring and Analytics ไปแล้ว ตอนนี้ Cisco ได้ออกมาประกาศถึงความต้องการในการเข้าซื้อกิจการของ Perspica ผู้พัฒนาระบบ IT Operations Analytics และ Machine Learning เพิ่มเติมอีกราย เพื่อเสริมเทคโนโลยีให้กับทาง AppDynamics โดยเฉพาะ

Credit: ShutterStock.com

 

Cisco นั้นต้องการนำเทคโนโลยีทางด้าน Machine Learning จาก Perspica มาเสริมให้กับเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมของ AppDynamics เพื่อช่วยให้เหล่าลูกค้าองค์กรสามารถทำความเข้าใจกับข้อมูลปริมาณมหาศาลจากการ Monitor ระบบต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นในแบบ Real-time โดยรองรับได้ทั้ง Application ที่อยู่บน Public Cloud, Private Cloud และ Multi-Cloud

การเข้าซื้อกิจการของ Perspica ครั้งนี้ของ Cisco จะนับเป็นการเข้าซื้อกิจการบริษัทที่ 200 ของ Cisco นับแต่เปิดบริษัทมา อย่างไรก็ดี มูลค่าการซื้อขายกิจการครั้งนี้ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Perspica สามารถศึกษาได้ที่ https://www.perspica.io/ ครับ

 

ที่มา: https://blogs.cisco.com/news/cisco-announces-data-analytics-and-machine-learning-news

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-reveals-its-plan-to-acquire-perspica/

King Telecom Public Company Limited มอบหมาย ISS Consulting ปรับปรุงระบบ SAP พร้อมเสริมเทคโนโลยี Cloud Analytics

การเติบโตของธุรกิจนั้นย่อมส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในองค์กร และระบบ IT ที่คอยสนับสนุนธุรกิจเหล่านั้นเองก็ต้องถูกปรับปรุงอยู่เสมอเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้อย่างทันท่วงที ในครั้งนี้ King Telecom เองก็ต้องทำการปรับปรุงระบบบริหารจัดการโครงการซึ่งมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก และต้องการมองหาเครื่องมือที่จะช่วยให้การตัดสินใจทางกลยุทธ์ขององค์กรเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นไปด้วย ทำให้ในครั้งนี้ King Telecom ได้ตัดสินใจที่จะปรับปรุงระบบ SAP ที่ใช้งานอยู่ขนานใหญ่ ให้ตอบรับต่อความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

 

รู้จัก King Telecom ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีอย่างครบวงจร

King Telecom เป็นบริษัทหนึ่งในเครือของ King Corporation ที่ดำเนินธุรกิจหลักทางด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมและเทคโนโลยีเป็นหลัก รวมถึงยังมีการบริการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาระบบงานสื่อสารโทรคมนาคมอย่างครบวงจรให้แก่กลุ่มธุรกิจองค์กรเอกชนและภาครัฐทั่วประเทศไทย โดยบริการของ King Telecom จะครอบคลุมบริการต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • งานสำรวจออกแบบและติดตั้งสถานี ติดตั้งเสาอากาศ (Site Preparation for Base Station) สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ วิทยุ
  • งานสำรวจออกแบบสร้างข่ายสาย (Outside Plant) ทั้งสายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber)
  • งานติดตั้งอุปกรณ์โทรคมนาคมและระบบชุมสาย (Telecom Equipment / System Installation)
  • งานบำรุงรักษาสถานีฐาน และ โครงข่ายสายเคเบิล (Base Station and Optical Fiber Maintenance)
  • งานบริการทางด้านการสื่อสารโทรคมนาคมอย่างครบวงจร (System Integration)
  • งานที่ปรึกษาและแก้ปัญหาระบบงานสื่อสารโทรคมนาคม

จะเห็นได้ว่างานส่วนใหญ่ของ King Telecom นั้นมักจะเป็นงานในลักษณะโครงการที่มีมูลค่าสูง และในแต่ละงานจะต้องมีหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ มาเกี่ยวข้องจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้การบริหารจัดการโครงการจึงถือเป็นหัวใจสำคัญหนึ่งที่จะทำให้ทาง King Telecom สามารถส่งมอบโครงการได้อย่างมีคุณภาพ และสามารถใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระหว่างการดำเนินงาน

 

ปรับปรุงระบบ SAP PS Module ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจให้ดีขึ้น

การบริหารจัดการโครงการนั้นถือเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่จะทำให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถแข่งขันได้ดี ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีผลกำไรในการดำเนินธุรกิจสูงขึ้นอย่างชัดเจน หากสามารถบริหารจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทาง King Telecom จึงเลือกปรับปรุง SAP Project System (PS) Module ให้สามารถตอบโจทย์การทำงานและเป็นเทคโนโลยีหลักในการบริหารจัดการโครงการขนาดเล็กใหญ่ภายในองค์กรทั้งหมด

อย่างไรก็ดี การออกแบบระบบ IT สำหรับสนับสนุนการบริหารจัดการโครงการนั้นก็ถือเป็นงานที่ยากพอควร เพราะเมื่อธุรกิจขององค์กรเติบโต มีผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เสริมเข้ามา หรือการเปิดตลาดใหม่และนำเสนอโซลูชั่นใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า ระบบบริหารจัดการโครงการเดิมที่เคยใช้งานอยู่นั้นก็อาจไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์อีกต่อไป ทำให้ทาง King Telecom นั้นตัดสินใจทำการปรับปรุงระบบ SAP PS Module นี้ให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น โดยมีการจัดเก็บรวบรวมและแสดงผลข้อมูลใหม่ๆ ได้อย่างหลากหลายและยืดหยุ่นต่อการทำงานมากยิ่งขึ้นในครั้งนี้

 

เสริมการตัดสินใจในระดับบริหารให้รวดเร็วแม่นยำ ด้วย SAP Analytics Cloud

เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตและมีความซับซ้อนสูงขึ้น การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจก็กลายเป็นงานที่ยากขึ้นเป็นเงาตามตัว ทาง King Telecom จึงต้องการที่จะเอาชนะความท้าทายนี้ให้ได้ด้วยการนำเทคโนโลยี SAP Analytics Cloud (เดิมชื่อ SAP BusinessObjects Cloud) มาใช้เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจให้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

Credit: SAP

 

จุดเด่นของ SAP Analytics Cloud นี้คือการที่ได้รวมเอา 3 เทคโนโลยีหลักสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจเอาไว้ด้วยกันภายในระบบเดียว ทำให้สามารถตอบโจทย์การวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจของระดับบริหารได้อย่างครบวงจร ดังนี้

  • Business Intelligence (BI) กลุ่มผู้บริหารสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลได้ในแบบ Self-service ด้วยการเลือกข้อมูลที่จะนำมาวิเคราะห์, วิธีการวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูล และวิธีการที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูลทั้งหมดเองได้ โดยไม่ต้องมีความรู้ทางด้านการพัฒนาโปรแกรมหรือการเข้าถึงข้อมูลด้วยตนเอง
  • Predictive Analytics ไม่เพียงแต่การวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบันเท่านั้น SAP Analytics Cloud นี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Machine Learning ที่จะช่วยทำการทำนายแนวโน้มต่างๆ ที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตได้จากข้อมูลธุรกิจที่มีอยู่ในระบบ ทำให้การตัดสินใจของกลุ่มผู้บริหารนั้นอ้างอิงกับหลักสถิติและการคำนวณมากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัย Data Scientist ภายในองค์กร
  • Planning การวางแผนทางธุรกิจโดยอาศัยข้อมูลนั้นสามารถทำได้อย่างเบ็ดเสร็จบน SAP Analytics Cloud ทันที ด้วยความสามารถในการสื่อสารร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้บริหารภายในหน้าจอวิเคราะห์ข้อมูลนี้ ทำให้ผู้บริหารสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันได้ และปรับแต่งการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้มองเห็นภาพการวิเคราะห์และตัดสินใจได้ตรงกันมากยิ่งขึ้น

ด้วยความสามารถเหล่านี้ก็ทำให้กลุ่มผู้บริหารของ King Telecom สามารถทำการปรับแต่งรายงานทางธุรกิจต่างๆ ที่ตนเองสนใจ และเจาะลึกในประเด็นต่างๆ ได้ตามต้องการอย่างทันท่วงที รวมถึงยังสามารถปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องมีการพัฒนาระบบรายงานอย่างแต่ก่อน ซึ่งมักมีปัญหาเรื่องความล่าช้า อีกต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SAP Analytics Cloud สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sap.com/products/cloud-analytics.html ทันที

 

King Telecom มั่นใจ ให้ ISS Consulting เป็นที่ปรึกษาและติดตั้งใช้งานครบวงจร

ในโครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ต้องอาศัยผู้ที่มีประสบการณ์กับระบบของ SAP อย่างเชี่ยวชาญเข้ามาช่วย เนื่องจาก SAP PS Module ที่ทาง King Telecom ใช้งานอยู่นั้นทำงานอยู่บน SAP ECC 6.0 ในขณะที่ระบบ SAP Analytics Cloud นั้นเป็นเทคโนโลยีที่อยู่บน SAP Cloud การปรับแต่งระบบเดิมที่ใช้งานอยู่ และการเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบปัจจุบันนี้เข้ากับบริการ Cloud ของ SAP นั้นจึงจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และ ISS Consulting ก็เป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจาก King Telecom ในครั้งนี้

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานของ ISS Consulting (Thailand) ที่มีกับระบบ SAP มาหลากหลายรุ่น อีกทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็น SAP Partner ในระดับ Platinum และเคยผ่านการปรับแต่งระบบ SAP ให้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจองค์กร รวมถึงยังมีความรู้และประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาเชิงธุรกิจ ก็ทำให้การเลือกใช้บริการ ISS Consulting โดย King Telecom ในครั้งนี้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบครันทั้งในด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ที่จะกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในอนาคตของ King Telecom ต่อไป

เยี่ยมชมเว็บไซต์ของ King Telecom Public Company Limited ได้ที่ http://www.king-telecom.com

 

 

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งระบบ IT รวมถึงระบบ E-Commerce แบบครบวงจรให้แก่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และเป็นผู้นำด้านการบริการดูแลระบบ SAP (Application Management Services) ในประเทศไทย ที่มีความชำนาญอย่างสูงและมี มีประสบการณ์ มามากกว่า 18 ปี

ปัจจุบัน บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการแต่งตั้งจาก SAP ให้เป็นพาร์ทเนอร์ระดับ Platinum ที่มุ่งเน้นนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นประโยชน์กับองค์กรธุรกิจ หลากหลาย ดังนี้

  • SAP Business All In One (SAP A1) เป็นระบบที่ SAP ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ ให้เป็นระบบ Enterprise Business Solution รองรับความซับซ้อนของธุรกิจเต็มรูปแบบที่เน้นความรวดเร็ว
  • SAP S/4 HANA โซลูชั่น ERP business suite ด้วยการใช้ประโยชน์จาก ดาต้า โมเดล ที่ไม่ซับซ้อน และประสบการณ์การใช้งานอันเหนือชั้นของ SAP Fiori ช่วยให้ผู้ใช้งานลดความซับซ้อนในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น
  • SAP Hybris Cloud for Customer ซอฟต์แวร์เพื่อการค้าขายและบริการ ครบวงจรทั้งแบบ B2C และ B2B
  • SAP SuccessFactors ระบบการจัดการทรัพยากรบุคคล ครอบคลุมทั้งการจ้างงาน เงินเดือนพนักงาน ช่วยให้การสรรหาพนักงานมาเติมช่องว่างในแผนกต่างๆ ทำได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น
  • SAP Analytics Cloud ระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจบน Cloud พร้อมเทคโนโลยี Machine Learning
  • SAP ARIBA ระบบเพื่อการจัดซื้อ บริษัทสามารถควบคุมการจัดซื้อได้ตั้งแต่ต้นจนจบ คุมค่าใช้จ่าย และลดขั้นตอนความซับซ้อนของการจัดซื้อ
  • SAP ByDesign เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดต่อยอดจาก SAP HANA รองรับโมบายล์และคลาวด์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้ากับสภาพตลาดที่มีการแข่งขันและเปลี่ยนแปลงสูงได้อย่างทันท่วงที
  • SAP Process Orchestration (PO) ระบบบริหารจัดการกระบวนการการทำงานให้เป็นไปได้แบบอัตโนมัติและโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ง่าย
  • Business Planning and Consolidation (BPC) ระบบบริหารจัดการงบประมาณการลงทุน, การวางแผนธุรกิจ และการจัดการด้านการเงิน
  • Extended Warehouse Management (EWM) ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าเชิงลึก
  • SAP Business One (SAP B1) ระบบ ERP โซลูชั่นราคาประหยัดที่จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังเติบโตสามารถบริหารจัดการกระบวนการปฏิบัติงานได้อย่างครอบคลุม

เยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISS Consulting (Thailand) ได้ที่ http://www.issconsulting.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/king-telecom-and-iss-consulting-upgrading-existing-sap-with-cloud-analytics/

เราเรียนรู้อะไรได้บ้างกับ “กระแสผู้นำประเทศอายุน้อย” ว่าด้วย ภาพลักษณ์และแบรนด์ในโลกยุคใหม่

ออสเตรียเพิ่งได้นายกรัฐมนตรีหนุ่มคนใหม่อายุเพียง 31 ปี คำถามคือ กระแสผู้นำประเทศอายุน้อยนี้สะท้อนมุมมองอะไรให้เราเห็นบ้าง? ชวนอ่านข้อคิดเห็นจากปรากฏการณ์การขึ้นมาของผู้นำในโลกตะวันตกหลายแห่ง จากนั้นย้อนดูไทยและพลิกไปมองในมุมธุรกิจ

เซบาสเตียน คูร์ซ (Sebastian Kurz) Photo: Twitter Sebastian Kurz

The World’s Trend of Young Leaders.

ช่วงหลังมานี้ เรามักจะได้ยินกระแส “ผู้นำประเทศอายุน้อย” กันมากขึ้น อย่างล่าสุด เซบาสเตียน คูร์ซ (Sebastian Kurz) หัวหน้าพรรคของประชาชน (People’s Party) จะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศออสเตรีย โดยมีอายุเพียง 31 ปี ทำให้กลายเป็นว่าที่ผู้นำประเทศที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก นอกจากนั้นตอนเขาอายุได้ 27 ปี เคยเป็นรัฐมตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่อายุน้อยที่สุดในโลกมาแล้ว

 

ย้อนไปก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤษภาคม ที่ประเทศฝรั่งเศสได้มีการจัดการเลือกตั้งรอบที่สองเพื่อต่อสู้กับมารีน เลอ แปน (Marine Le Pen) ส่งผลให้ แอมานุแอล ฌ็อง-มีแชล เฟรเดริก มาครง (Emmanuel Jean-Michel Frédéric Macron) ที่มีอายุเพียง 39 ปี ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส และได้กลายเป็นประมุขแห่งรัฐฝรั่งเศสที่มีอายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่สมัยนโปเลียนเป็นต้นมา

แอมานุแอล ฌ็อง-มีแชล เฟรเดริก มาครง (Emmanuel Jean-Michel Frédéric Macron) Photo: http://en.yesurdu.com

ในขณะที่ประเทศแคนาดา จัสติน พีเอร์ เจมส์ ทรูโด (Justin Pierre James Trudeau) ชนะการเลือกตั้งในปี 2015 ทำให้เขาขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนี้มีอายุ 45 ปี นับเป็นอีกคนหนึ่งที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและมีอายุน้อย

 จัสติน พีเอร์ เจมส์ ทรูโด (Justin Pierre James Trudeau) Photo: media1.britannica.com

ภาพผู้นำประเทศอายุน้อยสะท้อนอะไร? มองต่างประเทศ แล้วย้อนดูไทย

อันที่จริง ลำพังการขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศอายุน้อยได้ ความเก่งเฉพาะตัวอย่างเดียวไม่พอแน่ เพราะต่อให้เก่งแค่ไหน แต่ถ้าพื้นที่ทางการเมืองไม่เปิดก็หมดสิทธิ์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญกว่าความเก่งเฉพาะตัวคือ การเปิดกว้างของระบบและกลไกในประเทศ เพราะไม่เช่นนั้นต่อให้เก่งแค่ไหน อายุน้อยแค่ไหน ถ้าระบบไม่เอื้อก็ไม่โต ระบบที่ว่านี้หมายความรวมทั้งระบบกฎหมายและระบบที่ไม่เป็นทางการ เช่น การอุปถัมภ์กันเฉพาะในกลุ่มที่เชื่อมโยงทางสายเลือด เศรษฐกิจ หรือสถานะทางสังคม ฯลฯ

ภาพของผู้นำประเทศอายุน้อยจึงเป็นตัวสะท้อนการเปิดกว้างของระบบกลไกในประเทศ และไม่ใช่แค่เรื่องอายุเท่านั้น เรื่องเพศก็เป็นประเด็นสมัยใหม่ที่หลายประเทศและหลายองค์กรให้ความสำคัญ ย้อนไปในปี 2015 ตอนที่ จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีหนุ่มของแคนาดาได้ตั้งทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้ชาย 15 คน ผู้หญิง 15 คน โดยเขาให้เหตุผลในการตั้งคณะทำงานแบบ 50 : 50 ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แคนาดาที่มีผู้ชายกับผู้หญิงที่มีจำนวนเท่ากันว่า “การจัดตั้งคณะทำงานแบบนี้สะท้อนความเป็นแคนาดาที่สุด”

ทีนี้ ย้อนกลับมาดูประเทศไทย ในยุคปัจจุบัน 2017 คณะรัฐบาลที่นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตอนนี้มีอายุ 63 ปี ส่วนคณะทำงานด้านกฎหมายโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีสมาชิก 250 คน มีการรวบรวสถิติไว้ว่า มีค่าเฉลี่ยอายุอยู่ที่ 64 ปี ในจำนวนนี้มีคนที่อายุมากกว่า 60 ปี คิดเป็น 75% ของทั้งสภา นอกจากนั้นถ้าแบ่งตามเพศจะได้เป็น เพศชาย 238 คน เพศหญิง 12 คน หรือคิดเป็นเพศชายถึง 95% และเพศหญิงมีเพียง 5% เท่านั้น

หน้าตาครม. ประยุทธ์

จาก “การเมือง” ถึง “ภาคธุรกิจ” ภาพลักษณ์-แบรนด์องค์กรในโลกยุคใหม่

เอาเข้าจริงแล้ว กลไกการจัดการองค์กรของภาครัฐ/ภาคการเมือง ก็คล้ายกันกับองค์กรธุรกิจเอกชน คือมีการจัดการองค์กรที่เป็นระบบ มีหัว มีหาง มีฝ่ายปฏิบัติการ มีผู้นำ เฉกเช่นเดียวกัน

พูดในเชิงธุรกิจ ภายใต้โลกยุคปัจจุบันที่หลายธุรกิจถูก disrupt ด้วยเทคโนโลยี หนึ่งในกลยุทธ์ในการแข่งขันคือการทำให้บริษัทเป็นที่ทำงานของคนรุ่นใหม่มากขึ้น เพื่อประโยชน์อย่างน้อยสองทางคือ หนึ่ง-เพื่อปรับตัวให้อยู่รอด และสอง-เพื่อดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน

ผลสำรวจของ Moore Stephens เร็วๆ นี้ พบว่า บริษัทในอังกฤษกว่า 311,550 แห่งมีค่าเฉลี่ยอายุพนักงานต่ำกว่า 30 ปี เพิ่มขึ้นจาก 295,890 แห่งในสองปีที่ผ่านมา และต้องนับว่าเป็นสัญญานที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพราะธุรกิจสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นต้องมาควบคู่กับเทคโนโลยีหรือที่เรียกว่าสตาร์ทอัพ ในขณะที่องค์กรเดิมๆ ก็ต้องปรับตัวไปในแนวทางดิจิทัลด้วยความจำเป็น การได้คนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นมาเป็นคนรุ่น Native Digital จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนองค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยสรุปก็คือ ผู้นำอายุน้อย ไม่ว่าจะในทางการเมืองหรือธุรกิจ ปัจจัยสำคัญคือระบบกลไกที่เปิดกว้าง เพราะต้องไม่ลืมว่าโลกไม่ได้เป็นของคนแก่ แต่เป็นของคนหนุ่มคนสาวในแต่ละยุค สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ฉะนั้นถ้าไม่ปรับตัวในเชิงโครงสร้าง เพื่ออ้าแขนต้อนรับคนใหม่ๆ เข้ามาสู่วงจรของการพัฒนา และไม่ว่าจะในระดับประเทศหรือองค์กร ก็นับว่าเสี่ยงมากต่อความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคที่ทุกอย่างเกิดการ disrupt อย่างไม่เลือกหน้าใครทั้งนั้น

อ้างอิง – DW.comBBCTHAIPrachataiIndependentThe GuardianiLaw

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/young-leader-sebastian-kurz/

Akamai เข้าซื้อกิจการ Numinum ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้าน DNS ที่ก่อตั้งโดยผู้ประดิษฐ์ DNS

Akamai Technologies ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Nominum ผู้พัฒนาเทคโนโลยี DNS Solution และก่อตั้งโดย Paul Mockapetris ผู้ประดิษฐ์ DNS

Credit: ShutterStock.com

 

Nominum ก่อตั้งเมื่อปี 1998 และพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเน้นการตอบโจทย์ของการใช้งาน DNS ในรูปแบบต่างๆ เช่น Vantio CacheServer ซึ่งเป็น DNS Caching Server สำหรับตลาด Carrier และ Vantio AuthServe สำหรับให้บริการ BIND DNS Server หรือ Nominum N2 Big Data Connector เพื่อให้นำข้อมูล DNS ส่งต่อไปจัดเก็บและวิเคราะห์ภายในระบบ Big Data Analytics ได้

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ ทาง Akamai คาดว่าจะนำเทคโนโลยีของ Nominum ไปเสริมกับระบบต่างๆ ของตนที่มีอยู่เดิม เช่น Fast DNS ซึ่งเป็น Cloud-based Solution ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยให้กับ DNS เป็นต้น

 

ที่มา: http://www.enterprisenetworkingplanet.com/netsysm/akamai-set-to-acquire-nominum-to-improve-dns.html

from:https://www.techtalkthai.com/akamai-acquires-numinum-dns-technology-provider/

Amazon vs Alibaba ใครเป็นใครในสงครามงบ R&D

สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม โลกออนไลน์ตื่นเต้นกับข่าวการเทงบของ Alibaba ที่บอกว่าจะทุ่ม 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเพื่อวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ ล่าสุดสำนักข่าว Tech in Asia จึงทำ infographic เพื่อบอกเล่าว่าไม่ใช่แค่ Alibaba แต่คู่แข่งอย่าง Amazon ก็เทงบ R&D ไม่ยั้งเช่นกัน

กรณีของ Alibaba งบประมาณ 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐถูกประกาศว่าเตรียมไว้เพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ในช่วง 3 ปีนับจากนี้ ซึ่งเป็นคำประกาศที่แสดงความมั่นใจว่า R&D จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Alibaba เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน

งบ 1.5 หมื่นล้านต่อ 3 ปีนั้นเฉลี่ยได้ปีละ 5 พันล้านเหรียญ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจาก 2.6 พันล้านเหรียญที่ Alibaba ใช้ไปในปีที่ผ่านมา (ปีการเงินสิ้นสุดมีนาคม 2017) ช่วงเวลาดังกล่าว คู่แข่งอย่าง Amazon นั้นเทเงินไปกว่า 1.74 หมื่นล้านเหรียญแล้ว ทำให้เงินถุงของ Alibaba มีขนาดเล็กจิ๋วลงไปทันตาเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

สำหรับปีนี้ รายงานระบุว่า Alibaba มีงบวิจัยและพัฒนา 3.8 พันล้านเหร๊ยญ โดยงบประมาณที่จะเพิ่มขึ้นอีกนั้นเกิดขึ้นบนคำพยากรณ์ว่าบริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

ในภาพรวม Tech in Asia พยายามย้ำว่าเม็ดเงินลงทุนของ Alibaba นั้นไม่ได้หรูหราเมื่อเทียบกับ Amazon เนื่องจากรายหลังมีดีกรีเป็นบริษัทที่เทงบ R&D มากที่สุดในสหรัฐฯ ทำให้เจ้าพ่อเสิร์ชเอนจิ้นอย่าง Google กลายเป็นรองเพราะนั่งเก้าอี้ใช้เงิน R&D อันดับ 2 ของแดนลุงแซม

ที่มา: Tech in Asia

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/10/amazon-vs-alibaba/